ผ่านมา 3 ปี จีนเตรียมปล่อยตัว ชายผู้เปิดโปงการระบาดของโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690299

ผ่านมา 3 ปี จีนเตรียมปล่อยตัว ชายผู้เปิดโปงการระบาดของโควิด-19

1 พ.ค. 2566 01:05 น.

ผ่านมา 3 ปี จีนเตรียมปล่อยตัว ชายผู้เปิดโปงการระบาดของโควิด-19

นักข่าวพลเรือนคนหนึ่ง ซึ่งแฉสภาพการระบาดของโควิด-19 ในจีนในช่วงแรกของการระบาด กำลังจะได้รับการปล่อยตัว หลังจากถูกคุมขังมานานร่วม 3 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. 2566 ว่า ทางการจีนกำลังเตรียมการปล่อยตัวนายฟาง ปิน ซึ่งหายตัวไป 3 ปีหลังจากเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นภาพโรงพยาบาลที่มีคนมารวมตัวกันและศพจำนวนมาก ในช่วงแรกๆ ที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดเมื่อต้นปี 2563

นายฟาง ปิน กับคนอื่นๆ ที่ถูกเรียกว่า นักข่าวพลเรือน เผยแพร่รายละเอียดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ลงบนอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ ในช่วงต้นปี 2563 สร้างความอับอายให้แก่รัฐบาลจีนที่ตอนนั้นพยายามปกปิดขอบเขตของการระบาด และทำให้รัฐบาลถูกโจมตีอย่างหนักที่ควบคุมการระบาดล้มเหลว

คดีของนายฟางเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามเสียงวิพากษ์วิจารณ์การรับมือการระบาดของรัฐบาลจีน อย่างไรก็ตาม ญาติของนายฟางกับบุคคลผู้ใกล้ชิดกับคดีนี้ บอกกับสำนักข่าวเอพี ว่า นายฟางมีกำหนดได้รับการปล่อยตัวในวันอาทิตย์ หลังจากถูกลงโทษจำคุก 3 ปี ข้อหายุยงให้เกิดความวุ่นวาย

ทั้งนี้ ช่วงต้นปี 2563 โควิด-19 ระบาดอย่างหนักในเมืองอู่ฮั่น ทำให้เมืองต้องถูกล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดนานถึง 76 วัน โดยในตอนนั้น มีนักข่าวพลเรือนกลุ่มเล็กๆ พยายามบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนพยายามปกปิดเอาไว้ ทำให้คนกลุ่มนี้ซึ่งรวมถึงนายฟาง หายตัวไปในเดือนกุมภาพันธ์

นอกจากนายฟางแล้ว นักข่าวพลเรือนอีกคนที่มีข้อมูลว่าหายตัวไปคือนายเฉิน ชิ่วฉี ผู้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในเดือนกันยายน 2564 ระหว่างการถ่ายทอดสดบนยูทูบของเพื่อนของเขา พร้อมกับเล่าว่า เขากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดว่า เขาหายตัวไปไหน

นักข่าวพลเรือนอีกคนคือ น.ส.จาง จ้าน ถูกศาลตัดสินในเดือนธันวาคม 2563 ให้จำคุก 4 ปีข้อหาเดียวกับนายฟาง จากนั้น 8 เดือนต่อมา ทนายความของเธอออกมาเปิดเผยว่า เธอล้มป่วยหลังจากประท้วงด้วยการอดอาหาร แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวของเธออีก

ที่มา : cna

อินเดียจับช้างพลายจอมดุ ชอบบุกร้านค้า-เหยียบคนตายแล้ว 6 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2690292

อินเดียจับช้างพลายจอมดุ ชอบบุกร้านค้า-เหยียบคนตายแล้ว 6 ศพ

30 เม.ย. 2566 23:35 น.

อินเดียจับช้างพลายจอมดุ ชอบบุกร้านค้า-เหยียบคนตายแล้ว 6 ศพ

เจ้าหน้าที่อินเดียยิงยาสลบจับตัวช้างพลายตัวหนึ่ง ซึ่งก่อเหตุบุกร้านค้าหลายครั้งและทำร้ายคนจนเสียชีวิต 6 ศพได้แล้ว ก่อนจะดำเนินการย้ายมันไปอยู่ป่าในพื้นที่อื่น

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 เม.ย. 2566) สำนักงานป่าไม้ของอินเดียระดมทีมเจ้าหน้าที่กว่า 150 นาย จับตัวช้างป่าชื่อว่า “อริคอมบัน” (Arikomban) ได้สำเร็จ หลังจากเจ้าช้างตัวนี้ก่อเหตุบุกร้านค้าในเขตอิดุคกี (Idukki) รัฐเกรละ ทางตอนใต้ของประเทศหลายครั้ง เพื่อขโมยกินข้าวกับธัญพืช และทำร้ายคนจนเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 6 ศพ

