คุณแหน : 4 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735041

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll เมื่อวานนี้วันวิสาขบูชา ก็เป็นวันสำคัญของพุทธศาสนา คือ พระพุทธเจ้า ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พุทธศาสนิกชนในบ้านเราคงออกไปทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนที่วัดใกล้บ้านแล้ว..

ll ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่เคยหยุดพักและลาพักร้อน ยังคงเข้าไปปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้าทุกวัน หลายคนบอกว่า นายกฯไม่มีงานอยู่ที่ทำเนียบ ไปดูแฟ้มที่อยู่บนโต๊ะ ๕๐-๖๐ แฟ้มทุกวันคงไม่เข้าใจทุกกระทรวงมีรายงานเสนอมาให้พิจารณาตั้งมากมาย..

ll “คาดหวังว่าประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ดีได้ เราผ่านการเลือกตั้ง ยังมีอีกหลายขั้นตอน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการรับรอง”คำกล่าวของท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา..

ll ส่วนอดีตประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย“ขอให้ศึกษารัฐธรรมนูญและข้อบังคับสภาฯดูว่าประธานสภา มีหน้าที่อะไรบ้าง ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ประธานสภาฯเปลี่ยนชื่อนายกรัฐมนตรีได้ แต่ปัจจุบัน ลงมติกันในสภา เมื่อสภาเลือกใครประธานสภาจะไปทำอย่างอื่นไม่ได้ มีหน้าที่นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเท่านั้น ประธานสภาฯ ต้องเป็นกลาง”.. 

ll ส่วน ธนกรวังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าว“การที่นายพิธาเดินสายพบหน่วยงานต่างๆ ถ้าเป็นเอกชนก็สามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นราชการต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่เพราะวันนี้รัฐบาลยังอยู่ ข้าราชการก็อาจจะอึดอัด นายพิธาบอกว่าข้าราชการขอไปพบเองนั้น มันก็ไม่ใช่ไม่มีใครไปขอพบเลย..

ll ส่วนหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา วราวุธ ศิลปอาชา“ตามที่เป็นข่าวคงจะเป็นดีลลับจริง เพราะขนาดหัวหน้าพรรคยังไม่รู้เรื่องเลย หลายต่อหลายครั้งในขณะนี้มีสูตรคณิตศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย ทุกท่านก็จะมีโผอยู่ในมือ ท่านใดได้เท่าไหร่แล้วจะเกิดการบวกลบคูณหาร ใครได้เสียงข้างมากจะเป็นสูตรใหม่ที่เกิดขึ้นมา ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้คืออย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้”จริง..จ้าา..จริง..

ll ขออนุญาต น.อ.สมโชคสวัสดิรักษ์ นำกลอนบางส่วน“ล้มชาติล้มหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ พวกอสัตย์ชาติปลุกปั่นสร้างปัญหา จะเปิดประตูให้อเมริกาเจตนาตั้งฐานทัพอู่ตะเภา ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน เสื้อแดงส้มเชี่ยวชาญเรื่องการเผา หลังเลือกตั้งหายนะจะเยือนเราธงไตรรงค์ยอดเสาถูกเผาทำลาย”..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Health News : ล็อกดาวน์โควิด ทำทหารอเมริกัน ‘อ้วนขึ้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735056

Health News : ล็อกดาวน์โควิด ทำทหารอเมริกัน ‘อ้วนขึ้น’

Health News : ล็อกดาวน์โควิด ทำทหารอเมริกัน ‘อ้วนขึ้น’

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลวิจัยครั้งใหม่พบว่า โรคอ้วนของกำลังพลในกองทัพสหรัฐฯ จากช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เพิ่มขึ้น เฉพาะในกองทัพบก ทหารประจำการจำนวนเกือบ 10,000 นาย ถูกพบว่าเป็นโรคอ้วนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ถึงเดือนมิถุนายน 2021 ทำให้กล่าวได้ว่าเกือบ 1 ใน 4 ของกำลังพลที่อยู่ในการศึกษานี้กำลังอยู่ในภาวะโรคอ้วน การเพิ่มขึ้นนี้ยังพบได้ในกองทัพเรือสหรัฐฯ และนาวิกโยธินอีกด้วย

การวิจัยของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ทหารที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนมีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งร่างกายยังไม่แข็งแรงพอสำหรับกิจกรรมที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งด้านกายภาพ รายงานยังระบุว่า กองทัพสูญเสียวันทำงานมากกว่า 650,000 วัน และยังมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน มูลค่ามากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพลทหารที่ยังปฏิบัติหน้าที่ อดีตทหาร รวมถึงครอบครัวของพวกเขา

ในปีงบประมาณ 2021 กองทัพบกรับสมัครกำลังพลได้ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นครั้งแรก ต่ำกว่าเป้าไปถึง 15,000 นาย หรือ 1 ใน 4 จากเป้าหมาย เหตุผลเนื่องมาจาก 3 ใน 4 ของชาวอเมริกันอายุ 17 ถึง 24 ปี มีคุณสมบัติไม่เข้าข่ายที่จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพได้ หนึ่งในนั้น คือปัญหาน้ำหนักที่เกินกว่ามาตรฐาน เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุด ที่ทำให้ 1 ใน 10 ของผู้สมัครที่มีโอกาสสมัครเข้ามาเป็นทหารไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘หมอหลวง’ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยสู่ละครทีวี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735077

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หมอหลวง’ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยสู่ละครทีวี

