ไต้ฝุ่นมาวาร์ ทวีความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 หลังพัดถล่มเกาะกวม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696985

ไต้ฝุ่นมาวาร์ ทวีความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 หลังพัดถล่มเกาะกวม

26 พ.ค. 2566 02:35 น.

ไต้ฝุ่นมาวาร์ ทวีความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 หลังพัดถล่มเกาะกวม

ไต้ฝุ่นมาวาร์ ยกระดับความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 หลังจากเคลื่อนตัวผ่านเกาะกวม สร้างความเสียหาย และไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกาะกวม ดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ยกเลิกประกาศเตือนภัยพายุแล้วในเวลาประมาณ 17.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากไต้ฝุ่น ‘มาวาร์’ เคลื่อนตัวผ่านไป แต่ลมยังกระโชกแรง ทำให้ทางการเตือนให้ประชาชนหลบอยู่ต่อในบ้านต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ไต้ฝุ่นมาวาร์กลายเป็นพายุรุนแรงที่สุดที่เคลื่อนตัวผ่านเกาะกวมโดยตรงในรอบหลายสิบปี โดยตาพายุเคลื่อนผ่านทางตอนเหนือของเกาะเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกลมแรงไปทั่วเกาะ

นายลู ลีออน เกร์เรโร ผู้ว่าการเกาะกวมเปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า พายุลูกนี้ สร้างความเสียหายและทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง แต่สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่กลัวกันก่อนหน้านี้ และยังไม่มีรายงานพบผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ขณะที่ผู้บาดเจ็บก็ไม่มีใครอาการรุนแรง

ด้านนางจีนา เรลลี ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ระบุว่า ระบบประปาในหลายพื้นที่ของเกาะได้รับผลกระทบจากพายุ ขณะที่การไฟฟ้าเกาะกวมเผยว่า พวกเขากำลังพยายามฟื้นฟูระบบไฟฟ้ากลับมา หลังจากเมื่อวันพุธ พายุทำให้ไปดับกระทบคนกว่า 50,000 ราย และโรงพยาบาล กวม เมโมเรียล ต้องพึ่งพาพลังงานจากเครื่องปั่นไฟ

ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นมาวาร์ยังคงเล่นงานเกาะกวมในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ด้วยความเร็วลม 140 ไมล์ต่อชั่วโมง ความเร็วลมกระโชก 165 ไมล์ต่อชั่วโมง เทียบเท่ากับเฮอริเคนระดับ 4

แต่หลังจากพายุเคลื่อนตัวออกจากเกาะกวม มันกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 มีความเร็วลม 175 ไมล์ต่อชั่วโมง ความเร็วลมกระโชก 205 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) คาดว่าพายุลูกนี้ ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ จะไม่ขึ้นฝั่งประเทศใดอีกในช่วงหลายวันข้างหน้า

ที่มา : cnn

จับตัวได้แล้วคนร้ายแทง-ยิง 3 ศพในญี่ปุ่น เป็นลูกชาย ปธ.สภาเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696990

จับตัวได้แล้วคนร้ายแทง-ยิง 3 ศพในญี่ปุ่น เป็นลูกชาย ปธ.สภาเมือง

26 พ.ค. 2566 04:42 น.

จับตัวได้แล้วคนร้ายแทง-ยิง 3 ศพในญี่ปุ่น เป็นลูกชาย ปธ.สภาเมือง

ตำรวจของญี่ปุ่นจับกุมตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุแทงผู้หญิงและยิงตำรวจ 2 นายเสียชีวิตในเมืองนากาโนะของญี่ปุ่นได้แล้ว โดยพบว่าเขาคือลูกชายของประธานสภาเมือง

สำนักข่าว เอ็นเอชเค รายงานว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัวชายผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงผู้หญิงคนหนึ่งกับใช้ปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นายจนเสียชีวิต ที่เมืองนากาโนะ ในจังหวัดนางาโนะ ภาคกลางของญี่ปุ่นได้แล้ว หลังขังตัวเองในบ้านนานหลายชั่วโมง โดยผู้ต้องสงสัยก็คือลูกชายของประธานสภาเมืองนากาโนะ

เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มขึ้นในช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ค. 2566 ตำรวจได้รับโทรศัพท์ฉุกเฉินแจ้งเหตุแทงกันตายที่เมืองนากาโนะ เมื่อเวลาประมาณ 16.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ชายอายุประมาณ 30 ปี สวมชุดลายพราง วิ่งไล่ผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วใช้มีดแทงเธอที่หลังกับหน้าอกจนเสียชีวิต เมื่อผู้เห็นเหตุการณ์ถามคนร้ายว่าทำแบบนี้ทำไม ก็ได้รับคำตอบว่า เขาต้องการสังหารหญิงคนนี้ ก่อนจะเกิดไปจากที่เกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อตำรวจมาถึง ผู้ต้องสงสัยก็กลับมายังจุดเกิดเหตุพร้อมกับปืนลูกซอง และยิงไปที่กระจกฝั่งคนขับของรถตำรวจ ทำให้ตำรวจ 2 นายที่อยู่ในนั้นถูกยิงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนั้นยังไม่ผู้บาดเจ็บอีก 1 รายด้วย

หลังจากนั้น คนร้ายก็หลบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในเมืองนากาโนะแล้วขังตัวเองอยู่ภายใน ก่อนจะมีเสียงปืนหลายนัดดังออกมาจากในบ้าน ในเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และราว 30 นาทีต่อมา หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีออกมาจากบ้านและได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจ

หญิงรายนี้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า คนร้ายคือลูกชายของเธอเอง เธอเป็นภรรยาของนายมาซามิจิ อาโอกิ ประธานสภาเมืองนากาโนะ ซึ่งตอนที่เธอออกมายังปลอดภัยดี

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสำนักข่าว เอ็นเอชเค รายงานว่า ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้แล้ว

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทางการต้องประกาศเตือนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ให้หลบอยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากชายผู้ก่อเหตุยังคงมีอาวุธ นอกจากนั้นยังจัดตั้งศูนย์อพยพที่รองรับคนได้ประมาณ 60 คน เตรียมไว้ด้วย

ที่มา : nhk

ปธน.เบลารุสเผย รัสเซียเริ่มส่งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีมาประจำการแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696981

ปธน.เบลารุสเผย รัสเซียเริ่มส่งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีมาประจำการแล้ว

26 พ.ค. 2566 01:10 น.

ปธน.เบลารุสเผย รัสเซียเริ่มส่งอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีมาประจำการแล้ว

ประธานาธิบดีเบลารุสเผย การขนย้ายอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีจากรัสเซียเข้ามาประจำการในเบลารุส เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายประกาศแผนดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคม

เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ค. 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเบลารุสกับรัสเซีย ลงนามข้อตกลงเรื่องการเก็บรักษาหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี (tactical nuclear weapon) จำนวนหนึ่งในสถานที่พิเศษ ภายในเบลารุส โดยประเมินว่า การขนย้ายจะเสร็จสิ้นภายในเวลาประมาณ 1 เดือน

ต่อมา ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก แห่งเบลารุส ก็ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การขนย้ายอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีเข้าสู่เบลารุส เริ่มขึ้นแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า รัสเซียจะขนอาวุธนิวเคลียร์ไปเก็บในเบลารุสจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้ อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี คือหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กที่สามารถถูกลำเลียงไปใช้ในสนามรบและโจมตีเป้าหมายในพื้นที่จำกัด โดยไม่ทำให้เกิดการกระจายของกัมมันตภาพรังสีในวงกว้าง โดยขนาดเล็กที่สุดมีขนาดไม่เกิน 1 กิโลตัน และใหญ่ที่สุดไม่เกิน 100 กิโลตัน ต่างจากอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Nuclear Weapon) ที่มีการทำลายล้างมากกว่า 1,000 กิโลตัน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ประกาศแผนขนย้ายอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีประจำการในเบลารุส เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งนี่ถือเป็นการขนอาวุธนิวเคลียร์ออกนอกพรมแดนเป็นครั้งแรกของรัสเซียนับตั้งแต่ปี 2534

