‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549774

26 พ.ค. 2566

‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

จัดตั้งรัฐบาล : พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รับข้อเสนอตัวแทนเครือข่ายสุรา เดินหน้าผลักดันนโยบายสุราก้าวหน้า เตรียมส่งแป้งหมัก สาโท ตีตลาดโลก เพื่อผู้ผลิตรายย่อย  ด้านเครือข่ายฯ  วอนสว. หนุนโหวตพิธานั่งนายกฯ เพื่อทลายทุนผูกขาด

เครือข่ายสุรา นำโดย สมาคมสุราท้องถิ่นไทย เครือข่ายสุราแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ ผนึกกำลังเข้าพบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ว่าที่สส.พรรคก้าวไกล เพื่อให้ขับเคลื่อนนโยบายสุราก้าวหน้า ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคก้าวไกล


นายพิธา กล่าวภายหลังรับหนังสือจากเครือข่ายสุราว่า วันนี้มารับหนังสือจากเครือข่ายสุรา เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลและการผลักดันนโยบายสุราก้าวหน้า ที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชน พร้อมขอบคุณและให้เครดิตภาคประชาสังคม ประชาชน คนที่อยู่ในวงการ ทั้งสุราไทย สุราพื้นบ้านและคราฟเบียร์ ที่เห็นตรงกันกับพรรคก้าวไกล อยากจะเปลี่ยนสินค้าการเกษตรจากโภคภัณฑ์ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ ในการที่จะทำนโยบายวัฒนธรรมสืบสานประเพณีต่างๆ 

‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

“ไม่ว่าจะ แป้งหมัก สาโท ที่เป็นส่งหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ที่ป็นนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายท่องเที่ยว ทำให้ไทยมีความหลากหลายและทำให้คนทั่วโลกรู้จักเข้าใจถึงศักยภาพของสินค้าไทย” นายพิธา กล่าว

นายพิธา กล่าวยืนยันด้วยว่า นโยบายนี้เป็นการเพิ่มผู้ผลิตมากกว่าผู้บริโภค เกิดการกระจายรายได้และโอกาส ก็ต้องมีการแก้กฎหมายและส่งเสริมในเรื่องของการผลิตและสาธารณสุข การส่งออก การท่องเที่ยว และการเรียนรู้ เป็นนโยบายเศรษฐกิจหนึ่งของพรรคก้าวไกล ทำให้สินเกษตรตั้งแต่เหนือจนใต้ ซ้ายจนขวา เพิ่มมูลค่า

‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkomchadluek%2Fvideos%2F789785819110524%2F&show_text=false&width=560&t=0

ส่วนขั้นตอนการแก้ไขกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ก่อนผ่าน พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า นั้น นายพิธา อธิบายว่ากฎกระทรวงเป็นของกระทรวงการคลังต้องนำไปแก้ไขให้ยกเลิกการกีดกันด้านทุนจดทะเบียน แรงม้า รวมถึงเรื่องอื่นๆ และทำให้การผลิตมีความเท่าเทียม ส่วน พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะกฎกระทรวงสามารถแก้ไขไปมาได้ด้วยอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ก็ต้องหารือกันในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกที

“ทั้งหมดเป็นเพียงกระดุมเม็ดแรก กระดุมเม็ดถัดมาคือ กฎหมายห้ามโฆษณา เรื่องใบอนุญาต จากนั้นต้องค่อยๆ ทำให้สู่ระบบการค้าของโลกให้ได้ มีเรื่องของสาธารณสุข เรื่องการทำแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ และการทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ดังนั้น ทุกกระทรวงมีหน้าที่หมด ทุกกระทรวงมีหน้าที่ทำให้อุตสาหกรรมทางการเกษตรที่ไม่เคยเกิดขึ้นนี้ ได้เกิดขึ้นจริงสักที”

‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

นายพิธา ย้ำว่า สำหรับนโยบายสุราก้าวหน้า สามารถดำเนินการได้ภายใน 100 วันแรกหลังเป็นรัฐบาล จากนั้นต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างกระทรวงต่างๆ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำที่ต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะในระดับจังหวัด ซึ่งต้องหารือกันว่าแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลจะมีแนวทางสนับสนุนอย่างไร โดยเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง

ส่วนสังคมตั้งคำถามว่า พรรคก้าวไกลไม่สนับสนุนกัญชา แต่กลับสนับสนุนสุรา ซึ่งเป็นสินค้าอบายมุขเหมือนกัน นายพิธา กล่าวว่า ทั้ง 2 สิ่งมีทั้งประโยชน์และโทษ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรเสรีจริง เราจึงต้องใช้คำว่า สุราก้าวหน้า ในเรื่องกัญชาเช่นเดียวกัน ต้องควบคุมให้เหมาะสม  เราไม่ต้องการให้เกิดบริโภคมากขึ้นภายในประเทศ แต่ต้องการเพิ่มมูลค่า มีราคาสูงกว่าแอลกอฮอล์ทั่วไปและหาได้ตามร้านสะดวกซื้อ 

“ถ้าคิดว่าเป็นการมอมเมา เข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อเบียร์ไม่กี่กระป๋อง ก็ราคาถูกกว่า เราต้องการเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาในประเทศไทยมีอะไรที่ยึดโยงกับพื้นที่ในการที่จะได้รับอรรถรสมากขึ้น รวมถึงการเป็นผู้นำส่งสินค้าเหล่านี้ไปยังต่างประเทศมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือ เวลามีการจัดประชุมใหญ่ๆ ผู้นำต่างประเทศมาประชุมที่ไทยไม่ต้องใช้ไวน์ของต่างประเทศ เราสามารถใช้สุราของคนกลุ่มนี้ ทั้งเรื่องเล่า คุณภาพต่างๆ เพื่อให้ผู้นำรู้ถึงศักยภาพของวัตถุดิบไทยและฝีมือความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย” นายพิธา กล่าว

‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

ด้านนายสมบุรณ์ แก้วเกรียงไกร นายกสมาคมสุราท้องถิ่นไทย ระบุว่า นโยบายนี้ เป็นความหวังของผู้ผลิตรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งสุราในประเทศไทยตั้งแต่มีกฎหมาย ปี 2493 เป็นของกลุ่มนายทุนผูกขาดแค่ 2 องค์ใหญ่ๆ ตลาด 470,000 ล้าน อยู่ใน 2 กลุ่มนี้ เมื่อพรรคก้าวไกลต้องการทลายกลุ่มผูกขาด ผู้ผลิตสุราชุมชนรายน้อยก็โดนใจนโยบายนี้ 

“เพราะที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลไหนสนับสนุนและไม่มีพรรคไหนพูดชัดเจนว่าจะทำสุราก้าวหน้าและทลายกลุ่มนายทุนถูกขาด วันนี้จึงมาอ้อนวอน สว. ช่วยสนับสนุนให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ คิดว่าคงสำเร็จได้ ไม่มีปัญหาและจะเป็นโอกาสให้เกิดอาชีพสำหรับคนกลุ่มน้อย” 

‘พิธา’ หวังส่ง ‘แป้งหมัก- สาโท’ โกอินอินเตอร์ พร้อมลุยสุราก้าวหน้าเต็มสูบ

นายศุภพงษ์ พรึงลำภู ตัวแทนสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ (สมาคมฯคราฟท์เบียร์) กล่าวว่า เราร่วมกันทำงานมาแล้วกว่า 3 ปี ช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน หากพรรคก้าวไกลมีความจริงใจมีที่จะแก้ปัญหา การเข้าถึงใบอนุญาตที่ยากเกินหรือที่เรียกว่าการผูกขาด เพราะจำหน่ายผู้ผลิตคาฟท์เบียร์ในไทยตลาดมูลค่า 2 แสนล้าน 

ซึ่งตั้งแต่หลังเลือกตั้งได้รับโทรศัพท์ทุกวัน มีคนมาถามจะจัดตั้งโรงเบียร์ขนาดเล็กได้เมื่อไร เป็นการสร้างความตื่นตัว ทุกคนที่มาถามไม่ได้ต้องการเป็นเจ้าสัวต่อไป แต่ต้องการมีโรงเบียร์เล็กๆในพื้นที่และสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเอง จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนกับพรรคก้าวไกลให้จัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็วไม่ว่าจะเป็นสว.ผู้ที่มีวุฒิภาวะ หรือ สส.ฝ่ายค้าน เพื่อที่กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์จะได้ยึดโยงกับประชาชนและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 

ตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ พ่นพิษ ยื่น ‘ยุบพรรค’ ก้าวไกล ปล่อยให้คนนอกครอบงำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549769

26 พ.ค. 2566

ตำแหน่ง 'ประธานสภา' พ่นพิษ ยื่น 'ยุบพรรค' ก้าวไกล ปล่อยให้คนนอกครอบงำ

ยื่นหลักฐานเพิ่มเติม ‘ยุบพรรค’ ก้าวไกล ปล่อยให้บุคคลภายนอกครอบงำ กรณีแสดงความเห็นชี้นำ ผู้ดำรงตำแหน่ง ‘ประธานสภา’

การแสดงความเห็นเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ ของธนาธร-ปิยบุตร- พรรณิการ์ กลายเป็นหลักฐานเพิ่มเติมให้เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นให้ กกต. พิจารณา  ตรวจสอบว่าบุคคลทั้งสาม ครอบงำพรรค  ชี้นำพรรคก้าวไกล  ฝ่าฝืน มาตรา 28 และ มาตรา  29 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคหรือไม่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยแต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม  นายปิยบุตร แสงกนกกุล  ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กของตนว่า   ประธานสภาผู้แทนราษฎรตำแหน่งที่พรรคก้าวไกลเสียไปไม่ได้เป็นอันขาด พร้อมอธิบายเหตุผลมากมาย  

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐะรรมนูญไทย ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐะรรมนูญไทย

ซึ่งต่อมาเป็นเหตุให้ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลต่างออกมาให้สัมภาษณ์และหรือโพสต์ข้อความแสดงความเห็น   เพื่อยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภาฯ  ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล   ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ลงในสื่อสังคมออนไลน์มากมาย เช่น  นายรังสิมันต์ โรม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

         
การที่ว่าที่ สส.ท่านใดจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของเหล่า ส.ส.ทั้ง 500 คนที่ประชาชนได้เลือกตั้งให้ไปเป็น สส. แล้วเข้าไปเลือกกันเอง   ว่าท่านใดจะมีความเหมาะสม เพราะทุกคนน่าจะมีวิจารณญานที่จะตัดสินได้ได้เอง    โดยไม่จำต้องมีใครมาชี้นำ   

แต่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาโพสต์ข้อความลงในสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว จะทำให้สังคมมองไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากการพยายามที่จะชี้นำความคิดและการกระทำของเหล่าว่าที่ ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ให้ต้องช่วยกันผลักดันหรือกดดันให้พรรคร่วมต่าง ๆ ยินยอมให้ตำแหน่งประธานสภาฯเป็นของพรรคก้าวไกลเท่านั้น

           
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม  น.ส.พรรณิการ์ วานิช   อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า   ยังได้ออกมาโพสต์สำทับถึงข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า “ก้าวไกลต้องการเป็น #ประธานสภา เพื่อผลักดันวาระก้าวหน้าในสังคม”  

ชี้ให้เห็นว่าบุคคลทั้งสอง   ซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์หรือกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงําพรรค หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมหรือไม่  

รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลออกมาเคลื่อนไหวสอดรับกับการชี้นำของบุคคลทั้งสอง จึงอาจเป็นการฝ่าฝืน ม.28 และ ม.29 แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ด้วยหรือไม่

