เจ้าชายแฮร์รี่ เตรียมขึ้นศาลอังกฤษ คดีฟ้องนสพ.มิร์เรอร์ ดักฟังโทรศัพท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699680

 เจ้าชายแฮร์รี่ เตรียมขึ้นศาลอังกฤษ คดีฟ้องนสพ.มิร์เรอร์ ดักฟังโทรศัพท์

6 มิ.ย. 2566 12:56 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ เตรียมขึ้นศาลอังกฤษ คดีฟ้องนสพ.มิร์เรอร์ ดักฟังโทรศัพท์

เจ้าชายแฮร์รี่ เตรียมขึ้นศาลในลอนดอน คดีฟ้องสื่อ มิร์เรอร์ กรุ๊ป ดักฟังโทรศัพท์ จนนับเป็นพระบรมวงศานุวงศ์องค์แรกของอังกฤษในรอบกว่า 100 ปีที่ต้องขึ้นศาล

เมื่อ 6 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ จะกลายเป็นพระบรมวงศานุวงศ์องค์แรกในรอบ 130 ปีของราชวงศ์อังกฤษ ที่จะต้องมาขึ้นศาลในกรุงลอนดอน เมืองหลวงอังกฤษ ในวันอังคารที่ 6 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ในคดีที่พระองค์ทรงเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังในอังกฤษ ‘หนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ กรุ๊ป’ (Mirror Group Newspapers) หรือ MGN ในข้อหาดักฟังโทรศัพท์ของพระองค์ และกระทำการที่ผิดกฎหมายอีกหลายเรื่องต่อพระองค์

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รี่ รัชทายาทลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ไม่ได้เสด็จมาที่ศาลสูงกรุงลอนดอน เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตามที่มีการคาดการณ์กันไว้ เพื่อยื่นหลักฐานในคดีที่พระองค์และโจทก์คนอื่นๆ อีกกว่า 100 คน กำลังฟ้องบริษัทหนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ กรุ๊ป ผู้ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์เดลี่ มิร์เรอร์, ซันเดย์ มิร์เรอร์ และซันเดย์ พีเพิล แอบดักฟังโทรศัพท์ระหว่างปี 1991-2011

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงมอบหมายให้เดวิด เชอร์บอร์น ทนายความของพระองค์ มายื่นหลักฐานต่อศาลแทน ขณะที่ทนายความได้แจ้งต่อศาลสูง กรุงลอนดอน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เจ้าชายแฮร์รี่จะเสด็จจากนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐฯ มาถึงสหราชอาณาจักรในคืนวันอาทิตย์ที่ 4 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากพระองค์และเมแกนได้ฉลองวันคล้ายวันประสูติของเจ้าหญิงลิลีเบต พระธิดาองค์เล็ก พระชันษาครบ 2 ปี ที่บ้านในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ 4 มิ.ย.

ที่มา : Reuters

รองปลัดฯถกคกก.อนุสัญญาฯ ต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735628

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ครั้งที่ 1/2566 โดยมีผู้แทนจากกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยสรุปผลการประชุม ดังนี้ 1.ที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานสถานการณ์และความเชื่อมโยงของอนุสัญญา UNCCD กับการดำเนินงานของประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญา UNCCD โดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2544 จากประเทศสมาชิกทั้งหมด 197 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในลำดับที่ 174 โดยกรมพัฒนาที่ดินทำหน้าที่รับผิดชอบ ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานงานระดับชาติ (National Focal Agency) เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานความร่วมมือภายในและระหว่างประเทศ ในการพัฒนาการต่อต้านความเสื่อมโทรมของที่ดิน การบรรเทาภัยแล้งและแก้ไขปัญหาความยากจน

2.ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการขับเคลื่อนการจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) และรายงานการจัดทำฐานข้อมูลระดับพื้นที่ตั้งแต่ ปี 2564-2566 ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน (Land Use Change : LUC ) 2) ผลิตภาพของที่ดิน (LandProductivity : LP) และ 3) การสะสมอินทรีย์คาร์บอนในดิน (Soil Organic Carbon Stock: SOC Stock)

3. ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการประชุมรัฐภาคี COP 15 ได้แก่ 1) การร่วมกันพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย 2) การติดตามการประเมินผลการดำเนินงานในช่วงกลางของแผนยุทธศาสตร์ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ปี 2561-2573 , 3) การพัฒนาการดำเนินงานความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดินและการพัฒนาวิชาการ นโยบาย และการเผยแพร่ความรู้ 4) แผนการดำเนินงานอนุสัญญา ระยะเวลา 4 ปี (2565-2568) และ 5) การพัฒนากระบวนการสื่อสารข้อมูล คุณภาพและรูปแบบของรายงานที่จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย

4.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ปี 2566-2573 และกำหนดจัดการประชุม 3 ครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2566 โดยมี รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิชรอง ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินการ และ 5.ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการจัดงานกิจกรรมวันทะเลทรายและภัยแล้งโลก ปีงบประมาณ 2566 โดยมีกรอบการจัดงานในเรื่องการส่งเสริมสิทธิสตรีต่อการจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน “Her Land Her Right”

เกษตรฯคุยคณะกรรมการ กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735630

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรฯ มีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.ผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดของกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชประจำปีบัญชี 2566 (ณ วันที่ 30 เมษายน 2566) 2.การเงินของกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช สาหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565

3.บันทึกข้อตกลงการประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี 2566, 4.การเรียกให้ทุนหมุนเวียนนำทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ปีบัญชี 2565 และ 5. ร่างคู่มือการบริหารความเสี่ยงกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช ประจำปี 2566

สุโขทัยเตรียมพร้อม ใช้12มาตรการรับมือ เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง มั่นใจน้ำใช้พอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735624

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายโสภญัญ์ศรี สว่างวรกุล ผอ.โครงการชลประทานสุโขทัย กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะทำให้ฝนต่ำกว่าค่าปกติ ซึ่ง จ.สุโขทัย ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีฝนตกและอุณหภูมิยังร้อนกว่าปกติ คาดว่าอาจจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2566 เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จึงวางแผนบริหารจัดการน้ำตาม 5 มาตรการ ในการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนของกรมชลประทาน คู่กับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือ ฤดูฝนปี 2566 ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยคำนึงถึงการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคอันดับแรก และน้ำเพื่อการเกษตรเป็นลำดับถัดไป รวมถึงพื้นที่นอกเขตชลประทาน

สำหรับการจัดสรรน้ำในเขตชลประทานการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2566 ของ จ.สุโขทัย ได้วางแผนจัดสรร ดังนี้ จัดสรรเพื่อการอุปโภค-บริโภค 9.82 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพื่อการเกษตร 331.87 ล้าน ลบ.ม.รักษาระบบนิเวศ 13.12 ล้าน ลบ.ม.และอื่นๆ 2 ล้าน ลบ.ม.รวม 356.81 ล้าน ลบ.ม.โดยเขตชลประทาน วางแผนให้เกษตรกรปลูกข้าวนาปี 406,557 ไร่ พืชไร่-พืชผัก 58,718 ไร่ และไม้ยืนต้น 4,088 ไร่ ซึ่งกรมชลประทาน จัดสรรน้ำให้เพียงพอกับความต้องการแน่นอน อย่างไรก็ดี การปลูกพืชจะให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลัก ส่วนน้ำจากแหล่งน้ำชลประทานจะจัดสรรน้ำเสริมตามความต้องการเท่านั้น สำหรับสถานการณ์น้ำต้นทุนในพื้นที่ จ.สุโขทัย มีอ่างเก็บน้ำ 6 แห่ง และแก้มลิง 2 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกัน 91 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 37 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ฝนหลวงฯรับมือภัยแล้งจาก‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735629

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันมีฝนตกเพียงเล็กน้อย ทำให้สถานการณ์น้ำและความชื้นในดินมีค่อนข้างต่ำ พื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานที่มีอยู่ประมาณ 78% หรือประมาณ 116 ล้านไร่ จากพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้ทั้งหมด 230 ล้านไร่ ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกขณะเดียวกันมีเกษตรกรและประชาชนขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ (ข้อมูลการขอฝนวันที่ 1-14 พฤษภาคม 2566) 1,387 ราย จาก 64 จังหวัด 459 อำเภอ รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เริ่มมีปริมาณเก็บกักลดน้อยลงตามลำดับ บางแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 50%

ทั้งนี้ ทางกรมชลประทานขอสนับสนุนให้กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ 70 แห่ง อีกทั้งจากการคาดการณ์สภาพอากาศปี 2566พบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะส่งผลกระทบให้มีฝนตกน้อยกว่าปี 2565 เกิดฝนทิ้งช่วงตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป และเกิดความแห้งแล้งจากอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ จึงสั่งการให้ปรับแผนการทำงานเพื่อรับมือกับภัยแล้ง โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ทั่วทุกภูมิภาคใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงฯ 23 ลำ และอากาศยานจากกองทัพอากาศ 6 ลำ รวม 29 ลำ ได้แก่ ภาคเหนือตอนบนตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.เชียงใหม่และ จ.ตาก ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.พิษณุโลก ภาคกลาง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ลพบุรี และ จ.กาญจนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.ขอนแก่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตนล่าง ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี ภาคตะวันออกตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.จันทบุรี ภาคใต้ ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735672

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.34 น.

