สหรัฐฯ โมโหจีนแล่นเรือรบตัดหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699887

สหรัฐฯ โมโหจีนแล่นเรือรบตัดหน้า

7 มิ.ย. 2566 07:27 น.

สหรัฐฯ โมโหจีนแล่นเรือรบตัดหน้า

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายจอห์น เคอร์บี โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของกองทัพเรือจีน จากกรณีเรือรบจีนใช้ท่าทีคุกคามเรือรบสหรัฐฯในช่องแคบไต้หวัน โดยระบุว่า เหตุการณ์อันตรายที่เกิดขึ้นสะท้อนให้การเพิ่มระดับความก้าวร้าวของกองทัพจีนและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ ถือเป็นเรื่องเศร้าที่สหรัฐฯต้องรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่สหรัฐฯก็พร้อมจะตอบสนอง อยากได้ยินว่าจีนจะสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองเช่นไร พร้อมยอมรับว่าสหรัฐฯก็เคยทำแต่เราเป็นมืออาชีพมากกว่า

คำแถลงของสหรัฐฯมีขึ้นหลังเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เรือรบจีนได้แล่นเรือตัดหน้าเรือพิฆาตชุง-ฮูนของสหรัฐฯ ในระยะห่างเพียง 137 เมตร ระหว่างการลาดตระเวนในช่องแคบไต้หวัน ขณะที่นางหวาง เหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ชี้แจงว่ามาตรการของกองทัพจีนมีเหตุผล ชอบธรรม เป็นมืออาชีพและปลอดภัย สหรัฐฯเป็นตัวการสร้างปัญหาและเริ่มการยั่วยุ ขณะที่จีนได้ตอบสนองตามความเหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ นอกจากนี้ เหตุการณ์ยังเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯและเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศจีนเข้าหารือกับตัวแทนกระทรวงต่างประเทศจีน ซึ่งสื่อจีนระบุเป็นการหารือแบบสร้างสรรค์.

ฝรั่งเศสค้านเปิดนาโตในญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699886

ฝรั่งเศสค้านเปิดนาโตในญี่ปุ่น

7 มิ.ย. 2566 07:12 น.

ฝรั่งเศสค้านเปิดนาโตในญี่ปุ่น

นสพ.ไฟแนนเชียล ไทมส์ ของอังกฤษรายงานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. โดยอ้างแหล่งข่าว 8 ราย ว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส คัดค้านข้อเสนอขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ที่จะเปิดสำนักงานประสานงานในกรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้เป็นสำนักงานในเอเชียแห่งแรกของนาโต โดยผู้นำฝรั่งเศสให้เหตุผลว่าไม่ควรขยายออกไปนอกแอตแลนติกเหนือตามกฎบัตรขององค์กร ส่งผลให้โครงการดังกล่าวอาจต้องหยุดชะงักไปอีกหลายเดือนเนื่องจากต้องได้รับความยินยอมเป็นเอกฉันท์จากคณะมนตรีแอตแลนติกเหนือ

สื่ออังกฤษยังระบุด้วยว่า ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานว่ามาครงแสดงท่าทีระมัดระวังในการขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของนาโตเกินจากภูมิภาคแอตแลนติกเหนือไปถึงอินโด-แปซิฟิก ยังกล่าวเตือนซ้ำๆว่าการผลักดันดังกล่าวจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ แหล่งข่าวยังระบุว่าฝรั่งเศสไม่เต็มใจสนับสนุนนโยบายที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างนาโตและจีน หลังจากมาครงเคยจุดชนวนความขัดแย้งด้วยการให้สัมภาษณ์ระหว่างการเยือนจีนเมื่อเดือน เม.ย.ว่ายุโรปไม่ควรเดินตามสหรัฐฯ กรณีความตึงเครียดกับจีนในประเด็นไต้หวัน.

อิหร่านเผยโฉม “ฟัตตาห์” ขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง ลั่นทะลวง “ไอรอนโดม” ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699790

อิหร่านเผยโฉม "ฟัตตาห์" ขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง ลั่นทะลวง "ไอรอนโดม" ได้

6 มิ.ย. 2566 19:04 น.

