‘ไซยาไนด์’ สารพิษใกล้ตัว อันตรายถึงชีวิตถ้าไม่ระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727786

‘ไซยาไนด์’ สารพิษใกล้ตัว อันตรายถึงชีวิตถ้าไม่ระวัง

‘ไซยาไนด์’ สารพิษใกล้ตัว อันตรายถึงชีวิตถ้าไม่ระวัง

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไซยาไนด์ (Cyanide) เป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษสูง สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วหลังได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ไซยาไนด์จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเซลล์ ทำให้เซลล์นำออกซิเจนไปใช้ไม่ได้จนเป็นอันตรายถึงชีวิต

พญ.ยิ่งลักษณ์ แสงเวหาสน์ แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการทางคลินิก การวินิจฉัย และการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับไซยาไนด์ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประชาชนทั่วไป สามารถนำความรู้ไปใช้ในการดูแล และป้องกันคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที

ไซยาไนด์ มีกลิ่นเฉพาะตัวเรียกว่ากลิ่นอัลมอนด์ขม (Bitter almond) สามารถพบได้ในหลายรูปแบบ ได้แก่ ภาวะก๊าซ Hydrogen cyanideเป็นแก๊สไม่มีสี อาจพบได้จากการเผาไหม้สารพลาสติก เมลามีน ขนสัตว์ และหนังเทียม มักพบได้ในเหตุเพลิงไหม้

กลุ่มเกลือไซยาไนด์ เป็นก้อนผลึกหรือผงสีขาว เช่น Sodium cyanideและ Potassium cyanide มักนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรม การชุบโลหะ การสังเคราะห์สารเคมี เช่น น้ำยาประสานทอง สี และสารเคมีกำจัดแมลงบางชนิด นอกจากนี้ยังพบได้จากเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านบางชนิด เช่น น้ำยาล้างเล็บมี acetonitrile ปนอยู่ และน้ำยาล้างเครื่องเงิน

ไซยาไนด์ในพืชธรรมชาติ จะมีสาร Cyanogenic glycosides พบได้ในเมล็ดของแอปริคอต เชอร์รี่ดำหน่อไม้ดิบ หัว และใบของมันสำปะหลังดิบเป็นต้น

อาการทางคลินิก

ผู้ป่วยมักจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับสารพิษภายในเวลาสั้นๆ เป็นหลักนาที ทั้งนี้ความรุนแรงของอาการขึ้นกับปริมาณของสารพิษที่ได้รับ ระยะเวลาในการได้รับสารพิษ และวิธีการที่ได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะจากการกิน การสูดดม หรือการดูดซึมผ่านทางผิวหนัง

ภาวะเป็นพิษแบบเฉียบพลัน

เกิดจากการได้รับไซยาไนด์เข้าไปในปริมาณมาก อาการมักจะเกิดขึ้นในทันที เริ่มจากปวดศีรษะ ใจสั่น หน้าแดง หายใจติดขัด ชัก วูบหมดสติหยุดหายใจ และอาจมีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลา 10 นาที สังเกตสีบริเวณผิวหนังและเยื่อบุจะแดงคล้ายคนปกติ ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะมีภาวะหยุดหายใจก็ตาม

ภาวะเป็นพิษแบบเรื้อรัง

เกิดจากการได้รับไซยาไนด์ปริมาณเล็กน้อยต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ทำให้กดการทำงานของระบบประสาทและการหายใจ เกิดอาการปวดศีรษะ ง่วงซึม คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น และอาจมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นตามมา เช่น รูม่านตาขยาย ตัวเย็นอ่อนแรง หายใจช้า เป็นต้น หากไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน อาจทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

การวินิจฉัย

เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจหาระดับไซยาไนด์ในเลือดได้ทันที รวมถึงภาวะพิษจากไซยาไนด์นั้นเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการรักษา ดังนั้นการวินิจฉัยเบื้องต้นจึงอาศัยข้อมูลจากประวัติ อาการ และอาการแสดงของผู้ป่วย รวมถึงผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เข้าได้กับพิษจากไซยาไนด์ เช่น การตรวจพบค่าออกซิเจนในเลือดดำสูง ตรวจพบเลือดเป็นกรดรุนแรง และค่าแลคเตสสูง เป็นต้น

การรักษาเบื้องต้น

หากสัมผัสกับสารชนิดนี้ ควรรีบลดปริมาณสารดังกล่าวให้ได้มากที่สุด มีวิธีการรับมือ ดังนี้ การสัมผัสทางผิวหนัง หากร่างกายสัมผัสกับ ไซยาไนด์ ให้ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออกด้วยการใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าออกเป็นชิ้นๆ และนำออกจากลำตัว โดยวิธีนี้จะช่วยให้เสื้อผ้าที่ปนเปื้อนไม่ไปสัมผัสกับผิวหนังส่วนอื่น และไม่ควรให้ผู้อื่นสัมผัสร่างกายหรือเสื้อผ้าโดยตรง เพราะอาจได้รับพิษไปด้วย หลังจากนั้นจึงทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำและสบู่เพื่อลดปริมาณสารพิษให้ได้มากที่สุด ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาล

การสูดดมและรับประทาน หากสูดดมอากาศที่มีไซยาไนด์ปนเปื้อนควรออกจากพื้นที่บริเวณนั้น หากไม่สามารถออกจากสถานที่ได้ควรก้มต่ำลงบนพื้น ในกรณีที่ผู้ป่วยหายใจลำบากหรือหยุดหายใจ ต้องทำ CPR เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ห้ามใช้วิธีเป่าปากหรือวิธีผายปอดเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับพิษไปด้วย

การสัมผัสทางดวงตา ควรถอดแว่นตาหรือคอนแทคท์เลนส์ออก จากนั้น ใช้น้ำสะอาดล้างตาต่อเนื่องกันอย่างน้อย 10 นาที และไปโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจ

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-483999, Line : @navavej และ http://www.navavej.com

ททท.เปิดตัวแคมเปญ‘โครงการ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727752

ททท.เปิดตัวแคมเปญ‘โครงการ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน’

ททท.เปิดตัวแคมเปญ‘โครงการ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน’

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวกิจกรรม “โครงการ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” พร้อมนำเสนอ 2 กิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตรงใจนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกการเดินทางท่องเที่ยวไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ตามที่ ททท. ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว แคมเปญ “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านการนำเสนอเส้นทางและรูปแบบการท่องเที่ยวมิติใหม่ที่น่าสนใจกว่าที่เคยทำให้ตลอดทั้ง 365 วัน เป็นไฮซีชั่นของการเดินทางท่องเที่ยว สร้างตำนานการเดินทางท่องเที่ยวบทใหม่ที่จะเป็นไทยเที่ยวไทยแบบ Limited Edition สัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองไทยอันน่าประทับใจและบอกต่อได้ทุกวัน

