สกสว.จัดเสวนาออนไลน์แผนงานวิจัย หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ EP.1: ChatGPT AI Chatbot

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728511

สกสว.จัดเสวนาออนไลน์แผนงานวิจัย หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ EP.1: ChatGPT AI Chatbot

สกสว.จัดเสวนาออนไลน์แผนงานวิจัย หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ EP.1: ChatGPT AI Chatbot

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.45 น.

สกสว.จัดเสวนาออนไลน์ แผนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ EP.1: “ChatGPT AI Chatbot”

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  จัดเสวนาออนไลน์ แผนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ EP.1: “ChatGPT AI Chatbot” เพื่อแนะนำองค์ความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะในประเด็น ChatGPT เพื่อหารือโจทย์การวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Generative AI (เช่น ChatGPT) กับการสร้างสรรค์เศรษฐกิจดิจิทัล โดยมี ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ร่วมบรรยายพิเศษ “OpenThaiGPT: ChatGPT Opensource ภาษาไทย โดยคนไทย” ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้ร่วมก่อตั้ง ZTRUS ร่วมบรรยายพิเศษ “What we should know about Generative AI in 2023 : สิ่งที่เราน่าจะรู้ เกี่ยวกับ Generative AI ในปี 2566″  และ ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล กรรมการผู้จัดการบริษัท กสิกร แล็บส์ จำกัด ร่วมบรรยายพิเศษ “Generative AI : Challenges and Opportunities in Business” 

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว.ได้จัดทำแผนด้าน ววน. 2566-2570 เพื่อเป็นเครื่องมือกำหนดเป้าหมายการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนา “พลิกโฉมให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน” ซึ่งปัจจุบัน คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติ แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ปี 2566-70 หรือแผนระยะ 5 ปี ใน 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มี ความสามารถในการแข่งขัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและ นวัตกรรม

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับขั้นแนวหน้าที่ ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต และ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นฐานการ ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม

ในส่วนนี้ขอกล่าวถึง ยุทธศาสตร์ที่ 1 ที่มุ่งเน้นการดำเนินงาน 8 เรื่อง และ หนึ่งในจำนวนนี้เป็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ ด้วยตระหนักว่า เทคโนโลยีดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการนำมาประยุกต์ใช้อย่างเร่งด่วนในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลได้  

ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร บรรยายว่า OpenThaiGPT จะเป็น AI Chatbot ภาษาไทย ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี AI โดยช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ทำให้คนไทย และประเทศไทยมีเทคโนโลยี AI ของตัวเอง โดยปัจจุบันหลายองค์กรสามารถเข้าไปใช้บริการ ChatGPT เพื่อเพิ่มช่องทางถามตอบ หรือ แนะนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากการเข้าไปใช้บริการแล้ว ผู้ประกอบการยังสามารถต่อยอดแอปพลิเคชัน ที่ทำให้เกิดผู้ประกอบการ หรือ สตาร์ทอัพ รายใหม่ๆ และบริการดิจิทัลใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 

โดยที่ผ่านมามีการพัฒนา AI อย่างต่อเนื่องแบ่งเป็น 3 ยุค ยุคแรก คือ Artificial Narrow Intelligence (ANI) AI ที่มีความถนัดในศาสตร์แขนงใด แขนงหนึ่ง เท่านั้น ยุคที่ 2 Artificial General Intelligence (AGI) AI ที่มีความสามารถเรียนรู้ การใช้เหตุผล แก้ไขปัญหา สร้างกลยุทธ์และตัดสินใจได้ในสภาวะที่ไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ โดยขณะนี้เราอยู่ช่วงยุคที่ 2 ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ChatGPT ที่มีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ สามารถสอบแพทย์ กฎหมายผ่าน และ ยุคที่ 3 Artificial Super Intelligence (ASI) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง มีความฉลาดเหนือมนุษย์

ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม บรรยายว่า Generative AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราเข้าถึงชุดข้อมูลที่มีอยู่ และ การนำข้อมูลมาสร้างใหม่ ด้วยอัลกอริทึมแบบ Generative Model ที่สามารถนำมาใช้งานหลากหลาย เช่น การสร้างภาพ การประมวลผล การสร้างเสียงดนตรี ที่เราต้องเร่งศึกษาเรียนรู้ จุดอ่อน จุดแข็งและการใช้จากเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม นอกจากการวิจัยพัฒนา ต่อยอดทางเทคโนโลยีแล้ว การพัฒนาคนให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญเช่นกัน เพราะอย่างไรมนุษย์จำเป็นต้องทำงานร่วมกับ AI 

ทั้งนี้ในบริบทของการร่วมพัฒนา AI ของไทย ยังมีโจทย์ที่ท้าทายในการผสมผสานระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยี และ ด้านสังคมศาสตร์ เพื่อให้ AI สามารถเข้าใจเหตุและผล (Explainable AI) และประเด็นทางด้านการดูแล และกำหนดการใช้งานให้กับ AI ทำงานร่วมกับมนุษย์ โดยเฉพาะในบริบทของคนไทย  ท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีจะมาช่วยสร้างประโยชน์ ให้คนไทย ในหลากหลายมิติได้อย่างเหมาะสม
 
ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล บรรยายว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั้นสามารถสร้างผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้อความ, ภาพ, เสียง, วิดีโอ, โค้ดคอมพิวเตอร์ ฯลฯ จากชุดข้อมูล ชุดคำสั่ง หรือคำอธิบายที่มนุษย์ป้อนเข้าไป (Input Prompts) โดยการวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยี การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือ และการพัฒนาขีดความสามารถ ในปัจจุบันสอดคล้องกับเทรนด์ AI และ ความท้าทายในปัจจุบัน เช่น การสร้างภาพเสมือนจริงของบุคคล เพื่อทำให้เราเห็นภาพในอนาคต ว่า ร่างกาย หรือ รูปร่างของเรานั้นจะเป็นอย่างไร และจะต้องเตรียมวางแผนการดูแลตนเอง การใช้ชีวิตต่อไป เช่นเดียวกับการใช้ AI มาช่วยให้เราได้รู้เท่าทัน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่มีการปลอมเป็นตัวบุคคล เพื่อสื่อสารข่าวปลอม การตรวจสอบสิทธิความเป็นเจ้าของในตัวของภาพถ่าย กราฟฟิกต่างๆ และ เรื่อง Interpretability and Correctness หรือ การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ที่ทุกธุรกิจจะต้องให้ความสำคัญ 

