รพ.จุฬาภรณ์ จัดแคมเปญส่งสารรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ ‘ปวดท้องน้อย’ ระวังโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732814

รพ.จุฬาภรณ์ จัดแคมเปญส่งสารรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ ‘ปวดท้องน้อย’ ระวังโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

รพ.จุฬาภรณ์ จัดแคมเปญส่งสารรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ ‘ปวดท้องน้อย’ ระวังโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.34 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จัดแคมเปญร่วมส่งสารรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สตรีไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพภายใต้แนวคิด “ปวดท้องน้อย” พูดสิ พูดได้ สัญญาณเตือนที่ต้องระวังโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงอาการ “ปวดท้องน้อย” MAY is Pelvic Pain Awareness Month โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และแพทย์หญิงกตัญญุตา นาคปลัด แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขึ้นเวทีเสวนา พร้อมด้วย ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ พิธีกร-นักแสดงสาวสวยมากความสามารถมาร่วมรณรงค์ตอกย้ำสารของแคมเปญในฐานะผู้หญิงรักสุขภาพและมาร่วมแชร์ประสบการณ์บนเวที ดำเนินรายการโดย ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ

พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้สตรีที่มีอาการปวดท้องน้อยที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 40 ท่านได้รับบริการประเมินอาการตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้วยวิธีอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่างจากทีมบุคลากรของโรงเรียนนักอัลตราซาวด์ทางการแพทย์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ พร้อมรับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ชั้น 1 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 400 เตียง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง Youtube CRA CHULABHORN Channel และ Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยานรีเวช หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  กล่าวว่า “ปวดท้องน้อย พูดสิ พูดได้ สัญญาณเตือนที่ผู้หญิงต้องระวัง “เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่” คือ สารรณรงค์กระตุ้นเตือนในเดือนพฤษภาคม MAY is Pelvic Pain Awareness Month ซึ่งปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ออกมากระตุ้นเตือนสตรีไทยเพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของอาการปวดท้องน้อยแล้วอย่าปล่อยผ่าน แนะนำว่าควรรีบเข้ามาปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรเก็บอาการปวดท้องน้อยที่เกิดขึ้นเงียบไว้คนเดียวครับ เพราะการปวดท้องน้อยในกลุ่มผู้หญิง อาจจะไม่ใช่เรื่องปกติอย่างที่เราคิด แต่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งเป็นโรคที่ผู้หญิงหลายคนมักมองข้าม และอาการปวดท้องน้อย ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งสัญญาณเตือนให้ได้ระวังจากภัยร้ายที่อาจแสดงออกมาในรูปแบบของโรคร้ายชนิดอื่น ๆ ได้ด้วยครับ ผู้หญิงหลายคนมักมองข้าม ยิ่งในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน ก็อาจจะคิดว่าการปวดท้องน้อยเป็นเรื่องปกติ ซึ่งความจริงอาจเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างก็ได้ ฉะนั้นการปวดท้องน้อยควรเป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยผ่านอีกต่อไปครับ กิจกรรมรณรงค์นี้เราก็อยากเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญในการเป็นผู้รณรงค์ให้สาว ๆ ทุกคนตระหนัก และใส่ใจในโรคชนิดนี้ และโรคอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ให้มากขึ้นครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ ได้อธิบายถึงโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไว้ว่า คือ ภาวะที่มีการเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไปนอกโพรงมดลูก โดยอาจแทรกตัวอยู่ในผนังหรือกล้ามเนื้อมดลูก เยื่อบุช่องท้อง รังไข่ ผนังลำไส้ และผนังกระเพาะปัสสาวะ หรือบางครั้งอาจกระจายไปสู่อวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด เมื่อเยื่อบุเหล่านี้ไปเจริญเติบโตอยู่ผิดที่ ทำให้มีเลือดสีแดงคล้ำหรือสีดำข้นคล้ายช็อกโกแลตขังอยู่ตามอวัยวะดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการผิดปกติต่าง ๆ โดยเฉพาะอาการปวดท้องน้อยที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคนี้ ตำแหน่งที่พบบ่อยส่วนใหญ่มักพบบริเวณอุ้งเชิงกราน ได้แก่ รังไข่ ท่อนำไข่ เยื่อบุช่องท้องทางด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างของมดลูกรวมถึงอวัยวะใกล้เคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ ยังพบได้ที่ท่อไต ลำไส้เล็ก ปอด สมองและบริเวณผิวหนัง หรือแผลผ่าตัด พบได้ประมาณ 1 ใน 10 ของสตรีวัยเจริญพันธุ์และอาจสูงถึง 5 ใน 10 ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีอาการปวดประจำเดือน โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดประจำเดือนทำให้เราต้องทนทุกข์ทรมานจากการปวด ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง บางครั้งส่งผลทางด้านการงานและสังคม

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้สูง มักมีความสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน เช่น สตรีที่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนเพื่อน ๆ สตรีที่เข้าสู่ภาวะวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ช้ากว่าปกติ สตรีที่มีประจำเดือนออกมากและออกนานหลายวัน สตรีที่รอบเดือนมาถี่หรือระยะห่างระหว่างที่เป็นประจำเดือนแต่ละรอบสั้น สตรีที่มีมารดา พี่สาวหรือน้องสาวเป็นโรคนี้ สตรีที่มีลูกคนแรกตอนอายุมาก ก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟมากๆ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่สูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มีทั้งแบบที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการ โดยการแสดงอาการที่สงสัยว่าจะเป็นก็คืออาการปวดท้องน้อยในรูปแบบต่างๆ ได้แก่

• อาการปวดประจำเดือน ซึ่งเป็นอาการส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์ โดยมักจะมีอาการปวดนำมาก่อน 2-3 วันก่อนที่ประจำเดือนมา ในช่วงที่กำลังมีประจำเดือนอาการปวดจะมากขึ้นและจะรุนแรงมากขึ้นในรอบเดือนถัด ๆ ไป

• อาการปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยลักษณะอาการปวดจะปวดเจ็บลึก ๆ ในช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์

• อาการปวดท้องน้อยเรื้อรังนานกว่า 6 เดือน

นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยงโรคยังครอบคลุมกลุ่มสตรีที่มีบุตรยาก คลำได้ก้อนที่ท้องน้อย เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด ส่วนน้อยอาจมีอาการอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับตำแหน่งของโรค เช่น สตรีที่มีตัวโรคอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ อาจมีอาการปวดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยขึ้นหรือปัสสาวะเป็นเลือดช่วงที่เป็นประจำเดือน ในสตรีที่มีตัวโรคที่ลำไล้ใหญ่ส่วนปลายอาจมีอาการถ่ายลำบาก ปวดเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ หรือถ่ายเป็นเลือด โดยเฉพาะช่วงที่เป็นประจำเดือน บางคนมีอาการไอเป็นเลือดในช่วงเป็นประจำเดือน เนื่องจากมีเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญที่ปอด เป็นต้น

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นี้อาจทำให้เกิดปัญหาภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากโรคนี้มักจะทำให้เกิดพังผืดในอุ้งเชิงกราน บางรายเป็นมากจนทำให้เกิดการอุดตันของท่อนำไข่ทั้งสองข้างทำให้ไม่สามารถมีบุตรเองได้โดยวิธีธรรมชาติ อาจจำเป็นต้องรักษาโดยการผ่าตัด หรือต้องใช้เทคโนโลยีช่วยในการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว

