‘มาดามเดียร์’ ไม่หวั่น บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ลั่น เป็นนักการเมือง ต้องไม่กลัวแพ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545990

01 เม.ย. 2566

'มาดามเดียร์' ไม่หวั่น บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ลั่น เป็นนักการเมือง ต้องไม่กลัวแพ้

เลือกตั้ง 2566 ‘มาดามเดียร์’ วทันยา บุนนาค ลั่น เป็นนักการเมือง ต้องไม่กลัวแพ้ ไม่หวั่น บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เชื่อ ประชาธิปัตย์ ปักธง กทม.ได้มากกว่าเดิม

วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ประกาศ เป็นนักการเมือง ต้องไม่กลัวแพ้ ในขณะลงพื้นที่หาเสียง ชุมชนมหาโชค เขตคลองสามวา พร้อมด้วย น.ส.เกศกานดา อินช่วย ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เขตคลองสามวา พร้อมยืนยันว่า ไม่กังวลเรื่อง บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่หลายคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเสียเปรียบ

มาดามเดียร์ กล่าวถึงภาพรวมการตั้งเป้าหมายในพื้นที่ กทม. ว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีพื้นที่เป้าหมายหลายเขตใน กทม. และมั่นใจว่า จะสามารถได้ สส.ใน กทม.กลับมาแน่นอน ส่วนเขตจะได้จำนวนเท่าไรเป็นเรื่องของอนาคต เพราะตลอดการทำงาน 4 ปี และการลงพื้นที่หาเสียงกับพรรคประชาธิปัตย์ เห็นได้ถึงกระแสตอบรับ โดยเฉพาะฐานแฟนคลับที่ยังคงเหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ว่าจะได้ สส.กทม. ในครั้งนี้มากขึ้นกว่าเดิม

มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค-เกศกานดา อินช่วยมาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค-เกศกานดา อินช่วย

สำหรับเรื่อง บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่หลายคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเสียเปรียบนั้น มาดามเดียร์ กล่าวว่า ไม่กังวลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมยกคำพูดของ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ว่า “เป็นนักการเมืองแล้ว ต้องไม่กลัวที่จะแพ้” ดังนั้น สิ่งที่เราทำงานมาตลอด ประชาชนไม่ได้จดจำเพียงแค่จากบัตรเลือกตั้ง แต่เป็นบทพิสูจน์ที่เราทำงานมาตลอด 4 ปี และสำหรับพรรคประชาธิปัตย์เอง การทำงาน ไม่ได้พิสูจน์เพียงแค่ 4 ปี แต่เป็นการพิสูจน์มาตลอดระยะเวลา 77 ปี ที่เห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็นฐานพื้นที่หลักของพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนรายละเอียดในบัตรเลือกตั้งแบบเขต มีเพียงหมายเลข ไม่มีชื่อผู้สมัคร อาจทำให้ประชาชนสับสน จะมีการปรับกลยุทธ์อะไรใหม่หรือไม่ มาดามเดียร์ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองอื่น ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่า กกต.จะออกรูปแบบกติกาอย่างไร พรรคการเมือง และนักการเมืองทุกคนต้องไม่กลัวการแพ้ และเราต้องตั้งใจทำงานอย่างหนักแน่นเหมือนเดิม ซึ่งบัตรเลือกตั้งเป็นเพียงแค่ปลายเหตุ เป็นกติกาที่เป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาคมาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค

ด้าน น.ส.เกศกานดา กล่าวว่า ที่ผ่านมา เธอลงพื้นที่ตลอด และมีความมั่นใจที่จะทำงานให้กับชาวคลองสามวา อาจจะมีข้อเสียเปรียบเล็กน้อย เพราะไม่ได้อยู่หน้าสื่อ แต่สำหรับพื้นที่คลองสามวาทุกซอย ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา และในช่วงวิกฤต เธอก็เป็นที่พึ่งพาของชาวคลองสามวามาตลอด ส่วนกลยุทธ์หลังจากนี้ เป็นเพียงการเข้าไปย้ำพบปะคนที่เคยเจออยู่แล้ว ว่าครั้งนี้เป็นการขอคะแนนเสียง และคิดว่าชาวคลองสามวาก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี การเลือกตั้งครั้งนี้มั่นใจว่า จะครองเขตคลองสามวาได้ ส่วนบัตรสองใบในการเลือกตั้งครั้งนี้ สำหรับเธอเองมองว่าได้เปรียบ

