นอภ.บางใหญ่ ชวนเที่ยวงานกาชาด ลุ้นราชาผลไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733059

นอภ.บางใหญ่ ชวนเที่ยวงานกาชาด ลุ้นราชาผลไม้

นอภ.บางใหญ่ ชวนเที่ยวงานกาชาด ลุ้นราชาผลไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.48 น.

น.ส.ญาณิพัชญ์ ศรีโคตร นายอำเภอบางใหญ่/นายกกิ่งกาชาดอำเภอบางใหญ่เป็นประธานจัดงานแถลงข่าว”บางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่ ประจำปี 2566 โดยมีพ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชย ผกก.สภ.บางใหญ่ นายชนินท์ ธรรมชูเชาวรัตน์ นายก เทศมนตรีตำบลเสาธงหิน น.ส.ชนิตา ศรีเสาวภา ตัวแทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอบางใหญ่ เป็นตัวแทนกล่าวถึงกิจกรรมและวัตถุประสงค์ของการจัดงาน นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน มาร่วมงานเเถลงข่าวกันอย่างคับคั่ง ภายในงานจะมีการจับฉลากรางวัลมากมายอาทิเช่น รถ จยย. จำนวน 4 คัน รถจักรยานไฟฟ้าจำนวน 20 คัน รถจักรยานจำนวน 100 คัน พัดลมตั้งโต๊ะจำนวน 132 ตัว ซึ่งในแต่ละวันรางวัลใหญ่จะนำทุเรียนนนท์จากสวนบางใหญ่มาเป็นรางวัลในการจับฉลากอีกวันละ 2 ลูก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ของชาวอำเภอบางใหญ่ และมหกรรมสินค้าราคาถูก อาหารขึ้นชื่อจากทั่วทุกสารทิศมาจำหน่ายภายในงาน

น.ส.ญาณิพัชญ์ ศรีโคตร นายอำเภอบางใหญ่/นายกกิ่งกาชาดอำเภอบางใหญ่ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้เพื่อนำรายได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ ผู้พิการ  ผู้สูงอายุ ผู้เปราะบางและส่วนหนึ่งก็จะนำไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเยาวชน สำหรับไฮไลท์เด็ดของปีนี้ก็จะเป็นทุเรียนนนท์ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีนำทุเรียนนนท์พันธุ์หมอนทอง มาบริจาคจำนวน 18 ลูก ลูกละประมาณ 2 กิโลกรัม ราคา 2,500 บาท โดยผู้มาร่วมงานต้องร่วมทำบุญโดยการตักมัจฉา(ไข่)ในบ่อน้ำราคาเบอร์ละ20 บาท ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทุเรียนนนท์ จะได้รับคูปอง 1 ใบ เพื่อนำไปตัดลูกทุเรียนจากสวนโดยตรงเพราะทุเรียนนนท์ของเเท้ต้องตัดจากต้น หรือถ้าใครไม่สะดวก ก็สามารถรับทุเรียนนนท์จากมือนายอำเภอบางใหญ่ก็ได้เช่นกัน

ส่วนเรื่องความปลอดภัยของประชาชนที่มาเที่ยวงาน ทางเราได้ประสานกับพ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชย ผู้กำกับการ สภ.บางใหญ่ นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า 100 นาย และสมาชิกร้อย.อส.อ.บางใหญ่ที่.6 ทั้งในเเละนอกเครื่องแบบ มาดูแลรักษาความสงบและเรื่องการจราจร ขอให้พี่น้องประชาชนเดินเที่ยวงาน “บางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่” ให้สบายใจ อาจจะมีติดขัดบ้าง แต่ก็จะพยายามให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด สุดท้ายนี้ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวอำเภอบางใหญ่ และอำเภอใกล้เคียงมา เที่ยวชมงาน”บางใหญ่แฟร์และงานกาชาดอำเภอบางใหญ่”ได้ตั้งแต่วันที่วันที่ 26 พ.ค.-4 มิ.ย.66 “เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา”

-(016)

‘ศรีจันทร์’สร้างปรากฎการณ์ใหม่ พร้อมสั่นสะเทือนวงการเครื่องสำอางไทย ยกระดับแป้งสร้างผิว พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ชายคู่แรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733056

'ศรีจันทร์'สร้างปรากฎการณ์ใหม่ พร้อมสั่นสะเทือนวงการเครื่องสำอางไทย ยกระดับแป้งสร้างผิว พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ชายคู่แรก

‘ศรีจันทร์’สร้างปรากฎการณ์ใหม่ พร้อมสั่นสะเทือนวงการเครื่องสำอางไทย ยกระดับแป้งสร้างผิว พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ชายคู่แรก

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.35 น.

 ศรีจันทร์ (SRICHAND) แบรนด์เครื่องสำอางที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนานและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จริงในเรื่องของคุณภาพมานานกว่า 70 ปี นำโดย คุณรวิศ หาญอุตสาหะ จัดงาน “Better Than Ever ดีกว่าที่เคย” สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ยกระดับแป้งสร้างผิว, รองพื้นสร้างผิว ที่มีส่วนผสมของ skincare benefit ช่วยปกป้องผิวหน้าและปกปิดขั้นสุด เครื่องสำอางคุณภาพ ที่คุณใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก เป็นพรีเซนเตอร์ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ชายคู่แรก    คุณมาย-ภาคภูมิ และคุณอาโป-ณัฐวิญญ์ สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์ที่ไม่จำกัดเฉพาะเพศหญิง ภายในงานมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์คนดัง และบิวตี้บล็อคเกอร์มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์, มิย่า และเซย่า ทองเจือ, สไปรท์ บะบะบิ, ตู่ Soundtiss, Eyetaa, Noyneungmakeup เป็นต้น โดยงานจัดขึ้น ณ แฟชั่นฮออล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน 

 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ศรีจันทร์ เป็น  แบรนด์เครื่องสำอางคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จริงมายาวนานกว่า 74 ปี ด้วยธรรมชาติของเราที่ไม่หยุดอยู่กับที่ เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ดีอยู่แล้ว สามารถดีขึ้นได้อีก จึงเป็นที่มาของแคมเปญ SRICHAND Better Than Ever ดีกว่าที่เคย เปิดตัวสูตรใหม่ของ SRICHAND Super Coverage หรือที่รู้จักกันในชื่อแป้งสร้างผิว, รองพื้นสร้างผิว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรดักส์ขายดีของทางแบรนด์ แต่ในขณะเดียวกันเรามองว่าอยากพัฒนาตัวโปรดักส์ให้ดีกว่าที่เคย จึงปรับสูตรให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มส่วนผสมในกลุ่ม skincare benefit และยังช่วยปกป้องรังสี UV และแสงสีฟ้าจากมือถือ พร้อมปรับโทนสีใหม่ให้ครอบคลุมกับสีผิวของผู้ใช้

