‘ขจร’ชูเทคโนโลยีลดต้นทุนผลิตข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739623

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายขจร เราประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เกษตรกร และประชาชน เข้าร่วม ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกจ.พิษณุโลก ว่างานดังกล่าวเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านข้าวแก่ชาวนาและผู้สนใจทั่วไป ถ่ายทอดและนำเสนอองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการลดต้นทุนด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป็นการประชาสัมพันธ์และถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อตระหนักรู้และเห็นความสำคัญของข้าว รวมทั้งเป็นการเชิดชูเกียรติชาวนาไทยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวนา ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตข้าวให้เหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต มุ่งเน้นให้ข้าวมีคุณภาพสูงด้วยการขยายผลร่วมกันระหว่างเกษตรกร และเจ้าหน้าที่

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่ามีการนำนิทรรศการด้านข้าวต่างๆ มากมาย มาจัดแสดง อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา นิทรรศการเชิดชูเกียรติชาวนา นิทรรศการอุทยานพันธุ์ข้าว นิทรรศการวิชาการจากหน่วยงานราชการและเอกชน การสาธิตการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร แปลงสาธิตพันธุ์ข้าว แปลงสาธิตการปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์ผู้ร่วมงานสามารถ ชม ชิม ช้อปผลิตภัณฑ์จากข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกชิงรางวัล อาทิกิจกรรมการประกวดธิดาชาวนา ซึ่งเปิดโอกาสให้บุตรหลานเกษตรกรเข้าร่วมประกวด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ น.ส.ตวงทิพย์ พุ่มพวง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.อรจิรา ปิ่นแก้ว และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ น.ส.ศศิธร คำสาริกากิจกรรมแข่งขันฝัดข้าวลีลา กิจกรรมการหุงข้าวหม้อดิน และกิจกรรมแข่งขันตอบคำถามองค์ความรู้ด้านข้าว

คุมเข้มทุเรียนใต้! ‘กรมวิชาการเกษตร’บูรณาการตรวจเข้ม ลงพื้นที่ 27-28 มิ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739589

คุมเข้มทุเรียนใต้! 'กรมวิชาการเกษตร'บูรณาการตรวจเข้ม ลงพื้นที่ 27-28 มิ.ย.นี้

คุมเข้มทุเรียนใต้! ‘กรมวิชาการเกษตร’บูรณาการตรวจเข้ม ลงพื้นที่ 27-28 มิ.ย.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.14 น.

กรมวิชาการเกษตร ย้ำคุมเข้มทุเรียนภาคใต้ บูรณาการตรวจเข้ม ลงพื้นที่ 27-28 มิย นี้ พร้อมเปิดสายด่วนอำนวยความสะดวกขึ้นทะเบียน GAP พร้อม บริการ Clinic เกษตรเคลื่อนที่

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่าล่าสุดได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่คุมเข้มทุเรียนใต้ ทั้งคุณภาพเหมือนภาคตะวันออก ที่มีผลผลิตออกมาก่อนหน้านี้โดยจะบูรณาการตรวจเข้มลงพื้นที่ 27-28 มิ.ย.นี้ พร้อมเปิดสายด่วน กรมวิชาการเกษตร 081-9384408 พร้อม ขึ้นทะเบียน GAP บริการ Clinic เกษตรเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ประชาชน เกษตรกร โดยตรวจสอบและเน้นย้ำ มาตรการควบคุมคุณภาพและป้องกันสวมสิทธิ์ทุกรูปแบบโดยการบรูณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทาง DOA Together

ทั้งนี้ ได้สั่งตรวจเข้มคุณภาพทุเรียนส่งออกต้องได้ทั้งคุณภาพ ปลอดแมลงศัตรูพืช รวมไปถึงตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ย้ำเกษตรกรเมื่อตัดทุเรียนส่งโรงคัดบรรจุ ต้องแสดงใบ GAP ให้โรงคัดบรรจุด้วย ซึ่งทางประเทศจีนได้ขึ้นทะเบียน GAP และ ล่าสุดวันที่ 15 มิ.ย.66 ทางกรมวิชาการเกษตรได้ส่งทะเบียน GAP ให้จีนผ่านทูตเกษตรปักกิ่ง เพื่อขี้นทะเบียนในรอบถัดไปแล้ว อยู่ระหว่างรอจีนพิจารณาขึ้นทะเบียน โดยเป็น GAP ทุเรียน จำนวน 72,488 แปลง อยู่ในภาคใต้ 40,107 แปลง มั่นใจว่าจำนวนใบ GAP สำหรับการส่งออกมีเพียงพออย่างแน่นอน ดังนั้น เพื่อให้สอดรับมาตรฐานการส่งออกตามพิธีสารไทย-จีน หากใบ GAP ส่งออกไม่ได้ ติดต่อเจ้าหน้าที่สายด่วนกรมวิชาการเกษตร 081-9384408

