เกษตรฯชูสหกรณ์นาเกลือ ทำสัตยาบันประกันราคาขั้นต่ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733189

เกษตรฯชูสหกรณ์นาเกลือ ทำสัตยาบันประกันราคาขั้นต่ำ

เกษตรฯชูสหกรณ์นาเกลือ ทำสัตยาบันประกันราคาขั้นต่ำ

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทำสัตยาบัน : นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ร่วมจัดให้มีการลงนามทำสัตยาบันรักษาเสถียรภาพราคาเกลือทะเล โดยมีผู้แทนองค์กรเกษตรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยเป็นราคาขั้นต่ำที่สหกรณ์นาเกลือเสนอต่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กล่าวภายหลังเปิดงานการบูรณาการความร่วมมือและการบริหารจัดการเกลือทะเลครบวงจร และลงนามทำสัตยาบันประกันราคาเกลือทะเลขั้นต่ำเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเกลือทะเล พร้อมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ทางรอดเกลือทะเลไทย” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ว่าปัจจุบันเกษตรกรทำนาเกลือทะเลมีจำนวนลดลง เนื่องจากต้องอาศัยปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งควบคุมไม่ได้ อีกทั้งการทำนาเกลือทะเล ทำได้เพียง 1 ฤดูการผลิตเท่านั้น ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดพร้อมกันช่วงฤดูแล้ง ทำให้ราคาตกต่ำ แต่หากฤดูการผลิตใดสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติ ผลผลิตก็จะออกสู่ตลาดน้อย ทำให้ราคาสูงขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการเกลือทะเลไทย ภายใต้มาตรการการจัดการและป้องกันแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปีการผลิต 2565/66 รักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าเกลือทะเลให้มีความเหมาะสม และขยายช่องทางการตลาดของเกลือทะเลคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยจึงมีการกำหนดราคาขั้นต่ำของเกลือทะเลไทย 3 ชนิด คือ เกลือขาว ตันละ 1,800 บาท เกลือกลาง ตันละ 1,500 บาท และ
เกลือดำ ตันละ 1,300 บาท รวมทั้งจัดให้มีการลงนามทำสัตยาบันเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเกลือทะเล โดยมีผู้แทนองค์กรเกษตรกรที่เกี่ยวข้องร่วมทำสัตยาบันในครั้งนี้ ซึ่งเป็นราคาขั้นต่ำที่สหกรณ์นาเกลือเสนอต่อและคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เห็นชอบ

สำหรับสหกรณ์นาเกลือทุกแห่งจะต้องรักษาระดับราคาเกลือด้วยการไม่ขายต่ำกว่าราคาเกลือขั้นต่ำตามที่ลงนามข้อตกลงสัตยาบัน และขอให้ผู้ประกอบกิจการค้าเกลือและอุตสาหกรรมที่ใช้เกลือร่วมมือในการซื้อเกลือไม่ต่ำกว่าราคาประกันขั้นต่ำด้วย โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่มีผลผลิตเกลือออกมามาก รวมทั้งการสร้างยุ้งฉางเกลือมาตรฐานให้มากขึ้นสำหรับการเก็บเกลือเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาเกลือ ทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำจะต้องช่วยสนับสนุนกันและกันเป็นหุ้นส่วนกัน

นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเกลือทะเลไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนา การผลิต กลางน้ำ ได้แก่ การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปลายน้ำ ได้แก่ การสร้างแบรนด์ การตลาด การผสมผสานระหว่างสินค้าและบริการ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการพัฒนาระบบนิเวศแบบสมดุลเพื่อความยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ

ชลประทานงัดแผนรับมือ‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733188

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนและเกษตรกร จึงได้สั่งการให้กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด สำหรับการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมการจัดสรรน้ำถือว่าเป็นไปตามแผนที่กรมชลประทานกำหนดไว้ ส่งผลให้กิจกรรมการใช้น้ำ 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ อุปโภค-บริโภครักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี และยืนยันว่ากรมชลประทานจะมีน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วง 3 เดือน คือพฤษภาคม-กรกฎาคมนี้

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 43,870 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือ 57% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 ปีนี้มีน้ำมากกว่าประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 13,185 ล้านลบ.ม.หรือ 53% ของความจุอ่างฯ รวมกันซึ่งมากกว่าปีที่แล้วอยู่ประมาณ 3,000 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปรากฎการณ์เอลนีโญ ช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายนนี้ จะส่งผลให้ทั้งประเทศไทยเกิดฝนตกน้อยกว่าปกติ จึงเตรียมแผนรับมือตั้งแต่ช่วงฤดูฝนปี 2566 เพื่อลดผลกระทบต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต โดยกำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวัง ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่และที่สำคัญให้เก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด

‘อธิบดีณัฏฐกิตติ์’ย้ำงานวันข้าวและชาวนาฯ’66 จัดใหญ่ นำผลงานวิชาการทั่วประเทศเสิร์ฟพี่น้องชาวนาถึงที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733125

'อธิบดีณัฏฐกิตติ์'ย้ำงานวันข้าวและชาวนาฯ'66 จัดใหญ่ นำผลงานวิชาการทั่วประเทศเสิร์ฟพี่น้องชาวนาถึงที่

‘อธิบดีณัฏฐกิตติ์’ย้ำงานวันข้าวและชาวนาฯ’66 จัดใหญ่ นำผลงานวิชาการทั่วประเทศเสิร์ฟพี่น้องชาวนาถึงที่

