‘มาช่า’ สวยไม่เปลี่ยน หวนกลับมารับงาน พรีเซ็นเตอร์อีกครั้งในรอบหลายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725094

‘มาช่า’ สวยไม่เปลี่ยน หวนกลับมารับงาน พรีเซ็นเตอร์อีกครั้งในรอบหลายปี

‘มาช่า’ สวยไม่เปลี่ยน หวนกลับมารับงาน พรีเซ็นเตอร์อีกครั้งในรอบหลายปี

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.34 น.

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ‘มาช่า วัฒนพานิช’ ก็ยังสวยไม่เปลี่ยน เรียกได้ว่า ถ้าพูดถึงคนในวงการบันเทิงที่สวยตลอดกาล ต้องมีชื่อของ มาช่า ติดอันดับต้นๆ อยู่เสมอ และถึงแม้ว่าช่วงหลังๆ จะห่างหายจากการรับงานในวงการบันเทิงไป แต่ล่าสุด มาช่า ในวัย 52 ปี ก็เริ่มกลับมารับงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ผลงานการแสดงหรือผลงานการร้องเพลงเท่านั้น เพราะ มาช่า ยังได้หวนกลับมารับงานพรีเซ็นเตอร์อีกครั้งในรอบหลายปีด้วย

“พี่ช่าเป็นคนชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติ พี่ช่าใช้ พี่ช่ารู้สึกว่า มันเป็นครีมที่ไม่เหนียวเกินไป พอทาแล้ว เรารู้สึกว่ามีความเย็น มีความชุ่มฉ่ำ มันซึมเร็ว เหมาะกับหน้าร้อน” มาช่า กล่าว

โดยการกลับมารับงานพรีเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ มาช่า ได้รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์สกินแคร์กระปุกสีฟ้าน้ำทะเลที่มาพร้อมสารสกัดที่คัดสรรจากใต้ท้องทะเลลึก ไม่ว่าจะเป็นสาหร่ายสีม่วงที่ช่วยมอบความชุ่มชื้น ไข่มุกดำที่ช่วยคืนความกระจ่างใส และเมือกปลาดาวที่ช่วยเติมเต็มความเรียบเนียน โดยตัวเนื้อครีมจะผสมเซรั่มเข้มข้น ช่วยทำให้ซึมไว เหมือนเป็นการเติมน้ำให้ผิวใน 1 นาที การได้ มาช่า ที่ดูแลและใ่ส่ใจตัวเองอย่างดีมาโดยตลอด มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ จึงยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของสกินแคร์ตัวนี้ที่ว่า ความชุ่มชื้นคือจุดเริ่มต้นของผิวสุขภาพดี ได้มากยิ่งขึ้น

‘ปาน ธนพร’เผยชีวิตที่ใช้เสียงนำทาง ครั้งหนึ่ง เคยรู้สึกหลงทาง ก่อนได้เจอเคล็ดลับความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725093

'ปาน ธนพร'เผยชีวิตที่ใช้เสียงนำทาง ครั้งหนึ่ง เคยรู้สึกหลงทาง ก่อนได้เจอเคล็ดลับความสุข

‘ปาน ธนพร’เผยชีวิตที่ใช้เสียงนำทาง ครั้งหนึ่ง เคยรู้สึกหลงทาง ก่อนได้เจอเคล็ดลับความสุข

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.33 น.

“ฉันค้นคว้าหาคำตอบเท่าไหร่ไม่เจอ เพราะอะไรเหตุใดถึงไม่ลืมเธอสักที…”  เสียงร้องทรงพลังถูกขับกล่อมออกมาอย่างเข้าถึงอารมณ์เศร้าๆ ตามเนื้อหาของบทเพลงนิดนึงพอ ซึ่ง ปาน ธนพร ได้นำเพลงนี้มาขับร้องเปิดรายการ Piano & I ที่เจ้าตัวได้มาเป็นแขกรับเชิญ โดยมี โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ รับหน้าที่ดำเนินรายการและบรรเลงเปียโนให้ ครั้งนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในรอบ 4 ปีของทั้งสอง ซึ่งในรายการทั้งสองก็ได้ร่วมโชว์บทเพลงเพราะๆ ด้วยกันถึงสี่บทเพลง โดยแต่ละบทเพลง ปาน ธนพร ได้เลือกมาขับร้องและถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ได้จากการสะสมประสบการณ์ในการเส้นทางการเป็นนักร้องอาชีพมาเกือบ 30 ปี

พูดได้เต็มปากว่าชีวิตส่วนใหญ่ของ ปาน ธนพร ได้ใช้เสียงนำทางอย่างแท้จริง โดย ปาน ธนพร ได้เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นจากตอนช่วงสมัยเรียนอยู่ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ อาจารย์จะเป็นคนพาเดินสายไปร่วมเป็นนักร้องคอรัสตามงานต่างๆ ก่อนจะไปเข้าตาโปรดิวเซอร์หลายๆ ท่าน นั่นจึงทำให้ ปาน ธนพร ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานด้านไกด์ร้องเพลงเรื่อยมา กระทั่งได้มาเป็นนักร้องเต็มตัวด้วยการร้องเพลงประกอบละครกว่า 10 เรื่อง ในที่สุดก็ได้มีผลงานออกอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกกับค่ายอาร์เอส จนมีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่รู้จักมาจนถึงปัจจุบันนี้

นอกจากนี้ ปาน ธนพร และ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ยังได้ร่วมเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่เคยทำงานร่วมกันในการแสดงละครเวที ลมหายใจ The Musical จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองสนิทสนมกัน ซึ่ง โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เองได้เล่าว่า ตนเองประทับใจ ปาน ธนพร ที่ได้ถ่ายทอดบทเพลง Live and Learn เอาไว้ในการแสดงละครเวทีครั้งนั้นได้อย่างกินใจมากๆ โดยในรายการ Piano & I ปาน ธนพร และ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้นำเพลงดังกล่าวมาขับร้องร่วมกันอีกครั้งอย่างประทับใจ พร้อมกันนี้ ปาน ธนพร ก็ได้ให้แง่คิดดีๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต ครั้งหนึ่งแม้ว่าตนเองจะอยู่ในช่วงเวลาที่หน้าที่การงานเฟื่องฟู แต่ก็เคยรู้สึกเหมือนหลงทางอยู่