เดียร์ วทันยา ลงพื้นที่หาเสียงเดียร์ วทันยา ลงพื้นที่หาเสียง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 7 เม.ย. 2566 จะเป็นการปราศรัยที่บริเวณลานคนเมือง เป็นที่แรก หลังจากได้เบอร์ผู้สมัคร สส.และเบอร์พรรคครบแล้ว เพื่อประกาศถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ ในการสู้ศึก เลือกตั้ง 2566

ฤดู ‘เกณฑ์ทหาร 2566’ ก้าวไกล รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545981

01 เม.ย. 2566

ฤดู 'เกณฑ์ทหาร 2566' ก้าวไกล รณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหารทั่วประเทศ

พรรคก้าวไกล ขอให้เป็นการ จับใบดำ-ใบแดง ครั้งสุดท้าย ระหว่างรณรงค์ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ในวันแรกของฤดูกาล ‘เกณฑ์ทหาร 2566’


เกณฑ์ทหาร 2566 ฤดูกาลจับใบดำ-ใบแดงเวียนกลับมาอีกครั้ง  พรรคก้าวไกล นำโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และปิยรัฐ จงเทพ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพ เขตพระโขนง-บางนา ได้เข้าสังเกตการณ์ ณ หน่วยจับใบดำ-ใบแดง เขตพระโขนง

และทำโพลสำรวจความเห็นต่อข้อเสนอยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร โดยมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ทั่วประเทศกระจายทำกิจกรรมรณงค์ลักษณะเดียวกันในเขตเลือกตั้งของตนเอง

พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายพรรคก้าวไกล บอกว่า หากก้าวไกลเป็นรัฐบาล เราตั้งเป้าจะยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารภายใน 1 ปี เพื่อให้เมษายนปีนี้ เป็นครั้งสุดท้าย ที่ต้องมีคนมาจับใบดำ-ใบแดง หรือต้องมีคนเป็นทหารทั้งที่ไม่อยากเป็น


การยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะหากเราลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง (เช่น พลทหารรับใช้) ควบคู่กับการยกระดับสวัสดิการ-สวัสดิภาพของพลทหารและการกำจัดความรุนแรงในค่ายทหาร ก้าวสู่ กองทัพยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่สมัครใจทำงานและพร้อมทุ่มเทให้องค์กรอย่างแท้จริง

บรรยากาศเกณฑ์ทหาร พระโขนงบรรยากาศเกณฑ์ทหาร พระโขนง

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าสามารถเปลี่ยนจากการบังคับเกณฑ์ทหารมาเน้นเป็นการสมัครใจทั้งหมด สวัสดิภาพและสวัสดิการของทหารชั้นผู้น้อยจะได้รับการเอาใจใส่มากขึ้น และจะเกิดความสบายใจให้กับทุกคน

ทหารไม่ใช่อาชีพเดียวที่รับใช้ชาติ แต่ทุกอาชีพมีส่วนในการร่วมกันรับใช้ชาติทั้งหมด การจ่ายภาษีให้กับรัฐก็สามารถนับเป็นการรับใช้ชาติได้เช่นกัน การถูกเกณฑ์เข้าไปดูแลบ้านหรือครอบครัวของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ต่างหากที่น่าตั้งคำถามว่าเป็นการรับใช้ชาติจริงหรือ

ทั้งนี้ หากการบังคับเกณฑ์ทหารถูกยกเลิกได้จริง จะทำให้งบประมาณจำนวนมหาศาลได้รับการจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

วิโรจน์ย้ำว่า การยกเลิกการเกณฑ์ทหารเป็นหนึ่งนโยบายในการปฏิรูปกองทัพของพรรคก้าวไกลที่ครอบคลุมอีกหลายวาระ ตั้งแต่การปิดช่องรัฐประหารและการแทรกแซงการเมืองโดยกองทัพ

การโอนธุรกิจกองทัพมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส รวมถึงการแก้กฎหมายและระเบียบกลาโหมทั้งหมดเพื่อให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่ยึดโยงกับประชาชน

วช.ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในการอบรมโดรนแปรอักษร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721473

วช.ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในการอบรมโดรนแปรอักษร

วช.ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในการอบรมโดรนแปรอักษร

วันเสาร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.12 น.

