‘โหน-สไมล์’โชว์ฝีมือปลายจวักทำข้าวต้มสื่อรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733299

'โหน-สไมล์'โชว์ฝีมือปลายจวักทำข้าวต้มสื่อรัก

‘โหน-สไมล์’โชว์ฝีมือปลายจวักทำข้าวต้มสื่อรัก

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.49 น.

ฟาดฟันกันมาตั้งแต่ต้นเรื่องสำหรับ สาว “สไมล์-ศศินา” และหนุ่ม “โหน ธนากร” ในละครเรื่องล่าสุด “แม่ปูเปรี้ยว” ทางช่อง 7 HD  ที่สัปดาห์นี้ขอเบรกความเปรี้ยวมาโชว์ความหวานเอาใจแฟนละครกันสักหน่อยฉากนี้เป็นฉากหลังจาก กำนันธง (หนุ่ม-สันติสุข) ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน นนท์ (โหน-ธนากร) เลยอาสาเข้าครัวทำข้าวต้มกุ้งให้กำนันธงทาน ปู (สไมล์-ศศินา) เลยขอตามมามาเป็นลูกมือช่วยโดยมีนนท์เป็นครูคอยสอน ฉากนี้ผู้กำกับ ชัยวุฒิ เทพวงศ์ จัดทำมาตัดความเปรี้ยวของสาวปูเพื่อเสิร์ฟแฟนละครโดยเฉพาะ ต้องการให้แสดงอารมร์ผ่านสายตา ความใกล้ชิด เพราะตัวละครต่างก็เริ่มรู้สึกดีต่อกัน ตัวปูเองก็หวั่นไหวกับนนท์มากขึ้นเรื่อยๆ งานนี้แฟนๆ จะได้เห็นมุมหวานๆ ของสาวสไมล์กันบ้าง ซึ่งเบื้องหลังการถ่ายทำฉากนี้ก็ได้แม่ครัวประจำกอง มาสอนเองถึงหน้าเซต และทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เอาเป็นว่ามาคอยดูกันดีกว่าว่า ข้าวต้มกุ้ง ชามนี้จะหวานขนาดไหนใน ละคร “แม่ปูเปรี้ยว” วันอังคารที่ 30 พฤษภาคม นี้ เวลา 18.45 ทางช่อง 7 HD ดูทีวีกด 35  

ปังไม่ไหว! ‘แซนต้า พงศภัค’ เข้ารอบรองชนะเลิศในรายการ FANTASY BOYS เซอร์ไวเวอร์จากประเทศเกาหลีใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733298

ปังไม่ไหว! 'แซนต้า พงศภัค' เข้ารอบรองชนะเลิศในรายการ  FANTASY BOYS เซอร์ไวเวอร์จากประเทศเกาหลีใต้

ปังไม่ไหว! ‘แซนต้า พงศภัค’ เข้ารอบรองชนะเลิศในรายการ FANTASY BOYS เซอร์ไวเวอร์จากประเทศเกาหลีใต้

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.49 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสเตจที่แฟนๆ ไม่ควรพลาดกับรายการFANTASY BOYS รายการเซอร์ไวเวอร์เฟ้นหาบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ ที่ตอนนี้มีเด็กไทยสุดเก่งอย่าง แซนต้า พงศภัค เข้าร่วมรายการ โดยโจทย์หลักประจำเทอมคือการเป็นทีมเวิร์คและความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ซึ่งนอกจากที่เราจะได้เห็นสเตจที่ลุกเป็นไฟของแซนต้าในเพลง Ko Ko Bop จากวง EXO แล้ว เราก็จะได้เห็นสเตจที่เหลือของเหล่าหนุ่มๆFANTASY BOYS ไม่ว่าจะเป็นเพลง Sugar Rush Ride จากวง TXT , เพลง Not Today จากวง BTS , เพลง Energetic จากวง Wanna One และ เพลง My First and Last จากวง NCT DREAM ที่เรียกว่าทุกคนแสดงศักยภาพทั้งด้านการร้อง การเต้นและการเพอร์ฟอร์มแบบขั้นสุด สเตจของหนุ่มๆ ที่เหลือจะเป๊ะปังแค่ไหนต้องติดตามรับชม

หลังจากนั้น ชางมิน พิธีประจำรายการก็ได้ประกาศอันดับประจำเทอมที่ 4 โดยจะเป็นการรวมคะแนนจากทั้งคะแนนในห้องส่ง , คะแนนโบนัสพิเศษ และคะแนนจากการโหวตออนไลน์ทั่วโลก โดยการประกาศอันดับในครั้งนี้จะมีเพียง 27 เด็กฝึกเท่านั้นที่ผ่านการเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งเด็กไทยคนเก่งของเราอย่าง แซนต้า ก็ยังคงแสดงศักยภาพอย่างดีไม่มีตก คว้าคะแนนโหวตอันดับที่ 9 มาครอง เข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป โดยแซนต้าได้เผยว่า “ผมจะพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และจะแสดงผลงานให้ออกมาได้อย่างดีที่สุด ขอบคุณแฟนๆ สำหรับทุกกำลังใจที่ให้กันเสมอมาครับ” โดยท็อปแรงค์12 อันดับประจำเทอมที่ 4 ได้แก่ อันดับ 1 ฮง ซงมิน , อันดับ 2 จุนวอน , อันดับ 3 แทซอน , อันดับ 4 ฮิคารุ , อันดับ 5 คิม อูซอก , อันดับ 6 มุน ฮยอนบิน , อันดับ 7 หลิงฉี, อันดับ 8 คัง แดฮยอน , อันดับ 9 แซนต้า , อันดับ 10 คิม กยูแร , อันดับ 11 โอ แทฮยอน และอันดับที่ 12 เค-โซล โดยใน EP หน้าจะเข้าสู่การแข่งขันรองรองชนะเลิศกับโจทย์เพลงของเหล่าเมนเทอร์ จะสนุกและน่าติดตามขนาดไหนต้องติดตามรับชม!