การจัดงานในครั้งนี้ สกสว.ได้ข้อมูลสำคัญ ที่จะนำไปสู่การกำหนดโจทย์การพัฒนาสำคัญที่จะช่วยทำให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของแผนงาน การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะรวมทั้งหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การบริการและพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันได้ต่อไป

กรมการพัฒนาชุมชนชูศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728491

กรมการพัฒนาชุมชนชูศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม

กรมการพัฒนาชุมชนชูศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.29 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ชูศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP  ผลิตภัณฑ์ผ้าและหัตถกรรม เปิดพื้นที่จัดแสดงสินค้าสร้างรายได้สู่ชุมชน

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP จัดงาน “กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตผู้ประกอบการประเภทผ้าและหัตถกรรม จุดดำเนินการที่ 1 รุ่นที่ 1 กรุงเทพมหานครฯ ”  โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดกิจกรรม ภายในงานพบกับกิจกรรมการให้คำปรึกษา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของผู้ประกอบการประเภทผ้า และหัตถกรรม   

งานครั้งนี้ มีเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมงานอาทิ นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นางสาวณัฐนิช อินทสระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น,  นายกัมปนาทจักรวาล วิเวศ ศรีพุทธา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน และพัฒนาการจังหวัดในโซนภาคกลาง พร้อมด้วย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย และงานหัตถกรรม ในเขตพื้นที่จังหวัดภาคกลาง กว่า 100 คน ร่วมในพิธีฯ  และได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเข้าร่วมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ  อาทิ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบลายผ้าและพัฒนาผ้าไทย, นายภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น, นายศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น,  นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น, อาจารย์ ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์การต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น,  นายนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นใยและการย้อมสีธรรมชาติ (BCG), ผศ.ดร.มยุรี ศรีกุลวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์, ผศ. ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น, อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่น ร่วมให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทยและงานหัตกรรม ณ ห้องประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ

ศูนย์คุณธรรม เฟ้นหาต้นแบบสื่อคัดเลือกรางวัล MORAL AWARDS 2022 ครั้งที่ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728481

ศูนย์คุณธรรม เฟ้นหาต้นแบบสื่อคัดเลือกรางวัล MORAL AWARDS 2022 ครั้งที่ 3

ศูนย์คุณธรรม เฟ้นหาต้นแบบสื่อคัดเลือกรางวัล MORAL AWARDS 2022 ครั้งที่ 3

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.45 น.

ศูนย์คุณธรรม จัดงาน “MORAL AWARDS 2022” ครั้งที่ 3  เพื่อค้นหาสื่อ  บุคคล  ชุมชนและองค์กร จากพื้นที่เล็ก ๆ กระจายสู่ระดับภูมิภาค จังหวัด และระดับประเทศ เพื่อขยายผลความดีสู่สาธารณะ ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ  ให้เป็นแบบอย่างที่ดีงามด้านพฤติกรรม เกิดเป็นอัตลักษณ์ของคนไทย สู่สายตานานาชาติต่อไป

3 พ.ค.66 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “MORAL AWARDS 2022” โดยมี รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม ร่วมแถลงข่าวฯ ณ ห้อง Function Eleven ชั้น 11 โรงแรม สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์  โฮเทล กรุงเทพฯ และถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand

โดยกิจกรรมในงาน รศ.นพ.สุริยเดว  ร่วมบรรยายพิเศษ “Digital เปลี่ยนโลก Moral เปลี่ยนคุณ” นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม จากรางวัล MORAL AWARDS 2021” ประกอบด้วย ผู้แทนรางวัลประเภทบุคคล นพ.ฐาปนันท์ มหิศนันท์ นายแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย  ผู้แทนรางวัลประเภทชุมชน/องค์กร ว่าที่ร.ต.ชาติชาย ยอดมิ่ง ผู้นำชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดฝั่งคลองต.เกาะหวาย จ.นครนายก และผู้แทนรางวัลประเภทสื่อ นายประสาน อิงคนันท์ เจ้าของเพจมนุษย์ต่างวัย 

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวว่า MORAL AWARDS 2022นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคน ทุกภาคส่วนในสังคมให้ความสำคัญ ตระหนักถึงการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม โดยเริ่มจากตัวบุคคล ชุมชน/องค์กร จากพื้นที่เล็ก ๆ กระจายสู่วงกว้าง สู่ระดับภูมิภาค จังหวัด และระดับประเทศ  โดยปีนี้ ศูนย์คุณธรรมได้ยกระดับการประกาศ ยกย่อง ให้ครอบคลุม ครบองค์ประกอบมากยิ่งขึ้น ดำเนินการภายใต้รางวัลที่ชื่อว่า MORAL AWARDS 2022 เพื่อค้นหา ยกย่อง บุคคล ชุมชน/องค์กร และสื่อ ในแต่ละ Sector ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและท้องถิ่น ของสังคมไทย ที่เป็นแบบอย่างด้านพฤติกรรมด้านคุณธรรมควรค่าแก่การยกย่อง เพื่อสื่อสาร รณรงค์และขยายผลความดีให้เป็นแนวทางต่อการนำไปปรับใช้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ร่วมเป็นคณะทำงานในการพิจารณาคัดเลือกผลงานและผู้เหมาะสมเข้ารับรางวัล MORAL AWARDS 2022 นี้ และจะมีพิธีประกาศผลรางวัลฯ  ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 13  ในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นี้

