นิทรรศการ LOST IN PARADISE ‘สิ่งที่เห็นอาจจะไม่จริง สิ่งที่จริงอาจจะไม่มี?’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732942

นิทรรศการ LOST IN PARADISE ‘สิ่งที่เห็นอาจจะไม่จริง สิ่งที่จริงอาจจะไม่มี?’

นิทรรศการ LOST IN PARADISE ‘สิ่งที่เห็นอาจจะไม่จริง สิ่งที่จริงอาจจะไม่มี?’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เบนซิลล่า

ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะหลงกลในกิเลสที่ถูกกระตุ้นจากมายาคติ มันกลับเป็นเรื่องงดงามเสียอีกที่จะเพลิดเพลินไปกับโลกใบนี้ซึ่งหมุนวนไปตามวัตถุ
(ที่ถูกทำให้) นิยม แต่เพื่อไม่ให้หลงลืมสิ่งที่ต้องการจะทำอันแท้จริงเพียงเพราะถูกมายาชักจูง การตระหนักรู้ในแรงดึงดูดของสิ่งนอกกายจึงเป็นเรื่องที่ทั้งควรครุ่นคิดและไตร่ตรองให้ได้ประคองชีวิตตามครรลองครองความเป็นตัวเองแบบไม่มีวันสูญหายไปเหมือนดั่งร่ายมนต์

เทรนดี้ แกลเลอรี่ และริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก ชวนคนรักงานศิลป์มาหลงระเริงในมายาคติไปกับผลงานของ“เบนซิลล่า” และลอยละล่องไปพร้อมกันในดินแดนแห่งนี้ กับ นิทรรศการ LOST IN PARADISE ที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

เบนซิลล่า ศิลปินจากกรุงเทพมหานครประเทศไทย เกิดเมื่อปี 2527 เป็นผู้สรรสร้างคาแร็กเตอร์สามตาสุดเก๋ ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของเฉดสีที่ชัดเจนและรูปลักษณ์แปลกตาอย่างเจ้า “LOOOK” นี้เองที่ทำให้เบนซิลล่าได้มีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ชื่อดังมากมายและนำความรักไปสู่หัวใจของผู้ชมหลายท่านที่ได้พบเห็น

วันหนึ่ง ผลึกแห่งความหลงใหลในนิยายไซไฟ ความลึกลับ และปริศนาแห่งจักรวาลที่หล่อหลอมกันอยู่ภายใต้จิตใต้สำนึกของเบนซิลล่า ก็ได้ปรากฏเป็นภาพของคาแร็กเตอร์แปลกตาสู่สายตาของศิลปิน ซึ่งภายหลังก็ได้กลายมาเป็น LOOOK เจ้าเด็กเอเลี่ยนสามตาที่ให้ความสนใจกับทุกรายละเอียดเล็กๆ ในดาวโลก ผู้มีดวงตาสดใสอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเที่ยงตรงและความตื่นเต้นมากมายที่มีต่อชีวมณฑลอันแปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์ของโลกใบนี้จะกล่าวว่า LOOOK คือตัวแทนที่สื่อถึงมุมมองของเบนซิลล่าได้อย่างแท้จริงก็ว่าได้ เพราะสำหรับเขาแล้วนั้น ไม่มีวันไหนที่การวาดคาแร็กเตอร์ตัวนี้จะไม่เป็นเรื่องสนุก ราวกับว่าทั้งผู้วาดและผู้ถูกวาดนั้นถูกลิขิตให้มาคู่กันเสียอย่างนั้น และแน่นอนว่า LOOOK ก็ปรากฏตัวอยู่ในผลงานของเบนซิลล่านับไม่ถ้วน รวมไปถึงคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ด้วยเช่นกัน

เบนซิลล่า ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งต่างๆ มากมาย ทุกสิ่งที่เขาสัมผัสหรือพบเห็นในชีวิตประจำวันและการเดินทางต่างๆ ของเขา ไปจนถึงดนตรีจากยุค 90 ที่เขาเติบโตมาด้วย โดยเฉพาะเพลงสไตล์ฮิปฮอป ร็อก และฮาร์ทคอร์ ตลอดจนวัฒนธรรมต่างๆ ที่ผสมผสานเข้ากับแนวเพลงเหล่านี้ ทั้งการเล่นสเก็ตบอร์ด แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ การออกแบบกราฟิก และวัฒนธรรมป๊อป ที่ได้กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญในความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินซึ่งหล่อหลอมตัวตนของเบนซิลล่าและผลงานของเขาให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

นิทรรศการ LOST IN PARADISE เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก หรือติดตามผลงานของศิลปินได้ทาง Instagram: @benzilla_

‘ดูนิ ไทยแลนด์’ รังสรรค์มื้อพิเศษ Good Food Mood แบบ Simple Elegant

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732915

‘ดูนิ ไทยแลนด์’ รังสรรค์มื้อพิเศษ Good Food Mood แบบ Simple Elegant

‘ดูนิ ไทยแลนด์’ รังสรรค์มื้อพิเศษ Good Food Mood แบบ Simple Elegant

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภูริ หิรัญพฤกษ์, เขริกา โชติวิจิตร และ ประวิทย์ เตชะวิจิตร์

เดินหน้าสร้างสรรค์โซลูชั่นเพื่อมื้ออาหาร กับ 3 คอนเซ็ปต์ “Go-Joy-Wow” เพื่อสร้างแบรนด์พรีเมียมที่ทุกโต๊ะอาหารต้องมี ล่าสุด “ดูนิ ไทยแลนด์” แบรนด์กระดาษเช็ดปาก สัญชาติสวีเดน โดย บริษัท ดูนิ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายเข้าสู่งาน เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาพิเศษ Good Food Mood ที่จะเข้ามาเปลี่ยนทุกมื้ออาหารให้พิเศษกว่าที่เคย ด้วยการแนะนำ DUNILETTO ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกระดาษที่ดีทั้งต่อโลกและดีต่อเราๆ ด้วยกัน ภายในงานคั่บคั่งไปไปด้วยเหล่าคนดัง อาทิ ภูริ หิรัญพฤกษ์,จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร ที่ Chef’ s Table by Chef Art private dinner เอกมัย