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นอินเดีย ช้างป่าตัวนี้ขัดขืนการจับตัวอย่างหนัก ถูกยิงด้วยกระสุนยาสลบไปแล้วถึง 5 ดอกยังไม่ยอมสงบลง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เชือกพันขาและปิดตาของมัน รวมทั้งต้องใช้ช้างตัวอื่นที่ฝึกมาอย่างดีอีก 4 เชือก จึงไล่ต้อนมันขึ้นรถบรรทุกได้สำเร็จ เพื่อย้ายมันไปอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า พร้อมติดปลอกคอจีพีเอส เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่พยายามจับตัวเจ้าช้างอริคอมบัน โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 มันเคยถูกยิงด้วยกระสุนยาสลบไปแล้ว แต่ตอนนั้นมันหนีไปได้ ขณะที่เมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่วางแผนจับตัวมันอีกครั้ง โดยคิดจะตั้งร้านขายข้าวปลอมเพื่อล่อมันเข้ามา แต่แผนการนี้ถูกศาลสั่งหยุดเอาไว้

ทั้งนี้ นักอนุรักษ์กล่าวโทษการขยายที่อยู่อาศัยของมนุษย์บริเวณพื้นที่ป่าและเส้นทางเดินสำคัญของบรรดาสัตว์ป่า ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างมนุษย์กับช้างป่ารวมถึงสัตว์อื่นๆ มากขึ้น

เมื่อปีก่อน เจ้าหน้าที่ของอินเดียก็ต้องสังหารเสือตัวหนึ่งซึ่งถูกขนานนามว่า เสือกินคนแห่งจัมปารัน หลังจากมันสังหารมนุษย์ในภาคตะวันออกของแดนภารตะไปแล้วอย่างน้อย 9 ศพ

ที่มา : cna

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727914

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.20 น.

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการส่งออกผลไม้ผ่านด่านตรวจพืชนครพนมพร้อมเร่งขยายการค้าชายแดน ด้วยค่านิยม ‘ผลไม้ไทย ผลไม้คุณภาพ’

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ติดตามผลการปฏิบัติงานสถานการณ์การค้าชายแดน และการส่งออกผลไม้ผ่านทางด่านตรวจพืชนครพนม โดยมีนายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสาวสายสุณี ปั้นพงษ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม เข้าร่วมติดตามผลการปฏิบัติงาน  ณ ห้องประชุมศุลกากรนครพนม โดยนางจินตนา สุมขุนทด หัวหน้าด่านตรวจพืชนครพนม รายงานผลการปฏิบัติงานรวมถึงสถานการณ์การส่งออกผลไม้ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงต้นฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก

ด่านตรวจพืชนครพนมเป็นด่านนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรทางบก  1 ใน 6 ด่านตรวจพืชของไทย ที่ได้รับการอนุญาตให้นำเข้า และส่งออกผลไม้ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ตาม “พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย” ด่านตรวจพืชนครพนม ดำเนินการในระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยเริ่มนำร่องใช้กับการส่งออกผลไม้สดไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ส่งออก เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ในการดำเนินการด้านเอกสาร รวมถึงการแจ้งตรวจสินค้า ณ โรงคัดบรรจุ เป็นกระบวนการที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลการส่งออกต่างๆ ได้ เช่น ที่มาของผลผลิตจากสวนที่ได้รับการรับรอง GAP การคัดบรรจุจากโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร (GMP, DOA)

การปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชนครพนมจัดเป็นด่านตรวจพืชปลายทางของสินค้าก่อนที่จะมีการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการส่งออก รวมถึงหลักฐานประกอบการส่งออกจากผู้ส่งออก ในระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อป้องกันการแสดงหลักฐานเท็จ และการสวมสิทธิ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากตรวจสอบแล้วถูกต้องจะส่งข้อมูลเพื่อแจ้งตรวจสอบสินค้า ณ โรงคัดบรรจุไปยังด่านตรวจพืชต้นทางของสินค้า เช่น การส่งออกทุเรียนสดของพื้นที่ภาคตะวันออกจะส่งข้อมูลไปยังด่านตรวจพืชจันทบุรี ด่านตรวจพืชท่าเรือคลองใหญ่ และด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบศัตรูพืชและตรวจรับรองสุขอนามัยพืชผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และหากผ่านการตรวจรับรอง ด่านตรวจพืชนครพนมจะเป็นผู้ออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ให้แก่ผู้ส่งออก

ขั้นตอนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชนครพนมจะตรวจสอบการปล่อยรถสินค้าทุเรียนสดไปยังนอกราชอาณาจักร ณ ฝั่งขาออกของด่านศุลกากรนครพนม บริเวณสะพานมิตรภาพ 3 อีกครั้ง เพื่อป้องกันการนำใบรับรองสุขอนามัยพืชของไทยไปใช้เพื่อสวมสิทธิ์ผลผลิตที่ไม่ได้มาจากประเทศไทย สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคว่า ผลผลิตทุเรียนสดมาจากแหล่งผลิตประเทศไทยเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพจากสวนและคัดบรรจุจากโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร

สถิติการส่งออกทุเรียนสดปี 2564 ที่มีการลงนามและประกาศใช้พิธีสารการส่งออกผลไม้ไทย-จีน มีการส่งออกทุเรียนสดผ่านด่านนครพนม จำนวน 24,533 ตู้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 47,500 ล้านบาท ปี 2565 ที่มีการระบาดของเชื้อโควิด–19 ประกอบกับจีนใช้มาตรการ Zero-Covid กับสินค้าที่นำเข้า ทำให้มูลค่าการส่งออกทุเรียนลดลงจากปี 2564 กว่าร้อยละ 70 เหลือ 7,445 ตู้ มูลค่า 6,008 ล้านบาท

