‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547043

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

18 เม.ย. 2566

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

เลขาธิการพรรคก้าวไกล หวังลึกๆได้เป็นรัฐบาลบ้าง วิเคราะห์ 3 สมการการเมือง เป็นรัฐบาลผสม-ขั้วเดิม รวมไม่ถึง 200-สว.ไม่มีทางมีอิทธิฤทธิ์

พรรคก้าวไกล นำคณะผู้บริหารของพรรคบางส่วนและผู้สมัคร สส. กทม. 33 คน มาเยือน Town hall ของเครือเนชั่นในวันนี้ (18เม.ย.66) หวังสูงจะได้เป็นรัฐบาล พร้อมระบุว่าในพื้นที่กทม. มีแข่งอยู่ 2 พรรค คือ เพื่อไทยกับก้าวไกลเท่านั้น

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวตอนหนึ่งในงานดังกล่าวว่า เรามีผู้สมัครกทม.ที่จะเอาชนะได้ทุกเขต มาถึงตอนนี้ไม่ใช่แค่กทม.  ตอนนี้กระแสตอบรับของพรรคในต่างจังหวัด เรากำลังขึ้นสู่กระแสสูงในช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ

“ในกทม.ถ้าพูดแบบฟันธงเลย มีแข่งกันอยู่สองพรรค คือก้าวไกล เพื่อไทย แค่นั้น แล้วก็แข่งกันว่าใครจะได้เกินครึ่งมากกว่ากัน”

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

เลขาธิการพรรคก้าวไกล บอกอีกว่า คิดว่าความแตกต่างโดดเด่นของก้าวไกล กับพรรคการเมืองที่เหลือทั้งหมด เส้นแบ่งไม่ใช่เรื่องวัย เรื่อง Gen แต่คิดว่าคือเส้นเรื่องความเชื่อมั่นในการทำงานการเมืองแบบเดิมๆที่ผ่านมาทั้งหมด กับความต้องการที่ว่าถ้าเราอยากจะแก้ไขปัญหาของประเทศต้นตอจริงๆ อยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้า มีอนาคต พร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆจริงๆเราต้องการวิธีการทำงานการเมืองแบบใหม่ ทักษะความเข้าใจโลกแบบใหม่ๆ ทั้งเข้าใจโลกแบบใหม่ รู้จักแบบเก่า พร้อมเผชิญหน้าสิ่งใหม่อย่างมีวุฒิภาวะ ตรงนี้คือเส้นแบ่งที่ชัดเจนมาก

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

คิดว่าการเลือกตั้งรอบนี้ เมื่อเทียบกับ 2562 ในนามพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าเราพร้อมกว่าทั้งแง่ของบุคลากร นโยบาย การพิสูจน์ตัวเอง 4 ปีที่ผ่านมา เราทำงานโดดเด่นแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างไร “นี่ขนาดเป็นฝ่ายค้านยังขนาดนี้ แล้วถ้าเราเป็นรัฐบาลจะขนาดไหน ผมเคยบอกว่าอย่าเสียดายที่จะไม่มีพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านอีก แต่จะเสียดายมากกว่าถ้าไม่ได้เห็นพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล 

“สมการหลังการเลือกตั้งจะเป็นแบบนี้นะครับ 1.ไม่มีทางเกิดรัฐบาลพรรคเดียว ต้องเป็นรัฐบาลผสม 2.ขั้วรัฐบาลปัจจุบัน รวมกันยังไงก็ไม่ถึง 200 3.สว.ไม่มีทางมีอิทธฤทธิ์เหมือนเดิม เพราะว่า การจัดตั้งรัฐบาลจริงมันจบก่อนสว.โหวตอยู่แล้ว เมื่อสมการเป็นแบบนี้ ชัยชนะของพรรคก้าวไกลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการที่จะบอกว่ารัฐบาลชุดหน้า หน้าตาจะเป็นอย่างไร” 

ด้าน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัครสส.กทม.เขตบางขุนเทียน หรือ สส.กาย กล่าวว่า ยังมองไม่เห็นว่าผู้สมัครสส.กทม.คนไหนของพรรคจะไม่ได้เป็นสส.  ส่วนตัวเองก็มั่นใจว่าจะได้กลับมาเป็นสส.อีกแน่นอน เพราะว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งรอบนี้ ใครจะว่ากกต.จะตัดแบ่งเป็นแบบไหนก็แล้วแต่ ในนามพรรคก้าวไกลเราทำงานใหญ่ของประเทศ 

‘ก้าวไกล’ หวังได้เป็นรัฐบาลบ้าง มั่นใจคู่แข่งในกทม.มีแค่ ‘เพื่อไทย’

“ผมลงสมัครสส.เขตอีก พบปะพี่น้องประชาชนแล้วบอกว่า ไอ้หนุ่มเอ็งนี่มันแน่มาก ในสภาผู้แทนราษฎร 4 ปี เลือกไปแล้วไม่คิดว่าจะพูดได้ในสภา เอ็งพูดไม่หยุดเลย รอบหน้าเลือกให้ไปพูดใหม่ แต่ไปพูดในฝ่ายรัฐบาล รอบนี้จึงหาเสียงว่าเลือกสส.กายคนเดิมเพื่มเติมคือไปเป็นรัฐบาลนะ”

‘อุ๊งอิ๊ง-ภูมิธรรม’ แท็คทีมแกนนำเพื่อไทย ประกาศความพร้อม ‘บริหารประเทศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547039

18 เม.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง-ภูมิธรรม' แท็คทีมแกนนำเพื่อไทย ประกาศความพร้อม 'บริหารประเทศ'

‘ภูมิธรรม’ ย้ำชัดเพื่อไทยพร้อมที่สุดอาสาเป็นเครื่องมือให้ประชาชนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ปลื้มผลโพลเพิ่มจาก 8% เป็นกว่า 40% ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยืนยันผู้สมัครลงพื้นที่มีส่วนน้อยยังลงไม่มากพอ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค แถลงถึงยุทธศาสตร์การรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ตั้งแต่ยุบสภามาจนถึงวันนี้เราทำงานมาเกือบหนึ่งเดือน หรือเกือบครึ่งทางของการเลือกตั้ง เหลือเวลาอีก 20 กว่าวันก็ถึงวันที่ประชาชนตัดสินใจ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเริ่มทำงานมาตั้งแต่กรกฎาคม 2565 จะเห็นได้ว่าพรรคเพื่อไทยทำมาอย่างเป็นระบบ มีการวางยุทธศาสตร์จากการรับทราบปัญหาของประชาชนที่เกิดจากการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 

โพลเริ่มต้น 8% เพิ่มเป็นกว่า 40%

เราก็ต้องพิสูจน์ตรงนี้ให้เกิดความเปลี่ยนแปลง จึงเสนอความพร้อมที่จะเข้าไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลง เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ทิศทางที่แรกคือ เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนแรกคือ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร เป็นตัวแทน เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของพรรคเพื่อไทย 

ตอนเริ่มต้นก็ยังไม่มีคนรู้จักมากนัก โพลเริ่มต้นได้ประมาณ 8% จากนั้นมาคะแนนนิยมได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40% ถือว่าเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยพรรคเพื่อไทย 

จากนั้นเปิดแคมเปญสำคัญ ชูคำขวัญ “บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม” การเปิดตัวแคนดิเดตครั้งที่สองคือ นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นนักบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และมีศักยภาพ ความสามารถพร้อมที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จึงเสนอแนวทาง “คิดใหญ่ทำเป็น เพื่อประชาชนทุกคน” ถ้าคิดไม่ใหญ่ก็เอาไม่อยู่ เพราะปัญหามันรุนแรง และต้องทำเป็นด้วย ถ้าทำไม่เป็นก็จะเหมือน 8 ปีที่ผ่านมา