ทั้งนี้ ททท. ได้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ amazingthailand365.tourismthailand.org เสนอไฮไลท์ feature สุดทันสมัยที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้ง่าย สะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกก้าวการเดินทาง ได้แก่ 1.ปฏิทิน 365 Wonder Calendar ที่รวบรวมเทศกาล กิจกรรม ประเพณี วัฒนธรรม ดนตรี กิจกรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทยทุกภูมิภาค 2.ระบบแนะนำแหล่งท่องเที่ยวส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชั่น Line โดยใช้การกำหนดหมวดหมู่ความสนใจ แบ่งเป็นภูมิภาค รูปแบบการท่องเที่ยว และช่วงเวลาท่องเที่ยว ซึ่งมีการประมวลผลที่แม่นยำและตรงใจนักท่องเที่ยวมากที่สุด เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ค้นหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวตามที่ ต้องการและอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และ 3.สิทธิพิเศษจากส่วนลดสำหรับใช้บริการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วไทย กว่า 200 รายการ เพื่อร่วมมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความหมาย รวมทั้งยังเป็นการช่วยกระจายรายได้หมุนเวียนสู่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรายย่อยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกด้วย

นอกจากนี้ ททท. ยังนำเสนอกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว จำนวน 2 กิจกรรม ได้แก่กิจกรรม “ขุมทรัพย์ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย” เพียงออกเดินทางตามหาน้องสุขใจตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้ง 77 จังหวัด และสแกนคิวอาร์โค้ดที่มาสคอต น้องสุขใจเพื่อลุ้นรับของรางวัลมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อาทิ แพ็กเกจที่พัก แพ็กเกจเสริมความงาม ส่วนลดร้านอาหาร เป็นต้น และกิจกรรมรับสมัคร “นักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” เพียงเดินทางออกไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของเมืองไทยและจัดทำเนื้อหาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พร้อมทั้งสมัครและส่งแฟ้มประวัติผลงานผ่านช่องทางเว็บไซต์ของโครงการ

ททท.จะคัดเลือกผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน จากคอนเทนต์ที่นำเสนอจากนั้นคัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์กับคณะกรรมการเพื่อเฟ้นหา 1 คน ที่จะได้เป็นนักท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจะได้รับเงินรางวัลสนับสนุนในการท่องเที่ยว พร้อม Voucherท่องเที่ยวสำหรับเข้าใช้บริการสินค้าและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ร่วมมูลค่าของรางวัลในโครงการ ทั้งสิ้นกว่า 1.2 ล้านบาท โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะต้องออกเดินทางท่องเที่ยวตามปฏิทินท่องเที่ยวของ ททท. เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวไทยตามปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี 2566ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถสมัครได้ทาง www.tourismthailand.org/amazingthailand365 ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน-14 พฤษภาคม 2566 และประกาศผลภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับเอเจนซี่การท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง KLOOK รวบรวมบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวทุกรูปแบบ นำเสนอส่วนลด 365 วัน เที่ยวไทยได้สบายกระเป๋า ผ่านทางเว็บไซต์ www.klook.com อีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าศึกษารายละเอียดข้อมูลการท่องเที่ยวของโครงการ “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน” ได้ทางเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/amazingthailand 365 หรือ TAT Contact Center โทร.1672 Travel Buddy

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือ‘วิชชุลดา’ศิลปินหญิงแถวหน้า แปลงชุดยูนิฟอร์มเก่าเป็นผลงานศิลปะ รายได้มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727767

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือ‘วิชชุลดา’ศิลปินหญิงแถวหน้า  แปลงชุดยูนิฟอร์มเก่าเป็นผลงานศิลปะ รายได้มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือ‘วิชชุลดา’ศิลปินหญิงแถวหน้า แปลงชุดยูนิฟอร์มเก่าเป็นผลงานศิลปะ รายได้มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลงานศิลปะจัดวาง “Clothespocalypse”

นับเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อส่งต่อความยั่งยืนให้โลกใบนี้ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จับมือ วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินหญิงแถวหน้าของไทย ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ เปิดตัวแคมเปญ “Turning Trash to Treasured Art” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อความยั่งยืน Waste to Wonder ของธนาคารยูโอบี ประเทศไทย โดยนำชุดยูนิฟอร์มสาขาเก่าจำนวน 4,903 ชุดมาอัปไซเคิลเป็นผลงานศิลปะจัดวางที่มีชื่อว่า “Clothespocalypse” และกระเป๋าใบใหม่หลากหลายแบบ ด้วยความคิดสร้างสรรค์และดีไซน์พิเศษโดยมีชุมชนผู้ตัดเย็บจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นผู้ผลิต อาทิ กระเป๋าเป้ กระเป๋าถือ ถุงผ้าพกพา เคสสำหรับโน้ตบุ๊ก กระเป๋าใส่ขวดน้ำ และกระเป๋าอเนกประสงค์ เป็นต้น พนักงาน ลูกค้าและผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าแบบที่ชื่นชอบได้ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่าย จะมอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

นางสาวปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบีประเทศไทย กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะจัดการผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชุมชนของเรา การทำงานร่วมกับ WISHULADA ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการให้ชีวิตใหม่กับชุดยูนิฟอร์มแทนที่จะปล่อยทิ้งไปให้เป็นขยะในหลุมฝังกลบ ยังเป็นการสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย นับเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่นมั่นของธนาคารในการส่งเสริมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในขณะเดียวกันก็นับเป็นการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

นางสาววิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ กล่าวว่า “ทุกวันนี้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะทุกชิ้นจากวัสดุเหลือใช้ทุกประเภท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพราะเชื่อว่าพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ประกอบกับการวางแผนการดำเนินงานที่เหมาะสมตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น กระบวนการผลิต จนถึงปลายน้ำ เช่น ผู้บริโภค เพื่อนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่จะช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือใช้ที่ถูกทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมทำงานกับยูโอบีในโครงการนี้ เพราะนอกจากจะรู้จักยูโอบีมานานในฐานะผู้สนับสนุนวงการศิลปะและศิลปินไทยแล้ว ยูโอบีเองยังให้ความสำคัญและช่วยสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร หวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในการใช้วัสดุเหลือใช้รอบๆ ตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ผลงานศิลปะจัดวาง ได้รับการสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Clothespocalypse” แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมการผลิตสิ่งทอซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงประมาณ 1.2 พันล้านตันต่อปี โดยศิลปินต้องการสื่อความว่าเราทุกคนต้องคิดและมีสติในการใช้ทรัพยากรทุกประเภทอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานศิลปะ “Clothespocalypse”จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ถึง 9 มิถุนายน 2566 ที่ชั้น 1 อาคาร ทาวเวอร์ ยูโอบี พลาซา กรุงเทพ สามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ชุมชนผู้ตัดเย็บจากจังหวัดสมุทรสาครยังได้ผลิตสินค้าอัปไซเคิล 8 แบบจากชุดยูนิฟอร์มเก่าในครั้งนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานตัดเย็บที่พิถีพิถัน ดีไซน์สวยและเลือกเป็นเจ้าของในแบบที่ชื่นชอบได้โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายจะมอบให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็กเพื่อสมทบโครงการ Angel Miracle ปาฏิหาริย์ต่อลมหายใจ เพื่อจัดซื้อตู้อบช่วยเหลือทารกคลอดก่อนกำหนดให้แข็งแรงและปลอดภัย สามารถซื้อสินค้าอัปไซเคิลได้ที่บริเวณนิทรรศการและทางออนไลน์ ผ่าน www.uob.co.th จนกว่าสินค้าจะหมด