อิหร่านเผยโฉม “ฟัตตาห์” ขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง ลั่นทะลวง “ไอรอนโดม” ได้

อิหร่านเผยโฉมแรก ฟัตตาห์ ขีปนาวุธทิ้งตัวความเร็วเหนือเสียง ลั่นแสนยานุภาพ สามารถทะลวงผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึกได้

สำนักข่าวอิหร่านหรือไออาร์เอ็นเอ เผยทางการอิหร่านเผยโฉมขีปนาวุธทิ้งตัวความเร็วเหนือเสียงที่ผลิตขึ้นในอิหร่านครั้งแรก ในพิธีเปิดตัววันนี้ 6 มิ.ย. 2566 โดยขีปนาวุธดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า ‘ฟัตตาห์’ (Fattah) ตามภาษาเปอร์เซีย ซึ่งมีความหมายความว่า ‘ผู้ปกครอง’

ผู้บัญชาการกองทัพอากาศอิหร่านเผยว่า ขีปนาวุธทิ้งตัวความเร็วเหนือเสียง ฟัตตาห์ มีพิสัยบินไกลได้ถึง 1,400 กิโลเมตร และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ระดับ 14 มัค หรือ 15,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมไปถึงสามารถทะลวงผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึกได้

สื่ออิหร่านระบุว่า ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงฟัตตาห์นั้นสามารถผ่านระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศรุ่นใหมล่าสุดของสหรัฐฯ และ “ไอรอน โดม” ระบบป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอล

ทั้งนี้ ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงสามารถบินได้เร็วกว่าความเร็วเสียงถึง 5 เท่า รวมไปถึงสามารถหักเลี้ยวในทิศทางที่ซับซ้อนได้ จึงทำให้ข้าศึกประสบกับความยากลำบากในการสกัดกั้นขีปนาวุธประเภทนี้ และสื่ออิหร่านระบุอีกว่า ในกรณีที่ขีปนาวุธ ฟัตตาห์ สามารถเล็งเป้าหมายไปที่ระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศล้ำสมัยของข้าศึกได้อีกด้วย นับเป็นก้าวกระโดดของขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง

อิหร่านยังคงเดินหน้าสร้างขีปนาวุธเพื่อป้องกันประเทศต่อไป แม้สหรัฐฯ และนานาประเทศชาติยุโรปออกมาแสดงความกังวลและคัดค้าน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ทางการทหารชาติตะวันตกหลายรายกล่าวว่า ในบางครั้ง อิหร่านนำเสนอศักยภาพของขีปนาวุธเกินจริงกว่าที่เป็น

ในปี 2561 โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้ประกาศว่า สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านฉบับปี 2558 และประกาศคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ทำให้อิหร่านเริ่มกลับมาพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ ส่งผลให้ สหรัฐฯ, ชาติยุโรป และอิสราเอลต่างแสดงความกังวล อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงปฏิเสธข้อกล่าวอ้างเหล่านั้นเรื่อยมา ในขณะที่ การเจรจาทางอ้อมระหว่างอิหร่านและรัฐบาลไบเดนเพื่อนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ในอดีตได้หยุดชะงักลงตั้งแต่เดือนกันยายน ในปีที่ผ่านมา.

ที่มา: reuters

หวั่นหายนะใหญ่ เขื่อน ‘คาคอฟกา’ ในยูเครนแตก อาจเจอน้ำท่วมสูงกว่า 10 ม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699781

หวั่นหายนะใหญ่ เขื่อน ‘คาคอฟกา’ ในยูเครนแตก อาจเจอน้ำท่วมสูงกว่า 10 ม.

6 มิ.ย. 2566 18:30 น.

หวั่นหายนะใหญ่ เขื่อน ‘คาคอฟกา’ ในยูเครนแตก อาจเจอน้ำท่วมสูงกว่า 10 ม.