             
หาก กกต.วินิจฉัยว่าเป็นไปตามการชี้เบาะแส ก็สามารถเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวได้ ตาม ม.92(3)

เคลื่อนไหวแล้ว ‘พิธา’ แนะทางออก ปมดราม่าเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ต้องเจรจากัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549759

26 พ.ค. 2566

เคลื่อนไหวแล้ว ‘พิธา’ แนะทางออก ปมดราม่าเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ต้องเจรจากัน

‘พิธา’ โพสต์เฟซบุ๊ก ปมดราม่าเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลกลับไปพูดคุยกันผ่านตัวแทนแต่ละพรรคในวงเจรจาจะดีที่สุด ลั่น ต้องจับมือเกี่ยวแขนกันไว้ให้มั่น ‘ตั้งรัฐบาล’ ให้สำเร็จ

การเมืองประเทศไทย หลังการเลือกตั้ง2566 ยังรอลุ้น กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ขณะที่การฟอร์มทีม 8 พรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ยังติดหล่มปมดราม่าเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ทั้งจากพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคการเมืองไหนควรได้ตำแหน่งนี้ไปครอง ล่าสุดว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยออกมาเคลื่อนไหวแล้ว

26 พ.ค. 2566  เมื่อเวลา 12.12 น. เฟซบุ๊กส่วนตัวของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความ ชี้แจงเรื่องเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ หลังจากพรรคเพื่อไทยก็แสดงจุดยืนว่าควรเป็นของพรรคเพื่อไทย ว่า

เรื่อง #ประธานสภา ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เป็นเรื่องความเห็นไม่ตรงกันของพรรคร่วมรัฐบาลที่เล็กมากถ้าหากเทียบกับภารกิจที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้พวกเรามา

ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลต้องจับมือเกี่ยวแขนกันไว้ให้มั่นคง ทำภารกิจยุติสืบทอดอำนาจรัฐประหาร พาประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยให้สำเร็จจงได้

พวกเราต่างก็รับทราบวิธีคิด หลักการ เหตุผล ของทุกฝ่ายชัดเจนแจ่มแจ้งในประเด็นนี้กันแล้ว

ดังนั้น ผมขอให้เรื่องตำแหน่งประธานสภานี้ ให้พรรคร่วมรัฐบาลกลับไปพูดคุยกันผ่านตัวแทนแต่ละพรรคในวงเจรจาจะดีที่สุด

ตอนนี้ ขอให้ทุกพรรคเดินหน้าทำงานปรับจูน นโยบายร่วมกัน ตั้งรัฐบาลให้สำเร็จตามความคาดหวังของประชาชนครับ

ขอบคุณที่มา : เพจ Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

อดีตสว. บี้สภาสูงโหวตหนุน ‘พิธา’ นายกฯ-จี้ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549751

26 พ.ค. 2566

อดีตสว. บี้สภาสูงโหวตหนุน ‘พิธา’ นายกฯ-จี้ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง2566

อดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม. แท็กทีมอดีตสว. เรียกร้อง กกต.เร่งรับรองผลเลือกตั้ง 2566 เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ เชื่อเลือกตั้งคราวหน้า ‘ก้าวไกล’ เป็นรัฐบาลพรรคเดียว – บี้สภาสูง เคารพเสียงประชาชน 14 ล้านเสียง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นายธเนตร วงษา อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม.พร้อมด้วยนายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาปี 2549 ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง2566 ให้เร็วที่สุดเพื่อประเทศไทยจะได้เดินหน้าในการทำธุรกิจ

ที่ผ่านมา ตนไม่ใช่สีแดงไม่ใช่สีส้มแต่เป็นผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เป็นคนรักประชาธิปไตยครั้งนี้เป็นมติมหาประชาชนที่ประชาชนคนไทยลงมติ ให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยตนขอสนับสนุน

ชิงตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ เป็นเรื่องปกติ

ส่วนที่มีประเด็นพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยแย่งตำแหน่งประธานสภานั้น ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องปกติ เพราะว่าเป็นการแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง และคิดว่าเดินหน้ากันต่อได้เพราะเป็นมติของประชาชนชัดเจนและคิดว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีคะแนนธรรมชาติมีคะแนนที่ได้มาจากเสียงของประชาชนจริงๆเป็นความต้องการของประชาชนจริงๆ

ส่วนตัวชอบนโยบาย 300 นโยบายของพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะเรื่องสุราก้าวหน้าเรื่องสมัครใจเป็นทหาร เรื่องกระจายอำนาจเลือกตั้งผู้ว่าจะทำให้ประเทศไทยเจริญไปทุกจังหวัด

เลือกตั้งรอบหน้า ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

ส่วนถ้าพรรคก้าวไกลไม่ได้จะตั้งรัฐบาล แต่กลับต้องเป็นฝ่ายค้าน ตนมองตนมองว่ารอบหน้าอีก 4 ปีพรรคก้าวไกลจะได้ตั้งรัฐบาลเพียงพักเดียว หากเป็นเช่นนั้นจริงๆตนรอได้

นายธเนตร วงษา อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม.พร้อมด้วยนายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาปี 2549 ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เร่งรับรองผลเลือกตั้ง2566นายธเนตร วงษา อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม.พร้อมด้วยนายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาปี 2549 ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เร่งรับรองผลเลือกตั้ง2566

เชื่อปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อเป็นการกลั่นแกล้ง

ส่วนสำหรับกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลยังต้องมีการตรวจสอบกรณีเรื่องถือหุ้นสื่อนั้น ตนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งเพราะนักวิชาการออกมาระบุว่าหุ้นน้อยมากไม่ สามารถที่จะบงการอะไรได้และสื่อไอทีวี(ITV) ก็ปิดไปนานแล้ว เรื่องหุ้นไม่น่าจะมีปัญหา

สว.ต้องเคารพ 14 ล้านเสียงปชช.