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หมอหลวง’ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยสู่ละครทีวี

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงหมอรักษาไข้ในอดีต

การสร้างหนังและละครนั้นส่วนมากมักนำสาระความรู้จากวรรณคดี ประเพณีวัฒนธรรม วิถีไทยสอดแทรกในเรื่องอยู่บ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้มีภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์อยู่หลายเรื่อง เช่น พระเจ้าช้างเผือก,พันท้ายนรสิงห์, ขุนศึก, มหาราชดำ, ผู้ชนะสิบทิศ, สี่แผ่นดิน, บางระจัน ก็ยังอยู่ในวงจำกัด เมื่อมีการสร้างละครหลายเรื่องสร้างในทำนองเดียวกันเผยแพร่ทางละครทีวี ก็ทำให้หลายคนซาบซึ้งและเข้าถึงงานวัฒนธรรมจากการเป็นสื่อเข้าถึงทุกบ้าน

ละครหลายเรื่องที่รู้จักกันดี เช่น ระนาดเอก, โหมโรง หลังสุดก็คือเรื่อง บุพเพสันนิวาส ละครที่สร้างกระแสย้อนรอยวิถีวัฒนธรรมไทย จนพากันแต่งกายแบบไทย
ตามอย่างไปทั่วประเทศ แต่สำหรับเรื่องภูมิปัญญาไทย อย่างเช่น หมอยาไทย หรือแพทย์แผนไทยนั้น ต้องถือเป็นเรื่องยากมากสำหรับการสร้างสรรค์ละครให้โดนใจคนชม ซึ่งต้องขอชื่นชมกับความสำเร็จของละครเรื่อง“หมอหลวง” หมอสมัย ร.๓ ทางช่อง ๓ ที่ คุณชุดาภาจันทเขตต์ และ คุณปิยะ เศวตพิกุล กับทีมงานที่ตีบทแตกแทรกสาระจนได้รับความนิยมกันมาก

คณะผู้จัดละครหมอหลวง

แม้ว่าจะเป็นละครหมอคนละสมัยกับเรื่อง หมอยาท่าโฉลง..หมอสมัย ร.๕ ก็ต้องถือว่าเป็นละครดังสองเรื่องนี้ได้ฟื้นกระแสหมอไทยและตำราสมุนไพรให้กลับคืนมาในทันที จนรู้สึกได้ถึงคุณค่าภูมิปัญญาไทยของหมอหลวง-หมอเชลยศักดิ์นั้น ไม่ได้หายไปจากแผ่นศิลาจารึกวัดพระเชตุพนเลย ดังนั้น การที่กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3จัดงานเสวนา “ส่งเสริมอำนาจละมุน Soft Powerผ่านละครไทย” จากเรื่องหมอหลวง เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และผู้บริหารได้ร่วมยินดีกับผลงานละครหมอหลวง ท่ีได้รับความนิยมและทำให้เห็นอนาคตของการส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมออกสู่ระดับสากลไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศให้เห็นเป็นรูปธรรม ผ่านฟิล์มหรืออุตสาหกรรมบันเทิง โดยเฉพาะละครทางสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัล

โดยเฉพาะ ละครหมอหลวงนี้ ยังมีการจำหน่ายลิขสิทธิ์เพื่อไปออกอากาศต่อยังแพลตฟอร์มของต่างประเทศ ซึ่งทำให้ละครหมอหลวง เป็นสื่อประสานที่ผลักดัน
เรื่องสมุนไพร แพทย์แผนไทย และอาหารไทย ให้เป็นที่สนใจในวงกว้างของผู้ชมทั้งในและนานาชาติ อันเป็นกรณีศึกษาในการใช้สื่อบันเทิงเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ช่วยส่งเสริมและผลักดันพลังความนุ่มเนียนทางวัฒนธรรมจากสื่อบันเทิง ไปสู่โลกของวัฒนธรรมจนยอมรับกันแพร่หลาย หากสืบค้นเรื่องหมอหลวงก็จะรู้ได้ว่าก่อนสมัยสุโขทัยจนถึงสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อราวพ.ศ.๑๗๙๒-พ.ศ.๑๙๙๘ นั้น ไม่มีจารึกตำราหรือเอกสารโบราณได้เหลือตกทอดมา แต่ที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันก็คือการจดจำจากบรรพบุรุษหมอไทยที่สืบทอดท่องจดจำกันมาจนมีการชำระรวบรวมในสมัยรัชกาลที่ ๓

ชุดาภา จันทเขตต์ ผู้สร้างละครหมอหลวง

ส่วนตำแหน่งหมอหลวงนั้้น ต้องอ้างจาก “กฎหมายตราสามดวง” ที่ตราขึ้น พ.ศ.๑๙๙๘ นั้น ระบุตำแหน่งหมอในกรมต่างๆ หลายกรม เช่น กรมแพทยา กรมหมอยากรมหมอกุมาร กรมหมอนวด กรมหมอยาตา กรมหมอวรรณโรค โรงพระโอสถ แต่ละกรมมีเจ้ากรมกำกับดูแล ซึ่งมีความระบุว่า “…ออกญาแพทยพงษาวิสุทธาธิบดี
อะไภยพิรียบรากรมพาหุ จางวางแพทยาโรงพระโอสถ นา ๒๐๐๐ พระศรีมโหสถ ราชแพทยาธิบดีศรีองครักษ เจ้ากรมแพทยาหน้า นา ๑๖๐๐ เจ้ากรมหมอนวด ซ้าย ขวา หลวงราชรักษา หลวงราโชนาคล๑๖๐๐ ออกพระสิทธิสาร เจ้ากรมหมอยาซ้าย นา ๑๔๐๐…”