แฟนๆ สามารถโหวตให้กำลังใจเด็กไทยผ่าน 3 ช่องทางได้แก่ 

1.NAVER NOW

-สามารถกดโหวตให้ผู้เข้าแข่งขันได้ครั้งละ 12 คน 1 ครั้ง/วัน

https://navernow.onelink.me/o5cK/djjoezcx 

2.NEVER NOW LINE

– สามารถโหวตได้ 1 ครั้ง/วัน ที่ @now_global, @now_jp 

✧ NAVER NOW LINE GLOBAL 

https://me2.kr/CmuYg

✧ NAVER NOW LINE JP 

https://me2.kr/CApxS

3.IDOL PLUS

– สามารถโหวตได้ 1 ครั้ง/วัน เลือกโหวตได้ตั้งแต่ 1 คน ไปจนถึง 12 คน

✧ IDOL PLUS

https://idolplus.page.link/kWHX

นอกจากนี้ทางรายการยังมีกติกาพิเศษ คือ จะมีการนับยอดวิวใน FanCam | Show! MusicCore ซึ่งคะแนนจะถูกนำไปรวมกับรอบ Semi final แฟนๆ สามารถไปให้กำลังใจและช่วยกันเพิ่มยอดวิวของแซนต้าได้ที่https://youtu.be/tlw2msSbs2Y

ร่วมเชียร์ ร่วมโหวตเด็กไทยและผู้เข้าแข่งขันในรายการที่จะพลิกชีวิตพวกเขาไปตลอดกาลได้ใน FANTASY BOYS รับชมรายการแบบซับไทย ทุกวันศุกร์ เวลา 11:00 น. บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ iQ.com

สามารถติดตามข่าวสารร่วมลุ้นและให้กำลังใจพวกเขาได้ผ่านช่องทาง Fantasy Boys Official Thailand

Facebook: www.facebook.com/Fantasyboysofficialthailand      

Instagram: www.instagram.com/fantasyboys_officialthailand

Twitter:      www.twitter.com/fantasyboysth

Tiktok:       www.tiktok.com/@fantasyboysthailand

และสำหรับทาง  Sole U Entertain 

Facebook: www.facebook.com/soleuent

Instagram: www.instagram.com/soleuent

Twitter:      www.twitter.com/soleuent

Tiktok :      www.tiktok.com/@soleuent

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดใจ เคสช่วยเด็กโดนข่มขืนทำหลอน ไม่มีตำรวจช่วย เพราะเป็นคนมีอิทธิพล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733294

'บุ๋ม ปนัดดา' เปิดใจ เคสช่วยเด็กโดนข่มขืนทำหลอน ไม่มีตำรวจช่วย เพราะเป็นคนมีอิทธิพล

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดใจ เคสช่วยเด็กโดนข่มขืนทำหลอน ไม่มีตำรวจช่วย เพราะเป็นคนมีอิทธิพล

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.45 น.

ถือว่าเป็นตัวแม่ ตัวมัม ตัวคลอดบุตรของจริง สำหรับ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เพราะบุตรที่ได้รับการอุปการะก็ได้มีชีวิตที่ดีไปหลายคนล่าสุดตอนนี้เจ้าตัวคือคนที่เป็นกระบอกเสียงเพื่อเด็ก และสตรีจากการถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกกระทำชำเรา ไม่พอยังเป็นคนช่วยเหลือคนยามยาก จนเกิดมูลนิธิองค์กรทำดีขึ้น แต่ก็มิหวาย ถูกคนครหารายการ“คนดังนั่งเคลียร์” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8เลยขอเชิญตัวมานั่งเคลียร์ใจ ถามตอบทุกความสงสัยที่หลายคนมองว่าเธอทำไป อาจมีปมอดีตที่ไม่มีใครรู้ แฟนๆสามารถติดตามคำสัมภาษณ์เต็มๆได้ทางยูทูบช่อง 8https://youtu.be/0bhFit-UxC4เท่านั้น

บุ๋มทำไมตอนนี้คลอดลูกแล้ว สวยกว่าตอนเข้าประกวดอีกคะ?

อาจจะเป็นเพราะว่า หันมาดูตัวเองจริงจัง เพราะว่าเราอยากมีชีวิตอยู่นานๆเพื่อลูกคะ จริงๆไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนักหรืออะไรนะคะ เพียงแต่ว่าด้วยพอที่เรามีน้อง เราก็คุมอาหารเพื่อไม่ให้น้ำหนักเยอะจนเกินไป และทฤษฎีการท้องใหม่ ไม่จำเป็นเพิ่มน้ำหนักเพื่อลูกคะ สามารถมีน้ำหนักได้เท่าเดิมได้เลย เพิ่มจากเดิมได้ 3 กิโลกรัม จากน้ำหนักตัวเด็กพอ

ทุกครั้งที่มีเรื่องเกี่ยวกับการข่มขืน กดขี่ ข่มเหงสุภาพสตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตามในประเทศไทย เราจะเห็นคนชื่อบุ๋ม ปนัดดา ออกมาในสื่อตลอด เพื่อทำหน้าที่ปกป้อง ช่วยเหลือ ดูแล อยากทราบว่าบุ๋มมีเจตนาอะไรคะ?

คือตัวบุ๋มเนี่ย การที่เราเป็นคนที่มีชื่อเสียงค่ะ แต่ชื่อเสียงมันอยู่กับเราไม่นานเนอะ ดังนั้นเราอยากใช้ชื่อเสียงในวันที่มีชื่อเสียงอยู่ เป็นกระบอกเสียงให้กับสิ่งดีๆ และก็เป็นพลังให้กับผู้หญิงอีกหลายคนว่า ถ้าเกิดคุณโดนใครทำร้าย คุณไม่จำเป็นต้องปิดปากเงียบ คนดีต้องอยู่ในสังคม คนร้ายต่างหากที่ต้องออกไปจากสังคม หรือไปอยู่ในคุก ดังนั้นเราควรจะเข้มแข็ง และปกป้องคนที่อ่อนแอ ก็เลยอยากเป็นกระบอกเสียงตรงนี้ กางปีกปกป้องผู้หญิงอีกหลายคนที่ไม่สามารถจะพูดได้ดังๆว่า เขาถูกทำร้ายอยู่ หรือเขาเคยโดนทำร้าย หรือผู้ชายคนนั้นก็ยังข่มขู่เขาด้วย มันไม่ใช่ชีวิตที่ดีเลยสำหรับผู้หญิงคนนึงคะ

จากวันที่บุ๋มช่วยคนอื่นไปในเคสแรกๆ เคยคิดไหมคะว่าวันนี้ มันจะเป็นประเด็นระดับชาติว่า ถ้ามีเรื่องราวแบบนี้ต้องเป็นปนัดดา วงศ์ผู้ดีที่ต้องลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงให้กับเรื่องนี้โดยเฉพาะ?