สำหรับสถานการณ์ทุเรียนใต้ ราคารับซื้อทุเรียน วันที่ 20-24 มิ.ย.2566 AB อยู่ที่ 120-125 บาท ซึ่งถือว่า ราคาสูงมากเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงนี้ทุเรียนเวียดนาม เริ่มมีการเก็บเกี่ยวผลผลิต บวกกับประเทศไทยมีผลไม้ในฤดูกาลออกหลายชนิด ได้แก่ มังคุด เงาะ ลิ้นจี่ ทำให้ราคาทุเรียนลดลง จากช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยราคาทุเรียนจะดีดตัวสูงขึ้นในช่วงปลายมิถุนายน จากผลผลิตที่มีไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชุมพร ทำให้ผลผลิตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 330,000 ตัน เหลือประมาณ 230,000 ตัน

ขณะที่ นางสาวฉันทนา คงนคร ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 กรมวิชาการเกษตร (ผอ.สวพ.7) กล่าวว่า สวพ.7 และ สวพ.8 ได้ร่วมกับศูนย์เครือข่าย ด่านตรวจพืช เกษตรจังหวัด และฝ่ายปกครองโดยจังหวัด ตรวจเข้มคุณภาพทุเรียนก่อนส่งออกตั้งแต่แปลงเกษตรกร ผู้ตัด ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศจีน โดยได้นำเอาวิธีการจัดการ “จันทบุรีโมเดล” มาเป็นแบบอย่างสร้างมาตรฐานทุเรียนคุณภาพของภาคใต้ ปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ได้เปิดทำการแล้ว 214 โรงในจังหวัด ชุมพร สุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช คาดว่า จะเปิดครบทั้งหมดในปลายเดือน ก.ค.ซึ่งกรมวิชาการเกษตร จะใช้มาตรการตรวจอย่างเข้มข้นในการควบคุมคุณภาพทุเรียนก่อนการส่งออก

– 006

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739598

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.45 น.

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง หรือ colorectal cancer เป็นมะเร็งที่พบบ่อยทั้งระดับประเทศและโลก จากสถิติในปี 2020 คนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งนี้ประมาณ 20,000 คนจัดเป็นมะเร็งอันดับที่ 4-5 ในคนไทย ในปีเดียวกัน มีการเสียชีวิตจากมะเร็งนี้ประมาณ 10,000 ราย จากข้อมูลจะเห็นได้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญระดับประเทศ ที่เราต้องให้ความรู้กับประชาชน เพื่อให้ดูแลตนเองให้ถูกต้อง เพื่อลดการป่วยและตายจากโรคมะเร็งนี้

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ และปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้

ก่อนอื่นเรามาพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ก่อนเพื่อจะได้ทราบว่าขณะนี้ตนเองมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด และต้องเฝ้าระวังอาการของตนเองในระดับใด ปัจจัยเสี่ยงชนิดนี้ ได้แก่ 

(1) ความชรา ซึ่งเราเลี่ยงมิได้ อายุที่เพิ่มขึ้น ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการพบมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง โดยเฉพาะอายุที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 50 ปีขึ้นไป 

(2) เคยตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่และไส้ตรง หรือมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง 

(3) เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง 

(4) การมีโรคทางกรรมพันธุ์บางชนิด เช่น Lynch Syndrome (hereditary non-polyposis colorectal cancer หรือ HNPCC), familial adenomatous polyposis (FAP) เป็นต้น 

(6) มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ 

(7) เป็นโรคเบาหวาน

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่งประชาชนควรอย่างยิ่งที่จะต้องทราบเพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีความเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้อยู่แล้ว ได้แก่ 

(1) มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน 

(2) ไม่ออกกำลังกาย หรือชอบอยู่ในสภาวะเนือยนิ่ง 

(3) บริโภคอาหารบางจำพวกมากเกินไป เช่น เนื้อแดงไขมันสัตว์ เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก เบค่อน เป็นต้น 

(4) สูบบุหรี่ 

(5) ดื่มสุรา 

ซึ่งในส่วนของข้อ 4 และ 5 เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเกี่ยวข้องกับการป่วยและตายด้วยโรคมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ รวมถึงโรคเรื้อรังอื่นด้วย

กุญแจสำคัญที่จะทำให้การรักษามะเร็งประสบความสำเร็จ ยืดชีวิตคนไข้ได้นานที่สุดคือ การค้นพบโรคได้เร็วที่สุด อย่างน้อยก่อนที่โรคจะอยู่ในระยะลุกลาม เพราะเมื่อมะเร็งลุกลามออกนอกจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคแล้วการรักษาจะยากขึ้นมาก 

ดังนั้นสมาคมวิชาชีพด้านสาธารณสุขจึงพยายามออกคำแนะนำเพื่อให้เกิดการตรวจคัดกรองอย่างทันเวลา ก่อนที่โรคมะเร็งจะแสดงอาการ