ด้านนายเอกรินทร์ กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของสว. ว่าจริงๆสว.ต้องเคารพเสียงประชาชน ส.ว. เพราะว่าสว.ที่แต่งตั้งขึ้นมาจากกระบวนการรัฐธรรมนูญปี2560 แต่สุดท้ายแล้ว สว.ก็ไม่น่าจะมาเข้าร่วม ในสิทธิของประชาชน ควรให้อิสระในการโหวตเลือกนายกฯ เพื่อให้ได้เลือกคนที่เป็นไอดอลของประเทศไทย 14 ล้านเสียง มีความเหมาะสมที่สุด

นายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาปี 2549 บี้สภาสูงเคารพ14 ล้านเสียงประชาชนนายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาปี 2549 บี้สภาสูงเคารพ14 ล้านเสียงประชาชน

‘สุธรรม’ จี้กกต.รับรองผลเลือกตั้ง ย้ำ ‘ประธานสภา’ ต้องได้คนดีที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549739

26 พ.ค. 2566

'สุธรรม' จี้กกต.รับรองผลเลือกตั้ง ย้ำ 'ประธานสภา' ต้องได้คนดีที่สุด

‘สุธรรม’ เพื่อไทย จี้ กกต.เร่งรับรองผลการเลือกตั้ง2566 เพื่อเปิดประชุมสภา ตั้งรัฐบาล เชื่อสภา คือทางออกทุกปัญหา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน-นักลงทุน ย้ำความเห็นต่างตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ เกิดขึ้นได้ ท้ายสุดจะได้บุคคลที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง

12 วันหลังเลือกตั้ง2566 แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรายงานผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการรับรองผลการเลือกตั้ง2566 ทั้งในระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

นายสุธรรม แสงประทุม ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร สรรหาประธานสภา และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หลังจาก กกต.รับรอง 15 วัน

“เพื่อเปิดประชุมสภาฯให้เข้าไปทำงาน ดึงความเชื่อมั่นต่างๆ ทั้งการลงทุนในประเทศ ความเชื่อมั่นของประชาชน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในนานาประเทศเองก็จะดีขึ้น จะทำให้บ้านเมืองเราที่เงียบเหงาซบเซาไปมานาน ได้เดินไปข้างหน้า”

'สุธรรม' จี้กกต.รับรองผลเลือกตั้ง ย้ำ 'ประธานสภา' ต้องได้คนดีที่สุด

‘ประธานสภา’ ต้องได้คนดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง

ส่วนความคิดเห็นในการเลือก’‘ประธานสภา’ ที่ยังแตกต่างกันนั้น นายสุธรรม ระบุว่า อยากให้พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ได้ปรึกษาหารือกัน หาก กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ภายใน 15 วัน คิดว่ายังทัน ในการสรรหาบุคคลที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง ตำแหน่งประธานสภาตนไม่ห่วงใยมากนัก เพราะประชาชนเลือกตั้งมา เพื่อให้ผู้แทนประชาชน หาทางออกในทุกปัญหาผ่านระบบสภา

“การเลือกตำแหน่งประธานสภาที่ยัง ที่หาคนเหมาะสมดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองนะครับ ไม่ใช่ดีที่สุดสำหรับพรรคใดพรรคหนึ่ง ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง ให้สมตามเจตนารมของประชาชน และอยากเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างส้นติ “

สุธรรม แสงประทุม อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏรสุธรรม แสงประทุม อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏร

ผู้สื่อข่าวถามว่า เก้าอี้ ‘ประธานสภา’ จะเป็นแรงกดดันให้พรรคเพื่อไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุธรรม กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ประสบความสูญเสียที่หนัก ถูกยึดอำนาจ ถูกทำลายพรรคหลายครั้งทุกรูปแบบ

“ทำให้เราทนทาน รับรู้ถึงความคาดหวังของประชาชน เราจะนำพาเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนประสบความสำเร็จให้ได้ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทุกพรรค มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง คำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน อยากเห็นบ้านเมืองสันติ ตอนนี้มีอุปสรรคเล็กน้อยระหว่างกระบวนการเท่านั้น อาจยุ่งเหยิงบ้าง แต่สุดท้ายจะมีผลสัมฤทธิ์และผลสำเร็จนั้นแน่นอน”

สภาฯ จะให้คำตอบใครเป็น ‘ประธานสภา’

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตกลงกันไม่ได้ มีการเสนอให้พรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภานั้น นายสุธรรม กล่าวว่า ต้องให้สภาเป็นคนหาคำตอบ ความคาดหวังมีหลายแบบ ท้ายที่สุดที่ประชาชนเลือกตั้งมา ใช้งบประมาณประเทศมหาศาล และรอคอยมายาวนานเราอยากเห็นดอกผลนี้เป็นจริง ไม่อยากเห็นการเสียโอกาสเกิดขึ้น หนทางข้างหน้ายังมีอีกมาก เรื่องต่างๆ เชื่อว่าจะคลี่คลายได้ โดยขอให้เอาเป้าหมายใหญ่ของส่วนรวมทั้งหมดเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตและรีทวีตข้อความต่างๆ มีผลต่อการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลหรือไม่นั้น นายสุธรรม กล่าวว่า ไม่มี ดร.ทักษิณ ให้เกียรติคนรุ่นใหม่เสมอ เคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ดร.ทักษิณ ยังเป็นผู้ที่ถูกกระทำโดยละเมิดหลักการมาโดยตลอด จึงเคารพหลักการ เป็นคนง่ายๆ ซื่อๆ บางครั้งง่ายเกินไป ซื่อเกินไป จนทำให้คนเข้าใจผิด ตนไม่เชื่อว่าใครจะชี้นำเจตนารมณ์ของประชาชนที่ยิ่งใหญ่นี้ได้

ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องประคับประคองให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ส่วนการรีทวีตนายดวงฤทธิ์ บุนนาค นั้น ถือเป็นการแสดงความเห็นประกอบเท่านั้น แต่ในท้ายที่สุด การประชุมสภาจะเป็นทางออก เป็นที่ถกเถียงปัญหาอย่างรองคอบ ลดข้อขัดแย้ง หาข้อสรุปที่ดีที่สุดที่ทั้วโลกยอมรับมากกว่าต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างแสดงความคิดเห็น

‘สุธรรม’ เชื่อกลไกสภาทางออกทุกปัญหา

ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้ความเห็นนอกระบบมาก่อกวนการจัดตั้งรัฐบาล โดยเชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะสามารถตกลงกันได้ตามครรลอง โดยยึดเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะดูจาก MOU ที่ร่วมหารือกันถือว่าไปได้ 80% แล้ว ถึงอย่างไรก็หนีการพูดคุยกันในสภาไม่พ้น อยากให้ทุกคนเดินหน้าต่อไป ตามที่ประชาชนคาดหวังอยากเห็นบ้านเมืองรอดพ้นจากวิกฤตที่เจอมาตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา

เชื่อว่ากลไกทางสภาที่พี่น้องประชาชนคาดหวัง มอบหมายความไว้วางใจผ่านการเลือกตั้ง จะเริ่มต้นเดินต่อไป เมื่อมีการรับรอง สส. มีการประชุมสภา เลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะฟื้นความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้ ทั้งความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ความเชื่อมั่นนักลงทุน ความเชื่อมั่นประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองไปในทิศทางที่ถูกต้อง

“ผมอยากให้ กกต.ดำเนินการเรื่องนี้ตามครรลอง เร่งรับรองผลการเลือกตั้ง เพื่อเร่งจัดตั้งรัฐบาล นโยบายดีๆมีอีกเยอะมาก ที่พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคอื่นๆ ต้องผลักดัน พรรคเพื่อไทยมีวุฒิภาวะ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เจอความสูญเสียที่หนัก ผมขอชื่นชมฝ่ายประชาธิปไตย ที่ได้ฟอร์มทีมแลกเปลี่ยนปรึกษาหารือ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ ไม่อยากให้กลไกนอกสภา เข้ามามีบทบาทพลิกผันเจตนารมณ์ของประชาชน” นายสุธรรม กล่าว

สุธรรม แสสุธรรม แส

เคลื่อนไหวตามระบบรัฐสภา

นายสุธรรม กล่าวอีกว่า การแสดงเจตจำนงในระบอบประชาธิปไตยที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ๆ ในชีวิตของตน ก็คือการเปลี่ยนแปลง 14  ตุลาฯ นั่นเป็นการเคลื่อนไหวนอกสภา และพฤษภาทมิฬ ก็เช่นเดียวกัน เป็นการเคลื่อนไหวนอกสภา  แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวตามระบบรัฐสภา ที่สงบสันติและตามครรลองที่นานาชาติยอมรับ และสากลยอมรับ

ตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ สุดท้ายก็ต้องโหวตตาม ‘ข้อบังคับการประชุม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549744

26 พ.ค. 2566

ตำแหน่ง 'ประธานสภา' สุดท้ายก็ต้องโหวตตาม 'ข้อบังคับการประชุม'

‘ข้อบังคับการประชุม’ กำหนดให้การเลือก ‘ประธานสภา’ ต้องโหวตในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เท่านั้น แต่งตั้งกันเองไม่ได้

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 84 มีสาระสำคัญ ระบุว่าในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละ 95 ของจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดแล้ว หากมีความจําเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภาก็ให้ดําเนินการเรียกประชุมรัฐสภาได้   

ขณะที่มาตรา 121 วรรค  1 ระบุว่า ภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก

นี่ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่จะนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ต้องกระทำในที่ประชุมรัฐสภา ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 272  เจษฎ์ โทณะวนิก อดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า ก่อนการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ต้องเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีประธานรัฐสภา เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ ผู้ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา

เมื่อย้อนดู ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  จะพบว่า การเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องกระทำในที่ประชุมสภา ไม่สามารถกะเกณฑ์เอาตามความพอใจของพรรคการเมืองเช่นที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ 

ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อที่ 5 ระบุว่าการเลือกประธานสภาและรองประธานสภาในการประชุมครั้งแรก ให้เลขาธิการเชิญสมาชิก ผู้มีอายุสูงสุดซึ่งอยู่ในที่ประชุมเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมดำเนินการ เลือกประธานสภาและรองประธานสภา และเพื่อให้ที่ประชุมดำเนินการในเรื่องอื่นที่จำเป็นจะต้อง ประชุมปรึกษาในการประชุมครั้งนั้นด้วย

ในการดำเนินการเลือกตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้เป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้รับการเสนอชื่อ เป็นประธานสภาหรือรองประธานสภา ให้สมาชิกผู้มีอายุสูงสุดในลำดับถัดไปซึ่งอยู่ในที่ประชุม เป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม

ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 6 ระบุให้ สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ โดยต้องมีจำนวนสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ให้ผู้ถูกเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่ง ต่อที่ประชุม ภายในระยะเวลาที่ประธานกำหนด โดยไม่มีการอภิปราย ถ้ามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก

ถ้ามีการเสนอชื่อ หลายชื่อ ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นการลับ ให้ประธานประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกต่อที่ประชุม  หมายความไม่ว่าจะมีการเสนอชื่อ ใครเป็นประธานสภา สุดท้ายต้องมีการลงคะแนนในที่ประชุม ตามข้อบังคับ

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2696825

"ปรมาศิริ มโนลม้าย" ลงนามความร่วมมือกับ 5 องค์กรภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยวเชียงใหม่

26 พ.ค. 2566 05:16 น.