หวั่นเกิดหายนภัยครั้งใหญ่ หลังเขื่อน ‘คาคอฟกา’ ทางใต้ของยูเครน แตก จากโดนระเบิด เตือนบางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมสูงกว่า 10 ม. เมืองโนวา คาคอฟกา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เขื่อนโนวา คาคอฟกา หรือเขื่อนคาคอฟกา ในแคว้นเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน ซึ่งถูกรัสเซียยึดครอง โดนระเบิดจนเขื่อนแตก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มิ.ย. 2566 ทำให้มวลน้ำมหาศาลทะลักออกจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนนั้น

ทางการยูเครนได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองโนวา คาคอฟกา ขณะที่เกิดความหวั่นวิตกจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ในแคว้นเคอร์ซอน และจะทำให้ประชาชนหลายแสนคนได้รับความเดือดร้อน บ้านอาคารที่พักอาศัยถูกน้ำท่วม ขณะที่มีรายงานว่า เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ในแคว้นเคอร์ซอนแล้ว และทางการได้ขอร้องให้ประชาชนนับ 10 หมู่บ้านที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดนีโปรรีบอพยพโดยด่วน

มีคลิปวิดีโอบันทึกภาพพื้นที่หนึ่งใกล้กับเขื่อนคาคอฟกา เผยให้เห็นว่า มีน้ำท่วมถนนหลายสายและมีน้ำเต็มทุ่ง หลังจากเขื่อนแตก ขณะที่ นายกเทศมนตรีคนหนึ่งซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทางการรัสเซีย เตือนว่า ระดับน้ำจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีก 72 ชั่วโมง พร้อมกับยังอ้างว่า พื้นที่บางแห่งอาจเกิดน้ำท่วมสูงถึง 40 ฟุต หรือประมาณ 12.19 เมตรเลยทีเดียว

ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เรียกสภาความมั่นคงแห่งชาติประชุมฉุกเฉินทันที หลังจากเขื่อนคาคอฟกา แตก เนื่องจากหวั่นเกิดหายนภัยครั้งใหญ่ อีกทั้งเขื่อนแห่งนี้ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดส่งน้ำเข้าสู่ระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาปอริซเชีย ซึ่งรัสเซียยึดครองได้ หลังทำสงครามในยูเครนเมื่อ ก.พ. 2565

ที่มา : Dailymail

ยูเครนโต้กลับรัสเซีย โวรุกคืบพท. แนวรบตะวันออก หมู่บ้านรอบบักห์มุต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699659

ยูเครนโต้กลับรัสเซีย โวรุกคืบพท. แนวรบตะวันออก หมู่บ้านรอบบักห์มุต

6 มิ.ย. 2566 18:00 น.

ยูเครนโต้กลับรัสเซีย โวรุกคืบพท. แนวรบตะวันออก หมู่บ้านรอบบักห์มุต

ยูเครนเริ่มโจมตีตอบโต้ทั่วบักห์มุต ทางภาคตะวันออกของยูเครน ยึดพื้นที่หมู่บ้านรอบๆ คืนได้ 4 แห่ง เซเลนสกีลั่น รัสเซียรู้ตัวว่าจะต้องแพ้ศึกนี้

วันที่ 6 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพยูเครนได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีตอบโต้และสามารถทวงคืนพื้นที่หมู่บ้านบางส่วนรอบเมืองบักห์มุต ทางภาคตะวันออกของยูเครนได้ หลังจากกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ของฝ่ายรัสเซียอ้างว่าสามารถยึดคืนพื้นที่ทั้งหมดของเมืองบักห์มุตได้แล้วเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่ ฮันนาร์ มาเลียร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครนยังคงไม่ระบุว่า การโจมตีโต้กลับที่หลายฝ่ายรอคอยเริ่มขึ้นแล้ว พร้อมกับอธิบายถึงการสู้รบในเมืองบักห์มุตว่า กลายเป็นศูนย์กลางในการปะทะ 