ในฤดูกาล 2566 นี้ พบว่าการส่งออกทุเรียนคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการยกเลิกมาตรการ  Zero-Covid มีการส่งออกทุเรียนสดตั้งแต่เดือนมกราคม – 15 เมษายน 2566 จำนวน 4,012 ตู้ คิดเป็นมูลค่า 8,400 ล้านบาท และพบว่ามีแนวโน้มในการส่งออกเพิ่มขึ้น เส้นทางการขนส่งในปัจจุบันถือว่ามีความคล่องตัวและมีเส้นทางการขนส่งตามที่กำหนดในพิธีสารฯ ที่ผู้ส่งออกสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม และเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมาได้มีการนำเข้าทุเรียนสด จำนวน 12.18 ตัน ทางด่านเหอโข่ว (Hekou) ของจีนเป็นตู้แรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีด้านการเพิ่มเส้นทางการขนส่งผลไม้ให้มีความหลากหลายและสามารถกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างทั่วถึง

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการให้การส่งออกทุเรียนสดไทยมีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร  ภารกิจการติดตาม “แนวทางการปฏิบัติการส่งออกทุเรียนสดของไทยไปจีนผ่านประเทศที่สาม” จึงเป็นภารกิจที่กรมวิชาการเกษตรต้องดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งในการส่งออกทุเรียนไทย รวมถึงการป้องกันการสวมสิทธิ์ เพื่อรักษาสัญญากับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เรามาร่วมกันทำให้ ผลไม้ไทย เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในโลก ด้วยค่านิยม “ผลไม้ไทย ผลไม้คุณภาพ” (Premium Thai Fruits)” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าว 

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยปากน้ำโพ ชวนเกษตรกรร่วม BCG Model

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727783

'อธิบดีกรมข้าว'ลุยปากน้ำโพ ชวนเกษตรกรร่วม BCG Model

‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยปากน้ำโพ ชวนเกษตรกรร่วม BCG Model

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.32 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวนา/เกษตรกร สมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนฯ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อรับทราบถึงข้อมูลการดำเนินงาน และรับฟังปัญหาอุปสรรคที่เกษตกรกำลังประสบ และแนะนำเชิญชวนให้หันมาทำนาแบบ BCG Model โดยมี นายสิทธิชัย ม่วงงาม ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ พร้อมด้วยสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน เจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ณ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านศรีอุทุมพร จังหวัดนครสวรรค์

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อพบปะหารือรับฟังการดำเนินงาน/ปัญหาของสมาชิกพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ และแนะนำเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวรักษ์โลกตามแบบBCG Model ซึ่งเป็นการปลูกข้าวปลอดภัย ลดละเลิกการใช้สารเคมี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยแนะให้ใช้จุลินทรีย์ในการปลูกและนำสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมาผสมผสานในการเพาะปลูก ที่จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ นอกจากนั้น กรมการข้าวยังได้มีการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมาถ่ายทอดให้กับชาวนา ซึ่งจะช่วยลดก๊าซมีเทนในดินที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ เพื่อลดภาวะโลกร้อน อีกทั้งจะกรมการข้าวสนับสนุนในเรื่องเครื่องจักร เช่น เครื่องอบข้าว เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว เครื่องอัดฟางข้าว รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆที่พี่น้องศูนย์ข้าวชุมชนต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มากขึ้น

“จากการที่ได้พูดคุยกับพี่น้องชาวนานั้น มีกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกรมการข้าวอย่างเต็มที่และยินดีที่จะร่วมกันพัฒนาการปลูกข้าวให้เป็นไปอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เอาตัวรอดจากการฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยยา และสารเคมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727792

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เอาตัวรอดจากการฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยยา และสารเคมี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เอาตัวรอดจากการฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยยา และสารเคมี

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.30 น.

ฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยไซยาไนด์ทำให้หลายคนอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน ประการแรกด้วยเหตุที่นึกไม่ถึงว่าคดีวางยาฆ่าในการ์ตูนโคนันนั้นเกิดขึ้นจริงได้และยังเกิดในเมืองไทยอีกด้วย ซึ่งน่าเห็นใจในส่วนของญาติพี่น้องของผู้ตายอย่างยิ่ง ที่ต้องมาสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่คาดคิดเช่นนี้

จากในข่าวที่มีการพาดพิงว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเภสัชกรหรือร้านยาซึ่งในเวลาต่อมามีการยืนยันแล้วว่าแหล่งที่มาของไซยาไนด์ในกรณีนี้ไม่ไช่ร้านยาและไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเภสัชกรแต่อย่างใด และในบทความนี้ก็จะไม่พูดถึงว่าผู้ต้องหาได้ไซยาไนด์มาจากไหน แต่ในกรณีที่ผู้รอดชีวิตท่านหนึ่งให้ข้อมูลว่าน่าจะได้รับสารพิษจากผู้ต้องหาโดยอ้างว่าเป็นยาสมุนไพรจึงรับประทานยาลงไปแล้วเกิดอาการผิดปกติจนต้องไปช่วยชีวิตที่โรงพยาบาล กับอีกข้อมูลที่ญาติสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจใช้อาหารเสริมลดความอ้วนซึ่งได้มาจากผู้ต้องหา