  • ธนูเทพ

“ปรมาศิริ มโนลม้าย” ลงนามความร่วมมือกับ 5 องค์กรภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยวเชียงใหม่

การจัดตั้งรัฐบาลอยู่ภายใต้กติการัฐธรรมนูญ…..หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน ………เดินหน้าตั้งไข่ จัดตั้งรัฐบาล ในฝันกันไปแล้ว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย นำทีมหัวหน้าพรรคการเมือง 8 พรรค รวม 313 เสียง ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ตั้งโต๊ะแถลงการณ์ลงนาม บันทึกข้อตกลงร่วมกัน หรือ เอ็มโอยู 23 วาระ และ แนวทางปฏิบัติ 5 ข้อ ในการร่วมกันจัดตั้ง รัฐบาล บริหารประเทศ ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา…โดยบันทึกข้อตกลง 23 วาระ และ 5 ข้อปฏิบัติ มีสาระสำคัญ อาทิ การฟื้นฟูประชาธิปไตย จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร่วมผลักดันการอำนวยความยุติธรรมในคดีเกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมือง การออกกฎหมายสมรสเท่าเทียม ผลักดัน การปฏิรูประบบราชการตำรวจ กองทัพ และกระบวนการยุติธรรม ให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ ผลักดันการกระจายอำนาจ แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม ปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน จัดทำ งบประมาณแบบใหม่ โดยเน้นใช้วิธีการ จัดงบประมาณฐานศูนย์ (Zero-based budgeting) นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ ยกระดับสิทธิแรงงานทุกอาชีพให้มีการจ้างงานที่เป็นธรรมและได้รับค่าแรงที่เป็นธรรม ปฏิรูประบบการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพลดความเหลื่อมล้ำ ดำเนินนโยบาย การต่างประเทศ โดยการฟื้นฟูบทบาทผู้นำของไทยในอาเซียนและรักษาสมดุลการเมืองระหว่าง ประเทศของไทยกับประเทศมหาอำนาจ
  • ขณะที่ แนวทางปฏิบัติร่วมกัน 5 ข้อ คือ การคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประชาชน ทุกพรรคจะทำงานโดยชื่อสัตย์สุจริตหากมีบุคคลของพรรคใดมี พฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน จะ ยุติการดำรงตำแหน่ง ของบุคคลนั้นๆทันที ทุกพรรคจะทำงานโดยให้เกียรติซึ่งกันและกัน จริงใจต่อกัน โดยยึดถือ ผลประโยชน์ของประชาชน เป็นที่ตั้งมากกว่าผลประโยชน์ของพรรค และ ทุกพรรค มีสิทธิในการผลักดัน นโยบายอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ขัดแย้งจาก นโยบายในบันทึกข้อตกลงร่วม ฉบับนี้ โดยอาศัยอำนาจ ฝ่ายบริหาร ของ รัฐมนตรี ที่เป็นตัวแทนของแต่ละพรรคการเมือง และอาศัย อำนาจนิติบัญญัติ ของ ส.ส. แต่ละพรรคการเมือง
  • “ธนูเทพ” พิจารณาเนื้อหาบันทึกข้อตกลงของ 8 พรรคร่วมรัฐบาล แล้ว ต้องยอมรับว่า มีหลักการหรู ฟังดูดี เปรียบเสมือนเป็น กรอบหลัก ที่จะนำไปกำหนดเป็น นโยบายของรัฐบาล ที่จะแถลงต่อ รัฐสภา ต่อไป…แต่ที่ต้องขีดเส้นใต้เน้นเป็นพิเศษ เพราะ เป็นประโยคสำคัญสุดในเอ็มโอยู 8 พรรค ก็คือ ท่อนเกริ่นเอ็มโอยู ที่ พิธา เป็นผู้แถลงด้วยตัวเอง ที่ระบุว่า “ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าภารกิจของรัฐบาลที่ทุกพรรคจะผลักดันนั้น ต้องไม่กระทบต่อรูปแบบของรัฐ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์…”…งานนี้ “ธนูเทพ” เชื่อว่าบรรดาแกนนำ พรรคร่วมรัฐบาล อย่าง พรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคเสรีรวมไทย คงต้องทุ่มเทช่วยกันขัดเกลาร่างเอ็มโอยูฉบับนี้อย่างเต็มที่ จนออกมาดูดีฟังรื่นหู สบายตา เพื่อเป็นหมุดหมายนำไปสู่การจัดทำ ร่างนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ พรรคก้าวไกล เพื่อบริหารประเทศร่วมกันต่อไป…ภายในเครื่องหมายวงเล็บ หาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับเลือกจากที่ประชุมร่วม รัฐสภา ด้วยคะแนนเสียง เกินกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 376 เสียง เห็นชอบให้เป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย…จบข่าว
  • เฮ้อ…ยังไม่ทันตั้งรัฐบาลก็เปิดศึกแย่งตำแหน่งกันซะแล้ว เมื่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กส่งสัญญาณว่าตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรควรเป็นของพรรคก้าวไกล อดิศร เพียงเกษ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้ว่า ปิยบุตร จะกินรวบทุกตำแหน่ง โดยเข้าใจว่าตัวเองเป็นเสียงข้างมาก ความเป็นจริง 152 เสียง ยังไม่เกินครึ่ง ถ้าอยากได้ทุกตำแหน่งต้องทำให้ได้แบบพรรคไทยรักไทย 377 เสียง ที่จะชี้เป็นชี้ตายเอาตำแหน่งไหนก็ได้ พรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุน พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่ว่าได้ ฝ่ายบริหาร แล้ว จะไม่ให้พรรคอื่นไปดำรงตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ …ระวังรอยร้าวเล็กๆจะกลายเป็นแตก กระจาย
  • อืม…เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วุฒิสภา ได้มีการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบ สถาพร วิสาพรหม รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปรากฏว่าผลการลงมติที่ประชุม ไม่ให้ความเห็นชอบ 138 เสียง ให้ความเห็นชอบ 40 เสียง ไม่ออกเสียง 27 เสียง ทำให้ สถาพร ไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. เพราะได้คะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องไปสรรหากันใหม่
  • นอกจากนี้ ที่ประชุม วุฒิสภา ได้มีการพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบ ศิลักษณ์ ปั้นน่วม บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) โดยที่ประชุม มีมติให้ความเห็นชอบ ด้วย คะแนนเสียง 182 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 1 คะแนน ไม่ออกเสียง 4 คะแนน …โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
  • สังคมทั่วไป…สภากาชาดไทย ขอเชิญร่วมงาน ครบรอบ 130 ปี สภากาชาดไทย ภายใต้คอนเซปต์ชม โชว์ ชอป ช่วย แชร์ พบกับนักแสดงและความบันเทิงแบบจัดเต็ม ที่ชั้น 8 ไอคอนสยาม ตั้งแต่ 11.00-19.00 น. ถึง 28 พ.ค.นี้
  • ชนินทร์ ว่องกุศลกิจ ประธาน กก.บห.บริษัทบ้านปู จัดงานฉลองครบรอบ 40 ปีของบริษัท 18.00 น. ที่โรงแรมดิ แอทธินี
  • ศพ รัชทิน ศยามานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งสวดศาลา 27 วัดธาตุทอง 18.30 น. ถึง 30 พ.ค. พระราชทานเพลิง 4 มิ.ย. 16.00 น. 