‘ชป.’จัดประชุมสัญจรรับมือฝนปี 66 ย้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงต้นฤดู  

6 มิ.ย.2566 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำสัญจร เตรียมรับมือฤดูฝนปี 66 ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายวัชระ ไกรสัย ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12  นายชัยรัตน์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12  นายยศดนัย น้อยแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุพรรณบุรี นายธรรมนูญ บำรุงเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ก่อนจะลงพื้นไปติดตามการเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนของอาคารชลประทานต่างๆ ในเขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีตามลำดับ   

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า  การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก และการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 66  รวมทั้งพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน  โดยได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล และทุกโครงการชลประทานในพื้นที่ ร่วมบูรณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผนเตรียมรับมือฤดูฝน ตาม 12 มาตรการที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนด ซึ่งได้มีการเน้นย้ำให้ติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าในช่วงต้นฤดูฝนนี้จะเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าปกติ  เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการน้ำและวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพื้นที่ รวมไปถึงวางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำในอนาคต   ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำให้เกษตรกรได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย รวมทั้งรณรงค์ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนและเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม  ตลอดจนตรวจสอบอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ  หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางอย่างสม่ำเสมอ และจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยได้ทันที  

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (6 มิ.ย.66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 40,265 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ 36,072 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,590 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ 13,281 ล้าน ลบ.ม. 

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์  รวมทั้งปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด  เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

‘กรมหม่อนไหม’ย้ำผลิตผ้าไหมตามมาตรฐาน ด้วยสัญลักษณ์’นกยูงไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735558

‘กรมหม่อนไหม’ย้ำผลิตผ้าไหมตามมาตรฐาน ด้วยสัญลักษณ์’นกยูงไทย’

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.20 น.

สัญลักษณ์ “นกยูงไทย” หรือตรานกยูงพระราชทาน เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ซึ่งตรวจประเมินและรับรองคุณภาพ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต โดยกรมหม่อนไหม

กรมหม่อนไหม ตอน 4 การผลิตผ้าไหมตามมาตรฐาน ตรานกยูงพระราชทาน และ Certified Thai Silk Shop https://youtu.be/26S8DbVQIBM

‘กรมหม่อนไหม’ให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานแปลงหม่อน-เส้นไหม-ผ้าไหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/735516

‘กรมหม่อนไหม’ให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐานแปลงหม่อน-เส้นไหม-ผ้าไหม

วันอังคาร ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.02 น.

กรมหม่อนไหมเปิดขอบข่ายการให้บริการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน ทั้งหม่อนอินทรีย์และหม่อน GAP โดยเฉพาะหม่อน GAP ยกระดับและพัฒนาระบบการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล

กรมหม่อนไหม ตอน 3 การตรวจสอบรับรองมาตรฐานแปลงหม่อน เส้นไหม และผ้าไหม https://youtu.be/Yo3rwMFIE0M

งานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าหรือบริการ Road to EEC Select ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735765

งานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าหรือบริการ Road to EEC Select ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล

งานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าหรือบริการ Road to EEC Select ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.44 น.

Road to EEC Selectงานที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการเด่นๆ จากชุมชนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อสร้างช่องทางจำหน่าย ผ่านความร่วมมือจากศูนย์การค้าไอคอนสยาม ครั้งนี้ อีอีซี จะดำเนินการต่อยอดเข้าสู่โครงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (EEC SELECT) และพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเบื้องต้นจะทำการคัดเลือกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นผลผลิตจากชุมชนที่อยู่ในพื้นที่อีอีซี ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของผู้บริโภค หรือได้ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าสนใจ ครอบคลุมหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ อาหาร-เครื่องดื่ม สิ่งทอแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์จากไม้ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องสำอาง ยาสมุนไพร เซรามิก เกษตรแปรรูป Smart Farming และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ BCG เป็นต้น

สำหรับการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์หรือบริการของวิสาหกิจชุมชน และสินค้าOTOP จากชุมชนในพื้นที่อีอีซี ดังกล่าว จะเริ่มจัดกิจกรรมร่วมกับ ไอคอนสยาม ภายในงาน “Road to EEC Select ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล” ณ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 8 – 11 มิถุนายน 2566 ซึ่งอีอีซี จะขอเชิญชวน  ให้นักช๊อปปิ้ง นักท่องเที่ยวทุกท่าน ร่วมหาซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งนอกจากจะได้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ในท้องถิ่นที่ได้มาตรฐานสูงระดับสากลแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่อีอีซีอีกด้วย