แพทย์หญิงกตัญญุตา  นาคปลัด แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ในกลุ่มของผู้ที่มีภาวะการมีบุตรยาก พบว่าเกี่ยวข้องกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูก 40-50% เพราะจะมีผลทำให้โครงสร้างของอวัยวะสืบพันธุ์ทำงานผิดปกติ เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีโรค ทำให้ท่อนำไข่ตันและทำให้คุณภาพรังไข่ลดลง เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์

ทั้งนี้ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้หายขาดได้โดยธรรมชาติของโรค แต่จะดีขึ้นเองเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเนื่องจากวัยหมดประจำเดือนไม่มีฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ในการกระตุ้นตัวโรคอีก ส่วนจุดประสงค์ของการรักษาในปัจจุบัน ก็เพื่อเป็นการบรรเทาอาการของโรคนี้ โดยเน้นการรักษาตามอาการ เป็นหลัก

การรักษาแบ่งออกได้เป็น 3 วิธีใหญ่ๆ ได้แก่ 1.การรักษาด้วยยา 2.การรักษาด้วยการผ่าตัด และ 3.การรักษาร่วมกันระหว่างการให้ยาและการผ่าตัด ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันการเกิดโรคนี้ที่ได้ผลแน่นอน ดังนั้นหากมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะอาการปวดประจำเดือนหรือปวดบริเวรท้องน้อย ควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อการวางแผนในการดูแลรักษาในอนาคตต่อไป”

ด้านสาวสวยมากความสามารถอย่าง ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ที่ได้มาร่วมส่งสารรณรงค์ถึงสาว ๆ ในแคมเปญ ปวดท้องน้อย พูดสิ พูดได้ ได้เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับอาการปวดท้องน้อย พร้อมตอกย้ำให้ผู้หญิงทุกคนตระหนักและใส่ใจสุขภาพ หากพบอาการผิดปกติ หรือมีอาการตามที่เล่ามาข้างต้น ขอให้พูดคุยปรึกษาแพทย์ เพื่อจะได้มีแนวทางในการรักษาและวางแผนได้ทันท่วงที “ เพราะสุขภาพที่ดีเป็นต้นทุนชีวิตที่สำคัญในการขับเคลื่อนนำพาเราสู่ความสุขและความสำเร็จต่าง ๆ ในชีวิตได้ ” หากคุณสุภาพสตรีมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง แนะนำให้เข้ารับการปรึกษากับสูตินรีแพทย์และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง ทั้งนี้ สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์กับทางศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ชั้น 9 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ ผ่านทาง LINE Official @chulabhornhospital เลือกเมนู ศูนย์การรักษา > เลือก สุขภาพสตรี โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 20.00 น. และ เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น. รวมทั้งสามารถติดตามข่าวสารบทความกิจกรรมสุขภาพจากทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทางเว็บไซต์ http://www.chulabhornchannel.com

-(016)

BDMS Career Day ครั้งแรกกับตลาดงานด้านสุขภาพ เปิดรับตำแหน่งในธุรกิจ Healthcareกว่า 400 อัตรา 26 พ.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732807

BDMS Career Day ครั้งแรกกับตลาดงานด้านสุขภาพ เปิดรับตำแหน่งในธุรกิจ Healthcareกว่า 400 อัตรา 26 พ.ค. นี้

BDMS Career Day ครั้งแรกกับตลาดงานด้านสุขภาพ เปิดรับตำแหน่งในธุรกิจ Healthcareกว่า 400 อัตรา 26 พ.ค. นี้

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.20 น.

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนมาตรฐานคุณภาพระดับสากลที่ประกอบไปด้วย6 กลุ่มโรงพยาบาลหลักและธุรกิจHealthcare แบบครบวงจร จัดงาน BDMS Career Day ขึ้นเป็นครั้งแรกของตลาดงานด้านสุขภาพ เพื่อรับสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลและการดูแลสุขภาพภายใต้ธุรกิจในเครือ ฯ กว่า 400 อัตราในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 อาคาร West Building ของทรูดิจิตอลปาร์ค (True Digital Park) ถ. สุขุมวิท กทม.

ผู้สมัครงานจะมีโอกาสได้พบและสัมภาษณ์กับตัวแทนของแต่ละโรงพยาบาลโดยตรง โดยตำแหน่งที่เปิดรับกว่า 400 อัตรานี้ มีทั้งตำแหน่งวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล และตำแหน่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอาทิ พยาบาลคลินิกผู้ป่วยหัวใจ ผ่าตัด กระดูกและข้อ อายุรกรรมเภสัชกร นักรังสีเทคนิค พนักงานผู้ช่วยเฉพาะทาง นักกิจกรรมบำบัด พนักงานรับส่งผู้ป่วย (เวรเปล) ฯลฯ รวมทั้งตำแหน่งด้านการขายและการตลาด อาทิ เจ้าหน้าที่การตลาด เจ้าหน้าที่การตลาดดิจิตอล เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าต่างประเทศ (จีน อังกฤษ พม่า กัมพูชา บังกลาเทศ) ตลอดจนพนักงานเวชระเบียน การเงิน โภชนาการ แม่บ้าน รปภ. เป็นต้นทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ (Healthcare) ของเครือ ฯ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น จะมีการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับ Lifestyle และการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ และ DNA ของคน BDMSโดยหมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรีผู้อำนวยการศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์  โรงพยาบาลพญาไท 2 อีกด้วย

BDMS เป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีโรงพยาบาลในเครือข่ายทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล (ประเทศกัมพูชา) และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิกรวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล อาทิ ห้องแล็บ N Healthบริษัทยา Medic Pharma โรงงานผลิตยา ANB และร้านขายยา Save Drug เป็นต้น

สำหรับตำแหน่งงานกว่า 400 อัตราจากโรงพยาบาล 57 แห่ง รวมถึงธุรกิจด้านสุขภาพในเครือ BDMS สามารถสแกนเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง QR Code

‘เคท กรภัทร์ – ลูกแก้ว ญาดา’และ ‘จุ๊ นาขวัญ’คนดังคอนเฟิร์ม APEX Medical Center คว้านวัตกรรม Allurion Gastric Balloon แห่งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732803

'เคท กรภัทร์ - ลูกแก้ว ญาดา'และ 'จุ๊ นาขวัญ'คนดังคอนเฟิร์ม APEX Medical Center  คว้านวัตกรรม  Allurion Gastric Balloon แห่งแรกในไทย

‘เคท กรภัทร์ – ลูกแก้ว ญาดา’และ ‘จุ๊ นาขวัญ’คนดังคอนเฟิร์ม APEX Medical Center คว้านวัตกรรม Allurion Gastric Balloon แห่งแรกในไทย

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.09 น.