ดังนั้น ตำแหน่ง “ออกญาแพทยพงษาวิสุทธาธิบดีฯ จึงเป็นหมอหลวงคนสำคัญ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลโรงพระโอสถ มีบทบาทสำคัญในการปรุงยา เสาะหา รวบรวมและดูแลรักษาเครื่องยาสมุนไพรต่างๆ รวมทั้งการปรุงยาหลวง และประสานงานกับหมอในกรมอื่นๆโดยเฉพาะกรมหมอนวดที่มีความสำคัญด้วย “การนวด” นั้นเป็นการบำบัดโรคพื้นฐานในสมัยนั้น เดอ ลาลูแบร์ (de la Loube`re) ราชทูตชาวฝรั่งเศส ในสมัยพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึกไว้ว่า “…ในกรุงสยามนั้นถ้าใครป่วยไข้ลง ก็จะเริ่มทำให้เส้นสายยืด โดยให้ผู้ชำนาญการในทางนี้ ขึ้นไปบนร่างกายของคนไข้ และใช้เท้าเหยียบๆ…” หลักฐานสำคัญของหมอหลวงโบราณที่ตกทอดมาจนวันนี้ คือ “ตำราพระโอสถพระนารายณ์” ถือเป็นต้นตำรับตำราหมอหลวงที่ทำให้มีการคัดลอกลงสมุดไทยและจารึกไว้ที่วัดโพธิ์ วัดราชโอรสในสมัยรัชกาลที่ ๓  ปัจจุบันจารึกตำรานี้ คือ บันทึกความทรงจำของโลกไปแล้ว…ดังนั้น เรื่องหมอหลวง ตำราสมุนไพร และนวดไทย จึงคือภูมิปัญญาไทยที่ไม่สูญหายไปแน่นอน

หมอยาไทยรักษาคนไข้

หมอยาไทยรักษาคนไข้

สมุดไทยตำรายา

สมุดไทยตำรายา

อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม

อิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม

ละครหมอหลวง

ละครหมอหลวง

ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย

ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย

สาธิตการนวดบำบัดแบบไทย

สาธิตการนวดบำบัดแบบไทย

สาธิตการใช้สมุนไพรจากชุมชน

สาธิตการใช้สมุนไพรจากชุมชน

เวทีเสวนางานละครหมอหลวง

เวทีเสวนางานละครหมอหลวง

ผู้บริหารวัฒนธรรมยินดีกับละครหมอหลวง

ผู้บริหารวัฒนธรรมยินดีกับละครหมอหลวง

LPN จับมือ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต ส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านวิชาการและงานวิจัย พร้อมปั้นนักศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735045

LPN จับมือ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต ส่งเสริมการเรียนรู้  ด้านวิชาการและงานวิจัย พร้อมปั้นนักศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ

LPN จับมือ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.รังสิต ส่งเสริมการเรียนรู้ ด้านวิชาการและงานวิจัย พร้อมปั้นนักศึกษาสู่ความเป็นมืออาชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์จํากัด (มหาชน) นำโดย มณเฑียร วีโรทัยผู้อํานวยการสถาบันแอล.พี.เอ็น. พร้อมด้วยผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา และคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้ความร่วมมือทางด้านวิชาการ งานวิจัย และการดําเนินโครงงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ตลอดจนด้านการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงที่ถ่ายทอดโดยทีมงานมืออาชีพให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คณาจารย์ นักศึกษา ที่กำลังศึกษาและเกี่ยวข้องในหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ รวมถึงบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน ให้มีความรู้และความเข้าใจ เพื่อสามารถต่อยอดการทำงานได้ในอนาคต กำหนดความร่วมมือเป็นระยะเวลา 2 ปี (พ.ศ.2566-2568) โดยมีผู้บริหาร บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์สุภิญญาลักษณ์ จันทรวงศ์ ผู้จัดการสายงานที่ปรึกษา บริษัท LWS Wisdom andSolutions จำกัด, ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณกรรมการผู้จัดการ บริษัท LWS Wisdomand Solutions จำกัด และผู้บริหารมหาวิทยาลัยรังสิต ธนัฐวัสส์ วงศ์ทิมารัตน์หัวหน้าหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ มัลลิกา จงศิริรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารอาทิตย์อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfred Sisley in Kunsthaus Zurich

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735076

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfred Sisley in Kunsthaus Zurich

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfred Sisley in Kunsthaus Zurich

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Barges at Saint Mammes 1885

ใน Kunsthaus Zurich ยังมีผลงานของศิลปินผู้ร่วมให้กำเนิดศิลปะแนว Impressionism อีกจำนวนมากอีกผู้หนึ่งนั่นคือ Alfred Sisley เขาเกิดในปารีสกับครอบครัวคหบดีชาวอังกฤษ William Sisley บิดาของเขาเป็นพ่อค้าขายไหม ส่วนแม่ของเขา Felicia Sell เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรี เมื่อเขาอายุ 18 ปี เขาถูกส่งไปลอนดอนเพื่อศึกษาด้านธุรกิจ แต่เขากลับละทิ้งมันไปหลังจากเรียนไปได้ 4 ปีและหวนกลับไปปารีสในปี 1861