วช.ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในการอบรมโดรนแปรอักษร ที่จังหวัดเชียงราย

วันที่ 1 เม.ย.66 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม “การอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเพื่อประยุกต์สู่การใช้งาน” ภาคเหนือ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 1 – 3  เมษายน 2566 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรมฯ ในวันที่ 1 เมษายน 2566 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเกี่ยวกับ “โดรนแปรอักษร” และการพัฒนาซอฟแวร์โดรนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้งานให้กับนักเรียนและนักศึกษาในเขตภาคเหนือ โดยมี นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นายจรัล  แก้วเป็ง ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธีฯ ณ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในโลกอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้งานในด้านต่าง ๆ มากขึ้น 

ทำให้โดรนสามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ และสามารถรองรับการใช้งานในภารกิจที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  วช. จึงได้ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ในการจัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเพื่อประยุกต์สู่การใช้งาน” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาองค์ความรู้ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน มาปรับใช้กับการทำงานในงานด้านต่างๆ โดยการอบรมจัดขึ้นเป็นครั้งที่สี่ของภาคเหนือ โดยครั้งแรกจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา การจัดอบรมฯ จะก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ สร้างนวัตกรในประเทศ ให้มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์ในด้านการประดิษฐ์เพิ่มมากขึ้น เกิดการพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง รองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี ด้านการบินในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. จัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเพื่อประยุกต์สู่การใช้งาน” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเกี่ยวกับ “โดรนแปรอักษร” และการพัฒนาซอฟแวร์

โดรนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้งาน ให้กับนักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ เป็นการอบรมบ่มเพาะเชิงบูรณาการ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและลงมือทำในสิ่งต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริง โดยการอบรมจัดขึ้นที่โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ถือเป็นครั้งที่สี่ของภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 1 – 3 เมษายน 2566

ภายในงาน มีนักบินโดรนมืออาชีพ ได้แก่ นายณัชธกฤษณ์  สาระไชย นึกศึกษาปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ประกอบอาชีพเสริมรับจ้างถ่ายภาพทางอากาศในขณะที่ยังศึกษาในมหาวิทยาลัย นายสิทธิโชค  นาคประเสริฐ นักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อดีตแชมป์ถ้วยพระราชทาน “หนูน้อยจ้าวเวหา” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การนำโดรนไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียน นักศึกษาที่เข้าร่วมการอบรมได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. จนประสบผลสำเร็จในการคิดค้นและพัฒนาซอฟต์แวร์การสั่งงานโดรนแปรอักษร กล่าวได้ว่าเป็น “โดรนแปรอักษร” ฝีมือคนไทยเป็นนวัตกรรมหนึ่งเดียวในอาเซียน และ 1 ใน 9 ของโลก ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ถือเป็นการยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีของคนไทยให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นทัดเทียมกับเทคโนโลยีของต่างประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเพื่อประยุกต์สู่การใช้งานที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และแพลตฟอร์มระบบปัญญาประดิษฐ์ มีการพัฒนาและส่งเสริมให้ใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรม และนวัตกร ที่จะนำองค์ความรู้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่ได้รับมาพัฒนาต่อยอดและปรับใช้กับการทำงานในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติและลงมือทำในสิ่งต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมจริง ได้ฝึกคิด ฝึกทำ ฝึกทักษะ ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองผ่านกิจกรรม “โดรนแปรอักษร” นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารการอบรมได้ที่Facebook Fanpage : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ – 003

ศธ. ทำบุญวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 131 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721420

ศธ. ทำบุญวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 131 ปี

ศธ. ทำบุญวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 131 ปี

วันเสาร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.27 น.

วันที่ 1 เมษายน 2566 เวลา 07.09 น. นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 132 รูป พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ  เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 131 ปี โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมงาน ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ  
 

กอ.รมน. ผนึก วช. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721397

กอ.รมน. ผนึก วช. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

กอ.รมน. ผนึก วช. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันเสาร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566, 08.48 น.