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.50 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมการข้าวมีการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการจัดงานในส่วนกลางนั้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2566 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ภายใต้ชื่องาน “91 พรรษา สายธารแห่งน้ำพระทัย สร้างชาวนาวิถีใหม่ สู่ข้าวไทยยั่งยืน” ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ , นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนาและสถาบันชาวนา , นิทรรศการวิชาการต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน , การจัดเวทีเสวนาข้าวและชาวนาในหัวข้อเวทีเสวนา เรื่อง การลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม , การจำหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ โดยเป็นสินค้าประเภทข้าวสารและสินค้าแปรรูป , การแสดงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านข้าวและชาวนาและการแสดงวัฒนธรรม 4 ภาค กิจกรรมสาธิตและแข่งขันส่งเสริมงานวิชาการในข้าวไทย ตลอดจนกิจกรรมการประกวดวาดภาพสีโปสเตอร์ ภายใต้หัวข้อข้าวและชาวนาไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น , การประกวดงานศิลปะเรียงเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้หัวข้อ กสิกรรมนำไทยยั่งยืน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อีกทั้งภายในงานยังเปิดโอกาสให้บุคคลที่สนใจลงทะเบียนรับเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน จากพระราชพิธีพืชมงคลฯ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตร

นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2566 กรมการข้าวจะมีการจัดพิธีบวงสรวงบูชาแม่โพสพ เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการสร้างสิริมงคล รำลึกถึงความสำคัญของข้าว โดยจะมีการถ่ายทอดสัญญาณสดให้ทุกท่านได้รับชม ผ่าน Facebook Fanpage Rice News Channel

นอกจากนี้ กรมการข้าวยังจัดงานในส่วนภูมิภาคอีก 2 แห่ง ซึ่งจัดใหญ่ไม่แพ้กัน คือ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดนครราชสีมา โดยการจัดงานที่จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นที่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ในวันที่ 16 – 17 มิถุนายน 2566 ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา , นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนา , ขบวนแห่และบูชาพระแม่โพสพ , การสาธิตต่าง ๆ เช่น การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร , การจัดแปลงสาธิตการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์ , กิจกรรมประกวดธิดาชาวนา, กิจกรรมแข่งขันฝัดข้าวลีลาและหุงข้าวหม้อดิน , กิจกรรมแข่งขันตอนคำถามองค์ความรู้ด้านข้าว ตลอดจนเปิดให้ช้อป ชม ชิม ผลิตภัณฑ์จากข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับการจัดงานในจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นที่ Korat Hall ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2566 ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ 91 พรรษา , ขบวนแห่อัญเชิญพระแม่โพสพ , การแสดงเปิดงานชุด ยอน้อมวันทา บูชาพระแม่โพสพ , การสาธิตจัดแสดงนวัตกรรมข้าวในรูปแบบต่างๆ , นิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าว , กิจกรรมการประกวดหนุ่มข้าวเหนียว สาวข้าวหอม ปี 2566 , กิจกรรมการแข่งขันกินข้าว ตลอดจนเปิดให้ช้อป ชม ชิม ผลิตภัณฑ์ข้าวจากกลุ่มชาวนาทุกภาค มากกว่า 50 บูธ

ที่สำคัญ การจัดงานทั้ง 3 แห่งนั้น จะเปิดโอกาสให้ชาวนา ผู้ที่สนใจ ได้รับความรู้ในเรื่องคาร์บอนเครดิต ซึ่งสามารถขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง โดยกรมการข้าวจะเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เพื่อขายคาร์บอนเครดิต ตลอดจนขนขบวนนิทรรศการและการสาธิตด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การแสดงวิถีชีวิตชาวนา รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับข้าวและชาวนา และที่สำคัญจะมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศ กิจกรรมภายในงานให้ทุกท่านได้รับชม ผ่าน Facebook Fanpage Rice news Channel อีกด้วย

– 006

‘เกษตรฯ’จับมือ’อตก.’จัดงาน’Fisherman Shop Festival’ 25-27 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/733091

'เกษตรฯ'จับมือ'อตก.'จัดงาน'Fisherman Shop Festival' 25-27 พ.ค.นี้

‘เกษตรฯ’จับมือ’อตก.’จัดงาน’Fisherman Shop Festival’ 25-27 พ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.00 น.

“เกษตรฯ”จับมือ”อตก.”จัดงาน”Fisherman Shop Festival” เชิญช้อป ชิม ชม สินค้า”ประมงธงเขียว”ตั้งแต่ 25 – 27 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงาน “Fisherman Shop Festival” โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน ณ โซนสันทนาการ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ว่า กรมประมงได้จัดตั้งร้านค้า Fisherman Shop เพื่อสนองนโยบายการตลาดนำการผลิต มุ่งหวังช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงและเกษตรกรในการกระจายสินค้าประมงคุณภาพสู่ผู้บริโภค ซึ่งปัจจุบันขยายสาขาไปแล้วกว่า 121 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายใต้การรับรองตราสัญลักษณ์ “ประมงธงเขียว” ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวประมงทั่วประเทศมากถึง 84 ล้านบาท รวมถึงการกระจายรายได้สู่องค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็ง และยั่งยืนให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม”

ด้าน นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ กรมประมงมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรชาวประมงอย่างต่อเนื่องเพื่อประชาสัมพันธ์ร้านค้า Fisherman Shop ให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงคุณภาพผ่านตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว ที่การันตีความสด สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากให้เข้มแข็ง มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพระยะยาว

โดยภายในงานได้มีการคัดสรรร้านค้าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศมาร่วมออกบูธมากกว่า 30 ร้านค้า โดยนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงซึ่งเป็นของดีของเด็ดประจำจังหวัดมาให้คนกรุงได้ร่วมอุดหนุนมากมายกว่า 500 รายการ อาทิ ปลากุเลาเค็มตากใบจังหวัดนราธิวาส ผลิตภัณฑ์ปลากะพงสามน้ำจังหวัดสงขลา ปลาช่อนแดดเดียวจังหวัดสิงห์บุรี กุ้งขาวสดแช่แข็งจังหวัดนครปฐม ปลาเนื้ออ่อนย่างรมควันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลาสลิดอบกรอบจังหวัดสมุทรปราการ ปลานวลจันทร์ทะเลต้มเค็มหวานจังหวัดระยอง กะปิแท้จังหวัดสมุทรสาคร น้ำปลาร้าปรุงรสจังหวัดพิจิตร และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ข้าวเกรียบปลา น้ำพริก หมึกอบกรอบ จ๊อปลานิล ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแช่แข็ง