ความร่วมมือกับ วิชชุลดา ในโครงการนี้คาดว่าจะมีค่าก๊าซเรือนกระจกที่สามารถหลีกเลี่ยงได้จากหลุมฝังกลบเป็นจำนวน 1,965.30 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 137.646 ต้นความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้านความยั่งยืนของธนาคารยูโอบีซึ่งมุ่งจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายของธนาคารและคนรุ่นต่อไปในอนาคต

ปิยพร รัตน์ปaระสาทพร และ วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์

ปิยพร รัตน์ปaระสาทพร และ วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์

ผลงานศิลปะจัดวาง “Clothespocalypse”

ผลงานศิลปะจัดวาง “Clothespocalypse”

FWD ประกันชีวิต จับมือ เชฟชุมพล เปิดตัวเมนูพิเศษจากใบชาอัสสัม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727770

FWD ประกันชีวิต จับมือ เชฟชุมพล เปิดตัวเมนูพิเศษจากใบชาอัสสัม

FWD ประกันชีวิต จับมือ เชฟชุมพล เปิดตัวเมนูพิเศษจากใบชาอัสสัม

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เชฟชุมพล แจ้งไพร และ ปวริศา ชุมวิกรานต์

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวปวริศาชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร ร่วมมือกับเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟมิชลิน 2 ดาว และ “ทูตอาหารยั่งยืน” จากองค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดตัวเมนูอาหารและเครื่องดื่มสูตรพิเศษภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนลาหู่ ดอยปู่หมื่น ประกอบด้วยเมนูอาหาร 3 รายการ คือ ยํายอดชาอัสสัมปลาทอดสมุนไพร ข้าวอบหมูตุ๋นชาแดงอัสสัม และเกี๊ยวซ่ายอดชาปู่หมื่นพร้อมเมนูเครื่องดื่มอีก 3 รายการ คือยอดชาขาวพีชเลมอนโซดา และยอดชาขาวมิกซ์เบอร์รีโมจิโต้  โดยมี ใบชาอัสสัม ซึ่งเป็นพืชทางเศรษฐกิจของชุมชน เป็นส่วนประกอบหลักของเมนูอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเสิร์ฟแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2566 ที่ร้านหวานไทย (ทองหล่อ ซอย 9) 

โครงการพัฒนาชุมชนลาหู่ ดอยปู่หมื่นอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ริเริ่มจากกรอบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน 3 ด้าน คือ สังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยมี FWD ประกันชีวิต ร่วมกับ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมสนับสนุนให้ชาอัสสัมจากดอยปู่หมื่นเป็นที่รู้จัก สร้างความเข้มแข็งและรากฐานที่มั่นคงให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ได้อย่างยั่งยืน

ซีพีเอฟ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727758

ซีพีเอฟ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

ซีพีเอฟ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เดินหน้า “โครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศภายในสถานประกอบการ” เผยผลสำเร็จปี 2565 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. รับรองโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) จากการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในฟาร์มและโรงงาน 57 แห่งทั่วประเทศ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 4,900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จากต้นไม้รวมกว่า 17,000 ต้น สะท้อนการมีส่วนร่วมในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ

กอบบุญ ศรีชัย ผู้บริหารสูงสุดสายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน และตระหนักอยู่เสมอว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นต้นทางที่สำคัญของการผลิตอาหาร บริษัทมุ่งมั่นสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการภายใต้ “โครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ” ภายในสถานประกอบการ ขณะเดียวกัน ยังมีการให้ความรู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการวัดและประเมินผลการกักเก็บคาร์บอนฯ แก่พนักงานของฟาร์มและโรงงาน พร้อมลงพื้นที่เก็บข้อมูลต้นไม้ในสถานประกอบการทุกแห่ง โดยจัดทำข้อมูลอย่างละเอียดนำไปสู่การขอการรับรองจาก อบก.

“จากการดำเนินโครงการซีพีเอฟรักษ์นิเวศ ภายในสถานประกอบการด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ปี 2565 ซีพีเอฟได้รับใบประกาศเกียรติคุณจาก อบก.ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS ประเภทโครงการด้านป่าไม้และการเกษตร มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดูดซับได้มากกว่า 4,900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์” กอบบุญ กล่าว

แนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ถือเป็นนโยบายสำคัญของเครือซีพีและซีพีเอฟ โดยมีจุดเริ่มต้นที่พนักงานในองค์กรลงมือทำและส่งต่อโครงการดีๆ สู่ครอบครัว คนรอบข้าง และชุมชน รวมถึงความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ที่ต้องช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวในฟาร์มและโรงงาน และช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงทางอ้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การผนึกกำลังอันเข้มแข็งของผู้บริหารและพนักงานทุกคน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการแล้วซีพีเอฟสานต่อการดำเนินโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและป่าชายเลน โดยมีเป้าหมายภายในปี 2573 เพิ่มพื้นที่สีเขียวรวม 20,000 ไร่ ผ่านการดำเนินโครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสักเขาพระยาเดินธง ซึ่งตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไปแล้วรวม 6,971 ไร่ และโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน 2,784 ไร่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดยุทธศาสตร์ คือ จังหวัดระยอง สมุทรสาคร และตราด

เติมเต็มซัมเมอร์ให้สนุกสดใสไปกับ‘Lyn around’ ส่งผ่านความรักไร้กาลเวลาสไตล์อิงลิชคันทรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727760

เติมเต็มซัมเมอร์ให้สนุกสดใสไปกับ‘Lyn around’ ส่งผ่านความรักไร้กาลเวลาสไตล์อิงลิชคันทรี

เติมเต็มซัมเมอร์ให้สนุกสดใสไปกับ‘Lyn around’ ส่งผ่านความรักไร้กาลเวลาสไตล์อิงลิชคันทรี

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Lyn around (ลิน อราวด์) เปิดตัวเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ประจำฤดูกาลซัมเมอร์ 2023 ที่จะมารีเฟรชไลฟ์สไตล์และการแต่งตัวนี้ด้วยกลิ่นอายความสนุกสดใสด้วยคอลเลคชั่น “Timeless Summer Love” นำเสนอเรื่องราวของสาวๆ ที่ส่งผ่านความรักแบบไร้กาลเวลา ท่ามกลางบรรยากาศการพักผ่อนในสวนหลังบ้านสไตล์อิงลิชคันทรี

ลุคของสาว Lyn around ในคอลเลคชั่นนี้เกิดจากคีย์ไอเทมทั้งเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ที่สามารถใส่ได้ทุกช่วงเวลาและไม่มีวันตกยุค สะท้อนความเป็นผู้หญิงอันอ่อนหวาน ร่าเริง สดใส แต่ยังเต็มไปด้วยกิมมิคสุดพิเศษจากลายพิมพ์ โมทีฟ และดีเทลที่หยิบเอาความมีชีวิตชีวาของธรรมชาติในฤดูร้อนมาถ่ายทอดได้อย่างไม่ซ้ำใคร ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการแต่งตัว และแมทช์กับแอคเซสซอรี่ชิ้นโปรดที่จะมาคอมพลีทลุคในแต่ละวัน