APEX Medical Center  ไม่หยุดนิ่งนำเทคโนโลยีทันสมัยในการดูแลทุกปัญหาให้ครอบคลุมเพื่อก้าวสู่สุขภาพที่ดีของทุกคน  นวัตกรรม Gastric Balloon  ปี 2023 แห่งแรกในไทย Allurion Program เป็น Weight Loss Program ฉีกกฎเดิมเดิม รูปแบบใหม่ไม่ต้องผ่าตัด  ไม่น่ากลัว ไม่ต้องส่องกล้องและไม่วางยาสลบ  คาดถูกใจผู้มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินและผู้ประสบปัญหาลดน้ำหนักตัวยาก  
 
เคท- กรภัทร์ นิลประภา เซเลบริตี้รุ่นใหม่ เปิดเผยว่า “ มาร่วมงานและได้ฟังการแชร์สุขภาพการดูแลเรื่องน้ำหนัก การรับประทานอาหาร รวมถึงการป้องกันตนเองก่อนการเกิดโรคร้าย  โดยนายแพทย์ต่อศักดิ์ ทิพย์ไพโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและผู้เชี่ยวชาญเชิงลึกนวัตกรรม Allurion Gastric Balloon  จาก APEX  Medical  Center   
ซึ่งการพัฒนา Gastric Balloon  เมื่อเข้าสู่ร่างกายก็จะสลายไปในระยะเวลา 4 เดือนร่างกายจะขับออกมาเอง  ปลอดภัยสูง แตกต่างจากเวอร์ชั่นเก่าอย่างมาก เป็นตัวช่วยปรับพฤติกรรมการรับประทานทำให้ค่าเฉลี่ยน้ำหนักลดลงกว่า  12-1 5% เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางเลือกสำหรับผู้มีปัญหาน้ำหนักเกินมากมากและลดยากคะ”
 
ลูกแก้ว- ญาดา พลางกูร  ลูกสาวของ “อิทธิ พลางกูร” อดีตนักร้องและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง กล่าวว่า “ เปิดมุมมองการแพทย์ก้าวล้ำไปอย่างมาก  นวัตกรรมผู้ช่วยปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร Allurion Gastric Balloon  ของ  #APEXwellness  ทำให้ตระหนักถึงปัญหาสภาวะน้ำหนักตัวเกินเป็นปัญหาทั่วโลก Allurion Program เหมาะกับผู้ที่มีดัชนีมวลกายประเมินมากกว่า  27 BMI   สภาวะน้ำหนักตัวเกินมากมากเป็นต้นเหตุกระบวนการของการเกิดโรคเรื้อรัง  อาทิ  ไขมันในเลือดสูง  โรคความดันสูง การสะสมไขมันในตับ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ระบบเสื่อมระบบประสาท โรคข้อ  รวมไปถึงโรคมะเร็ง  น่าสนใจอย่างมากเมื่อประเทศอเมริกา ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ตอบรับดีมากนวัตกรรมนี้เช่นกัน”

และคุณจุ๊ -นาขวัญ รายนานนท์ เซเลบริตี้ กล่าวปิดท้ายว่า “ตนเองรู้สึกดีใจที่มีนวัตกรรมเพื่อดูแลสุขภาพสุดล้ำนี้ Allurion Gastric Balloon  เหมาะกับกลุ่มที่มีปัญหาน้ำหนักตัวมากมากและลดน้ำหนักตัวยาก  เมื่อกลืนบอลลูนเข้าไปช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงได้ สิ่งสำคัญคือการเลือกรับประทานอาหาร การปรับพฤติกรรมทำให้เราควบคุมน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดย   #APEXwellness จึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องปัญหาน้ำหนักตัวเกินมากมาก มีทีมแพทย์รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ใหม่ เพื่อดูแลทุกปัญหา  และเน้นการดูแลสุขภาพระยะยาวแบบยั่งยืนอีกด้วยคะ” 

สำหรับท่านใดที่ประสบปัญหาน้ำหนักตัวเกินและลดน้ำหนักตัวยาก สามารถปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ APEX Medical Center ทุกสาขาทั่วประเทศไทย  กิจกรรมและอัพเดทเทรนด์สุขภาพแบบยั่งยืน ผ่าน  Facebook : APEX Wellness

ตราเกษตร เปิดตัว ‘KASET BRAND LINE SHOPPING’ บุกตลาดสุขภาพทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732800

ตราเกษตร เปิดตัว ‘KASET BRAND LINE SHOPPING’ บุกตลาดสุขภาพทั่วประเทศ

ตราเกษตร เปิดตัว ‘KASET BRAND LINE SHOPPING’ บุกตลาดสุขภาพทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.55 น.

บมจ.ไทยฮา ผลิตภัณฑ์ “ตราเกษตร” ชูคอนเซ็ปต์ “กินง่าย ขายคุ้ม” เปิดตัว KASET BRAND LINE SHOPPING รุกขยายตลาดฮาลาล-สุขภาพทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าเพิ่มตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine-VDM) ตราเกษตร กว่า 400 จุด ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 จำนวน 1,100 ลบ.

นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “ตราเกษตร” กล่าวว่า หลังสถานการณ์วิกฤตโควิด-19  คลี่คลายลง แนวโน้มตลาดอาหารฮาลาลโลก และในประเทศไทยมีโอกาสจะเติบโต 15% ต่อปีอย่างต่อเนื่องในอีก 7 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงฟื้นฟูผนวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ความต้องการการบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ หลากหลาย ให้ความสำคัญกับมมาตรฐานคุณภาพ  รู้แหล่งที่มา เพิ่มขึ้นแต่การเดินทางเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเริ่มลดลง ส่งผลให้ตลาดช้อปปิ้งออนไลน์และการสั่งซื้อตรงกับผู้ผลิตหรือแบรนด์เติบโตขึ้น ผู้บริโภคทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม มีความต้องการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย และตรวจสอบแหล่งที่มาได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันตลาดอาหารฮาลาลส่งออกจากไทย มีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านเหรียญ หรือ 136,000 ล้านบาท

โดยล่าสุดเพื่อเป็นการส่งมอบจุดแข็งในการผลิตอาหารและขนมจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปลอดภัย ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากชาวโลกในฐานะผู้นำส่งออกอาหารและขนมที่มีมาตรฐานฮาลาลมาหลายสิบปี บริษัทฯ ได้จัดขบวนทัพผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ฮาลาล”  หรือเครื่องหมายฮาลาลรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) โดยยังคงคอนเซปต์อาหารเพื่อสุขภาพเป็นหลักให้เข้าถึงคนไทยได้ง่ายขึ้น เพราะเชื่อว่า “สุขภาพดี เริ่มต้นที่อาหาร” ลงทุน ต่อยอด วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของตลาดและลูกค้าให้แม่นยำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ทั้งตลาดค้าปลีกและค้าส่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความต้องการอาหารฮาลาลเพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวช่องทางการสั่งซื้อ KASET BRAND LINE SHOPPING https://shop.line.me/@kasetbrand อย่างเป็นทางการ เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในเครือ “ตราเกษตร” ในราคาพิเศษ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วในการบริการ โดยผู้บริโภคสามารถชำระด้วยบัตรประเภทต่าง ๆ ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสินค้า และจัดส่งตรงถึงผู้บริโภค ด้วยคอนเซ็ปต์ “กินง่าย ขายคุ้ม” พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น ลูกค้าสามารถสมัครสมาชิก KASET BRAND LINE SHOPPING ได้ด้วยง่าย ๆ เพียงแอดไลน์ @KASETBRAND หรือคลิกที่นี่ https://page.line.me/kasetbrand ลูกค้าใหม่รับทันทีโค้ดส่วนลด ON TOP 5% ทันทีเมื่อสั่งสินค้าครั้งแรก รวมถึงโปรโมชั่นซื้อยกแพ็คแถมฟรีสินค้าประจำสัปดาห์อีกมากมาย