กอ.รมน. ผนึก วช. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ปราชญ์เพื่อความมั่นคง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม นำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย พลโท วิเศษ เจริญสุข รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “การเสริมสร้างปราชญ์เพื่อความมั่นคงและเครือข่ายภาคจังหวัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในวันที่ 30 มีนาคม 2566 เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคความมั่นคงและภาคการวิจัยร่วมเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้นำสู่ศูนย์การเรียนรู้ของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคงและพื้นที่ชุมชนเป้าหมาย ของ กอ.รมน. ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนเข้มแข็งด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2566 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

พลโท วิเศษ เจริญสุข รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. กล่าวว่า กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนงาน และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ถ่ายทอดสู่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง ในพื้นที่เป้าหมายจนทำให้ชุมชนเหล่านั้นมีศักยภาพสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นเป็นชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการจัด “โครงการเสริมสร้างปราชญ์เพื่อความมั่นคงและเครือข่ายภาคจังหวัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของปราชญ์เพื่อความมั่นคง และมีการถ่ายทอดความรู้นำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างปราชญ์เพื่อความมั่นคงในสาขาต่าง ๆ เพื่อนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอดประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่และเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า  ความร่วมมือระหว่าง วช. และ กอ.รมน. ในการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม มีมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งมีกลไกของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 – 5 และสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมนำสู่ศูนย์เรียนรู้ของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคงและพื้นที่ชุมชนเป้าหมายในความดูแลของ กอ.รมน. จำนวนมากกว่า 400 ชุมชนใน  77 จังหวัด จำนวนมากกว่า 30 นวัตกรรม โดย กอ.รมน. ทำหน้าที่คัดกรองพื้นที่ และ วช. คัดกรององค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดขยายผลสอดรับกับบริบทความต้องการของพื้นที่เป้าหมาย ในการนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปช่วยในการยกระดับศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชน และมีนักวิจัยที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการหนุนเสริมพลังชุมชนขยายผลนวัตกรรมสู่การสร้างความมั่นคง ตลอดจนเครือข่ายภาคจังหวัดที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนต้นแบบ ชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยนักวิจัยที่ได้รับทุนการจัดการความรู้การวิจัยจาก วช. และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยชุมชนที่ได้รับนวัตกรรมจาก วช. และได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบจาก กอ.รมน. และ วช.

พร้อมทั้ง กิจกรรมการบรรยายและการฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการตลอดการจัดงาน ซึ่งในวันที่ 30 มีนาคม 2566 มีการบรรยายพิเศษเรื่อง “แนวทางการพัฒนาพื้นที่และส่งเสริมการเกษตร”โดย นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติสภาเกษตรกรแห่งชาติ การบรรยายพิเศษเรื่อง “ปักหมุดการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยวิจัยและนวัตกรรมโดยความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน. และ วช. และนวัตกรรมพร้อมใช้สำหรับชุมชน” โดย นายธีรวัฒน์ บุญสม
ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และการนำเสนอผลงานและนวัตกรรมของปราชญ์เพื่อความมั่นคง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 7 อธิการบดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721336

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 7 อธิการบดี

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 7 อธิการบดี

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2566, 18.28 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 7 อธิการบดี

31 มีนาคม 2566 ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา 7 แห่ง ดังนี้

1.นางสุภกร พงศบางโพธิ์ เป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา

2.นายธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร

3.นายนิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

4.นายคมสัน มาลีสี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

5.นายสุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

6.นายฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ตะวันออก

7.น.ส.กนกวรรณ สุวรรณปฏิกรณ์ อธิการบดีสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย

ศ.ดร.เอนก กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.นายวิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.) 2.นายธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด 3.พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุทธ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี 4.นายสมเจตน์ ภูศรี  นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ 5.นายวิชัย ศรีขวัญ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี และ 6.นายจอมจิน จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คุรุสภาย้ำ! เช็กสถานะคำขอขึ้นทะเบียน-ต่ออายุใบอนุญาตฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721176

คุรุสภาย้ำ! เช็กสถานะคำขอขึ้นทะเบียน-ต่ออายุใบอนุญาตฯ

คุรุสภาย้ำ! เช็กสถานะคำขอขึ้นทะเบียน-ต่ออายุใบอนุญาตฯ

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2566, 12.01 น.