ช่วงที่สาม เป็นการโชว์ความพร้อมการเปิดตัวผู้สมัคร 400 เขต ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิตถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีความพร้อมมากที่สุดและเราก็เสนอแคนดิเดตนายกฯ ถึง 3 คน ที่มีคุณภาพ สามารถตอบสนองปัญหาประชาชนได้ มีความพร้อมทุกด้านที่จะเข้ามาบริหารประเทศและมีความหลากหลายที่แตกต่างเป็นที่ยอมรับ 

อุ๊งอิ๊ง-ภูมิธรรม แท็คทีมแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกาศความพร้อมบริหารประเทศไทยอุ๊งอิ๊ง-ภูมิธรรม แท็คทีมแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกาศความพร้อมบริหารประเทศไทย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง’คนรุ่นใหม่ในชนบทยอมรับ

น.ส.แพรทองธาร ได้รับการยอมรับจากประชาชนในชนบทคนรุ่นใหม่ ที่มีความต้องการเทคโนโลยีทันสมัย นายเศรษฐา ทวีสิน มีความเชี่ยวชาญการบริหารจัดการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็มีความรู้ด้านเศรษฐกิจที่จะเข้ามาแก้วิกฤติต่างๆได้ใช้ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับในวงราชการโดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมทุกคนยอมรับข้าราชการอาวุโสใจซื่อมือสะอาด

3 แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย สามารถสะท้อนความต้องการของกลุ่มคนต่างๆ โดยทั้งสามคนทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพไม่ว่าใครจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนอีกสองคนที่ไม่ได้เป็นก็จะคอยซัพพอร์ตการทำงาน พร้อมย้ำด้วยว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมที่สุด ที่จะอาสาตัวเป็นเครื่องมือและกลไกให้ประชาชนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงของพรรค ว่า มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามช่องทางโซเชียลของพรรค ทั้งเรื่องผู้สมัครไม่ลงพื้นที่ หาตัวผู้สมัครไม่ได้ ป้ายหาเสียงยังน้อยเกินไป ซึ่งทางพรรครับฟังที่ความเห็นและส่งทีมงานไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น พบว่า ผู้สมัคร สส. ยังลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ อาจจะมีส่วนน้อยที่ยังลงพื้นที่ไม่มากพอ 

แต่นโยบายต่างๆที่ประชาชนรับรู้ก็มาจากผู้สมัครที่ไปแนะนำและพูดคุยกับประชาชน ทั้งนี้ขอย้ำว่า ผู้สมัครที่อยากเข้าสภา ก็ต้องลงพื้นที่พบปะประชาชน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยเลนส์สไลด์ 

ลุ้นนโยบายชุดใหม่พท.

ส่วนป้ายหาเสียง ยืนยันว่ายึดตามกฎ กกต. ซึ่งกฎนี้ค่อนข้างจำกัด เพราะพรรคใหญ่มักถูกเพ่งเล็ง แต่อีกไม่กี่วันนี้จะมีป้ายนโยบายชุดใหม่ อธิบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท และรายได้ขั้นต่ำครอบครัวละ 20,000 บาท ออกมาเพิ่ม ขอให้ประชาชนรอติดตามรายละเอียด ว่าจะทำได้อย่างไร 

ส่วนรายละเอียดเชิงลึก นายเศรษฐา ได้อธิบายผ่านช่องทางต่างๆแล้ว และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟสบุ๊กของพรรคเพื่อไทย พร้อมขอให้ประชาชนหนักแน่นในพรรคเพื่อไทย อย่าพึ่งแผ่วแรงลงไป พร้อมใจเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนอยู่ดีกินดี และเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร คนรุ่นใหม่ในชนบทยอมรับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร คนรุ่นใหม่ในชนบทยอมรับ

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร’ มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547036

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

18 เม.ย. 2566

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร' มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด

‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ นำทีมพรรคก้าวไกลพบสื่อเครือเนชั่น ประกาศชัดสูตรจัดตั้งรัฐบาล ‘ไม่จับมือพรรคทหาร 2 พรรค’ มั่นใจตอนนี้ ‘พรรคก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุดตั้งแต่ตั้งพรรคมา

‘พรรคก้าวไกล’ นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มั่นใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่พรรค “เข้าฝักมากที่สุดตั้งแต่ตั้งพรรคมา” พร้อมประกาศชัดเจนถึงสูตรการจัดตั้งรัฐบาล โดยยืนยันจะไม่จับขั้วกับพรรคการเมืองทหาร พร้อมกับระบุชื่อ 2 พรรค และมั่นใจว่าจากคะแนนโพลตอนนี้ถือว่าแค่พรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมก็ถือว่าจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร' มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด

ซึ่งเป็นการตอบคำถามถึงจุดยืนทางการเมืองถึงโอกาสจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคไหนได้บ้างของนายพิธา ในระหว่างการนำคณะผู้บริหารของพรรคบางส่วนและผู้สมัคร สส. กทม. 33 คน มาเยือน Town hall ของเครือเนชั่นในวันนี้ (18เม.ย.66) 

นายพิธา พูดชัดเจนว่า “พรรคร่วมฝ่ายค้านปัจจุบัน คือพรรคที่มีชุดคำตอบความท้าทายได้ดีที่สุด เราสามารถจับมือกับพวกเขาได้ ที่เราไม่สามารถจับมือกับพรรคเขาได้คือพรรคทหารจำแลง 2 พรรค คือ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ”

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร' มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด
เมื่อถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเสนอใครไปก้าวไกลเอาด้วยแน่นอนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า พรรคอันดับ 1 เท่านั้นที่มีสิทธิ์จะรวบรวมเสียงก่อน เพราะถ้าระบบมันเป็นอย่างนั้นควรจะรักษาระบบตามนั้น แล้วเราจะโหวตให้คนนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าแม้ว่าเขาจะมือกับใครมาก็ตาม นายพิธา ส่ายหัวพร้อมกับกล่าวว่า “อ๋อ ไม่ได้สิครับ ถ้าเขามีคนที่อยู่ในครม. เป็นพลเอกประยุทธ์ หรือ พลเอกประวิตร ที่มาจากพรรคทหารจำแลงก็จะไม่มีผมในครม.นั้นครับ”

เมื่อถามว่าถ้าเรามาเป็นอันดับ 1 เราจะจับมือกับใครบ้าง นายพิธา กล่าวว่า เยอะแยะมาก พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีอยู่ 

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร' มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด

“ถ้าดูตามโพล พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีอยู่ผมคิดว่าเราจัดตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้วครับ เท่าที่ดูถ้าน้ำหนักทางการเมืองมันพอ ให้จบที่พรรคร่วมฝ่ายค้านก็น่าจะเหมาะสมมากกว่าครับ”

นายพิธา ยังได้กล่าวถึงนโยบายของพรรคก้าวไกลว่า เราตั้งใจทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ 3 เรื่อง 1. การเมืองดี เราต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เอาทหารออกจากการเมืองให้ได้ 2.ปากท้องดี เราจะแก้ปัญหาเรื่องทุนผูกขาด และสนับสนุนเอสเอ็มอี 3. มีอนาคต เราจะกระจายอำนาจให้ทั่วประเทศไทย สามารถเลือกตั้งได้ นี่คือทางรอดไม่ใช่ทางเลือก