อนึ่ง รัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่า รัสเซียมีอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีราว 2,000 ลูก รวมถึงระเบิดสำหรับบรรทุกบนเครื่องบิน, หัวรบสำหรับติดตั้งบนขีปนาวุธพิสัยใกล้ และอาวุธรูปแบบกระสุนปืนใหญ่

ที่มา : theguardian

อังกฤษจับชายต้องสงสัย ขับรถชนประตูรั้วหน้าถนนดาวนิงสตรีท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696978

อังกฤษจับชายต้องสงสัย ขับรถชนประตูรั้วหน้าถนนดาวนิงสตรีท

25 พ.ค. 2566 23:45 น.

อังกฤษจับชายต้องสงสัย ขับรถชนประตูรั้วหน้าถนนดาวนิงสตรีท

เกิดเหตุรถยนต์ชนประตูรั้วหน้าถนนดาวนิงสตรีท ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โดยตำรวจจับชายคนหนึ่งในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. วันที่ 25 พ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร เกิดเหตุรถยนต์สีขาวคันหนึ่ง แล่นเข้าชนประตูรั้วทางเข้าถนนดาวนิงสตรีท ในเมืองเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 10 หรือสำนักงานนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

ตามรายงานของ บีบีซี รถยนต์สีขาวขนาดเล็กคันนี้ วิ่งอย่างช้าๆ ข้ามถนนไวท์ฮอลล์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักเชื่อมกับถนนดาวนิง ก่อนจะชนประตูรั้วเหล็กที่กั้นไม่ให้สาธารณชนเข้าถึงสำนักงานรัฐบาล

หลังเกิดเหตุ สำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงลอนดอนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ติดอาวุธจับกุมตัวชายคนหนึ่งในที่เกิดเหตุในฐานะผู้ต้องสงสัยกระทำผิดฐาน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และขับรถอันตราย โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ และเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ บีบีซี ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก อยู่ที่บ้านบนถนนดาวนิงด้วยในเวลาเกิดเหตุ ขณะที่ถนนไวท์ฮอลล์ถูกปิดบางส่วนหลังเกิดเหตุ ไม่ให้สาธารณชนหรือรถยนต์ผ่าน ระหว่างที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบ

ที่มา : bbc

ช็อก ชายคลั่งไล่แทง-ยิงคน ตายสลด 3 ศพ ที่ญี่ปุ่น ตร.ยังจับคนร้ายไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696967

ช็อก ชายคลั่งไล่แทง-ยิงคน ตายสลด 3 ศพ ที่ญี่ปุ่น ตร.ยังจับคนร้ายไม่ได้

25 พ.ค. 2566 22:16 น.

ช็อก ชายคลั่งไล่แทง-ยิงคน ตายสลด 3 ศพ ที่ญี่ปุ่น ตร.ยังจับคนร้ายไม่ได้

สะเทือนขวัญ ชายคนร้ายใช้มีดเล่มใหญ่ไล่แทง-ยิงคนอย่างบ้าคลั่ง ตายสลด 3 ศพที่เมืองนางาโนะ ขณะนี้ตำรวจยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ เตือนประชาชนให้อยู่แต่ในอาคารที่พัก⁣

เมื่อ 25 พ.ค. 2566 สำนักข่าวในญี่ปุ่นรายงาน เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ชายชาวญี่ปุ่นคลั่งไล่แทงและยิงคน ในจังหวัดนางาโนะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ในจำนวนนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งราย