สมาคมแพทย์ทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย ให้คำแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงไว้ดังนี้ บุคคลทั่วไปที่อายุ 50 ปีขึ้นไปทุกคน จัดเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงปานกลาง ควรไปการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตามพบอุบัติการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้นในคนอายุน้อยลงในระยะหลังๆ ดังนั้น ในบางแนวทางปฏิบัติจึงแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองเร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 45 ปี

ผู้มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองเร็วขึ้นตามความเสี่ยงที่มี ได้แก่ ผู้ป่วยโรคพันธุกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้มีญาติลำดับที่ 1 (บิดา มารดา พี่ น้องร่วมสายเลือด) ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือตรวจพบติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งสูง ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือ (inflammatory bowel disease (IBD) ผู้ป่วยที่มีประวัติมีติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ หรือเคยป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงหลักๆ มี 3 วิธี ได้แก่ 

(1) ตรวจหาเลือดออกแฝงในอุจจาระทุก 1-2 ปี 

(2) การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งโดยประมาณทำทุก 10 ปี ถ้าผลตรวจไม่พบความผิดปกติ (3) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่

ภาครัฐโดย สปสช. เห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองนี้เช่นเดียวกัน ไม่เฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเท่านั้น ประชาชนที่มีสิทธิบัตรทองสามารถใช้สิทธิประโยชน์ตรวจคัดกรองมะเร็ง 3 รายการ คือ มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งช่องปาก อย่างสะดวกสบายโดยใช้บริการได้ที่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เช่น รพ.สต. สถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง โรงพยาบาล ที่เป็นหน่วยบริการประจำตามสิทธิ หรือสถานพยาบาลที่ท่านไปใช้บริการเป็นประจำ

เพียงเท่านี้ ท่านก็พอจะทราบถึงแนวทางที่ทำให้ชีวิตห่างไกลจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงได้ และช่วยลดโอกาสพบการเกิดมะเร็งในระยะที่รักษายากได้ด้วย

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สายคาเฟ่ฟังทางนี้ ทานเบเกอรี่อย่างไร ไม่เสียสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739597

สายคาเฟ่ฟังทางนี้ ทานเบเกอรี่อย่างไร ไม่เสียสุขภาพ

สายคาเฟ่ฟังทางนี้ ทานเบเกอรี่อย่างไร ไม่เสียสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.30 น.

ขนมหวานต่างๆ โดยเฉพาะเบเกอรี่ เป็นของโปรดของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะสายคาเฟ่ เปรียบเสมือนยาชโลมจิตใจเป็นวิธีการผ่อนคลายอารมณ์ลดความเครียด มีความสุขได้ง่าย ใช้ต้นทุนทางเวลาต่ำเพราะสามารถรับประทานได้โดยทั่วไป แต่จะทานเบเกอรี่อย่างไร ไม่เสียสุขภาพ หรือไม่ส่งผลต่อการเกิดโรคในอนาคต เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจเป็นต้น

พญ.พัชรี สุธีปกรณ์ชัย แพทย์ตรวจสุขภาพ ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ ผ่านการอบรมหลักสูตรอาชีวเวชศาสตร์พื้นฐาน ศูนย์ตรวจสุขภาพ (Premium Check Up Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้แนะแนวทางในการเลือกรับประทาน ขนมหวานอย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดีมีดังนี้ 1.รับประทานอาหารอย่างสมดุล ให้ได้พลังงานหรือแคลอรี่เพียงพอกับอายุและสภาวะของร่างกายขณะนั้นโดยสารอาหารประเภทโปรตีน 10-15 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด สารอาหารประเภทไขมัน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต 60-70 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด รวมทั้งวิตามินต่างๆ แร่ธาตุต่าง ๆ เพียงพอ และกากอาหารเพียงพอเพื่อช่วยในการขับถ่าย