มาร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์และการบริการของวิสาหกิจชุมชน และสินค้า OTOP ที่เป็นผลผลิตและบริการ จากชุมชนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ภายในงาน“Road to EEC Select ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่สากล”ระหว่างวันที่ 8 – 11 มิถุนายน 2566ณ เจริญนครฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยามสอบถามข้อมูลโทร. 1338

เชอรีล่อนบุกตลาดคนรุ่นใหม่ เพิ่มบราทอไร้ขอบ-ถุงน่องไร้เพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735735

เชอรีล่อนบุกตลาดคนรุ่นใหม่ เพิ่มบราทอไร้ขอบ-ถุงน่องไร้เพศ

เชอรีล่อนบุกตลาดคนรุ่นใหม่ เพิ่มบราทอไร้ขอบ-ถุงน่องไร้เพศ

วันพุธ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.15 น.

นายพิภพ โชควัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวซิตี้ (กรุงเทพฯ) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แบรนด์เชอรีล่อนมุ่งเน้นพัฒนาสินค้ารองรับคนรุ่นใหม่ ทั้งบราทอไร้ตะเข็บ หรือ  Seamless Bra 
ที่ปัจุบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า ส่งผลให้บราและชุดชั้นในของเชอรีล่อนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของสินค้าทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มถุงน่องที่เชอรีล่อนเป็นผู้นำตลาดได้มีการตอบรับกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย (Diversity) มองข้ามการปิดกั้นทางเพศอย่างไร้ขอบเขต โดยเชอรีล่อนมีความเชื่อว่าทุกผลิตภัณฑ์ต้องตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ยอมรับกลุ่มคนที่มีความแตกต่าง (Inclusion) และเข้าใจบริบทในสังคมที่ควรได้รับความเท่าเทียม (Equality)โดยเชอรีล่อนได้เปิดตัวถุงน่องใหม่ 2 คอลเลกชั่น ได้แก่ ถุงน่องไพร์ด “Pride” จับกลุ่ม LGBTQ+

 เป็นสินค้าประเภท Genderless ตอบโจทย์ความหลากหลายทางเพศ สามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ส่วมใส่ได้ทั้งชายและหญิง ด้วยถุงน่องดีไซน์แบบนู้ด (Nude) เพิ่มความยาวรองรับความสูงไม่มีรันการ์ดช่วงสะโพก โดยเชอรีล่อน ยังได้นำโทนสีรุ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQ+ มาเป็นองค์ประกอบในแพคเกจสินค้าอีกด้วย
นอกจากนี้เชอรีล่อนยังเปิดตัวถุงน่องรองรับสาวรูปร่างสูงโดยเฉพาะคอลเลกชั่นลองเลกส์ “Long Legs” ปรับดีไซน์ให้เหมาะกับสรีระสาวรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันมีสรีระสูง ถุงน่องรุ่นนี้รองรับสาวที่มีความสูงถึง 180 ซม. สะดวกต่อการสวมใส่ เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกไลฟ์สไตล์การแต่งตัว

นายพิภพ ยังกล่าวต่อว่า นอกจากสินค้ากลุ่มถุงน่องแล้ว เชอรีล่อนยังพัฒนาบราทอไร้ตะเข็บ ประเภทไร้ขอบ โดยใช้ชื่อ คอลเลกชั่นนุ่ม “NOOM” สินค้ามีรูปแบบของการรีดด้วยความร้อน (Bonding) เส้นใย JELLY ELASTIC ยืดสปริงตัวดี เนื้อผ้าเนียนเรียบแนบสนิทผิว ฟองน้ำ 3 มิติ อกชิดสวยทุกมุมมอง สามารถ mix and match ได้กับทุกชุด ทุกเวลาและทุกกิจกรรม เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสวยและใส่สบายในเวลาเดียวกัน ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ พร้อมที่จะเลือกสิ่งใหม่ๆให้กับตนเอง

ทั้งนี้สินค้าใหม่พร้อมวางจำหน่ายครั้งแรกในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2566 ณ Hall 100 ศูนย์การแสดงสินค้าไบเทค บางนา โดยภายในงานเชอรีล่อนได้นำสินค้ามากมายมาจัดในราคาพิเศษลดสูงสุดถึง 80% อาทิ ถุงน่อง ถุงเท้า บราทอไร้ตะเข็บ ชุดชั้นใน ชุดกระชับสัดส่วน    ชุดออกกำลังกาย ชุดนอน ชุดชั้นในชายแบรนด์แซนรีโม