ประวิทย์ เตชะวิจิตร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูนิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ช่วงเวลาพิเศษของหลายคน มักมีจุดเริ่มต้นขึ้นที่โต๊ะอาหาร Duni เราจึงพร้อมเป็นผู้ช่วย ด้วยการมอบอุปกรณ์ชั้นเลิศที่เต็มไปด้วยความประณีต พิถีพิถัน สำหรับใช้งานบนโต๊ะอาหาร เพื่อส่งต่อประสบการณ์ใหม่ที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสถึงความหรูหราและเต็มไปด้วยความประทับใจ

เชฟอาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์

“ความตั้งใจของผลิตภัณฑ์ Duni นอกเหนือไปจากการมอบประสบการณ์และสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร โดยผ่านผลิตภัณฑ์ชั้นยอดของเราแล้ว อีกหนึ่งความพยายามในการทำธุรกิจที่เรามุ่งมั่นมาโดยตลอด นั่นก็คือการสร้างให้ธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ สามารถเดินหน้าไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างกลมกลืนโดยไม่ทำร้ายทั้งคนและโลก

และเพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงแรงบันดาลใจ ที่นำมาสู่จุดเริ่มต้นในการดำเนินธุรกิจและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ DUNI ให้มากขึ้น ทางแบรนด์จึงนำทุกท่านสัมผัสกับความสุนทรีย์ของรสชาติอาหาร ที่เกิดขึ้นจากการรังสรรค์ของเชฟระดับมิชลินสตาร์ นั่นก็คือ เชฟอาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์แห่ง Chef’s Table by Chef Art private dinner โดยเมนูสุดสร้างสรรค์จากเชฟอาร์ต ที่รังสรรค์ให้กับ Duni เป็นพิเศษ สะท้อนถึงการทานอาหารไม่เพียงเป็นความสำคัญในการดำรงชีวิตเท่านั้น หากแต่ยังเป็นความสุข ความสุนทรีย์ ที่ช่วยเข้ามาเติมเต็มหัวใจให้รู้จักกับความอิ่มเอม มากขึ้นด้วย และในค่ำคืนนี้จึงเป็นครั้งแรกที่รสชาติอาหารในทุกจาน จะถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมี Napkin หลากหลายสีสันของ Duni เป็นแรงบันดาลใจ

เมนูพิเศษจากเชฟอาร์ต ที่ลงตัวกับผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดปาก Duni

รสชาติของอาหารเมนูพิเศษตามแนวทางของ Duni ที่วางคอนเซ็ปต์ชัดเจน คือ Go การใช้งานแบบสะดวกราคาไม่สูง เช่น napkins ที่ใช้ในร้านอาหารแบบทานสบายๆ สไตล์คาเฟ่ Joy เน้นความสวยงาม สนุกสนานสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่ดีของงานเลี้ยงในกลุ่มครอบครัวและเพื่อนฝูง และ Wow เน้นความหรูหรา ให้ความรู้สึก Luxuryเหมาะกับ Fine Dining และร้านที่ให้ความสำคัญกับบรรยากาศร้านและดีไซน์”

ทั้งนี้ Duni เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดปาก มีจุดเด่นที่การให้ความสำคัญกับสุขอนามัยของผู้ใช้งาน เพราะใช้เพียงครั้งเดียว ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด ประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งซัก ประหยัดเวลาและค่าแรงในการพับผ้าเช็ดปาก ทั้งยังมีความยั่งยืนมากกว่าเมื่อเทียบกับใช้สารฟอกขาวสำหรับผ้าลินิน หรือผ้าเช็ดปากทั่วไป รวมถึงการใช้งานที่ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนผ้าเช็ดปากให้เหมาะกับอีเว้นท์ต่างๆ ได้อย่างลงตัว

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ Duni Letto ที่เปิดตัวในงานนี้ เป็นกระดาษเนื้อผ้าสำหรับเช็ดปากใช้บนโต๊ะอาหาร โดยมีการพับเสร็จพร้อมใช้งานให้สามารถสอดมีดช้อนส้อมให้ลูกค้าที่มาทานอาหาร ที่นอกจากความรู้สึกพรีเมียมของเนื้อกระดาษ หลากหลายสีแล้ว ยังสามารถพิมพ์ลายหรือ เพิ่มข้อความเพื่อสร้างแบรนด์ให้กับลูกค้าได้ด้วย และเนื่องด้วยแบรนด์ มุ่งส่วนเสริมภาพลักษณ์ประหยัดพลังงาน ดีต่อโลก ดีต่อเรา Duni Letto จึงมีราคาต่อชิ้นใกล้เคียงกับต้นทุนในการทำความสะอาดผ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยที่ลูกค้าสามารถลดต้นทุนในการดำเนินงาน ทั้งประหยัดเวลา และแรงงานในการจัดเก็บและพับได้

จุฬาฯ ร่วมลงนามความร่วมมือทางการวิจัย พัฒนาอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732913

จุฬาฯ ร่วมลงนามความร่วมมือทางการวิจัย พัฒนาอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

จุฬาฯ ร่วมลงนามความร่วมมือทางการวิจัย พัฒนาอาหารเสริมและเครื่องสำอาง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมลงนามความร่วมมือ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกความร่วมมือด้านการวิจัยกับบริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด พัฒนาอาหารเสริมและเครื่องสำอาง จากองค์ความรู้และนวัตกรรมจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมลดการนำเข้า เพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมจุฬาฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับบริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์)จำกัด โดยมีศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ, ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์จุฬาฯ, น.ส.วาสนา อินทะแสง และ ดร.ศิริพงษ์ สีใสไพร กรรมการผู้จัดการบริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการวิจัย ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬา

การลงนามความร่วมมือทางการวิจัยระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับบริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด ในครั้งนี้มีระยะเวลาความร่วมมือ 1 ปี (1 มิถุนายน 2566-31 พฤษภาคม 2567) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางด้านอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง จะร่วมมือกับบริษัทรีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของคนไทย 100% ในการให้บริการเพื่อพัฒนาเครื่องสำอาง สินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม และอาหารเสริมทุกรูปแบบรวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจและการตลาด ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันส่งเสริมผลงานวิจัยเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสุขภาพโดยใช้วัตถุดิบในประเทศไทย ต่อยอด ขยายผลและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ร่วมกัน สามารถนำผลงานนวัตกรรมทางด้านสุขภาพไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมในวงกว้าง ช่วยเสริมการทำงานของบริษัท จุฬาฟาร์เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ซียูฟาร์มาซีเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CUPE) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมต่างๆ จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ออกสู่เชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้บริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด ในเรื่องระบบในการนำส่งยาอย่างมีประสิทธิภาพ การสกัดสารแอนโทไซยานินในผลหม่อนหรือมัลเบอร์รี่ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระให้ได้ปริมาณสูงสุดและคงตัวเพื่อพัฒนาเป็นอาหารเสริมและเครื่องสำอางสามารถขยายผลในเชิงอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสายตาวิซิออน (VI-SION) ที่ช่วยลดภาวะตาแห้ง ลดการอักเสบในตา และต้านอนุมูลอิสระที่ดวงตา

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ จุฬาฯ มีเป้าหมายในการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมออกไปรับใช้สังคมไทย พิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายหลักของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการนำความรู้จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ออกสู่สังคมผ่านบริษัท รีโว่เมด (ไทยแลนด์) จำกัด ในอนาคตจะได้เห็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ซึ่งจะมีการขยายตลาดสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้คนไทยมีสุขภาพดีและมีอายุยืน

ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์จุฬาฯ กล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอาหารเสริมและเครื่องสำอาง โดยได้รับการสนับสนุนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจากอธิการบดีจุฬาฯ ที่มีแนวคิดในการส่งเสริมเรื่องสตาร์ทอัพในมหาวิทยาลัย รวมทั้งสตาร์ทอัพในคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นแหล่งกระจายองค์ความรู้สู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ มีการขยายการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีไปสู่เครื่องมือแพทย์ การพัฒนายาโมเลกุลใหม่ๆ ตนเชื่อมั่นว่าการพัฒนานวัตกรรมโดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ จะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เชื่อมั่นว่านวัตกรรมจุฬาฯ จะช่วยลดการนำเข้า เสริมการส่งออกจากงานวิจัยให้มีมูลค่ามหาศาล

ติวเข้ม ‘WISE CREATORs…เรียนรู้ ร่วมสร้าง สื่อสร้างสรรค์’ปั้นนักสร้างสรรค์สื่อปลอดภัย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732919

ติวเข้ม ‘WISE CREATORs…เรียนรู้ ร่วมสร้าง สื่อสร้างสรรค์’ปั้นนักสร้างสรรค์สื่อปลอดภัย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม

ติวเข้ม ‘WISE CREATORs…เรียนรู้ ร่วมสร้าง สื่อสร้างสรรค์’ปั้นนักสร้างสรรค์สื่อปลอดภัย เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ภัทริรา ธีรสวัสดิ์

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเปิดหลักสูตรอบรมพัฒนาผู้ผลิตสื่อระดับกลาง “WISE CREATORs…เรียนรู้ ร่วมสร้าง สื่อสร้างสรรค์” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อระดับกลางให้สามารถนำองค์ความรู้และทักษะไปใช้พัฒนาและผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มีคุณภาพในระดับที่สูงขึ้นสร้างผลกระทบเชิงบวกในทางสังคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ซึ่งได้เปิดหลักสูตรอบรมไปเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2566 ที่ โรงแรม เดอะ พาลาสโซกรุงเทพฯ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสื่อมาให้ความรู้ โดยหลักสูตรยังคงมีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 นี้

ดร.ธนกร ศรีสุกใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวเปิดการอบรมว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานของ
กองทุนพัฒนาสื่อ คือ การสร้างบุคลากรในวงจรการผลิตสื่อแบบครบวงจรมาพร้อมกับการสร้างองค์ความรู้ การสร้างสื่อสร้างสรรค์ สร้างองค์ความรู้สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้สังคมก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างเครือข่าย เพื่อสร้างสังคมให้เป็น smart organization โดย smart people กองทุนได้ทำหลักสูตรพัฒนาผู้ผลิตสื่อระดับกลางขึ้นมา นับว่าผู้ที่เข้ารับการอบรมในปีนี้เป็นรุ่นแรกที่เข้ามาใช้หลักสูตรนี้ ซึ่งต้องมีการเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคม เน้นวิธีคิด ซึ่งการเข้ามามีส่วนร่วมในการอบรม นับว่าได้ร่วมเป็นหนึ่งในภาคเครือข่ายกับเราแล้ว และเราเชื่อว่าจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานของผู้ผลิตสื่อที่เข้าร่วมอบรมได้ในระดับที่สูงขึ้น

ติวเข้มหลักสูตรอบรม “WISE CREATORs…เรียนรู้ ร่วมสร้าง สื่อสร้างสรรค์”

ด้าน ดร.ภัทธิรา ธีรสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและการออกแบบการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวแนะนำหลักสูตรการอบรมว่า หลักสูตรพัฒนาผู้ผลิตสื่อระดับกลางนี้ เป็นโครงการที่ทาง มศว ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นแบบไฮบริด มีทั้งแบบ
ออนไซต์ 4 วัน และ ออนไลน์ 3 วัน รวม 33 ชั่วโมง เพื่อเสริมสร้างมุมมองและแนวทางเกี่ยวกับการผลิตสื่อแนวใหม่ โดยเน้นเสริมสร้าง Wise Creator ผ่านหลักการ WISE นั่นคือ W- Work with People คือ นักผลิตสื่อระดับกลางรุ่นใหม่ต้องรู้จักการทำงานเป็นทีมเข้าใจตนเองเข้าใจผู้อื่นสื่อสารกับทีมได้อย่างสร้างสรรค์ I- คือ เราต้องเป็นนักสร้างสรรค์สื่อแบบ Impactful ที่ไม่ใช่แค่นำเสนอในสิ่งที่เราต้องการแต่ต้องรู้จักหาและเข้าใจในสิ่งที่ผู้ฟังต้องการด้วย S- คือ Social Responsibility Communicatorเราจะเป็นนักสื่อสารที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างสื่อที่มีผลกระทบเชิงบวกตามแนวทางสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และสุดท้าย E คือ Event-centric Creation นักสร้างสรรค์สื่อในปัจจุบันต้องมีความตระหนักในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว พร้อมเข้าใจความสัมพันธ์เชิงระบบของเรื่องราวเพื่อสื่อสารได้อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยรูปแบบการเรียนรู้ตลอดหลักสูตรจะผสมผสานกิจกรรมที่หลากหลายทั้งการฟังบรรยายองค์ความรู้ การทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการร่วมคิด ร่วมสร้างสื่อสร้างสรรค์ กิจกรรมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเชิงสร้างสรรค์ ตลอดจนการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อเสียง/สื่อวีดีโอในห้องเรียนกลุ่มปิด เพื่อตอบสนองผู้เข้าอบรมที่มีสไตล์การเรียนรู้แตกต่างกันได้เข้าถึงองค์ความรู้ได้มากขึ้น