สำหรับ รางวัล MORAL AWARDS 2022 นี้มีทั้งหมด 3 ประเภท (รวม 177 รางวัล) คือ ประเภทสื่อ แบ่งเป็น 9 สาขา ได้แก่ สื่อละคร, สื่อภาพยนตร์, คลิปวิดีโอสั้นที่เผยแพร่ทางโซเซียลมีเดีย, สื่อโฆษณา, บทเพลง, รายการวิทยุ, รายการโทรทัศน์, สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อดิจิทัล สาขาละ 3 รางวัล รวม 27 รางวัล ซึ่งจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท ประเภทบุคคล จำนวน 100 รางวัล จะได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ พร้อมเกียรติบัตร และประเภทชุมชนและองค์กร จำนวน 50 รางวัล จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อสร้างพื้นที่ความดีให้เกิดขึ้นในสังคม ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย รวมถึงการสื่อสารรณรงค์ ขยายผลความดีที่ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นแนวทางต่อการนำไปปรับใช้และขยายผลในสังคมไทย  

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลฯ ศูนย์คุณธรรมจะรวบรวมเรื่องราวจัดทำเป็นสื่อเพื่อการเผยแพร่ขยายผลต่อสาธารณะ ผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้ง ประกาศ ยกย่อง เป็น Hall of Fame ในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ (www.moralawards.com) ซึ่งนอกจากจะเป็นการโชว์คุณงามความดีแล้ว ประชาชนจะสามารถมาแชร์ และเชื่อมต่อความดีที่ปรากฏนี้ได้ผ่าน Hall of Fame แพลตฟอร์มออนไลน์ของศูนย์คุณธรรม 

รศ.นพ.สุริยเดว  กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสื่อมวลชนจะให้การตอบรับที่ดีในการช่วยเป็นกระบอกเสียง ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ออกไปให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทย เพื่อให้เราได้ค้นพบ กลุ่มของบุคคล ชุมชน/องค์กร และสื่อ ที่น่ายกย่องในพฤติกรรมด้านคุณธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนร่วมกันขยายผลความดีที่ควรค่าแก่การยกย่องนั้น เพื่อสะท้อนต่อระบบที่มีคุณธรรม และเป็นแนวทางในการปรับใช้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมบ้านเมืองเราต่อไป เพราะ คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม คุณธรรม คุณทำได้  ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าว

ผู้สนใจสามารถเสนอผลงาน/รายชื่อ ประเภทสื่อ ปิดรับผลงาน ภายในวันพฤหัสบดีที่ 15  มิ.ย. 2566 และประเภทบุคคล ชุมชนและองค์กร ภายในวันพุธ ที่ 31 พ.ค.2566 โดยถือวันส่งต้นทางประทับตราเป็นสำคัญ  ผ่าน 3 ช่องทางดังนี้1.ทางเว็บไซต์ http://www.moralawards.com 2.ทางไปรษณีย์  และ3.ส่งผลงานด้วยตนเองที่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เลขที่ 69 /16-17 อาคารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ทั้งนี้ จำเป็นต้องแนบไฟล์ผลงานบันทึกลงแฟลชไดรฟ์ (ไฟล์ AVI, WMV, MP4, MOV ฯลฯ ไฟล์เอกสาร PDF และ Link ผลงาน) 

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ นางสาว วรรธนันท์ วัฒนเศรษฐบำรุง โทร.  062-631-9971 นางสาว ญาดา อาสานะพันธุ์  โทร.  089-499-4045 นางสาว นันทพร ทาวะระ  โทร.  081-552-6390 นาย จักราชัย ทองเพ็ชร์  โทร.  088-484-8840  และ นางสาว สาริณี ถูกจิตร  โทร.  089-499-0648

สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ’ครูผู้ช่วย’ เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728369

สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ'ครูผู้ช่วย' เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี

สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ’ครูผู้ช่วย’ เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.26 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และบุคลากรจากส่วนกลางบางคน เข้าใจผิดเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารงานในเขตพื้นที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเข้าใจว่าจะมีการยุบกลุ่ม รวมกลุ่มภายในหน่วยงาน ซึ่งตนขอยืนยันว่า สพฐ. ไม่มีนโยบายเพิ่มหรือปรับลดหน่วยงานทั้งในเขตพื้นที่ฯ และส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังมีความสับสนเรื่องแบบเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประเด็นดราม่า เช่น การกินไข่ต้มครึ่งใบ การบริจาคเงิน และการกินข้าวมันไก่ใส่น้ำปลา ซึ่งขอทำความเข้าใจว่า เราใช้แบบเรียนเล่มดังกล่าวมา 13 ปีแล้ว และแบบเรียนภาษาพาทีเล่มนี้ เป็นเพียงสื่อการเรียนการสอนที่ถูกจัดทำขึ้นมาโดยผูกเรื่องราวให้ได้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมให้นักเรียนอ่านจับใจความ ต้องการให้เด็กเห็นคุณค่า คุณธรรมแห่งความดีงาม จึงได้สมมุติเรื่องราวขึ้นมา เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าความสุขของการใช้ชีวิตอยู่ที่จิตใจ และการปฏิบัติตน ไม่ใช่เงินทอง เจตนารมณ์ของเนื้อเรื่อง จึงไม่ได้มุ่งไปเรื่องโภชนาการ ทั้งนี้ สพฐ. ยินดีรับฟังเพื่อนำเรื่องดังกล่าวไปปรับปรุงเนื้อหาการเรียนให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ครูสามารถเลือกสื่อเล่มนี้ไปใช้สอนเพื่อให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ได้

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)  ประจำเขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาโยกย้ายข้าราชการครูเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาที่ครูเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ จึงอยากให้ครูอย่าประวิงเวลา ขอให้เร่งมอบหมายงานในหน้าที่ของตน และไปรับตำแหน่งใหม่ให้ทันเปิดภาคเรียนวันที่ 15 พฤษภาคม นี้ ส่วนโรงเรียนที่มีตำแหน่งครูว่างอยู่ ทางคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว ขณะนี้ สพฐ.ได้ส่งหนังสือแจ้งให้สำรวจไปแล้ว ว่า ต้องการสอบครูจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้ สพฐ.ดำเนินจัดการสอบครูผู้ช่วยต่อไป ซึ่งโดยกำหนดปฏิทินคร่าวๆ แล้วว่า จะดำเนินการรับสมัครในเดือนพฤษภาคม และจัดสอบเดือนมิถุนายนนี้