“ภายใต้ผิวน้ำที่สงบ สายน้ำมักจะเชี่ยวแรงเสมอ ชีวิตที่เฟื่องฟู แต่ข้างในมันเคว้งคว้าง มันเหมือนหลงทาง ธรรมะนี่แหละเป็นตัวเยียวยาจิตใจ เราเริ่มเรียนรู้สัจธรรมมากขึ้น ก็คือความเป็นจริง… ทุกคนมีบทบาทของตัวเองที่ต้องทำ บทบาทเราเปลี่ยนไปตลอดเวลา และถ้าเราเข้าใจบทบาทของตัวเองว่า ณ ตอนนี้ บทบาทเราเป็นตรงนี้ เราจะไม่เจ็บใจ หรือว่าทุกข์กับบทบาทที่เราต้องรับ”

ยังมีเคล็ดลับความสุขของ ปาน ธนพร บนเส้นทางอาชีพนักร้อง ให้ติดตามกันต่อ สามารถรับชมได้ในรายการ Piano & I

ชมคลิปรายการเต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=FvYhjx6lzzY

สกสว. ชู6ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725241

สกสว. ชู6ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

สกสว. ชู6ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.26 น.

สกสว. ชู 6 ประเด็นจากงานวิจัยในเวที Hack Thailand 2575 พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง

ไทยพีบีเอสร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ ภาคีเครือข่าย รวม 25 องค์กร ร่วมขับเคลื่อนวาระเลือกตั้งทั่วไป ปี 2566 ผ่านกิจกรรม Hack Thailand 2575 : 48 ชั่วโมง พลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง โดย สกสว.สกสว. ชู 6 ประเด็นจากงานวิจัย ได้แก่ ฝุ่นควันภาคเหนือ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ การจัดการขยะกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดอคติทางชาติพันธุ์และการสร้าง soft power ผ่านวัฒนธรรม การประมงชายฝั่งภาคใต้ และการปฏิรูประบบเกษตรไทย

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 ที่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีเอส จัดกิจกรรม Hack Thailand 2575 : 48 ชั่วโมงพลิกโฉมประเทศไทยสู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง โดยความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ ภาคีเครือข่าย รวม 25 องค์กร อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย หรือ Thai Startup สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)  เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบนโยบายของประเทศ โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 เมษายน 2566 ใน 12 ประเด็นสำคัญ คือ

1.       หยุดความรุนแรงแฝงเร้นในสังคมไทย
2.       Green Space เปิดพื้นที่สร้างสรรค์เพิ่มศักยภาพเมือง
3.       ปลดล็อคท้องถิ่นด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่เวทีโลก
4.        แก้หนี้ แก้จน 
5.       Wellness ยิ่งใหญ่ คนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้าเท่าเทียม
6.       Active Aging: Oldy Healthy Society
7.       อากาศสะอาด หยุดฝุ่น PM 2.5
8.       เศรษฐกิจขยะ (Circular Economy)
9.       Trilingual Thai: การศึกษาตอบโจทย์ท้องถิ่นและพลเมืองโลก
10.   ติดปีกครูไทย
11.   รัฐของกลุ่มคนที่หลากหลาย Responsive Government for 
12.   รัฐทันสมัย โปร่งใส ไร้คอร์รัปชัน (Transparency & efficiency)

โอกาสนี้ ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว. ได้สนับสนุนชุดข้อมูลที่ผ่านการสังเคราะห์จากโครงการวิจัยต่างๆ ที่ สกสว. ได้จัดสรรงบประมาณด้านการวิจัย ผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวม 6 ประเด็น ประกอบด้วย ฝุ่นควันภาคเหนือ : ทิศทางการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน กับ การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสุขภาพ การจัดการขยะกับเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดอคติทางชาติพันธุ์และการสร้าง soft power ผ่านวัฒนธรรมอีสานสร้างสรรค์ร่วมสมัย ประมงชายฝั่งภาคใต้: การจัดการทรัพยากร การอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ที่เป็นธรรมและยั่งยืน และ การปฏิรูประบบเกษตรไทย ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นในการแลกเปลี่ยน ผ่านรายการฟังเสียงประเทศไทย ของไทยพีบีเอส ทั้ง 8 พื้นที่ทั่วประเทศ ก่อนที่จะนำมาสรุปผล เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรม Hack Thailand 2575 ในครั้งนี้  

ชุดข้อมูลทั้ง 6 ประเด็นนี้ มีข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่น่าสนใจ อาทิ มาตรการแก้ไขปัญหาในแต่ละระยะเวลาที่จะต้องมีการเตรียมการอย่างชัดเจน การผลักดันกฎหมายจากภาคประชาสังคมเครือข่ายอากาศสะอาด ได้แก่ พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ… แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารจัดการระบบสุขภาพ แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารจัดการระบบสุขภาพ การกำหนดนโยบายบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม สำหรับการทำประมงชายฝั่งเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำ ฟื้นฟู ดูแล และรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น

สกสว. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดข้อมูลความรู้ดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และจะเป็นประโยชน์กับสังคม ต่อการร่วมพลิกโฉมอนาคตประเทศไทยไปพร้อมๆกัน

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725161

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.19 น.