ในปี 1862 เขาเข้าเรียน Ecole des Beaux-Arts ณ กรุงปารีสในห้องภาพของ Marc-Charles-Gabriel Gleyre ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักคุ้นเคยกับ Frederic Bazille, Claude Monet, และ Pierre-Auguste Renoir เขาเริ่มเขียนภาพทิวทัศน์ ณ ตำแหน่งต้นแบบแทนที่จะทำให้เสร็จในห้องภาพเพื่อให้สามารถที่จะจับเอาแสงในเวลาที่วาดได้อย่างตรงไปตรงมาและเป็นจริงส่งผลให้ผลงานมีสีสันมากกว่า แต่ทำให้ผลงานของเขามีความแปลกแยกและขาดโอกาสในการจัดแสดงและขาย ผลงานของพวกเขามักถูกปฏิเสธในการนำไปจัดแสดงตามแนวทางการตัดสินของ Salon ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ยังคงมีฐานะดีกว่าศิลปินอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันเพราะได้รับเงินช่วยเหลือจากบิดา

Barges at Saint Mammes detail1

ในปี 1866 เขาแต่งงานกับ Eugenie Lescouezec และมีบุตรชายหญิงอย่างละคน เขาเริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้น ในปี 1868 งานของเขาเริ่มได้รับการยอมรับและได้รับการจัดแสดงในนิทรรศการ แต่กลับไม่สามารถขายได้ เมื่อสงคราม Franco- Prussia ปะทุขึ้นในปี 1870 ธุรกิจของพ่อเขาเริ่มไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ซ้ำเขายังไม่สามารถขายภาพได้ทำให้เขาต้องอยู่อย่างยากจน แม้บางครั้งเขาได้รับการสนับสนุนจากคหบดีจนทำให้เขาสามารถเดินทางไปอังกฤษได้บ้างเป็นบางครั้ง เช่น ในปี 1874 ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ในปารีส ก่อนย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ใกล้ Moret-sur-Loing ใกล้ป่า Fontainebleau ซึ่งเขาใช้เป็นแบบในการสร้างสรรค์งาน ในปี 1897 เขาได้ย้ายไปอยู่ Penarth อังกฤษและได้วาดภาพเกี่ยวกับทะเลและหน้าผาถึง 6 ภาพ ก่อนย้ายไป Osborne Hotel ที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าว Langland ซึ่งเขาได้วาดภาพบริเวณนี้ไว้ถึง 11 ภาพ แล้วจึงย้ายกลับมาฝรั่งเศสเพื่อขอสัญชาติ แต่เขากลับถูกปฏิเสธ เขาเสียชีวิตในวันที่ 29 มกราคม 1899 ด้วยวัยเพียงแค่ 59 ปีด้วยมะเร็งที่คอ

Barges at Saint Mammes detail2

แม้ไม่มีบันทึกว่าเขาได้รู้จักกับ J.M.W Turner และ John Constable หรือไม่ในขณะที่อาศัยอยู่ในลอนดอน แต่นักวิจารณ์ศิลป์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ผลงานของศิลปิน 2 คนนี้มีอิทธิพลต่องานของเขาอยู่ไม่น้อย ไม่นับรวม Gustave Courbet และ Jean-Baptiste-Camille Corot แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ผลงานของเขาได้รับแรงบันดาลใจจาก Camille Pissarro และ Edouard Manet แน่นอน หากนักท่องเที่ยวสังเกตดูจะพบว่า การที่เขามีชื่อเสียงไม่มากเท่ากับศิลปินแนว Impressionism อื่นโดยเฉพาะ Claude Monet และ Pierre Auguste Renoir ก็เพราะผลงานของเขาคล้ายคลึงกันทั้งในสไตล์และการใช้สีกับ Monet มากจึงถูกบดบังรัศมี ยิ่งกว่านั้นวิธีการในการเลือกสถานที่ในการวาด และสียังคล้ายคลึงมากกับ Pissarro แต่ใช้สีที่หมองหม่น และอ่อนกว่าทำให้ผลงานของเขาอาจดูจืดชืด หาเอกลักษณ์ได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก ถึงแม้บางภาพเขาจะวาดท้องฟ้าได้ดูสดใสมีชีวิตชีวา และมีรายละเอียดมากมายก็ตาม แต่การวาดแต่ทิวทัศน์ธรรมชาติกลางแจ้งเพียงอย่างเดียวก็เป็นทำให้ยากในการจดจำไปสักหน่อย

Summer at Bougival 1870

Summer at Bougival detail1

Summer at Bougival detail2

The Road 1885

The Road to Saint Germain detail1

The Road to Saint Germain detail2

โซไซตี้ : ‘คิง เพาเวอร์’ จัดแคมเปญ ‘Duty Free Sale Let Yourself Go!’ ช้อปได้ไม่ต้องยั้ง ส่วนลดสุดปัง แบรนด์ดังมากมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735043

โซไซตี้ : ‘คิง เพาเวอร์’ จัดแคมเปญ ‘Duty Free Sale Let Yourself Go!’ ช้อปได้ไม่ต้องยั้ง ส่วนลดสุดปัง แบรนด์ดังมากมาย

โซไซตี้ : ‘คิง เพาเวอร์’ จัดแคมเปญ ‘Duty Free Sale Let Yourself Go!’ ช้อปได้ไม่ต้องยั้ง ส่วนลดสุดปัง แบรนด์ดังมากมาย