“ถ้าคิดแค่ว่าทางรอดของประเทศคือการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี แต่อยู่ในระบบเดิมๆ หรือประเทศไทยจะรอดได้ด้วยการสังคยนาโครงสร้างที่ต้นตอเพื่อให้ประเทศไทยไปต่อได้ ให้กระจายไม่ใช่กระจุก ให้ล่างขึ้นบนไม่ใช่บนลงล่าง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องเลือกพรรคก้าวไกล” 

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร' มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด

นายพิธา กล่าวถึงผลโพลที่มีพรรคก้าวไกลติดในลำดับต้นๆของหลายสำนักว่า เป็นกำลังใจในการทำงาน ในการลงพื้นที่ แต่อย่างที่เคยได้เรียนโพลก็มีส่วนสำคัญในการทำยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง แต่หัวจิตหัวใจ กำลังใจจากประชาชนอันนี้คือกำลังใจที่ทำให้มั่นใจมากขึ้นมากกว่า คิดว่าเรามาถูกทางที่ว่า เราเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ ที่มีนโยบายสำหรับคนรุ่นใหญ่ด้วย

“เรามีนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเรื่องการเกณฑ์ทหาร สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า ถ้าเป็นคนรุ่นใหญ่เราพูดถึงเบี้ยผู้สูงอายุ หนี้ธกส. การปฏิรูปที่ดิน พอเราลงพื้นที่ไหนก็ได้รับเสียงตอบรับที่สูงมากขึ้น สรุปง่ายๆในใจของผมที่เป็นแคนดิเดตนายก บอกได้เลยว่าการทำงานของพรรคก้าวไกลเข้าฝักที่สุดตั้งแต่มีพรรคนี้มา คือไล่กวดแล้วก็ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ และพรรคเราไม่ใช่แค่เมือง แต่ยังหมายถึงชนบท คนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหญ่ พรรคก้าวไกลคือพรรคการเมืองสำหรับทุกคนในประเทศนี้ ”

‘พิธา’ ประกาศชัด ‘ไม่จับขั้วพรรคทหาร' มั่นใจตอนนี้ ‘ก้าวไกล’ เข้าฝักที่สุด

ส่วนช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรอีกหรือไม่  นายพิธา กล่าวว่า ต้องหนักขึ้น คมขึ้นและชัดเจนมากขึ้น ลงพื้นที่ต้องให้มากขึ้น เรามั่นใจแต่ประชาชนก็ต้องอุ่นใจไปกับเราด้วย ต้องเดินทุกถนนเคาะทุกประตู แจกทุกใบปลิว ตอบทุกคำถาม

ส่วนที่ต้องคมขึ้น นายพิธา ขยายความว่า “จุดยืนทางการเมืองต้องคมขึ้น ต้องชัดเจนมากขึ้น”  จุดยืนคือการสร้างความต่างของพรรคก้าวไกล สิ่งที่คิดในหัวตอนนี้ เมื่อเราปักธงในกลุ่มแฟนคลับที่เชื่อในพรรคแล้วกว่า 20% หากยึดตามโพล คิดว่าในช่วงเวลาที่เหลือเราจะขยายออกไปได้ยังไงกับกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ติดสินใจเลือกใครเลย 

‘อุ๊งอิ๊ง’ ประกาศ ‘ดูหน้าดิฉันไว้ไม่จับมือคนทำรัฐประหาร’ พร้อมเป็นนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547032

18 เม.ย. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' ประกาศ 'ดูหน้าดิฉันไว้ไม่จับมือคนทำรัฐประหาร' พร้อมเป็นนายกฯ

เลือกตั้ง66 ‘อุ๊งอิ๊ง’ ประกาศ ‘ดูหน้าดิฉันไว้ ใครจะอยากจับมือคนทำรัฐประหาร’ ยืนยันพร้อมเป็นนายกฯ ‘ภูมิธรรม’ แจงเพื่อไทยไม่มีเกาเหลา-ไม่เลิกบัตรคนจน

หลังแถลงยุทธศาสตร์การรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้ายพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นแม้ยังคงอยู่ลำดับที่ 1 แต่ลำดับที่ 2 และลำดับที่ 3 ก็ตีตื้นขึ้นมา ในช่วงโค้งสุดท้ายที่ไม่ได้ลงพื้นที่จะปรับยุทธศาสตร์อย่างไร ว่า ต้องขอบคุณประชาชนที่ยังไว้วางใจพรรคเพื่อไทยและตนเอง

‘อุ๊งอิ๊ง’ พร้อมเป็นนายกฯ-ไม่จับมือคนทำรัฐประหาร

ไม่รู้สึกหวั่นใจ หากรวมคะแนนในฝั่งประชาธิปไตยถือว่ายังคงนำขาดอยู่ แต่ไม่ประมาทเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ต้องหนักแน่นและไม่แผ่ว ไม่อย่างนั้นการเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิดขึ้น เราอาจจะได้นายกฯ คนเดิม เพราะฉะนั้นเราต้องมุ่งเน้นไปด้วยกัน ส่วนตนอยู่ในช่วงใกล้คลอด แต่จะทำงานเต็มที่ในส่วนที่ยังทำได้ และเท่าที่คุณหมออนุญาต โดยเฉพาะการซูมไปยังเวทีปราศรัย

ส่วนผลสำรวจ่นิด้าโพล ระบุพรรคเพื่อไทยมีเปอร์เซ็นต์คะแนนลดลง คิดว่ามาจากความไม่ชัดเจนในการจับมือกับพรรคฝั่งตรงข้ามหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “เรื่องจับมืออยากให้ ทุกคนดูหน้าดิฉันไว้ว่าคงไม่ได้ชอบ การรัฐประหารที่เกิดขึ้นสองครั้ง ล่าสุดที่ทุกคนจำกันได้ ดิฉันก็คงไม่ได้ชอบ เพราะฉะนั้นการที่ดิฉันไม่ได้ตอบออกมาตรงๆหลายครั้ง ถึงการจับมือ เพราะดิฉันให้เกียรติประชาชน ให้เกียรติประเทศ เพราะการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น 

“แต่ถามว่าคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คนที่ทำรัฐประหารมา ดิฉันอยากจับมือด้วยไหม อันนี้ควรเป็นคำตอบที่ประชาชนน่าจะทราบดีอยู่แล้ว ดังนั้นการตอบออกไปอย่างใช้อารมณ์ อาจจะไม่ใช่แนว ที่จะสื่อให้มีเหตุผลออกไปได้ แต่ถามว่าดิฉันอยากจับไหม กับคนที่ทำรัฐประหารมาสองครั้ง เพราะฉะนั้นคำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว“

น.ส.แพรทองธาร ชินวัตรน.ส.แพรทองธาร ชินวัตร

อย่าดราม่า แคนดิเดตนายกฯ 

ส่วนที่หลายคนเชียร์ให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี แต่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยที่ จ.ปทุมธานี ระบุว่า น.ส.แพทองธาร ยังถือหุ้นอยู่ ซึ่งหากประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยจะได้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ นั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ต้องเอาคนที่ตอบโจทย์กับปัญหาบ้านเมืองมากที่สุด ไม่อยากให้เอาดราม่ามาเป็นประเด็นทางการเมืองทั้งหมด 

และยืนยันว่าตนพร้อมที่จะเป็นนายกฯ อย่างแน่นอน นายเศรษฐา ทวีสิน และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ อีก 2 คน ก็พร้อม เพราะฉะนั้นอยู่ที่ยุทธศาสตร์และผลของการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอนาคตที่ยังไม่มีใครทราบ