สำหรับไฮไลท์ภายในงาน อาทิ การแข่งขันปรุงเมนูอาหารจากผลิตภัณฑ์ร้าน Fisherman Shop เมนูแกงส้มปลากะพงสามน้ำยอดมะพร้าว ระหว่าง อธิบดีกรมประมง กับ “เชฟจากัวร์” ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ ฉายาข้าวแกงร้อยล้าน พร้อมทั้งร่วมชิมและโหวตรสชาติที่ถูกใจ กิจกรรมบนเวทีเปิดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรแต่ละบูธร่วมสาธิตการแปรรูปเมนูจากวัตถุดิบของดีประจำจังหวัดของตนเอง เพื่อเป็นการยกระดับเพิ่มมูลค้าให้กับสินค้าประมง และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทอง!!! ลดราคาสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงภายในงานกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน นอกจากนี้ กรมประมงยังร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อให้ข้าราชการและเกษตรกรใช้บริการจัดส่งสินค้าของร้าน Fisherman Shop ภายในงาน ในราคาสุดพิเศษอีกด้วย

“กรมประมงขอเชิญพี่น้องประชาชน เกษตรกร และผู้สนใจทุกท่านร่วมอุดหนุน ช้อป! สินค้าประมงคุณภาพ ชิม! ผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูปต่างๆ และชม! กิจกรรมมากมายบนเวที ระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤษภาคม 2566 ณ โซนสันทนาการ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ตั้งแต่เวลา 08.30 – 18.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ กองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กรมประมง โทร. 0-2579-4528 หรือ https://www.facebook.com/BangKhen2565” อธิบดีกรมประมง กล่าว

– 006

‘นฤมิตไพรด์’เนรมิตถนนสีรุ้งหนึ่งเดียวในไทยกับงาน‘บางกอกไพรด์ 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733167

‘นฤมิตไพรด์’เนรมิตถนนสีรุ้งหนึ่งเดียวในไทยกับงาน‘บางกอกไพรด์ 2023’

‘นฤมิตไพรด์’เนรมิตถนนสีรุ้งหนึ่งเดียวในไทยกับงาน‘บางกอกไพรด์ 2023’

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วาดดาว-ชุมาพร แต่งเกลี้ยง

บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด จับมือ กรุงเทพมหานคร พร้อมภาคประชาสังคมและภาคเอกชน จัดงาน “บางกอกไพรด์ 2023 (Bangkok Pride 2023) เพื่อสร้างการยอมรับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยและพื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมสำหรับชุมชน LGBTQIAN+ ภายใต้แนวคิด “Beyond Gender ประเด็นความไม่เท่าเทียมทางเพศใดที่คุณอยากก้าวข้าม” งานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้และเป็นกระบอกเสียงให้

ผู้มีความหลากหลายทางเพศได้รับความเท่าเทียมในสังคมไทยในทุกมิติ

วาดดาว – ชุมาพร แต่งเกลี้ยง ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด กล่าวถึงการจัดงาน บางกอกไพรด์ 2023 ในครั้งนี้ว่า เราพร้อมเป็นพื้นที่ให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIAN+ ได้แสดงออกและเรียกร้องสิทธิในด้านต่างๆ ที่ควรได้รับ และโชว์ศักยภาพ ความสามารถ ความเข้มแข็งให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาสังคมไทยและสังคมโลก งานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ในการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้หมุนเวียนในประเทศ ปีนี้เราตั้งเป้าหมายในการเข้าร่วมเป็นเครือข่าย Rainbow Cities Network เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกเพศ และคว้าโอกาสสำคัญในการพากรุงเทพฯเป็นเจ้าภาพการจัดงาน World Pride ในปี 2028

ทูตนฤมิตไพรด์ 2023

กิจกรรมภายในงาน บางกอกไพรด์ 2023 ที่นำยานแม่ลงจอดเพื่อเหล่าชาวสีรุ้งจะได้ตื่นตา ตื่นใจ คือกิจกรรมบนเวทีฉลองความหลากหลายทางเพศหรือ Pride Stage บริเวณหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. การเดินขบวนพาเหรดสุดสร้างสรรค์ 6 ขบวน สุดสร้างสรรค์จากแนวคิด “สุขภาวะของผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+ well-being)”เพราะการมีสุขภาวะที่ดีสำคัญต่อคุณภาพชีวิต พร้อมนำแนวเพลงต่างๆ มาสร้างสรรค์กับขบวนพาเหรดด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 มาพร้อมประเด็น Gender X พร้อมเพลงแนว POP, ขบวนที่ 2 จัดจ้าน ด้วยประเด็น My Body My Choice และเพลงแนว HIPHOP, ขบวนที่ 3 เพิ่มสีสันด้วยแนวเพลงหมอลำ บอกเล่าเรื่อง Chosen Family และสมรสเท่าเทียม, ขบวนที่ 4 บอกเล่าถึง Peace & Earth โดยนำเพลง JAZZ BLUE สร้างสรรค์ร่วมกับขบวนพาเหรด, ขบวนที่ 5 สะท้อนไปยังการเข้าถึงสิทธิทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม (Equal Rights to Health) นำเสนอผ่านแนวเพลง K-POP T-POP และ J-POP และขบวนที่ 6 มาพร้อมแนวเพลง ROCK ที่จะบอกเล่าถึง I’m Home โดยมีแนวคิดหลักของขบวนเพื่อการยืนยันถึงสิทธิในการที่มีความปลอดภัยในชีวิตของ LGBTQIAN+

นอกจากพาเหรดไพรด์แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ นฤมิตไพรด์ จัดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 คือ การจัดแสดงผลงานศิลปะ Road To Bangkok World Pride 2028 ขนาด บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเดินทางสู่การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง World Pride