สองกรณีนี้จะเห็นได้ว่าการที่คนซึ่งไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้หยิบยื่นยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ผู้ป่วยหรือประชาชนทั่วไปใช้อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เป็นเรื่องไม่เกินจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของยา ถ้าคุณผู้อ่านท่านใดเคยไปร้านยาที่มีเภสัชกรจะพบว่ากว่าจะซื้อยาได้แต่ละทีไม่ใช่คุยกันคำสองคำ เภสัชกรมักจะซักประวัติละเอียดจนผู้รับบริการบางคนถึงกับหงุดหงิด ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เราไม่อยากจ่ายยาให้กับท่าน หากพิจารณากันตามความเป็นจริงแล้วมันง่ายเหลือเกินที่เภสัชกรจะหยิบยาที่ท่านชี้สั่งหรือเรียกหาไปคิดเงินและถามว่าจะรับหน้ากากอนามัยหรือเจลแอลกอฮอล์เพิ่มด้วยมั้ย แต่ที่เราไม่ทำแบบนั้นเพราะเภสัชกรทุกคนถูกฝึกมา ให้ดูแลการใช้ยาของคนไข้ทุกคนให้ปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

ยาไม่ใช่ของที่คนหนึ่งใช้ได้ผลดีแล้วจะนำไปแบ่งให้คนอื่นที่รักชอบกันใช้บ้าง เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พื้นฐานทางสุขภาพก็ไม่เหมือนกัน บางท่านมีโรคประจำตัว บางท่านมียาที่แพ้ ซึ่งบางครั้งอาจอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งความเจ็บป่วยที่มีอาการคล้ายกัน อาจจะมีต้นกำเนิดมาจากคนละโรคคนละเรื่องเลยก็ได้ เช่น อาการปวดหลังของคุณ ก เกิดจากออฟฟิศซินโดรม กินยา A แล้วหายปวด เลยแนะนำให้คุณ ข ที่บ่นปวดหลังกินบ้างแต่ปรากฏว่าคุณ ข กินยา A แล้วเลือดออกในกระเพาะอาหาร เพราะคุณ ข มีโรคประจำตัวคือแผลในกระเพาะ เป็นต้น

จากกระแสข่าวฆาตกรรมต่อเนื่องโดยการใส่ยาพิษให้เหยื่อกินผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่มอาหารเสริม รวมทั้งยา อาจทำให้ผู้คนตื่นตัวเรื่องของการบริโภคสิ่งต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น ยารวมถึงอาหารเสริมก็เป็นของที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวดอยู่แล้ว อาหารเสริมที่มีที่มาไม่ชัดเจน ไม่มี อย. ยาสมุนไพรที่ไม่มีเลขทะเบียนยาซึ่งอาจจะมีการปนปลอมสารเคมี หรือตัวยาอันตรายบางชนิด หรือไปรับหรือซื้อยาที่ไม่ได้ผ่านมือเภสัชกร ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้เกิดอันตรายได้แก่ท่าน

เราไม่ควรแบ่งยาให้ใคร และแนะนำยาให้ใครว่ายาตัวโน้นดี ยาตัวนี้ดี เพราะโรคที่เขาเป็นก็อาจมีสาเหตุที่แตกต่างกัน ซึ่งการรักษาและยาที่ใช้ก็อาจไม่เหมือนกัน ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรรับยา หรือรับคำแนะนำให้ใช้ยาจากคนอื่นที่ไม่ใช้บุคลากรทางการแพทย์ ถ้าท่านสงสัยเกี่ยวกับยา หรือการใช้ยาหรืออยากใช้ผลิตภัณท์สุขภาพใด ก็ขอให้ไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อจะได้พิจารณาว่าถ้าใช้แล้วจะไม่มีปัญหากับสุขภาพของท่าน หรือไม่ไปตีกับยาที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำ เท่านี้ท่านก็จะปลอดภัยจากการใช้ยา

ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอัญมณี โฉมใหม่‘Salon de Jewel’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727759

ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอัญมณี โฉมใหม่‘Salon de Jewel’

ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอัญมณี โฉมใหม่‘Salon de Jewel’

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศุภลักษณ์ อัมพุช พร้อมด้วย ไพพรรณ หลักแหลม, อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช, อรธิรา ภาคสุวรรณ์ และ ภัทรมน วรรณพานิช

ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอัญมณี ร่วมเฉลิมฉลองเปิดโซนใหม่ Salon de Jewel ศูนย์รวมแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำของเมืองไทย พร้อมนำเสนอคอลเลคชั่น จิวเวลรี่สุดเรียบหรูผ่านแฟชั่นโชว์สุดอลังการ ในงาน “เอ็มโพเรียมเอ็มควอเทียร์ ซาลง เดอ จีเวล” ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

Salon De Jewel ดิ เอ็มโพเรียม เป็นลักซัวรี่โซนใหม่ที่รวบรวมแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำของเมืองไทย ในบรรยากาศที่หรูหรา อลังการ ประกอบด้วย 8 ร้านจิวเวอรี่ชั้นนำที่นำเสนอคอนเซ็ปต์การตกแต่งร้านในหลากหลายสไตล์ ได้แก่ Blueriver ที่หรูหร่าสง่างาม, Chuchai มาในธีม “THE DIAMOND OF UNIVERSE”, Gems Pavilion กับคอนเซ็ปต์ “Celebrate Your Life”, Jasmin กับคอนเซ็ปต์ “Everyday Shining”, Karat กับการออกแบบที่ไร้กาลเวลา, Rajdamri Gems ในคอนเซ็ปต์ “Your Luxury Home”, Sincere Jewelry, S.Maneephand กับการตกแต่งรูปแบบ Symmetrical ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ และ ณ ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ให้คุณได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การเลือกซื้อ จิวเวลรี่ไม่ว่าจะชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีซไปจนถึงชิ้นงานที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