ผบ.ตร. ชื่นชมตำรวจ สน.ชนะสงคราม อำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน คลี่คลายสถานการณ์ช่วงสงกรานต์ ได้อย่างดีเยี่ยม

วันที่ 18 เมษายน 2566 เวลา 12.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบเกียรติบัตรโครงการ “ทำดี มีรางวัล” แก่ ผกก.สน.ชนะสงคราม และตำรวจ สน.ชนะสงคราม จากการคลี่คลายสถานการณ์ประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการงดจัดงานสงกรานต์ถึง 3 ปี เนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด19 โดยในปี 2566 นี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้ออกมาเฉลิมฉลอง เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ “ถนนข้าวสาร” ซึ่งอยู่ในพื้นที่การดูแลของ สน.ชนะสงคราม

โดยเมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดงานวันแรก ปรากฏว่า มีประชาชนได้หลั่งไหลเข้าไปเล่นน้ำเป็นจำนวนมากอย่างแออัดหนาแน่น จนพื้นที่ไม่สามารถรองรับประชาชนได้ มีความเสี่ยงที่ประชาชนจะได้รับอันตรายคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ “อิแทวอน” โดยเมื่อเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สน.ชนะสงคราม นำโดย พ.ต.อ.สนอง แสงมณี 

ผกก.สน.ชนะสงคราม จึงได้ประกาศยุติการเข้าเล่นน้ำในถนนข้าวสารก่อนเวลา เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในภาพรวม ป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นจากความโกลาหลและการเบียดเสียดของนักท่องเที่ยว และทำการระบายฝูงชน นักท่องเที่ยว ออกจากพื้นที่โดยเร็ว ตลอดจนจัดการจราจรอำนวยความสะดวก จนสามารถคลี่คลายสถานการณ์ให้เป็นปกติ ได้เป็นอย่างดี 

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า “ตนขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ มีการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เห็นแก่ประโยชน์และความปลอดภัยในส่วนรวม และมีความทุ่มเทการทำงานเป็นอย่างมากในการดูแลพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ตนจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลตามโครงการ “ทำดี มีรางวัล” และเงินรางวัล 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่จะมอบรางวัลให้กับข้าราชการตำรวจหรือประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน ประกอบคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชน หรือทางราชการ ประพฤติตนดี คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมและช่วยเหลือประชาชนจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม”

กกต.กล้าไหม? ‘วัชระ’ จี้แจงงบ-เปิดรายชื่อคณะดูงานเมืองนอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547059

18 เม.ย. 2566

กกต.กล้าไหม? ‘วัชระ’ จี้แจงงบ-เปิดรายชื่อคณะดูงานเมืองนอก

วัชระ เพชรทอง ยื่นกกต. จี้ให้เปิดเผยงบประมาณ และรายชื่อคณะทั้งหมดที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศนานเกือบเดือน เกรงใช้งบไม่คุ้มภาษีประชาชน

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอทราบรายละเอียดโครงการและการอนุมัติงบประมาณทั้งหมดกรณี กกต.เดินทางไปดูงานการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. นอกราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 4-24 เมษายน 2566 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือเชิญ กกต. เดินทางไปเข้าร่วมโครงการเตรียมการและตรวจติดตามการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของสถานฑูตและสถานกงสุลในประเทศต่าง ๆ นั้น 

กกต.กล้าไหม? ‘วัชระ’ จี้แจงงบ-เปิดรายชื่อคณะดูงานเมืองนอก

ขอทราบรายละเอียดโครงการและการอนุมัติเงินงบประมาณการเดินทางไปศึกษาดูงานดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด และรายชื่อผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดว่ามีบุคคลใดบ้างเนื่องจากเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนและเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามนัยพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หากผลเป็นประการใดโปรดแจ้งให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินภาษีทราบภายใน 15 วัน 

‘ประธานกกต.’ แจงถี่ยิบ ‘ทัวร์ต่างประเทศ’ อยู่ในวงเงินที่กำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547057

18 เม.ย. 2566

'ประธานกกต.' แจงถี่ยิบ 'ทัวร์ต่างประเทศ' อยู่ในวงเงินที่กำหนด

‘ประธานกกต.’ แจง ‘ทัวร์ต่างประเทศ’ อยู่ในวงเงินที่กำหนด เผย เลือกตั้ง66 มีร้องเรียนส่อผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว 32 เรื่อง เตือนพรรคการเมืองหาเสียง ขอให้อยู่ในกรอบนโยบาย หากเกินผิดกฎหมาย

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกระแสการวิจารณ์งบประมาณที่ กกต.ใช้ในการเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศว่าทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ก็จะมีการกำหนดงบประมาณก้อนหนึ่ง เอาไว้ใช้เพื่อการนี้ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของกกต.ว่าจะให้ความสำคัญกับจุดไหนเป็นพิเศษ เป็นงบประมาณที่ต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ จะอยู่ในวงเงินที่กำหนดจะมากกว่านี้ไม่ได้

กกต.ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

พร้อมยืนยันว่าการเดินทางไปต่างประเทศ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 6 คนไม่ได้ไปพร้อมกัน มีการเหลื่อมกันอยู่ ซึ่งจะอยู่ในช่วงเวลา 5-22 เม.ย. 2566 จะสลับกันไป โดยระหว่างนี้หากมีประเด็นที่จะต้องพูดคุย หรือประชุมก็จะใช้ระบบการประชุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ 

ที่ผ่านมาในช่วงเวลาที่คร่อมกันอยู่ก็จะใช้การประชุมแบบนี้ ในเรื่องการประกาศรับรองผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรับรองผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คณะกรรมการการเลือกตั้งพร้อมที่จะประชุมได้เสมอ

ร้องเรียน เลือกตั้ง66 มี 32 เรื่อง

นายอิทธิพร กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนเลือกตั้ง2566 ว่าขณะนี้มีทั้งหมด 32 เรื่อง เรื่องหาเสียงหลอกลวงใส่ร้าย 15 เรื่อง เรื่องซื้อเสียง 8 เรื่อง ซึ่งหากมีเรื่องร้องเรียนจะพิจารณาทันทีไม่ได้ เพราะจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบสืบสวนไต่สวน