เครื่องประดับชิ้นสำคัญของคอลเลคชั่นนี้ ต้องยกให้กับสร้อยคอมุกแต่งจี้และสร้อยคอเชนสีทองที่ประดับชาร์ม ห้อยลงยาขนาดใหญ่รูปต่างๆ อย่างหัวใจและสไมลี่ย์ เรียกได้ว่าทุกไอเทมทั้งหรูหราและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครตามแบบฉบับ Lyn around พบกับสินค้าคอลเลคชั่นต้อนรับซัมเมอร์ “Timeless Summer Love” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Lyn around ทุกสาขา และออนไลน์ www.lynaround.com

บอกภาวะสุขภาพและความเสี่ยงต่อโรคด้วย Gene Testing

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727787

บอกภาวะสุขภาพและความเสี่ยงต่อโรคด้วย Gene Testing

บอกภาวะสุขภาพและความเสี่ยงต่อโรคด้วย Gene Testing

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ตรวจ DNA กันมาแล้วโดยเฉพาะการตรวจ DNA เพื่อยืนยันตัวบุคคล หรือการตรวจสอบความสัมพันธ์ทางสายเลือดว่าเป็น พ่อแม่ลูก หรือครอบครัวเดียวกันหรือไม่ และนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจ DNA เท่านั้น

นพ.นรินทร สุรสินธน แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า DNA หรือการตรวจยีนสามารถบอกอะไรได้บ้าง ในร่างกายของเราประกอบไปด้วยเซลล์จำนวนมากมายเป็นล้านล้านเซลล์ ซึ่งแต่ละเซลล์ก็จะมี DNA เป็นรหัสพันธุกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยย่อยก็คือ ยีน (Gene) ซึ่งแต่ละคนก็จะมีลำดับและชนิดของยีนที่แตกต่างกันออกไป ทำให้แต่ละคนมีลักษณะทางพันธุกรรมที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา สีผิวสีผม รวมถึงโรคแฝงนั่นเอง

ดังนั้น ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม (Gene Testing) ซึ่งมีประโยชน์ในหลายแง่ด้วยกัน ได้แก่ 1.ช่วยให้เราสามารถตรวจหาความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็ง โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง เป็นต้น 2.ใช้คาดการณ์ความรุนแรงของร่างกายในการตอบสนองเมื่อมีการติดเชื้อ เช่น ปอดอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ เอดส์ วัณโรค โควิด-19 เป็นต้น 3.ความเสี่ยงโรคที่ได้รับถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร กลุ่มโรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ 4.ช่วยในการวางแผนครอบครัว โดยตรวจคัดกรองหาพันธุกรรมโรคที่อาจถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกได้ และหาทางป้องกันแก้ไข 5.ดูการตอบสนองต่อยา เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาและใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพ 6.ความสามารถของร่างกายในการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นในชีวิตประจำวัน เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสามารถในการฟื้นตัวหลังได้รับบาดเจ็บ ความไวของร่างกายต่อการบริโภคอาหารชนิดต่างๆ การเผาผลาญพลังงาน ภาวะน้ำหนักตัวเกิน ภาวะผมร่วงและศีรษะล้าน เป็นต้น

เมื่อทราบความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆแล้ว แพทย์ก็จะนำมาวางแผนการรักษา ป้องกัน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต การรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย ปรับสมดุลฮอร์โมนและวิตามิน เป็นต้น รวมถึงทำให้ทราบว่ามีจุดใดที่ต้องระวังหรือตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติมจากปกติ เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้น เพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาว และสุขภาพที่ดีขึ้น

อยุธยา : โบราณสถาน และโรตีสายไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727780

อยุธยา : โบราณสถาน และโรตีสายไหม

อยุธยา : โบราณสถาน และโรตีสายไหม

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาอยุธยาบ่อยมาก เพราะชอบ เป็นคนชอบโบราณสถานชอบประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือใกล้กรุงเทพฯ ว่างเมื่อไรก็ไปอยุธยาตลอด ชอบมาก รับรองว่าไปอยุธยาแล้วคุณต้องชอบ (สมาชิกทัวร์ของหนังสือพิมพ์แนวหน้า)

โรตีสายไหมอยุธยามีความเป็นมานานหลายสิบปีเพราะเริ่มมาจากการทำภายในครัวเรือน แล้วค่อยๆ ขยายตัวไปเรื่อยๆ ร้านขายโรตีสายไหมในอยุธยาส่วนมากเป็นเครือญาติ เป็นพี่น้องกัน และรับรองว่าโรตีสายไหมอยุธยา อร่อยทุกร้าน แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะของตัวเอง (ผู้ค้าโรตีสายไหม อยุธยา)

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปเที่ยวอยุธยา ไม่ชมวัดหน้าพระเมรุ และชมเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา แล้วแวะซื้อโรตีสายไหมกลับไปฝากคนที่คุณรัก

l อะไรทำให้คุณชอบมาเที่ยวชมเขตเมืองเก่าของอยุธยา ร่ำเรียนมาทางโบราณคดีหรือครับ

สมาชิกทัวร์ : ชอบอยุธยาเพราะอ่านประวัติศาสตร์ไทยมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนประถมปลาย คุณครูเคยพามาเที่ยวอยุธยาเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกจึงทำให้ชอบอยุธยามาจนบัดนี้ อันที่จริงไม่ได้เรียนโบราณคดีเลย แต่ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับโบราณคดี เวลามีทริปที่น่าสนใจนำเที่ยวชมอยุธยา ถ้าไม่ติดงาน ก็จะเข้าร่วมทริปตลอด อย่างเช่น เมื่อทราบว่าหนังสือพิมพ์แนวหน้าพาเที่ยวเมืองอยุธยา ก็รีบสมัครมาตั้งแต่เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ แล้วก็พาลูกมาเที่ยวด้วย เพราะต้องการปลูกฝังให้ลูกเห็นรากเหง้าของประเทศไทย เราจะบอกลูกเสมอๆ ว่าประเทศไทยมีรากเหง้า มีประวัติศาสตร์ หากไม่มีอยุธยา ก็ไม่มีกรุงเทพฯ ในวันนี้ 

l เมื่อพาลูกมาเที่ยวเมืองเก่าอยุธยา ลูกให้ความเห็นอย่างไรบ้างครับ

สมาชิกทัวร์ : เขาเป็นคนช่างถาม เขาถามตลอดเวลาว่า ทำไมเขตเมืองเก่าอยุธยาจึงเหลือแต่ซากปรักหักพัง เราก็เล่าให้เขาฟังว่า เพราะเกิดสงครามสมัยเมื่อ พ.ศ. 2310 เราก็เล่าประวัติศาสตร์คร่าวๆ ให้เขาฟัง แล้วหาหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาให้เขาอ่าน แล้วก็คุยกับเขา เราไม่ได้บอกว่าใครผิด ใครถูก แต่เราบอกให้ลูกอ่านหนังสือหลายๆ เล่ม แล้วให้หาข้อสรุปด้วยตัวเอง แล้วเอาข้อสรุปมาพูดคุยกับพ่อแม่ เราไม่ต้องการชี้นำว่าใครผิดหรือใครถูกในการทำสงคราม เพราะมันคือสงคราม มันเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อพาลูกมาอยุธยาหลายๆ ครั้ง ปรากฏว่าลูกชอบ และก็ไปหาหนังสือเกี่ยวกับอยุธยามาอ่านเพิ่มเติมบางทีเราก็พาลูกไปซื้อหนังสือ เขาก็มักจะตรงไปที่แผนกหนังสือประวัติศาสตร์ เราว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กสนใจรักการอ่าน หลังจากเขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาแล้ว เราพาเขามาเที่ยวอยุธยาซ้ำอีก เขาก็มีคำถามเพิ่มเติมตลอดเวลา เรารู้สึกขอบคุณเมืองเก่าอยุธยาและขอบคุณหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาที่ทำให้เด็กคนหนึ่งสนใจค้นหาเรื่องราวของอยุธยามากขึ้น