กิจกรรมวันเปิดหลักสูตร ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ : บทเรียนจากโครงการรับทุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” โดย นางสาวพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับตัวแทนผู้ผลิตสื่อรุ่นใหม่เพื่อให้มองเห็นแนวทาง/มาตรฐานการให้ทุนของทางกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และเสริมสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการเป็น “สื่อน้ำดี” ในบริบทสังคมไทย ตลอดจนมีการเรียนรู้เกี่ยวกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง และบริบทสื่อภูมิทัศน์ที่ไม่เหมือนเดิม กับแนวทางการปรับตัว ผ่านวิทยากรผู้มากประสบการณ์ไม่ว่าจะเป็น ศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.สิขเรศศิรากานต์ ประธานอนุกรรมการฝ่ายวิชาการสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

เพื่อตอกย้ำความเข้าใจในเรื่องของการเป็นผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทางหลักสูตรยังจัดให้มีกิจกรรมการเสวนาภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัสชิ้นงานสื่อกับประเด็นความปลอดภัยและสร้างสรรค์” โดย รศ.ดร.นวลน้อยตรีรัตน์ สุภิญญา กลางณรงค์ และ ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองทั้งในเชิงวิชาการและเชิงแนวทางการกำกับนโยบาย ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมผ่านกรณีศึกษาต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังได้เชิญตัวแทนทีมงานกองเซ็นเซอร์ สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 มาแลกเปลี่ยนมาตรฐานการกำกับดูแลความเป็นสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่พร้อมนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

กิจกรรมการอบรมในหลักสูตร WISE CREATORs 2023 ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อ หลายประเด็นแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและองค์ความรู้ต่างๆ ได้ทาง Facebook ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หรือ Facebook ของทางหลักสูตร WISE CREATORS

‘Summer Night Out’ ปาร์ตี้สุดเริงร่าของสาว Lyn around

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732904

‘Summer Night Out’  ปาร์ตี้สุดเริงร่าของสาว Lyn around

‘Summer Night Out’ ปาร์ตี้สุดเริงร่าของสาว Lyn around

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุวิตา สิงห์สัจจเทศ ผจก.ทั่วไป แบรนด์ Lyn around

Lyn around (ลิน อราวด์) แบรนด์แฟชั่นสไตล์เฟมินินที่เติมเต็มจินตนาการของสาวช่างฝัน จัดงาน “Summer Night Out” โดยเนรมิตพื้นที่บนรูฟท็อปบาร์สีสันสดใสบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม Siam @ Siam Design Hotel Bangkok ให้กลายเป็นงานเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้สุดเก๋ของสาวๆ Lyn around โดยมีนักแสดงคนดัง อาทิ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา, มายด์-ณภศศิสุรวรรณ, อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ,ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร และ ดรีม- อภิชญา พานิชตระกูล รวมทั้งเหล่าแฟชั่นนิสต้าอีกกว่า 20 คน มาร่วมงาน พร้อมอวดโฉมความสดใสร่าเริงในสไตล์ของตนเองไปกับซัมเมอร์คอลเลคชั่นล่าสุด “Timeless Summer Love”

เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา

สุวิตา สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ Lyn around บริษัท ยัสปาลจำกัด กล่าวว่า “งาน Summer Night Out จัดขึ้นเพื่อสร้างคอมมูนิตี้ของสาวๆ Lyn around ได้มารวมตัวกันสร้างสีสัน และสนุกสนานกับการแต่งตัวที่หลากหลายในสไตล์ที่เป็นตนเอง รวมทั้งแชร์ลุคเสื้อผ้าของ Lyn around ผ่านแคมเปญ #lynaroundeverywhere ที่สะท้อนว่าเสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ของ Lyn aroundช่วยเติมเต็มจินตนาการ สามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาสและสถานที่ เพื่อแสดงความสดใสและเปล่งประกายความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่”

ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร

ภายในงานสาวๆ Lyn around ได้สวมใส่เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ในซัมเมอร์คอลเลคชั่นล่าสุด “Timeless Summer Love” ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการส่งผ่านความรักแบบไร้กาลเวลา สะท้อนความเป็นผู้หญิงอันอ่อนหวาน ร่าเริง สดใส แต่ยังเต็มไปด้วยกิมมิคสุดพิเศษจากลายพิมพ์ โมทีฟ และดีเทลที่หยิบเอาความมีชีวิตชีวาของธรรมชาติในฤดูร้อนมาถ่ายทอดได้อย่างไม่ซ้ำใคร ให้สาวๆ ได้เพลิดเพลิดไปกับการแต่งตัวและแมทช์กับแอคเซสซอรี่ชิ้นโปรดที่จะมาคอมพลีทลุคในแต่ละวัน และเป็นคอลเลคชั่นที่ใส่ได้ทุกช่วงเวลา ไม่มีวันตกยุค โดยบรรยากาศในงานคักคึกไปด้วยการประดับตกแต่งป้ายไฟนีออนสุดเก๋ แลนด์มาร์คสวยๆ สำหรับถ่ายภาพ นอกจากนี้ สาวๆ ยังได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมการเต้น Salsa และการถ่ายภาพโพลาลอยด์สุดฮิตอีกด้วย พบกับสินค้าคอลเลคชั่นต้อนรับซัมเมอร์ “Timeless Summer Love” ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน
Lyn around ทุกสาขา และออนไลน์ www.lynaround.com


ณิชกานต์ ศรีสุข ฮัลลิน, ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล และ ออม-ดรัณภัทร รัตนกรโอภากุล

ณิชกานต์ ศรีสุข ฮัลลิน, ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล และ ออม-ดรัณภัทร รัตนกรโอภากุล