ภายในงานนอกจากการอวดโฉมการตกแต่งช้อปใหม่ จาก 8 แบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำของประเทศไทยแล้วได้นำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษ นำเสนอผ่านการแสดงโชว์จิวเวลรี่สุดเรียบหรู โดยมีนางแบบระดับแนวหน้ามาร่วมเดินโชว์ในครั้งนี้ในแฟชั่นลุคของแบรนด์ ASAVA ประดับเครื่องเพชรคอลเลคชั่นมาสเตอร์พีซ จากแบรนด์ชั้นนำใน Salon de Jewel อาทิ แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์, ซาบีน่า-อจิรภา ไมซิงเกอร์, มะปราง-จุติพรอรุณโชติ, เดน่า สโลซาร์ และ อูลี่-พิมพ์ณาราฟอนซูร์มูเล็น เป็นต้น โดยมี ผู้บริหารศูนย์การค้า และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย

Salon De Jewel ถือเป็นหนึ่งในการเผยภาพลักษณ์ใหม่ของศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ในการเป็นที่สุดแห่งความมีระดับ หรือ The Ultimate Luxury Shopping Complex เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกกับโครงการ THE EM DISTRICT มิติใหม่ย่านธุรกิจการค้าที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบในช่วงปลายปีนี้

ณัชชา ธนากิจอำนวย และ อมรพิมล วีรวรรณ

ณัชชา ธนากิจอำนวย และ อมรพิมล วีรวรรณ

บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล

บุญญาภาณิ์ เบญจรงคกุล

ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ณัชชา ธนากิจอำนวย, ปิยะดา จิระพจชพร, อาทิมา หิมะทองคำ, ปาวา นาคาศัย
และ พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์

ณัชชา ธนากิจอำนวย, ปิยะดา จิระพจชพร, อาทิมา หิมะทองคำ, ปาวา นาคาศัย และ พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์

บรรยากาศแฟชั่น พรีเซนเทชั่นจาก 8 แบรนด์จิวเวลรี่ ชั้นนำใน Salon de Jewel

บรรยากาศแฟชั่น พรีเซนเทชั่นจาก 8 แบรนด์จิวเวลรี่ ชั้นนำใน Salon de Jewel

คุณแหน : 1 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727778

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ระหว่างไปรับข้าวกับน้องๆ ที่โรงแรมหัวช้างเฮอริเทจ คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร เจอแฟนคลับเป็นอาจารย์สุภาพสตรีโต๊ะข้างๆ ขออนุญาตถ่ายรูปคู่กับท่านพร้อมกล่าวว่าได้ติดตามข่าวคุณหญิงมาตลอด รู้สึกชื่นชมประทับใจท่านมาก …ทำให้ ธิดา จันทร์เพ็ญ, พัชรพิมล ยังประภากร ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ปลื้มปีติและอิ่มอุ่นไปถึงหัวใจกับคุณหญิงผู้ซึ่งเป็นที่รักและเคารพยิ่งเสมอมา…

ll ทราบมาว่า กอล์ฟการกุศลของสมาคมธรรมศาสตร์ฯ 1 มิ.ย.ที่สนามสยามคันทรีคลับ แบงคอก ทีมทั่วไปธรรมดาๆ 5 หมื่นบาท เต็มหมดแล้วนะคะ เพราะ จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ ประธานกอล์ฟของสมาคมฯ ขายหมดแล้ว ส่วนทีม VIP 1 แสนบาท ขายดิบขายดีหลังจากเข้าประชุมกรรมการสมาคมฯ มี ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมฯ ประเดิมตามด้วย รศ.เกศินี วิทูรชาติ อธิการบดี มธ., ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายก, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล รับไป…

ll งานเสวนา “ศ.หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล กับการศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปะ และโบราณคดี” จะจัดขึ้น 10 พ.ค. 13.30- 15.30 น. ณ ชั้น 3 หอสมุดวังท่าพระ ม.ศิลปากร วังท่าพระ…

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี ร่วมพิธีมอบห้องพยาบาล รร.เกาะสีชัง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี โดยมี นพ.ทนงวิทย์ นุตาคม รอง ผอ.รพ.สมิติเวช ศรีราชา เป็นตัวแทนในการมอบ…

ll ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ นัดเพื่อนๆ กลุ่ม DS ของ Digital CEO#5 มาสังสรรค์คลายร้อน งานนี้ พญ.ลลิตยา กองคำ, สมพิศ วงศ์ปัญญา, ไชยวุธจาตุรงคกุล, ราชิต ไชยรัตน์, อังคณา เจิมพิพัฒน์, ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ, พนา สุภาวกุล ไม่ยอมพลาด…

ll ช่วงนี้เพื่อนๆ ไม่เห็นหน้า ดร.ฐัช หัชลีฬหา เพราะตอนนี้ไปทำงานประจำที่ฮานอย ด้วยคุณพ่อ ดร.สมชาย หัชลีฬหา ส่งไปลุยตลาดเวียดนามในตำแหน่งผช.กก.ผจก. บจ.จอย แอนด์ คอยน์…