ไม่เคยคิดเลยค่ะว่า ชีวิตนี้ต้องมาทำบทบาทขนาดนี้ รู้แค่ว่าวันนั้นเรามีลูกสาว ตัวเองก็เป็นผู้หญิง เราก็ไม่อยากเอาตรงนี้มานั่งกลัวกันเอง 2 คนแม่ลูก แต่เราต้องเอาชีวิตเรา และความเป็นปนัดดา วงศ์ผู้ดี สามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้ คิดแค่นั้นเองค่ะ แต่ไม่รู้ว่าวันนึงตัวเองต้องมาลงบทบาทเต็มที่กับการที่ต้องมานั่งทำมูลนิธิจริงจัง เพื่อสานงานต่อกับหน่วยราชการ เพื่อคุยกับมูลนิธิอื่นๆเช่น ตอนนี้อย่างที่หนูทำ เจอเด็กที่ลำบาก หรือโดนทำร้ายร่างกาย หรือครอบครัวที่มีการทารุณกรรมเด็ก เราก็จะจับแยกเด็กออกมา แล้วก็หาที่เรียนให้เขา มีโรงเรียนให้เขาเรียนฟรี หรือจะให้อนาคตจะไปต่ออย่างไร ซึ่งหนึ่งในโรงเรียนนั้นคือของอ.ยิ่งศักดิ์ กราบขอบพระคุณค่ะ นี่คือความตั้งใจที่เราอยากจะทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม แต่ก็ไม่นึกว่าเคสจะมาตลอดอย่างนี้

มีเรื่องไหนหนักสุดไหมคะ เห็นว่ามีจำนวนมากทีเดียวที่ไม่ได้ออกสื่อทุกเรื่อง อยากให้บุ๋มเล่า สังคมจะได้รู้ว่ามีเรื่องนี้มีอยู่จริง?

การที่บางเคสออกสื่อ เป็นเพราะว่ากรณีนั้น บุ๋มเจอเจ้าหน้าที่ไม่เป็นธรรมค่ะบุ๋มเจอเจ้าหน้าที่ที่รู้จักกับคนร้ายค่ะ ดังนั้นบุ๋มเลยอยากได้สื่อที่เป็นพลังให้กับบุ๋ม อยากได้พี่น้องประชาชนมาเป็นพลังให้กับบุ๋ม เราต้องดูเป็นเคสแต่ละเคสค่ะ ซึ่งอย่างที่บอก จริงๆแล้วเคสที่ออกข่าวที่บุ๋มทำทั้งหมดสักประมาณ 20% ค่ะ อีก 80% คือไม่ออกข่าวเลยค่ะ แล้วจัดการ อยู่ตรงนั้น เคลียร์ตรงนั้นได้ และช่วยเหลือเขาได้จบเคสไป แต่ทำไม 20% ที่ออกข่าว อาจเป็นข่าวใหญ่เพราะ บางทีผู้เสียหายเป็นร้อยอย่างเช่น เคสโมเดลลิ่ง ที่เขาอยู่ในพื้นที่มาเกือบ 20 ปี แต่เขาทำเรื่องนี้กับเด็กๆมามากกว่า 10 ปี แล้วเขาก็เก็บภาพเด็กเป็น 100 คน จนเราไปจับเขาได้ว่าเขาทำตัวตุ้งติ้ง แต่เขาไม่ใช่ค่ะ ตัวจริงเป็นผู้ชายแท้ๆ และมีภาพลับเขาทำอะไรกับเด็กอยู่ ดังนั้นเราต้องจับเขาให้อยู่ และเอาหลักฐานมัดเขาให้ได้ เพื่อไม่ให้เขาไปทำเด็กคนอื่นต่อไปค่ะ

ที่บุ๋มทำมาเกี่ยวกับการข่มขืน แล้วมีการเชิดชูว่า ถ้ามีการข่มขืน=ประหาร เดี๊ยนอยากทราบคะ ผู้ชายบางคนบอกแม่คนนี้แรงเกินไป อีแค่ขมขื่นแค่นี้ต้องฆ่ากันให้ตายเลยเหรอ บุ๋มรู้สึกอย่างไร คนบางคนไม่ได้มองประเด็นนี้ว่ามันใหญ่โต ธรรมดา?

อาจจะเป็นเพราะว่าผู้ชายคนนั้นคิดว่า คนที่โดนไม่ใช่พี่น้องเขาค่ะ ถ้าเป็นลูกสาวเขาโดน บุ๋มบอกเลยว่าเขาอาจจะไม่มองบุ๋มในการพึ่งกฎหมาย เขาอยากฆ่าไอ้คนที่ทำเองด้วยซ้ำไป ดังนั้นบุ๋มอยากจะบอกว่าข่มขืน = ประหาร ไม่ใช่เสียงบุ๋มนะคะ แต่เป็นเสียงของพี่น้องประชาชนที่ส่งเสียงมาให้บุ๋มค่ะ บุ๋มไม่ใช่เป็นคนเริ่มต้นความคิดนี้เลยค่ะ แต่บุ๋มแค่ทำไปข้างหน้าด้วยมุมมองกฎหมายที่เป็นไปได้ สิ่งที่บุ๋มทำคือทำให้มันเป็นจริงในมุมต่างๆ ที่ 10 กว่าปีที่ผ่านมา เช่นกฎหมายตรงนี้มันอ่อนเกินไป ค่าปรับมันน้อยเกินไป หรือตอนนี้โทษจำคุกก็ยังอยู่ 4-20 ปี มันก็รู้สึก คนที่โดนเขายังไม่สามารถปรับสภาพจิตใจได้เลย ไอ้นั่นออกจากคุกอีกแล้วแบบนี้            

เขาก็ต้องหวาดกลัวเขาจะมาทำอีกไหม? ใช่ เพราะอย่าลืมนะคะ เคสข่มขืนต้องเป็นเคสที่เจอกับตัว ไม่ใช่อยู่ต่างจังหวัดแล้วทำกันได้ถูกไหม ดังนั้นเขากำลังจะกลับมาบ้านเดิม อ้าวแล้วคนที่โดนล่ะ จะเดินมามองหน้ากัน? นั่นไง ถึงบอกว่ามันต้องให้เวลาคนที่โดน ไม่ใช่ให้เวลาให้เขาอยู่ในคุกนานๆ ดังนั้นบุ๋มก็เลยยื่นกฎหมายไปอีกข้อนึง โดยการขอยกเลิกข่มขืนนักโทษ 5 ประเภท นักโทษข่มขืนแล้วฆ่า ข่มขืนโดยใช้อาวุธร้ายแรง ข่มขืนคนในสันดาน(พ่อข่มขืนลูก ลุงข่มขืนหลาน หรือข่มขืนเยาวชน) และข่มขืนซ้ำ นักโทษข่มขืน 5 ประเภทนี้ไม่ได้รับการอภัยโทษอีกต่อไปแล้วนะคะ แล้วบุ๋มยื่นกฎหมายสำเร็จเรียบร้อยแล้วด้วย

ทำไมบุ๋มไม่ลงเล่นการเมืองเป็น ส.ส.หญิง และต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีไทยทั้งแผ่นดินคะ?