“การจัดงานบางกอกไพรด์มีเป้าหมายในการผลักดันให้ไทยจัดงานระดับโลก World Pride เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของ LGBTQIAN+ จากทั่วโลก เพราะเชื่อมั่นว่าชุมชนผู้มีความหลากหลายในประเทศไทยมีศักยภาพในการจัดงานระดับโลก World Pride ในปี 2028 ได้ โดยเป้าหมายในการจัดงานไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลอง แต่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศให้สามารถฉลองความไพรด์ได้ตลอดทั้งปี และหากถ้า Bangkok Pride ทำได้สำเร็จจะถือว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียและเป็นการเปิดประตูความหลากหลายทางเพศให้กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้”วาดดาว-ชุมาพร กล่าวทิ้งท้าย

สัมผัสความสุนทรีย์จากวาทยกรระดับโลก ‘สุบิน เมห์ธา’ตำนานแห่งดนตรีคลาสสิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733093

สัมผัสความสุนทรีย์จากวาทยกรระดับโลก  ‘สุบิน เมห์ธา’ตำนานแห่งดนตรีคลาสสิก

สัมผัสความสุนทรีย์จากวาทยกรระดับโลก ‘สุบิน เมห์ธา’ตำนานแห่งดนตรีคลาสสิก

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่ผ่านมาต้องยกนิ้วให้กับคณะทำงาน “งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ” ที่สามารถเฟ้นหาและคัดสรรโชว์ระดับโลกมาเปิดการแสดงที่ประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 25 จนได้รับการยกย่องให้เป็น The BEST annual Cultural and Performing arts showcase in Asia โดย CNN Travel โดยเฉพาะปี 2023 นี้ กับการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ที่คนรักดนตรีคลาสสิกห้ามพลาด เพราะวาทยกรระดับตำนาน ผู้คร่ำหวอดในโลกแห่งดนตรีคลาสสิกกว่า 5 ทศวรรษอย่าง “สุบิน เมห์ธา” (Zubin Metha) จะมาทิ้งทวนวงการดนตรีคลาสสิกกับวงออร์เคสตราคู่ใจจากอิตาลี ซิมโฟนี ออร์เคสตรา ออฟ มาจจิโอ มูซิกาเล ฟิโอเรนติโน (Symphony Orchestra of Maggio Musicale Fiorentino) ด้วยการมอบบทเพลงอันยิ่งใหญ่จากไชคอฟสกี ซิมโฟนี หมายเลข 4 และ 6 ฝากไว้ให้ตราตรึงใจทุกคนในวันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สนับสนุนโดยสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี

สุบิน เมห์ธา เคยครองตำแหน่งผู้อำนวยการดนตรีของวงออร์เคสตราระดับท็อปของโลกมามากมาย ทั้งมอนทรี ออล ซิมโฟนี ลอสแอนเจลิส ฟิลฮาร์โมนิกอิสราเอลฟิลฮาร์โมนิก และ นิวยอร์กฟิลฮาร์โมนิก ส่วนกับวงออร์เคสตราระดับโลกจากนครฟลอเรนซ์นี้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าวาทยกรให้อยู่หลายทศวรรษ ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ตลอดชีพพร้อมกับได้รับเกียรติจากคณะฯ ในการอุทิศชื่อหอแสดงดนตรีใหม่แก่เขา ไม่เพียงแต่มีผลงานด้านการเป็นวาทยกรในวงการดนตรีคลาสสิกเท่านั้น เขายังมีผลงานที่อยู่ในการจดจำที่สุด นั่นคือ การนำวงอิสราเอล ฟิลฮาร์โมนิก ออร์เคสตราไปจัดแสดงที่บอมเบย์ และที่เดลีประเทศอินเดีย บ้านเกิดของเขาได้สำเร็จในปี 1984 นับเป็นคุณูปการแก่วงการดนตรีคลาสสิกของ 2 ประเทศนี้ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการทูต เพราะเป็นครั้งแรกที่อินเดียและอิสราเอลได้กลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอีกครั้ง หลังถูกปิดกั้นด้วยอุปสรรคการเมืองมากว่า 3 ทศวรรษ นอกจากนั้น ยังได้นำวงเดียวกันนี้มาเปิดการแสดงหน้าพระบรมมหาราชวังที่ประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของงานมหกรรมอีกด้วย จากความสำเร็จทางด้านดนตรีที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ ชื่อของเขาได้รับการประทับลงบน Hollywood Walk of Fame เขาได้รับรางวัล “PraemiumImperiale” จากราชวงศ์ญี่ปุ่น, รางวัล Cross of Merit จากเยอรมนี และรางวัล Tagore Award ด้านวัฒนธรรมจากรัฐบาลอินเดีย อัจฉริยภาพด้านดนตรีของเขาสืบทอดมาจากบิดา ซึ่งเป็นนักไวโอลินผู้ก่อตั้งวง Bombay Symphony Orchestra

และน่ายินดีอย่างยิ่งที่ สุบิน เมห์ธา ศิลปินระดับโลกจะมาแสดงเปิดการฉลองครบ 25 ปีมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 25(Bangkok’s 25th International Festival of Dance & Music) ร่วมกับวงออร์เคสตราคู่ใจ Symphony Orchestra of Maggio Musicale Fiorentino เพื่อจัดแสดงสองบทเพลง อันยิ่งใหญ่ของไชคอฟสกี ซิมโฟนี หมายเลข 4 และ 6 ในวันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 19.00 น.(จัดแสดงเพียง 1 รอบ) ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจจองบัตรได้ในราคา 10,000 บาท/7,000 บาท/5,000 บาท/4,000 บาท และ 2,000 บาท สำรองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่www.thaiticketmajor.com/bangkokfestivals หรือจุดจำหน่าย ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทั้ง 14 สาขาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.bangkokfestivals.com

เอ็นไอเอ เปิด 100 รายชื่อผู้สร้างแรงบันดาลใจ ร่วมขับเคลื่อนสังคมสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733162