 “ในขณะเดียวกัน เรายังเลือกคุณใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก รับหน้าที่พรีเซนเตอร์เข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่งเป็นการตอกย้ำคุณภาพของแบรนด์ศรีจันทร์ที่คุณใบเฟิร์นมั่นใจ นอกจากนี้ เรายังเปิดตัวพรีเซนเตอร์ชายคู่แรก คุณมาย-ภาคภูมิ และคุณอาโป-ณัฐวิญญ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถและความมั่นใจ มีมุมมองทางความคิดที่เปิดกว้างและพร้อมที่จะดูดีในแบบผู้ชาย ซึ่งสะท้อนผ่านภาพลักษณ์ของแบรนด์ศรีจันทร์ ที่ไม่จำกัดเฉพาะเพศหญิงอีกต่อไป และพร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งวงการเครื่องสำอางไทย” คุณรวิศ กล่าว

ด้านคุณใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ พรีเซนเตอร์แบรนด์ศรีจันทร์ กล่าวว่า ใบเฟิร์นเป็นพรีเซนเตอร์ของ แบรนด์ศรีจันทร์เข้าสู่ปีที่ 4 สิ่งที่เราเห็นและเชื่อมั่นมาตลอด คือคุณภาพของเครื่องสำอางไทย ว่าพัฒนาไปไกลมาก สามารถเติบโตและแข่งขันกับแบรนด์ชั้นนำได้ไม่ยาก และด้วยความที่ศรีจันทร์เอง เค้าพัฒนาไม่หยุดนิ่ง ทำให้เรามีสินค้าคุณภาพดี ที่เข้าใจความต้องการของคนไทยด้วยกัน อย่างล่าสุดสินค้าในกลุ่ม Super Coverage Always Matte Series จากเดิมที่ปกปิดดีอยู่แล้ว ก็เรียกว่าเนียนสุด ปกปิดสุด กันน้ำ กันเหงื่อ พร้อมสารบำรุงและปกป้องผิว ให้ผิวดูดีที่สุดได้ทั้งวัน สำหรับสินค้าในกลุ่ม Super Coverage Always Matte Series ประกอบด้วย แป้งพัฟผสมรองพื้นปราศจากซิลิโคน เนื้อเนียนละเอียด ให้ผิวเนียนสุด ปกปิดขั้นสุด ช่วยควบคุมความมันได้ยาวนานถึง 14 ชั่วโมง ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ปกป้องผิวจากแสงแดด (UVA&UVB) และแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (BLUE LIGHT) พร้อมผสานคุณค่าการบำรุงผิวด้วย CENTELLA ช่วยในการปลอบประโลมผิว ลดเลือนจุดด่างดำ, CERAMIDE ช่วยคงความชุ่มชื้น ปรับสมดุลให้แก่ผิว และ PEPTIDE ช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วรอย มีเทคโนโลยี POWER SEALING SYSTEM ช่วยสร้างผิวให้ผิวเนียนสวยกระจ่างใสได้ตลอดวัน ขนาดปกติ 9 กรัม มีให้เลือก 4 เฉดสี ราคา 350 บาท และขนาดพกพา 4.5 กรัม มีให้เลือก 2 เฉดสี ราคา 79 บาท

รองพื้น เนียนที่สุด ปกปิดขั้นสุด กลบมิดทุกปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย, จุดด่างดำ, รอยดำ หรือรอยแดงต่างๆ เนื้อครีมเกลี่ยง่าย ได้ลุคงานผิวแมท กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทน ไม่เป็นคราบระหว่างวัน ควบคุมความมันได้ยาวนานถึง 14 ชั่วโมง พร้อมปกป้องผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีสูงสุด ด้วยเอสพีเอฟ 50+ พีเอ ++++ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยจากส่วนผสมของ Peptide, เติมและล็อคความชุ่มชื้นจากส่วนผสมของ Ceramide กลบผิวเก่า และสร้างผิวให้หน้าสวยเนียนกริบพร้อมโชว์ผิวสวยได้ตลอดทั้งวัน ขนาดปกติ 30 มล. มีให้เลือก 4 เฉดสี ราคา 350 บาท และขนาดพกพา 6 มล. มีให้เลือก 2 เฉดสี ราคา 49 บาท

ด้านคุณอาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ พรีเซนเตอร์แบรนด์ศรีจันทร์ กล่าวว่า  รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากกับการได้รับเลือกเป็นหนึ่งในพรีเซ็นเตอร์ของศรีจันทร์แบรนด์เครื่องสำอางที่อยู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน จนเรียกได้ว่าเป็นตำนานของวงการเครื่องสำอางไทยได้เลย สำหรับผมคิดว่าการแต่งหน้าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ชายอีกต่อไป หลายคนเลือกใช้เครื่องสำอางเพื่อเสริมความมั่นใจ เช่น สินค้าในกลุ่มของ Translucent Powder ที่จัดว่าเป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสงตัวดังที่ทุกคนรู้จัก ซึ่งทางศรีจันทร์ก็ได้พัฒนาสูตรใหม่ เป็น Bare To Perfect Translucent Powder เนื้อบางเบาแต่ติดทน คุมมัน 12 ชั่วโมง พร้อมช่วยกันฝุ่น PM2.5 นอกจากนี้ยังมีแป้งโปร่งแสงให้เลือกอีกหลายสูตร ที่มาช่วยเซตผิวได้อย่างมั่นใจและดูเป็นธรรมชาติ และผมเองก็มั่นใจว่าสินค้าซีรีย์ส์นี้จะต้องถูกใจแฟน ๆ ของศรีจันทร์อย่างแน่นอน