พยานในที่เกิดเหตุรายหนึ่งให้ข้อมูลกับสถานีโทรทัศน์ NHK ว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีชายซึ่งแต่งกายในชุดลายพราง และเธอได้ร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าผู้หญิงคนนี้ได้ล้มลง ทำให้ชายคนร้ายใช้มีดเล่มใหญ่แทงเธอเข้าที่ด้านหลัง จากนั้นเขายังได้ใช้มีดแทงเธอที่บริเวณหน้าอกอีก โดยจุดที่เกิดเหตุ ห่างจากพยานที่เห็นเหตุการณ์เพียงแค่ประมาณ 3 เมตรเท่านั้น⁣

ชายที่เห็นเหตุการณ์ได้ตะโกนถามชายคนร้ายว่าทำเช่นนี้ทำไม โดยชายคนร้ายได้ตอบกลับมาว่า เขาฆ่าผู้หญิงคนนี้เพราะอยากจะฆ่า

จากนั้น พยานได้รีบโทร. สายด่วนแจ้งตำรวจ ในขณะที่เพื่อนบ้านละแวกนั้นได้รีบเข้ามาช่วยกันพยายามทำ CPR ปั๊มหัวใจหญิงที่ถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเธอไว้ได้ แต่แล้วไม่มีใครคาดคิด ชายคนร้ายผู้นี้ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยอาวุธปืน และได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาถึงที่เกิดเหตุ จนทำให้ตำรวจเสียชีวิตสลดถึง 2 นาย เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.

ตามรายงานของสื่อญี่ปุ่นระบุว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถช่วยชายอีกคนหนึ่งซึ่งได้รับบาดเจ็บได้ เพราะเขาอยู่ใกล้กับบริเวณที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ 

⁣ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นคนร้าย สวมชุดลายพราง ใส่หมวก ใส่หน้ากาก และใส่แว่นกันแดดเพื่อปิดบังใบหน้า โดยหลังก่อเหตุได้เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในอาคารหลังหนึ่ง เจ้าหน้าที่เร่งประกาศให้ชาวบ้านใกล้เคียงให้อยู่แต่ในบ้าน โดยเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นนี้สร้างความสะเทือนขวัญให้แก่ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา : japantimes

กำชัย ทหารรับจ้าง วากเนอร์ ถอนกำลังจากบักห์มุต จ่อส่งมอบให้รัสเซียครอง (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696931

กำชัย ทหารรับจ้าง วากเนอร์ ถอนกำลังจากบักห์มุต จ่อส่งมอบให้รัสเซียครอง (คลิป)

25 พ.ค. 2566 21:32 น.

กำชัย ทหารรับจ้าง วากเนอร์ ถอนกำลังจากบักห์มุต จ่อส่งมอบให้รัสเซียครอง (คลิป)

กลุ่มทหารรับจ้าง วากเนอร์ เริ่มถอนกำลังออกจากเมืองบักห์มุต เตรียมส่งมอบให้กองทัพรัสเซียครอบครองเมืองต้นมิถุนายน นี้ หลังสู้รบกับทหารยูเครน เพื่อพยายามยึดเมืองบักห์มุตมานานหลายเดือน

เมื่อ 25 พ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มทหารรับจ้าง ‘วากเนอร์’ ของฝ่ายรัสเซียเริ่มถอนกำลังออกจากเมืองบักห์มุต ทางภาคตะวันออกของยูเครนแล้วในวันนี้ เพื่อเตรียมส่งมอบเมืองบักห์มุตให้กองทัพรัสเซียเข้าครอบครองในวันที่ 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ หลังจากนายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ได้ออกมาประกาศอ้างชัยชนะสามารถยึดครองเมืองบักห์มุตได้หมดแล้ว เมื่อ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา 

‘พวกเรากำลังถอนกำลังออกจากบักห์มุตในวันนี้’ นายเยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์แจ้งความเคลื่อนไหวผ่านทางวิดีโอที่เผยแพร่ทางแอปฯ เทเลแกรม จากเมืองบักห์มุต ซึ่งตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของฝ่ายรัสเซีย จนทำให้เมืองบักห์มุตพินาศย่อยยับหมดทั้งเมือง ประชาชนในบักห์มุตต่างอพยพหนีภัยสงครามออกจากเมือง จนทำให้แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เลย