เอ็นไอเอ เปิด 100 รายชื่อผู้สร้างแรงบันดาลใจ ร่วมขับเคลื่อนสังคมสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน

เอ็นไอเอ เปิด 100 รายชื่อผู้สร้างแรงบันดาลใจ ร่วมขับเคลื่อนสังคมสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศ 100 รายชื่อ ผู้สร้างแรงบันดาลใจสู่การเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน จากหนังสือ“ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม 3”ภายใต้แนวคิด SUSTAINABLE INNOVATION การสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยหลักคิด 3P ได้แก่ PLANET (สังคมและสิ่งแวดล้อม) PEOPLE (คุณภาพชีวิต) และ PROFIT (เศรษฐกิจ) ผ่านกระบวนทัศน์ความคิด ผลงาน และความสำเร็จของบุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขาอาชีพในประเทศ ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดนิทรรศการออนไลน์ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ “ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม 3” ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.nia100faces.com

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า NIA มองประชาชนและสังคมเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด จึงมุ่งส่งเสริมนวัตกรรมที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ พร้อมผลักดันให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของนวัตกรรม สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงสามารถสร้างและใช้นวัตกรรมได้ หนังสือ “ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม 3” ปีนี้จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด SUSTAINABLE INNOVATION การพัฒนาที่ยั่งยืนครอบคลุมในทุกมิติอย่างสมดุล โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 6 สาขา ได้แก่ กลุ่ม PLANET นวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย สาขาสิ่งแวดล้อม (Environment) และสาขาเครือข่ายเมือง (City Networks) กลุ่ม PEOPLE นวัตกรรมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย สาขาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Well-Being) สาขาสิทธิเสรีภาพ ความเป็นส่วนตัว และความเท่าเทียม (Privacy, Rights & Equality) และกลุ่ม PROFIT นวัตกรรมที่สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและครอบคลุม ประกอบด้วย สาขาความมั่นคง (Security) และ
สาขาการเข้าถึงโอกาสที่ครอบคลุม (Inclusiveness) เพื่อเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ใครๆ ก็ทำได้ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร อยู่ในภาคธุรกิจหรือภาคประชาสังคม ภาครัฐหรือภาคการศึกษา ขอเพียงทำอย่างจริงจังและแตกต่างด้วยกระบวนทัศน์ใหม่”

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า หนังสือ “ร้อยคนหัวใจนวัตกรรม 3” ได้ร้อยเรียงเรื่องราวของคนไทยจำนวน 100 คนที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกร้อยล้านคน ทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างชาติให้ลุกขึ้นมาร่วมกันคิดร่วมกันทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นด้วยนวัตกรรม โดยภายในงานมีการเปิดตัวหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) นิทรรศการ “ร้อยคนไทยหัวใจนวัตกรรม 3 และกิจกรรมเสวนาจาก 3 ตัวแทนผู้สร้างแรงบันดาลใจที่จะร่วมสะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม พร้อมกันนี้ยังได้จัดนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์เสมือนจริง (Virtual Exhibition) ที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การเข้าชมนิทรรศการเสมือนมาอยู่ที่งานจริง

ในวงเสวนามีตัวแทนผู้สร้างแรงบันดาลใจ ร่วมสะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม พันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ริเริ่ม
โครงการข้าวเพื่อหมอ จากกลุ่ม PLANET กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วงแรกได้ระดมทุนผ่านระบบคลาวด์ (Crowdfunding) เพื่อจัดหาข้าวกล่องจากร้านอาหารต่างๆ ส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอย่างหนัก ในชื่อโครงการ “ข้าวเพื่อหมอ หรือ Food for Fighters”ซึ่งได้รับการรับรองจากทาง UNDP ต่อมาโครงการเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีร้านอาหารที่อยู่ในระบบมากกว่า 20 จังหวัด จึงเกิดการวางระบบจับคู่โรงพยาบาลกับร้านอาหารในพื้นที่ขึ้นอีกส่วนหนึ่ง นับเป็นการทำงานเครือข่ายแบบครบวงจรอย่างแท้จริง และช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน โดยโปรเจกท์ข้าวเพื่อหมอไม่ได้มองปัจจัยด้านการเงินเป็นหลัก แต่เป็นการประยุกต์เครือข่ายที่มีมาสร้างคุณค่าและเพิ่มศักยภาพในการขยายผลจนกลายเป็นนวัตกรรมจากการร่วมมือกันที่สร้างความยั่งยืนสู่สังคม

ด้าน ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูรเจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน จากกลุ่ม PEOPLE กล่าวว่า เทคโนโลยีทำให้คนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ผู้มีความรู้ในด้านต่างๆ มักจะเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ซึ่งกันและกันนับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสทางสังคม จึงได้ริเริ่มเปิดเพจ “เลี้ยงลูกนอกบ้าน” เพื่อถ่ายทอดความรู้จากวิชาชีพ รวมถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา เล่าเรื่องราวการเลี้ยงดูเด็กในแต่ละช่วงวัย ประเด็นปัญหาทางสังคมที่เกี่ยวกับเด็ก ให้คุณพ่อและคุณแม่เข้าใจ เปลี่ยนแปลงทัศนคติการเลี้ยงลูกแบบเดิมสู่การเลี้ยงลูกในค่านิยมที่เรียกว่า “เลี้ยงลูกเชิงบวก” เป็นการสร้างเด็กให้มีการเติบโตอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะเป็นรากฐานที่นำไปสู่สังคมแห่งพลังบวกได้อย่างยั่งยืน เพราะการเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ต้องใช้คนทั้งสังคม