นอกจากนี้ ฮันนาร์ มาเลียร์ ระบุในโพสต์สื่อโซเชียลของตัวเองว่า ทหารยูเครนหลายหน่วยสามารถบุกทะลวงได้จากหลายทิศทาง ขณะเกิดการปะทะกับทหารรัสเซีย ที่พยายามรักษาตำแหน่งแนวรบเอาไว้ นอกจากนี้ รมช.กลาโหมยูเครน กล่าวเสริมว่า กองทัพยูเครนคืบหน้าในการเข้าทวงคืนพื้นที่หมู่บ้านของเมืองบักห์มุตได้ 4 แห่ง ประกอบไปด้วยหมู่บ้าน Orikhovo-Vasulivka และ Paraskoviivka โดยสามารถตีรุกคืบเข้าไปจากแนวรบได้แล้ว ตั้งแต่ 200 เมตร จนถึง 1,600 เมตร และที่หมู่บ้าน Ivanivske และ Klishchiivka ทหารยูเครนสามารถตียึดคืนพื้นที่จากแนวรบเข้าไปได้แล้ว 100 ถึง 700 เมตร

ด้านประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวชื่นชมทหารยูเครนโดยเฉพาะ 2 หน่วย ที่เซเลนสกีระบุเจาะจงว่า มีศักยภาพ และรักษาแนวรบของเราได้ รวมไปถึงสามารถสังหารทหารรัสเซียและรุกคืบต่อได้ อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนยังไม่กล่าวโดยตรงว่า การโจมตีโต้กลับของยูเครนได้เริ่มขึ้นแล้วหรือไม่

หลายฝ่ายต่างรอคอยมานานเกี่ยวกับการโจมตีตอบโต้ของทางยูเครน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยูเครนระบุว่า พวกเขาจะไม่ส่งสัญญาณเตือนใดๆ เมื่อเริ่มปฏิบัติการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีปฏิบัติการทางทหารของยูเครนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทัพยูเครนอ้างว่า สามารถยึดพื้นที่ในแนวรบบริเวณอื่นได้บางส่วนเช่นกัน

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นในยูเครน รัฐบาลยูเครนได้เปิดสัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศ ดังกึกก้องทั่วกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เนื่องจากยูเครนหวั่น รัสเซียจะถล่มโจมตีทางอากาศด้วยขีปนาวุธอีกครั้ง.

ที่มา bbcAljazeera

รู้จักเขื่อน “คาคอฟกา” ของยูเครน โดนระเบิด น้ำทะลักท่วมภาคใต้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699714

รู้จักเขื่อน "คาคอฟกา" ของยูเครน โดนระเบิด น้ำทะลักท่วมภาคใต้ยูเครน

6 มิ.ย. 2566 16:35 น.

รู้จักเขื่อน “คาคอฟกา” ของยูเครน โดนระเบิด น้ำทะลักท่วมภาคใต้ยูเครน

เกิดเหตุระทึก เขื่อนโนวา คาคอฟกา หรือเรียกสั้นๆ ว่า เขื่อนคาคอฟกา เขื่อนใหญ่ของภูมิภาคเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน ระเบิดในช่วงเช้าของวันนี้ 6 มิ.ย. 2566 ทำให้มวลน้ำมหาศาลจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนไหลทะลัก ท่วมสมรภูมิรบระหว่างยูเครนและรัสเซีย

ล่าสุด ยูเครนออกมากล่าวหาว่า รัสเซียเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการการระเบิดเขื่อน คาคอฟกา แต่ทางรัสเซียยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อคำกล่าวหาของยูเครน

เขื่อนโนวา คาคอฟกา ของยูเครนสำคัญอย่างไร ในศึกสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนขณะนี้ ทำไมการระเบิดเขื่อนนี้ถึงส่งกระทบรุนแรงหลายด้าน

เขื่อนโนวา คาคอฟกา เป็นเขื่อนที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และจัดการระบบน้ำจากแม่น้ำดนีโปรไปทั่วยูเครน นอกจากนี้ ยังส่งน้ำไปยังคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียประกาศผนวกรวมดินแดนในปี 2557 รวมไปถึงเขื่อนคาคอฟกา ยังส่งน้ำไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาปอริชเชียทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป

เขื่อนคาคอฟกา ถูกก่อสร้างขึ้นในปี 2499 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำคาคอฟกา ด้วยเหตุนี้เขื่อนที่เสียหายอาจส่งผลกระทบต่อพลังงานไฟฟ้า

เขื่อนคาคอฟกา มีความสูงอยู่ที่ 30 เมตร และมีความยาว 3.2 กิโลเมตร นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำของเขื่อนสามารถบรรจุน้ำได้ทั้งสิ้น 18 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีปริมาณน้ำเทียบเท่ากับทะเลสาบเกรตซอลต์ ในรัฐยูทาห์ ของสหรัฐฯ

การระเบิดเขื่อนครั้งนี้ทำให้น้ำที่อยู่ในอ่างไหลท่วมพื้นที่อาคารบ้านเรือนที่อยู่ใต้เขื่อน รวมไปถึงเมืองเคอร์ซอน ที่ยูเครนสามารถยึดพื้นที่คืนจากทหารรัสเซียได้ในปลายปีผ่านมา

ด้านผู้ว่าฯ เมืองเคอร์ซอนเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่ทันที หลังเกิดเหตุระเบิดเขื่อนในวันนี้ พร้อมแจ้งว่า ระดับน้ำจะสูงขึ้นจนอยู่ในระดับวิกฤติภายใน 5 ชั่วโมง

เขื่อนคาคอฟกา เคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของทัพรัสเซียในช่วงต้นของการรุกรานที่เริ่มขึ้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เนื่องจากเขื่อนแห่งนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ แต่ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ยูเครนสามารถยึดพื้นที่ส่วนมากในเคอร์ซอนคืนได้ 

ขณะนั้น ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เคยเรียกร้องชาติตะวันตกให้เตือนรัสเซียว่าอย่าระเบิดเขื่อนนี้ เพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคใต้ของยูเครน

แต่แล้วในที่สุด เขื่อนคาคอฟกา เขื่อนใหญ่ทางภาคใต้ของยูเครน ได้โดนระเบิดจนเขื่อนแตก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มิ.ย. 2566 ทำให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างยิ่งต่อหายนะภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น.

ที่มา reutersThe Guardian

สิงคโปร์ปิดตำนานแข่งม้ากว่า 180 ปี เตรียมปรับปรุงพื้นที่สนามแข่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699700

สิงคโปร์ปิดตำนานแข่งม้ากว่า 180 ปี เตรียมปรับปรุงพื้นที่สนามแข่ง

6 มิ.ย. 2566 15:45 น.

สิงคโปร์ปิดตำนานแข่งม้ากว่า 180 ปี เตรียมปรับปรุงพื้นที่สนามแข่ง

ปิดตำนาน 180 ปี จัดแข่งม้าในสิงคโปร์ หลังจากรัฐบาลต้องการปรับปรุงพื้นที่ของสนามแข่ง

6 มิ.ย 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สิงคโปร์จะยุติการจัดแข่งม้าในเดือนตุลาคม 2567 เนื่องจากรัฐบาลสิงคโปร์ต้องการเรียกคืนพื้นที่ของชมรมแข่งม้าแห่งสิงคโปร์ (Singapore Turf Club) ในย่านกรันจี ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสิงคโปร์ เพื่อดำเนินแผนพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในปี 2570

ชมรมแข่งม้าแห่งสิงคโปร์จะจัดแข่งขันม้าครั้งสุดท้าย ในวันที่ 5 ต.ค. 2567 และปิดสถานที่จัดแข่งม้าในเดือนมีนาคม 2570 นอกจากนี้ กระทรวงพัฒนาชาติและกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ ระบุว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะปรับปรุงและพัฒนาที่ดินของชมรมกว่า 750 ไร่ เพื่อสร้างที่พักอาศัย รวมไปถึงการเคหะ นอกจากนี้ รัฐบาลจะศึกษาการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้ในด้านอื่นๆ ที่เป็นไปได้เพิ่มเติม รวมไปถึงการสร้างสถานที่พักผ่อนและนันทนาการ