วันที่ 31 มีนาคม 2566 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา  ได้เปิดให้บริการใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ KSP e-Service ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นข้อบังคับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2566 โดยให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์ของคุรุสภา http://www.ksp.or.th  พบว่า การให้บริการออนไลน์ช่วยลดภาระให้แก่นิสิต นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้จริง ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาติดต่อที่คุรุสภา ไม่ต้องรอนาน ขณะเดียวกันสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ก็สามารถตรวจสอบคุณสมบัติ และพิจารณาอนุมัติการออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้แก่ผู้ยื่นคำขอได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคุรุสภาจะพัฒนาระบบ KSP e-service ลดเอกสารและขั้นตอนให้มีความสะดวกในการยื่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน ผศ.ดร.พลรพี  ทุมมาพันธ์ รองเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า หลังจากที่ยื่นคำขอผ่านระบบ KSP e-Service แล้ว ขอให้ผู้ยื่นคำขอฯกลับมาตรวจสอบสถานะเบื้องต้นภายในเวลา 15 วันทำการ  เนื่องจากที่ผ่านมา ย้อนหลัง 3 เดือน ทั้งก่อนและหลังการออกข้อบังคับใหม่ พบว่า ในจำนวนผู้ยื่นคำขอออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 53,895 คน มีผู้ที่ยื่นเอกสารไม่ครบถึง 6,269 คน ทำให้คุรุสภาต้องขอให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม เช่น ในแบบคำขอกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ลงลายมือชื่อรับรองการประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพและรับรองคุณสมบัติของตนเอง, ไม่แนบสำเนาหลักฐานการพัฒนาตนเอง , ก.พ. 7 ปรับข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน, ก.ค.ศ. 16 ปรับข้อมูลไม่เป็นปัจจุบันและแนบไม่ครบ, แบบประเมินการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษากรอกข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์, มหาวิทยาลัยไม่จัดส่งรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาในระบบ KSP Bundit, ยังไม่ได้ชำระเงินค่าธรรมเนียม และรูปถ่ายไม่ชัดเจน หรือไม่เป็นไปตามรูปแบบที่กำหนด เป็นต้น 

“ขอย้ำว่าการตรวจสอบสถานะเบื้องต้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อได้รับเอกสารครบถ้วนถูกต้องจึงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ แต่หากเอกสารไม่ครบถ้วนถูกต้อง คุรุสภาจะมีการแจ้งเตือนเข้าไปในระบบ และให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ตรวจสอบสถานะและส่งเอกสารเพิ่มเติมให้เรียบร้อย จะส่งผลให้คำขอดังกล่าวค้างอยู่ในระบบ และจะไม่ได้รับการตรวจเอกสารหลักฐานอีกครั้ง ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ผู้ยื่นคำขอเข้ามาตรวจสอบสถานะคำขอของตนเองภายในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของตัวผู้ยื่นคำขอ และจะทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

ผศ.ดร.พลรพี กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อมูลการรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาล่าสุด ณ วันที่ 28 มีนาคม 2566 พบว่า มีผู้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแล้ว ทั้งสิ้น 1,001,146 คน ในจำนวนนี้เป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 902,271 คน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา 81,822 คน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา 8,491 คน และ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์  8,562 คน คุรุสภามีความมุ่งมั่นให้บริการและบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ รวมถึงเห็นความสำคัญของการอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว และขณะนี้ทางครุสภากำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์คุรุสภา หรือสื่อออนไลน์ของทางคุรุสภา และศึกษาข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2565 ที่มีรายละเอียดในฉบับเต็ม เพราะเป็นเรื่องใหม่ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามหรือรับคำปรึกษากับทางคุรุสภา หรือติดต่อสอบถามได้ที่พนักงานเจ้าหน้าที่คุรุสภาในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดที่สมาชิกสังกัดทั่วประเทศ

วช.หนุนศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721164

วช.หนุนศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

วช.หนุนศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2566, 11.06 น.