2 สาวนักเต้น Salsa

2 สาวนักเต้น Salsa

สาวๆ Lyn around กับลุคสดใส ร่างเริงกับซัมเมอร์คอลเลคชั่นล่าสุด “Timeless Summer Love”

สาวๆ Lyn around กับลุคสดใส ร่างเริงกับซัมเมอร์คอลเลคชั่นล่าสุด “Timeless Summer Love”

สาวๆ Lyn around กับลุคสดใส ร่างเริงกับซัมเมอร์คอลเลคชั่นล่าสุด “Timeless Summer Love”

สาวๆ Lyn around กับลุคสดใส ร่างเริงกับซัมเมอร์คอลเลคชั่นล่าสุด “Timeless Summer Love”

KIKO MILANO ชวนสาวๆ เปิดเผยตัวตนให้โลกรู้กับ‘BEAUTY ROAR’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732941

KIKO MILANO ชวนสาวๆ เปิดเผยตัวตนให้โลกรู้กับ‘BEAUTY ROAR’

KIKO MILANO ชวนสาวๆ เปิดเผยตัวตนให้โลกรู้กับ‘BEAUTY ROAR’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

KIKO MILANO เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Beauty Roar Collection ที่ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองและเติมแต่งความสวยงามที่ไม่เหมือนใคร เพื่อแสดงตัวตนของคุณ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครบครันทุกเนื้อสัมผัสและเฉดสี สามารถปรับเข้ากับทุกสีผิวได้อย่างแนบเนียนลงตัว ให้คุณพร้อมเปิดเผยตัวตนอันโดดเด่นของคุณให้ยิ่งสะดุดตา มีชีวิตชีวากว่าใคร

คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด Beauty Roar Collection มีทั้งผลิตภัณฑ์แต่งหน้าเพื่อผิวดูโกลว์สวย ทรงพลัง ผลิตภัณฑ์แต่งดวงตาให้สวยเป๊ะในแบบของคุณ และล็อกเรียวปากสวยแน่น สดชัด ด้วยลิปสติกหลากเฉดสีที่ขับสีเรียวปากตามธรรมชาติให้สวยเด่นกว่าที่เคย วางจำหน่ายแล้วที่ร้านของ KIKO MILANO สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 2, Siam Center ชั้น M และ CentralwOrld ชั้น 1 หรือช้อปทางออนไลน์ที่ Lazada Flagship Store, Shopee และ Chat & Shop ที่ LINE @KIKOMilanoTH

KIKO Milano ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลีโดย สเตฟาโน เพอร์คาสซี และคุณพ่อของเขา แอนโตนิโอ เพอร์คาสซีนับตั้งแต่นั้น KIKO Milano ก็ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำและบุกเบิกแนวคิดไปจนถึงเมคอัพใหม่ๆ ให้กับหลากหลายประเทศทั่วโลก ทั้งยังสร้างกระแสความงามต่างๆ และทำให้เมคอัพเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ ผสมผสานทั้งคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์อันถือเป็นหัวใจหลักของความเป็นชาวอิตาเลียนที่แท้จริง KIKO Milano ได้ก้าวข้ามกรอบแนวคิดเกี่ยวกับความงามแบบเดิมๆ และเล็งเห็นถึงความสวยที่ไร้รูปแบบไม่ว่าจะเป็นเฉดสี โทนสี และเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ใช้ง่ายทั้งกับเมคอัพอาร์ติสท์มืออาชีพไปจนถึงผู้บริโภคที่หลงใหลในเมคอัพปัจจุบัน KIKO Milano มีช็อปมากกว่า 1,000 สาขา ใน 30 ประเทศทั่วโลก

‘ศิลปกรรมช้างเผือก’ ครั้งที่ 12 หัวข้อ ‘รักโลก’ ผลงาน ‘หนึ่งเดียวกัน’ คว้า ‘รางวัลช้างเผือก’ ไปครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732909

‘ศิลปกรรมช้างเผือก’ ครั้งที่ 12 หัวข้อ ‘รักโลก’  ผลงาน ‘หนึ่งเดียวกัน’ คว้า ‘รางวัลช้างเผือก’ ไปครอง

‘ศิลปกรรมช้างเผือก’ ครั้งที่ 12 หัวข้อ ‘รักโลก’ ผลงาน ‘หนึ่งเดียวกัน’ คว้า ‘รางวัลช้างเผือก’ ไปครอง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 12” ภายใต้หัวข้อ “รักโลก” ที่จัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)ล่าสุดคณะกรรมการตัดสิน 9 ท่าน ประกอบด้วย ฐาปนสิริวัฒนภักดี, ศ.เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิตร, ศ.เกียรติคุณ ถาวรโกอุดมวิทย์, ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, นิติกร กรัยวิเชียร, รศ.ดร.ชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์, กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์, วศินบุรี สุพานิช วรภาชน์ และ ลำพู กันเสนาะ การประกวดครั้งนี้มีผู้ร่วมส่งผลงานทั้งหมด 270 ท่าน จำนวนผลงานรวม 327 ชิ้นและผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 57 ชิ้นงาน

โดยผลงานที่ได้รับ รางวัลช้างเผือก ได้แก่ “หนึ่งเดียวกัน” โดย จรัญ พานอ่อนตา รับเงินรางวัล 1,000,000 บาทรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ลูกรักโลก” โดย บุญมี แสงขำ รับเงินรางวัล 500,000 บาท โดยในปีนี้ได้เพิ่มรางวัลพิเศษ คือ รางวัลคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ได้แก่ “โลกคือความหลากหลาย” โดย สุรพันธ์ ขวัญแสนสุข รับเงินรางวัล 400,000 บาท รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “ด้วยมือเรา”โดย นารา วิบูลย์สันติพงศ์ รับเงินรางวัล 250,000 บาท นอกจากนี้ ยังมี รางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย พิพัฒน์ จันทร์ทิพย์, เพชราพรโสภาพ, ลดากร พวงบุบผา, วีระพงศ์ แสนสมพร, อนันต์ยศจันทร์นวล และรางวัลชมเชยอีก 12 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 4,350,000 บาท

คณะกรรมการตัดสิน อาทิ ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ศ.เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิตร, ศ.เกียรติคุณ ถาวร โกอุดมวิทย์, นิติกร กรัยวิเชียร, กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์, วศินบุรี สุพานิช วรภาชน์ และ ลำพู กันเสนาะ

นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “การประกวดศิลปกรรมช้างเผือกเกิดจากความตั้งใจอันดีของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)มีวัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีทักษะความสามารถทางศิลปะอันโดดเด่นในการสร้างสรรค์ศิลปะแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative Art)โดยยึดถือความเหมือนจริงเป็นแก่นสำคัญเพื่อให้ผลงานศิลปะเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญ ในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านศิลปะร่วมสมัยให้ขยายไปสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้าง การดำเนินการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 และดำเนินงานต่อเนื่องเรื่อยมาเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ.2566 นับเป็นการจัดการประกวดครั้งที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “รักโลก’” เพื่อให้ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้แสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์โดยตีความจากโจทย์ที่กำหนดให้ ซึ่งศิลปินที่เข้าร่วมประกวดแต่ละคนก็ต่างสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจในรูปแบบและแนวทางที่แตกต่างได้อย่างน่าประทับใจ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ศ.เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิตร คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “ปีนี้ตื่นเต้นมากครับที่ได้เห็นผลงานทั้งหมดเพราะศิลปินมีความตั้งใจมากๆ ส่งผลงานมาจำนวน 327 ชิ้น สำหรับหัวข้อ รักโลก ผมว่าง่ายสำหรับศิลปินที่ใช้จินตนาการ สร้างสรรค์ทำให้ศิลปินส่งผลงานเป็นจำนวนมาก สำหรับเกณฑ์การตัดสินคือหลักๆ เป็นเรื่องของความคิด ทักษะคือสิ่งที่สนับสนุนความคิด รางวัลช้างเผือกเราต้องการสไตล์ Figurative และ Realistic ซึ่งใช้ฝีมืออย่างเดียวไม่พอต้องมีความคิดด้วย เพราะฉะนั้นคนที่ได้รางวัลช้างเผือก และรางวัลอื่นๆ ทุกคนมีแนวความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ รางวัลช้างเผือกในครั้งนี้เป็นผลงานที่ดีที่สุด กรรมการให้คะแนนเป็นเอกฉันท์เพราะงานของเค้าบอกความคิดเรื่องของโลกได้อย่างชัดเจนว่าโลกนี้มีความหลากหลาย ซึ่งทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ประกอบด้วยมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องทุกอย่าง งานของเค้าจึงใช้คนจำนวนมากๆ มารวมตัวกันเป็นรูปทรงต่างๆ เป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจมากที่สุดในผลงานที่เราคัดเลือก”

ศ.เกียรติคุณ ถาวร โกอุดมวิทย์ คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า “ในฐานะที่ผมเป็นศิลปินและกรรมการตัดสิน โครงการนี้ถือเป็นโครงการที่น่ายกย่องจากดำริของคุณฐาปนที่ต้องการสนับสนุนศิลปินที่ทำงานในลักษณะเสมือนจริง Figurative และ Realistic เป็นการสนับสนุนทั้งทักษะในเชิงฝีมือและเชิงความคิดสำหรับหัวข้อปีนี้ รักโลก เป็นหัวข้อที่ค่อนข้างอิสระ ทำให้ศิลปินส่งผลงานมาเป็นจำนวนมาก ในเรื่องเกณฑ์การตัดสิน เราดูในเชิงความคิด และความสอดคล้องกับหัวข้อที่เรากำหนด ทักษะฝีมือการนำเสนอ โดยผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก เราเห็นผลงานโดดเด่นมาตั้งแต่รอบแรก ภาพที่เค้าส่งมาทางออนไลน์ เมื่อได้เห็นงานจริงเรารู้สึกประทับใจ เค้าสามารถใช้ตัว Figure มาสอดประสานร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราว สะท้อนให้เห็นสภาวะของโลกไปสู่มิติตามจินตนาการ ตามวัตถุประสงค์ นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือกถือว่าเป็นนิทรรศการที่ค่อนข้างสำคัญในวงการศิลปะโดยเฉพาะกับศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย และมีความสามารถ อยากให้ติดตามชมนิทรรศการในครั้งนี้ครับ”

ข้าพเจ้านำเรื่องราวความประทับใจในกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวของสังคมชนบทอีสานของตนเอง มาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์วิถี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยผ่านเทคนิคกระบวนการเย็บปักเส้นด้าย ร้องเรียงเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ผสานพลังความสามัคคี ก่อเกิดความสุขของการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สามารถปรับประยุกต์วิถีชีวิตให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างกลมกลืน โดยยึดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสถึง “ความพอเพียงสร้างได้ก็ต่อเมื่อคนในชุมชนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” เป็นประโยคที่จุดประกายความคิดให้ข้าพเจ้าเล็งเห็นถึงการมีส่วนร่วมจากส่วนรวม เพื่อสร้างสรรค์และสานสัมพันธ์ชุมชนไทยให้ยั่งยืนสืบไป นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 12 จัดแสดงผลงาน “รักโลก” ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-20 กรกฎาคม 2566 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงานแสดง และพระราชทานรางวัลในวันที่ 10 กรกฎาคม 2566

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ลูกรักโลก” โดย บุญมี แสงขำ

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ลูกรักโลก” โดย บุญมี แสงขำ

รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “ด้วยมือเรา” โดย นารา วิบูลย์สันติพงศ์

รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “ด้วยมือเรา” โดย นารา วิบูลย์สันติพงศ์

รางวัลคุณหญิงวรรณา ได้แก่ “โลกคือความหลากหลาย” โดย สุรพันธ์ ขวัญแสนสุข

รางวัลคุณหญิงวรรณา ได้แก่ “โลกคือความหลากหลาย” โดย สุรพันธ์ ขวัญแสนสุข

UCC ขนทัพแชมป์เปี้ยนบาริสต้าเสริมแกร่งธุรกิจกาแฟ ในงาน THAIFEX 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732946

UCC ขนทัพแชมป์เปี้ยนบาริสต้าเสริมแกร่งธุรกิจกาแฟ ในงาน THAIFEX 2023

UCC ขนทัพแชมป์เปี้ยนบาริสต้าเสริมแกร่งธุรกิจกาแฟ ในงาน THAIFEX 2023

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.15 น.