ทั้งยังมีบริการสำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มโฮเรก้า โรงแรม ร้านอาหาร ให้สามารถสั่งซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ในเครือ“ตราเกษตร” ได้ในราคาพิเศษ โดยสอบถามและสั่งซื้อผ่าน LINE OFFICIAL ของ @KASETBRAND

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine – VDM) ตราเกษตร อีก  400 จุดทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่เปิดบริการแล้วในสถานีบริการน้ำมันบางจากและร้านอินทนิล เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ วุ้นเส้นและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ได้แก่ วุ้นเส้นคัพ หลากหลายรสชาติ เช่น รสยำทะเล รสต้มยำกุ้ง รสกุ้งอบ รสเย็นตาโฟ รสเผ็ดซอสเกาหลี รสเย็นตาโฟต้มยำ ทองม้วน (แบรนด์ “Coco Jas / Coco Riz / Coco Rice”) ที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิชั้นดี และกะทิคั้นสด ปราศจาก Gluten และไขมันทรานส์ รสกล้วย รสมะม่วง รสปลาหมึกย่าง รสกุ้งเอบิ สไตล์ญี่ปุ่น 

นาย สมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี บริษัทฯ มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยออกสู่ครัวของผู้บริโภค ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน “ฮาลาล”  หรือเครื่องหมายฮาลาลรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และมาตรฐานสินค้ารับรองระบบคุณภาพระดับโลก เช่น British Retail Consortium-BRC , International Food Standard-IFS , U.S. Food and Drug Administration-USFDA สร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นสินค้า “ตราเกษตร” ในทุกตลาด ทำให้สินค้า “ตราเกษตร” สามารถจำหน่ายในตลาดโลกถึง 85 ประเทศ ปัจจุบันนี้สินค้าตรา “เกษตร” ผลิตและจำหน่ายสินค้า แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

1. ข้าวและธัญพืช ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าว กข.43 น้ำตาลต่ำ ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง ข้าวเพื่อสุขภาพ

2. วุ้นเส้นและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ได้แก่ วุ้นเส้นคัพ หลากหลายรสชาติ เช่น รสยำทะเล รสต้มยำกุ้ง รสกุ้งอบ รสเย็นตาโฟ รสเผ็ดซอสเกาหลี รสเย็นตาโฟต้มยำ

3. ขนมขบเคี้ยว (Snack) ได้แก่ ทองม้วน (แบรนด์ “Coco Jas / Coco Riz / Coco Rice”) ที่ผลิตจากข้าวหอมมะลิชั้นดี และกะทิคั้นสด ปราศจาก Gluten และไขมันทรานส์ มีรสกล้วย รสมะม่วง รสปลาหมึกย่าง รสกุ้งเอบิ สไตล์ญี่ปุ่น

4. อาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat)

5. เครื่องดื่ม (Ready to Drink) ได้แก่ ชาไทย ชาไทยไข่มุก ชาเขียว กาแฟ กะทิเม็ดแมงลัก (แบรนด์ดอยธัมม์)

และยังได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ น้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น น้ำมันปาล์มตราเชียร์ น้ำตาลทรายมิตรผล น้ำปลาเมจิกเชฟ น้ำส้มสายชู น้ำพริกเผาฉั่วฮะเส็ง น้ำจิ้มไก่ ซอส ผงชูรส กะทิชาวเกาะ เป็นต้น

ทั้งนี้ คาดว่าปี 2566 จะสามารถสร้างยอดขายได้ 1,100 ล้านบาท ผ่านช่องออฟไลน์ ออนไลน์ และ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine – VDM)

-(016)

เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ฯ คว้า 2 สาว ‘เซย่า-มิย่า’ ร่วมพรีเซนเตอร์ หวังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732797

เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ฯ คว้า 2 สาว ‘เซย่า-มิย่า’ ร่วมพรีเซนเตอร์ หวังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ฯ คว้า 2 สาว ‘เซย่า-มิย่า’ ร่วมพรีเซนเตอร์ หวังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.40 น.

เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ (CM) เผยทิศทางการบุกตลาดสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ โดยเฉพาะสินค้าประเภทขนมขบเคี้ยว นับว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะปัจจุบันมีสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นกันจำนวนมาก และมูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวมีตัวเลขสูงถึง 45,338 ล้านบาทในปี 2564

ล่าสุดเปิดตัว “เซย่า-ณิชฎา และ มิย่า-พิชชา ทองเจือ“ พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ หวังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยเรียน และวัยทำงาน ที่ชื่นชอบการทานขนมหวานอบกรอบ โดยจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิลเทรด ได้แก่ Foodland, CJ Express, Jiffy, JapanMall และช่องทางออนไลน์ พร้อมเตรียมปล่อยภาพยนต์โฆษณา “คอร์นนิสต้า (Cornista)” ครั้งแรกใจกลางสยามสแควร์ ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566 นี้ เป็นต้นไป

อังกูร พลพิพัฒนพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เราทำธุรกิจแบบ OEM มาโดยตลอดและตลาดหลักที่เราส่งสินค้าคือญี่ปุ่น เรียกได้ว่ารายได้หลักของบริษัทมาจากการรับจ้างผลิตและจัดส่งสินค้าซึ่งเรามีความพยายามในการขยายสินค้าไปยังอเมริกา ยุโรปและตะวันออกกลางด้วย สินค้าที่เราผลิตส่วนใหญ่จะเป็น ผักแช่แข็ง เช่น ถั่วแระแช่แข็ง ข้าวโพดหวานแช่แข็ง สินค้าเหล่านี้ถือว่าเราเป็นฐานการผลิตรายใหญ่ที่ส่งออกไปเกือบทั่วโลก แต่เราก็อยากที่จะขยายโอกาสใหม่ๆ ด้วยการสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง และเราก็มองหาสินค้าที่เราสามารถพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ๆ และสินค้านั้นจะต้องมีความแปลกใหม่ และมีศักยภาพในการทำตลาดด้วย

ด้วยประสบการณ์ในการทำสินค้าเพื่อวางขายในญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี เราเห็นว่าสินค้าประเภทข้าวโพดและถั่วแระญี่ปุ่นนั้นมีความต้องการและมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย เพราะเรามีประสบการณ์ในการผลิตสินค้าประเภทแช่แข็ง เราจึงนำข้าวโพดแช่แข็งมา Freeze Dry และเติมรสชาติหวานเข้าไปแบบมีเอกลักษณ์จนได้ “คอร์นนิสต้า” ออกมาวางขายในไทย ข้าวโพดหวานแบบ Freeze Dry จะต่างกับแบบอบกรอบทั่วไป เพราะสามารถคงคุณภาพทางกายภาพได้ดีกว่าทำให้รสชาติและคุณภาพของข้าวโพดยังมีความสดใหม่และอร่อยกว่าวิธีการอบแบบดั้งเดิม