สินค้าในกลุ่ม Translucent Powder Series ประกอบด้วยSRICHAND Translucent Powder แป้งโปร่งแสงที่เป็นตำนาน แป้งฝุ่นโปร่งแสงเนื้อละเอียดและบางเบา ด้วยความโปร่งแสงของเนื้อแป้ง ทำให้ใช้ได้กับทุกโทนสีผิว ช่วยเซ็ตรองพื้นให้อยู่ตัวและไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน พร้อมคุณสมบัติโดดเด่นในการควบคุมความมัน ขนาด 30 กรัม 590 บาทSRICHAND Bare To Perfect Translucent Powder แป้งม่วงเซ็ตหน้าเป๊ะ แป้งโปร่งแสงที่พัฒนาต่อยอดมาจากตัวแรก คุมมัน 12  ชั่วโมง พร้อมปกป้องผิวจาก  PM2.5 ขนาดปกติ 10 กรัม 320 บาท และขนาดพกพา 4.5 กรัม 139 บาทSRICHAND Bare To Perfect Translucent Compact Powder แป้งม่วงอัดแข็งเซ็ตหน้าเป๊ะ คุมมัน 12 ชั่วโมง ช่วยให้ผิวหน้าเนียนได้ทั้งวัน พกพาสะดวก ขนาดปกติ 9 กรัม 350 บาท และขนาดพกพา 4.5 กรัม 79 บาทSRICHAND Bare To Perfect Glowing Translucent Powder แป้งม่วงเซ็ตหน้าโกลว์ ให้ลุคผิวฉํ่าวาว คุมมัน 12 ชั่วโมง ผสานคุณค่าการบำรุงให้ผิวแลดูสุขภาพดี ขนาด 10 กรัม 320 บาทSRICHAND Black Edition Oil Control Powder แป้งโปร่งแสงคุมมันที่ออกแบบมาเพื่อผิวที่มันมากเป็นพิเศษ ด้วยคุณสมบัติเฉพาะที่ช่วยปกป้องผิวและดูดซับความมันส่วนเกิน ขนาด 11 กรัม 350 บาท

ด้านคุณมาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง พรีเซนเตอร์แบรนด์ศรีจันทร์ กล่าวว่า ตัวผมเองก็รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับศรีจันทร์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกของการเป็นพรีเซ็นเตอร์แบรนด์เครื่องสำอาง สำหรับผมเป็นตัวแทนของกลุ่มสินค้า Sunscreen Series ซึ่งถือว่าเป็นไอเทมดูแลผิวที่สำคัญและจำเป็นมากสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ต้องหยิบครีมกันแดดออกมาใช้ก่อนออกจากบ้าน โดย Sunscreen Series สูตรใหม่ นอกจากจะช่วยบล็อคแดด คุมมัน สดสิว ได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังได้เพิ่ม Skincare Benefit เพื่อดูแลผิวควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย

สินค้าในกลุ่ม Sunscreen Series ประกอบด้วยSRICHAND Luminescence Fabulous UV Shield SPF50+ PA++++ กันแดดคุมมัน เนื้อบางเบา ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ขนาด 40 มล.  299/บาท และขนาด 15 มล. 159 บาทSRICHAND Sunlution Skin Whitening Sunscreen SPF50+ PA++++ กันแดดสกินแคร์ สูตรไวท์เทนนิ่ง เนื้อบางเบา ลดผิวหมอง คืนความกระจ่างใส พร้อมปกป้องผิวจาก UVA/UVB มลภาวะ และแสงสีฟ้า ขนาด 40 มล.  299/บาท ขนาด 15 มล. 159 บาท และแบบซอง 7 มล. 29 บาทSRICHAND Sunlution Acne Care Sunscreen SPF50+ PA++++ กันแดดสกินแคร์ สูตรลดการเกิดสิว ช่วยปกป้องผิวจาก UVA/UVB มลภาวะ และแสงสีฟ้า พร้อม Salicylic Acid จัดการสาเหตุของการเกิดสิวอย่างอ่อนโยน เนื้อบางเบาเกลี่ยง่าย ลดความมันอันก่อให้เกิดการอุดตัน ขนาด 40 มล.  299/บาท ขนาด 15 มล. 159 บาท และแบบซอง 7 มล. 29 บาทSRICHAND Sunlution Anti Aging Sunscreen SPF50+ PA++++ กันแดดสกินแคร์ สูตรลดเลือนริ้วรอย ช่วยปกป้องผิวจาก UVA/UVB มลภาวะ และแสงสีฟ้า พร้อมด้วย Double Peptide ช่วยฟื้นบำรุงให้ริ้วรอยแลดูจางลง และ Camu Camu ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ขนาด 40 มล.  299/บาท ขนาด 15 มล. 159 บาท และแบบซอง 7 มล. 29 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าในกลุ่ม Super Coverage Always Matte Series และสินค้าในกลุ่มอื่นๆ ของแบรนด์ศรีจันทร์ วางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ), Watsons, Eveandboy, Beautrium, Konvy และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วไป หรือช้อปออนไลน์ที่ 1948beauty.com คลิก https://www.1948beauty.com/brands/SRICHAND สินค้าที่จำหน่ายในแต่ละร้านค้าอาจแตกต่างกันออกไป และเพื่อไม่ให้พลาดกิจกรรมดีๆที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี สามารถกดติดตามได้ที่ social media ของแบรนด์ Srichand ศรีจันทร์ ทาง Facebook, Instagram, Twitter, Tiktok ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ทริคการแต่งหน้า แต่งตัว และการดูแลตัวเองไว้ในที่เดียว

NSL Foods ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมลุย THAIFEX 2023 โชว์ศักยภาพผ่าน Innovative Products

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733026

NSL Foods ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมลุย THAIFEX 2023 โชว์ศักยภาพผ่าน Innovative Products

NSL Foods ฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมลุย THAIFEX 2023 โชว์ศักยภาพผ่าน Innovative Products

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 10.38 น.

คุณสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของ NSL Foods เรามุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนได้จากความพร้อมที่เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน THAIFEX-Anuga Asia ในปีนี้ ซึ่งเรายังคงเดินหน้าโชว์ศักยภาพสินค้าที่เป็นกลุ่ม Innovative Products เนื่องจากมองว่า เป็นกลุ่มสินค้าที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการตัวช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับชีวิต ซึ่งนวัตกรรมข้าวอัดแท่ง หรือที่เราเรียกกันว่า “ข้าวแท่ง” นั้นมีผลตอบรับที่ดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะอร่อยง่าย ได้คุณค่า และคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท มีให้เลือกเมนูทั้งคาวหวานรวม 18 เมนู 

นอกจากเมนูและรสชาติจะคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยแล้ว เรายังพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าและคู่ค้าทั้งวิธีการรับประทาน การเก็บรักษาและการขนส่ง ซึ่ง “ข้าวแท่ง” จะเป็นสินค้าที่สามารถรองรับการขายทั้งช่องทาง B2B และ B2C ผ่านการนำเสนอ 3 รูปแบบ ดังนี้