UCC ผู้คิดค้นนวัตกรรมกาแฟดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่เกี่ยวกับกาแฟ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม Thaifex โดยจัดบูธแสดงสินค้า B2C และ B2B งาน Thaifex เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 60,000 คน และผู้จัดแสดงสินค้า กว่า 2,700 ราย จาก 40 ประเทศเข้าร่วมงานเพื่อแสดงนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยบูธของ UCC นำเสนอจุดยืนของแบรนด์ในการให้บริการด้านกาแฟแบบครบวงจร

UCC ไม่เพียงนำเสนอเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม กาแฟผสมสูตรเฉพาะและอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟเท่านั้น แต่รวมถึงทีมแชมป์เปี้ยนบาริสต้าผู้มากด้วยประสบการณ์อีกด้วย ซึ่งบรรดาแชมป์บาริสต้าจะมอบคำแนะนำ และสนับสนุนธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่า UCC จะสามารถมอบประสบการณ์กาแฟแบบเหนือระดับให้แก่ลูกค้า ในงาน Thaifex ครั้งนี้ จะมีการเปิดให้ชิมกาแฟ โดยมีแชมป์เปี้ยนบาริสต้าระดับภูมิภาคทั้ง 5  ท่านเข้าร่วมด้วย ซึ่งพวกเขาได้แสดงถึงเอกลักษณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจกาแฟของUCC และมาตรฐานระดับสูงของกาแฟคราฟท์สไตล์ญี่ปุ่น ด้วยสูตรกาแฟที่รังสรรค์มาอย่างดี และการสกัดกาแฟ specialty โดยใช้กาแฟผสมสูตรพิเศษที่ได้รับรางวัลมาแล้ว โดยแชมป์บาริสต้าผู้เข้าร่วมงานมีดังนี้

– Yi Shan Yangแชมป์ World Siphonist Championship ปี 2017 (สาธิตการชงกาแฟ Siphon)

– Lin Shao Sing แชมป์ World Latte Art Championship ปี 2022 และ รองอันดับ 3 Taiwan Brewers Cup Championship ปี 2019 (สาธิตการชงกาแฟ Latte Art และ Brewer)

– ณัฏฐินี เจียรนันท์ แชมป์ National Latte Art Championship ปี 2019 และ 2022 (สาธิตการชงกาแฟ Latte Art)

– Elaine Wong แชมป์ Hong Kong Siphonist Championship ปี 2015 (สาธิตการชงกาแฟ Siphon)

– Chikako Nakai แชมป์ Japan Siphonist Championship Champion ปี 2019 และแชมป์ Japan Brewers Cup Championship ปี 2018 (สาธิตการชงกาแฟ Brewer)

นอกจากการชงกาแฟระดับรางวัลแชมป์เปี้ยนแล้ว เหล่าบาริสต้ายังเตรียมแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ และเทคนิคการชงกาแฟสูตรต่างๆ และพูดคุยเกี่ยวกับโซลูชันแบบครบวงจรของ UCC ซึ่งรวมถึงโครงการด้านความยั่งยืน เช่น กระเป๋าผ้าที่ทำจากกากกาแฟ และเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟที่ช่วยลด carbon footprint

ในส่วนของการสาธิตการชงกาแฟ แชมป์บาริสต้าได้ใช้เมล็ดกาแฟแบบยั่งยืน ได้แก่ Thai Honey Catimor & Bourbon และ Signature Blends รวมถึงเมล็ดกาแฟญี่ปุ่นและไต้หวัน โดยล้วนแล้วแต่เป็นเมล็ดกาแฟเพื่อความยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมาย SDG ขององค์กรสหประชาชาติ และสอดคล้องกับพันธกิจของแบรนด์ในการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อผู้คนและโลกของเรา ซึ่งจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่าแก่ทุกคน นอกจากนี้ UCC ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมาย ทั้งในหมวดเครื่องชงกาแฟและหมวดผลิตภัณฑ์กาแฟ ซึ่งรวมไปถึงรสใหม่ คือ อิตาเลียน โรสต์ กาแฟคั่วเข้มระดับพิเศษภายใต้กลุ่มสินค้า Roast Master ได้แก่ เมล็ดกาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด และกาแฟดริป โดยผลิตภัณฑ์นี้ มีความโดดเด่นด้านรสชาติที่เข้มข้น ซ่อนด้วยรสช็อคโกแลตและถั่ว  ทำให้รสชาติเข้ากับนมได้อย่างลงตัว สินค้ากลุ่ม Roast Master พร้อมวางจำหน่ายแล้วตามร้านค้าปลีกและช่องทางออนไลน์

UCC Group ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1933 และฉลองครบรอบ 90 ปีในปีนี้ บริษัทมีปณิธานในการส่งมอบกาแฟคุณภาพทุกช่วงเวลา โดยทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเพาะปลูก มีส่วนร่วมในการผลิตกาแฟท้องถิ่นในแต่ละประเทศ การจัดหาวัตถุดิบ วิจัยและพัฒนา กระบวนการคั่วและแปรรูปกาแฟ การจัดจำหน่าย การประกันคุณภาพของอุปกรณ์ ไปจนถึงส่งเสริมวัฒนธรรมกาแฟและให้ความรู้

“UCC มีความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาแบรนด์ในตลาดประเทศไทย” คุณ คิโนะชิตะ โนบุโอะ Country Head ประจำประเทศไทย กล่าว “เราได้เห็นถึงการตอบรับอย่างล้นหลามของคอกาแฟและความเป็นไปได้ในการเติบโตและพัฒนาของวัฒนธรรมกาแฟ นี่เป็นเหตุผลที่เราต้องการแบ่งปันความหลงใหลในกาแฟ เช่นเดียวกับเอกลักษณ์ด้านความเชี่ยวชาญในกาแฟที่แข็งแกร่งและมาตรฐานระดับสูงของกาแฟคราฟท์จากญี่ปุ่นร่วมกับคนรักกาแฟในไทย เราเชื่อว่ากาแฟเป็นมากกว่าเครื่องดื่ม และเราต้องการแบ่งปันประสบการณ์และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวกับกาแฟ เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันเสริมสร้างการพัฒนาวัฒนธรรมกาแฟที่ให้เติบโตยิ่งขึ้น”