ส่วนชื่อ คอร์นนิสต้า นั้น ก็มาจาก Corn + nista คำว่า นิสต้าที่เติมเข้ามานั้น เรามองว่าเป็นการขยายความความเป็นมืออาชีพของสิ่งนั้นๆ เช่น Barista (ผู้เชี่ยวชาญด้านการชงกาแฟ) Fashionista (ตัวแม่ด้านแฟชั่น) เราอยากบอกให้ทุกคนรู้ว่าเราคือมืออาชีพในการผลิต และดูแลรักษาคุณภาพของข้าวโพด จึงนำมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์และสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของเราด้วย นอกจากนั้น “Cornista” ยังออกเสียงง่าย น่าจะทำให้ผู้บริโภคจดจำชื่อแบรนด์ได้ง่ายด้วย

ในด้านการสื่อสารแบรนด์ เราตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้ค่อนข้างกว้างคือทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกช่วงอายุ แต่ในช่วงเริ่มแรกเราต้องการสื่อสารและให้คนรุ่นใหม่จดจำแบรนด์ก่อน เพราะพวกเขาคือกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา และเป็นนักท่องโซเชียล ซึ่งตรงกับพรีเซนเตอร์ที่เราเลือกมา คือ น้องมิย่า-น้องเซย่า ทองเจือ ซึ่งเป็นสาวรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สดใสตามวัย และฐานผู้ติดตามก็เป็นคนรุ่นใหม่ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน

อังกูร กล่าวเสริมว่า แม้เราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผลิตสินค้า OEM แต่ในแง่ของวงการค้าปลีก เราคือมือใหม่ ทุกอย่างจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเรา เราจึงต้องปั้นทีมขึ้นมาใหม่สำหรับการดีลงาน รวมทั้งทำการตลาดเพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ให้เหมาะสม

ทางทีมมองว่าการเลือกพรีเซนเตอร์มาเสริม หลังจากที่วางขายสินค้ามาได้ซักพักหนึ่ง น่าจะช่วยให้สื่อสารกับ Buyer และลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพราะสไตล์การเล่าเรื่องแบบเราทำเอง จะต่างกับการให้คนอื่นเป็นคนเล่าให้ฟังและน้องมิย่า น้องเซย่า ก็จะเป็นตัวแทนของคอร์นนิสต้าในการเล่าเรื่องสินค้าให้น่าฟังมากขึ้น

โดยเร็วๆ นี้ ก็เตรียมจะปล่อยภาพยนตร์โฆษณา ในธีมลุคคาวาอี้น่ารัก สดใส สไตล์สาวญี่ปุ่น ภายใต้คอนเซปต์ ชวนมาเป็นสาวกคอร์นนิสต้า แล้วมาลิ้มลอง ความหอมอร่อย ทานสนุก เคี้ยวเพลินกับคอร์นนิสต้า ได้ทุกที่ทุกเวลา เผยแพร่บนดิจิทัล บิลบอร์ด ย่านใจกลางสยามสแควร์ และรายการในเครือ GMM Grammy ได้แก่ รายการรถโรงเรียน ทอล์คกะเทย อะจ๊ากมุกเด็ดฮาตับแตก เทยเที่ยวไทย เป็นต้น ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566 นี้ เป็นต้นไป

ซึ่งในภาพยนตร์โฆษณา นำเสนอความอร่อย ติดใจในรสชาติข้าวโพดหวานอบกรอบ คอร์นนิสต้า (Cornista) 2 รสชาติ โดย “น้องเซญ่า” ติดใจความหอมหวานกับข้าวโพดหวานอบกรอบเคลือบคาราเมลบัตเตอร์ และ “น้องมิย่า” ทานสนุกกับข้าวโพดหวานอบกรอบเคลือบไวท์ช็อกโกแลต เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ และวัยทำงาน ที่ชอบทานขนมรสชาติหวานหอมกำลังดี ทานสนุก เคี้ยวเพลิน แม้ในช่วงเบรกจากการเรียนหรือการทำงาน  ก็อร่อยได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย อย่างที่บอกว่าเราเป็นสินค้าใหม่ ทำให้ช่องทางการจัดจำหน่ายยังเป็นช่องทางที่เราคุ้นเคยและคุยง่ายก่อน เช่น Foodland, CJ Express, Jiffy, JapanMall และช่องทางออนไลน์ เพราะร้านเหล่านี้ช่วยเราสื่อสารได้เต็มที่ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ดี การแข่งขันในการวางสินค้าขายในเชลฟ์ยังไม่สูงเท่ากับค้าปลีกรายใหญ่ การเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่นี้ นอกจากสินค้าต้องดี ราคาจับต้องได้แล้ว เรื่องของคุณภาพแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช้ในการสื่อสารแบรนด์ก็ต้องเหมาะสมด้วยเช่นกัน คุณอังกูร กล่าวปิดท้าย

-(016)

ผู้จัด ‘อุ๊ พัชนี’ นำทีม’รักสุดใจยัยตัวแสบ’ ไหว้ศาลหลักเมืองเอาฤกษ์เอาชัย!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733054

ผู้จัด 'อุ๊ พัชนี' นำทีม'รักสุดใจยัยตัวแสบ' ไหว้ศาลหลักเมืองเอาฤกษ์เอาชัย!

ผู้จัด ‘อุ๊ พัชนี’ นำทีม’รักสุดใจยัยตัวแสบ’ ไหว้ศาลหลักเมืองเอาฤกษ์เอาชัย!

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.33 น.

พร้อมลงจอให้ได้ชมกันแล้ว สำหรับละคร “รักสุดใจยัยตัวแสบ”ทางช่อง 3 งานนี้ได้ฤกษ์ดี ผู้จัดละครคนเก่ง“อุ๊ พัชนี จารุจินดา”จากค่ายสเต็ปเพาเวอร์ทรี ขนทัพนักแสดงมากันอย่างคับคั่ง นำโดยพระเอกหนุ่ม ออกัส วชิรวิชญ์ควงคู่มากับนางเอก พีพี ปุญญ์ปรีดีพร้อมด้วย กัปตัน ชลธร,เต๋า สมชาย, เบสท์ ชนิดาภา, อู๋ สมิทธิ, จ๊ะจ๋า พริมรตา, พีท พล,เต้ นันทศัย, ปนัดดา โกมารทัตและ จุ๊บแจง วิมลพันธ์มาร่วมพิธีไหว้สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับละครปังปุริเย่ เรตติ้งกระฉูด ก่อนออกอากาศให้ได้ชมเป็นตอนแรกในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคมนี้

รอติดตามชม “รักสุดใจยัยตัวแสบ” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3 Plus

‘ป๊อด’ฮอตเกินต้าน!เผยความแซ่บแบบจัดเต็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733052

'ป๊อด'ฮอตเกินต้าน!เผยความแซ่บแบบจัดเต็ม

‘ป๊อด’ฮอตเกินต้าน!เผยความแซ่บแบบจัดเต็ม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.29 น.