1. ข้าวแท่งแบบอุ่นร้อน ด้วยเครื่องอบร้อนที่ออกแบบเป็นโมลทรงเมล็ดข้าว วางจำหน่ายหน้าร้านสาขาต่างๆ ของร้านข้าวแท่ง Rice Bar by NSL
2. ข้าวแท่งแบบ Frozen สำหรับเก็บไว้ในตู้เย็นให้ผู้บริโภคอุ่นทานด้วยไมโครเวฟได้เองที่บ้าน มีวางจำหน่ายใน Retail ร้านสะดวกซื้อ โดยเริ่มจำหน่ายที่แรกที่ท็อปส์และแฟมิลี่มาร์ททั่วประเทศ
3. ข้าวแท่งแบบ Retort ที่สามารถเก็บไว้ได้ ณ อุณหภูมิห้อง เหมาะสำหรับการส่งออก ซึ่งสามารถฉีกซองทานได้เลย หรือจะนำไปอุ่นร้อนก่อนทานก็ได้

โดยรสชาติของข้าวแท่ง ทั้ง 3 รูปแบบจะมีความอร่อยเหมือนกัน แตกต่างกันในส่วนของรูปแบบของสินค้า การเก็บรักษา และช่องทางการจัดจำหน่าย

นอกจากการใส่ใจในนวัตกรรม เรายังเห็นความสำคัญของความยั่งยืน บูธกิจกรรมของ NSL Foods ในปีนี้ จึงออกแบบผ่านแนวคิด “สานป่า” ที่จะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมดำเนินต่อไปได้ โดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงใช้วัสดุจากธรรมชาติในการออกแบบทั้งหมด ซึ่งมี 4 กลุ่มหลักที่เราเลือกใช้ คือ
1. โครงสร้างด้านบน ทำจากไม้ไผ่ แข็งแรง ทนทานแต่ยืดหยุ่นสูง โตไว ปลูกทดแทนได้ง่าย
2. งานไม้ ผลิตจากไม้ยางพารา ที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้ว นำไปแปรสภาพมาทำเป็นไม้อัด
3. วัสดุปิดผิว ทำจากไม้คอร์ก ซึ่งเป็นวัสดุที่คาร์บอนติดลบ หมุนเวียนใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน
4. เศษผ้ารีไซเคิล เส้นใยจากธรรมชาติ นำมาปั่นผลิตเป็นเส้นใยใหม่ ไม่ผ่านการฟอกย้อมหรือใช้สารเคมี ซึ่งนำมาทำชุดให้ MC Pretty ภายในบูธ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือแนวคิด และจิตใจที่พร้อมจะพัฒนาสินค้าที่ดี และมีคุณภาพ เพื่อส่งถึงมือผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

“สำหรับก้าวต่อไปของ NSL Foods เรามั่นใจว่า เราจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพราะนอกจากเราจะไม่หยุดพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว เรายังได้บริษัท เบค อะ วิช เจ.เอช.ซี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าในนาม Bake A Wish ร้านเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง มาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายจะนำความชำนาญมาช่วยกันเสริมศักยภาพเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย” คุณสมชาย กล่าว


พบกันได้ที่ บูธ NSL Foods (2-W01) งาน THAIFEX-Anuga Asia 2023 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2  วันที่ 23-27 พฤษภาคม 2566 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

เซ็นสัญญาความร่วมมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732910

เซ็นสัญญาความร่วมมือ

เซ็นสัญญาความร่วมมือ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางอรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัททีเอชซีจี กรุ๊ป จำกัดและ มิสเตอร์ฮิเดโตชิ อูเมกิซีอีโอ บริษัทเอนโดก้า สยาม จำกัด เดินหน้าจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งได้สิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้า แบรนด์ “เอนโดก้า” (ENDOCA) ทุกชนิดในเอเซียแต่เพียงผู้เดียว โดยความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายมุ่งหวังสร้างเครือข่ายวางฐานการปลูกในระบบออร์แกนิค การสกัด และการผลิตสินค้าที่ตรงตามมาตรฐานของแบรนด์ “เอนโดก้า” (ENDOCA) ขึ้นในประเทศไทยเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัด CBD จากกัญชา กัญชง ออร์แกนิค สู่ตลาดโลก โดยมีนายพลวรรธน์ พญาพิทักษ์สกุล, ผศ.ดร.ญาฤๅดา คุนผลิน, นายธนารัตน์ จิตต์พายัพ, ดร.พงษ์สกร ดำเนิน, มิสเตอร์ ทาคูโร ฮิโรตะ และ มิสเตอร์ ฟูมิโอะ มิยาจิมะ มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเซ็นสัญญาในครั้งนี้ ณ อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ที่ผ่านมา

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม’ทรงทอผ้าไหมยกทองด้วยกี่ทอมือโบราณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732950

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน  ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม’ทรงทอผ้าไหมยกทองด้วยกี่ทอมือโบราณ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘อัตลักษณ์แห่งสยาม’ทรงทอผ้าไหมยกทองด้วยกี่ทอมือโบราณ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ฉลองพระองค์ผ้าไหมแพรวาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม”ครั้งที่ 14 ทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จัดแสดงพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าพื้นถิ่นต่างๆ แต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อแสดงถึงพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยพร้อมทรงร่วมกิจกรรมทอผ้าไหมยกทองด้วยกี่ทอมือโบราณภายในงาน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

โอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตัดแถบแพรเปิดงานอัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 14 และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งได้จัดแสดงพระฉายาลักษณ์ ฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าพื้นถิ่นต่างๆ แต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อแสดงถึงพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยนิทรรศการ “มรดกสยามอันล้ำค่า” จัดแสดงและสาธิตงานศิลปหัตถกรรมที่ล้ำค่า หาดูยาก โดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมและทายาทที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยปี 2552-2565

อีกทั้ง ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจกรรมสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย โดยจัดแสดงสาธิตการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรม ซึ่งเป็นการรักษามรดกภูมิปัญญาที่แสดงถึงทักษะฝีมือเชิงช่างของครูและทายาทกิจกรรมสาธิตงานช่างศิลปาชีพนานาศิลปาชีพ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บูธกิจกรรมหัตถศิลป์ทั่วถิ่นไทย การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และทอดพระเนตรนิทรรศการเชิดชูครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมและทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2566