ทั้งหมดต้องใช้เวลาในการวินิจฉัย เพราะการวินิจฉัยคำร้องจะเป็นการกระทบสิทธิ์ของทุกฝ่าย ก็ต้องให้ความยุติธรรม ส่วนใหญ่จะมีการวินิจฉัยไม่ทันวันเลือกตั้ง

สำหรับ ผู้สมัคร สส.ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก กกต.นั้น ผู้สมัครที่ไม่มีชื่อในประกาศรับรอง ก็สามารถไปยื่นอุทธรณ์ที่ศาลฎีกาเพื่อขอให้เพิ่มชื่อได้ โดยศาลฎีกาจะ มีคำพิพากษาให้โดยเร็ว

5 พรรคส่งนโยบายในการใช้จ่ายเงิน

ส่วนการส่งนโยบายในการใช้จ่ายเงินของแต่ละพรรคการเมืองนั้น วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะให้ส่ง สำนักงานกกตได้ขอนโยบายไปยังพรรคการเมืองทั้งหมด 70 พรรค มี 5 พรรคที่ส่งครบ อีก 6 พรรคส่งไม่ครบ ส่วนที่เหลือยังไม่ได้มีการส่งมายัง กกต. ซึ่งพรรคการเมืองที่ส่งไม่ครบ หรือยังไม่ส่งก็จะมีกระบวนการติดตาม

นายอิทธิพร ย้ำว่า นโยบายของพรรคการเมืองต้องเป็นไปมาตรา 57 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และมาตรา 74 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ที่กำหนดว่าในการหาเสียงของผู้สมัคร และพรรคการเมืองนั้น ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กำหนดเป็นนโยบายของพรรคการเมือง ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่หากหาเสียงเกินกรอบ ก็เป็นความผิด โดยพรรคการเมืองสามารถชี้แจงต่อ กกต.ได้

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ ‘พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547054

18 เม.ย. 2566

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

เปิดผลสำรวจ ‘เนชั่นโพลครั้งที่1’ แพทองธาร ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย นำทั้งสส.บัญชีรายชื่อและสส.เขต ส่วน ‘พิธา’ และพรรคก้าวไกลไล่กวดมาในอันดับ2

เครือข่ายจัดทำ ‘เนชั่นโพลศึกเลือกตั้ง 66’ ภายใต้ความร่วมมือโครงการ “Road to The Future : เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเครือเนชั่น กับภาควิชาการ นำโดย ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในฐานะผู้อำนวยการเนชั่นโพล แถลงข่าวเปิดผลการสำรวจ “เนชั่นโพลเลือกตั้ง 66” ครั้งที่ 1 

ทั้งนี้เนชั่นโพลเป็นการสำรวจความเห็นของพี่น้องประชาชนแบบ “ลงพื้นที่จริง – เคาะประตูบ้านจริง” จากการสุ่มตัวอย่างตามหลักวิชาการทางสถิติ ไม่ใช่การโทรศัพท์และสำรวจทางออนไลน์

หลังจากทำการสำรวจครั้งที่ 1 สิ้นสุด ณ วันที่ 15 เม.ย.66 ภายหลังจากตรวจสอบจำนวนตัวอย่างครบตามเป้าหมาย โดยมีข้อมูลและข้อสังเกตจากการสำรวจแบบ 8 ภูมิภาค และ กทม. 33 เขต ทีมลงพื้นที่สำรวจระหว่าง 7-12 เมษายน 2566  รวมทั้งหมด 39,687 ตัวอย่าง

  • กรุงเทพมหานคร 35,411 ตัวอย่าง (33 เขตเลือกตั้ง เขตละ 1,072 ตัวอย่าง)
  • ภาคเหนือตอนบน 406 ตัวอย่าง
  • ภาคเหนือตอนล่าง 417 ตัวอย่าง
  • ภาคกลางและภาคตะวันตก 723 ตัวอย่าง
  • ภาคตะวันออก 420 ตัวอย่าง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 722 ตัวอย่าง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 726 ตัวอย่าง
  • ภาคใต้ 11 จังหวัด 461 ตัวอย่าง
  • 3 จังหวัดชายแดนใต้ 401 ตัวอย่าง

โดยผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่1 ที่เป็นไฮไลท์ อยู่ที่ 3 หัวข้อ คือ อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เลือกสส.บัญชีรายชื่อพรรคใด และเลือกสส.เขตพรรคใด ซึ่งเป็นภาพรวมของประเทศไทย

อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ผลมีดังนี้ 

  1. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร 33.81%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 22.58%
  3. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 16.87%
  4. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 8.13%
  5. นายเศรษฐาทวีสิน 7.45%
  6. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.70%
  7. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 2.59%
  8. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1.67%
  9. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 1.42%
  10. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 1.22%
  11. นายกรณ์ จาติกวณิช 1.09%
  12. นายชัยเกษม นิติสิริ 0.14%
  13. นายวราวุธ ศิลปอาชา 0.09%
  14. น.ต.ศิธา ทิวารี 0.09%
  15. นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา 0.08%
เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

ชมย้อนหลังการแถลงผลเนชั่นโพลพร้อมบทวิเคราะห์>>Click<<

เลือกสส.บัญชีรายชื่อพรรคใด มีผลดังนี้ 

  1. เพื่อไทย 35.75%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 32.27%
  3. ก้าวไกล 16.02%
  4. รวมไทยสร้างชาติ 4.50%
  5. ภูมิใจไทย 3.80%
  6. ประชาธิปัตย์ 3.50%
  7. พลังประชารัฐ 1.58%
  8. ชาติพัฒนากล้า 0.84%
  9. ไทยสร้างไทย 0.71%
  10. เสรีรวมไทย 0.69%
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.18%
  12. ประชาชาติ 0.08%
  13. ไม่ออกคะแนนเสียง 0.06%
  14. ประชาธิปไตยใหม่ 0.01%
  15. ไทยภักดี  0.01%
เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