ด้านประธานกรรมการบริหารชมรมแข่งม้าแห่งสิงคโปร์ ระบุว่า การยุติและปิดตัวสนามแข่งม้าดังกล่าว จะกระทบต่อรายได้ของชมรม ซึ่งโดยปกติจะทำรายได้ให้ชมรมถึง 400,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 10 ล้านบาทต่อการแข่งหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ คณะผู้บริหารคาดการณ์ว่า จะมีจำนวนเงินสะพัดถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 28,000 พันล้านบาทในปีนี้ แต่จำนวนผู้ชมที่ลดลงหลังจากกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2565 เนื่องจากปิดให้บริการจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยเพียง 2,600 คนต่อวันที่จัดแข่งขัน จึงกระทบต่อรายได้หมุนเวียนดังกล่าว จนเหลือราวครึ่งเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ ชมรมแข่งม้าแห่งสิงคโปร์ ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2385 และยังคงเป็นชมรมแข่งม้าเจ้าเดียวในสิงคโปร์จนถึงปัจจุบัน.

ที่มา: แชนเนลนิวส์เอเชีย

ยูเครนกล่าวหารัสเซียระเบิดเขื่อน เตือนน้ำท่วมใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699703

ยูเครนกล่าวหารัสเซียระเบิดเขื่อน เตือนน้ำท่วมใหญ่

6 มิ.ย. 2566 14:55 น.

ยูเครนกล่าวหารัสเซียระเบิดเขื่อน เตือนน้ำท่วมใหญ่

เมื่อวันอังคาร ยูเครนกล่าวหาว่ากองกำลังรัสเซียระเบิดเขื่อนใหญ่และสถานีไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัสเซียยึดครอง ทำให้มีน้ำไหลทะลักจากเขื่อน และเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ขณะที่ทางการยูเครนสั่งอพยพประชาชนหลายแสนคนที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำ ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อจัดการกับวิกฤติแล้ว 

ด้านเจ้าหน้าที่รัสเซียตอบโต้ว่า เขื่อนคาคอฟกาได้รับความเสียหายจากการโจมตีของทหารยูเครนในพื้นที่ที่มีการต่อสู้

ก่อนหน้านี้ ทางการยูเครนเตือนว่าความเสียหายดังกล่าวอาจทำให้เขื่อนคาคอฟกา ปล่อยน้ำ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร และท่วมเมืองเคอร์ซอน และพื้นที่อื่นๆ อีกหลายสิบแห่งตามลำน้ำที่มีผู้คนอาศัยอยู่หลายแสนคน ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัสเซียที่อยู่ใกล้เคียง

“เอเนอร์โกอะตอม” (Energoatom) บริษัทเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครนกล่าวในแถลงการณ์ในเทเลแกรมว่า การระเบิดของเขื่อน อาจส่งผลเสียต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริเซีย แต่สถานการณ์ในขณะนี้ยังคงควบคุมได้

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศของสหประชาชาติ กล่าวว่าผู้เชี่ยวชาญกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่บริเวณต้นน้ำของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริเซีย และไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในขณะนี้

ตามรายงานของคณะทำงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสงครามยูเครน หากเขื่อนพังทลายลงทั้งหมด จะส่งผลให้พื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำพังทลายลงเป็นส่วนใหญ่ และการลดลงอย่างมากของน้ำในอ่างเก็บน้ำ อาจทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้รับผลกระทบที่ระบบหล่อเย็น และกระทบต่อความต้องการใช้น้ำในเขตคาบสมุทรไครเมียตอนเหนือ

กระทรวงมหาดไทยยูเครนเตือนให้ประชาชนใน 10 หมู่บ้านบนฝั่งขวาของแม่น้ำและบางส่วนของเมืองเคอร์ซอนที่อยู่ทางใต้ของเขื่อน รวบรวมเอกสารสำคัญและสัตว์เลี้ยง ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า และอพยพออกจากบ้าน พร้อมเตือนถึงการบิดเบือนข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น