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระราชหฤทัยและมีพระราชปฏิสันถารกับครูช่างและทายาท อาทิ งานแทงหยวก โดยทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 จากจังหวัดเพชรบุรี งานเครื่องทองยัดสายแห่งบ้านกาด โดยทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2558 จากอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ และงานกระจกเกรียบโบราณ โดยครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2565 และงานเครื่องโลหะ โดยครูศิลป์แห่งแผ่นดิน ปี 2562 จากจังหวัดนนทบุรี เป็นต้น จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมทอผ้าไหมยกทองด้วยกี่ทอมือโบราณพันห้าร้อยตะกอ จากหมู่บ้านท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์วิธีการทอผ้าไหมยกทองแบบโบราณ ยังคงไว้ซึ่งงานหัตถศิลป์อันล้ำค่าของคนไทยก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ งาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 14 จัดขึ้นระหว่างนี้จนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้แนวคิด “ภูมิใจ ภูมิปัญญา สืบสานงานหัตถศิลป์ล้ำค่าคู่พระบารมี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นต้นแบบด้านการส่งเสริมและสนับสนุนงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมไทยอันเป็นมรดกของแผ่นดิน ภายในงานนอกจากการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมไทยแล้ว ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยจากทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย อีกทั้งมีกิจกรรมทดลองทำงานศิลปหัตถกรรมด้วยตนเอง ทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและร่วมสมัยซึ่งสอนโดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการสืบสานและสืบทอดภูมิปัญญาศิลปหัตถกรรมไทยแก่ช่างฝีมือและผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่สืบต่อไป

รักษาไอจามปัสสาวะเล็ด ด้วยการใส่สลิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732911

รักษาไอจามปัสสาวะเล็ด ด้วยการใส่สลิง

รักษาไอจามปัสสาวะเล็ด ด้วยการใส่สลิง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่า ภาวะไอจามปัสสาวะเล็ด หมายถึง ภาวะที่เกิดแรงดันในช่องท้องจากกิจกรรมที่ออกแรงเบ่ง เช่น ไอ จาม ยกของหนัก หัวเราะ หรือออกกำลังกาย จนทำให้มีปัสสาวะไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งนอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว การฝึกขมิบยังช่วยลดอาการไอจามปัสสาวะเล็ดได้อีกด้วย โดยแพทย์แนะนำว่าควรฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือช่องคลอด อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน หลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น เซตละ 10 ครั้ง ครั้งละ 10 วินาที

อย่างไรก็ตาม หากอาการปัสสาวะเล็ดยังคงรบกวนชีวิตประจำวันอยู่ ถึงแม้จะลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและฝึกขมิบแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งในการรักษา คือการผ่าตัดใส่สลิงหรือเชือก (Midurethral Sling) ที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ หรือจากเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ท่อปัสสาวะของผู้ป่วยเอง เพื่อช่วยพยุงท่อปัสสาวะขณะทำกิจกรรมที่ออกแรงเบ่ง

โดยการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดทางช่องคลอดและกรีดแผลเล็กๆ ที่ผิวช่องคลอด แล้วสอดสลิงเข้าไปคล้องใต้ท่อปัสสาวะในตำแหน่งที่เหมาะสม มี 3 วิธี ดังนี้

l สายสลิงสอดหลังกระดูกหัวหน่าว (Retropubic Slings) วิธีนี้สายสลิงจะอยู่ด้านหลังของกระดูกหัวหน่าว และทะลุผิวหนัง 2 ตำแหน่งเหนือกระดูกหัวหน่าว

l สายสลิงสอดผ่านขาหนีบ (Transobturator Slings) วิธีนี้สายสลิงจะผ่านออกทางผิวหนัง2 ตำแหน่งบริเวณขาหนีบ ทำให้โอกาสที่จะบาดเจ็บบริเวณกระเพาะปัสสาวะลดลง

l สายสลิงสอดแผลเดียว (Single Incision Sling) วิธีนี้สายสลิงฝังอยู่ภายในเนื้อเยื่อ โดยไม่ผ่านออกมาที่ผิวหนัง

การรักษาโดยการผ่าตัดใส่สลิง คือวิธีที่ใช้เป็นมาตรฐานการรักษาในปัจจุบัน และมีโอกาสการหายขาดค่อนข้างสูง ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะไอจามปัสสาวะเล็ด ควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงนำวงดุริยางค์ RBSO ในพระอุปถัมภ์ ออกแสดงเพลงพระนิพนธ์สามประเทศในยุโรป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732944

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงนำวงดุริยางค์ RBSO ในพระอุปถัมภ์ ออกแสดงเพลงพระนิพนธ์สามประเทศในยุโรป

สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงนำวงดุริยางค์ RBSO ในพระอุปถัมภ์ ออกแสดงเพลงพระนิพนธ์สามประเทศในยุโรป

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษา มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตรา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม และ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยความสนับสนุนของ บี.กริม ธนาคารออมสิน เมืองไทยประกันภัย กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มบริษัทบีเจซี บิ๊กซี ธนาคารไทยพาณิชย์ มูลนิธิเอสซีจี และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ได้ให้การสนับสนุนการแสดงคอนเสิร์ต “RBSO European Tour 2023” กำหนดการแสดงเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ณ Musikverein กรุงเวียนนา วันที่ 20 พฤษภาคม ณ Herkulessaal นครมิวนิค และวันที่ 22 พฤษภาคม ณ La Seine Musicale กรุงปารีส

ในการออกแสดง ณ หอแสดงดนตรีอันทรงเกียรติของประเทศทั้งสามของทวีปยุโรป หรือ “RBSO European Tour 2023” นี้ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ
องค์อุปถัมภ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้วงดุริยางค์ Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อัญเชิญเพลงพระนิพนธ์ในพระองค์สองบทออกแสดงด้วย โดยมี Mr.Michel Tilkin เป็นผู้อำนวยเพลงพร้อมด้วย Mr.Niklas Liepe เป็นผู้เดี่ยวไวโอลิน และ Mr.Titos Gouvelis เป็นผู้เดี่ยวเปียโนในบทเพลงพระนิพนธ์ร่วมกับนักดนตรีสมาชิกวง RBSO จำนวน 76 คน

นอกจากเพลงพระนิพนธ์สองบทแล้วรายการเพลงในครั้งนี้ยังประกอบด้วยบทประพันธ์อันเลื่องชื่อ คือ Vltava ของ Smetana และ Symphony หมายเลข 8ของ Dvořák บทเพลงพระนิพนธ์ทั้งสองบทในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้แก่ Le Mariage de Minuit-Fantaisie pour piano et orchestre และ Concerto for Violin and Orchestra “NEFRERETTA” นี้ได้เคยอัญเชิญออกบรรเลงหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีกลาย “RBSO European Tour 2023” นี้ จึงนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์อีกบทหนึ่งแก่วงการดนตรีคลาสสิกสากลของชาติอีกครั้งโดยเฉพาะการบรรเลง ณ Musikverein กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย สถานที่เคยถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปีพุทธศักราช 2507