วช.หนุนศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวพระราชดำริการเกษตรแบบผสมผสาน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้การสนับสนุนโครงการศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวพระราชดำริการเกษตรแบบผสมผสาน อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นการนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทำกินแบบครบวงจร จัดตั้งศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรง พัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรง สร้างฐานข้อมูลศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเสมือนจริงผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบบนฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเป็นแบบอย่างและแนวทางให้แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดสงขลา นำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.เป็นองค์กรของรัฐ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ให้การสนับสนุนโครงการวิจัยต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่จำเป็นต้องมีแนวทางในการบริหารจัดการ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างช่องทางในการหารายได้จากหลายผลิตภัณฑ์ อย่างพื้นที่ในอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เกษตรกรได้จัดสรรพื้นที่สวนยาง เพื่อการเพาะปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชสมุนไพร และการเลี้ยงชันโรง ส่งผลให้สามารถเก็บผลผลิตจากชันโรงออกจำหน่าย  สามารถชดเชยระดับราคาน้ำยางพาราที่ลดต่ำลง สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกร และสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรแบบผสมผสานอีกด้วย 

ดร.ฉัตรธิดา หยูคง อาจารย์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์( ฝ่ายมัธยมศึกษา )คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ทีมงานวิจัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกษตรทฤษฎีใหม่ในการบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอยในด้านการเกษตร ซึ่งพื้นที่ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นับเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สีเขียว เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตรสวนผลไม้ และสวนยางพาราตั้งอยู่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาและคลองบางกล่ำ ตลอดจนเป็นพื้นที่ที่ปลอดจากโรงงานอุตสาหกรรมและมลพิษ จึงถือเป็นต้นทุนทางทรัพยากรทางธรรมชาติของชุมชนที่สำคัญ และสัมพันธ์โดยตรงต่อคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรและน้ำผึ้งชันโรง สามารถขับเคลื่อนการทำเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อลดและกระจายความเสี่ยงของกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรสามารถจัดสรรพื้นที่สวนยาง เพื่อการเพาะปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชสมุนไพร และการเลี้ยงชันโรงออกจำหน่ายชดเชยรายได้ในช่วงราคายางหรือราคาพืชผลทางการเกษตรอื่นๆตกต่ำ

อาจารย์ฉัตรธิดา กล่าวว่า คณะผู้วิจัยและทีมงานจึงได้นำเสนอโครงการเพื่อจัดการความรู้การเลี้ยงชันโรงตามแนวพระราชดำริการเกษตรแบบผสมผสาน และสร้างศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรง ลักษณะห้องเรียนมีชีวิตในพื้นที่ตำบลบางกล่ำ ขยายผลเป็นพื้นที่ต้นแบบคนเลี้ยงชันโรงในพื้นที่อำเภอรัตภูมิ อำเภอสะเดา และอำเภอนาทวี พัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรงในพื้นที่ตำบลบางกล่ำ และ สร้างฐานข้อมูลศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงเสมือนจริงผ่านแอปพลิเคชั่น นอกจากนี้พื้นที่ตำบลบางกล่ำ อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลาได้มีความพร้อมในด้านคน โดยคนในพื้นที่ให้ความร่วมมือไม่ใช่สารเคมีในพื้นที่การเกษตร 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากมีการใช้สารเคมีจะส่งผลให้ชันโรงจะไม่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้น และความพร้อมของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนบางกล่ำ ที่จะเรียนรู้ พัฒนาตนอยู่เสมอ ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การอบรมเพื่อพัฒนาการเลี้ยงชันโรง หรือ การถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรพื้นที่อื่น ๆ เป็นต้น จากความพร้อมทั้งทางด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล นับเป็นจุดเด่นที่ส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนบางกล่ำเกิดการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการการขยายผลต่อยอดจากการเลี้ยงชันโรงในหลาย ๆ ด้านอาทิ การผลิตกล่องเลี้ยงชันโรง เพื่อจำหน่ายแก่สมาชิกภายในวิสาหกิจชุมชน และคนภายนอก การจำหน่ายขี้ชัน สิ่งที่เหลือจากการกรองน้ำผึ้งชันโรง และมีประโยชน์ต่อการดึงดูดชันโรงเข้าสู่กล่องเลี้ยงใหม่ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปชันโรงเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำผึ้งชันโรง น้ำเถาคันผสมชันโรง สบู่ก้อน สบู่เหลว แชมพู โลชั่น ลิปบาล์ม ลิปสติก ครีมบำรุงใต้ตา และตะลิงปลิงอบแห้งผสมชันโรง รวมถึงการสร้างศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรงในชุมชน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้กระบวนการเลี้ยงชันโรงผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมชมหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