นายกเทศมนตรีเมืองโนวา คาคอฟกา กล่าวเมื่อวันอังคารว่า การโจมตีหลายครั้งในโรงไฟฟ้าพลังน้ำคาคอฟกา ทำลายวาล์วน้ำ และน้ำจากอ่างเก็บน้ำเริ่มไหลออกอย่างควบคุมไม่ได้ และกล่าวว่าการโจมตีครั้งนี้เป็น “การกระทำของผู้ก่อการร้ายที่ร้ายแรงมาก” และกล่าวว่ากำลังเตรียมพร้อมสำหรับผลที่ตามมาที่เลวร้ายที่สุด แม้ว่าจะมีการอพยพชาวเมืองก็ตาม

ยูเครนควบคุมเขื่อน 5 ใน 6 แห่งตามแนวแม่น้ำดนิโปร ซึ่งไหลจากชายแดนทางเหนือที่ติดกับเบลารุสลงไปจนถึงทะเลดำ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตน้ำสำหรับการบริโภคและการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ขณะที่เขื่อนคาคอฟกา ซึ่งเป็นเขื่อนที่อยู่ไกลที่สุด ถูกควบคุมโดยกองกำลังรัสเซีย

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีการเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นแสงวาบ การระเบิด และการแตกของเขื่อน ด้านหัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารภูมิภาคเคอร์ซอน กล่าวในวิดีโอที่โพสต์ทางเทเลแกรมว่า “กองทัพรัสเซียได้กระทำการก่อการร้ายอีกครั้ง” และเตือนว่าน้ำจะถึงระดับวิกฤติภายในห้าชั่วโมง

ก่อนหน้านี้ยูเครนและรัสเซียต่างกล่าวหากันและกันว่ามุ่งโจมตีเขื่อน และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วนายเซเลนสกีคาดการณ์ว่า รัสเซียจะทำลายเขื่อนเพื่อทำให้เกิดน้ำท่วม

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้อยู่อาศัยได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนคาคอฟกา ในเดือนกุมภาพันธ์ ระดับน้ำในเขื่อนต่ำมากจนหลายฝ่ายกลัวว่าจะเกิดความเสียหายต่อโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริเซีย ซึ่งระบบระบายความร้อนของแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้รับน้ำจากเขื่อนคาคอฟกา

ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม หลังจากฝนตกหนักและหิมะละลาย ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเกินระดับปกติ น้ำท่วมหมู่บ้านใกล้เคียง ภาพจากดาวเทียมแสดงให้เห็นน้ำที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำที่เสียหาย.

นาทีระทึก มวลน้ำทะลักจากเขื่อน ‘คาคอฟกา’ ในยูเครน ‘แตก‘ โดนระเบิด (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699707

นาทีระทึก มวลน้ำทะลักจากเขื่อน ‘คาคอฟกา’ ในยูเครน ‘แตก‘ โดนระเบิด (คลิป)

6 มิ.ย. 2566 14:31 น.

นาทีระทึก มวลน้ำทะลักจากเขื่อน ‘คาคอฟกา’ ในยูเครน ‘แตก‘ โดนระเบิด (คลิป)

น่ากลัวมาก มวลน้ำมหาศาลทะลักจากเขื่อน โนวา คาคอฟกา ทางภาคใต้ยูเครน โดนระเบิดจนแตก ด้านกระทรวงมหาดไทยยืนยัน เขื่อนพังเสียหาย น้ำจากเขื่อนเริ่มท่วมพื้นที่ด้านล่างแล้ว

เมื่อ 6 มิ.ย.2566 สื่อต่างประเทศเผยคลิปวิดีโอสุดระทึก เผยให้เห็นสภาพความเสียหายของเขื่อนโนวา คาคอฟกา ทางภาคใต้ของยูเครน ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก สันเขื่อนแตกเป็นบริเวณกว้าง หลังจากโดนระเบิด ทำให้มวลน้ำมหาศาลจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนไหลทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ท่วมสมรภูมิรบระหว่างทหารรัสเซียกับยูเครน