“หลังจากสอบครูผู้ช่วย สพฐ.จะดำเนินการสอบครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว16 ต่อเนื่องกันไปตามลำดับ เพราะ สพฐ.เว้นว่างการสอบ ว16 เป็นเวลา 2 ปีแล้ว จึงต้องการที่จะเติมครูเข้าไปในระบบให้ทัน ส่วนการสอบผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน ก็มีแผนจัดสอบเช่นกัน โดยวางแผนไว้ว่าจะดำเนินการสอบหลังจากสอบครูผู้ช่วยแล้วเสร็จ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดำเนินการสอบรองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน” นายอัมพร กล่าว

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใยเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ดังนั้น 1 สัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน อยากให้ผู้บริหารและครูเข้าไปเตรียมความพร้อมอาคาร สถานที่ อาหารกลางวัน สื่อวัสดุอุปกรณ์ และจัดการเครื่องแบบชุดนักเรียน  รวมถึงประสานงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมพร้อมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพื่อให้วันที่ 15 พฤษภาคม มีความพร้อมจัดสอนได้ทันที

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกับเงื่อนไขสู่ตำแหน่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548217

04 พ.ค. 2566

หัวหน้าพรรคก้าวไกลกับเงื่อนไขสู่ตำแหน่งนายกฯ

แม้นิด้าโพลกว่าครึ่งจะสนับสนุน ให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ยังมีหลายเงื่อนไขขวางเส้นทางสู่ตำแหน่งนั้นไว้

การเลือกตั้งปี2562 พรรคเพื่อไทยได้สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 136 ที่นั่งไม่มีสส.แบบสัดส่วน เพราะเป็นการเลือกตั้ง แบบบัตรใบเดียว ทุกคะแนนมีความหมายในการนำไปคำนวณสส.พึงมี โดยพรรคเพื่อไทยมีคะแนน ราว 7.9 ล้านเสียง


ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น หรือ พรรคก้าวไกลในปัจจุบันนี้ มีคะแนนโหวต 6.3 ล้านเสียง มี สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 31 ที่นั่ง และมีสส.แบบสัดส่วน 50 ที่นั่ง เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทย มีสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มากกว่าพรรคก้าวไกล กว่าสามเท่าตัว 

โดยในปี 2562 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51.24 ล้านคน มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งราว 75 % หรือ ราวๆ 38.3 ล้านเสียง 
การเลือกตั้งปี2566 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพิ่มเป็นกว่า 52 ล้านคน

กกต.คาดการว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ราว 80 % หรือ ราว 42 ล้านคนแปลว่า หากทั้ง 42 ล้านคนนี้ ลงคะแนนเลือกพรรคการเมือง 100 %  เท่ากับว่าสส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ต้องมีคะแนนเสียงราว 4 แสนเสียง  

จากผลสำรวจของทั้งสวนดุสิตโพลและนิด้าโพล พรรคเพื่อไทยยังได้รับความนิยมมากกว่าพรรคก้าวไกล แปลว่าพรรคเพื่อไทยอาจได้สส.แบบบัญชีรายชื่อมากกว่า เมื่อรวมกับสส.แบบแบ่งเขตจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หากพฤติกรรมการเลือกตั้งยังไม่เปลี่ยนไป ก็พออนุมานได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีสส.เป็นอันดับ 1  

การจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้งปี 2562 ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยึดหลักการที่ว่า ต้องดำเนินการโดยพรรคการเมือง ที่มีจำนวน สส. มากเป็นลำดับที่ 1 หากการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคก้าวไกล ได้สส.น้อยกว่า โอกาสที่ พิธา จะได้รับการผลักดันเป็นนายกฯก็ตกไป นี่ตามเหตุผลในเชิงหลักการของพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ในขณะนั้น

แม้โพลล่าสุดของสำนักนิด้าโพล ซึ่งตรงกันกับสวนดุสิตโพลที่ว่าภาพลักษณ์ของพิธา เหมาะจะเป็นนายกฯมากกว่าแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย  แต่เสียงของคนรุ่นใหม่ ที่เป็นฐานสนับสนุนพรรคก้าวไกล ก็ยังมีไม่มากพอ 

ข้อมูลจากสวนดุสิตโพลระบุว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มที่มีอายุ18-31 ปี สนับสนุนพรรคการเมืองนี้ และมีจำนวนราว 10 ล้านคนเศษ ขณะที่ ร้อย 45 ของกลุ่มคนที่มีอายุ มากกว่า 31 ปีขึ้นไปซึ่งมีจำนวนเกือบ 40 ล้านคนสนับสนุนพรรคเพื่อไทยต้องยอมรับว่าบทบาท ของพรรคก้าวไกลในฐานะฝ่ายค้าน โดดเด่นและจัดจ้านกว่า

แต่ด้วยความที่มีแนวคิดการเมืองแบบก้าวหน้า ก็บ่มเพาะศัตรูในสภาไว้มากกว่าเช่นกัน ทางเลือกของพรรคก้าวไกล จึงเหลือแต่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเก่า ซึ่งว่ากันว่าหลุดจากสมการเลือกตั้งครั้งนี้ไปแล้ว 

งานเสวนาดีเบต สะท้อนมุมมอง พรรคการเมือง ปม ปฏิรูปตำรวจ – ยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548203

03 พ.ค. 2566

งานเสวนาดีเบต สะท้อนมุมมอง พรรคการเมือง ปม ปฏิรูปตำรวจ - ยาเสพติด

ตัวแทนพรรคการเมืองร่วมเงานเสวนาดีเบต ม.รังสิต แสดงมุมมอง การปฏิรูปตำรวจ แก้ไขยาเสพติด โรม ชี้ บางพื้นที่ตำรวจย้ายตำแหน่งต้องจ่าย 5 ล้าน จึงหาเงินจากเครือข่ายยาเสพติด พล.ต.ต.วิชัย ระบุ การเมืองห้ามแทรกแซงตำรวจ เดียร์ ขัตติยา แนะ ต้องปฏิรูปกฏหมายด้วย