l เมื่อช่วงที่ผมพาไปชมวัดหน้าพระเมรุ คุณสังเกตเห็นความน่าสนใจอะไรของวัดบ้างครับ

สมาชิกทัวร์ : อันดับแรกคือ ต้องชมว่าพระอุโบสถสวยงามมาก รูปทรงงดงาม อ่อนช้อย หน้าบันงามมาก แล้วเมื่ออาจารย์เฉลิมชัย ชี้ให้เห็นใบเสมาคู่ แล้วเล่าให้ฟังว่านี่คือสิ่งบ่งบอกชัดเจนว่าวัดแห่งนี้พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น โดยดูได้จากใบเสมาคู่ ก็ทำให้เราได้ความรู้เพิ่มเติมว่าใบเสมาคู่บ่งบอกอะไร แล้วเมื่อยิ่งได้ไปกรามนมัสการพระประธานในพระอุโบสถ ที่ชื่อพระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ ก็ยิ่งประทับในพุทธลักษณะที่งดงามมาก ทรงเครื่องแบบกษัตราธิราช แต่ก่อนเราก็เรียกแบบภาษาคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ลึกซึ้งว่า พระทรงเครื่อง แต่เมื่อมาเที่ยวกับอาจารย์ แล้วได้ทราบเรื่องราวที่ลึกขึ้น ก็ทำให้ทราบชื่อพระประธาน และได้ทราบว่าทำไมต้องมีเครื่องทรงเช่นกษัตริย์ นี่คือความน่าสนใจของการเที่ยวโดยมีผู้รู้แนะนำความรู้เพิ่มเติมให้ แล้วที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือ ชอบที่อาจารย์บอกว่า หากสนใจเพิ่มเติมขอให้อ่านหนังสือเพิ่ม เพื่อจะได้เข้าใจได้ลึกซึ้งมากขึ้น ตรงนี้ช่วยกระตุ้นให้เราและลูกไปหาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติม แล้วก็ประทับใจกับความงดงามของพระคันธารราฐ ในวิหารน้อย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าพระองค์นี้ชื่อพระคันธารราฐ ไม่รู้ประวัติความเป็นมา เมื่อทราบว่าเดิมเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุ เขตเมืองเก่าอยุธยา แล้วในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้อัญเชิญมาไว้ยังวัดหน้าพระเมรุ ก็ทำให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์มิได้ทรงทอดทิ้งกรุงศรีอยุธยา ราชธานีเดิมของไทย แต่ทรงกลับมาทำนุบำรุงเป็นระยะๆ 

l แล้วเมื่อได้ชมเครื่องทองจากกรุวัดราชบูรณะที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาแล้ว มีความรู้สึกและความเห็นอย่างไรครับ

สมาชิกทัวร์ : อันดับแรกคือรู้สึกเสียดายเครื่องทองอีกมากมายที่สูญหายไปจากการถูกโจรกรรมจากกรุ แต่ก็บอกตัวเองและลูกว่า ของที่หายไปแล้ว ก็คงไม่ได้คืนมา แต่เราต้องรักษาของที่เหลืออยู่เอาไว้ เมื่อได้ชมเครื่องทองแล้ว บอกได้เลยว่างดงามมาก ฝีมือเชิงช่างทองบรรพบุรุษของเราประณีตวิจิตรบรรจงจนไม่สามารถหาคำใดมากล่าวได้ แล้วเมื่อยิ่งรู้ว่าทุกอย่างทำจากมือ เพราะสมัยโบราณนั้น เครื่องจักรเครื่องกลยังไม่มี ทุกอย่างทำด้วยมือ และทำด้วยใจ ก็ยิ่งรู้สึกหวงแหนโบราณวัตถุล้ำค่าของเรามากยิ่งขึ้น แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้คนที่ครอบครองโบราณวัตถุของชาติ นำของเหล่านั้นกลับมาคืนให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน เพราะอย่างน้อยก็ทำให้คนทั่วไป ได้มีโอกาสชื่นชมความงามของโบราณวัตถุที่ล้ำค่าเหล่านั้น แต่ก็คงได้เพียงแค่ภาวนาเท่านั้น เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่ครอบครองจะนำสมบัติของชาติกลับมาคืนหรือไม่ แต่ก็ขอบอกไว้ ณ ตรงนี้ว่า ของๆ แผ่นดินก็คือของๆ แผ่นดิน หากใครนำไปครอบครองไว้ ก็ไม่น่าจะประสบความสุขความเจริญ เพราะเท่ากับปล้นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินไป

l จะฝากอะไรถึงคนไทยที่บอกว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไปดูอะไรที่อยุธยาบ้างครับ

สมาชิกทัวร์ : บอกสั้นๆ ว่า ขอให้ไปชมความงามของเมืองเก่ากรุงศรีอยุธยา ราชธานีของไทย ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แม้บางคนจะบอกว่ามีแค่ซากปรักหักพังก็ตามแต่ก็ต้องย้ำว่า แม้จะเป็นซากปรักหักพัง ก็ทำให้เราได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของราชธานีแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ของที่เหลืออยู่นี้ หากเราช่วยกันบำรุงดูแลรักษา เราก็จะสามารถสืบค้นและย้อนไปจนถึงเรื่องราวในครั้งอดีตได้ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ซากปรักหักพังเหล่านี้คือความเป็นมาของไทย คือรากเหง้าของไทย ที่สามารถช่วยบ่งบอกตัวตน และเอกลักษณ์ของไทยได้อย่างดี ยิ่งเห็นยิ่งศึกษามากขึ้น ก็จะยิ่งภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของเรามากขึ้น และสุดท้ายก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย และเห็นว่าชาติไทยมีประวัติศาสตร์ที่นับว่ายาวนานพอสมควรเราเป็นประเทศที่มีรากมีเหง้า เราภูมิใจในความมีรากมีเหง้าของตนเอง

เมื่อเราดูโบราณสถาน โบราณวัตถุแล้ว ช่วงนี้จะพาคุณไปคุยกับแม่ค้าขายโรตีสายไหมกันครับ ไปเริ่มกันที่ร้านเรือนไทยสายไหม 

l ทำโรตีสายไหมขายมานานกี่ปีแล้วครับ และคุณเองต้องฝึกทำนานไหม กว่าจะชำนาญแบบนี้

เรือนไทยสายไหม : ส่วนตัวเองทำมาเกือบ 20 ปีแล้วค่ะ แต่ที่บ้านทำอาชีพนี้มาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ 

l วันๆ หนึ่งใช้แป้งทำแผ่นโรตีกี่กิโลกรัมครับ และใช้น้ำตาลทำเส้นสายไหมกี่กิโลกรัมครับ