“ธนูเทพ”

พายุพัดแรง ทำต้นฝ้าย 400 ปี สัญลักษณ์กรุงฟรีทาวน์ เซียร์รา ลีโอน หักโค่นลงมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697011

พายุพัดแรง ทำต้นฝ้าย 400 ปี สัญลักษณ์กรุงฟรีทาวน์ เซียร์รา ลีโอน หักโค่นลงมา

26 พ.ค. 2566 08:56 น.

พายุพัดแรง ทำต้นฝ้าย 400 ปี สัญลักษณ์กรุงฟรีทาวน์ เซียร์รา ลีโอน หักโค่นลงมา

ต้นฝ้ายสูงใหญ่อายุเก่าแก่กว่า 400 ปี กลางเมืองหลวงของเซียร์รา ลีโอน หักโค่นลงมาหลังเจอพายุกระแสลมแรง รัฐบาลแถลงเสียใจอย่างมากเพราะต้นไม้นี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า วานนี้ (25 พ.ค.) ชาวเซียร์ราลีโอน ช่วยกันเก็บกวาดซากต้นไม้แห่งประวัติศาสตร์ ต้นฝ้ายสูงใหญ่อายุเก่าแก่กว่า 400 ปี ซึ่งหักโค่นลงมาหลังเจอพายุกระแสลมแรงเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา

ต้นฝ้ายนี้ มีความสูง 70 เมตร ความกว้าง 15 เมตร อยู่กลางกรุงฟรีทาวน์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ สัญลักษณ์ และยังมีภาพของต้นฝ้ายนี้บนธนบัตร โดยต้นฝ้ายต้นนี้นับเป็นสัญลักษณ์แห่งการเข้าสู่ยุคใหม่ของเซียร์ราลีโอน และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษยังเคยมาเยี่ยมต้นไม้ต้นนี้เนื่องในวาระการประกาศเอกราชเมื่อปี 2504

รัฐบาลเซียร์ราลีโอนแถลงว่า ต้นฝ้ายต้นนี้อยู่คู่กับชาวเซียร์ราลีโอนมานาน และยืนหยัดรอดพ้นความเสียหายจากพายุและฟ้าผ่ามานานหลายศตวรรษ ความสูญเสียครั้งนี้เทียบได้กับกรุงปารีส สูญเสียมหาวิหารนอร์เทรอดาม จากเหตุไฟไหม้เมื่อปี 2562 เลยทีเดียว

ขณะที่ประชาชนชาวกรุงฟรีทาวน์บอกว่า พวกเขาเกิดมาก็เห็นต้นฝ้ายตั้งสูงตระหง่านอยู่กลางเมือง บรรดาผู้เฒ่าต่างพากันรำลึกความหลังที่เคยมีในอดีตกับต้นฝ้ายต้นนี้.

ศาลเวียดนามสั่งจำคุก 5 ปีครึ่ง พ่อค้าเฝอทำคลิปล้อเลียนเชฟเสิร์ฟสเต๊กหรูให้ท่านนายพล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2697009

ศาลเวียดนามสั่งจำคุก 5 ปีครึ่ง พ่อค้าเฝอทำคลิปล้อเลียนเชฟเสิร์ฟสเต๊กหรูให้ท่านนายพล

26 พ.ค. 2566 08:50 น.

ศาลเวียดนามสั่งจำคุก 5 ปีครึ่ง พ่อค้าเฝอทำคลิปล้อเลียนเชฟเสิร์ฟสเต๊กหรูให้ท่านนายพล

ศาลเวียดนามตัดสินจำคุกพ่อค้าเฝอในเมืองดานัง เป็นเวลา 5 ปีกับอีก 6 เดือน และให้คุมประพฤติต่ออีก 4 ปีหลังรับโทษ จากความผิดฐานทำคลิปวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ ล้อเลียนท่าทางของเชฟดังระดับโลก ที่กำลังปรุงเมนูสเต๊กห่อทองให้แก่นายพลเวียดนาม ที่ร้านอาหารหรูในลอนดอน