การจัดเวทีดีเบต ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของศึกเลือกตั้ง2566 มีทั้งสีสัน ข้อมูล และมุมมอง ที่สามารถนำมาเป็นชุดข้อมูลของประชาชนในการตัดสินใจที่จะลงคะแนนในวันที่ 14พ.ค. ที่จะถึงนี้  งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ทั้งเป็นการเสวนาให้ความรู้ และ แสดงทัศนคติ ต่อมุมมองด้านอาชญากรรม กับ การเมือง 

งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
ที่น่าสนใจในช่วงหนึ่งจากการตั้งคำถามของการเสวนาที่มีความเชื่อมโยงกัน ในประเด็นยาเสพติดและการปฏิรูปตำรวจ 


นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคและ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ต้องบอกว่าเรื่องยาเสพติด เป็นความเกี่ยวข้องกับทุกปัญหา ในทุกวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และมีการแพร่กระจายมากขึ้นเรื่อยๆ แนวดน้มราคายาเสพติดลดลงเรื่อยๆ คำถามคือยาเสพติดเข้ามาจากชายแดน ก็ต้องมีขบวนการกระจายยา แล้วก็เรื่องเงิน จะลักลอบนำออกไปอย่างไร การแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด คำถามคือรัฐตั้งมีการแก้ไข และนำมาสู่การปฏิรูปตำรวจ เพราะการซื้อขายตำแหน่งสูงมาก ในต่างจังหวัดที่เคยมีบางพื้นที่ ต้องใช้เงินถึง 5 ล้านบาท ทำให้ต้องการใช้เงิน วิธีการที่ทำให้ได้เงินที่เร็วที่สุดก็ต้องไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด  รวมทั้งการที่ตนอภิปราย สว.ทรงเอ ที่มีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ วิธีแก้ไขคือการปฏิรูปตำรวจ ที่สำคัญต้องทำงานแก้ไขควบคู่กับการฟอกเงิน 

ในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ นายรังสิมันต์ ไม่เห็นด้วยกับการให้ตำรวจจัดการกันเอง เพราะถ้าจัดการกันเองเป้นเรื่องที่อันตราย ไม่เห็นผลการดำเนินการ การแก้ไข กตร.ควรยึดโยงกับปราชชน ให้มีสัดส่วนของประชาชนเข้าไป เพื่อตรวจสอบการโยกย้ายในตำแหน่งต่างๆ เพื่อความโปร่งใส และการมีส่วนต่างๆ เข้าไปช่วยตรวจสอบ เป็นผลดีในการลดการวิ่งเต้น เกิดสมดุล ตำรวจแต่ลพจังหวัดไปในทิศทางไหน ปัญหาแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน การมีกรรมการสาธารณภัยจังหวัด เพื่อกำหนดทิศทางการแก่ไขในพื้นที่ ให้มีการเสนอผู้การจังหวัด เพื่อสร้างความสมดุลของพื้นที่กับส่วนกลาง ควรมีผู้ตรวจการ เพื่อความโปร่งใส ยกเลิกการมีตั๋วช้าง ตำรวจชั้นประทวนควรได้รับโอกาสในการเลื่อนชั้นยศตามวุฒิการศึกษา ให้สิทธิได้สอบก่อน คืนตำรวจเข้าสู่โรงพัก ควรมีตำรวจหญิงให้มากขึ้น เพื่อเวลาคดีมีเรื่องเพส และคืนทรงผมให้กับตำรวจ 

งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต งานเสวนาดีเบต ไปต่อหรือพอแค่นี้ อาชญากรรมกับนโยบายทางการเมือง จัดงานโดย คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า จากที่ตนเป็นคนเชียงราย พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ นั้น ในอดีตที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีการนำเข้ายาเสพติด ประเทศไทยไม่ใช่แค่แหล่งขายแต่เป็นเส้นทางผ่านอีกด้วย การแก้ไขต้องมีการสอดส่องจริงจัง ยาเสพติดเข้ามาจากชายแดน บริเวณชายแดนไม่มีความโปร่งใส แล้วถามว่ายาเสพติดเข้ามาจากชายยแดนได้อย่างไร ถ้าตำรวจ หรือส่วนราชการไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับเงินใต้โต๊ะ ในเรื่องการบำบัดรักษา ต้องมีการแก้ไขการบำบัดยาเสพติดควรมีเจ้าภาพในการดำเนินการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ที่ผ่านมามียงวัดเป็นเจ้าในการดูแลบำบัดแต่ยังไม่มีรัฐเข้ามาดำเนินการ  การเข้าถึงยาเสพติดมีมากขึ้น เพราะราคายาเสพติดถูกลงอย่างมาก ต้องจัดการการเข้าถึงให้มากที่สุด ต้องมีการพูดคุยกับประเทศ

เพื่อนบ้าน และยิ่งต้องทำให้กลไกตลาดของยาแพงมากขึ้น คนเสพก็จะน้อยลง เยาวชนก็จะเข้าไม่ถึงเพราะราคาแพง แล้วต้องมาดูว่าเราจะทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างไร ต้องเจรจากับประเทศเพื่อบ้าน รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปตำรวจ 


ธิดารัตน์ มองว่า ควรแก้เรื่องของคอรัปชั่น การแกปัญหาจากที่เคยทำวิทยานิพนธ์ ถ้าคนเราอยู่ในสถานการณ์ปกติ จะไม่ทำ ต้องทำลายระบบอุปถัมภ์ ยกเลิกความคิดคนมีอำนาจช่วยเหลือได้ การแก้ไขสวัสดิการ การตรวจสอบทรัพยสิน การแก้ไขการถ่วงการดำเนินคดี การเพิ่มตรวจหญิง การเพิ่มเติม การให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องการการันตีปกป้องพยานให้ข้อมูลของคดี  นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความโปร่งใส 


พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด มี 5 เรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ไข หนึ่งในนั้นคือเรื่องยาเสพติด เพราะพรรคไม่เอากัญขาเสรี และยาบ้า จากการทำโครงการฟังคิดทำ รับฟังปัญหาทั่วประเทศ  ยาเสพติดเป็นปัญหาที่คนสะท้อนมาเป็นอันดับ 2 ปัญหาการแก้ไขปัญหายาเสพติดเราต้องใช้เงินไปจำนวนหลายแสนบล้านบาท เงินตรงนี้สามารถไปดูแลเยาวชน ด้านการศึกษา การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ถูกต้องคือหน่วยงานทหาร เพราะมีหน้าที่ดูแลชายแดน และเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องร่วมดูแล ต้องแต่ ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาจนถึงผู้ใหญ่บ้าน แต่ถูกโยนมาให้ตำรวจรับผิดชอบ แต่ปัญหาคือไม่มีการดำเนินการเสพติด งบประมาณที่ใช้แก้ไขปัญหามี รวมทั้งมีมาตรการเด็ดขาดในการ การบำบัดยาเสพต้องเป็นสาธารณสุข แต่ไม่เอา เพราะไม่ได้ผลประโยชน์ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ในความเป็นจริง สาธสารณสุขกับสำนักงานตำรวจต้องจัดการ        
ในเรื่องการปฏิรูปตำรวจ พล.ต.ต.วิชัย มองว่า ต้องให้ตำรวจปราศจากการแทรกแซงของนักการเมือง รวมทั้งต้องแก้ไขเรื่องสวัสดิการ ต่างประเทศทุกอย่าง รัฐจัดการให้หมด ชุดทำงาน ปืน ของไทยตำรวจต้องซื้อเองหมด อย่างตนทำงานมาเลื่อนขั้นด้วยผลงานล้วนๆ ต้องปฏิรูปที่คน ไม่ใช้โครงสร้าง

                                                                                                                                       
น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  ต้องบอกว่าการเดินสายทั่วประเทศ เมื่อประกาศนโยบายเรื่องแก้ไขปัญหา แคนดิเดตนยกรัฐมนตรีของพรรค มีแนวทางในการปราบปรามอย่างชัดเจน ต้องมีการตรวจสอบเส่นามางการเงินต่างๆ ทำการยึดทรัพย์ เพื่อตัดวงจรการเงิน ต้องดูแลคนเสพยา การบำบัดยาต้องเข้าถึงง่าย แต่ของบ้านเรามีค่าใช้จ่าย แล้วเฮโรอีนกลับมานิยมอีกคครั้ง เพื่อกระตุ้นการใช้กัญชา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายกัญชาเสรี ที่สำคัญต้องสร้างงาน สร้างรายได้  ราคาการบำบัดยาต้องไม่แพง 
ส่วนเรื่องการปฏิรูปตำรวจ น.ส.ขัตติยา การปฏิรูปตำรวจที่ล่าช้า เป็นความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง ตำรวจกลายเป็นที่หวาดกลัวของประชาชน ทั้งเรื่องการกระทำความผิด การรับส่วยต่างๆ เพราะมีการใช้เงินเพื่อเลื่อนตำแหน่ง หรือการโยกย้าย และการหาเงินหรือรับส่วยกลายเป็นเรื่องที่กดดันตำรวจชั้นผู้น้อย การปฏิรูปตำรวจอย่างเดียวไม่พอ ต้องปฏิรูปกฎหมายด้วย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเต็มที่ ควรจะยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลัง การใช้ดุลยพินิจต่างๆ ทั้งของตำรวจและศาล การใช้รูปแบบการดำเนินการต่างๆในรูปแบบดิจิตัล เพื่อการตรวจสอบ รวมทั้งการให้ตำรวจประจำในพื้นที่บ้านเกิด เพื่อลดการรับส่วย 

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548191

03 พ.ค. 2566

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

แฟนคลับรอส่งกำลังใจแน่นสองข้าง สำหรับ ‘ชวน หลีกภัย’ ที่นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้ ด้านโต๊ะครู ผู้นำศาสนา สายบุรี นำคณะต้อนรับเพื่อขอบคุณสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีได้อุดหนุนร.ร.เอกชนสอนศาสนา พลิกโฉมจนถึงวันนี้

โดยโต๊ะครู ผู้นำศาสนา สายบุรี เผย “ท่านชวน เป็นบุคคลที่พวกเราไม่ควรลืม” ส่วนที่ สุไหงโก-ลก คณะกรรมการศาลเจ้าโต๊ะโมะ ดีใจ เตรียมจัดเลี้ยงรับรองฯ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.66 นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฏร พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางวทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ และศ.ดร.สุชัชวีร์สุวรรณสวัสดิ์ ประธานการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อขอคะแนนเสียงให้แก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดปัตตานี เขต 1 นายสนิท  นาแว หมายเลข 8 ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี 

โดยเริ่มตั้งขบวนจาก โรงแรม ซี เอส ปัตตานี เลี้ยวซ้ายเข้าในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี  ผ่านใจกลางเมือง 

ต่อจากนั้น นายชวน หลีกภัยและคณะ เข้าสักการะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ซึ่งตลอดสองข้างทางได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งได้ส่งเสียงให้กำลังใจ มอบดอกไม้ ให้กับนายชวน หลีกภัย และคณะจำนวนมาก 

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

จากนั้น คณะของนายชวน หลีกภัย พร้อมด้วยนายยูนัยดี วาบา ผู้สมัครปชป.หมายเลข 6 ได้เดินทางต่อไปยังบริเวณตลาดปาลัส ของอำเภอปะนาเระ และ เขตเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน 

โดยที่อำเภอสายบุรี นั้น มีโต๊ะครู ผู้นำศาสนา ครูและบุคลากรของโรงเรียน นำโดย ดาโตะนิเดร์ วาบา เจ้าของโรงเรียนสายบุรีอิสลามวิทยา รอให้การต้อนรับเพื่อแสดงความขอบคุณท่านชวน หลีกภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า “ท่านชวน หลีกภัย เป็นบุคคลที่พวกเราไม่ควรจะลืม เพราะว่าในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีและในสมัยรัฐบาลของท่าน ผมและคณะได้เข้าพบ และได้อุดหนุนให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านก็ได้รับหนังสือและได้พิจารณาให้การอุดหนุนกับโรงเรียนเอกชน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของท่านจนถึงทุกวันนี้ เป็นการพลิกโฉมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในด้านวิชาการสามัญและศาสนาพัฒนาโรงเรียนเอกชนฯ ให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับโรงเรียนต่างๆในภาครัฐ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นตามลำดับ ทำให้นักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก” ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น 