ll กรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์ และลูกสาว ธนาพร ปัญญาอมรวัฒน์เกิดวันเดียวกัน เลยไปฉลองวันเกิดด้วยกัน งานนี้ลูกพาแม่ไปทานข้าวอาหารโปรด…

ll ตามแบบฉบับแฟมิลี่แมน ช่วงหยุดยาว จิรพิพัฒน์ วรพิพัฒน์ พาครอบครัวไปท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่ญี่ปุ่น 7 วัน…

ll สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมเพื่อนๆ BCC 129 ร่วมแสดงความเสียใจกับเพื่อนร่วมรุ่น วรงค์ วิศวกุล ที่สูญเสียบิดา บุญเกิด วิศวกุล…

ll บุญชู ตรีทอง ชวนลูกสาวคนเดียว สิริน ตรีทอง ไปเที่ยวอิตาลีและเยอรมนี ให้ได้กลิ่นอายมิลานเมืองโปรด และขาหมูเยอรมันต้นตำรับ กลับ 1 พ.ค. …ll

คุณแหน

‘นวัตกรรมวัฒนชีวา’ รับมือสังคมผู้สูงอายุเชิงรุกด้วยสุขภาพที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727789

‘นวัตกรรมวัฒนชีวา’ รับมือสังคมผู้สูงอายุเชิงรุกด้วยสุขภาพที่ยั่งยืน

‘นวัตกรรมวัฒนชีวา’ รับมือสังคมผู้สูงอายุเชิงรุกด้วยสุขภาพที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประเทศไทยเดินทางมาสู่สังคมสูงวัยแล้ว ก่อนจะถึงจุดสมบูรณ์ อะไรคือ ความยั่งยืนในการรับมือเชิงรุกจากคำนิยามเราเข้าใจว่า “สังคมสูงวัย” คือ สังคมที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุหรือประชากรที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สัดส่วนของอัตราการเกิด และจำนวนประชากรในวัยทำงานลดน้อยลง อย่าง สิงคโปร์มีสัดส่วนของผู้สูงอายุใกล้เคียงกับไทย และเป็นสังคมผู้สูงอายุ เกาหลีใต้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว ญี่ปุ่นมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกและเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด

สำหรับประเทศไทย ช่วงปี 2562 มีอัตราจำนวนเกิดลดต่ำลงเหลือเพียง 6.1 แสนคน ขณะที่จำนวนผู้สูงอายุวัยปลาย อายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็น 1.3 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราควรหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มคนในวัยนี้ให้มากขึ้น คาดว่าในปี 2576 จะเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” คือมีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปในอัตราร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด

เมื่อสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลก อันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ ใน ASEAN และอีกไม่ถึง15 ปีข้างหน้า ไทยจะแซงสิงคโปร์ กระทั่งเกิดโรคสุดฮิตในผู้สูงอายุ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2554 ได้ระบุว่า ทุกๆ4 นาที จะมีคนไทยที่เสียชีวิตจากมะเร็ง อยู่ 1 คน, ทุกๆ 6 นาที จะมีคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจ อยู่ 1 คน และทุกๆ 6 นาที จะมีคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดในสมองแตก อยู่ 1 คน และคนที่มีอายุมากกว่า 90 ปี จะมีโอกาสการเกิดอัลไซเมอร์ถึง 30% โดยโอกาสการเกิดอัลไซเมอร์ของผู้หญิงจะมีมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า

ในมิติที่อยากโฟกัสเป็นพิเศษ คือ สุขภาพของผู้สูงวัย ปัจจุบันนอกจากฝากความคุ้มครองชีวิตไว้กับประกันชาติทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค ประกันสังคม หรือลามไปถึงเบี้ยสูงอายุ ก็คงไม่อาจคุ้มครองได้ในระดับที่ครอบคลุมความช่วยเหลือ และรวดเร็วดังกล่าวก่อนนำไปสู่จุดที่ป่วย ทุกคนควรป้องกันก่อนป่วย ด้วยนวัตกรรมการชะลอวัย อย่าง “นวัตกรรมวัฒนชีวา”

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะวิจัย Operation BIM ให้ความเห็นว่า ต้นตอของความชรา คือ โครโมโซมส่วนที่เรียกว่า Telomere (ส่วนปลายของโครโมโซมที่ยิ่งยาวขึ้นก็จะทำให้มีการย้อนวัย/ชะลอวัย และอายุยืนขึ้น) ซึ่งจากการผสมผสานความรู้วิทยาศาสตร์ เข้ากับวิทยาการภูมิคุ้มกัน คณะนักวิจัยฯ พบสูตรที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความยาวของ Telomere มากขึ้นอีก สามารถเสริมสร้างความยาวของเทโลเมียร์ ทำให้ย้อนวัย เป็นหนุ่มเป็นสาว คงสุขภาพให้แข็งแรงโดยนวัตกรรมวัฒนชีวาผลิตจากสารสกัดธรรมชาติจากพืชกินได้ 5 ชนิด คือ มังคุด ฝรั่ง ถั่วเหลือง งาดำ บัวบก และผ่านการวิจัยจากคณะนักวิจัย Operation BIM