เลือกสส.เขตพรรคใด มีผลดังนี้ 

  1. เพื่อไทย 35.23%
  2. ไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ 32.49%
  3. ก้าวไกล 15.16%
  4. รวมไทยสร้างชาติ 4.66%
  5. ภูมิใจไทย 3.69%
  6. ประชาธิปัตย์ 3.61%
  7. พลังประชารัฐ 1.88%
  8. ชาติพัฒนากล้า 0.86%
  9. ไทยสร้างไทย 0.80%
  10. เสรีรวมไทย 0.68%
  11. ชาติไทยพัฒนา 0.26%
  12. ประชาชาติ 0.26%
  13. ไม่ออกคะแนนเสียง 0.02%
  14. ประชาธิปไตยใหม่ 0.02%
  15. ไทยภักดี  0.01%
เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

วิเคราะห์ผลสำรวจ

1. “พรรคเพื่อไทย” นำอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 “พรรคก้าวไกล” (ภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งระบบแบ่งเขต และปาร์ตี้ลิสต์) สาเหตุที่เพื่อไทยนำโด่งเกือบทุกพื้นที่ เนื่องจากช่วงเวลาที่ทีมลงพื้นที่สำรวจโพลระหว่าง 7-12 เม.ย. ตรงกับช่วงการประกาศนโยบายแจก 1 หมื่นต่อคน (55 ล้านคน ตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ) เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา

ซึ่งนโยบายนี้ติดกระแสแรงทางสื่อมากกว่าหนึ่งสัปดาห์ สอดคล้องกับเหตุผลของผู้ตอบแบบสำรวจที่เลือกพรรคการเมืองโดยพิจารณาจากวิสัยทัศน์และนโยบายพรรค (เหตุผลข้อนี้มาเป็นอันดับแรก) จึงเหมาะเจาะทางช่วงเวลา ทำให้คะแนนนิยม “พรรคเพื่อไทย” ดีดพุ่งสูงโดยเฉพาะยิ่งแรงมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ

2 .แคนดิเดตนายกฯ ภาพรวมทั้งประเทศ “นายเศรษฐา ทวีสิน” ก้าวขึ้นมาติด 4 อันดับแรก (รายชื่อบุคคล) ผลจากการเปิดตัว “นายเศรษฐา” ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ 5 เมษายน และนโยบายแจก 1 หมื่นต่อคน การเปิดตัว “นายเศรษฐา” ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่ทีมงานลงพื้นที่สำรวจโพลระหว่าง 7-12 เมษายน ทำให้กระแส “นายเศรษฐา” พุ่งขึ้นมา

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

3. แคนดิเดตนายกฯ ภาพรวมทั้งประเทศ “พล.อ.ประยุทธ์”  ขึ้นมาติด Top 3 เป็นรอง “น.ส.แพรทองธาร” และ “นายพิธา” ส่วนในภูมิภาคใต้ตอนบน 11 จังหวัด คะแนนเลือก “พล.อ.ประยุทธ์” มาเป็นอันดับ 1 “พล.อ.ประยุทธ์” ยังเป็นที่นิยมในภาคใต้สำหรับฝั่งอนุรักษ์นิยม

4. สัดส่วน % ของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกปาร์ตี้ลิสต์และระบบเขตมาเป็นอันดับ 1 ในภาคกลางและตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน 11 จังหวัด และกลุ่มสามจังหวัดชายแดนใต้

5. เพื่อไทยรับประกันแลนด์สไลด์ได้เพียง 2 ภูมิภาค ได้แก่ “ภาคเหนือบน” และ”ภาคอีสานบน” เท่านั้น

6. แคนดิเดตนายกฯ เฉพาะการสำรวจใน กทม. “นายจุรินทร์” ตาม “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ห่าง แต่ในการสำรวจภาพรวมระดับประเทศ “พล.อ.ประยุทธ์” นำ “นายจุรินทร์” พอสมควร เนื่องจากคะแนนที่เลือก “พล.อ.ประยุทธ์” ในภาคใต้ 11 จังหวัดตอนบนสูงมาก (มาเป็นอันดับ 1) จึงทำให้คะแนนภาพรวมระดับประเทศถีบตัวสูงขึ้น

เปิดผลเนชั่นโพล ครั้งที่1 ‘แพทองธาร-เพื่อไทย’ นำ 'พิธา-ก้าวไกล’ ไล่กวด

7. คะแนนของ “ประชาธิปัตย์”  ทั้งปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขตในกรุงเทพฯ เป็นรองแค่ “พรรคเพื่อไทย” และ “พรรคก้าวไกล” แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมเดียวกัน อยู่เหนือ”รวมไทยสร้างชาติ” ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจมาจากแคมเปญรณรงค์ของ “ประชาธิปัตย์” ใน กทม. ที่ประชาชนรับรู้ในวงกว้าง (ผ่านสื่อ) ในช่วงระหว่าง 4-12 เมษายน ส่งผลให้เหนือกว่า “รวมไทยสร้างชาติ” (ช่วงเดียวกับที่ทีมลงพื้นที่สำรวจโพล ระหว่าง 7-12 เมษายน) ประชาชนน่าจะรับรู้กิจกรรมรณรงค์ของ “พรรคประชาธิปัตย์” ช่วงดังกล่าวพอดี จึงส่งผลต่อการรับรู้นั่นเอง

8. “คุณหญิงสุดารัตน์” กับ “พล.อ.ประวิตร”  มีคะแนนความนิยมตัวบุคคลตามหลัง “นายจุรินทร์” ในภาพรวมระดับประเทศ