เมื่อถามถึงการที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย บางคนถูกวิจารณ์ว่าไม่ลงพื้นที่ จะกระทบ กลับเป้าหมายแลนด์สไลด์หรือไม่ ว่า พรรคมีการสื่อสารกับ ผู้สมัคร สส.ตลอด เมื่อได้เสียงสะท้อนจากประชาชนเชื่อว่า สส.เขตของเราจะกระตือรือร้น และการที่คะแนนของพรรคดีไม่ได้แปลว่าจะได้ สส. โดยทันที  ผู้สมัคร สส. ต้องลงพื้นที่ซื้อใจประชาชนและทำการบ้าน เพราะสมัยนี้ชาวบ้านไม่สามารถซื้อได้ด้วยอย่างอื่น 

นอกจากความจริงใจ ความสามารถ และนโยบายของพรรค ย้ำว่า ผู้สมัคร สส.ต้องทำเอง ถ้าไม่ทำตรงนี้ก็ไม่ได้เข้าสภา

เพื่อไทยมีเอกภาพ ไม่มีเกาเหลา

ส่วนที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการส่งที่มาของการใช้งบในนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ต้องส่ง กกต. โดยเฉพาะนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวย้ำว่า กรอบนโยบายของพรรคเพื่อไทยจัดทำเสร็จตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นไม่เป็นปัญหา และเราส่งนโยบายทั้งหมดต่อ กกต. เป็น 100 นโยบายแล้ว เรื่องนี้ที่ช้าเป็นเพราะว่าเราไม่ต้องการเร็ว เรามีจังหวะในการเปิด ซึ่งระหว่างอยู่แล้วว่าวันที่ 18 เม.ย. 2566 เป็นวันสุดท้ายที่เราจะยื่น กกต.ทั้งหมดจบแล้ว

พร้อมชี้แจงกระแสข่าวว่าทีมเศรษฐกิจและทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยชนกันจนหัวเลือดสาดนั้น เป็นดราม่าที่เกินความจริงมาก เราไม่เคยทะเลาะกัน เราคุยกันจบแล้ว เราพูดด้วยความมั่นใจ เราไม่กล้าพูดสุ่มสี่สุ่มห้าที่จะมาทำลายเครดิตที่เราเคยทำไว้ พร้อมยืนยันว่า ฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายเศรษฐกิจ รวมถึงผู้ บริหารของพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นเอกภาพ

นายภูมิธรรม ยังย้ำว่า นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท เราหวังกระตุ้นเศรษฐกิจเราไม่ไปตัดนโยบายเดิมที่ประชาชนเคยได้รับ และยืนยันว่าผู้ที่เคยได้รับเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงได้รับต่อไป ไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ และงบที่นำมาใช้ก็มาจากงบประมาณที่รั่วไหลและสุรุ่ยสุร่าย ยืนยันว่างบประมาณ 500,000 ล้านบาทเป็นกรอบที่เราสามารถดำเนินการได้

3 แคนดิเดตนายกฯ ปราศรัย 12 พ.ค. 66

ส่วนสุขภาพของนายชัยเกษม นั้น นายภูมิธรรม บอกว่า ตอนนี้สุขภาพดี ซึ่งเรื่องเลือดคลั่งในสมองถือเป็นเรื่องเก่าไม่ได้กระทบอะไร ทั้งนี้เราไม่อยากใช้ร่างกายของท่านเปลืองเกินความจำเป็น

น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมว่า ขณะนี้นายชัยเกษม ยังลงพื้นที่ไม่ได้ แต่คาดว่าการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายวันที่ 12 พ.ค.2566 เพื่อสรุปการหาเสียงจะได้เห็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีพร้อมกันทั้ง 3 คน

ขณะที่ยุทธศาสตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีความกังวลหรือไม่ ที่พรรคอื่นคะแนน เริ่มโดดเด่นขึ้นมาอย่างพรรคก้าวไกล น.ส.แพทองธาร บอกว่า เราให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ ทั้งที่ได้มากและได้น้อย ตนวางแผนหลังจากนี้ที่เดินทางไปจังหวัดอื่นไม่ได้ ก็จะทำเต็มที่กับ กทม. เรามีความมั่นใจเราได้สื่อสารกับคน กทม. เยอะ ซึ่งดูจากโพลทุกสำนัก และโผลของพรรคเปรียบเทียบกันเราก็มีความมั่นใจ

นายภูมิธรรม กล่าวย้ำว่า เราได้พิจารณาความนิยมของเรานั้น ในทุกชุมชนมีมากถึง 40-50% ขณะที่บางพรรคการเมืองดีขึ้นเราไม่ปฏิเสธ กลับดีใจ ด้วยซ้ำเพราะเป็นพรรคฝั่งประชาธิปไตย แต่จะดีขึ้นเฉพาะในส่วนหัวเมืองและ กทม. สำหรับพรรคเพื่อไทยวันนี้เรามั่นใจ ว่า จะเป็นเครื่องมือและเงื่อนไขที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงของประชาชนส่วนช่วง โค้งสุดท้ายที่มักมีการใช้วิชามารเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราพบว่าอยู่ตลอด ซึ่งเราจะระมัดระวัง เอาความจริงและตัวเราเขาสู้

แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงยุทธศาสตร์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง2566แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงยุทธศาสตร์โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง2566

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2681856

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ เปิดนิทรรศการศิลปะ “ART IN THE GARDEN”

18 เม.ย. 2566 04:57 น.

  • อินทรีเหล็ก

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ เปิดนิทรรศการศิลปะ “ART IN THE GARDEN”

@ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ เปิดนิทรรศการศิลปะ “ART IN THE GARDEN” จัดถึง 30 เม.ย. โดยมี ลลิสา จงบารมี, ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร, สริยา สิวายุ, พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ และ นันทชา สินพัฒนสกุล มาร่วมงานด้วย ที่มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร สุขุมวิท 39 วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 18 เมษายน 2566