จากนั้นในเวลา 17.30 คณะฯพร้อมด้วยผู้สมัครเขต1 นราธิวาส นายวัสสันต์ ดือเร๊ะ หมายเลข 6 ได้ขึ้นรถหาเสียงขอคะแนนจากพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น

จนกระทั่งเวลา 18.45น  เดินทางต่อไปยังอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสเพื่อพบปะกับคณะกรรมการศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ ที่มีความรู้สึกดีใจและเตรียมจัดเลี้ยงเพื่อต้อนรับนายชวน หลีกภัย และคณะในการมาเยี่ยมเยียนอีกด้วย

‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้
‘ชวน หลีกภัย’ นำ ‘นิพนธ์-มาดามเดียร์-ดร.เอ้’ ลุยชายแดนใต้

‘ชูวิทย์’เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548192

03 พ.ค. 2566

'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ

หัวหอกต้านกัญชาเสรี “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  ” เดินหน้าแบบสุดซอย ล่าสุดเปิด”ศูนย์ต่อต้านกัญชา”ใช้พื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นร้านขายกัญชา หมดสัญญาจึงนำมาใช้ประโยชน์ด้วยการเปิดเป็นศูนย์ต้านกัญชา ด้านรมว.สาธารณสุข”ใจดีสู้เสือ” ชื่นชมแนวคิดรณรงค์ให้สังคมเข้าใจโทษภัย

ที่อาคารเมนวิง โรงแรมเดอะ เดวิส ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ    นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์    ได้แถลงเปิด“ศูนย์ต่อต้านกัญชา”  สำหรับที่ตั้งของศูนย์ต่อต้านกัญชา    เป็นการใช้
พื้นที่เดิมซึ่งเคยติดสัญญาเช่าทำร้านขายกัญชา   ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบถึงผลร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นของกัญชา แต่เมื่อครบสัญญา 6 เดือน    จึงขอพื้นที่คืนนำมาเปิดเป็นศูนย์ต่อต้านกัญชาที่เปิดให้บุคคลภายนอก สามารถข้ามารับเสื้อ สติ๊กเกอร์ เข็มกลัด ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หรือจะร้องเรียนเรื่องปัญหากัญชา โดยศูนย์แห่งนี้มีตนและพนักงานให้บริการ

“ศูนย์ต่อต้านกัญชา” แห่งนี้จะเปิดต่อเนื่องไปจนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้เป็นรัฐบาล   หรือ
ต้องไปเป็นฝ่ายค้านเท่านั้นจึงจะปิดศูนย์  การทำงานหลังจากนี้จะเดินสายรณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรีไปตามจังหวัดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และในวันเสาร์ที่ 13 พ.ค.หลังจากเที่ยงวันไปแล้ว ผู้สมัคร สส. จะต้องยุติการทำกิจกรรมต่าง ๆ   ซึ่งตนจะไปวิ่งต่อต้านกัญชาที่สวนลุมพินี ในเวลา 16.00 น. เพื่อรณรงค์ให้เห็นโทษของกัญชา โดยจะไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง 

“ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ผมจะไปสอบถามพรรคการเมืองต่าง ๆ ถึงความชัดเจนที่จะไม่เอากัญชา ก่อนหน้านี้พรรครวมไทยสร้างชาติ    ก็ไม่ตอบคำถามและเดินหนีก็ไม่เป็นไร ในวันพรุ่งนี้   ( 4 )   ผมจะไปถามคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล ที่ตลาดนกฮูก จ.นนทบุรี ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้รับคำตอบแล้วจากคุณเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งแสดงจุดยืนว่า ไม่เอากัญชาแน่นอน  ” 


นายชูวิทย์ กล่าวว่า ที่  จ.พัทลุง และ จ.ตรัง มี   ผู้สมัครสส.พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ใช้กัญชาในการหาเสียง แนะนำตัวผู้สมัคร ตนจึงร้องเรียนให้ กกต.เข้าตรวจสอบ ซึ่งยังไม่มีการตอบกลับมา  เชื่อว่าจากนี้ไปพรรคภูมิใจไทย จะมีคะแนนนิยมลดลง จากประเด็นกัญชาที่ปรากฎตามสื่อ มีให้เห็นอยู่ทุกวันนี้ จึงอยากขอให้คนไทยที่จะไปเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค. ตัดสินใจให้ดี อย่าให้คนไม่ดี มาปกครองบ้านเมือง”


   
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข   และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  กล่าวว่า 
การเปิดศูนย์ต่อต้านกัญชาเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชน  โดยเฉพาะกัญชาที่ทำแล้วผิดกฎหมาย เช่น นำเข้าจากต่างประเทศมาขาย หรือขายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี   เรื่องนี้ต้องฝากนายชูวิทย์ต่อต้าน  แต่อย่าต่อต้านคนที่ใช้เพื่อรักษาโรค   ต้องไปต่อต้านคนที่ใช้แล้วมีผลต่อจิตประสาท

“ในนามของกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลไทยต้องขอบคุณคุณชูวิทย์ ที่ร่วมต่อต้านการใช้กัญชาที่ไม่ถูกต้องส่วนการนายชูวิทย์ ประกาศไม่หยุดป่วนการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย ถ้ายังเดินหน้านโยบายกัญชา   สงสัยคงต้องป่วนกันไปตลอด เพราะเราไม่เลิก และเลิกไม่ได้แล้ว กฎหมายรออยู่ในสภา กลับเข้าไปก็ผลักดันกฎหมาย สร้างความเข้าใจให้กับ สส. ให้เข้าใจประโยชน์กัญชา  ” นายอนุทิน ระบุ