อากาศร้อนขนาดไหนก็ต้านความฮอตของพิธีกรใหม่ไม่อยู่ ป๊อด-ศุภกร พาไปเช็กอินที่พักสไตล์รีสอร์ตสุดหรูริมทะเล มีไฮไลท์เป็น Panoramic Seaview Sweet สุดโรแมนติก แต่สิ่งแรกที่ทำ ถอดเสื้อโดดลงน้ำ! ให้หายร้อน ยิ่งทำให้อุณหภูมิเมืองไทยเดือดเข้าไปอีก ตามชมพร้อมชิมเมนูเด็ดสุดแซ่บมีเฉพาะที่นี่ที่หนุ่มป๊อดเตรียมมายั่ว เอ้ย! มาฝากแบบจัดเต็มชุดใหญ่ ใน “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 27 พ.ค. นี้ 9 โมงเช้า ทาง Workpointช่อง 23

ดูย้อนหลังทาง YouTube FlukeLee

https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featuredและไปหนีเที่ยวกันแบบจุใจในเฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/nheetiew/และอินสตาแกรม @nheetiewgun.th

สำหรับช่องทางการติดตามหนุ่มป๊อด ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง พิธีกรติดตามได้ที่

IG: plapodd

Twitter: plapodd

Facebook: Suphakorn Pod      

Tiktok: plapodd23

#หนีเที่ยวกันกับป๊อด #plapoddsuphakorn#plapodd#ป๊อดศุภกร

#Workpoint #หนีเที่ยวกัน #nheetiewgun #NheeTiewGun #workpoint23 #เวิร์คพอยท์

THE TIME MACHINE CONCERT #โตมากับทุกค่ายเพลง คอนเสิร์ตทรงคุณค่า ของการรวมตัวของ ๓๑ ศิลปินระดับตำนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733050

THE TIME MACHINE CONCERT #โตมากับทุกค่ายเพลง คอนเสิร์ตทรงคุณค่า ของการรวมตัวของ ๓๑  ศิลปินระดับตำนาน

THE TIME MACHINE CONCERT #โตมากับทุกค่ายเพลง คอนเสิร์ตทรงคุณค่า ของการรวมตัวของ ๓๑ ศิลปินระดับตำนาน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.28 น.

อบอวลไปด้วยมวลของความอบอุ่นละมุนหัวใจในความขลังกันเลยทีเดียว เมื่อ คุณฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chief Executive Officer (CEO) ร่วมกับ คุณเอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท CHANGE2561 ได้รวมตัว ๓๑  ศิลปิน จาก ๖ ค่ายเพลงดังแห่งยุค ๘๐ – ๙๐ ระดับตำนานมายืนอยู่บนเวทีเดียวกัน ในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ มาม่า presents THE TIME MACHINE CONCERT #โตมากับทุกค่ายเพลง ที่เตรียมพาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปในยุคทองของวงการเพลงไทย โดยได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปแล้ว ณ  Auditorium ชั้น 21 อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ที่ผ่านมา

งานแถลงข่าวเริ่มต้นขึ้นอย่างอบอุ่นเมื่อ ดีเจเป้ วิศวะ กิจตันขจร พิธีกรดำเนินงาน กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ พร้อมกับกดปุ่มเปิดสวิตช์พาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปกับวง สาว สาว สาว ในเพลง รักคือฝันไป ทำเอาทุกคนนั่งอยู่กับที่ไม่ติดเพราะเสียงดนตรีพาโยกไปตามจังหวะ พร้อมกับส่งไมค์ต่อให้ ตู้ ดิเรก เจ้าของฉายานักร้องไร้กระดูก ที่มากับเพลง เด็กวัด มันส์กันต่อกับเพลง สาวรำวง ของ อ้อย กะท้อน และปิดท้ายด้วยเพลง ฉากสุดท้าย ของ เอ๋ พัณนิดา ทำเอาคนฟังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อินตามบทเพลงที่เราต่างคุ้นหู

จากนั้นเชิญ พี่ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา พร้อมทั้งศิลปินทั้ง ๒๑ ท่าน ขึ้นมาร่วมพูดคุยถึง  มาม่า presents THE TIME MACHINE CONCERT #โตมากับทุกค่ายเพลง  โดย พี่ฉอด กล่าวว่า

“  ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณแฟนเพลงหลายๆคนที่ซื้อบัตร โดยไม่ลังเลนะคะ และสำหรับใครที่ยังลังเลใจอยู่ว่า จะดูดี หรือไม่ดูดีอยากจะชวนว่า ไปซื้อบัตร กันเถอะค่ะ เพราะเป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มมากๆ แน่นอน กับศิลปิน 31 ชีวิต กับอีกกว่า 40 เพลง ที่เชื่อว่าคุณจะร้องตามกันได้อย่างมีความสุข เหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไป ในช่วงนั้นๆ อีกครั้ง และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้กลับมาทำคอนเสิร์ตแบบนี้อีกเพราะการทำคอนเสิร์ตแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะคะ และที่สำคัญ CHANGE Showbiz ไม่เคยทำให้แฟนคอนเสิร์ตผิดหวังอยู่แล้ว ทั้งฉาก-เวที-แสง-สี- เสียง ที่เราจะทำให้ทุกคนได้อิ่มใจ มีความสุขและเป็นคอนเสิร์ตที่น่าจดจำอีก คอนเสิร์ตหนึ่งอย่างแน่นอนค่ะ และที่สำคัญความสุขในครั้งนี้ ทุกคนได้มีส่วนร่วม ทำบุญด้วยกันนะคะ เพราะรายได้ส่วนหนึ่ง เราจะมอบให้กับ ” มูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน ” เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทางสายตาที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้เพราะมีฐานะยากจน ทั้งในประเทศไทยและเมียนมาร์ค่ะ “

มาร่วมย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่สวยงามที่สุดของวงการเพลงไทยไปด้วยกัน กับบทเพลงยุค ๘๐ – ๙๐  ที่ยังคงครองใจผู้ฟังทุกยุคทุกสมัยและยังฝังอยู่ในหูปักอยู่ในใจกล่อมทุกคน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ด้วยบทเพลงอันทรงคุณค่าทั้งความงามทางด้านภาษาที่แฝงไว้ด้วยเนื้อหา และข้อคิดต่างๆ ทำให้เพลงที่ร้องออกมามีความไพเราะ สื่ออารมณ์ผู้ร้องได้เป็นอย่างดี บวกกับน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินเลยยิ่งทำให้เพลงที่โด่งดังในอดีตยังคงเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ ในคอนเสิร์ตอันทรงคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายใต้โปรดักชั่นตามแบบฉบับ  CHANGE Showbiz

ซึ่งประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญนี้จะเกิดขึ้นในวันที่ 1-2 กรกฎาคม โดยรอบวันเสาร์ 19.00 น. รอบวันอาทิตย์ 17.00 น. ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ เริ่มขายบัตรแล้ว ที่ THAITICKETMAJOR  https://www.thaiticketmajor.com/concert/mama-presents-the-time-machine-concert-2023.html ทุกช่องทาง บัตรราคา 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 และ 2,000 บาท  มาย้อนตำนานอันทรงคุณค่าไปกับบทเพลงที่ตราตรึงใจไปด้วยกันนะคะ

‘ทีวี ธันเดอร์’ เดินหน้ากระชากเรตติ้ง จุดกระแสความปัง ผลิตละคร 2 เรื่อง 2 รส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733049

'ทีวี ธันเดอร์' เดินหน้ากระชากเรตติ้ง จุดกระแสความปัง ผลิตละคร 2 เรื่อง 2 รส

‘ทีวี ธันเดอร์’ เดินหน้ากระชากเรตติ้ง จุดกระแสความปัง ผลิตละคร 2 เรื่อง 2 รส

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.27 น.