  • การเมืองว่าด้วยการเลือกตั้ง…..เป็นจุดเริ่มต้นของ ระบอบประชาธิปไตย เข้าโค้งสุดท้าย….เหลือเวลาอีกไม่ถึง 25 วัน การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 14 พ.ค. …ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย…..จะปลดล็อกประชาธิปไตยครึ่งใบ ได้หรือไม่……ระหว่าง ประชานิยม กับ นโยบายขายฝัน ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด…..ผลโพล ชี้นำความนิยมของพรรคการเมือง และ แคนดิเดตนายกฯ….ยังสม่ำเสมอ เลือกพรรค เลือกคนไปในทิศทางเดียวกัน…..เริ่มจากโพล เดลินิวส์-มติชน รอบแรก…จากการเก็บข้อมูล 84,076 รายทั่วประเทศ…..ยกให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯอันดับ 1….ตามด้วย แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร้อยละ 29.42 กับร้อยละ 23.23 ตามลำดับ….อันดับที่ 3 เป็น เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ร้อยละ 16.69…..เป็นคะแนนที่เฉลี่ยมาจาก แพทองธาร ถ้าคิดจากฐานคะแนนเดียวกัน….อันดับที่ 4 ยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ ขวัญใจ สายอนุรักษ์คนเดิม อยู่ที่ร้อยละ 13.72…อันดับที่ 5 ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร (ไม่อยากตอบ) ร้อยละ 2.97…..แคนดิเดตนายกฯที่เหลือจากพรรคการเมืองต่างๆ มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 2.94 ลงมาอยู่ในอันดับ 6-10 ตามลำดับ เริ่มจาก อนุทิน ชาญวีรกูล ภูมิใจไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากเสรีรวมไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากไทยสร้างไทย กรณ์ จาติกวณิช จากชาติพัฒนากล้า และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ……ต่อผลสำรวจ จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด มากที่สุด….เพื่อไทยยังครองแชมป์ต่อเนื่อง ร้อยละ 38.89…ตามด้วยก้าวไกล ร้อยละ 32.37 ที่ไล่มาติดๆ…..พรรคอันดับ 3 เป็น รวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 12.84 อันดับ 4 ภูมิใจไทย ร้อยละ 3.30 อันดับ 5 ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคไหน 2.21 อันดับที่ 6 ประชาธิปัตย์ อันดับ 7 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 8 เสรีรวมไทย อันดับ 9 พลังประชารัฐ และอันดับ 10 ชาติพัฒนากล้า……ที่ได้รับความนิยมที่ร้อยละ 1 กว่าๆ…อันดับที่ 11 ลงไปได้ไม่ถึงร้อยละ 1….พอจะประเมินได้ว่า พรรคไหนมีโอกาส พรรคไหนหมดโอกาส ในยกแรก…..ตามกติกา บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือกคน เลือกพรรค ต้องโฟกัสไปที่ พรรคก้าวไกล เป็นพิเศษ….ที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คุยจะมีไม้เด็ด 35 ยุทธศาสตร์ แคมเปญเลือกตั้งโค้งสุดท้าย…..ดีไม่ดี การชิงดำแลนด์สไลด์….ระหว่าง เพื่อไทย กับ ก้าวไกล จะเป็นไฮไลต์ของงานนี้……เช็กผลโพลจาก สวนดุสิตโพล ก่อนที่จะประกาศยุบสภา….เพื่อไทย ได้คะแนนนิยมที่ร้อยละ 46.16…ก้าวไกล มาเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ร้อยละ 15.43 ยังห่างกันเยอะ…ขณะที่ ภูมิใจไทย มาเป็นอันดับที่ 3 ร้อยละ 11.2…รวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ที่ร้อยละ 8.73 …หรือย้อนหลังไป เมื่อต้นเดือน มี.ค. ผลโพลระบุ เพื่อไทย มาที่ร้อยละ 49.75 อันดับ 2 ก้าวไกล ที่ร้อยละ 17.40 รวมไทยสร้างชาติ อันดับที่ 3 ร้อยละ 11.75 …….แม้แต่ ซุปเปอร์โพล สำรวจความเห็นชาวบ้านเมื่อ ช่วงสงกรานต์ ที่ผ่านมา…ยังยกให้ เพื่อไทย มาที่ 1 แต่ได้ ส.ส.ไม่ถึง 310 ที่นั่งตามราคาคุย…… ก้าวไกล ตามมาเป็นอันดับที่ 2 อยู่ดี….ประมวลจากการสำรวจความนิยมสำนักโพลต่างๆ….การเลือกตั้งครั้งนี้ จะนำไปสู่การเลือกข้างและขั้วการเมืองสูตรใหม่….ระหว่าง อนุรักษนิยม กับ เสรีนิยม แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด…..ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
มอบทุนการศึกษา ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาจำนวน 17 ทุน มูลค่า 714,000 บาท ให้ ผศ.ดร.จงดี โตอิ้ม เพื่อนำไปมอบให้นักศึกษามีความประพฤติดีขาดแคลนทุนทรัพย์ ในสาขาวิชาการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล ที่บริษัททีโอเอ เพ้นท์ วันก่อน.
มอบทุนการศึกษา ประจักษ์-ละออ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาจำนวน 17 ทุน มูลค่า 714,000 บาท ให้ ผศ.ดร.จงดี โตอิ้ม เพื่อนำไปมอบให้นักศึกษามีความประพฤติดีขาดแคลนทุนทรัพย์ ในสาขาวิชาการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล ที่บริษัททีโอเอ เพ้นท์ วันก่อน.
น่าดูน่าชม สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล และ เดวิน หม่า เปิดงาน “Van Gogh Alive Bangkok” นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของ วินเซนต์ แวนโกะห์ จัดถึง 31 ก.ค. โดยมี ณัฐพัชร์ ตันติภูริพัฒน์, แอรอน แพนเดอกราว และ สมนึก คลังนอก มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
น่าดูน่าชม สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล และ เดวิน หม่า เปิดงาน “Van Gogh Alive Bangkok” นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของ วินเซนต์ แวนโกะห์ จัดถึง 31 ก.ค. โดยมี ณัฐพัชร์ ตันติภูริพัฒน์, แอรอน แพนเดอกราว และ สมนึก คลังนอก มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • ใช้ใจบันดาลแรง….รงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการบริหารพลังประชารัฐ…..ออกมาแสดงความเห็นของผลโพล “โพลต่างๆที่ออกมาทั้งสถาบันการศึกษา นักวิชาการ โพลของสื่อ ไม่ว่าจะสำรวจผ่านโซเชียล หรือกระบวนการใดเป็นเรื่องปกติที่ผลจะออกมาต่างกัน แต่ต้องดูเบื้องหลังที่มาที่ไปว่ามีอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ หรือเป็นการอ้างชื่อ เป็นของจริงหรือไม่ และอาจมีการใช้โพลมาเป็นเครื่องมือให้ความเห็นไปในทางใดทางหนึ่ง”…… นานาจิตตัง
ใช้ดีค่ะ วรรษา ตั้งนิมิตโชค เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Guerlain Orchidée Impériale Micro-Lift Concentrate เซรั่มประสิทธิภาพเข้มข้นสูตรใหม่ในการฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว โดยมี จริยดี สเปนเซอร์ และ อธิชนัน ศรีเสวก มาร่วมงานด้วย ที่เดอะ กลาส เฮาส์ ปาร์คนายเลิศ วันก่อน.
ใช้ดีค่ะ วรรษา ตั้งนิมิตโชค เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Guerlain Orchidée Impériale Micro-Lift Concentrate เซรั่มประสิทธิภาพเข้มข้นสูตรใหม่ในการฟื้นฟูสร้างพลังงานหล่อเลี้ยงผิว โดยมี จริยดี สเปนเซอร์ และ อธิชนัน ศรีเสวก มาร่วมงานด้วย ที่เดอะ กลาส เฮาส์ ปาร์คนายเลิศ วันก่อน.
สงกรานต์ชื่นมื่น ถาวร-ภรณี ลีนุตพงษ์ นัดเพื่อนสนิท กรนันท์ อัศวศิรโยธิน, นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร, เรืองสิทธิ์ ตันกาญจนานุรักษ์, กุลนันท์ ศรีนาท และ มยุรี เลาลักษณเลิศ มาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ โดยมี อเล็กซ์ ฮิวส์ ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
สงกรานต์ชื่นมื่น ถาวร-ภรณี ลีนุตพงษ์ นัดเพื่อนสนิท กรนันท์ อัศวศิรโยธิน, นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร, เรืองสิทธิ์ ตันกาญจนานุรักษ์, กุลนันท์ ศรีนาท และ มยุรี เลาลักษณเลิศ มาร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ โดยมี อเล็กซ์ ฮิวส์ ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • สถานการณ์การเมืองโลกร้อน ตามอุณหภูมิ…..เกิดเหตุระทึกขวัญ ระหว่าง ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกฯญี่ปุ่น กำลังปราศรัย ที่ท่าเรือประมงใน จ.วาคายามะ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. …ก่อนหน้านี้ อดีตนายกฯญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะ ถูกลอบ สังหาร ขณะรณรงค์หาเสียง เป็นข่าวดังทั่วโลกมาแล้ว…..ข่าวนี้ทำเอานักการ เมืองที่อยู่ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้น……ร้อนๆ หนาวๆไปตามๆกัน…..ที่ฝรั่งเศส การชุมนุมประท้วงขับไล่ ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง เนื่องจากความไม่พอใจ การลงนามประกาศใช้ กฎหมายปฏิรูประบบบำเหน็จบำนาญฉบับใหม่…ที่ผ่านสภาไปเรียบร้อย ท่ามกลางข้อครหาว่า มีการลักลอบนำเข้า กฎหมายฉบับนี้เข้าสภาในช่วงกลางดึก…..ผู้ประท้วงนัดลงถนนกันครั้งใหญ่ในเดือน พ.ค.นี้….ด้วยข้อหาหนัก ปล้นประชาธิปไตย…..ปิดท้ายด้วยข่าวใหญ่ พระราชพิธีราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ที่จะมีขึ้นที่ มหาวิหารเวสต์ มินสเตอร์ ในวันที่ 6 พ.ค.นี้….โดยเชิญ กษัตริย์ ราชินี เจ้าชาย เจ้าหญิงจากทั่วโลก เสด็จมาร่วมงานพร้อมแขกผู้มีเกียรติกว่า 2,000 คน…..ถือเป็นพระราชพิธีที่ใหญ่ที่สุดในยุคนี้ …หลังจากมีพระราชพิธีราชาภิเษก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1953 ซึ่งมีแขกมาร่วมงานถึงกว่า 8,000 คน
โปรดทราบ อนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์ แถลงข่าวการดำเนินธุรกิจไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และกลยุทธ์การดำเนินงานในอนาคตของ ซิซซ์เล่อร์ พร้อมเปิดตัวเล่มเมนูโฉมใหม่และเมนูสเต๊กพรีเมียม โดยมี บัญญัติ อธิยุตกุล และ ปทมาภรณ์ วิกิณิยะธนี มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
โปรดทราบ อนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์ แถลงข่าวการดำเนินธุรกิจไตรมาสที่ 1 ปี 2566 และกลยุทธ์การดำเนินงานในอนาคตของ ซิซซ์เล่อร์ พร้อมเปิดตัวเล่มเมนูโฉมใหม่และเมนูสเต๊กพรีเมียม โดยมี บัญญัติ อธิยุตกุล และ ปทมาภรณ์ วิกิณิยะธนี มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • สังคมวันนี้ เวลา 09.00 น. กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ร่วมกับ สำนักพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. จัดโครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน ประชุมรับฟังความคิดเห็นแนวทางการขับเคลื่อนกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ห้องเจมินี่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น….10.30 น. อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เปิดงาน KICK OFF เลือกตั้ง 66#ไทยโหวต คนไทยพร้อมใช้สิทธิ ร่วมแสดงพลังขับเคลื่อนประเทศไทย เลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม จัดโดย ไทยรัฐ กรุ๊ป ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ ซี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น.
ตามไปกิน ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมแสดงความยินดีแก่ แอนดรูว์ นอร์ตัน ในโอกาสเปิดร้านเคเอฟซี ศูนย์อาหารแมจิก การ์เด้น โดยมี อนัคพล อิงคะกุล, นุจรี วิบูลเชื้อ, อัครรัฐ พนมนิจกุศล และ สุบิน วรรณบุตร มาร่วมงานด้วย ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง วันก่อน.
ตามไปกิน ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมแสดงความยินดีแก่ แอนดรูว์ นอร์ตัน ในโอกาสเปิดร้านเคเอฟซี ศูนย์อาหารแมจิก การ์เด้น โดยมี อนัคพล อิงคะกุล, นุจรี วิบูลเชื้อ, อัครรัฐ พนมนิจกุศล และ สุบิน วรรณบุตร มาร่วมงานด้วย ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