ขณะที่ ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน จากกลุ่ม PROFIT กล่าวว่า จากความคิดริเริ่มที่ต้องการให้การตลาดที่ดูเป็นเรื่องเข้าใจยากกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าใจง่าย จึงเกิดเป็น “เพจการตลาดวันละตอน” ที่มีคอนเซ็ปต์เล่าเรื่องการตลาดในภาษาที่แม่ค้าในตลาดอ่านแล้วเข้าใจและนำไปใช้ได้จริง ทำให้การตลาดเป็นเรื่องที่บุคคลทั่วไปรู้ได้ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป ด้วยการหยิบยกศัพท์เทคนิคด้านการตลาดมาย่อยให้ง่ายขึ้น จนมีผู้ติดตามเพจนับแสนคน และเติบโตมาเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดที่ยังคงไม่หยุดพัฒนา เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ความรู้ไม่สิ้นสุด” และการตลาดวันละตอนก็ยังคงพัฒนาอย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน

‘นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์’ ซีอีโอ ‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ เตรียมยกระดับสู่โรงพยาบาลนวัตกรรมความงามครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733164

‘นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์’ ซีอีโอ ‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’  เตรียมยกระดับสู่โรงพยาบาลนวัตกรรมความงามครบวงจร

‘นพ.สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์’ ซีอีโอ ‘รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์’ เตรียมยกระดับสู่โรงพยาบาลนวัตกรรมความงามครบวงจร

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายแพทย์ สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์

มีงานวิจัย ระบุว่า ผู้ที่มีบุคลิกหน้าตาดี มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งในด้านการทำงานและเรื่องความรักในอัตราที่สูง ดังนั้น เรื่องของความสวยความงาม จึงกลายเป็นค่านิยมของสังคมและวัฒนธรรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่พร้อมจะเปิดเผยต่อสังคม ทำให้อุตสาหกรรมศัลยกรรมความงามทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เติบโตรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ ขณะที่ สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ ยกย่องไทย เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านศัลยกรรม ติดอันดับที่ 14 ของโลก

นายแพทย์สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ กล่าวถึงเทรนด์ศัลยกรรมในเมืองไทยว่า เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมาก ทั้งตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและตลาดศัลยกรรมความงาม เห็นได้จากการจัดอันดับของ Medical Tourism Association ในปี 2564 ที่จัดอันดับให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยติดอันดับ 5 ของโลก และในปี 2563 สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ ได้ยกย่องให้ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านศัลยกรรมติดอันดับที่ 14 ของโลก มีจำนวนผู้เข้ารับบริการเป็นชาวต่างชาติมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลพวงมาจากชื่อเสียงด้านศัลยกรรมความงามของแพทย์ไทยที่มีฝีมือดี ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าประเทศอื่นที่เป็นคู่แข่ง อีกทั้ง ยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Medical Hub ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพในระดับโลก

“จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นทวีคูณหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน พม่า มาเลเซีย อินเดียรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและตะวันออกกลาง นี่จึงเป็นตัวสะท้อนสัญญาณให้เห็นว่าตลาดการท่องเที่ยวไทยเริ่มเดินหน้าฟื้นตัวเต็มรูปแบบแล้ว และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) เป็นหนึ่งความนิยมและเป็นหมุดหมายในหมู่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย

ประกอบกับในปัจจุบันพบว่า โครงสร้างประชากรประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีการปรับโหมดเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะคนให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพและใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น พฤติกรรมของกลุ่มคนสูงวัยนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีจะเริ่มนำเงินที่ตนเองสั่งสมมาจับจ่ายใช้สอยเกี่ยวกับเรื่องศัลยกรรมความงาม เช่น การผ่าตัดดึงหน้าที่หย่อนคล้อยให้ตึง การปลูกผมบนศีรษะเพิ่มมากขึ้น บวกกับเป็นยุคที่มีนวัตกรรมเครื่องมือใหม่ๆ มาช่วยให้เรื่องของทำศัลยกรรมเจ็บตัวน้อยลง ก็ยิ่งทวีคูณจำนวนผู้บริโภคตั้งแต่วัยทีน วัยทำงาน วัยเกษียณ ให้หันมาใช้บริการศัลยกรรมความงามมากขึ้น”

อย่างไรก็ตาม การทำศัลยกรรมความงามในปัจจุบัน มีอัตราการเติบโตขึ้นจากเดิมในทุกปี ทั้งในกลุ่ม Facial Surgery เช่น ตา จมูก โครงหน้า กราม และ กลุ่ม Body โดยกลุ่มที่มีการแข่งขันรุนแรงมากที่สุดคือ Facial Surgery เนื่องจากมีแพทย์ด้านนี้จำนวนมากทั้งแพทย์ทั่วไปและแพทย์ศัลยกรรมที่ออกมาเปิดคลินิกเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งต่างจากกลุ่ม Body ต้องอาศัยความชำนาญและอุปกรณ์เฉพาะทางมากกว่า ถ้าไม่มีใบอนุญาตก็ไม่สามารถดมยาเข้าห้องผ่าตัดใหญ่ได้เลย จึงเป็นกลุ่มนี้ที่มีการแข่งขันไม่ดุเดือดมากเท่ากับกลุ่ม Facial Surgery

“ที่ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เรามีชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะในด้าน Body Contouring เป็นการศัลยกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่างให้สวยงามได้สัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมัน ตัดหนังหน้าท้อง ตัดหนังแขน กระชับแขน คอ เหนียง Bariatric Surgery การตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ใส่บอลลูนกระเพาะ เย็บกระเพาะ Buttock การกระชับก้น เสริมก้นฉีดไขมันก้น และ Breast เสริมหน้าอก หรือ ตัดหน้าอกทอม ตัดหน้าอกผู้ชายมีนม ฯลฯ ดังนั้น ศัลยกรรมยอดนิยม 3 อันดับแรกของเราคือ การดูดไขมัน การผ่าตัดกระเพาะ การผ่าตัดภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (Gynecomastia) หรือเรียกง่ายๆ ว่า นมแหลม สำหรับการอัปเดตด้านนวัตกรรมในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ เข้ามาใช้ เช่น การผ่าตัดกระเพาะด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นต้น”