2.รับประทานอาหารในช่วงเวลาที่ร่างกายได้เผาผลาญ ใช้พลังงานในระหว่างวัน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในช่วงเวลาพลบค่ำหรือก่อนนอน3.ถ้ารักที่จะรับประทานเบเกอรี่ ควรเลือกรับประทานเบเกอรี่ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ใช้แป้งจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นแป้งกลูเตนฟรี ทดแทนแป้งสาลี ใช้แป้งมะพร้าว ซึ่งให้พลังงานต่ำ ใช้แป้งบัควีท (Buckwheat) ให้โปรตีนสูง ใช้สารให้ความหวาน อาจทดแทนด้วยหญ้าหวานหรือการใช้น้ำตาล ไม่ขัดสี มีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ไขมันที่เลือกใช้เนยแท้ ซึ่งเป็นไขมันจากสัตว์ หลีกเลี่ยงการใช้เนยเทียม (มาร์การีน) เนยขาว (ช็อตเทนนิ่ง) ที่มีไขมันทรานส์สูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยจะไปเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด (LDL) และลดไขมันที่ดีในเลือด (HDL) เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ ในปัจจุบันเป็นยุคที่กระแสด้านสุขภาพมาแรง การใช้แป้งต้านทานการย่อยหรือแป้งทนย่อย (Resistant Starch) มาเป็นวัตถุดิบช่วยให้ผู้บริโภคไม่ต้องเปลี่ยนวิถีของการรับประทานมากนัก เพราะเป็นแป้งที่สามารถต้านทานการถูกย่อยด้วยเอนไซม์ในระบบทางเดินอาหารตอนต้น ซึ่งจะไม่ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก เมื่อไม่ถูกดูดซึม จึงทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานและผู้มีปัญหาด้านสุขภาพได้ดีขึ้น และเมื่อแป้งทนย่อยเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ ยังเป็นแหล่งอาหารสำหรับจุลินทรีย์กลุ่มที่ดีต่อสุขภาพของคนเราได้อีกด้วย ต่อมาเมื่อถูกย่อยโดยจุลินทรีย์กลุ่มที่มีประโยชน์กับร่างกายในลำไส้ใหญ่ ก็ยังให้ผลผลิตออกมาเป็นกรดไขมันสายสั้น เช่น อะซิเตต (C2) โพรพิโอเนต (C3) และบิวไทเรต (C4) ซึ่งดีต่อสุขภาพ สรุปแล้วแป้งทนย่อยด้วยเอนไซม์นั้นถือเป็นแป้งสตาร์ชที่ให้พลังงานต่ำ จึงมีคุณสมบัติเทียบได้กับกากใยอาหาร (Food Fiber)

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง และ 5.ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, กาเฟอีน พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมง 6.รู้จักร่างกายตนเอง เนื่องจากแต่ละบุคคล มีรหัสพันธุกรรมที่แตกต่างกัน แต่ละคนสามารถย่อยอาหาร บางชนิดได้ดีต่างกัน มีระดับการเผาผลาญแคลอรี่ที่แตกต่างกัน มีแนวโน้มการเป็นโรคต่างกัน การสังเกตตนเองหรือดูประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวใช้เป็นแนวทางการดูแลสุขภาพตนเองร่วมด้วย

7.การปรับทัศนคติในการรับประทานเบเกอรี่ หรืออาหารต่างๆ ให้ได้รับปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมและมีคุณภาพ เนื่องจากบุคคลในวัยทำงานปัจจุบัน มักให้รางวัลตนเองจากสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยการรับประทานอาหาร เช่น ขนมหวาน เบเกอรี่ ตามแฟชั่นที่นิยมกัน ลองหันมาเปลี่ยนการให้รางวัลตนเองเป็นอย่างอื่นบ้าง เช่น หนังสือดีๆ สักหนึ่งเล่ม เสื้อผ้าชุดใหม่สวยๆ สักหนึ่งชุด ทดแทนการที่จะไปรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ หรือขนมหวานปริมาณมาก 8.มีวินัยในการใช้ชีวิตในเรื่องของการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ ในแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน จึงควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นระยะ เพื่อประเมินสถานะทางสุขภาพ เช่น ดัชนีมวลกาย (BMI) ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม อีกทั้ง สิ่งสำคัญควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar) ระดับไขมันในเลือด คอเลสเตอรอล (Cholesterol) ไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ไขมันชนิดดี (HDL) ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติตัวให้มีสุขภาพที่ดีต่อไป

หากมีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ศูนย์ตรวจสุขภาพ (Premium Check Up Center) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-4839999 I Line : @navavej I http://www.navavej.com

ผมร่วงอย่าชะล่าใจ รีบดูแลก่อนผมบางแบบไม่รู้ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739595

ผมร่วงอย่าชะล่าใจ รีบดูแลก่อนผมบางแบบไม่รู้ตัว

ผมร่วงอย่าชะล่าใจ รีบดูแลก่อนผมบางแบบไม่รู้ตัว

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

เชื่อว่าใครๆ ก็ต่างอยากมีผมที่ดูหนานุ่ม สุขภาพดีตั้งแต่โคนจรดปลายกันทั้งนั้น แต่หลายๆ คนกำลังพบเจอกับปัญหากวนใจที่เริ่มกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อผมที่เคยดกดำ ยาวสลวย เริ่มขาดหลุดร่วงเป็นกองจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะหวี จะสาง เส้นผมก็ติดหลุดมือออกมาเป็นกำมือ ไม่ว่าเส้นผมจะร่วงจากสาเหตุอะไร แต่ถ้าหากปล่อยไว้นานขาดการดูแลจะกลายเป็นคนผมบางแบบไม่รู้ตัว

ปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่หลายคนกำลังเผชิญ ก็มาจากหลายปัจจัย ทั้งในเรื่องของกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกินที่ไม่ครบ 5 หมู่ ซึ่งควรเน้นอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง การดูแลเส้นผมและหนังศรีษะแบบผิดวิธี เช่น การเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ไม่เหมาะกับเส้นผมของเรา หรือการใช้เคมีกับเส้นผมมากเกินก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผมร่วง

นอกจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย กิฟฟารีน แนะนำ ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ไบโอติน เอช พลัส (Biotin H Plus) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไบโอติน ผสมสารสกัดฮอร์สเทล โปรตีนจากถั่วเหลืองไอโซเลท วิตามิน และแร่ธาตุ อัดแน่นไปด้วยส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยดูแลเส้นผมและเล็บมากถึง 15 ชนิด ได้แก่ ไบโอติน, สารสกัดฮอร์สเทล,แอล-เมไธโอนีน, แอล-ซีสเทอีน, โปรตีนจากถั่วเหลืองไอโซเลท, สังกะสี, ซีลีเนียม, ทองแดง, วิตามินเอ, วิตามินอี, วิตามินซี, วิตามินบี2, บี5, บี12 และกรดโฟลิค

สารสกัดทั้ง 15 ชนิดในผลิตภัณฑ์ ไบโอติน เอชพลัส อย่าง ไบโอติน มีส่วนช่วยคงสภาพปกติของเส้นผม สารสกัดจากฮอร์สเทล, โปรตีนจากถั่วเหลืองไอโซเลท, วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ มีงานวิจัยว่าเป็นส่วนสำคัญในการดูแลเส้นผม และเล็บ ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ นักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ กิฟฟารีน 1101, http://www.giffarine.com, Facebook : giffarineofficial, Line : @giffarinethailand IG : Giffarinebrand, Shopee และ Lazada

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ให้แก่มูลนิธิสายใจไทย และบุตร-ธิดา ทหารผ่านศึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739587

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ให้แก่มูลนิธิสายใจไทย และบุตร-ธิดา ทหารผ่านศึก

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบทุนการศึกษา ให้แก่มูลนิธิสายใจไทย และบุตร-ธิดา ทหารผ่านศึก

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธาน กก.มูลนิธิฯ พร้อมด้วย พูสิน สุคนธวณิชย์ ผอ.กองนิคมเกษตรกรรม ฝ่ายอาชีวะสงเคราะห์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, คุณหญิงปราณีต ศิริธร รองประธาน และประธานฝ่าย สถาบันการศึกษาและฝึกอาชีพ, ประสานศรี ทรรทรานนท์ ประธานฝ่ายสงเคราะห์, เพ็ญโฉม วสันตสิงห์ ประธานฝ่ายกิจกรรม, ดร.สุมาลี อุทัยเฉลิม, อารยา ถมพิทักษ์ และนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำโดยคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ อาทิ คุณหญิงปราณีต ศิริธร รองประธาน และประธานฝ่ายสถาบันการศึกษาและฝึกอาชีพ, ประสานศรี ทรรทรานนท์ ประธานฝ่ายสงเคราะห์, เพ็ญโฉม วสันตสิงห์ ประธานฝ่ายกิจกรรม ร่วมกันมอบทุนการศึกษาให้แก่ มูลนิธิสายใจไทย และมอบทุนการศึกษาประจำปีให้แก่บุตร-ธิดาทหารผ่านศึกที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งมอบทุนนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ จำนวน 201 ทุนมูลค่ารวมที่มูลนิธิฯ มอบให้ในวันนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 1,987,000 บาท (หนึ่งล้านเก้าแสนแปดหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) ณ มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ต้อนรับ‘เอ็ดเวิร์ด ควอน อิน แบงค็อก’เซเลบริตี้เชฟชื่อดังจากเกาหลีใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739582

ต้อนรับ‘เอ็ดเวิร์ด ควอน อิน แบงค็อก’เซเลบริตี้เชฟชื่อดังจากเกาหลีใต้

ต้อนรับ‘เอ็ดเวิร์ด ควอน อิน แบงค็อก’เซเลบริตี้เชฟชื่อดังจากเกาหลีใต้

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หนึ่งในเชฟที่มีชื่อเสียงจากประเทศเกาหลีใต้ ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานจากห้องอาหารและโรงแรมชั้นนำระดับโลกมากมาย เชฟเอ็ดเวิร์ด ควอน (Edward Kwon) พร้อมแล้วที่จะนำเสนอ “เอ็ดเวิร์ด ควอน อิน แบงค็อก”(Edward Kwon in Bangkok)ห้องอาหารเกาหลีสไตล์โมเดิร์น ส่งตรงจากเมืองปูซานสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม ถึง7 ตุลาคม 2566 นี้เท่านั้น