ปูติน มาเอง เยี่ยมศูนย์บัญชาการทหารรัสเซียในยูเครน หลังทำสงครามสะท้านโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2682616

ปูติน มาเอง เยี่ยมศูนย์บัญชาการทหารรัสเซียในยูเครน หลังทำสงครามสะท้านโลก

18 เม.ย. 2566 14:46 น.

ปูติน มาเอง เยี่ยมศูนย์บัญชาการทหารรัสเซียในยูเครน หลังทำสงครามสะท้านโลก

ปธน.ปูติน มาให้กำลังใจ เยี่ยมศูนย์บัญชาการกองทหารรัสเซียในแคว้นเคอร์ซอน และลูฮานสก์ ในยูเครน หลังเปิดฉากทำสงครามสะท้านโลกมาเกือบ 14 เดือน

เมื่อ 18 เม.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย เดินทางมาเยี่ยมศูนย์บัญชาการใหญ่กองทหารรัสเซียที่แคว้นเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน เมื่อเช้าวันอังคารที่ 18 เม.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นการมาเยือนดินแดนยูเครนที่ทหารรัสเซียยึดครองได้เป็นครั้งที่สอง หลังจากรัสเซียเปิดฉากทำสงครามเต็มรูปแบบในยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565

วังเครมลิน หรือทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย และสถานีโทรทัศน์ทางการรัสเซียได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบันทึกภาพขณะประธานาธิบดีปูตินเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ มายังศูนย์บัญชาการกองทหารรัสเซียในแคว้นเคอร์ซอน และรับฟังรายงานสถานการณ์สู้รบจากเหล่าผู้บัญชาการทหารระดับสูง จากนั้น ประธานาธิบดีปูตินได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางต่อไปยังศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติของรัสเซีย ในแคว้นลูฮานสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเผยแพร่ภาพเมื่อ 18 เมษายน 2566 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเดินทางมาเยี่ยมศูนย์บัญชาการกองทหารรัสเซียที่แคว้นเคอร์ซอนและลูฮานสก์ ในยูเครน
ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเผยแพร่ภาพเมื่อ 18 เมษายน 2566 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเดินทางมาเยี่ยมศูนย์บัญชาการกองทหารรัสเซียที่แคว้นเคอร์ซอนและลูฮานสก์ ในยูเครน

การเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจทหารรัสเซียในแนวหน้าทั้งสองแห่งของประธานาธิบดีปูตินในครั้งนี้ ถือป็นการมาฉลองกับเหล่าทหารรัสเซียเนื่องในวันอีสเตอร์ของชาวคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ ที่เฉลิมฉลองกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีปูตินได้ไปเยือนเมืองท่ามาริอูโปล ริมฝั่งทะเลอาซอฟ ซึ่งกองทหารรัสเซียได้ยึดเมืองนี้ได้ตั้งแต่ พ.ค. 2565 เพียงสองเดือนหลังจากรัสเซียทำสงครามในยูเครน

ทั้งนี้ รัสเซียได้ประกาศผนวกดินแดนแคว้นเคอร์ซอนและลูฮานสก์ เช่นเดียวกับโดเนตสก์ และซาปอริชเชีย เข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียตั้งแต่กันยายนปีที่แล้ว ในขณะที่นานาประเทศทั่วโลกจำนวนมากไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวของรัสเซีย โดยถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ที่มา : AP

ทิม คุก เปิด “แอปเปิล สโตร์” แห่งแรกในอินเดียที่มุมไบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2682585

ทิม คุก เปิด “แอปเปิล สโตร์” แห่งแรกในอินเดียที่มุมไบ

18 เม.ย. 2566 14:06 น.