ณ วันนั้นบุ๋มเองยังมองไม่เห็นภาพตัวเองอยู่ตรงนั้นแล้วบุ๋มจะจัดการอะไรอย่างไรได้ค่ะ เพราะทุกวันนี้บุ๋มก็ทำให้ได้อยู่แล้ว

นอกจากบุ๋มช่วยผู้หญิงแล้ว บุ๋มยังช่วยเด็กด้วย เด็กบางคนไม่มีโอกาสเลย พ่อไปทาง แม่ไปทางเป็นที่น่าสงสารมาก บุ๋มได้ช่วยอะไรเด็กๆบ้างค่ะ?

หลายแบบเลยค่ะ ตั้งแต่เด็กที่ครอบครัวไม่เหลือใครเลย ก็จะให้การศึกษาเขา ตอนนี้บุ๋มมีลูกบุญธรรม 9 คน ด้วยแต่ละครอบครัวมาจากฐานะยากจน ใช่ แต่บางคนถูกทำร้ายร่างกายมา บางคนเป็นคดีมา ที่ไม่สามารถพูดได้ค่ะ หลายๆคนเลยไม่ได้เปิดหน้า หลายคนที่โดนทำร้ายมาเนี่ย เราก็จะกางปีกปกป้องเขา เพราะไม่มีใครปกป้องเขา

พวกเขามีแผลเป็นในใจเป็นอย่างมาก เธอจะต้องใช้พลังเยอะมากในการที่จะไปปลอบประโลมพวกเขา เธอก็ถือว่าเป็นคนนอก เธอต้องใช้พลังอะไรในการดูแลเขา?

ต้องคุยกับเขาเยอะมากเลยค่ะ ต้องพยายามเดินไปกับเขาค่ะ แล้วก็เข้าใจเขาให้มากที่สุดว่า สิ่งที่เขาเจอมันไม่เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต แล้วบุ๋มก็จะรวมกลุ่มเด็กๆ ที่มีปัญหาด้วยกัน มาเจอกัน มานั่งพูดคุยกันว่า หนูมีพี่และมีน้องนะลูก หนูต้องใช้ความอ่อนแอที่หนูเคยเจอ มาเป็นความเข้มแข็งให้กันและกันให้ได้

มีไหมที่รักษาไม่ได้ หลอนไปเลย?

มีเคสนึงโดนข่มขืนตั้งแต่ 2 ขวบ ตั้งแต่2ขวบมันจะไปทำอะไรได้บุ๋ม ใครทำคะ? จริงๆค่ะ เป็นคนข้างบ้าน แล้วเป็นเจ้าของร้านชำ คนหรือสัตว์คะ?หนะ หนูว่าสัตว์ ทำน้องเขาถึง 10 ขวบเลยจนหนูมารู้เรื่องที่หลัง พ่อ แม่และยายเขาเดินมาหาบอกว่า คุณบุ๋มช่วยเถอะ เพราะตำรวจไม่ช่วย เพราะอะไร? เขาบอกว่าเมียเป็น อบต.  เคลียร์ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ในพื้นที่นั้นซึ่งมีเด็ก 13 คนที่โดน เด็กผู้ชาย 3 คน เด็กผู้หญิง 10 คนค่ะ ทำผู้ชายด้วย? มีผู้ชาย 3 คน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งบอกว่า เด็กผู้ชายไม่เสียหายหรอก แต่เด็กผู้ชายกำลังเล่าให้บุ๋มฟัง น้ำตาเขาคลอ มันคือแผลในใจเขา แต่ไม่มีคนรับฟังเสียงของเขา ผู้ชายก็คนค่ะ แล้ววันนึงมีเด็กผู้หญิงคนนึงไปแจ้งความค่ะ ตำรวจถามมีหลักฐานไหม สิ่งที่เด็กเข้าใจ วันนั้นเขาเลยให้เพื่อนเด็ก 6 ขวบอีกคนนึง ปีนเข้าไปในบ้านหลังนั้น แล้วไปยืนอยู่มุมตู้เสื้อผ้าแอบอยู่ตรงนั้น เพื่อให้เขาโดนข่มขื่นอีกครั้งแล้วถ่ายรูปค่ะ นั่นคือสิ่งที่เขาเข้าใจค่ะ บุ๋มก็เลยถามไปยังนายก อบต. ว่าคุณมีเมียแบบนั้น ขอโทษนะคะวิญญาณเก่าออกอ้าวเมียเป็น อบต. แล้วอบต. ส่งเสริมเรื่องราวคดีอย่างนี้เหรอ คุณรับอย่างนี้เหรอ อบต.นี้จะได้ไม่ต้องเลือกอีก เอาไง หนูจะได้ลงโพสต์ ทีนี้บุ๋มก็ไปอีกจังหวัดนึง แล้วจังหวัดนั้นก็เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ไม่มีตรวจร่างกายอีก บุ๋มก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายพาขึ้นรถไป ไปจังหวัดนั้นนะลูก เพื่อเอาหลักฐานตรวจร่างกาย

มีคนเขาบอกว่า น้องบุ๋มเกลียดเรื่องข่มขืน กระทำชำเรา มีปม พอเห็นเรื่องข่มขืนหน่อย แม่คนนี้ก็ทนไม่ได้ มีปมอะไรเรื่องข่มขืนหรือเปล่า มีคนเขาเมาท์กัน?

ไม่จำเป็นต้องมีปมก็ช่วยกันได้ค่ะ เรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าด้วยเป็นเด็กผู้หญิงที่มีรูปร่างเป็นสาวมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็อาจจะด้วยหน้าตา หรืออะไรก็ตามที่เขาไม่ได้รู้จักนิสัยเรา เลยทำให้หลายๆคนพยายามจะเข้ามาลวนลาม มีค่ะ ถึงขั้นลวนลาม มันเหมือนเป็นการคุกคามทางเพศใช่ไหมคะ? ใช่ค่ะ

คิดอย่างไรกับการเกิดมาเป็นผู้หญิงต้องแต่งงานเกิน 1 ครั้ง?