เชฟเอ็ดเวิร์ดและทีมเชฟมืออาชีพจากห้องอาหาร “LAB XXIV by KUmuda” ห้องอาหารเกาหลีร่วมสมัย ที่สืบสานวัฒนธรรมการทำอาหารแบบตะวันตกควบคู่กัน พร้อมสร้างความตื่นเต้นผ่านเซตเมนูอาหารเกาหลีแบบ 12 คอร์ส รังสรรค์ผ่านกรรมวิธีการทำอาหารแบบตะวันตกชั้นสูง หากรสชาติแบบเกาหลีคลาสสิกยังคงถูกรักษาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ห้องอาหาร LAB XXIV by KUmuda ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับโลก จากการจัดอันดับของ “La Liste2023” จากประเทศฝรั่งเศส

หนึ่งในความตั้งใจของเชฟเอ็ดเวิร์ดคือการยกระดับชื่อเสียงของอาหารประจำชาติให้กว้างขวางในระดับนานาชาติ รวมถึงประเทศไทย ผ่านความรักและความเชี่ยวชาญในการทำอาหารตะวันตก โดยให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดในการปรุงและการตกแต่ง เพื่อให้จานอาหารทุกจานออกมาสง่างามน่ารับประทาน และให้ความรู้สึกน่าสนใจเมื่อได้รสสัมผัสของรสชาติแบบเกาหลีคลาสสิกผ่านวัตถุดิบชั้นนำคุณภาพนำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้และทั่วโลก สร้างความประทับใจให้กับแขกทุกท่านราวกับการได้ชื่นชมงานศิลปะชั้นสูงผ่านจานอาหาร

เริ่มต้นกับเมนูเรียกน้ำย่อย 5 รายการเริ่มจาก “แซวู จัง” (Sae Woo Jang) เมนูทาร์ตเล็ทกุ้งหมักโชยุเกาหลีกับยูซุ ตกแต่งด้วยสาหร่ายคมบุขาวกรอบ“พุลโกกิ” (Bulgogi) เมนูยอดนิยมในหมู่ชาวเกาหลีใต้ ส่วนผสมหลัก ได้แก่ ข้าว ชีสโปรโวโลเน (Provolone) เนื้อหมักซอสถั่วเหลืองเกรดพรีเมียมอายุ 10 ปีรังสรรค์ขึ้นในรูปแบบฟริทเทอร์บอล ประดับด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดำ และเมนูยอดนิยมอย่าง “ทัคคาลบี้” (Dakgalbi) ผัดกับซอสโคชูจังเข้มข้น นำเสนออย่างแปลกตาในแป้งครุสตาดสไตล์ฝรั่งเศส เมนู “ยู-คเว” (Yukhoe) เมนูทาร์ทาร์เนื้อวากิวปรุงแบบเกาหลี ที่มีความหมายตรงตัวว่า “เนื้อดิบ” เสิร์ฟบนบริยอชและยกระดับรสชาติด้วยไข่ปลาคาเวียร์และสาลี่จากแหล่งปลูกสาลี่ชั้นยอด ปิดท้ายเมนูเรียกน้ำย่อยด้วย “คิมมารี” (Gimmari)หรือปอเปี๊ยะเกาหลี ประดับด้วยเนื้อปลาโอโทโร่ กิมจิ พันด้วยสาหร่ายทะเลกรอบ และเพิ่มความประณีตของรสสัมผัสด้วยหอยเม่นทะเลนำเข้าคุณภาพดี

ต่อด้วยคอร์สที่ 6 กับ “ทาราจุก”,(Tara-Jook) หรือเมนูโจ๊กนม อาหารที่เป็นที่นิยมในราชสำนักสมัยโบราณ ที่สกัดจากข้าวโพดหวาน เสิร์ฟคู่กับปลาหมึก ข้าวกล้อง และมันฝรั่ง คอร์สที่ 7เมนู “หอยเป๋าฮื้อตุ๋น” (Abalone Jjim) เมนู “จิม” หรืออาหารประเภทตุ๋นเป็นเมนูโบราณและให้ความเป็นมงคล ที่เลือกใช้หอยเป๋าฮื้อนำเข้าวางบนไข่ตุ๋นเนื้อนุ่มละมุนและท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอนและเห็ดเอโนกิ จานที่ 8 เมนู “มูล-ฮเว” (Mulhoe) ซุปปลาทะเลดิบ เมนูยอดนิยมบริเวณเมืองท่าชายฝั่งของประเทศเกาหลีใต้ ปรุงด้วยซอสโคชูจัง ปลาหมึก เสิร์ฟในถ้วยเพื่อให้ผู้รับประทานคลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ ให้ลงตัว“ซามชิ-กุย” (Samchi Gui) เมนูอาหารโบราณที่ใช้ปลาเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งเชฟเอ็ดเวิร์ดเลือกแมคเคอเรลย่าง ราดด้วยซอสแดงซัมจังรสเข้มข้น และซอสเขียวทำจากกุยช่ายฝรั่ง อาหารจานหลัก ได้แก่ “คาลบี้” (Galbi) เมนูคอร์สที่ 10 และเมนูหลัก ทำจากเนื้อวากิวเกรดพรีเมียม เสิร์ฟเคียงคู่กับ “พันชัน” (Banchan) หรือสำรับเครื่องเคียงอาหารเกาหลี ที่จะมาเติมเต็มรสชาติของคอร์สนี้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วยสองเมนูอาหารหวานด้วยคอร์สที่ 11 กับเมนู “ฮูชิค” (Hu Sik)เมนูอาหารหวานแบบเกาหลี ทำจากส้มเขียวหวานและโอมิจา เบอร์รี่ป่าจากประเทศเกาหลีใต้ และคอร์สที่ 12 กับ “ทากวา” (Da Gwa) หรือเมนูขนมเกาหลีและน้ำชาที่จะทำหน้าที่ปิดท้ายมื้อพิเศษนี้ด้วยความรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา

เซตเมนูแบบ 12 คอร์ส ราคา 4,900 บาท++ ต่อท่าน เลือกยกระดับด้วยการจับคู่กับไวน์ชั้นดี (wine pairing) จำนวน 7 แก้ว ราคา 2,700 บาท++ ต่อท่าน หรือเลือกจับคู่กับเครื่องดื่มแบบไม่มีแอลกอฮอล์จำนวน 7 แก้ว ราคา 870 บาท++ ต่อท่าน ซึ่งรวมน้ำผลไม้สดชา ม็อกเทล และเบียร์ที่ร่วมรายการ สำรองที่นั่งโทร.02-1629000 หรือ Line OA : @Siamkempinskihotelรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของโรงแรมได้ kempinski.com/en/siam-hotel/restaurants-bars/edward-kwon

เซเลบริตี้เชฟเอ็ดเวิร์ด ควอน (Edward Kwon)

เซเลบริตี้เชฟเอ็ดเวิร์ด ควอน (Edward Kwon)

PMT The Hour Glass เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ฉลอง 15 ปีแห่งความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรแบรนด์ดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739593

PMT The Hour Glass เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น  ฉลอง 15 ปีแห่งความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรแบรนด์ดัง

PMT The Hour Glass เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ฉลอง 15 ปีแห่งความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรแบรนด์ดัง

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

PMT The Hour Glass เฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 15 ปีแห่งความร่วมมือทางธุรกิจ พร้อมนิทรรศการพิเศษที่บอกเล่าไมล์สโตนและความสำเร็จของบริษัทมาตั้งแต่ปี 2551 พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น Hublot, Ulysse Nardin, Girard-Perregaux, MB&F และ URWERK แบบเอ็กซ์คลูซีฟจากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่โรงแรม Waldorf Astoriaกรุงเทพมหานคร

PMT The Hour Glass เริ่มต้นจากบูติก 2 แห่งในปี 2551 จากการจับมือระหว่าง ณรัณธรรมาวรานุคุปต์ และ ไมเคิล เทย์ โดยทั้งสองต่างมาจากครอบครัวที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับนาฬิกา จึงทำให้พวกเขาสร้างความสัมพันธ์ขึ้นจากความหลงใหลที่มีต่อเรือนเวลาเหมือนกัน ปัจจุบันมีบูติกมากกว่า 15 แห่งที่เปิดให้บริการใน 4 หัวเมืองใหญ่ทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม รวมถึงจุดจำหน่ายเรือนเวลาของพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญอย่าง Rolex, Patek Philippe, Hublot และ Tudorโดยวางเป้าหมายในการขยายบูติกเพิ่มขึ้นเป็น 20 แห่งภายในสิ้นปี 2566

ในโอกาสพิเศษสำหรับการแสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรทางธุรกิจ ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์กรรมการผู้จัดการ บริษัท PMT The Hour Glass ได้ต้อนรับแขกคนสำคัญเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง อาทิ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยาม พิวรรธน์, กฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, ชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด, อิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Fashion and Luxury Partner Management บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป

นอกจากนี้ PMT The Hour Glass ยังได้เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นแบบเอ็กซ์คลูซีฟร่วมกับพันธมิตรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น Hublot, Girard-Perregaux, Ulysse Nardin, MB&F และ URWERK โดยจะวางจำหน่ายที่บูติกของ PMT The Hour Glass ในประเทศไทย

Hublot ร่วมเฉลิมฉลอง 15 ปีแห่งพันธมิตรกับ PMT The Hour Glass ด้วยนาฬิกาตัวเรือนทรงถังเบียร์ระดับไอคอนิกของแบรนด์ที่มาในสีเขียวทหารกับ Hublot Spirit of Big Bang 5-Day Power Reserve Carbon Green Camo นำเสนอการเดินทางที่ท้าทายจากเทือกเขาสวิสสู่ป่าเขตร้อนเขียวชอุ่มของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วางจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง 30 เรือน