ทิม คุก เปิด “แอปเปิล สโตร์” แห่งแรกในอินเดียที่มุมไบ

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ร่วมในพิธีเปิดร้านแอปเปิล สโตร์ สาขาแรกของบริษัทในประเทศอินเดีย ที่นครมุมไบ หลังจากนั้น เขาจะเข้าร่วมงานเปิดร้านแอปเปิล สโตร์ แห่งที่สองในกรุงเดลีในวันพฤหัสบดีนี้

จนถึงขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลมีจำหน่ายในอินเดียทั้งทางออนไลน์หรือผ่านเครือข่ายผู้ค้าปลีกจำนวนมาก

เมื่อวันจันทร์ คุกทวีตว่าเขา “แทบรอไม่ไหวที่จะต้อนรับลูกค้า” สู่ร้านใหม่ในนครมุมไบ ก่อนหน้านี้ แอปเปิลได้เปิดเผยภาพตัวอย่างภายในร้าน ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “แอปเปิล บีเคซี” (Apple BKC) ขนาด 2,600 ตารางเมตร ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า จิโอ เวิลด์ ไดรฟ์ ในย่านบันดรา เคอร์ลา คอมเพล็กซ์ ย่านธุรกิจและการเงินแห่งใหม่ของมุมไบ การออกแบบร้านได้รับแรงบันดาลใจจากรถแท็กซี่สีดำและสีเหลืองที่มีอยู่ทั่วไปในมุมไบ รายงานระบุว่า คาดว่าจะมีสาวกแอปเปิลหลายร้อยคนมาร่วมงานเปิดร้านในวันนี้

แอปเปิล สโตร์แห่งใหม่ในอินเดีย เปิดให้บริการในขณะที่แอปเปิลพยายามขยายการค้าปลีกในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก iPhone ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาค่อนข้างสูงในตลาดอินเดียที่มักให้ความสำคัญกับเรื่องราคา ซึ่งสมาร์ทโฟนมากกว่า 95% ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล

นอกจากนั้น อินเดียกำลังก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตไอโฟน เนื่องจากแอปเปิลพยายามกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน ปัจจุบัน การผลิตในอินเดียคิดเป็น 5% ของการผลิตไอโฟนทั้งหมด

แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แม้ว่าร้านค้าจะเป็นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่สำคัญ แต่ร้านค้าเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบในทันทีต่อยอดขายของแอปเปิลในอินเดีย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่า เป็นเวลาที่เหมาะสมที่แอปเปิลจะลงทุนในตลาด “สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม” ที่กำลังเติบโตของอินเดีย ซึ่งหมายถึงโทรศัพท์มือถือที่มีราคา 40,000 รูปี หรือราว 17,600 บาท หรือมากกว่านั้น

ที่ผ่านมา แอปเปิลพยายามเปิดร้านค้าปลีกในอินเดียมานานแล้ว แผนการเปิดตัวเดิมเมื่อปี 2564 ต้องหยุดชะงักเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนั้น นี่ยังเป็นการเดินทางไปอินเดียครั้งแรกของคุกในรอบ 7 ปี ซึ่งเขาเคยเดินทางมาอินเดียครั้งล่าสุดในปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่แอปเปิลเพิ่งเริ่มขยายการดำเนินงานในอินเดีย

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาแชร์ภาพของตัวเองกำลังรับประทาน “วาดะเปา” ซึ่งเป็นอาหารว่างยอดนิยมของอินเดีย กับนักแสดงบอลลีวูด “มาธุรี ดิซิต”

รายงานระบุว่า คาดว่านายคุกจะพบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี และนายราจีฟ จันทรเสกฮาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเยือนของเขา อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักนายกรัฐมนตรีอินเดีย.

เชลล์เปิดตัวเรือเฟอร์รี่พลังงานไฟฟ้าลำแรกของโลกในสิงคโปร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2682536

เชลล์เปิดตัวเรือเฟอร์รี่พลังงานไฟฟ้าลำแรกของโลกในสิงคโปร์

18 เม.ย. 2566 13:20 น.

เชลล์เปิดตัวเรือเฟอร์รี่พลังงานไฟฟ้าลำแรกของโลกในสิงคโปร์

บริษัท เชลล์ อีสเทิร์น เทรดดิง เปิดตัวเรือเฟอร์รี่พลังงานไฟฟ้าลำแรกของโลก ที่โรงกลั่นในสิงคโปร์ โดยเป็นความร่วมมือกับการท่าเรือ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเรือ

บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่างเชลล์ ได้เปิดตัวเรือเฟอร์รี่ไฟฟ้า 200 ที่นั่ง ซีรีส์แรก ที่โรงกลั่นน้ำมันในเมืองปูเลา บูกอม ของสิงคโปร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือเป็นความก้าวหน้าของการท่าเรือแห่งสิงคโปร์ ซึ่งออกกฎให้เรือลำใหม่ที่จะเข้ามาในน่านน้ำ ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า หรือขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป

สำหรับเรือเฟอร์รี่ลำนี้ จะเริ่มให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนพฤษภาคมนี้ และจะมีเรือเฟอร์รี่ไฟฟ้าอีก 2 ลำ มาให้บริการเพิ่มเติมในเดือนสิงหาคม เพื่อใช้แทนเรือเฟอร์รี่ที่ใช้พลังงานดีเซลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเรือทั้ง 3 ลำ จะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันดีเซลลงได้ถึง 1,952 ตันต่อปี และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้ถึง 6,258 ตันต่อปีด้วย โดยทางบริษัทไม่ได้เปิดเผยงบประมาณที่ใช้ในการสร้างเรือแต่อย่างใด

โดย เชลล์ อีสเทิร์น เทรดดิง เห็นชอบที่จะทำงานร่วมกับการท่าเรือ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบชาร์จไฟ ให้แก่เรือที่จะใช้พลังงานไฟฟ้าลำอื่นๆ ในอนาคต รวมทั้งจะร่วมวิจัยและพัฒนาเรือที่ใช้พลังงานคาร์บอนเป็นศูนย์ในอีก 5 ปีข้างหน้าด้วย.

ที่มา : รอยเตอร์

สหรัฐฯ จับชาวจีนข้อหาจัดตั้ง “สถานีตำรวจลับ” ของจีนในนิวยอร์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2682486

สหรัฐฯ จับชาวจีนข้อหาจัดตั้ง "สถานีตำรวจลับ" ของจีนในนิวยอร์ก

18 เม.ย. 2566 13:12 น.

สหรัฐฯ จับชาวจีนข้อหาจัดตั้ง “สถานีตำรวจลับ” ของจีนในนิวยอร์ก

อัยการสหรัฐฯ จับกุมชาย 2 คนในนครนิวยอร์ก ฐานดำเนินการตั้ง “สถานีตำรวจลับ” ของจีนในย่านไชน่าทาวน์ ก่อนหน้านี้จีนปฏิเสธการดำเนินงานของสถานีตำรวจดังกล่าว โดยเรียกสถานีตำรวจเหล่านี้ว่า “ศูนย์บริการ” สำหรับชาวต่างชาติ

นายหลู่ เจี้ยนหวาง วัย 61 ปี และ เฉิน จิ้นผิง วัย 59 ปี ซึ่งทั้งคู่อาศัยอยู่ในนครนิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาสมคบคิดเป็นตัวแทนของจีน และขัดขวางกระบวนการยุติธรรม โดยทั้งสองได้ขึ้นศาลรัฐบาลกลางในเขตบรูคลิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า นายลู ซึ่งอาศัยในเขตบรองซ์ และ นายเฉิน ที่อาศัยในย่านแมนฮัตตัน ได้ร่วมกันก่อตั้งสถานีตำรวจในต่างประเทศแห่งแรกในสหรัฐฯ ในนามของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน โดย “สถานีตำรวจลับ” ถูกปิดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2565 หลังจากผู้เกี่ยวข้องทราบข่าวการสอบสวนประเด็นสถานีดังกล่าวของเอฟบีไอ