บุ๋มว่าจะแต่งงานกี่ครั้งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วค่ะ เพราะเรื่องใหญ่ที่สำคัญที่สุดคือ คุณมีความสุขกับชีวิตคู่ ณ วันนี้หรือเปล่า ถ้าคุณกลัวเพียงว่าเลิกกับความสัมพันธ์ ทั้งๆที่อาจจะโดนทำร้ายร่างกาย หรืออาจจะไม่มีความสุขกับตรงนี้มากนัก ผู้ชายข่มขู่ กดขี่ โดนด่าอยู่ตลอด แต่ต้องทน เพราะกลัวว่าปากคนอื่นจะว่าคุณว่า คุณเป็นผู้หญิงหม้าย หรือคุณแต่งงานหลายหน คุณกำลังแคร์คนอื่นมากกว่าความสุขของตัวเองนะคะ ดังนั้นบุ๋มแคร์ความรู้สึกของตัวเอง และของลูกค่ะ ไม่ใช่ว่าบุ๋มไม่แคร์ลูกเลย หลายคนเขียนมาว่าบุ๋ม สงสารน้องอันดา ไม่ต้องสงสารน้องเลยค่ะ น้องมีความสุขมากค่ะ(ยิ้ม)

แฟนๆสามารถติดตามรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 17.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  และรับชมย้อนหลังได้ทางยูทูบช่อง 8 เท่านั้น!              

‘พีค’เผยความลับในอดีต กอด ‘ปิงปอง’ทีไร ต้องกลั้นหายใจทุกครั้ง!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733293

'พีค'เผยความลับในอดีต กอด 'ปิงปอง'ทีไร ต้องกลั้นหายใจทุกครั้ง!

‘พีค’เผยความลับในอดีต กอด ‘ปิงปอง’ทีไร ต้องกลั้นหายใจทุกครั้ง!

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.43 น.

มาเผากันจนเกรียมอีกคู่แล้วค่ะซิส สำหรับคู่เพื่อนซี้สุดฮาสุดน่ารักอย่าง “พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ” และ “ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม” ที่เชื่อว่าใครหลายคนคงจะรู้ว่าทั้งสองคนนี้สนิทกันมากๆ ถึงขนาดว่าเพลงใหม่ล่าสุดของสาวพีคก็มีปิงปองมาเล่นเป็นนางเอก MV ให้ แต่ใครจะไปรู้ว่ากว่าจะสนิทกันขนาดนี้ พีคได้เผยเรื่องราวสุดพีค ว่าเมื่อก่อนต้องกลั้นหายใจทุกครั้งที่กอดปิงปอง!

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ “สาวพีค” เล่าให้ฟังว่าตัวเองมีนิสัยอย่างหนึ่งที่แทบจะไม่ได้บอกใคร นั่นก็คือ เธอจะชอบกลั้นหายใจเวลาอยู่ใกล้คนอื่น ไม่ใช่แค่ปิงปอง แต่เป็นกับทุกคนเลย เพราะโดยปกติแล้วสาวพีคจะค่อนข้างอี๋ในเรื่องของกลิ่น ทั้งกับคนและสถานที่ เลยเซฟตัวเองด้วยการกลั้นหายใจตลอดเวลาที่ต้องอยู่ใกล้กับใครมากๆ รวมไปถึงเวลาเล่นละครด้วย

โดยเรื่องนี้ “ปิงปอง” เพื่อนสนิทเสริมว่า เมื่อก่อนตอนเล่นละครด้วยกันแรกๆ แล้วปิงปองจะเหงื่อเยอะมาก ซึ่งต้องเล่นเป็นเพื่อนสนิทที่ต้องกอดกันบ่อยๆ ทำเอาปิงปองรู้สึกเกรงใจพีคอย่างสุดๆ แต่หลังจากที่สนิทกันมากๆ ด้วยความน่ารักของปิงปอง ก็ทำให้ปิงปองเป็นคนที่สาวพีคกอดได้อย่างสนิทใจ

ขอบอกว่าเรื่องพีคๆ ของคู่นี้มีเยอะมากและเผากันจนไหม้สนิทจริงๆ สามารถติดตามความสนุกแบบเต็มๆ ได้ในรายการ“โต๊ะแชร์มหาชน คน(ไหม้)สนิท” รายการที่เหล่าซุปตาร์ จะมาแชร์ความสนุกในรูปแบบของเพื่อนซี้ คนรู้ใจ พร้อมที่จะมาพูดคุย ล้วงลับ เผา(ไหม้)กันแบบหมดเปลือก เรื่องตัวเองไม่ต้องเล่า ไปฟังจากปากเพื่อน ออกอากาศทางช่อง 3 HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.55 น.

‘คุรุสภา’เปิดช่องยื่นขอหนังสือรับรองฯ ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733454

'คุรุสภา'เปิดช่องยื่นขอหนังสือรับรองฯ ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 66

‘คุรุสภา’เปิดช่องยื่นขอหนังสือรับรองฯ ใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย สพฐ. ปี 66

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 21.29 น.

“คุรุสภา”ช่วยนิสิต นักศึกษาครูจบใหม่ เปิดช่องออก “หนังสือรับรองการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” ใช้แทนตั๋วครู เป็นหลักฐานประกอบการสมัครสอบครูผู้ช่วย สพฐ.ปี 2566

26 พ.ค.66 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  กำหนดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. ปี 2566 โดยจะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 6 มิ.ย.2566 นั้น ซึ่งจากกำหนดการดังกล่าว ส่งผลให้ขณะนี้ มีนิสิต นักศึกษาที่เข้าศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง อยู่ระหว่างการดำเนินการสำเร็จการศึกษาจากทางสภามหาวิทยาลัย และกำลังดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนถึงความกังวลใจจากนิสิต นักศึกษาครูจบใหม่ โดยเกรงว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่ทันภายในวันปิดรับสมัคร

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการคุรสภา จึงขอความร่วมมือไปยังเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้หน่วยงานรับสมัครสอบใช้เอกสาร “หนังสือรับรองการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” ที่คุรุสภาออกให้ เป็นหลักฐานประกอบการรับสมัครสอบแข่งขันฯ ได้ เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิในการสมัครสอบแข่งขันฯ ของนิสิต นักศึกษาจบใหม่ ที่ได้ดำเนินการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้วแต่อยู่ระหว่างรอการประกาศผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ด้านการปฏิบัติงานและปฏิบัติตน) จากคุรุสภา ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติออกใบอนุญาตฯ

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังได้มีหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การออกหนังสือรับรองการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา แจ้งไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ว่า หากมีความประสงค์จะให้นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัย ขอหนังสือรับรองการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสมัครสอบแข่งขันเป็นครูผู้ช่วยในปีนี้ เฉพาะในกรณีที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้น ทางมหาวิทยาลัยจะต้องดำเนินการส่งผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ด้านการปฏิบัติงานและปฏิบัติตน) และรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติเรียบร้อยแล้วเข้ามาในระบบของคุรุสภา ให้คุรุสภาตรวจสอบคุณสมบัติให้แล้วเสร็จ รวมทั้งขอให้มหาวิทยาลัยแจ้งรายชื่อผู้ประสงค์ขอหนังสือรับรองฯ  ไปให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ในขณะเดียวกัน นิสิต นักศึกษาที่ขอรับหนังสือรับรองการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและชำระค่าธรรมเนียมพร้อมตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วมีข้อมูลหลักฐานครบถ้วนในระบบ KSP Self Service ภายในวันที่ 4 มิถุนายน 2566 จากนั้นสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะดำเนินการออกหนังสือรับรองฯ ให้มหาวิทยาลัยทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และให้นิสิต นักศึกษา ขอรับหนังสือรับรองจากผู้ประสานงานมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2566

“นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาบางส่วนที่ดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้ามาแล้วอีกจำนวนหนึ่ง มีความกังวลว่ายังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ทั้งนี้    คุรุสภาได้เร่งดำเนินการอนุมัติใบอนุญาตฯ มาแล้ว เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2566 จำนวน  22,120 ราย และจะมีการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ เพื่ออนุมัติการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและต่ออายุใบอนุญาตฯ อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 31 พ.ค. 2566 นี้” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.

ปวงชนชาวไทยเจริญจิตตภาวนา-บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวาย’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733446

ปวงชนชาวไทยเจริญจิตตภาวนา-บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวาย'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

ปวงชนชาวไทยเจริญจิตตภาวนา-บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวาย’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.08 น.

ประชาชนไทยทั่วประเทศร่วมประกอบพิธีทางศาสนา เจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน

เมื่อวันที่ 26 พฟษภาคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในห้วงวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2566 ประชาชนไทยทั่วประเทศร่วมประกอบพิธีทางศาสนา เจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อาทิ

1. จังหวัดกำแพงเพชร ที่วัดนาควัชรโสภณ พระอารามหลวง อำเภอเมืองกำแพงเพชร พระครูศรีมหาเจติยาภิมณฑ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ ประธานฝ่ายสงฆ์ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกันประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมพิธี

2. จังหวัดนครนายก ที่วัดป่าขะ อำเภอบ้านนา นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมพิธี

3. จังหวัดอุทัยธานี ที่วัดทัพทันวัฒนาราม อำเภอทัพทัน พระราชอุทัยโสภณ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ประธานฝ่ายสงฆ์ นางสาวศิริวรรณ กอเกษตรทรัพย์ นายอำเภอทัพทัน ประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกันประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมพิธี

4. จังหวัดสกลนคร ที่วัดทุ่ง อำเภออากาศอำนวย พระรัตนากรวิสุทธิ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร ประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุทธิเมศวร์ บุญแสนกุลธวัช นายอำเภออากาศอำนวย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกันประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมพิธี

5. จังหวัดสุพรรณบุรี ที่วัดสว่างอารมณ์ราษฎร์ อำเภอสองพี่น้อง นายไพฑูรย์ วงศวีรกูล นายอำเภอสองพี่น้อง เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรและทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมพิธี

6. จังหวัดตรัง ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง นางละมัย เจริญโสภา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยม ให้กำลังใจ พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ผู้ที่เข้ารับการพิจารณาคัดเลือกโครงการบ้านกาชาดเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2566 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

7. จังหวัดระนอง ที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 อำเภอเมืองระนอง เหล่ากาชาดจังหวัดระนอง ร่วมกับกลุ่มงานธนาคารเลือดโรงพยาบาลระนอง ออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้บริจาคโลหิตจำนวน 32 ราย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันประกอบกิจกรรมทางศาสนาและทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ ศาสนสถานและสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัด เพื่อร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมถวายเป็นพระราชกุศลถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน

– 006

‘ม.รังสิต’ชูนโยบายบริหารจัดการแผนพัฒนามหาวิทยาลัย สู่นวัตกรรมการศึกษาแบบ’Transformative Learning’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733351

'ม.รังสิต'ชูนโยบายบริหารจัดการแผนพัฒนามหาวิทยาลัย สู่นวัตกรรมการศึกษาแบบ'Transformative Learning'

‘ม.รังสิต’ชูนโยบายบริหารจัดการแผนพัฒนามหาวิทยาลัย สู่นวัตกรรมการศึกษาแบบ’Transformative Learning’

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.23 น.

ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเวทีเสวนาการจัดการเรียนการสอน ในหัวข้อ “Transformative Learning” เพื่อชวนคณาจารย์แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กระบวนการเรียนการสอนเตรียมความพร้อมสู่นวัตกรรมการศึกษารูปแบบ “Transformative Learning” พร้อมพัฒนานักศึกษาปี 2567

ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายด้านการเรียนการสอนตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยว่า มหาวิทยาลัยรังสิตจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงของเมซี่โรว์ (Mezirow) ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์โดยการจัดสภาพการเรียนรู้ให้เผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ไม่เป็นไปตามมุมมองเดิมของตน เกิดการใคร่ครวญอย่างมีวิจารณญาณ สนทนาเชิงวิพากษ์จนนำไปสู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ ตัวอย่างเช่น นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เป็นได้โดยไม่ต้องรอนาน เป็นนิยามใหม่ของการเรียนรู้สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นกรอบความคิดให้กับทีมคณาจารย์ที่ร่วมกันสร้างสรรค์แนวทางและวิสัยทัศน์แห่งการเรียนรู้แบบใหม่ของมหาวิทยาลัย โดยนวัตกรรมการศึกษา หรือ Innovative Education ของมหาวิทยาลัยรังสิตนั้นจะเน้นรูปแบบ Transformative Learning มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาสมรรถนะ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของอาจารย์ผู้สอนให้ดียิ่งขึ้น เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันระหว่างวิทยาลัยและคณะ เพื่อให้อาจารย์สามารถนำความรู้ไปปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ด้วยความร่วมมือจากผู้บริหารและอาจารย์ทุกท่านของทุกหน่วยงาน พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์