'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ
'ชูวิทย์'เปิดศูนย์ต้านกัญชา- ชูธงภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้านจึงจะรามือ

 ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิด”ศูนย์ต่อต้านกัญชา” ตั้งอยู่ภายในอาคารเมนวิง โรงแรมเดอะ เดวิส ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ    

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ‘พ.ท.ประสาร-แขไข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548189

03 พ.ค. 2566

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 'พ.ท.ประสาร-แขไข'

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ‘พ.ท.ประสาร-แขไข’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรเสรีรวมไทย หลังเคยแจ้งเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า หลังได้ประกาศรายชื่อผู้สมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเสรีรวมไทย ว่า พันโทประสาร แสงสว่าง และ นางแขไข ฐิติชญานัน เป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม แต่ขณะนี้ศาลฎีกามีคำสั่ง

ในคดีหมายเลขดำที่ ลต สสร 4/2566 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสร 13/2566 วันที่ 27 เมษายน 2566 ให้พันโท ประสาร แสงสว่าง เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 ของพรรคเสรีรวมไทย

ในคดีหมายเลขดำที่ ลต สสร 3/2566  คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสร 15/2566 วันที่ 27 เมษายน 2566  ให้นางแขไข ฐิติชญานัน เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 28 ของพรรคเสรีรวมไทย 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ประกอบข้อ 105 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2566  จึงประกาศให้ พันโท ประสาร แสงสว่าง  เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 และ นางแขไข ฐิติชญานัน  เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 28 ของพรรคเสรีรวมไทย เพิ่มเติม

กกต. คืนสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 'พ.ท.ประสาร-แขไข'

‘เศรษฐา’ รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548196

03 พ.ค. 2566

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย รับพรรคเพื่อไทยเป็นมวยรอง ขอประชาชนเข้าคูหากาเพื่อไทย ชี้ “ประยุทธ์” อาจจะกลับมาอีก เดินหน้าปราศรัยขอประชาชนอย่าเลือกพรรคเสนอนโยบายกัญชาเสรี และ ย้ำ ต้องนโยบายกัญชาทางการแพทย์ของเพื่อไทยเท่านั้น

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เน้นย้ำว่า
เราเป็นมวยรองนะพี่น้อง เป็นต่ออย่างมโหฬาร จะเริ่มยังไม่ได้เข้าคูหาเค้ามี 250 เสียง ส.ว. ทำยังไงจะเปลี่ยนขั้วอำนาจนำความเจริญให้ประเทศชาติ ทำให้ประชาชนพ้นความยากจน เราต้องเข้าคูหากาพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค

โดย พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยบริเวณฝั่งตรงข้ามตลาดบางแคฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ปราศรัยบอกเห็นเวทีคนล้มหลามจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจ พร้อมทักทายประชาชนบนรถไฟฟ้าและคอนโดที่อยู่ใกล้ และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ประเทศไทย เพราะรัฐบาลปัจจุบันทำความเสียหายให้ประเทศ ทำการรัฐประหาร เขียนกฎกติกาเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องของตัวเอง จัดตั้ง ส.ว. 250 คน เข้ามาโหวตพวกตัวเองเข้ามามีอำนาจ 

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า พรรคไหนที่อยู่ร่วมรัฐบาล แล้วไม่ได้ใส่ใจดูแลปัญหาประชาชน พรรคไหนที่เอานโยบายไม่ดีเช่น กัญชามามอมเมาลูกหลานประชาชน แล้วบอกทำกัญชาแล้วจะรวย ในฐานะนักธุรกิจ 30 ปี เดินทางทั่วโลก ประเทศไหนทำกัญชาเจ๊งหมด สมัยก่อนราคาดีเพราะผิดกฎหมาย พอถูกกฎหมายราคาถูกลง แต่ต้องกัญชาทางการแพทย์ของ พรรคเพื่อไทย เท่านั้น อย่าไปเลือกพรรคไฟนที่บอกทำนโยบายกัญชาแล้วจะรวย อย่าไปเลือก  


ถ้าเลือกพรรคอื่นที่เคยเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลเค้าอยู่กินทำงานร่วมกันมา แม้เค้าเสนอแคนดิเดตนายกฯ พรรคเค้า หากเสียงเค้าไม่พอพลเอกประยุทธ์กลับมาแน่นอน ถ้าไม่เอาต้องไม่เอาพรรครวมรัฐบาลทั้งหลายในขณะนี้มีทางเปลี่ยนประเทศอย่างเดียวคือเข้าคูหากา เพื่อไทย แลนด์สไลด์เพื่อเศรษฐกิจที่ดีว่า ลูกหลานมีอนาคต ” 

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังคงย้ำสรุปนโยบายหาเสียงของ พรรคเพื่อไทย ชี้ 10 ปีที่ผ่านมาค่าแรงขึ้นเพียง 51 บาท เฉลี่ยปีละไม่ถึง 1% ประชาชนทำงานเท่าไหร่ก็ไม่พอกิน เพื่อไทย มีนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทภายใน 4 ปี ปีแรกขึ้นเป็น 400 บาท เงินเดือนปริญญาตรีใน 4 ปี จะทำให้เงินเดือน 25,000 บาท และเติมเงินให้ครอบครัวที่มีรายได้ไม่ถึง 20,000 เติมให้เต็ม 20,000 บาท

และยังกล่าวถึงนโยบายเงินดิจิตอล 10,000 บาท ที่ประชาชนสามารถตั้งตัวและขณะเดียวกันกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และ พรรคเพื่อไทย ยังมีนโยบายปราบปรามยาเสพติด ย้ำผู้ค้ายาต้องจับติดคุก จัดการโดยเด็ดขาด ยึดทรัพย์โดยเร็ว หากหน่วยงานมีปัญหาไม่มีความรับผิดชอบ นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยจะนั่งหัวโต๊ะบริหารจัดการปัญหาโดยเร็ว โครงการรถไฟฟ้าการก่อสร้างสวยงามแต่ค่าโดยสารแพง แต่นโยบายเพื่อไทย มีนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

'เศรษฐา' รับ ยังเป็นรอง ขอ ปชช เข้าคูหากา เพื่อไทย