•​คุณคมคาย เพชรมุณี ประธานวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงอุงและญิงยวนบางกล่ำ เบอร์โทรศัพท์ 061-2532874

•​สวนลุงรมย์ ศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้คนเลี้ยงชันโรง เบอร์โทรศัพท์ 086-6937173

•​สวนพี่โอ ศูนย์เรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง เบอร์โทรศัพท์ 089-1978192
 

วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721107

วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566, 21.08 น.

วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ”กรมสมเด็จพระเทพฯ” ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ และวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เมษายน 2566

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2566 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประกาศให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทยด้วยนั้น กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชนและเครือข่ายวัฒนธรรม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในฐานะองค์วิศิษฏศิลปิน ทรงพระปรีชาสามารถในศิลปะหลายสาขาและทรงมีคุณูปการต่อเหล่าศิลปินและศิลปวัฒนธรรมของชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติทุกแขนง เป็นที่ประจักษ์ต่อพสกนิกรชาวไทยและนานาประเทศ

รมว.วธ.กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดกิจกรรมพอสังเขป ประกอบด้วย วธ.ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จัดตกแต่งสถานที่ประดับธงชาติคู่กับธงพระนามาภิไธย ส.ธ. จัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมเครื่องราชสักการะ กิจกรรมทำบุญตักบาตร นิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจและกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ซึ่งในส่วนกลาง กรมการศาสนา จัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันที่ 31 มีนาคม 2566 ณ วัดยานนาวา กรุงเทพฯ , พิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีตักบาตร ในวันที่ 2 เมษายน 2566 ณ วัดปทุมวนารามฯ กรุงเทพฯ กรมศิลปากร ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ จัดทำสารคดีเทิดพระเกียรติ จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ การทำความสะอาดโบราณสถาน ฯลฯ และจัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย วันที่ 2 – 7 เมษายน 2566 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีการเสวนาทางวิชาการ และการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี และในวันที่ 8 เมษายน 2566 จัดการแสดงคอนเสิร์ต 2 ทศวรรษ เพชรในเพลง ณ หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดเทศกาลดนตรี Ministry of Culture Music Festival : Summer Hit Songs (MOC MU FES) ประจำปีพุทธศักราช 2566 ครั้งที่ 2 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2566 ประกอบด้วย การแสดงดนตรีไทยสากล 100 ปี เพลงไทยสากลยอดนิยม ในวันที่ 31 มีนาคม 2566 ณ ลานวัฒนธรรมสร้างสุข วธ. การแสดงลีลาศสร้างสุขกับสุนทราภรณ์ โดยวงดนตรีสุนทราภรณ์ ในวันที่ 1 เมษายน 2566 ณ ลานวัฒนธรรมสร้างสุข วธ. การแสดงมหกรรมดนตรีไทย ในวันที่ 2 เมษายน 2566 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อาทิ การแสดงดนตรีมหาดุริยางค์ไทย การเสวนา เรื่อง สุนทรีย์ดนตรีไทยจากรากเหง้า สู่อิทธิพลสมัยใหม่ การแสดงดนตรีไทย โดย โรงเรียนดนตรีไทย 100% การแสดงปี่พาทย์ประชันวง ดนตรีไทยร่วมสมัย และการแสดงดนตรี 84 ปี สุนทราภรณ์ ในวันที่ 9 เมษายน 2566 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร 1765

– 006

สพม.เชียงรายจับมือ ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ลงนามความร่วมมือการพัฒนาการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/721059

สพม.เชียงรายจับมือ ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ลงนามความร่วมมือการพัฒนาการศึกษา

สพม.เชียงรายจับมือ ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ลงนามความร่วมมือการพัฒนาการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566, 17.46 น.