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน UCC Group มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการของอุตสาหกรรมกาแฟและมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค บริษัทมุ่งมั่นมองหาโอกาสใหม่ๆ ในด้านกาแฟอย่างไม่หยุดยั้งและสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมกาแฟ เช่น กาแฟบรรจุสุญญากาศแห่งแรกในญี่ปุ่น และ สถาบันเพื่อการศึกษาด้านกาแฟโดยเฉพาะ (Coffee Academy) บริษัทให้ความสำคัญตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจนถึงการส่งมอบสินค้าทั่วโลก โดยสนับสนุนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกาแฟในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ UCC ในปี 2023 นี้ เพื่อให้ผู้คนและธรรมชาติเติบโตและงอกงามอย่างยั่งยืน

-(016)

‘คต. ตอกย้ำความสำเร็จ’ดันสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยโกอินเตอร์ ในสุดยอดงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA 2023 กรมการค้าต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732900

'คต. ตอกย้ำความสำเร็จ'ดันสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยโกอินเตอร์ ในสุดยอดงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX - ANUGA ASIA 2023   กรมการค้าต่างประเทศ

‘คต. ตอกย้ำความสำเร็จ’ดันสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยโกอินเตอร์ ในสุดยอดงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA 2023 กรมการค้าต่างประเทศ

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.34 น.

เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยประเภทอาหาร (Food Product) รายใหม่ โชว์ศักยภาพและจำหน่ายสินค้าในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2023 ระหว่างวันที่ 23 – 27 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคและคู่ค้าต่างชาติที่หลากหลายและหวังสร้างมูลค่าการค้าได้อย่างทวีคูณ
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ โดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม ได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์และการตระหนักรู้สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากล อย่างต่อเนื่องตลอดทุกปี โดยนำผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยประเภทอาหาร (Food Product) รายใหม่ที่มีศักยภาพและพร้อมส่งออก เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2023 ภายใต้แนวคิด “APi พร้อมขับเคลื่อนและยกระดับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย สู่ความเป็นหนึ่งในตลาดการค้าโลกอย่างก้าวกระโดด (Navigating Your Product To Capture Unbounded Opportunities In The Fast Growing Market)”การเข้าร่วมงานในปีนี้ กรมฯ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยประเภทอาหาร จำนวน 10 ราย จากผู้สมัครทั้งสิ้น 17 ราย ซึ่งสินค้าแต่ละรายการมีนวัตกรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (เครื่องดื่มจมูกข้าวกล้องหอมมะลิปราศจากแป้งและน้ำตาลชนิดผง ข้าวกล้องงอกผสมโปรตีนไข่ขาวชนิดผงชงพร้อมดื่ม น้ำนมถั่วเหลืองฝักสดสำเร็จรูป กะทิผงสูตรวีแกน แยมผลไม้ไทยปราศจากน้ำตาล ผลิตภัณฑ์ซอสและน้ำจิ้มจากผลไม้ไทย) เข้าร่วมงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าฯ เพื่อหวังแสดงศักยภาพและยกระดับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดสากล โดยภายในงานผู้ประกอบการจะได้จำหน่ายสินค้าและเจรจากับคู่ค้าต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสอันดีในการแสวงหาตลาดใหม่ๆ และเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยประเภทอาหารให้เป็นที่รู้จักและสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมามีผู้นำเข้าสนใจเยี่ยมชมคูหาและเข้าร่วมเจรจาการค้าเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้นกว่า 40 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้นำเข้าประเทศแถบเอเชีย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น โดยคาดการณ์มูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีที่ผ่านมากรมการค้าต่างประเทศขอเชิญชวนประชาชนและผู้บริโภคที่สนใจสินค้าสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าได้ในงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX – ANUGA ASIA 2023 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร Impact Hall 9-12 โซน FINE FOOD หมายเลขคูหา 9-CC27 โดยวันที่ 23 – 26 พฤษภาคม 2566 จะเป็นวันเจรจาธุรกิจ และวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 จะเป็นวันจำหน่ายปลีกให้ประชาชนทั่วไป ผู้ที่สนใจเข้าชมงานฯ สามารถลงทะเบียนล่วงหน้า ได้ที่ http://www.thaifex-anuga.com 

สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม 
กรมการค้าต่างประเทศ

CPOT จัด Road Show งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยชาวลำพูน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732865

CPOT จัด Road Show งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยชาวลำพูน

CPOT จัด Road Show งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยชาวลำพูน

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.55 น.

นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านประเพณีวัฒนธรรม องค์ความรู้ภูมิปัญญา ตลอดจนความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยอง ไทลื้อ ไทยวน กะเหรี่ยง และชาวมอญ ที่กระจายอยู่ในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดลำพูน ทำให้จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีทุนทางวัฒนธรรมเข้มแข็งในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อาหารการกิน วัดวาอารามสถาปัตยกรรม ตลอดจนประเพณีท้องถิ่น และทุนวัฒนธรรมดังกล่าวเหล่านี้ยังคงมีการสืบทอดรักษา และประยุกต์ใช้เพื่อการยังชีพโดยลูกหลานชาวลำพูนในปัจจุบัน

จังหวัดลำพูนโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูนจึงได้จัดกิจกรรม : ลำพูนเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สู่เศรษฐกิจสรรสร้าง สู่ความมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้โครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและบริการ ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยกิจกรรม ROAD SHOW งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจังหวัดลำพูน พ.ศ. ๒๕๖๖ (Lamphun Cultural Product of Thailand Fair 2023) เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการดังกล่าว

กำหนดการจัดกิจกรรม : ในโครงการนี้มีการจัด ROAD SHOW เป็นจำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดขึ้นในจังหวัดลำพูน ณ ศูนย์การค้าแจ่มฟ้า ช้อปปิ้งมอลล์ ในวันที่ 29-30 เมษายน พ.ศ. 2566 ที่ผ่าน และในครั้งที่ 2 นี้ จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 แขวงสวนหลวงกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22-24 พฤษภาคม พ.ศ.2566

ภายในงานพบกับ การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจังหวัดลำพูน (CPOT LAMPHUN) ของทั้ง 8 อำเภอ, การสาธิตผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น, การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น, การจัดแสดงนิทรรศการยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจังหวัดลำพูน (Exhibition of Lamphun Cultural Product Development Project) และกิจกรรมนาทีทองส่งเสริมการขายอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

-(016)