9.กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ทั้งระดับประเทศและ กทม. ยังมีอีกราวๆ ร้อยละ 32 + (เกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด)

  • ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเป็นฝั่งอนุรักษ์นิยม คือ ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ “พรรคประชาธิปัตย์” แต่ไม่ข้ามฝั่งไปเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล”
  • ข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเป็นฝั่งเสรีนิยม ยังคิดไม่ตกว่าจะเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล” แต่ไม่ข้ามฝั่งเช่นกัน

10. กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ยังมีมากพอสมควร ราวๆ ร้อยละ 32 + (เกือบ 1 ใน 3 ของทั้งหมด) จึงเป็นโอกาสของพรรคการเมืองในเวลาที่เหลือราวๆ 29-30 วัน ในการออกแคมเปญเพื่อดึงคะแนนจากกลุ่มนี้

11.แนวโน้มสถิติบ่งชี้ว่า พรรคการเมืองฝั่งอนุรักษ์นิยมตัดคะแนนกันเองมากกว่าฝั่งเสรีนิยม

ยกตัวอย่าง ภาคใต้ คะแนนจากสงขลา นครศรีธรรมราช ฯลฯ “รวมไทยสร้างชาติ” กับ “ประชาธิปัตย์” คะแนนทิ้งกันไม่ขาด แถมยังมี “ภูมิใจไทย”มาแชร์แต้ม ทำให้ “เพื่อไทย” กลับแรงขึ้นมา ทั้งๆ ที่คะแนนนิยมดีขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมมีตัวหารมาก ทำให้คะแนนเหมือนลดลง สะท้อนว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมเสียเปรียบในพื้นที่เป้าหมายของตัวเอง

12. ฐานคะแนนฝั่งเสรีนิยม หลายคนไม่กล้าเลือก “พรรคก้าวไกล” เพราะกลัว “พรรคเพื่อไทย” ไม่แลนด์สไลด์ แล้วแพ้ 2 ป.

13. ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจทั้งในแบบปาร์ตี้ลิสต์และแบ่งเขต มาเป็นอันดับ 1 เหนือการเลือก ส.ส. ทั้งสองระบบ

14. ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือก “พรรคเพื่อไทย” หรือ “พรรคก้าวไกล” จะตอบเสียงดังฟังชัด แต่คนที่เลือกพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยม จะตอบแบบไม่เต็มเสียง เหมือนไม่กล้าแสดงตัวมาก

15. คะแนนจากการสำรวจโพลแบบปาร์ตี้ลิสต์รอบที่ 1 นี้ สามารถนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคได้เลย แต่อย่าลืมว่ายังมีคนไม่ตัดสินใจอีกราว ๆ 32 %

16. ส่วน % คะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตใน 8 ภูมิภาค (สำรวจรอบที่หนึ่งนี้) สามารถพิจารณาถึงทิศทางความแรงของพรรคและตัวบุคคลในภูมิภาคนั้นๆ ได้รายภูมิภาค แต่ยังแปรเป็นจำนวน ส.ส.เขตในแต่ละภูมิภาคอย่างเจาะจงไม่ได้ตามหลักการทางสถิติ เนื่องจากการสำรวจไม่ได้สำรวจรายเขตเลือกตั้ง แต่เป็นการสำรวจความนิยมรายภูมิภาค (โซน) นั่นเอง (ส่วนการสำรวจโพลรอบสองแบบ 400 เขตเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นปลายเมษายนนั้น จะทราบถึงหน้าตา ส.ส.เฉพาะเขตเลือกตั้งได้)

17. ผลสำรวจรอบแรก (8 ภูมิภาคและ 33 เขต กทม.) สรุปคือ ตามหลักสถิตินั้น “เพื่อไทย” ยังไม่แลนด์สไลด์ในขณะนี้ แต่ในอนาคตสามารถออกได้ทั้งสองทิศ ระหว่างการแลนด์หรือไม่แลนด์สไลด์

18. ตัวแปรหลักเพียงหนึ่งเดียวที่บ่งชี้ว่า เพื่อไทยจะก้าวไปถึงการแลนด์สไลด์หรือไม่ จากผลสำรวจโพลในรอบแรก คือ “คะแนนของคนที่ยังไม่ตัดสินใจ” ซึ่งยังมีจำนวนมากนั่นเอง หรืออาจเรียกได้ว่า ขึ้นกับ (พรรค )คนที่ยังไม่ตัดสินใจ

คลิกอ่านผลสำรวจเนชั่นโพลแบบละเอียดได้ด้วยตัวเอง >>Click<<

อาลัย ‘อำนวย วีรวรรณ’ อดีตรองนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547052

18 เม.ย. 2566

อาลัย 'อำนวย วีรวรรณ' อดีตรองนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบ

‘ดร.อำนวย วีรวรรณ’ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.คลัง ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ สิริอายุ 90 ปี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2566 มีรายงานว่า ดร.อำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.คลัง และ อดีต รมว.ต่างประเทศ ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อเวลา 14.30 น. ด้วยโรคปอดอักเสบติดเชื้อ สิริอายุ 90 ปี

ดร.อำนวย วีรวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 (90 ปี) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ (อสช 12677) ปริญญาตรี พาณิชยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอก ด้านการบริหารธุรกิจ ทั้ง 3 ปริญญาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

ดร.อำนวย วีรวรรณ เคยตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคนำไทย โดยเป็นหัวหน้าพรรคเอง ในปี 2537 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร และถูกศาลฎีกาสั่งยุบพรรคเนื่องจากไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 17 พ.ย. 2539

ด้านชีวิตส่วนตัว ดร.อำนวย วีรวรรณ สมรสกับ คุณหญิงสมรศรี วีรวรรณ มีบุตรนอกจาก น.ส.อมรพิมลแล้ว ยังมีบุตรชายซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียงคือ นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร สถานีโทรทัศน์ช่องวัน (One31)

เลือกตั้ง ‘เมืองช้าง’ คึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ ลงพื้นที่กันพรึบ!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547047

18 เม.ย. 2566

เลือกตั้ง 'เมืองช้าง' คึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ ลงพื้นที่กันพรึบ!!