บรอน เพียร์ซ อัยการสูงสุดในบรูคลินกล่าวว่า “การฟ้องร้องครั้งนี้เผยให้เห็นว่ารัฐบาลจีนละเมิดอธิปไตยของสหรัฐฯ อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยการจัดตั้งสถานีตำรวจลับกลางนครนิวยอร์ก”

คาดการณ์ว่าสถานีตำรวจในลักษณะนี้มีอยู่อย่างน้อย 100 แห่งทั่วโลกใน 53 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ และเมื่อเดือนที่แล้ว ตำรวจกลางของแคนาดาได้ประกาศการสืบสวนสถานที่ 2 แห่ง ในพื้นที่เมืองมอนทรีออล ที่เชื่อว่าเป็นสถานีตำรวจลับ

ผู้ช่วยอัยการสูงสุด จากกองความมั่นคงแห่งชาติ ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวว่า “การกระทำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปไกลเกินขอบเขตของการดำเนินการของรัฐชาติที่ยอมรับได้ เราจะปกป้องเสรีภาพของทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศของเราอย่างเด็ดเดี่ยว จากการคุกคามของเผด็จการ”

อัยการระบุว่า นายลู มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีน และถูกเกณฑ์ไปช่วยจีนในกิจกรรมปราบปรามในสหรัฐฯ โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2558 รวมถึงการคุกคามผู้เห็นต่างชาวจีน

ในปี 2561 เขาถูกกล่าวหาว่า มีส่วนร่วมในความพยายามผลักดันผู้ลี้ภัยชาวจีนที่ถูกกล่าวหา ให้เดินทางกลับประเทศจีน รวมถึงการคุกคามบุคคลนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น ที่อาศัยอยู่ในจีนและสหรัฐฯ และอัยการกล่าวว่า เขาถูกเกณฑ์ให้ไปตามหานักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในจีนด้วย อย่างไรก็ตาม นายลู่ ปฏิเสธการกระทำเหล่านี้ เมื่อถูกทางการสหรัฐฯ จับกุม

อัยการกล่าวว่า เขาและ นายเฉิน ถูกเจ้าหน้าสอบสวนเมื่อเดือนตุลาคม 2565 เมื่อเอฟบีไอทำการค้นหาสถานีตำรวจต้องสงสัย โทรศัพท์ของพวกเขาถูกยึดในระหว่างการตรวจค้น และทั้งสองคนยอมรับว่า ได้ลบการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ควบคุมพฤติกรรมของพวกเขาในสหรัฐฯ

หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ทั้ง นายลู่ และ นายเฉิน อาจถูกจำคุกสูงสุด 25 ปี

สถานเอกอัครราชทูตจีนในสหรัฐฯ และแคนาดากล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวเป็น “สถานีบริการในต่างประเทศ” ที่เปิดในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือคนต่างชาติในการต่ออายุใบขับขี่และเรื่องที่คล้ายกัน แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า จีนใช้สถานที่ดังกล่าวเพื่อคุกคาม และติดตามชาวจีนในต่างประเทศ

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ 34 คน จากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ถูกตั้งข้อหาใช้บัญชีโซเชียลมีเดียปลอม เพื่อก่อกวนผู้เห็นต่างชาวจีนในสหรัฐฯ และเผยแพร่โฆษณาชวนของรัฐบาลจีน

อัยการกล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นสมาชิกของหน่วยเฉพาะกิจชั้นยอด ที่รู้จักกันในชื่อ 912 Special Project Working Group ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “กำหนดเป้าหมายผู้ต่อต้านชาวจีนที่อยู่ทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐฯ” โดยเชื่อว่าจำเลยทั้ง 34 คน อาศัยอยู่ในประเทศจีน หรือที่อื่นๆ ในเอเชีย

“ตามที่ถูกกล่าวหา รัฐบาลจีนใช้ตำรวจแห่งชาติของตนและคณะทำงานโครงการพิเศษ 912 ไม่ใช่เป็นเครื่องมือในการปกป้องกฎหมาย และปกป้องความปลอดภัยสาธารณะ แต่เป็นจัดตั้งกลุ่มโทรลล์ ที่เรียกว่า troll farm หรือกลุ่มที่มีการจัดตั้งผู้ที่มุ่งทำการแทรกแซงกรณีความคิดเห็นทางการเมืองทางอินเทอร์เน็ต หรือข่มขู่ก่อกวนผู้เห็นต่างในโลกออนไลน์ ที่โจมตีบุคคลในประเทศของเราที่ใช้เสรีภาพในการพูด”.

สุดสยอง 2 สามีภรรยาชาวอินเดียใช้กิโยตีนตัดหัวตัวเองเพื่อบูชายัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2682483

สุดสยอง 2 สามีภรรยาชาวอินเดียใช้กิโยตีนตัดหัวตัวเองเพื่อบูชายัญ

18 เม.ย. 2566 13:00 น.

สุดสยอง 2 สามีภรรยาชาวอินเดียใช้กิโยตีนตัดหัวตัวเองเพื่อบูชายัญ

กลายเป็นคดีสุดสะเทือนใจ เมื่อ 2 สามีภรรยาชาวอินเดีย ตัดสินใจตัดหัวตัวเองด้วยกิโยตีน เพื่อให้ศีรษะหลุดลงในกองไฟ เพื่อบูชายัญตามความเชื่อ ทิ้งลูก 2 คนให้ญาติเลี้ยงดู


ตำรวจอินเดียเข้าไปตรวจสอบเหตุฆ่าตัวตายด้วยการตัดคอของสองสามีภรรยา ในรัฐคุชราต โดยไปพบศพของ นายเฮมูไพ มัควานา วัย 38 ปี และ นางฮานซาเบนภรรยา วัย 35 ปี ที่ศีรษะของทั้ง 2 คน ถูกตัดออกจากร่างโดยกิโยตีนที่ทำขึ้นมาเอง และตกอยู่ในกองไฟที่อยู่ข้างๆ กัน

ด้านครอบครัวของทั้งคู่ระบุว่า สองสามีภรรยามีความเชื่อในเรื่องการบูชายัญ และมีการสวดบทสวดบางอย่างที่บ้านของพวกเขาทุกๆ วัน มาตั้งแต่ปีที่แล้ว

โดยตำรวจสอบสวนระบุว่า พิธีกรรมดังกล่าวมีขึ้นในช่วงคืนวันเสาร์จนกระทั่งช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสองสามีภรรยาได้เขียนโน้ตข้อความถึงญาติของพวกเขา ให้ช่วยดูแลลูกๆ รวมทั้งพ่อแม่ของพวกเขา ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะนำร่างของทั้งสองคน ไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

เหตุบูชายัญสยองครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีเหตุการณ์ที่หญิงสาว 2 คน ถูกลักพาตัว และนำตัวไปทรมาน ก่อนจะถูกฆ่าตัดหัว ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับมนตร์ดำ และการบูชายัญมนุษย์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนในที่สุดตำรวจสามารถจับกุมหมอแผนโบราณ ภรรยาของเขา และหมอผีในรัฐเกรละ ที่เป็นผู้ต้องหาก่อเหตุสยองครั้งนี้ได้รวม 3 คน.

ที่มา : เดลีเมล์