บทพระนิพนธ์ทั้งสองมีรูปแบบ “ดนตรีพรรณา” หรือ “Program Music” ด้วยองค์ผู้ทรงพระนิพนธ์ ทรงถ่ายทอดภาพของความทรงจำ, ประสบการณ์, ความประทับใจ, ความรู้สึก หรือความครุ่นคิด ในห้วงเวลาหนึ่งๆ บทพระนิพนธ์ทั้งสองยังเผยให้ผู้ฟังประจักษ์ในพระจริยวัตรต่อศาสตร์ศิลป์ด้านอื่นๆ อาทิ พระกรณียกิจด้านนฤมิตรศิลป์ด้านผ้าไทยและการออกแบบ พระกรณียกิจด้านกีฬาขี่ม้า ซึ่งล้วนส่งอิทธิพลและสร้างปัจจัย ก่อเกิดแรงบันดาลพระทัยต่อบทพระนิพนธ์เหล่านี้ มาโดยตลอด

“RBSO European Tour 2023” นอกจากจะสะท้อนพระปณิธานของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ องค์อุปถัมภ์ในการนำวง RBSO ออกแสดงให้เป็นที่รู้จักและประจักษ์ถึงความสามารถของคนไทยบนเวทีระดับโลก ยังสื่อสัญลักษณ์แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม รวมทั้งยืนยันความสัมพันธ์อันดีและไมตรีจิตระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐออสเตรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งต่างเป็นต้นแบบของดนตรีคลาสสิกตะวันตก อีกด้วย

มิสยูนิเวิร์ส 2022 ‘อาร์บอนนีย์ เกเบรียล’ ปฏิบัติภารกิจจักรวาล แสดงพลัง ‘Force for Good’ ในประเทศไทยและฟิลิปปินส์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732925

มิสยูนิเวิร์ส 2022 ‘อาร์บอนนีย์ เกเบรียล’ ปฏิบัติภารกิจจักรวาล  แสดงพลัง ‘Force for Good’ ในประเทศไทยและฟิลิปปินส์

มิสยูนิเวิร์ส 2022 ‘อาร์บอนนีย์ เกเบรียล’ ปฏิบัติภารกิจจักรวาล แสดงพลัง ‘Force for Good’ ในประเทศไทยและฟิลิปปินส์

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภารกิจจักรวาลสำหรับสาวงาม อาร์บอนนีย์ เกเบรียล, มิสยูนิเวิร์ส 2022 ประสบความสำเร็จเกินคาด หลังจากบินลัดฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ถึง กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ บ้านเกิดของบิดา ต่อด้วย ประเทศไทย เพื่อปฏิบัติภารกิจจักรวาล แสดงพลัง “Force for Good” ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนนางงามจากทั้งสองประเทศ

ขณะเยือนแดนตากาล็อกอาร์บอนนีย์ ซึ่งมีคุณพ่อเป็นคนฟิลิปปินส์โดยกำเนิด ได้ร่วมกิจกรรมหลากหลาย เช่น งานการกุศลช่วยเหลือสังคมในฐานะมิสยูนิเวิร์ส การเข้าพบเพื่อแสดงความขอบคุณพันธมิตรของ Miss Universe และการกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอีกครั้ง โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจ อาทิ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ได้จัดงานเลี้องอาหารค่ำสุดหรู “Miss Universe Welcome Dinner” เพื่อต้อนรับอาร์บอนนีย์ที่ได้มาเยือนฟิลิปปินส์ครั้งแรกหลังจากคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาครองได้สำเร็จ โดยเธอกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาเยือนประเทศฟิลิปปินส์อีกครั้ง สิ่งแรกที่อยากทำมากที่สุดในฟิลิปปินส์ คือ การไปร่วมงาน Miss Universe Philippines 2023 Coronation Night”

ภารกิจแรกที่ อาร์บอนนีย์ ได้เข้าร่วมคือ งานกาลาดินเนอร์ “Miss Universe Philippines Fashion & Charity Gala Night” จัดที่โรงแรม Okada Manila ในงานได้มีการโชว์ผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดังของฟิลิปปินส์ อาร์บอนนีย์ ได้อวดโฉมเฉิดฉายในชุดประจำชาติฟิลิปปินส์โทนสีอ่อน หรือที่เรียกว่าชุด “Filipiniana” เป็นเสื้อคอกว้างที่โดดเด่นด้วยแขนยกตั้งเป็นปีกกว้างทำด้วยผ้าบางและแข็งหรือที่เรียกว่า “butterfly sleeves” ชุดสะท้อนการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างชาวยุโรป เอเชีย และตะวันตก ท่ามกลางแขกรับเชิญคนดังมากมาย อาทิ แอน จักรพงษ์ เจ้าของมิสยูนิเวิร์สคนใหม่, โอลิเวีย ควีโด้ เจ้าของแบรนด์ดัง Olivia Quido Clinical Skincare และพันธมิตรทางธุรกิจของกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส

อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปนี้คือ การเข้าร่วมงานประกวด Miss Universe Philippines 2023 Coronation Night รอบชิงมงกุฎ โดยอาร์บอนนีย์ กล่าวว่า การไปชมการประกวดมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ คือสิ่งแรกที่อยากทำเมื่อมาถึงฟิลิปปินส์ ระหว่างที่เธอทำหน้าที่หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน อาร์บอนนีย์ ยังได้ให้กำลังใจผู้เข้าประกวดทุกคนว่า “จงอย่านิ่งเฉยที่จะใช้เสียงของคุณเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลก ทุกคนมีศักยภาพที่จะเป็นมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ แต่ผู้ครองมงกุฎมีเพียงแค่คนเดียวจงเข้มแข็งเข้าไว้”

วันถัดมา อาร์บอนนีย์ ได้ไปเยี่ยมเด็กๆ ที่กำลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ณ โรงพยาบาล Philippine Band of Mercy ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรการกุศล Smile Train โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทาง Smile Train ได้ให้ความช่วยเหลือน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสในประเทศไปมากกว่า 75,000 ราย