เรือนไทยสายไหม : เฉลี่ยประมาณ 20 กิโลกรัม แต่หากเป็นช่วงวันหยุดยาวๆ ก็อาจจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะลูกค้าเยอะค่ะ จะขายดีมากในช่วงวันหยุดยาวๆ เพราะมีลูกค้าต่างถิ่นมาเที่ยวอยุธยา แล้วแวะมาซื้อเยอะค่ะ ส่วนน้ำตาลทำสายไหมก็ประมาณ 50 กิโลกรัมต่อเชื้อการทำหนึ่งชุด 

l ความอร่อยของโรตีสายไหม สำคัญที่สุดตรงไหนครับ

เรือนไทยสายไหม : แป้งโรตีต้องนุ่มเนียนและมันพอดีค่ะ ต้องไม่กระด้าง รับประทานแล้วไม่ระคายลิ้น และแป้งโรตีต้องสดใหม่ทุกวัน ไม่ควรซื้อไปเก็บไว้หลายๆ วัน ควรรับประทานวันต่อวัน หรืออย่างมากไม่เกินสองวันค่ะ หากใส่ตู้เย็น ก็ต้องนำแป้งโรตีออกมาอุ่นด้วยไอน้ำ ด้วยการนึ่ง ส่วนสายไหมก็ต้องรับประทานใหม่ๆ สดๆ เช่นกัน ไม่ควรเก็บไว้เกิน 3 วัน ต้องเก็บในที่อุณหภูมิไม่ร้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้เส้นไหมติดกัน รับประทานแล้วไม่อร่อย อย่าให้ถูกลมด้วย เพราะจะทำให้ไหมกระด้าง

l ลูกหลานของบ้าน ทำอาชีพผลิตโรตีสายไหมด้วยไหมครับ

เรือนไทยสายไหม : ก็มีบ้าง แต่ไม่ทุกคน บางคนก็ทำอาชีพอื่น แต่เราก็ฝึกเขาทุกคนนะคะ ส่วนเขาจะไม่ทำก็เป็นเรื่องของเขา เรามีหน้าที่สอน เพราะบรรพบุรุษเราทำอาชีพนี้มาก่อน 

l ทำไมถนนอู่ทอง ซึ่งอยู่หน้าโรงพยาบาลประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงถูกเรียกว่าเป็นถนนโรตีสายไหมครับ

เรือนไทยสายไหม : เพราะมีร้านขายโรตีสายไหมรวมตัวอยู่มากที่สุดในจังหวัดอยุธยาค่ะ มีเกือบ 30 ร้านนะคะ

l สมัยก่อนไม่มีร้านขายโรตีสายไหมมากแบบนี้ใช่ไหมครับ

เรือนไทยสายไหม : ใช่ค่ะ แต่ก่อนมีไม่กี่ร้าน แต่ในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีคนนิยมซื้อโรตีสายไหมมากถนนเส้นนี้ก็จึงมีร้านมาเปิดขายมากขึ้น เหมือนกับมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ก็นิยมกินโรตีสายไหมอยุธยามากขึ้นแต่ร้านส่วนมากก็เป็นพี่ๆ น้องๆ เป็นญาติๆ กันเกือบทั้งนั้น 

l โรตีสายไหมยุคนี้ต่างจากยุคก่อนมากไหมครับเห็นว่าเดี๋ยวนี้มีรสชาติต่างๆ มากขึ้น

เรือนไทยสายไหม : โดยพื้นฐานไม่ต่างค่ะ แต่มีการเพิ่มสี เพิ่มรส เพิ่มกลิ่นเข้าไป เช่น สีเขียวจากใบเตย สีแดงจากสตรอว์เบอร์รี่ หรือสีม่วงจากมันม่วง เป็นต้น ก็เป็นไปตามสมัยนิยมค่ะ บางหน้าก็จะมีรสทุเรียนด้วย เป็นไปตามฤดูกาลของผลไม้บ้านเรา 

l เราไปสนทนากับร้านโรตีอีกร้าน คือ สุทธินิว

l สวัสดีครับ ร้านนี้มีจุดเด่นของโรตีสายไหม แตกต่างจากร้านอื่น อย่างไรบ้างครับ

ร้านสุทธินิว : เรามีโรตีรสชาติใหม่ๆ จากผลไม้ประจำฤดูกาล และจากผลไม้ต่างประเทศบ้าง แต่ก็ไม่ทิ้งแบบดั้งเดิมนะคะ เรายังรักษาของเดิมไว้ เพราะเป็นรากฐานของโรตีสายไหมอยุธยา ส่วนโรตีแฟชั่นก็ทำเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยค่ะ เพราะตลาดของเด็กรุ่นใหม่นิยม แต่รับรองเราไม่ทิ้งของดั้งเดิมแน่นอน ต้องเก็บรักษาไว้

l กลยุทธ์การตลาดดึงดูดลูกค้าของร้านคืออะไรครับ

ร้านสุทธินิว : เน้นของใหม่สด คุณภาพดีและมีมิตรไมตรีที่ดีกับลูกค้า ส่วนใหญ่ร้านค้าแถวนี้จะขายราคาเหมือนๆ กัน ไม่ตัดราคาขายกัน เช่น เรามีแผนการตลาดเช่น ซื้อสามชุดแถมหนึ่งชุด ทุกร้านจะใช้กลยุทธ์เหมือนๆ กันค่ะ เราแข่งกันที่คุณภาพมากกว่าเอาราคามาห้ำหั่นกัน

l ช่วงที่ผ่านมา ราคาแป้งสาลีเพิ่มขึ้น ค่าแก๊สเพิ่มขึ้น ต้องปรับราคาขายไหมครับ

ร้านสุทธินิว : ไม่กล้าเพิ่มราคาขาย กลัวลูกค้าหนี เรายอมเอากำไรน้อยลงหน่อย เพื่อรักษาลูกค้าไว้ค่ะ  ต้นทุนการผลิตเพิ่มทุกอย่าง เราก็อยากขึ้นราคาขาย แต่กลัวลูกค้าหนี เราต้องเก็บลูกค้าไว้ก่อน หากลูกค้าหนีไปแล้ว เราจะอยู่ยาก

l ได้ข่าวว่าส่งโรตีสายไหมไปขายต่างประเทศด้วย ส่งไปไหนบ้างครับ

ร้านสุทธินิว : ส่งไปเกาหลีใต้ และจีนค่ะ มีช่วงหนึ่งลูกค้าจีนเยอะมาก ยิ่งช่วงโควิดระบาด ลูกค้าจีนมาเที่ยวไทยไม่ได้ มาอยุธยาไม่ได้ เขายังคิดถึงโรตีสายไหม เขาก็สั่งให้เราส่งไปให้ ก็ได้ลูกค้ากลุ่มนี้มาจนถึงปัจจุบัน คนจีน คนเกาหลีใต้ชอบกินโรตีสายไหมค่ะ โดยเฉพาะวัยรุ่นหนุ่มสาวชอบมากนี่ก็เป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของไทยอย่างหนึ่งนะคะ 