วันที่ 30 มีนาคม 2566 ที่ห้องประชุมดอยจอมทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นายอรรณพ จูจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย และ นายบุญเทพ พิศวง นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดเชียงราย ได้จัดให้มีการลงนามความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษากับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย เพื่อดำเนินการพัฒนาการศึกษาร่วมกันระหว่างโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.ร่วมมือจัดการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน จัดการเรียนการสอนมุ่งเน้นทักษะอาชีพเฉพาะตรงกับหลักสูตรหรือสาขาวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย โดยสามารถสะสมหน่วยกิตในระบบคลังหน่วยกิต เมื่อนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

2.เพื่อคัดเลือกนักเรียน/นักศึกษาที่เรียนดี มีความสามารถ มีความประพฤติดี เข้าศึกษาต่อ ระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่เปิดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย

3.เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ทางด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยกับสถานศึกษา ให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเทคโนโลยี

ในการนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย จึงได้เชิญผู้อำนวยการสถานศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 โรงเรียน เข้าร่วมการลงนามในการทำข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาดังนี้ 1.โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2.โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม 3.โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม 2 4.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เชียงราย 5.โรงเรียนแม่สรวยวิทยาคม 6.โรงเรียนนครวิทยาคม 7.โรงเรียนแม่อ้อวิทยาคม 8.โรงเรียนแม่จันวิทยาคม 9.โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 10.โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม 11.โรงเรียนจันจว้าวิทยาคม 12.โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม 13.โรงเรียนวัดถ้ำปลาวิทยาคม14.โรงเรียนสันติคีรีวิทยาคม 15.โรงเรียนเทิงวิทยาค 16.โรงเรียนขุนตาลวิทยาคม 17.โรงเรียนปล้องวิทยาคม 18.โรงเรียนยางฮอมวิทยาคม 19.โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก 20.โรงเรียนไม้ยาวิทยาคม

รองศาสตราจารย์ ดร.อุดมวิทย์ กล่าวว่า การลงนามร่วมของสถานศึกษาทั้ง 21 แห่ง ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของเด็กเชียงรายที่จบในระดับมัธยมศึกษาได้รับคัดเลือกให้เข้ารับการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย จากมหาวิทยาลัยดังชั้นนำระดับประเทศของไทย โดยคาดการณ์ว่าอีก 3 ปี เด็กที่ได้รับคัดเลือกก็จะสามารถกลับมาพัฒนาเชียงรายต่อไป 

ด้านนายอรรณพ กล่าวว่า สำหรับหลักสูตรการเรียนเด็กจะได้รับการสอนให้เกิดความชำนาญและความถนัดในสายอาชีพที่เลือกตามความชอบของตัวเด็กนักเรียนเอง โดยจะมีการคัดเลือกตามทักษะความถนัดหากเป็นสายอาชีพ ซึ่งหลังจากที่เด็กนักเรียนจบในระดับมัธยมตอนปลายแล้ว จะรับการพัฒนาทักษะโดยตรง ซึ่งการลงนามครั้งนี้ถือว่าเป็นการบูรณาการในส่วนของสถานศึกษาให้เกิดความพร้อมและสามารถผลิตนักศึกษาระดับคุณภาพออกสู่สังคมต่อไป

นายบุญเทพ กล่าวว่า ตอนนี้ในส่วนของสถานศึกษาถือว่ามีความพร้อมในการเปิดรับหลักสูตรต่างๆ ให้เด็กที่ศึกษาในระดับชั้น มัธยมศึกษาที่ 4 5 และ 6 ได้มีการค้นพบความชอบของตนเอง ก่อนที่จะไปประกอบอาชีพของตนเองในอนาคต โดยทางมหาวิทยาลัยจะมีส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชีแนะแนวทางทั้งตัวเด็กนักเรียนและสถานศึกษาให้เกิดการพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกัน – 003