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ สร้างความคึกคักช่วงกลางปี จัดแคมเปญ “Duty Free Sale Let Yourself Go!” ช้อปได้ไม่ต้องยั้ง ส่วนลดสุดปัง แบรนด์ดังมากมาย มอบความคุ้มค่าให้นักช้อปจากทั่วทุกสารทิศด้วยทัพสินค้าดิวตี้ฟรีเซลลดสูงสุด 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-31 กรกฎาคม 2566 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา และภูเก็ต

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปีแนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีแพลนมาจับจ่ายใช้สอยและเดินทางท่องเที่ยวกันอย่างมากจากนโยบายการเปิดประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในเศรษฐกิจอย่างมากและยังช่วยส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่ดีทำให้ภาคธุรกิจทั้งหลายได้จัดแคมเปญและกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ รวมถึงมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อมัดใจเหล่านักช้อปทำให้บรรยากาศการช้อปปิ้งกลับมาอีกครั้ง

คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจดิวตี้ฟรีระดับโลกของคนไทย ตอกย้ำแนวคิด “THE POWER OF POSSIBILITIES” ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้ พร้อมแล้วที่จะเปิดรับนักเดินทางทุกท่านเข้ามาค้นหาประสบการณ์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทาง ทุกเพศ ทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์อย่างครบครัน ได้คัดสรรสิ่งใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการช้อปปิ้งในราคาสุดพิเศษกับมหกรรมดิวตี้ฟรีเซลสุดยิ่งใหญ่ในแคมเปญ “Duty Free Sale Let Yourself Go!” ช้อปได้ไม่ต้องยั้ง ส่วนลดสุดปังแบรนด์ดังมากมาย หนึ่งในแคมเปญสำคัญช่วงกลางปีเพื่อปลุกพลังนักช้อปและนักท่องเที่ยวรองรับทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ชอบความคุ้มค่า โดยรวบรวมสินค้าดิวตี้ฟรีแบรนด์แฟชั่นชั้นนำหลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ลดสูงสุด 50% พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ ช้อปครบทุก 5,000 บาท ลุ้นรับ Gift Card มูลค่า 5,000 บาท และรับ Gift Voucher สูงสุด 2,500 บาทเมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (ช้อปครบ15,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher 1,000 บาท หรือช้อปครบ 30,000 บาทขึ้นไป รับ Gift Voucher 2,500 บาท) รวมถึงรับทันทีกระเป๋าเดินทาง เมื่อช้อปครบ 50,000 บาทขึ้นไป

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่ม บ.คิง เพาเวอร์

พิเศษ! สำหรับสมาชิกคิง เพาเวอร์ ช้อปคุ้มแบบไม่ต้องยั้งตั้งแต่วันนี้-18 มิถุนายน 2566ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยาและภูเก็ต เพียงแลกกะรัตก็ช้อปได้ไม่ต้องยั้งทั้ง WEEKDAY และ WEEKEND พร้อมรับส่วนลดสุดปังให้ทุกการช้อปปิ้งของทุกวันเป็นไปได้นอกจากนี้ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด กับการเป็นสมาชิกใหม่ คิง เพาเวอร์ สมัครได้ง่ายๆ ผ่าน 2 ช่องทาง ที่จุดบริการสมาชิก คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา และ LINEOfficial Account : @KINGPOWER พบความคุ้มค่า ดังนี้ สมัครสมาชิกใหม่ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา, และภูเก็ต รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้ สมัครสมาชิก SCARLET และเติมเงิน 20,000 บาทรับทันทีคูปองส่วนลด 1,500 บาท 1 ใบ สมัครสมาชิก NAVY และเติมเงิน 1,000 บาทรับทันทีคูปองส่วนลด 500 บาท 1 ใบ พิเศษ! เมื่อสมัครสมาชิก และช้อปครบทุก 5,000 บาทรับคูปองลุ้นรางวัล Gift Card มูลค่า 5,000 บาทเพิ่ม 1 ใบ สมัครสมาชิกใหม่ ที่ คิง เพาเวอร์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, หาดใหญ่ และภูเก็ต รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้ สมัครสมาชิก SCARLET และเติมเงิน 20,000 บาท รับทันทีคูปองส่วนลด 15% 1 ใบ สมัครสมาชิก NAVY และเติมเงิน 1,000 บาท รับทันทีคูปองส่วนลด 10% 1 ใบ สามารถร่วมแคมเปญ “Duty Free Sale Let Yourself Go!” ช้อปได้ไม่ต้องยั้ง ส่วนลดสุดปัง แบรนด์ดังมากมาย ตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566-31 กรกฎาคม 2566 ที่ คิงเพาเวอร์ รางน้ำ, ศรีวารี, พัทยา และภูเก็ต สามารถตรวจสอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิกก่อนช้อป เพียง Add LINE Official Account : @KINGPOWER หรือช้อปผ่านช่องทาง CALL TO SHOP เพียงโทร.02-3387870และ CHAT TO SHOP เพียง Add LINE Official Account : @KP_ChatToShop

คุยกัน 7 วันหน : แอร์โดอันชนะการเลือกตั้งตุรกีอีกสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735057