เมื่อ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ เป็นหนึ่งในศูนย์การแพทย์ชั้นนำด้านความงามที่มีความเชี่ยวชาญการรักษาและมีชื่อเสียงระดับเอเชียแปซิฟิก มานานกว่า 24 ปี เรียกว่า เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจความงามตั้งแต่ในยุคแรกๆ ที่การทำศัลยกรรมดูเป็นเรื่องไกลตัวและค่อนข้างเฉพาะเจาะจงกับคนบางกลุ่ม กระทั่งมาถึงยุคที่ศัลยกรรมความงามเป็นเรื่องใกล้ตัวในปัจจุบัน หลายคนพึงพอใจที่จะสวยในแบบของตัวเองผ่านการทำศัลยกรรม ทำให้ รัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ พร้อมที่จะยกระดับไปสู่การเป็น Wellness Destination โรงพยาบาลนวัตกรรมเพื่อความงามและการรักษาแบบครบวงจร รองรับตลาดศัลยกรรมความงามที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมถึงตลาดเสริมความงามของไทยตั้งแต่ปี 2563 ก็มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 16.6%

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าการศัลยกรรมความงาม เป็นเรื่องปกติสำหรับคนไทยยุคใหม่ไปแล้ว เทรนด์ศัลยกรรมความงามจึงทำให้ธุรกิจด้านศัลยกรรมในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางด้านต่างๆ ที่ดึงดูดใจให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นรัตตินันท์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จึงเตรียมที่จะทรานส์ฟอร์เมอร์สตนเองไปสู่การเป็น Wellness Destination โรงพยาบาลนวัตกรรมเพื่อความงามและการรักษาแบบครบวงจร ในปี 2567 ที่มีการยกระดับให้เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางขนาดไม่เกิน 30 เตียง บนพื้นที่ 3,300 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการ Town Hall 49 บนถนนสุขุมวิท 49 ที่รายล้อมไปด้วย Community Mall, Marriott’s Executive Apartment และ Wellness Hospital เพื่อรองรับกลุ่มตลาดระดับบนที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยที่ต้องการเข้ามาใช้บริการเสริมความงามต่างๆ” นายแพทย์สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ กล่าวในที่สุด

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ปาฐกถาพิเศษ ‘วันนักแปลและล่าม’ ครั้งที่ 16

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733165

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ปาฐกถาพิเศษ ‘วันนักแปลและล่าม’ ครั้งที่ 16

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ปาฐกถาพิเศษ ‘วันนักแปลและล่าม’ ครั้งที่ 16

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย (TIAT) จัดงาน“วันนักแปลและล่าม ครั้งที่ 16 และพิธีมอบรางวัลสุรินทราชา” โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ได้ให้เกียรติขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Translation as a Cultural Agent” หรือการแปลในฐานะทูตทางวัฒนธรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานจากสำนักพิมพ์ สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแปลและวรรณกรรม อาทิ ศูนย์การแปลและการล่ามเฉลิมพระเกียรติ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น สำนักพิมพ์ผีเสื้อ สำนักพิมพ์ยิปซี สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ ฯลฯ เข้าร่วมงานในบรรยากาศที่อบอุ่นและสง่างาม ที่ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

ปกรณ์ กฤษประจันต์ นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย (TIAT) จัดงานวันนักแปลและล่ามเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 16 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของมิตรสหายนักแปลและล่าม ตลอดจนเป็นเวทีมอบรางวัล “สุรินทราชา” อันทรงเกียรติแก่นักแปลและล่ามดีเด่นประจำปี ซึ่งเป็นรางวัลที่สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อชื่นชมนักแปลและล่ามที่พาเราไปท่องเที่ยวในดินแดนแห่งจินตนาการ ย้อนเวลา เที่ยวรอบโลก รู้จักความรัก แวะเข้าครัว อ่านข่าวสาร ซาบซึ้งในพระศาสนา ทำให้เราร้องไห้ขนลุก ขมวดคิ้ว และอีกมากมายหลายอารมณ์” กล่าว 

ภายในงาน ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ได้ให้เกียรติขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Translation as a Cultural Agent” หรือการแปลในฐานะทูตทางวัฒนธรรม โดยนำประสบการณ์การศึกษา คิดค้นวิธีการอนุรักษ์และถ่ายทอดประวัติศาสตร์ในนิทรรศการต่างๆ “อย่างในเรื่องรามายณะ มุมมองของการลงโทษนางสำมนักขาในอินเดียเหนือและอินเดียใต้จะแตกต่างกัน ทางตอนเหนือจมูก คือสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ของสตรีและเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ชาวอินเดียเหนือจึงเชื่อว่าการตัดจมูกเป็นการลดทอนคุณค่าของสตรี ในขณะที่ชาวทมิฬหรืออินเดียใต้มองว่าการตัดนมเป็นบทลงโทษที่รุนแรงกว่าเพราะนมแสดงความงามของสตรี นี่เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าความหมายจะเปลี่ยนไปตามบริบทและพื้นที่ ในฐานะนักแปลเราต้องตีความต้นฉบับ พื้นผิวของความหมายอาจเปลี่ยนไป แต่เราต้องสะท้อนความคิดของผู้เขียนและส่งข้อความให้ถึงคนอื่นมากกว่าเดิม ความยากของรามเกียรติ์คือ “ความกล้าเปลี่ยน” เพราะเรื่องรามเกียรติ์เปลี่ยนแปลงมาหลายพันปีแล้ว”

“รางวัลสุรินทราชา” สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ได้จัดมอบรางวัลขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระยาสุรินทราชา นามเดิมคือ นกยูง วิเศษกุลผู้แปลนวนิยายเรื่อง Vendetta ของ Marie Corelli เป็นภาษาไทยในชื่อ “ความพยาบาท” และตีพิมพ์ในหนังสือ ลักวิทยา เล่มที่ 2 ปี พ.ศ. 2544 นับเป็นนวนิยายแปลเรื่องแรกในเมืองไทยที่ยังคงเป็นที่รู้จักถึงปัจจุบัน