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthairath%2Fvideos%2F252487500694828%2F&show_text=true&width=476&t=0

หลายเดือนที่ผ่านมา การสู้รบในเมืองบักห์มุตระหว่างกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นแกนนำบุกโจมตีเพื่อพยายามยึดเมืองบักห์มุต กับกองทหารยูเครน ทำให้การสู้รบที่เมืองบักห์มุต ถือเป็นสมรภูมิรบที่ยาวนานที่สุดและนองเลือดที่สุดของสงครามยูเครน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากทำสงครามในยูเครน เมื่อ 24 ก.พ. 2565

แม้แต่ นายปริโกซิน หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ ยังยอมรับว่าได้สูญเสียทหารรับจ้างไปถึงประมาณ 20,000 นายในการสู้รบ เพื่อพยายามยึดเมืองบักห์มุตมานานหลายเดือน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยูเครนยังคงปฏิเสธคำอ้างของกลุ่มวากเนอร์ ที่บอกว่ายึดเมืองบักห์มุตได้แล้วทั้งหมด โดยโต้แย้งว่าขณะนี้ทหารยูเครนยังครอบครองพื้นที่เล็กๆ บางแห่งของเมืองบักห์มุตได้อยู่

ฮือฮา จีนพบหลักฐานจากยานจู้หรง เคยมี ‘มหาสมุทรโบราณ’ บนดาวอังคาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696916

ฮือฮา จีนพบหลักฐานจากยานจู้หรง เคยมี ‘มหาสมุทรโบราณ’ บนดาวอังคาร

25 พ.ค. 2566 19:01 น.

ฮือฮา จีนพบหลักฐานจากยานจู้หรง เคยมี ‘มหาสมุทรโบราณ’ บนดาวอังคาร

นักวิจัยจีน พบหลักฐานโดยตรงครั้งแรก บ่งชี้ เคยมีมหาสมุทรโบราณบนดาวอังคาร จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากกล้องบันทึกภาพมัลติสเปกตรัมของยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารจู้หรง

สำนักข่าวซินหัวรายงาน  มหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน ในนครอู่ฮั่น เปิดเผยว่าคณะนักวิจัยชาวจีนได้ค้นพบหลักฐานโดยตรงที่พิสูจน์การมีอยู่ของมหาสมุทรโบราณบนที่ราบทางตอนเหนือของดาวอังคาร

การศึกษาก่อนหน้านี้พบหลักฐานของเหลวปริมาณมากบนดาวอังคารในยุคแรก ทว่าข้อกล่าวอ้างนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงเนื่องจากขาดการวิเคราะห์ ณ พื้นที่

บทความวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารเนชันแนล ไซแอนซ์ รีวิว (National Science Review) เผยว่าทีมวิจัยนำโดยเซียว หลง ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน ได้วิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากกล้องบันทึกภาพมัลติสเปกตรัมของยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารจู้หรง และพบหลักฐานทางธรณีวิทยาเกี่ยวกับหินของหินตะกอนทะเลบนพื้นผิวดาวอังคารเป็นครั้งแรก

ศาสตราจารย์เซียว กล่าวว่า เมื่อพิจารณาภาพจากกล้องบนยานสำรวจดังกล่าว เราพบว่าโครงสร้างชั้นหินที่ปรากฏออกมานั้นแตกต่างจากหินภูเขาไฟทั่วไปบนพื้นผิวดาวอังคารอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงโครงสร้างชั้นหินอันก่อตัวจากเนินทรายทับถมจากลมพัด (Aeolian sands)

ศาสตราจารย์เซียวยังกล่าวเสริมว่าข้อมูลคุณสมบัติการไหลเวียนสองทิศทางของชั้นหินข้างต้น สอดคล้องกับกระแสน้ำขึ้น-น้ำลงพลังงานต่ำในสภาพแวดล้อมมหาสมุทรชายฝั่งน้ำตื้นของโลก