คุณสมบัติที่โดดเด่นของนวัตกรรมวัฒนชีวา คือ นอกจากเพิ่มความยาวเทโลเมียร์แล้ว ยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกันช่วยกำจัดมะเร็ง เหมาะแก่ผู้ที่กำลังฟื้นฟูร่างกายจากอาการมะเร็ง และป้องกันไม่ให้มะเร็งกลับมาเป็นใหม่ นอกจากนี้ เมื่อเทโลเมียร์ยาวขึ้นยังส่งผลช่วยให้ผิวพรรณสดใส อ่อนกว่าวัย ลดความดันโลหิต ลดเบาหวาน ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ และเส้นเลือดในสมองแตก ลดการเสื่อมของตับและไตลดอาการสมองเสื่อม ลดอาการแพ้ภูมิตัวเอง ลดภาวะกระดูกพรุนลดอาการรูมาตอยด์ และลดอาการอักเสบเรื้อรัง

ดังนั้น การหาตัวช่วยด้านสุขภาพของผู้สูงอายุจากธรรมชาติ ที่ปลอดภัย และครอบคลุมปัญหาสุขภาพต่างๆ นั้นสำคัญ ถือเป็นการช่วยผู้สูงอายุให้ใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพ และมีความสุข ถ้ามีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ปลอดโรคภัยไข้เจ็บ ก็สามารถมีส่วนร่วมกับครอบครัว และสังคมได้อย่างยั่งยืน

‘ISSUE’ปล่อยคอลเลคชั่น‘THE EYE’กลางซัมเมอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727769

‘ISSUE’ปล่อยคอลเลคชั่น‘THE EYE’กลางซัมเมอร์

‘ISSUE’ปล่อยคอลเลคชั่น‘THE EYE’กลางซัมเมอร์

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แบรนด์เสื้อผ้าสุดชิค ISSUE Thailand (อิชชู่ ไทยแลนด์) ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ “THE EYE” (ดิอาย) สร้างสรรค์ไอเท็มสุดเก๋และสนุกสนาน สดใสท่ามกลางแสงแดดฤดูร้อน ด้วยแรงบันดาลใจจาก “การตื่นรู้ด้วยสัมผัสทั้ง 6” ถ่ายทอดคำสอนพุทธศาสนาสู่ลวดลายเสื้อผ้าและไอเท็มเครื่องแต่งกายที่มีสีสันสุดจัดจ้าน และโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของ “ISSUE” ในทุกมิติ

คอลเลคชั่น “THE EYE” เป็นการนำคำสอนในพระพุทธศาสนาเรื่อง “ผัสสะ” หรือ “Senses” ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ISSUE ให้ความสำคัญ และใช้ในการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ตลอดมาในคอลเลคชั่นนี้ได้นำแก่นแท้ของ “การตื่นรู้” มาผสานกับลวดลายสมัยใหม่สไตล์ NEO TRIBAL เพิ่มลูกเล่นด้วยงานปัก ถัก ทอ และลายปริ้นท์สีสันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ ISSUE ซึ่งทำให้คอลเลคชั่นนี้แปลกแตกต่างกว่าที่เคย มีให้เลือกช้อปทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต ชุดเซต ชุดเดรสกระเป๋าหวายสานจากกระจูดและผักตบชวา และแอคเซสซอรี่อื่นๆ มากมาย

โรจ-ภูภวิศ กฤตพลนารา ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์อิชชู่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “คอลเลคชั่น THE EYE เป็นการนำคำสอนในพระพุทธศาสนาเรื่องผัสสะ การสัมผัสผ่านทาง สื่อ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ มาต่อยอดและลดทอนให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านงานปัก ถัก ทอ พิมพ์ลายให้ร่วมสมัย โดยการออกแบบยังคงกลิ่นอายความเป็นแบรนด์อิชชู่ ที่นำเทรนด์ NEO TRIBLE มาปรับให้เหมาะสม โดยใช้วัสดุเส้นใยธรรมชาติ รวมถึงสีสันที่สดใสรับหน้าร้อน ลายพิมพ์บนโครงเสื้อฮาวายใส่สบาย รวมทั้งงานถักจักสาน และกระเป๋าใบสวยที่ขาดไม่ได้คือผ้าปักชิ้นสวยที่สะสมมาหลายปี นำมาตัดต่อตกแต่งเป็นชิ้นเด็ดประจำคอลเลคชั่นนี้ที่ไม่มีใครเหมือน”

ตามไปอัปเดตคอลเลคชั่น “THE EYE” ได้ที่ช้อป ISSUE Thailand ทุกสาขา รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่ www.issuethailand.com Facebook Page : @issuethailandofficial Instagram : @issuethailand YouTube : ISSUE Thailand

‘บุฟเฟ่ต์ทุเรียน’ไฮไลท์งาน‘สยามพารากอน ทรอปิคอล ฟรุ้ต พาเหรด 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727768

‘บุฟเฟ่ต์ทุเรียน’ไฮไลท์งาน‘สยามพารากอน ทรอปิคอล ฟรุ้ต พาเหรด 2023’

‘บุฟเฟ่ต์ทุเรียน’ไฮไลท์งาน‘สยามพารากอน ทรอปิคอล ฟรุ้ต พาเหรด 2023’