คุยกัน 7 วันหน : แอร์โดอันชนะการเลือกตั้งตุรกีอีกสมัย

คุยกัน 7 วันหน : แอร์โดอันชนะการเลือกตั้งตุรกีอีกสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประธานาธิบดี เรเจป เทย์ยิบแอร์โดอัน ของตุรกี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด หลังจากที่ผลการเลือกตั้งรอบ 2 อย่างเป็นทางการถูกประกาศออกมาแล้วว่าแอร์โดอันคว้าชัยชนะไปด้วยคะแนนเสียง 52.1% เอาชนะคู่แข่งอย่าง เคมาล คิลิกดารอกลู ตัวแทนจากพันธมิตรฝ่ายค้านที่ได้คะแนนเสียง 47.9% ชัยชนะของแอร์โดอันในครั้งนี้ทำให้เขาได้เป็นผู้นำประเทศต่อไปอีก 5 ปี ไปจนถึงปี 2028 หลังจากครองอำนาจมาแล้ว 2 ทศวรรษ

แอร์โดอันได้แถลงประกาศชัยชนะต่อหน้าผู้สนับสนุนกว่า 320,000 คน ที่นครอีสตันบูล ว่า ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบที่ประเทศชาติมอบให้เราจะไม่โกรธ ไม่แค้น หรือโกรธใครถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติการโต้เถียงและความขัดแย้งทั้งหมดของเลือกตั้ง และรวมใจกันเพื่อเป้าหมายและความฝันของชาติ ซึ่งไม่สำคัญว่าใครชนะ แต่มันคือชัยชนะของชาวตุรกี โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหนึ่งในครั้งที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ พร้อมประกาศจะเดินหน้านโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ รวมถึงในประเด็นผู้อพยพที่จะเปิดให้สมัครใจเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ โดยมีผู้อพยพชาวซีเรียสมัครใจเดินทางกลับประเทศไปแล้วกว่า 600,000 คน นอกจากนี้ ยังจะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง และเงินเฟ้อเป็นปัญหาแรกๆ

ก่อนหน้าประกาศชัยชนะ แอร์โดอันและภริยา ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่นครอิสตันบูล ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยผู้นำตุรกีหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋าระหว่างทักทายผู้สนับสนุนและยื่นให้ทีละคน หลังจากเขาลงคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้น โดยธนบัตรที่เขามอบให้ประชาชนเป็นชนิดใบละ 200 ลีรา หรือประมาณ 350 บาทซึ่งการมอบเงินหรือสิ่งของให้ผู้สนับสนุนเป็นวิสัยของผู้นำตุรกี ที่มักมอบของเล่นให้เด็กๆ ตามงานต่างๆ ที่มีการพบปะ และบางครั้งก็มอบเงินให้ โดยเฉพาะในเทศกาลต่างๆ ของชาวมุสลิม

ส่วนคิลิกดารอกลู ยังไม่ได้ออกมายอมรับความพ่ายแพ้อย่างเต็มตัว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง โดยระบุเพียงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรมที่สุดในรอบหลายปีมานี้ เนื่องจากเขาเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสจะล้มแอร์โดอันได้ ส่วนหนึ่งเพราะประชาชนออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างล้นหลาม และอีกส่วนหนึ่งคือคะแนนนิยมของแอร์โดอันลดต่ำลงมากจากความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีรายงานว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์บางตากว่าการเลือกตั้งรอบแรกซึ่งจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์สูงถึง89% ท่ามกลางการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่ามีโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากที่สุดครั้งหนึ่ง

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตุรกีเพิ่งผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อช่วงเดือนก.พ. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตร่วม 50,000 ศพ และทรัพย์สินเสียหายจำนวนมากจนหลายฝ่ายคาดว่าจะกระทบกับคะแนนนิยมของแอร์โดอัน ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังหลายปีแต่เขาสามารถสวนกระแสผลสำรวจช่วงก่อนหน้านี้ และเอาชนะคู่แข่งฝ่ายค้านมาได้ ซึ่งในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค. แม้ยังมีคะแนนไม่ถึง 50% ตามเกณฑ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งรอบสอง

ผลการเลือกตั้งรอบนี้ไม่ได้ผิดไปจากความคาดหมายที่หลายฝ่ายมองว่า หากต้องเลือกตั้งรอบตัดเชือกจะส่งผลดีกับแอร์โดอัน ซึ่งเขามีคะแนนนำตั้งแต่รอบแรก แต่หากคิลิกดารอกลูต้องการจะชนะ เขาจะต้องกวาดคะแนนให้ได้เกิน 2,500,000 เสียงที่แอร์โดอันนำอยู่ในการเลือกตั้งรอบแรก หรือต้องเปลี่ยนใจคนกว่า 2,000,000 คน ภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า หากฝ่ายค้านทำได้จริงคงเป็นปาฏิหาริย์ แต่ก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

ชัยชนะครั้งนี้ตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำที่ครองอำนาจเบ็ดเสร็จมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางนโยบายการต่างประเทศซึ่งแอร์โดอันผลักให้ตุรกียกระดับบทบาทในภูมิภาค และสานสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซีย ทำให้ตุรกีมีบทบาทสำคัญในการเจรจาต่างๆ ท่ามกลางสงครามรัสเซียยูเครนที่ยืดเยื้อมากว่า 15 เดือน ยังไม่นับอิทธิพลในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีผลทางภูมิรัฐศาสตร์

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ยังมองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป หรืออียู จะยังคงมีต่อกันต่อไป แต่ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้ไม่อาจโน้มน้าวให้ตุรกีคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ก็จะพยายามยับยั้งธนาคารและบริษัทของตุรกีไม่ให้ทำข้อตกลงการค้าที่สำคัญกับมอสโก อีกทั้งมีแนวโน้มว่า ตุรกีอาจรับรองให้สวีเดนเข้าเป็นสมาชิกนาโตในปีนี้ เพื่อแลกกับการซื้อเครื่องบิน เอฟ-16 จากสหรัฐฯ หลังจากที่ผ่านข้อตกลงเรื่องนี้ถูกต่อต้านจากเหล่าสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ไม่น้อย เนื่องจากตุรกียังคงไม่ได้มีทีท่าที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ และยังเป็นจระเข้ขวางคลองในหลายประเด็นของนาโตด้วยอีกทั้งการมีสัมพันธ์ที่ดีกับรัสเซียอีกด้วย ด้วยการซื้อ ระบบต่อต้านอากาศยาน เอส-400 จากรัสเซีย

โดย ดาโน โทนาลี

Science Update : จีนขุดหลุมลึกสำรวจใต้พิภพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735055

Science Update : จีนขุดหลุมลึกสำรวจใต้พิภพ

Science Update : จีนขุดหลุมลึกสำรวจใต้พิภพ

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิจัยจีนเริ่มดำเนินการขุดเจาะหลุมลึกใต้พิภพแห่งแรกของประเทศ บริเวณแอ่งทาริม (Tarim Basin) ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ สำหรับการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญด้านการสำรวจพื้นโลกระดับลึกของจีน และศึกษาพื้นที่ที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวโลก

หลุมเจาะนี้มีความลึก 12,000 เมตร หรือลึกลงไปใต้ดินกว่า 12 กิโลเมตร ลึกที่สุดที่เคยมีการขุดเจาะในโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของทะเลทรายทากลิมากัน
ทะเลทรายขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ชุดอุปกรณ์อย่างหัวเจาะและท่อเจาะ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 2,000 ตัน จะเจาะลึกลงไปในพื้นโลกจนทะลุผ่านชั้นหินภาคพื้นทวีปมากกว่า 10 ชั้น รวมถึงชั้นหินยุคครีเทเชียส (Cretaceous) ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคที่ร่วมงานขุดเจาะ ระบุว่าการขุดเจาะหลุมลึกมากกว่า 10,000 เมตร เป็นความพยายามอันกล้าหาญในการสำรวจดินแดนที่ไม่รู้จักมาก่อนของโลก และขยายขอบเขตความเข้าใจของมนุษย์

ทั้งนี้ แอ่งทาริมจัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยากที่สุดสำหรับการสำรวจ เนื่องจากสภาพแวดล้อมพื้นดินอันทุรกันดารและสภาพแวดล้อมใต้ดินที่ซับซ้อน แต่เชื่อว่าใต้พื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ จะช่วยให้นักวิจัยจีนสามารถศึกษาและทำความเข้าใจถึงตัวอย่างต่างๆ จากใต้ผืนพิภพที่สามารถเก็บรวบรวมขึ้นมาได้

ตะลอนเที่ยว : เพราะเธอไม่ใช่แค่สัตว์ แต่คือเพื่อนร่วมโลกของเรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735049

ตะลอนเที่ยว : เพราะเธอไม่ใช่แค่สัตว์ แต่คือเพื่อนร่วมโลกของเรา

ตะลอนเที่ยว : เพราะเธอไม่ใช่แค่สัตว์ แต่คือเพื่อนร่วมโลกของเรา

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โครงการทำหมัน ตรวจสุขภาพสัตว์ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้บรรดาหมาแมวและสัตว์เลี้ยงทั้งที่มีเจ้าของและจรจัด ซึ่งทำโครงการโดยความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์แนวหน้า และชุมชนต่างๆ ที่ร่วมมือทำโครงการด้วยกัน เป็นหนึ่งในโครงการที่คณะผู้จัดทำขอเล่าความในใจให้คุณผู้อ่านทราบว่า ทำแล้วมีความสุขมากที่สุดโครงการหนึ่ง 

โครงการนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 14 ปีที่แล้ว โดยออกทริปแรกไปให้บริการที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังจากได้ประสานงานกันระหว่างชุมชนชาวปาย คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ หนังสือพิมพ์แนวหน้าและผู้บริหารสายการบินนกแอร์ (ยุคนายพาทีสารสิน เป็นผู้บริหารสูงสุด) โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ SCG (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด)

ช่วงแรกๆ ของการทำโครงการจึงใช้ชื่อว่า สัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก by นกแอร์ในยุคที่นกแอร์ให้ความร่วมมือกับโครงการ ทำให้เราสามารถเดินทางไปให้บริการในพื้นที่ห่างไกลได้ค่อนข้างสะดวก เพราะในหนึ่งปีนั้น นกแอร์ให้ที่นั่งสำหรับคณะทำงาน 30-35 ที่ต่อการทำงานหนึ่งครั้ง ปีหนึ่งให้สี่ทริป เพราะฉะนั้นในช่วงระยะการทำงานปีที่หนึ่งถึงปีที่ 5 ของการทำงานจึงทำให้เดินทางไปให้บริการได้ถึงเชียงใหม่ อุดรธานี เป็นต้น 