ทั้งนี้ ผลการศึกษาฉบับดังกล่าวได้ส่งมอบข้อมูลสนับสนุนโดยตรงต่อการมีอยู่ของมหาสมุทรโบราณบนดาวอังคารในอดีต

ที่มา-ภาพ : Xinhua

ไฟไหม้หอพักกายอานา 19 ศพที่แท้ฝีมือ นร.หญิงแค้นโดนยึดมือถือ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696688

ไฟไหม้หอพักกายอานา 19 ศพที่แท้ฝีมือ นร.หญิงแค้นโดนยึดมือถือ (คลิป)

ไฟไหม้หอพักกายอานา 19 ศพที่แท้ฝีมือ นร.หญิงแค้นโดนยึดมือถือ (คลิป)

เหตุเพลิงไหม้หอพักโรงเรียนในประเทศกายอานา จนมีผู้เสียชีวิต 19 ศพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แท้เป็นเหตุวางเพลิงฝีมือนักเรียนหญิงซึ่งไม่พอใจที่โทรศัพท์มือถือของเธอถูกยึดไป

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 23 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา แหล่งข่าวในรัฐบาลประเทศกายอานา ในอเมริกาใต้ บอกกับพวกเขาว่า เหตุเพลิงไหม้หอพักโรงเรียนในภาคกลางของประเทศและทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 19 ศพ เมื่อช่วงสุปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเหตุวางเพลิงฝีมือนักเรียนหญิงซึ่งไม่พอใจที่โทรศัพท์มือถือของเธอถูกยึด

เหตุไฟไหม้เมื่อวันอาทิตย์เกิดขึ้นที่อาคารหอพักของโรงเรียนมัธยมในเมืองมาห์เดีย ซึ่งมีนักเรียนหญิงอายุ 11-12 ปี กับ 16-17 ปี พักอยู่รวมกัน 57 คน โดยเพลิงเผาอาคารจนวอดทั้งหลัง

รายงานของตำรวจยืนยันในเวลาต่อมาว่า นักเรียนหญิงคนหนึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้วางเพลิงก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะไม่พอใจที่โทรศัพท์มือถือของเธอถูกยึดไป

ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลระบุว่า นักเรียนหญิงวัยรุ่นรายนี้ยอมรับสารภาพระหว่างการสอบปากคำว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง และตอนนี้เธอกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลภายใต้การจับตาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตำรวจกำลังหารือกันว่าจะตั้งข้อหานักเรียนหญิงรายนี้หรือไม่

แหล่งข่าวคนเดิมอ้างอีกว่า โรงเรียนแห่งนี้ห้ามนักเรียนพกพาโทรศัพท์มือถือแม้แต่ในหอพัก โดยนักเรียนที่รอดชีวิตหลายคนบอกว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ยึดมือถือของเธอไป นักเรียนรายนี้ก็ข่มขู่ว่าเธอจะจุดไฟเผาหอพัก ทุกคนในที่นั้นต่างได้ยินที่เธอพูด ไม่กี่นาทีต่อมานักเรียนหญิงก็ไปห้องน้ำพ่นสเปรย์ฆ่าแมลงใส่ผ้าม่าน ก่อนจุดไฟด้วยไม้ขีด

ด้านหญิงผู้ดูแลหอพักเปิดเผยว่า หอพักแห่งนี้จะถูกล็อกหลังเวลา 21.00 น. ของทุกวัน และมีการติดเหล็กดัดบริเวณหน้าต่างเพื่อไม่ให้นักเรียนหญิงแอบออกไป แต่ในวันเกิดเหตุเธอตื่นตระหนกมากทำให้เธอหากุญแจสำหรับไขประตูหน้าไม่เจอ ทำให้นักเรียนหนีออกมาไม่ได้

นักเรียนหญิงหลายคนเล่าให้ตำรวจฟังว่า พวกเธอกำลังหลับอยู่ ก่อนจะตื่นขึ้นมาเพราะเสียงกรีดร้อง นักเรียนคนอื่นๆ พยายามดับไฟ แต่ไฟลามอย่างรวดเร็วไปตามฝ้าเพดานไม้ จนในที่สุดก็ลามทั่วอาคาร แต่จากนั้นผู้ชายกลุ่มหนึ่งสามารถพังประตูหน้าเข้ามาได้สำเร็จ ทำให้นักเรียนบางส่วน รวมถึงผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ หนีออกมาได้