ผลิตผลงานดี ๆ แบบไม่มีพักสำหรับผู้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพ “ทีวี ธันเดอร์”ล่าสุดเดือนพฤษภาคม ส่งละครใหม่แกะกล่อง 2 เรื่อง2 รส ลงจอกระชากเรตติ้งจากผู้ชมเต็มสตรีมเริ่มด้วยละคร“สืบสวนสำนวนรัก”ที่นำแสดงโดยสาวฮ็อตY2K ที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อย่างมากในช่วงต้นปีที่ผ่านมา อย่างอีกี้ ธาตุทองซาวด์หรือหลิน-มชณต สุวรรณมาศที่ครั้งนี้ต้องสลัดลุคอีกี้สุดเปรี้ยว ควงคู่มากับพระเอกหนุ่มมากความสามารถอย่างท็อป-จรณ โสรัตน์ ซึ่งเรื่องนี้นอกจากนักแสดงยังเป็นกระแสแล้ว เนื้อเรื่องต้องขอบอกว่าจับประเด็นสุดฮ็อตของบ้านเมืองมาเล่าเช่นกัน ในตอนนี้ที่คนไทยกำลังให้ความสนใจกับสงครามการเมือง “สืบสวนสำนวนรัก” ก็ได้นำเรื่องราวของนักการเมือง กฎหมาย และสังคม มานำเสนออย่างเข้มข้น ผ่านตัวละคร“แพท”(รับบทโดย หลิน)ทนายสาวแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่บังเอิญมาเจอกับ “วสุ”(รับบทโดยท็อป) นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อพวกเขาต้องวนกลับมาเจอกันบ่อยครั้งหนำซ้ำยังมีเหตุให้ต้องทำงานร่วมกันอีกด้วย การสืบสวนคดีที่ข้องเกี่ยวกับผู้มีอำนาจจึงเริ่มขึ้นท่ามกลางความรักและความผูกพันที่ค่อยๆ เริ่มก่อตัวแค่เรื่องย่อก็รับประกันความดุเด็ดเผ็ดแซ่บ ดูไปซี๊ดปากไป เชื่อว่าชาวเน็ตอย่างเราจะต้องอินและเซอร์ไพร์สกับหลายประเด็นอย่างแน่นอนออกอากาศทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา20.15-21.10 น.ทางไทยพีบีเอสช่องหมายเลข3 ชมอีกครั้ง http://www.VIPA.me

มาถึงเรื่องนี้ก็ต้องเปลี่ยนมู้ดอย่างรวดเร็ว ใครที่รู้สึกว่ากำลังเครียด อยากดูหรือชอบอะไรที่ผ่อนคลาย สบายใจ ต้องทางนี้ค่ะซิสสำหรับละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้อย่าง“กามเทพก้นครัว”ที่นำแสดงโดยพีค-ภัทรศยาเครือสุวรรณศิริหรือซิสพีคศยาที่ถึงแม้ว่าตอนนี้ซิสจะเดินตามความฝันการเป็นนักร้องและได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ที่ดีมากๆ แต่ซิสก็ยังไม่ทิ้งงานแสดงไปไหน โดยครั้งนี้ได้ประกบคู่กับพระเอกหนุ่มสุดเซอร์ที่เชื่อว่าหลายคนคงจะคิดถึงผลงานของเขาทางหน้าจออย่างเป้-อารักษ์อมรศุภศิริเรียกได้ว่าตัวพ่อเจอตัวแม่ของจริงนอกจากนั้นยังมีสองดาวรุ่งของวงการ T-POP อย่าง แฮนน่า 4EVEและ ภูมิ ATLASร่วมแสดงอีกด้วย สำหรับละครเรื่อง“กามเทพก้นครัว” เป็นเรื่องราวสุดแสนชุลมุนของแก๊งคนรับใช้บ้านไฮโซโดยมี “มะลิ” (รับบทโดย พีค) หัวหน้าสาวใช้ และ “มานะ” (รับบทโดยเป้) คนขับรถจอมกะล่อน ที่ถูกว่าจ้างให้จับคู่เจ้านายของตัวเอง จาก 2 บ้านที่เกลียดกันเข้าไส้มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ต้องทำให้รักกันเหนียวแน่นหนึบจนแยกกันไม่ออกทีมกามเทพก้นครัวจึงบังเกิดขึ้น!!โดยมีเงินค่าจ้างเป็นเดิมพันสูงถึง 3 ล้านบาท รับประกันความป่วน ความม่วน ความสนุกออกอากาศ ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 19.00 น. ช่องเวิร์คพอยท์ 23

ติดตามผลงานดีๆ และอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ FACEBOOK : tvthunderofficialและ YOUTUBE : TV Thunder Official

‘ฮอทต้า’ สุดยอดแบรนด์น้ำขิงอันดับ 1 จัดงาน HOTTA GINGER HERO DAY

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/733048

‘ฮอทต้า’ สุดยอดแบรนด์น้ำขิงอันดับ 1 จัดงาน HOTTA GINGER HERO DAY

‘ฮอทต้า’ สุดยอดแบรนด์น้ำขิงอันดับ 1 จัดงาน HOTTA GINGER HERO DAY

วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 11.25 น.

บริษัท นิวคอนเซพท์ โปรดัคท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูปยอดขายอันดับหนึ่ง ฮอทต้า (HOTTA) จัดกิจกรรม HOTTA GINGER HERO DAY

ตอกย้ำแบรนด์อันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคไทยให้ความนิยมมากที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป จากผลสำรวจความน่าเชื่อถือแบรนด์ของประเทศไทย (Thailand’s Most Admired Brand) ของนิตยสารแบรนด์เอจ พร้อมควง 3 พระเอกตลอดกาล ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ และหนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ มาร่วมสร้างสีสันในงาน เพื่อสร้างความสุขให้แก่เหล่าแฟนคลับ พร้อมกันนี้ทาง HOTTA ได้จัดแคมเปญ “ฮอทต้า ราคามหาชน” เพื่อเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนแบรนด์น้ำขิงฮอทต้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสุขภาพดีให้กับคนไทยทุกคนเสมอมาเพื่อให้น้ำขิงที่มีคุณค่ากลายเป็นเครื่องดื่มประจำวัน ครองใจคนไทยทุกเพศทุกวัย ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ สยามพารากอน

นางกาญจนา บำรุงกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิวคอนเซพท์ โปรดัคท์ จำกัด กล่าวว่า ด้วยความเชื่อมั่นในคุณประโยชน์ของขิงเป็นสมุนไพรยอมรับมากว่า 5,000 ปี สมุนไพรขิงมีทั้งสรรพคุณทางยาและคุณค่าอาหารที่ยอมรับกันระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สรรพคุณจากขิงมีสารจินเจอร์รอลสูงในเหง้าขิงที่มีช่วงอายุ 11-12 เดือน ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นเครื่องดื่มประจำวัน ฮอทต้าจึงมุ่งมั่นในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์ของขิงมากกว่า 38 ปี ให้น้ำขิงเป็นเครื่องดื่มประจำวันเพื่อสุขภาพองค์รวม ดั่งสโลแกนของ ฮอทต้า ที่ว่า “ดื่มความสุขที่คุณค่า ดื่มฮอทต้าทุกวัน”