กระทรวงมหาดไทยยูเครนยืนยันช่วงเช้าวันนี้ (6 มิ.ย.) ว่า เขื่อนโนวา คาคอฟกา (หรือเรียกสั้นๆ ว่า เขื่อนคาคอฟกา) ที่กั้นแม่น้ำดนีโปร ทางภาคใต้ของยูเครน ได้รับความเสียหายจากระเบิดลูกหนึ่ง และมวลน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อนได้เริ่มท่วมพื้นที่ด้านล่างแล้ว

ชมคลิป : ที่นี่

ด้านสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซีย ยืนยันว่า เขื่อนโนวา คาคอฟกา หรือเขื่อนคาคอฟกา ‘แตก’ แล้ว เนื่องจากได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่รัสเซียอ้างว่า เขื่อนใหญ่แห่งนี้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากฝ่ายยูเครนได้โจมตีพื้นที่บริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากรัสเซียได้ยึดเขื่อนโนวา คาคอฟกา ไว้ได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ หลังเปิดฉากทำสงครามในยูเครน เมื่อ ก.พ. 2565

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยูเครนได้เตือนว่า การที่มีการโจมตีบริเวณรอบเขื่อนโนวา คาคอฟกา ซึ่งกั้นแม่น้ำดนีโปร จะทำให้เขื่อนอาจโดนระเบิดได้รับความเสียหายได้ ในขณะที่อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนโนวา คาคอฟกา กักเก็บน้ำปริมาณมหาศาลถึง 18 ล้านลูกบาศก์เมตร และหากเขื่อนแตก จะทำให้เกิดน้ำท่วมเมืองด้านล่างหลายสิบเมือง และเขตชุมชนที่อยู่ของประชาชนหลายแสนคน.

ที่มา : Dailymail

สุดช็อก เขื่อนใหญ่ยูเครน ‘แตก‘ โดนระเบิด มวลน้ำมหาศาลทะลัก ท่วมสมรภูมิรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699693

สุดช็อก เขื่อนใหญ่ยูเครน ‘แตก‘ โดนระเบิด มวลน้ำมหาศาลทะลัก ท่วมสมรภูมิรบ

6 มิ.ย. 2566 13:26 น.

สุดช็อก เขื่อนใหญ่ยูเครน ‘แตก‘ โดนระเบิด มวลน้ำมหาศาลทะลัก ท่วมสมรภูมิรบ

เขื่อนโนวา คาคอฟกา เขื่อนใหญ่ทางภาคใต้ของยูเครน ‘แตก’ หลังโดนระเบิดมาลง มวลน้ำมหาศาลทะลักท่วมสมรภูมิรบระหว่างยูเครนกับรัสเซีย

เมื่อ 6 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ เขื่อนโนวา คาคอฟกา เขื่อนใหญ่ทางภาคใต้ของยูเครนโดนระเบิด เป็นเหตุให้เขื่อนบางส่วนแตก ได้รับความเสียหาย จนทำให้มวลน้ำมหาศาลจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ไหลทะลักบ่าท่วมพื้นที่สมรภูมิรบระหว่างทหารยูเครนกับรัสเซีย ขณะที่รัสเซียและยูเครนต่างกล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามที่ทิ้งระเบิดในบริเวณนี้ จนสุดท้ายมีระเบิดมาโดนเขื่อนจนได้

จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นเหตุการณ์สุดระทึกว่ามีการทิ้งระเบิดอย่างหนักรอบเขื่อนโนวา คาคอฟกา ซึ่งกั้นแม่น้ำดนีโปร  และมีคลิปวิดีโอหนึ่งเผยให้เห็นว่ามีมวลน้ำทะลักออกมาจากบริเวณเขื่อนที่แตก จนทำให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณช็อกตกใจกันอย่างมาก และต่างสบถด่าทอสงครามที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เขื่อนโนวา คาคอฟกา หรือเรียกสั้นๆว่า เขื่อนคาคอฟกา อยู่ในภูมิภาคเคอร์ซอน ทางภาคใต้ของยูเครน ได้ถูกฝ่ายรัสเซียยึดครองได้ตั้งแต่ตอนเริ่มทำสงครามในยูเครนเมื่อก.พ.2565 แต่ต้องตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา : Reuters