อย่างไรก็ตาม ลูกชายของผู้ดูแลหอพักดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วย โดยเสียชีวิตภายในอาคารพร้อมกับนักเรียนหญิง 13 คน ก่อนจะมีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 5 ศพ ในขณะที่เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 20 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ตอนนี้เหลือผู้ที่ต้องรับการรักษาต่อ 7 ราย ในจำนวนนี้อาการวิกฤติ 2 ราย

ข่าวระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุหลังจากไฟไหม้ไปแล้วนานถึง 25 นาที

จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ของกายอานาชันสูตรศพผู้เสียชีวิตเสร็จสิ้นไปแล้ว 6 ราย พบว่าทั้งหมดเป็นผู้เยาว์ เสียชีวิตจากการสูดเอาควันไฟเข้าไปและถูกไฟไหม้ ส่วนอีก 13 ศพที่ถูกไฟไหม้จนไม่อาจจำแนกได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องส่งร่างไปยังเมืองหลวงกรุงจอร์จทาวน์ เพื่อตรวจดีเอ็นเอยืนยันตัวตน โดยมีทีมนิติเวชศาสตร์จากประเทศบาร์บาโดอาสามาช่วยด้วย.

ที่มา : afp

อ.ส.ค.จับมือกฟภ.ติดตั้ง ระบบผลิตลดต้นทุนค่าไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733185

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งโครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานโดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนผิวน้ำ (Solar Floating) ขนาดไม่น้อยกว่า 737 กิโลวัตต์ ที่สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคใต้ (ปราณบุรี) จ.ประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นแห่งแรกของภาคใต้และยังได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้กับสำนักงาน อ.ส.ค.ในภูมิภาคอีก 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคกลาง จ.สระบุรี, สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และสำนักงาน อ.ส.ค.ภาคเหนือตอนล่าง จ.สุโขทัย โดยทั้ง 4 แห่งมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 4,851.99 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) โดยข้อตกลงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะดูแลและบำรุงรักษาระบบตลอดระยะเวลา 20 ปี

นายสมพรกล่าวต่อว่า ความร่วมมือดังกล่าวของ อ.ส.ค.และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถือเป็นมิติสำคัญในการผลักดัน อ.ส.ค.ก้าวสู่องค์กรชั้นนำในการให้ความสำคัญในการสนับสนุนนโยบายด้านประหยัดพลังงานและสนับสนุนแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของรัฐบาล โครงการดังกล่าวช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมรวมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุมภาครัฐตามแผนอนุรักษ์พลังงาน ปี 2558-2579 ด้วย ซึ่งถือเป็นภาพลักษณ์และแบบอย่างที่ดีต่อหน่วยงานราชการ เอกชนในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาหน่วยงานของ อ.ส.ค.มีค่าการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 808 kw และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

รองปลัดฯประชุม ที่ปรึกษาเกษตรฯ สร้างความเข้มแข็ง ให้สินค้าเกษตรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733186

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ และระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรต่างประเทศ ร่วมกับ อัครราชทูตที่ปรึกษา และกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ทั้ง 11 แห่ง ของกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงรายงานผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2566 และแผนปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2566 รอบ 5 เดือน (พฤษภาคม-กันยายน 2566) รวมทั้งรายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรและประเด็นคงค้างของสินค้าเกษตรที่สำคัญ และโอกาสของสินค้าเกษตรและสินค้าชนิดใหม่ที่จะเปิดตลาดในต่างประเทศทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่ในเขตอาณาความรับผิดชอบ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ของ สปษ.ทั้ง 11 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนให้สอดคล้องตามนโยบายและยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ด้านการเกษตรต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายต่อไป