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 14.05-14.30 น. ทาง โทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

‘ทศ’ปลื้มแฟนละครอินดราม่า ‘ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน’ ชวนลุ้นรักคู่ปรับ ‘จาด้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/727755

‘ทศ’ปลื้มแฟนละครอินดราม่า ‘ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน’ ชวนลุ้นรักคู่ปรับ ‘จาด้า’

‘ทศ’ปลื้มแฟนละครอินดราม่า ‘ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน’ ชวนลุ้นรักคู่ปรับ ‘จาด้า’

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถึงดีกรีการแสดงจะน้อยแต่ความตั้งใจบวกเทคนิคเกินร้อยเลยทีเดียว สำหรับ ทศ-รวิศชา ปัญจวิชญ์กับละครแนวดราม่า “ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน” ทางช่อง 7HD ในบทของ “วงกต” หรือ “ภู” ลูกเจ้าสัวโรงสีเศรษฐีใหญ่ในชุมชน ที่เอาแต่ใจและใช้เงินแก้ปัญหา สุดท้ายเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องราวร้ายแรงทำให้ครอบครัว และคนรอบข้างเดือดร้อน

โดย ทศ ได้เปิดใจกับบทบาทนี้ว่า “ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทาง ช่อง 7HD ขอบคุณผู้จัดละครค่ายกำลังดีซอย 6 โปรดักชั่น และผู้กำกับโจ้ (ชัชวาลย์ คล้องช้าง) นะครับ ที่ให้โอกาสนักแสดงหน้าใหม่อย่างผมมารับบทดีๆ อย่าง “วงกต” หรือ “ภู” คุณหนูเจ้าอารมณ์ที่ใช้ชีวิตสุดขั้วด้วยการใช้เงินเป็นตัวตั้งตัดสินคนที่ฐานะ จนมาเจอจุดเปลี่ยนพลั้งมือทำคนตายกลายเป็นคดีความ แล้วเราหนีไปตั้งหลักไปเมืองนอก ปล่อยให้คนอื่นต้องมารับผิดแทนคือ “เสนาะ” ที่รับบทโดย “พี่ดอม เหตระกูล” ด้วยเรื่องราวดราม่าหนักมาก ฟีดแบ๊กกลับมาถึงผมก็ดีมากๆ เลยครับ เพราะแฟนๆ อินกันมาก อย่างในคอมเมนต์ผมจะโดนว่าตลอด ทำไมเป็นอย่างนี้เอาภูไปเก็บเลยนะ ถูกว่า ว่าทำไมนิสัยเสียได้ขนาดนี้สำหรับผมการที่ได้ฟีดแบ๊กจากแฟนละครแบบนี้ ผมดีใจครับแสดงว่าทุกคนเชื่อในตัวละครที่ผมแสดง

ตัวละครนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยต้องฝากไว้ให้คิดนะครับ คนเราทำผิดต้องยอมรับผิดไม่มีใครหนีความจริงไปได้ตลอดชีวิตอยากให้ผู้ชมติดตามไปจนถึงตอนท้ายเรื่องเลยครับว่าวงกตเองจะมีจุดหักเหสำคัญอย่างไรรับรองว่าสาแก่ใจคอละครแน่นอนครับ ส่วนในการแสดงบทบาทนี้ถือว่าซับซ้อนสำคัญทุกฉากทุกตอนแม้แต่อารมณ์ที่ออกมาจากคำพูดก็สำคัญ ผมทำการบ้านมาอย่างหนักเพื่อมาปรึกษา พี่โจ้ผู้กำกับว่าเราตีโจทย์แบบนี้ถูกมั้ย ผู้กำกับก็จะแนะนำลำดับความคิดตัวละคร หรือแม้แต่เวลาเข้าฉากกับคุณแม่คือพี่เอ๋ (รชยา รักกสิกรณ์) ก็จะช่วยให้เคล็ดลับการแสดงหลายๆ ด้านทำให้เรารู้สึกอบอุ่นไม่กังวลอีกต่อไป แล้วนอกจากนี้ อยากให้แฟนๆ มาลุ้นเรื่องราวความรักในละครด้วย ไหนจะเรื่องกับลิลลี่ (ช้องมาศ บางชะวงษ์) ซึ่งเราไปเจอเขาช่วงที่หนีไปเมืองนอกและพาเขากลับมาด้วย เขากำลังตั้งท้องแล้วก็มาบังเอิญได้เจอกับ เทียนแก้ว(จาด้า อินโตร์เร) คู่ปรับเก่าอีกแต่หลังจากนี้ผมกับเทียนแก้วจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามครับ ส่วนการร่วมงานกับพี่จาด้า สนุกครับพี่จาด้าเป็นคนเฟรนด์ลี่มากๆ และให้คำแนะนำตลอด ตอนเข้าฉากด้วยกันก็จะคอยช่วยผม ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ การเล่นด้วยกันเลยสนุก ซึ่งอยากให้ทุกคนมาติดตามเรื่องราวชีวิตของวงกตด้วยนะครับ เพราะหลังจากนี้จะยิ่งเข้มข้นจะเกิดจุดเปลี่ยนของชีวิตที่เชื่อว่าหลายคนรอชมอยู่แน่นอน มาสนุกไปด้วยกันนะครับ” ติดตามชมความสนุกของละคร “ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์: www.ch7.com

5 เหตุผลที่คุณจะตกหลุมรักซีรี่ส์ ‘Our Blooming Youth วัยเยาว์ที่ผลิบาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/727756

5 เหตุผลที่คุณจะตกหลุมรักซีรี่ส์ ‘Our Blooming Youth วัยเยาว์ที่ผลิบาน’

5 เหตุผลที่คุณจะตกหลุมรักซีรี่ส์ ‘Our Blooming Youth วัยเยาว์ที่ผลิบาน’

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้กำกับ อีจงแจ, พัคฮยองชิก, จอนโซนี,พโยเยจิน, ยุนจงซอก และ อีแทซอน ร่วมตอบคำถามจากสื่อมวลชนท้องถิ่นเกี่ยวกับบทบาทที่ได้รับใน Our Blooming Youth ซีรี่ส์แนวประวัติศาสตร์ย้อนยุคที่บอกเล่าเรื่องราวขององค์รัชทายาทผู้ต้องคำสาป และหญิงสาวสูงศักดิ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ซึ่งซีรี่ส์เรื่องนี้เข้าฉาย ทาง Prime Video มาติดตามเหตุผลว่าทำไมคุณจะตกหลุมรักนักแสดงและซีรี่ส์เรื่องนี้ไปด้วยกัน