ผู้รับรางวัลสุรินทราชาสาขานักแปลดีเด่น ประจำปี 2566 มีทั้งหมด 11 ท่าน และสาขาล่ามดีเด่นมีทั้งหมด 1 ท่าน ดังนี้ พระมหาอานนท์ อานนฺโท,ผศ. ดร. – ผู้แปลตำราพุทธศาสนาภาษาจีน-ไทย-บาลี, นางฉวีวงศ์ อัศวเสนา(ซากุไร) – ผู้แปลนวนิยายญี่ปุ่น, นางสาวเฉิดฉวี แสงจันทร์ – ผู้แปล เดเมียน, นายโตมร ศุขปรีชา – นักเขียน นักแปล และบรรณาธิการ, นางสาวทิภาพรเยี่ยมวัฒนา – ผู้แปลหนังสือแนวพัฒนาตนเองและนิยายจีน, นางธิดา จงนิรามัยสถิต -ผู้แปลหนังสือวิทยาศาสตร์และปกรณัมชุด มิดเดิ้ลเอิร์ธ, นายประมวล โกมารทัต -ล่าม นักแปล นักเขียน และที่ปรึกษา เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก, นางมะลิวัลย์ซีมอน (“สีมน”) – ผู้แปล สิทธารถะ, ผศ.รัศมีกฤษณมิษ (จันทร์ประภาพ) – ผู้แปล กุ๊ชโฉ่และ ปลูกฝันไว้ในแผ่นดิน, ศ.ดร.สว่างวันไตรเจริญวิวัฒน์ ผู้แปล ดอนกิโฆเต้แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน, ผศ.ดร.สงหราน (Assistant Professor RAN XIONG, Ph.D) – ผู้แปลนวนิยายลูกอีสาน เป็นภาษาจีน, พลเรือตรีหญิงอารยา อัมระปาล (เนียมลอย) – ล่ามการประชุม

วันนักแปลและล่ามครั้งที่ 16 จบลงอย่างอบอุ่น โดย อาจารย์บุญญรัตน์ บุญญาทิษฐาน ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมฯ และเป็นนักแปลระดับตำนานของประเทศไทยผู้มีผลงานแปลมากกว่า 400 ชิ้นได้กล่าวแสดงความยินดีและนำกลอนของ อาจารย์ชมัยภร แสงกระจ่าง มากล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 26 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733087

วันศุกร์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ครั้งที่ 8 ประจำปี 2566 สำหรับโครงการครั้งนี้ได้ตรวจรักษาผู้ป่วย พระสงฆ์ผู้พิการได้กว่า 30,000 ราย โดยมีคลินิกเฉพาะทาง 28 คลินิก มีแพทย์กว่า 200 คนจิตอาสากว่า 2,000 คน เพื่อ ปชช. ในพื้นที่ จ.จันทบุรี สระแก้ว ตราด และระยอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย..

ll พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธานมอบสัมฤทธิบัตรผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร Digital CEO#6 จำนวน 109 คน เช่น ธวัชชัย ศรีทอง,จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ,สมเกียรติ วิริยะกุลนันท์,ณรงค์ ขันติวิริยะกุล,ณัฐพงศ์ ดิษยบุตร,เกศนรี จองโชติศิริกุล,ไขแข เชิดวิศวพันธุ์,จารุพรรณ อินทรรุ่ง,ธานินทร์ พานิชชีวะ,จิรพล ตังทัตสวัสดิ์,ชมนาถ พรสมผล,มรกต ยิบอินซอย,ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา,ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย,ณัฐพลสืบอ่ำ,ธนพล กองบุญมา,ธีรัส บุญ-หลง,ผศ.นพ.บุญชัย หวังศุภดิลก,ประเทือง เผ่าดิษฐ,พีรพงศ์ กรินชัย,ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์,ดร.ฤทธิกร ภูมิศักดิ์,ดร.ชวลิต นิ่มละออ,ศานิตย์ภู่บุบผา,ศิริพร วงศ์ตรีภพ,สินีนุช โกกนุทาภรณ์,สุเมธ สุรบถโสภณ,นพ.อภิชาต วชิรพันธ์,อุกฤษฎ์ตั้งสืบกุล,อติพร ประทีปมงคล,อรรถวิทย์เฉลิมทรัพยากร,ภญ.สุนทรี ตันติทวีวัฒน์,ยอดฤดี สันตติกุล,ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์,กีรตยา สมบัติปัน..

ll ชาว Digital CEO#5 ปลื้มใจกับเพื่อนร่วมรุ่น ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากร ที่ได้รับรางวัลกีรตยาจารย์แห่ง ม.ธรรมศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพประจำปี 2565..

ll เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร พร้อม สุภาพ กตัญญู,บรรเจิด-วิไลภรณ์ ลบล้ำเลิศ,กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ และระพีพรรณ-คุณวรรณ รุจิรัตน์ ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ สุภัทร วรคุณธาดา ณ วัดพลับพลาชัย..

ll ชัชฎา อภิชาสุทธากุล ซีอีโอ ต้อนรับ ดร.ภาสกร ประถมบุตร พร้อมคณะผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 3 ที่มาดูงานเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของ บจ.ทัช เทคโนโลยี..

llชื่นชม ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ซีอีโอหนุ่มไฟแรงของ Beyond Training แม้จะมีภารกิจมากแต่ก็ยังจัดสรรเวลาไปบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดไปบริจาคเลือดเป็นครั้งที่ 16 แล้ว ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย..

ll ดร.ปรีสาร รักวาทิน แจ้งเปิดรับสมัครหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรม รุ่นที่ 4 สำหรับผู้สนใจที่อยู่ในธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มและเกษตร เน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รายละเอียดที่ www.depa.or.th/th/cda หรือโทร.089-2030183..

ll กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับหอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี จัดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2023 วันจำหน่ายปลีก 27 พ.ค.นี้ 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รายละเอียดที่ www.thaifex-anuga.com..ll

น้องใหม่