การปรับเปลี่ยนวิธีการสอนแบบเดิมสู่การเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง จะช่วยให้ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด มองโลกและมองตัวเอง ซึ่งผู้เรียนจะเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งของความรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เกิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงซึ่งนักศึกษาหรือผู้เรียนเป็นผู้กระทำไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ กล่าวคือ ผู้ถูกกระทำ คือ ถูกอาจารย์จับความรู้มาใส่ให้ ผู้กระทำคือ ผู้ที่หาความรู้ด้วยตนเอง เมื่อนักศึกษาเป็นผู้กระทำเองก็จะค่อย ๆ พัฒนาตนเองไปสู่ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” กระบวนการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงความคิดเห็นหรือมุมมองของนักศึกษาที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสังเคราะห์ประสบการณ์ที่แตกต่างกันของอาจารย์ ทำให้นักศึกษาต้องพัฒนาทักษะหรือความสามารถใหม่เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง สามารรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับการจัดการเรียนการสอนที่เป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จจากวิทยาลัยและคณะ มหาวิทยาลัยรังสิต ภายใต้โครงการ Innovative Education รูปแบบ Transformative Learning และได้นำองค์ความรู้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนร่วมกันในครั้งนี้ ได้แก่ โมเดลตัวอย่างจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ โมเดลตัวอย่างจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โมเดลตัวอย่างจากคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม รวมถึงทิศทางการจัดการเรียนการสอนของสถาบัน Gen.Ed. เป็นต้น ทั้งหมดทั้งมวลของนวัตกรรมการศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิต จะค่อยๆ นำพานักศึกษาทุกคนออกไปสู่การเป็นบัณฑิตที่พร้อมเติบโตและเผชิญโลกความจริงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

– 006

‘พิธา’ ขอบคุณเลือก ‘ก้าวไกล’ แตกทั้งสมุทรปราการ สัญญาจะมาเปลี่ยนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549789

26 พ.ค. 2566

'พิธา' ขอบคุณเลือก 'ก้าวไกล' แตกทั้งสมุทรปราการ สัญญาจะมาเปลี่ยนเมือง

‘พิธา’ ประกาศจะมาเปลี่ยนเมืองสมุทรปราการให้น่าอยู่ มอบการบ้าน สส. 8 เขต ยกระดับแรงงาน-สิ่งแวดล้อม-สาธารณสุข เมืองเปลี่ยนแปลง ประเทศไม่เหมือนเดิม

เทศบาลตำบลบางเสาธง จ.สมุทรปราการ แทบแตก เมื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำทัพขึ้นรถขยายเสียงปราศรัย ขอบคุณพี่น้องที่ให้ความไว้วางใจเลือก “พรรคก้าวไกล” จนชนะทั้ง 8 เขตรวด “ผมบอกพวกคุณแล้วว่าปราการที่นี่แตกแล้ว แตกหรือไม่แตกไม่รู้ 8 เขตยกจังหวัด”  พร้อมสัญญาจะไม่ทำให้ผิดหวัง จะเปลี่ยนเมืองสมุทรปราการให้น่าอยู่ ทั้งด้านอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข 

แม้วันนี้ยังไม่ได้เป็นนายกฯ เต็มตัว แต่ก็เดินหน้าทำงาน รักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนแรงงาน พี่น้องบางเสาธง และพี่น้องสมุทรปราการ จากการพูดคุยกับพี่น้องแรงงานวันนี้ เห็นตรงกันว่ามีวาระสำคัญที่ต้องผลักดันเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของคนทำงานทุกคนดีขึ้น เพราะเราทุกคนคือแรงงาน และแรงงานคือคนสร้างชาติ
ซึ่งพรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีปีกรายงานเป็นของตนเอง พร้อมรับใช้พี่น้องแรงงานทั่วประเทศแน่นอน ฟันธง!

ทั้งนี้สมุทรปราการจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่น่าอยู่กว่านี้ หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ยืนยันจะผลักดันกฎหมายสิ่งแวดล้อม ดูแลบุคลากรทางการแพทย์ ปรับปรุงระบบสาธารณสุข แพทย์และพยาบาลทำงานอย่างหนักจาก 100 ชั่วโมงจะเหลือเพียง 60 ชั่วโมง กระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่แค่สุขภาพกายแต่เป็นสุขภาพใจด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษาแต่เป็นเรื่องการป้องกัน ต้องแบบนี้เท่านั้นชาวสมุทรปราการจะป็นเมืองที่ดีของประชาชนและคนรุ่นต่อไป 

“พรรคก้าวไกลจะทำงานให้คุ้มกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้เรา สส.สมุทรปราการ ก้าวไกลจะดูแลทั้งแรงงาน สิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข เพื่อให้สมุทรปราการเปลี่ยนแปลง ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” นายพิธากล่าว

นายพิธา ขอบคุณชาวสมุทรปราการนายพิธา ขอบคุณชาวสมุทรปราการ

นายพิธา เซลฟี่กับชาวสมุทรปราการนายพิธา เซลฟี่กับชาวสมุทรปราการ

ชาวสมุทรปราการต้อนรับนายพิธา ชาวสมุทรปราการต้อนรับนายพิธา

‘พิธา’ มั่นใจ ‘ขึ้นค่าแรง’ 450 บาท ผลงาน 100 วันแรก รัฐบาลแกนนำ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549787

26 พ.ค. 2566

'พิธา' มั่นใจ 'ขึ้นค่าแรง' 450 บาท ผลงาน 100 วันแรก รัฐบาลแกนนำ 'ก้าวไกล'

‘พิธา’ มั่นใจ ‘ขึ้นค่าแรง’ 450 บาท ทำได้ 100 วันแรก หลังตั้งรัฐบาลสำเร็จ ดูแลทั้งระบบลูกจ้าง นายจ้าง เดินหน้าผลักดันแก้ พ.ร.บ.แรงงาน ขึ้น ‘ค่าแรง’ ทุกปี

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยืนยัน นโยบายค่าแรง 450 บาท ทำได้ 100 วันแรกหลังเป็นรัฐบาล ซึ่งให้สัมภาษณ์หลังหารือกับแรงงานกลุ่มต่างๆ จากทั้ง 45 สหภาพ ที่เทศบาลบางเสาธง จ.สมุทรปราการ เนื่องจากนโยบายแรงงานเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญมาโดยตลอด จะเห็นได้ว่าในบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล (MOU) ข้อที่ 19 ระบุเรื่องการยกระดับสิทธิแรงงานทุกอาชีพให้มีสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม และได้รับค่าแรงที่เป็นธรรมสอดคล้องกับค่าครองชีพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