แต่เมื่อเปลี่ยนคณะผู้บริหารสายการบินนกแอร์ การเดินทางไปให้บริการชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปด้วย เพราะคณะทำงานมีเวลาในการออกไปให้บริการค่อนข้างจำกัด ตามปกติจะออกไปให้บริการ 3 วัน 2 คืน ดังนั้นหากต้องเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯไปให้บริการที่เชียงใหม่ หรือแม่ฮ่องสอน ก็ไม่สามารถทำงานได้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 3 วัน เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับแล้ว 2 วัน เพราะฉะนั้น โครงการจึงให้บริการได้เฉพาะในจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯเกิน 200 กิโลเมตร 

นั่นคือประวัติความเป็นมาของโครงการบริการชุมชนโดยคณะทำงานของเรา แม้วันนี้เราก็ยังคงให้บริการชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำหมันหมาแมวจรจัด รวมถึงมีเจ้าของ เพราะเรายังเชื่อมั่นว่า การลดจำนวนประชากรสัตว์จรจัดในกลุ่มหมาแมวที่ดีที่สุดคือการทำหมัน 

ล่าสุดคณะทำงานได้ไปให้บริการทำหมันหมาแมว และฉีควัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พร้อมตรวจสุขภาพสัตว์ให้ชาวบ้านในเขตเทศบาลอ่างศิลา ชลบุรี โดยออกหน่วยเมื่อวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2566 

การออกหน่วยให้บริการที่เขตเทศบาลอ่างศิลานั้นเป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2565 ในหนึ่งปีให้บริการสองครั้ง แต่ละครั้งจะมีหมาแมวและสัตว์เลี้ยงไปรับบริการจากคณะทำงานโดยเฉลี่ย 150 ตัว โดยเทศบาลอ่างศิลาประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยง รวมถึงสัตว์จรจัดที่สามารถนำไปรับบริการได้ไปทำหมัน และฉีควัคซีน พร้อมตรวจสุขภาพ

ในแต่ละครั้งที่คณะทำงานออกให้บริการชุมชน ก็จะได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากคนในชุมชน หลายคนบอกว่าหากไม่มีบริการนี้ก็อาจจะไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงไปทำหมันได้เนื่องจากต้องจ่ายค่าทำหมันหมาแมวเองหลายคนบอกว่าไม่มีเงินมากพอที่จะนำสัตว์ไปรับบริการตามคลินิก แต่เมื่อมีโครงการนี้ก็ทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินด้วยตัวเอง เพราะบางบ้านมีหมาแมวหลายตัว โดยสัตว์เหล่านั้นมาขออาศัยอยู่ในบริเวณบ้าน เมื่อเลี้ยงดูแล้วก็ผูกพัน แต่ก็ไม่มีเงินมากพอจะนำสัตว์ไปทำหมันได้ดังนั้นเมื่อมีโครงการนี้เกิดขึ้นจึงมีความยินดีที่จะนำสัตว์มารับการทำหมันและตรวจสุขภาพ

สิ่งหนึ่งที่คณะทำงานได้รับทราบจากชาวบ้านผู้มีใจรักสัตว์คือ สัตว์เหล่านี้มาขอพึ่ง ขอที่อยู่ ขออาหารกิน เมื่อเลี้ยงแล้วก็ผูกพัน ไม่สามารถทิ้งได้ เวลาเจ็บป่วยก็พยายามรักษาไปตามความสามารถ และบอกด้วยว่า สัตว์ทั้งหลายก็คือ เพื่อนร่วมโลกของเรา โลกใบนี้ไม่ได้เป็นของคนเท่านั้น เพราะยังมีสัตว์อื่นๆ ร่วมเป็นเจ้าของด้วย ดังนั้นหากใครก็ตามที่ไม่คิดจะเลี้ยงดูเขาแล้ว ก็ขออย่าได้ทำร้ายเขาเลยไม่รักเขา ก็อย่าทำร้ายเขา ไม่ให้เขากิน ก็ไม่ต้องเอาน้ำร้อนไปสาดไล่เขา เขาไม่มีที่พึ่งเขาจึงต้องมาพึ่งเรา ขอให้เมตตาเขาด้วยเถิด เพราะเขาคือเพื่อนร่วมโลกของเรา

สำหรับทริปหน้า คณะทำงานจะไปให้บริการทำหมัน ฉีดวัคซีน และตรวจสุขภาพสัตว์ที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง โดยจะออกทริปในเดือนกรกฎาคม สนใจร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ กรุณาติดต่อหนังสือพิมพ์แนวหน้า หมายเลข 091-7233615 

หมายเหตุ โครงการนี้ไม่ใช่การนำนิสิตไปฝึกงาน แต่คือการออกให้บริการสังคมโดยคณาจารย์ และสัตวแพทย์ จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/735075

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปรากฏการณ์ ‘แมนฮัตตันเฮนจ์’

ตะวันลับฟ้ากลางช่องตึกในนิวยอร์ก

ไปชมภาพปรากฏการณ์งดงามของ “แมนฮัตตันเฮนจ์” (Manhattanhenge) หรือปรากฏการณ์พระอาทิตย์ก้อนกลม เคลื่อนตัวอยู่ในระนาบเดียวกับใจกลางช่องว่างระหว่างหมู่ตึกสูงและถนนสายตะวันออกและตะวันตก ในย่านแมนฮัตตันนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ อย่างพอดิบพอดี ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงสองครั้งต่อปีเท่านั้น ล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาซึ่งก็แน่นอนว่ามีบรรดานักท่องเที่ยวและชาวนิวยอร์กแห่ไปรอชมกันอย่างคับคั่ง