นักแสดงสุดฮอต

ผู้กำกับอีจงแจ มีผลงานซีรี่ส์เรื่องดังหลายเรื่องแต่ที่โดดเด่นที่สุดได้แก่เรื่อง 100 Days My Prince ซึ่งเป็นแนวประวัติศาสตร์ย้อนยุคเช่นเดียวกับ Our Blooming Youth โดยผู้กำกับอีจงแจกล่าวว่า “ผมหวังว่า Our Blooming Youth จะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับผลงานก่อนหน้านี้ของผมอย่าง 100 Days My Prince” นอกจากซีรี่ส์เรื่องนี้จะได้ผู้กำกับมากความสามารถมารับหน้าที่กำกับแล้ว นักแสดงนำในเรื่องก็ล้วนเป็นนักแสดงที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น พัคฮยองชิกที่กุมหัวใจแฟนๆ มาแล้วจากผลงานมากมาย เช่น Strong Girl Bong Soon Happiness รวมไปถึงจอนโซนี, พโยเยจิน, ยุนจงซอก และ อีแทซอน ก็ล้วนเป็นนักแสดงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถและเสน่ห์ด้านการแสดง นี่จึงเป็นการรวมตัวกันของทีมนักแสดงที่พร้อมจะแท็กทีมเพื่อคว้าหัวใจผู้ชม

เรื่องราวของคนหนุ่มสาวอันเปี่ยมเสน่ห์ ในละครประวัติศาสตร์ย้อนยุคที่มีมนต์ขลัง

หนุ่มสาว หรือแนว coming-of-age ที่ได้เรียนรู้ ก้าวผ่าน และเติบโต ทั้งเรื่องชีวิตและในหลายๆ ครั้งก็ความรัก ไม่ว่าจะในยุคไหน ด้วยเรื่องราวที่เชื่อมโยงได้กับทุกวัยและยังมอบความสนุกให้ผู้ชม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้ชมจะตกหลุมรักซีรี่ส์ Our Blooming Youth จอนโซนี เล่าให้ฟังว่า“ตัวละครหลักในเรื่องทั้ง 5 ตัว ล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มสาวที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาบางอย่างในชีวิต องค์รัชทายาทผู้ต้องคำสาป หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมครอบครัวตัวเอง รวมไปถึงตัวละครอื่นๆ ที่มีเรื่องราวและเหตุการณ์เป็นของตัวเอง แต่ละคนต้องฟันฝ่าและกลายเป็นการผจญภัยที่น่าสนใจที่รอให้ผู้ชมได้สัมผัสและเอาใจช่วย”

ตัวละครที่มีเอกลักษณ์ แตกต่างไม่เหมือนใคร

ใน Our Blooming Youth ตัวละครของนางเอกมีความแตกต่างไปจากซีรี่ส์ทั่วไปที่แฟนๆเคยชม นั่นก็คือ มินแจอี (รับบทโดย จอนโซนี) เป็นตัวละครที่ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมครอบครัวของเธอเอง และเพื่อที่จะเปิดเผยความจริงเบื้องหลังเหตุฆาตกรรม เธอได้ตามหาองค์รัชทายาทหลังจากที่ได้พบ ความเชื่อมโยงบางอย่าง แจอีจำเป็นต้องปลอมตัวเพื่อหลบหนี โดยแฝงตัวเป็นขันทีและร่วมมือกับองค์รัชทายาทเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาของทั้งคู่ แจอีมีเพื่อนสนิทชื่อ การัม (รับบทโดย พโยเยจิน) ซึ่งการัมได้ปลอมตัวเข้ามาเพื่อช่วยแจอีด้วย จอนโซนี กล่าว่า “Our Blooming Youth มีตัวละครที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากซีรี่ส์ทั่วไป โดยปกติเราอาจจะเห็นตัวละครผู้หญิงปลอมตัวเป็นชายด้วยสถานการณ์ต่างๆ แต่เรื่องนี้มีตัวละครผู้หญิงถึงสองคนที่ปลอมเป็นผู้ชายด้วยกัน และนั่นจะทำให้สถานการณ์และตัวละครยิ่งมีเอกลักษณ์น่าสนใจกว่าเดิม” พโยเยจิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ฉันคิดว่าผู้ชมจะได้เห็นเคมีที่ยอดเยี่ยมของพวกเรา มันดีมากๆ เลย”

มิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่ชวนประทับใจ

นอกจากมิตรภาพอันชวนอบอุ่นหัวใจระหว่าง มินแจอี และ การัม แล้ว ในเรื่องนี้ยังมีมิตรภาพของหนุ่มๆ ที่แน่นแฟ้นและน่าประทับใจอีกด้วย นั่นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างองค์รัชทายาทอีฮวาน (รับบทโดย พัคฮยองชิก) และเพื่อนในวัยเด็กของเขาอย่าง ฮันซองอน (รับบทโดยยุนจงซอก) โดยที่มิตรภาพระหว่างพวกเขาต้องถูกทดสอบด้วยคำสาปและรักสามเส้า นอกจากมิตรภาพในจอแล้ว พวกเขาทั้งคู่ยังสนิทสนมกันนอกจออีกด้วย ยุนจงซอกได้กล่าวชื่นชมถึงความสามารถทางด้านการแสดงของพัคฮยองชิก และได้เรียนรู้จากเขาเวลาที่ถ่ายทำร่วมกัน ยุนจงซอกเล่าให้ฟังว่า “ไม่ว่าจะหนาว จะร้อน หรือจะเหนื่อยแค่ไหน พัคฮยองชิกไม่เคยบ่นเลย เขายังทุ่มเทและตั้งใจเต็มที่ มีสมาธิและเป็นมืออาชีพมากๆ” นอกจากมิตรภาพของเพื่อนทั้งสองคู่แล้ว ในเรื่องการัม ยังได้ใกล้ชิดกับ คิมมยองจิน (รับบทโดย อีแทซอน) ระหว่างที่หาทางช่วยมินแจอีเพื่อนรักของเธอ

เรื่องราวโรแมนติกที่ชวนอบอุ่นหัวใจ ผสานกับเรื่องลึกลับที่ชวนลุ้น

Our Blooming Youth ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวโรแมนติกอบอุ่นหัวใจ พัคฮยองชิกเล่าว่า “ตัวละครของผมทั้งบริสุทธิ์และจริงใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเขาโตขึ้นและเกิดเรื่องราวบางอย่าง เขาก็เปลี่ยนไป เขากลายเป็นคนที่ไม่สามารถเชื่อใจคนอื่นได้ แต่เมื่อเขาได้พบกับมินแจอีและเริ่มที่จะแก้ไขเรื่องราวต่างๆ ด้วยกัน เขาก็ได้เติบโตขึ้นอีกครั้ง” เรียกได้ว่าเป็นความรักที่ผลิบานพร้อมการเยียวยาหัวใจ นอกจากนั้นผู้ชมยังจะได้ฟินกับความน่ารักระหว่าง การัม และคิมมยองจิน อีกด้วย โดยพโยเยจิน กล่าวว่า “อีแทซอนและฉันมีฉากน่ารักๆ ด้วยกันเยอะเลยค่ะต้องลองติดตามดูนะคะว่าจะเป็นแบบไหนบ้าง” ทั้งนี้ Our Blooming Youth ไม่ได้มีเพียงแค่ความโรแมนติก แต่ซีรี่ส์ยังจะพาผู้ชมร่วมลุ้นไปกับการเปิดเผยความลับของคำสาปและการสืบหาฆาตกรที่แท้จริง! เป็นความกลมกล่อมครบรสที่พร้อมให้ผู้ชมได้สัมผัส