อาร์บอนนีย์ ได้ใช้ระยะเวลาที่เหลืออยู่ในทริปฟิลิปปินส์อย่างคุ้มค่า เธอได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านคุณพ่อคุณแม่ในกรุงมะนิลา โดยทั้งสองกลับมาใช้ชีวิตในประเทศฟิลิปปินส์มาเนิ่นนานแล้ว เธอได้เข้าสวมกอดทั้งสองอย่างอบอุ่นทันทีที่ได้พบหน้ากัน นอกจากนี้ ยังได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำของประเทศ Smilee Apparel หนึ่งในผู้สนับสนุนใหญ่ของเวทีมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ 2023 รวมทั้งได้เข้าพบผู้บริหารสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ ณ สำนักงานใหญ่ในกรุงมะนิลา เพื่อแสดงความขอบคุณสายการบินในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวดมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจในแดนตากาล็อก

สำหรับภารกิจในประเทศไทย ช่วงระหว่างวันที่ ١٧ พฤษภาคม-24 พฤษภาคม ٢٥٦٦ ทาง อาร์บอนนีย์ ได้มีกิจกรรมจัดเต็ม แน่นทุกๆ วัน ไม่ว่า
จะเป็นการพบปะสื่อมวลชนในไทย กิจกรรม CSR รวมไปถึงการทัวร์เมืองไทย

กิจกรรม CSR ของเธอในประเทศไทย เริ่มด้วยการไปแจกจ่ายอาหารให้กับเด็ก ผู้สูงอายุ และประชาชนในชุมชนซอยเจริญกรุง ٨٥ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางโรงแรม รอยัล ออร์คิด เชอราตัน ร่วมกับ องค์กรการกุศล Scholars of Sustenance หรือ SOS องค์กรที่ช่วยเหลือด้านการขาดแคลนอาหารในประเทศไทย อาร์บอนนีย์ อาสามาช่วยแพ็กและแจกจ่ายอาหาร ซึ่งเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการรังสรรค์ปรุงรสโดยทีมเชฟจากทางโรงแรม

นอกจากนี้ ยังได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดย คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีสาขาวิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการและการประชุม เป็นหลักสูตรที่เน้นการออกแบบและผลิตอีเว้นท์และไมซ์ที่แปลกใหม่สร้างสรรค์ ซึ่งในปัจจุบันนักศึกษามีความสนใจในอีเว้นท์นางงาม เพราะเวทีการประกวดนางงามเป็นเวทีที่ผู้คนต่างให้ความสนใจอย่างมาก จึงได้จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นมา

รวมถึงนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์มีความสนใจ Fashion Design โดยเฉพาะแฟชั่นรักษ์โลก Sustainable Fashion ที่ถือเป็นจุดยืนของคณะศิลปกรรมศาสตร์มุ่งเน้นเน้นการออกแบบแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองแนวความคิดในการออกแบบที่ทันสมัยเช่นเดียวกับ อาร์บอนนีย์ เกเบรียล Miss Universe ٢٠٢2

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญและยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติที่ได้รับโอกาสจาก อาร์บอนนีย์ เกเบรียล Miss Universe ٢٠٢2 ร่วมพูดคุย ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ ในหัวข้อ“Passion and sustainable fashion design” ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนเข้าร่วม สร้างแรงบันดาลใจสู่การค้นหา passion และการออกแบบแฟชั่นอย่างยั่งยืน

ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่แฟนๆ นางงามห้ามพลาด !! สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ อาร์บอนนีย์ เกเบรียล Miss Universe ٢٠٢2 ได้ที่ทางเพจ Facebook : Hello Universe

คุณแหน : 25 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732949

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ครบ 96 ปี ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ 15 พ.ค. สุขภาพแข็งแรงแจ่มใส แวดล้อมด้วย น้องๆ หลานๆ กราบอวยพรพร้อมเลี้ยงสังสรรค์ภายในครอบครัวอบอุ่น…

llขอแสดงความยินดีกับ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ นอกจากจะบริหารงานจัดหารายได้เพื่อสภากาชาดไทยอย่างแข็งขันแล้วยังบริหารสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการบริจาคโลหิตเป็นประจำ จนได้รับพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 3 จากการเป็นผู้บริจาคโลหิตครบจำนวน 50 ครั้งขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll รศ.ดร.ภก.สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล ไปดูงานเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอน และงานวิจัยด้านเภสัชฯ ณ ม.อีสต์แองเกลีย เมืองนอริช อังกฤษ ตามความร่วมมือในโครงการ ERASMUS+ และไปเจรจาความร่วมมือทางวิชาการกับ ม.นอตติงแฮม ที่ไปจบ ป.เอก มา…

ll อ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผอ.โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง จัดทอดผ้าป่าการศึกษาเพื่อจัดซื้อโสตทัศนูปกรณ์ประจำห้องเรียนแก่นักเรียนปฐมวัยด้อยโอกาส 9 มิ.ย. 09.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง เชิญร่วมสมทบทุน บัญชี มูลนิธิ วัดธาตุทอง ธ.กรุงเทพ เลขที่ 0057065039ส่งหลักฐานโอนเงิน Lind ID : thanalai…

ll นอกจากจะไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์อย่างครบครันแล้ว มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ แม่ทัพใหญ่แห่งสยามพิวรรธน์กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ จี ยู ครีเอทีฟ จัดงานใหญ่ SPOGOMI WORLD CUP 2023 THAILAND STAGE เป็นการแข่งขันเก็บขยะครั้งแรกของไทยหาตัวแทนประเทศไปชิงแชมป์เก็บขยะโลกที่ประเทศญี่ปุ่น สร้างความเข้าใจให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องการแยกขยะผ่านกิจกรรมความสนุก ผู้สนใจอยากมีส่วนร่วมรักษ์โลกแบบสนุกๆ สมัคร https://www.gyucreative.com/spogomi-thailand/ ถึง 18 มิ.ย. โดยการแข่งขันจะจัดขึ้น 2 ก.ค. ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน…

ll OPPY สังคมอายุยืน เปิดสอนกิจกรรมสร้างสมดุลแห่งชีวิตดิจิทัล ด้วยทีมงานคุณภาพบริการด้วยหัวใจ มีประสบการณ์การทำงานด้านผู้สูงวัยกว่า 23 ปี มีทั้งกิจกรรมสร้างสุข ร้องเพลง ลีลาศ โยคะท่องเที่ยว ทำอาหาร ทำเบเกอรี่ ฯ คลาสวาดภาพสีน้ำ สีอะคริลิก พู่กันจีน ดิจิทัลคลาส IT&Digital การใช้สมาร์ทโฟน แอปพลิเคชั่นยอดฮิต สมัครสมาชิก โทร.089-1399778 Line : @oppy…

ll บิ๊กบอสดอนเมืองโทลล์เวย์ ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย พร้อม พนง.ทุกระดับ ต่างจดจ่ออยู่กับการจัดทำระบบมาตรฐาน ISO การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ รักษาภาพลักษณ์องค์กร และช่วยกระบวนการสร้างคุณค่าของบริษัทฯ…

ll วางแผนมากว่า 3 ปี โยธิน-ภาณุมาตีฐต์ สมุทรคีรีจ์ ตระเวนท่องเที่ยวชมความงดงามยุโรปตะวันออก บัลแกเรีย-โรมาเนีย อย่างมีความสุขท่ามกลางปราสาทและธรรมชาติที่งดงาม…

ll สวดพระอภิธรรม รัชทิน ศยามานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีตอธิบดี กรมโยธาธิการและผังเมือง 27-30 พ.ค. 18.30 น. ณ ศาลา 27 วัดธาตุทองพระอารามหลวง และพระราชทานเพลิงศพ 4 มิ.ย. 16.00 น….