ปัจจุบันภาพรวมตลาดน้ำขิงในปี 2023 เมื่อเทียบกับปี 2021-2022 ค่าเฉลี่ยของทั้ง 2 ปี พบว่าเป็นสัดส่วนการเติบโตที่ไม่ปกติ เพราะเป็นไปตามคลื่นการเติบโตตามความต้องการในเชิงบรรเทา และการป้องกันของโควิด เนื่องจากตอนนี้โควิดเริ่มคลี่คลายและผู้บริโภคส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน แต่อย่างไรก็ตามพบวิถีการบริโภคของ 2 ปีที่มีแนวโน้มลดความกังวลจากโควิด มาเป็นระดับการป้องกันมากกว่า ดังนั้นความถี่ในการบริโภคลดลง แต่ความต้องการของผู้บริโภคได้ขยายกว้างขึ้น แสดงถึงการยอมรับน้ำขิงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม ในปีนี้ ฮอทต้า ได้รับการโหวตจากผู้บริโภคให้เป็นแบรนด์น้ำขิงอันดับ 1 ครองใจมหาชน จากการสำรวจ 2023 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดอุปโภคและบริโภค กลุ่มเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป จากงานวิจัยโดยนิตยสารแบรนด์เอจ ที่สะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคคนไทยมีต่อผลิตภัณฑ์ฮอทต้าได้อย่างชัดเจน และเพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริโภคที่สนับสนุนเราด้วยดีเสมอมา จึงก่อให้เกิดกิจกรรม HOTTA GINGER HERO DAY ขึ้น เพื่อถ่ายทอดความเป็นฮีโร่ตลอดการดำเนินงานกว่า 38 ปี ด้วยความตั้งใจอย่างมีเป้าหมายชัดเจนต่อผลิตภัณฑ์ขิงฮอทต้ามาโดยตลอดทุกขั้นตอน กว่าจะได้น้ำขิงแก้วหนึ่ง ฮอทต้าได้รับแรงสนับสนุนหลายภาคส่วน ล้วนมีส่วนต่อความสำเร็จในสายการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผู้บริโภค ที่ไว้วางใจในการบริโภคน้ำขิงอย่างกว้างขวาง และถือเป็นโอกาสแห่งความภาคภูมิใจที่ ฮอทต้า ได้รับรางวัลแบรนด์อันดับ 1 น้ำขิงครองใจมหาชน ยิ่งตอกย้ำความเป็น Brand leader ของฮอทต้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองรางวัลร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเพื่อขอบคุณทุกฮีโร่ของ ฮอทต้า ที่ไว้วางใจและเชื่อมั่นเรา โดยเราให้นิยามของ HOTTA HERO ดังนี้

BRAND HERO – ฮอทต้าส่งต่อความสุขที่ให้คุณค่าผ่านเครื่องดื่มขิง ในการเป็นผู้บุกเบิกทำการตลาดโดยสื่อสารผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อปลูกฝังการดูแลสุขภาพที่ดีของคนไทย อาทิ หนังโฆษณา
โปรโมทน้ำขิงที่ล้วนเป็นพระเอกชื่อดัง อาทิ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ นำเสนอคุณภาพของขิงฮอทต้า คัดเก็บขิงแก่สดอายุ 11-12 เดือน นอกจากนั้นยังมีพรีเซ็นเตอร์ตามยุคสมัย อาทิ ก้อง สหรัถ สังคปรีชา, ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ, อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์, ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ จนมาถึงปัจจุบันเป็น เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี มาโปรโมทเครื่องดื่มน้ำขิงกล่องพร้อมดื่มฮอทต้า คูล ด้วยคุณสมบัติบรรจุภัณฑ์ที่เป็นรุ่นนวัตกรรมกล่อง Tetra Pak ที่มีกักเก็บคุณค่าวิตามินได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะแช่ช่องชิลล์ อร่อยเย็น ชิลล์เวอร์ ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวก ดื่มง่าย เพื่อรองรับความต้องการของคนรุ่นใหม่

PRODUCT HERO – ฮอทต้ามุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ด้วยวิสัยทัศน์ผู้บริหารที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนหน่วยงานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ สายงาน Value Chain และ Supply Chain ให้รองรับธุรกิจ เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ทั้ง ฮอทต้า จินเจอร์, ฮอทต้า จินเจอร์พลัส, ฮอทต้า ฟิวชั่น และ ฮอทต้า คูล (RTD) ทำให้น้ำขิงเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและกว้างขึ้น ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่การคัดเฉพาะขิงแก่สด อายุ 11-12 เดือน ที่มีคุณค่า Gingerol สูง ผ่านการผลิตที่มีมาตรฐานคุณภาพ เช่น GMP PIC/S, GMP FDA420, Halal, ISO 9001:2015, BRC, HACCP, และอีกทั้งรางวัลรับรองเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและรสชาติจากหน่วยงานต่างประเทศ  ITQI Superior Taste Award, Monde Selection ประเทศเบลเยี่ยม และยังลงทุนในการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดจาก Tetra Pak เพื่อเก็บคุณค่าของขิงส่งถึงผู้บริโภคอย่างมั่นใจอีกด้วย

PEOPLE HERO – ขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งที่เป็น Value Chain และ Supply Chain    เราถือว่า ทุกท่านคือ Hero ของเรา ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบดี ๆ มีคุณภาพให้เรา คู่ค้าที่เชื่อมั่นในความจริงใจของเรา ผู้บริโภคที่สนับสนุนเราเป็นอย่างดีมาโดยตลอด รวมทั้งพนักงานทุกท่านที่เชื่อมั่นในสิ่งที่บริษัททำ  ขอบคุณ Hero ทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่เชื่อในคุณค่าและประโยชน์ ของขิงผงสำเร็จรูป ฮอทต้าของเรา       เราจะจับมือกันเดินต่อไป กับเส้นทางใหม่ ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ เราหวังว่าน้ำขิงจะเข้าไปเป็นเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้ ในชีวิตประจำวันของทุกคน  

PROMOTION HERO – สุดท้ายเพื่อแทนคำขอบคุณแก่คู่ค้าและลูกค้า (ผู้บริโภค) ฮอทต้าจึงจัดแคมเปญเซอร์ไพรส์ “ฮอทต้า ราคามหาชน” ที่ให้ทุกท่านได้ซื้อผลิตภัณฑ์น้ำขิงฮอทต้าในราคาพิเศษ! ทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งร้านสะดวกซื้อ ซูปเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก และช่องทางออนไลน์ ได้ตั้งแต่ มิถุนายน – สิงหาคม 2566

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของน้ำขิงฮอทต้า ได้ทางเฟซบุ๊ก : HOTTA Ginger Thailand และ เว็ปไซต์ : http://www.hottaginger.com #HOTTA #ฮอทต้าน้ำขิงมหาชน #ฮอทต้าราคามหาชน #HOTTAGingerHero