สุรินทร์ ‘เมืองช้าง’ พื้นที่อีสานใต้ ศึกศักดิ์ศรีระหว่าง ภูมิใจไทยและเพื่อไทยมาตลอด เพราะการเลือกตั้งปี62 ทั้งสองพรรคต่างได้คะแนนเสียงคู่คี่สูสีกันมา แต่เลือกตั้ง66 ระวังม้ามืด อย่าง ‘พลังประชารัฐ’

จ.สุรินทร์ ‘เมืองช้าง’ พื้นที่อีสานใต้ นับเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยมาตลอด เพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ทั้งสองพรรคต่างได้คะแนนเสียงคู่คี่สูสีกันมา ผลัดกันแพ้ชนะ ทำให้ครั้งนี้เกิดการขับเคี่ยวกันอย่างมากในทุกเขตการเลือกตั้งของสุรินทร์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามก็ประมาทตัวเต็งหรือม้ามืด อย่าง พลังประชารัฐ ที่ไม่อาจละสายตาหรือสบประมาท ซึ่งได้เร่งเดินหน้าลงพื้นที่ เคาะประตูบ้าน หวังเข้าถึงความหวัง และรับฟังเสียงเรียกร้อง และปัญหาของชาวบ้านในชุมชนด้วยตัวเองอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเปิดเวทีปราศรัยประชาสัมพันธ์นโยบายพรรค เร่งแก้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ โดยให้คำมั่นว่า “ทุกปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไข” ซึ่งจะเป็นโอกาสให้พลังประชารัฐ เชื่อว่าจะสามารถกุมหัวใจชาวสุรินทร์ได้เช่นกัน

ล่าสุด พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจ ส่งแรงขับเคลื่อน คอยสนับสนุน และผลักดันแนวทางการหาเสียงให้กับทีมผู้สมัคร พรรคพลังประชารัฐ เขต 7 “นายพิเชษฐ์ สุทธิศิริวัฒนะ” หรือ “อดีต สจ. จ๋อม” เบอร์ 6 

พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกฯและรมว.กลาโหม ประธานที่ปรึกษา พปชร. พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.เขต 7 สุรินทร์ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกฯและรมว.กลาโหม ประธานที่ปรึกษา พปชร. พร้อมคณะ ร่วมลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้สมัคร สส.เขต 7 สุรินทร์

โดยชูศักยภาพและจุดเด่นของผู้สมัครว่าเป็นคนในพื้นที่ รับรู้ปัญหาของประชาชนมาโดยตลอด มีประสบการณ์ในวงการการเมืองอย่างยาวนาน ทั้งการเป็นรองประธานสภา คนที่ 1 อบจ.สุรินทร์ และเคยเป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งยังมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา ตั้งใจทำเพื่อบ้านเมืองอย่างเต็มที่ และมีศักยภาพที่จะเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชนด้วยใจจริง พร้อมประกาศความมั่นใจต้องคว้า 1 ที่นั่งสส. สุรินทร์ เขต 7 ชาวอำเภอปราสาทและอำเภอลำดวน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถล้มแชมป์เก่า โค่นฐานอำนาจเดิม

ขณะที่ 2 พรรคใหญ่อย่าง ภูมิใจไทย และ เพื่อไทย ต่างมุ่งเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในการหาเสียง เรียกคนจำนวนมากให้เข้ามานั่งฟังนโยบายของพรรค โดยจะเห็นว่าภูมิใจไทยรุกเร็วด้วยการใช้กลยุทธ์จัดเวทีปราศรัย ประกาศนโยบายของตัวเองแต่เนิ่นๆ โดยมีแกนนำคนสำคัญของพรรค ตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ที่ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันมาร่วมโชว์วิสัยทัศน์ ให้พ่อแม่พี่น้องชาวสุรินทร์ได้รับรู้ 

ส่วนเพื่อไทยเองก็ตามมาติดๆ รีบชิงพื้นที่ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเลือกใช้วิธีเดียวกันด้วยการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ โดยมีแกนนำพรรคคนสำคัญ ตั้งแต่หัวหน้าพรรค หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และทีมผู้ใหญ่ของพรรคลงมาช่วยกันหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. เพื่อไทยเต็มที่

สุรินทร์ ถึงแม้จะเป็นจังหวัดขนาดกลาง แต่ถือว่าการแข่งขันดุเดือดไม่แพ้กัน เห็นได้จากแนวรุกหาเสียงของทั้ง 3 พรรค รวมทั้งพรรคอื่นๆ ต่างหวังที่จะช่วงชิงที่นั่งสส.‘เมืองช้าง’ ให้ได้มากที่สุดกันทั้งนั้น แต่ใครจะครองคะแนนเสียงได้นั้น นอกจากจะวัดจากนโยบายที่แข็งแกร่งและถูกใจประชาชนหรือไม่ของแต่ละพรรคแล้ว ก็ต้องมาดูว่าวิธีหาเสียงของพรรคไหนจะโดนใจชาวสุรินทร์มากกว่ากันด้วย

เลือกตั้งเมืองช้างคึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ลงพื้นที่กันพรึบเลือกตั้งเมืองช้างคึกคัก แกนนำพรรคใหญ่ลงพื้นที่กันพรึบ

เปิด 5 ‘นโยบายเพื่อไทย’ แก้วิกฤตโลกร้อน หนักสุดในรอบ 100 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547046

18 เม.ย. 2566

เปิด 5 'นโยบายเพื่อไทย' แก้วิกฤตโลกร้อน หนักสุดในรอบ 100 ปี

เปิด 5 ‘นโยบายเพื่อไทย’ แก้วิกฤตโลกร้อน หนักสุดในรอบ 100 ปี ‘ปลอดประสพ’ เผยไทยร้อนนาน 8 เดือน ต้องแร่งออกโฉนด 50 ล้านไร่เพื่อปลูกไม้ยืนต้น ลดก๊าซเรือนกระจก สร้างแนวเกาะสร้อยไข่มุก ปิดอ่าวไทยตอนใน แก้น้ำท่วมภาคกลาง เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่อีก 5,400 ตร.กม.