นายพิธา ระบุ ตอนนี้เดินหน้าพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นภาพรวมทางเศรษฐกิจทั้งหมดและเห็นความจำเป็นร่วมกันว่า ทำไมต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาทต่อวัน โดยยืนยันว่าพรรคก้าวไกลคิดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ เสนอนโยบายเป็นแพ็กเกจ ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน เช่น สิทธิในการรวมตัว สิทธิลาคลอด 180 วัน การกำหนดชั่วโมงทำงาน และการดูแลผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ประกอบการ เช่น การที่รัฐช่วยสมทบค่าประกันสังคมในส่วนของผู้ว่าจ้างในช่วง 6 เดือนแรกหลังการขึ้นค่าแรง การเปิดให้ SME นำค่าแรงมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่าในช่วง 2 ปีแรก นโยบายหวยใบเสร็จ เป็นต้น

“เรื่อง ค่าแรง 450 บาท ต่อวัน เราไม่ได้คิดเอง แต่พิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลิตภาพของแรงงาน เพื่อให้ค่าแรงเป็นอัตราที่ยุติธรรมต่อคนทำงาน เดินทางมาวันนี้เพื่อยืนยันว่าเราจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ จะดูแลทั้งพี่น้องแรงงานและผู้ประกอบการ เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำ” พิธากล่าว 

โดยต้องเดินหน้าพูดคุยเหมือนที่ไปพบกับภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และจะเดินหน้าคุยกับหอการค้าและสภานายจ้างต่อไป เพื่อให้เห็นภาพทั้งองคาพยพ  และจะแก้ปัญหาให้เป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างไร เพราะหากต่อไปแก้ไขเรื่อง พ.ร.บ.แรงงานได้ ค่าแรงจะขึ้นอัตโนมัติทุกปี ตามค่าเงินเฟ้อหรืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขึ้นน้อย ขึ้นบ่อย ไม่ใช้นานๆขึ้นทีแบบปัจจุบัน ซึ่งจะสามารถทำให้บริหารได้ทั้งแรงงานและบริษัท 
 

ส่วนจะส่งผลต่อการย้ายฐานการผลิตในกลุ่ม เอสเอ็มอี หรือไม่ นายพิธา มองว่า การจะเลือกประเทศฐานผลิตเรื่องค่าแรงเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง เช่น บุคลากรที่พร้อม มีการคอรัปชั่น ระบบภาษี ตลาดในประเทศ ภาษีส่งออก เพราะเท่าที่ตนได้พูดคุยกับนักธุรกิจ การย้ายฐานการผลิตมี 8-9 ปัจจัย เรื่องค่าแรงเป็นเพียงแค่ 1 เรื่อง 

นายพิธา พบ 45 สหภาพแรงงานนายพิธา พบ 45 สหภาพแรงงาน

นายพิธา พบ 45 สหภาพแรงงานนายพิธา พบ 45 สหภาพแรงงาน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

‘คนรุ่นใหม่’-กลุ่มหนุน ‘เพื่อไทย’ แนะปรับภาพลักษณ์ สู้ ‘เลือกตั้ง70’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549773

26 พ.ค. 2566

‘คนรุ่นใหม่’-กลุ่มหนุน ‘เพื่อไทย’ แนะปรับภาพลักษณ์ สู้ ‘เลือกตั้ง70’

‘คนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุน’ แนะเพื่อไทย ใช้โซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม ช่วยทำให้เข้าถึงข้อมูลผ่านพรรคโดยตรง ปรับภาพลักษณ์ กลยุทธ์หาเสียงใหม่ สู้ศึก ‘เลือกตั้ง70’ ยันเป็นโหวตเตอร์ต่อไป ‘ภูมิธรรม’ ชี้ การเลือกตั้ง66 เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ไทยภายใต้ร้ฐบาลประชาธิปไตย

กลุ่ม PT Junior ( Potential Team Junior ) ภายใต้กิจกรรม Youth Session Vol.1 ร่วมล้อมวงคุยถอดบทเรียนการเลือกตั้งผ่านมุมมองของกลุ่ม PT Junior ช่วงอายุระหว่าง 18-25 ปี โดยมีนายภูมิธรรม เวชชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ดร.นลินี ทวีสิน ประธานคณะทำงานด้านต่างประเทศ ร่วมรับฟังข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนกลยุทธ์การเลือกตั้งในปี 2570 ด้วย

แนะปรับภาพลักษณ์เพื่อไทย

โดยข้อเสนอของกลุ่ม PT Junior เช่น การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียที่จะช่วยทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลผ่านพรรคโดยตรง การใช้โซเชียลมีเดียที่หลากหลายแพลตฟอร์มมากขึ้น และเสนอให้มีการปรับภาพลักษณ์ กลยุทธ์ในการหาเสียงที่จะเข้าถึงเยาวชนมากขึ้น

ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566

นอกจากจากนี้ ยังมีผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย กลุ่ม PTST มอบข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ให้กับพรรคเพื่อไทย โดยมีนายภูมิธรรม เวชชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดร.ลิณธิภรณ์ วริษวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย นางประภาพร ทองปากน้ำ ว่าที่ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ

กลุ่มคนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุนพรรคเพื่อไทย ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566กลุ่มคนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุนพรรคเพื่อไทย ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566

กลุ่ม PTST มอง‘พรรคเพื่อไทย’ เป็นความหวังชาติ

โดยกลุ่ม PTST ได้จัดทำเวิร์คช็อปถอดบทเรียนและแนวทางพัฒนาพรรคเพื่อไทย ทั้งในด้านของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นโยบาย การสื่อสาร การทำงานของ สส.เขต ฯลฯ โดยพร้อมยืนยันที่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยต่อไป และพร้อมที่จะสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นความหวังของประเทศ

นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณที่ให้เกียรติกับพรรคเพื่อไทยมานำเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งทางพรรคจะได้นำข้อเสนอเหล่านี้ไปพิจารณาเพื่อการปรับปรุงพรรคต่อไปพรรคเพื่อไทยยังคงยึดมั่นกับประชาชน เรายินดีรับฟังและพร้อมที่จะรับข้อเสนอของทุกฝ่ายในสังคม

กลุ่มคนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุนพรรคเพื่อไทย ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566กลุ่มคนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุนพรรคเพื่อไทย ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566

กลุ่มคนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุนพรรคเพื่อไทย ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566กลุ่มคนรุ่นใหม่-กลุ่มหนุนพรรคเพื่อไทย ล้อมวงถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566

‘คนรุ่นใหม่’-กลุ่มหนุน ‘เพื่อไทย’ แนะปรับภาพลักษณ์ สู้ ‘เลือกตั้ง70’

พรรคเพือ่ไทยถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566พรรคเพือ่ไทยถอดบทเรียนเลือกตั้ง2566