ll มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานกก. พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กก.เลขานุการ เชิญคณะกก. อาทิ ผศ.พญ.อรศรี รมยะนันทน์ รองประธานฯ, ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพยอม กก.เหรัญญิก, พญ.เจรียง จันทรกมล, ชัย โสภณพนิช ประชุมครั้งที่ 1/2566 วันที่ 31 พ.ค.13.00 น. ห้องประชุม 209 อาคารอานันทมหิดล…ll

น้อง

แนะวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ‘รู้เลข รู้เสี่ยง เลี่ยงโรคไม่ติดต่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732912

แนะวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ  ‘รู้เลข รู้เสี่ยง เลี่ยงโรคไม่ติดต่อ’

แนะวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ‘รู้เลข รู้เสี่ยง เลี่ยงโรคไม่ติดต่อ’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ รู้เลข รู้เสี่ยง เลี่ยงโรคไม่ติดต่อ มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถวัดความดันโลหิตได้อย่างถูกต้องและทราบค่าความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสูงถึงแม้จะไม่มีอาการแต่ก็อาจทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด โรคไตเรื้อรัง และเสียชีวิตได้ เผยพบประชากรไทย 1 ใน 4 ป่วยเป็นโรคความดันโลหิต แต่มากกว่า 7 ล้านคน ที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและยังไม่ได้มารับการรักษา

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในวันที่ 17 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันความดันโลหิตสูงโลก (World Hypertension Day) โดยปี 2566 นี้ สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก (World Hypertension League) ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ คือ “Measure Your Blood Pressure Accurately, Control It, Live Longer. ความดันสูงเกินไป คุมให้ดี ยืดชีวีให้ยืนยาว”โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถวัดความดันโลหิตได้อย่างถูกต้องและทราบค่าความดันโลหิตของตนเอง สามารถแปลผลความดันโลหิตได้เพราะโรคความดันโลหิตสูงถึงแม้จะไม่มีอาการแต่อาจทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด โรคไตเรื้อรัง และเสียชีวิตได้ จึงควรควบคุมความดันโลหิตให้น้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ถ้าเกิน 130/80 มิลลิเมตรปรอท คือ เริ่มสูงต้องเริ่มปรับพฤติกรรม ถ้าสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าป่วยเป็นความดันโลหิตสูงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้ารับการรักษา ถ้าเกิน 160/100 มิลลิเมตรปรอท คือ สูงมากซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ และถ้าเกิน 180/110 มิลลิเมตรปรอท สูงถึงขีดอันตรายต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึง 14 ล้านคน และมากกว่า 7 ล้านคน ที่ป่วยแต่ยังไม่เข้ารับการรักษา โรคความดันโลหิตสูงส่วนมากมักไม่แสดงอาการหากผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นระยะเวลานานและไม่ได้รับการรักษา ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น และอาจมีอาการต่างๆ ได้แก่ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หน้ามืดใจสั่นตาพร่ามัว เป็นลมหมดสติ และเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ได้แก่ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคความดันโลหิตสูงถึงแม้จะไม่มีอาการแต่ต้องรักษาและป้องกันสำหรับวิธีป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูงทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่ 1.งดทานอาหารรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง โดยคนทั่วไปที่ไม่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงไม่ควรทานโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้วไม่ควรเกิน 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน 2.ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ 3.ลดความอ้วน ให้ค่า BMI ไม่เกิน 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร แต่ถ้าคนที่ความดันสูงมากหรือคนที่ปรับพฤติกรรมแล้วแต่ความดันยังเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท ต้องรับประทานยาร่วมด้วย ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอถึงแม้จะไม่มีอาการเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากและทำให้เสียชีวิตได้

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 กรมควบคุมโรคร่วมกับสมาคมความดันโลหิตสูงโลกจัดกิจกรรมการประกวดคลิปวีดีโอ (Clip VDO) โรคความดันโลหิตสูงในหัวข้อ “Measure Your Blood Pressure Accurately, Control It, Live Longer. ความดันสูงเกินไป คุมให้ดี ยืดชีวีให้ยืนยาว” พร้อมทั้งจัดงานเสวนาวันความดันโลหิตสูงแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคความดันโลหิตสูงโดยผู้ป่วยและแพทย์ผู้ดูแล มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถวัดความดันโลหิตได้อย่างถูกต้องและทราบค่าความดันโลหิตของตนเองพร้อมทั้งสามารถแปลผลความดันโลหิตของตนเองได้ประชาชนควรควบคุมความดันโลหิตให้น้อยกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท เพื่อยืดชีวิตให้ยืนยาวขึ้น

สำหรับวิธีวัดความดันโลหิตที่ถูกต้องคือวัดความดันโลหิตในช่วงเช้าภายใน 1 ชั่วโมง หลังตื่นนอน หรือหลังปัสสาวะแล้ววัดความดันจำนวน 2 ครั้ง ให้ห่างกันครั้งละ 1 นาทีวัดช่วงเวลาก่อนเข้านอนโดยวัดความดัน 2 ครั้ง ให้ห่างกันครั้งละ 1 นาที นั่งเก้าอี้ให้หลังพิงพนักเพื่อไม่ให้หลังเกร็ง เท้าทั้ง 2 ข้าง วางราบกับพื้นให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย วัดความดันโลหิตในแขนข้างที่ไม่ถนัด หรือข้างที่มีความดันโลหิตสูงกว่า โดยวางแขนให้อยู่ในระดับเดียวกันกับหัวใจ ขณะวัดความดันโลหิตไม่กำมือ ไม่พูดคุยหรือขยับตัว ทั้งนี้ ควรวัดความดันหลังจากนั่งพักอย่างน้อย 30 นาที และ 1 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร ดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ หรือออกกำลังกายสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.1422