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมการนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงถึงยุทธศาสตร์การรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้ายพรรคเพื่อไทย(พท.) ว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนในด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยมีความตั้งใจที่จะพิทักษ์รักษาโลกให้พ้นจากวิกฤตสิ่งแวดล้อม 9 ประการ หรือ Planetary Limits ตามแนวทางของ UNEP เพื่อคงความสามารถในการรักษาสิ่งที่มีชีวิต (Life System Support)

5 นโยบายแก้วิกฤตโลกร้อน

 ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญมหันตภัย 3 ด้าน ได้แก่ โลกร้อน มลพิษ และความหลากหลายทางชีวภาพ จึงต้องพยายามรักษาดุลยภาพระหว่างมนุษย์ ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อความสมบูรณ์พูลสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืน จุดยืนดังกล่าวนำไปสู่การออกนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม 5 ข้อ ได้แก่

1.แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประมวลกฎหมายระดับ 4 (Tier 4) โดยเพิ่มความเข้มงวด ครอบคลุมจุดกำเนิด หรือ Non Point Sources เช่น PM2.5 มลพิษที่เกิดจากการเผาป่า ขยะที่มีสารพิษเจือปน ควบคุมไปถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ ที่ไหลลงทะเล โดยจะเป็นกฎหมายที่มีหลักวิชาการรองรับ และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

2.ผู้ก่อให้เกิดมลภาวะจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น บริษัทที่มีคอนแทรค ฟาร์มมิ่ง ให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดบนยอดเขา ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

3.ผู้พิทักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจะได้ประโยชน์จากภาระหน้าที่ ความเจริญของข้างล่างต้องสมกับความพยายามของคนบนเขา ทำให้เขายินดีที่จะรักษาต้นน้ำ เพราะมีคนที่เห็นถึงคุณค่าการทำหน้าที่ของเขา

4.สนับสนุนหลักคิด BCG (Biological Circular Economy: Green)

5.ปฎิรูปโครงสร้างและความรับผิดชอบทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการให้กรมควบคุมมลพิษสามารถทำหน้าที่ Regulator ได้อย่างสมบูรณ์ เหนือกรมอื่นในการควบคุม

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดีดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี

ไทยแล้งสุดในรอบ 100 ปี-ร้อน 8 เดือน

นายปลอดประสพ กล่าวว่า จากนโยบายสามารถแปลงเป็นโครงการได้ดังนี้

1.แก้ปัญหาโลกร้อน ในปีนี้ประเทศไทยอาจเผชิญปัญหาภัยแล้งที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 100 ปี และอยู่กับหน้าร้อนยาวนานถึง 8 เดือน จึงเสนอวิธีการแก้ไขด้วยการออกโฉนด 50 ล้านไร่ เพื่อปลูกไม้ยืนต้น เพื่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พร้อมปรับเปลี่ยนระบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เป้าหมายเพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero GHG emissions) รวมไปถึงการปรับกระบวนการผลิตภาคเกษตรให้สอดคล้องกับฤดูกาลที่จะเปลี่ยนไป

2.แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ได้แก่

  • น้ำท่วม ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ท้ายน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ชี และมูล เพิ่มพื้นที่ชุ่มน้ำ และคลองระบายน้ำ (Flood ways)
  • น้ำแล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 40 ล้านไร่
  • น้ำเสีย สนับสนุนให้มีโรงบำบัดน้ำเสียในทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับชุมชน ซึ่งจะจัดแบบ Cluster และพิจารณากำหนดให้มีค่าน้ำเสีย

3.แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ได้แก่ ขยะบ้านและขยะอาหาร จะได้รับการสนับสนุนการคัดแยก การขนส่งจัดเก็บและการทำลาย ขยะอุตสาหกรรม รัฐจะสนับสนุนระบบ Circular System เพื่อลดปริมาณขยะและเป็นการสร้าง Value chains และริเริ่มสนับสนุน Urban mining หรือการทำเหมืองในเมือง

4.รักษาอากาศให้สะอาดและลด PM 2.5 โดยการหยุดยั้งการเผาป่าในที่สูง สนับสนุนการไถกลบซากและตอซังพืชไร่ชนิดต่างๆในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมเจรจาประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดการเผาไร่ข้าวโพด และนำระบบ GAP และระบบการติดตามแหล่งกำเนิดมาใช้กับผู้นำเข้าข้าวโพดอย่างเคร่งครัด

5.ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และน้ำทะเลท่วมพื้นที่ต่ำด้วยการฟื้นฟูทะเลไทย ควบคุมการประมง ลดน้ำเสีย ลดการทิ้งขยะ (Blue Evolution) ปลูกป่าชายเลนและควบคุมการก่อสร้างริมฝั่งทะเลอย่างเคร่งครัด พร้อมสร้างแนวเกาะสร้อยไข่มุก เพื่อปิดอ่าวไทยตอนใน กรณีน้ำทะเลขึ้นสูงและท่วมภาคกลางของประเทศ ผลพลอยได้จะได้พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่มีราคาและมูลค่าสูงมากอีกประมาณ 5,400 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.)

นายปลอดประสพ บอกไทยจะร้อนนาน 8 เดือนนายปลอดประสพ บอกไทยจะร้อนนาน 8 เดือน