วันจันทร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เริ่มแล้วเทศกาลผลไม้สุดยิ่งใหญ่ “SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2023” (สยามพารากอน ทรอปิคอล ฟรุ้ต พาเหรด 2023) คัดสรรผลไม้เกรดพรีเมียมจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง 17 แหล่งทั่วประเทศ ชวนอุดหนุนผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร ส่งท้ายฤดูกาลผลไม้ฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่อร่อยที่สุดของผลไม้ไทย พร้อมจัดเต็ม “บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” ฟินไม่อั้นกับทุเรียนพันธุ์หายากและผลไม้ตามฤดูกาล จำหน่ายทุเรียนพันธุ์หายากและเปิดตัวครั้งแรกในงาน รวมถึงผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้อีกมากมายรวมมากกว่า 100 ชนิด ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พฤษภาคม 2566 ที่ ลานพาร์คพารากอน สยามพารากอน จัดโดย ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผนึกกำลัง กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์

“บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” ไฮไลท์ห้ามพลาด!! สำหรับสายทุเรียน อิ่มอร่อยแบบจัดเต็มกับทุเรียนและผลไม้นานาชนิดในราคา 699 บาท วันละ 7 รอบ (รอบละ 60 นาที) โดยสามารถเลือกลิ้มรสทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ หมอนทอง, ชะนี, พวงมณี, นกหยิบ, และก้านยาว ตลอดจนผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ ขนุนทองพลอย, มังคุด, เงาะโรงเรียน, แตงโม, มะม่วงน้ำดอกไม้สุก, สับปะรดตราดสีทอง, สละสุมาลี, ลิ้นจี่, มะม่วงดิบ, มะพร้าวน้ำหอม, ลองกอง, น้ำปลาหวาน, ไอศกรีมผลไม้, ข้าวเหนียวมูน, น้ำเฉาก๊วยและน้ำดื่มตราสิงห์ พิเศษสำหรับสมาชิก M Card สามารถซื้อบัตรได้ในราคา 595 บาท

จำหน่ายสุดยอดทุเรียนกว่า 30 สายพันธุ์ สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยของ “ทุเรียนนนท์” ที่มีการจองกันตั้งแต่ยังไม่ออกผล ซึ่งมีความพิเศษไม่เหมือนที่อื่นๆ คือจะมีเปลือกที่บาง กลิ่นหอมไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน ตัวเนื้อทุเรียนจะมีรสชาติที่หวานกลมกล่อมละมุนลิ้น และที่สำคัญไม่มีเสี้ยนอีกด้วย โดยมีทุเรียนขึ้นชื่อคือ หมอนทอง, กบชายน้ำ, กบเล็บเหยี่ยว ซึ่งขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย์พื้นที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรี

ครั้งแรกของการเปิดตัว ทุเรียนพันธุ์มูซานคิง-หมอนทอง ซึ่งเป็นการนำสายพันธุ์มูซานคิงมาผสมกับหมอนทอง ทำให้มีรสหวานหอม เนื้อเนียน ละเอียดและมีกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมีทุเรียนเบญจพรรณและสายพันธุ์หารับประทานยาก หลากหลายสายพันธุ์ ได้แก่ ชมพูพาน, ย่ำมะหวาด, ทองลินจง, เม็ดในยายปราง,ก้านยาวสีนาค, กบสุวรรณ, กบพิกุล, กบหน้าศาล,กบตาปุ่น, กำปั่นเหลือง, กบตาดำ, ทองย้อยฉัตร,กะเทยขั้วสั้น, นกหยิบ, พวงมณี, กบชายน้ำ, จันทบุรี1, จันทบุรี2, จันทบุรี3, จันทบุรี4, จันทบุรี7, จันทบุรี10,กระดุมทอง, หลงลับแล และนวลทองจันทร์ เป็นต้น

ภายในงานยังได้ยกขบวนผลไม้ที่ดีที่สุดของฤดูกาลการันตีคุณภาพระดับพรีเมียมจากสวนทั่วทุกภาคในประเทศไทย อาทิ เงาะ, มังคุด, ทุเรียน จากจังหวังระยอง จันทบุรี, ส้มโอทับทิมสยาม จาก อ.ปากพนัง, ส้มโอขาวใหญ่ และส้มโอแตงกวา จาก จ.ชัยนาท, ส้มโอท่าข่อยเมืองพิจิตร, สับปะรด “ทองระยอง” เป็นสับปะรดกลุ่ม “ควีน” (พันธุ์เดียวกับ สับปะรดภูเก็ต ภูแล สวี ตราดสีทอง), สับปะรดภูแล จ.เชียงราย, ส้มสายน้ำผึ้ง จาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, แตงโมเกาะสุกร จ.ตรัง ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ เนื้อแน่น และสีแดงสด, มะละกอเรดเลดี้ จาก จ.พังงา, เมล่อนพันธุ์อิบารากิ ที่เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จาก จ.สระบุรี, มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง, มะม่วงมหาชนก, มะม่วงอาร์จีสยาม จากฟาร์มคุณภาพเกรดส่งออก จ.ราชบุรี,ขนุนทองพลอย เนื้อคุณภาพดีจากจังหวัดกำแพงเพชร, มะพร้าวออร์แกนิค จากชาวสวนวิสาหกิจชุมชน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นต้น

งาน “SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2023” จะมีไปจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอนสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-6108000 และ Facebook : Siam Paragon