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ศาลเมืองดานัง ทางภาคกลางของเวียดนาม ตัดสินจำคุก 5 ปีครึ่ง นายบุย ต่วน หล่าม พ่อค้าเฝอ วัย 39 ปี ฐานโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ หลังจากที่เขาทำคลิปวิดีโอล้อเลียนท่าโรยเกลือของ “ซอลต์เบ” (Salt Bae) หรือนุสเรต ก็อคเช เชฟชื่อดังชาวตุรกี ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอปรุงสเต๊กห่อแผ่นทอง เสิร์ฟให้แก่ พลเอกโต๋ ลัม รัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะของเวียดนาม ระหว่างเยือนกรุงลอนดอน ของอังกฤษ ซึ่งคลิปวิดีโอ “หอมซอยเบ” (Green Onion Bae) ที่เขายกแขนสูง ทำท่าโรยต้นหอมซอยลงในก๋วยเตี๋ยวแทนเกลือ ได้กลายเป็นคลิปไวรัลในอินเทอร์เน็ต และก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามมักจะคุมเข้มเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ทำให้มีการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการแสดงความคิดเห็นเป็นประจำ โดยในกรณีของพ่อค้าเฝอรายนี้ หลังจากโพสต์คลิปวิดีโอไป เมื่อเดือนกันยายน 2565 เขาถูกตำรวจบุกจับกุมตัวสอบปากคำและต้องปิดร้านเฝอ “บุ๋นบ่อ” ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเส้นขนมจีน ที่โด่งดังในชั่วข้ามคืน โดยเขาถูกคุมขังในเรือนจำรอการพิจารณาคดีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา.

นักวิทยาศาสตร์หัวใส ใช้ AI ช่วยค้นพบยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ฆ่าเชื้อดื้อยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696987

นักวิทยาศาสตร์หัวใส ใช้ AI ช่วยค้นพบยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ฆ่าเชื้อดื้อยา

26 พ.ค. 2566 04:00 น.

นักวิทยาศาสตร์หัวใส ใช้ AI ช่วยค้นพบยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ฆ่าเชื้อดื้อยา

นักวิทยาศาสตร์จากแคนาดาและสหรัฐฯ ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยในการค้นพบยาปฏิชีวนะตัวใหม่ ที่สามารถฆ่าเชื้อดื้อยาอันตรายได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จากแคนาดาและสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการค้นพบยาปฏิชีวนะชนิดใหม่ ที่สามารถใช้ได้ผลกับเชื้อดื้อยาชนิดร้ายแรงชื่อว่า Acinetobacter baumannii โดยอาศัยความช่วยเหลือจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยจำแนกสูตรทางเคมี

คนทั่วไปอาจไม่คุ้นชื่อของแบคทีเรีย A. baumannii แต่มันเป็น 1 ใน 3 ซุปเปอร์บัก หรือ เชื้อดื้อยา ที่ถูกองค์การอนามัยโลกจัดให้เป็น ภัยคุกคามวิกฤติ (critical threat) โดยมันสามารถติดเข้าสู่บาดแผล ทำให้เกิดโรคปอดบวมได้ และบ่อยครั้งที่พบว่าเชื้อตัวนี้ ต้านทานยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ตอนนี้เกือบทุกชนิด

ในการค้นหายาปฏิชีวนะตัวใหม่ ทีมนักวิจัยทำการฝึกฝน AI โดยป้อนข้อมูลยาที่มีโครงสร้างทางเคมีชัดเจนจำนวนหลายพันชนิดเข้าไป และทดลองใช้กับเชื้อ A. baumannii เพื่อดูว่าจะสามารถชะลอการเติบโต หรือฆ่ามันได้หรือไม่ เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์เรียนรู้สมบัติทางเคมีของยาที่สามารถโจมตีแบคทีเรียเจ้าปัญหาตัวนี้ได้

ต่อมา AI ผสมสูตรทางเคมีของยาตัวใหม่ที่ไม่รู้ประสิทธิภาพแน่ชัดออกมา 6,680 รายการ จากนั้นใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง จำแนกออกมาจนเหลือ 240 รายการ ซึ่งนักวิจัยนำไปทดสอบในห้องทดลอง และพบยาปฏิชีวนะที่มีศักยภาพ 9 ตัว โดยหนึ่งในนั้นมีศักยภาพสูงจนน่าเหลือเชื่อ และได้ชื่อว่า abaucin

ผลการทดสอบในห้องทดลองแสดงให้เห็นว่า ยา abaucin สามารถรักษาแผลติดเชื้อในหนูได้ และสามารถฆ่าเชื้อ A. baumannii ในตัวอย่างที่เก็บมาจากคนไข้ได้ แต่ ดร.โจนาธาน สโตกส์ จากมหาวิทยาลัย แมกมาสเตอร์ ในแคนาดา กล่าวว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้ยาสมบูรณ์แบบในชั้นการทดสอบในห้องทดลอง จากนั้นจึงไปสู่การทดสอบทางคลินิกกับคนจริงๆ ซึ่ง ดร.สโตกส์คาดว่า ยาปฏิชีวนะฝีมือ AI ตัวแรกนี้ อาจต้องใช้เวลานานถึงปี 2573 กว่าที่แพทย์จะสามารถสั่งจ่ายยาให้ใช้งานกับคนไข้ได้

ทั้งนี้ โลกแทบไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใหม่เกิดขึ้นมาเลยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ส่วนทางกับเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ ซุปเปอร์บัก ที่ต้านทานการรักษาจากยาปฏิชีวนะ จำนวนมากกว่า 1 ล้านคน

นักวิทยาศาสตร์ยังพบด้วยว่า ยาปฏิชีวนะตัวใหม่นี้ ไม่มีผลกับแบคทีเรียสายพันธุ์อื่น แต่มีผลกับ A. Baumannii เท่านั้น ต่างจากยาปฏิชีวนะหลายชนิด ที่มักฆ่าแบคทีเรียโดยไม่แบ่งแยก ซึ่งความแม่นยำนี้จะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ยากขึ้น และมีผลข้างเคียงน้อยลงด้วย

ที่มา : bbc