Ulysse Nardin ได้เผยโฉมโมเดลพิเศษ Freak X Enamel Blue ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับโอกาสนี้ กล่าวได้ว่านาฬิกา Freak X Enamel Blue คือการผสมผสานศิลปะงานช่างฝีมือเก่าแก่เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยองค์ความรู้ของช่างฝีมือของแบรนด์ Ulysse Nardin โดยเฉพาะ ความโดดเด่นของนาฬิกาอยู่ที่อาวร์ดิสก์มีการสลักลวดลายกิโยเช่ที่สะท้อนถึงดีไซน์ที่ทันสมัย ตามมาด้วยเทคนิคการลงยา ซึ่งเป็นเทคนิคการตกแต่งที่สืบทอดโดยช่างฝีมือจากรุ่นสู่รุ่นวางจำหน่ายจำนวนจำกัดเพียง50 เรือน

Girard-Perregaux ภูมิใจนำเสนอนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น Laureato Chronograph โมเดลรุ่นใหม่นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบของรุ่น Laureato ระดับตำนานที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1975 เอาไว้ โดยมีหน้าปัดเป็นสีเขียวซันเรย์ที่ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ตัวเรือนขนาด 42 มม. รังสรรค์จากพิงค์โกลด์ 18 กะรัต ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน

นาฬิการุ่น Legacy Machine Flying T เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 เป็นเรือนเวลาแห่งศิลปะสามมิติเรือนแรกของ MB&F ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุภาพสตรีและล่าสุดในปี 2023 Legacy Machine FlyingT ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่กับ “Coeur de Rubis”ซึ่งได้รับการตั้งชื่อจากหน้าปัดโทนสีชมพูชวนหลงใหลที่รังสรรค์ขึ้นจากอัญมณีจากแทนซาเนียที่เรียกว่าเอนิโอไลต์ (Anyolite)รุ่นพิเศษนี้ผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 5 เรือนสำหรับ PMT The Hour Glass ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น

เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์พิเศษที่มีกับ PMT The Hour Glass ทาง URWERK จึงได้รังสรรค์ นาฬิกา URWERK UR-100V – 3 Pieces Unique ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ 3 เรือน ได้แก่ เวอร์ชั่นสีเขียวประดับเพชรและมรกต, เวอร์ชั่นสีแดงประดับเพชรและทับทิม และเวอร์ชั่นสีน้ำเงินประดับเพชรและแซปไฟร์สีน้ำเงินโดยทั้งสามเรือนมาพร้อมตัวเรือนและขอบตัวเรือนที่ทำจากสตีลและไทเทเนียม ประดับอัญมณี 482 เม็ดรวมทั้งหมด 2 กะรัต

เคทีซีลงนามความร่วมมือกับทันตแพทยสภา ส่งเสริมสวัสดิการกระตุ้นการศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739596

เคทีซีลงนามความร่วมมือกับทันตแพทยสภา  ส่งเสริมสวัสดิการกระตุ้นการศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์

เคทีซีลงนามความร่วมมือกับทันตแพทยสภา ส่งเสริมสวัสดิการกระตุ้นการศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.สุชิต พูลทอง นายกทันตแพทยสภาใน “โครงการพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกทันตแพทยสภา” เพื่อส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิกฯ และกระตุ้นการศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์

เคทีซี ให้บริการบัตรเครดิตที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และครอบคลุมทุกเครือข่ายบัตรเครดิตชั้นนำไม่ว่าจะเป็นวีซ่า มาสเตอร์การ์ด เจซีบีและยูเนี่ยน เพย์ สมาชิกทันตแพทยสภาสามารถเลือกบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ความต้องการ เช่น บัตรเครดิต KTC JCB ULTIMATE สามารถใช้บริการห้องรับรองในสนามบินสำหรับสมาชิก JCB ทั้งในเอเชียและยุโรป และรับคะแนน x2 เมื่อใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงยังได้รับส่วนลดจากร้านค้ามากมายในประเทศญี่ปุ่น หรือบัตรเครดิต KTC WORLD REWARDS MASTERCARD สามารถใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Royal Orchid Lounge 2 ครั้งต่อปี รวมถึงรับคะแนน x2 เมื่อใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

นอกจากนี้ เคทีซี ได้คัดสรรสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อมอบให้กับสมาชิกทันตแพทยสภา รับสิทธิ์อัปเกรดบัตรเครดิตเป็นระดับที่สูงขึ้น เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า รวมทั้งสมาชิกทันตแพทยสภาสามารถขอเพิ่มวงเงินถาวร เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร้านค้าต่างๆ เช่น ส่วนลดร้านอาหาร การใช้คะแนนสะสมแลกเป็นส่วนลดที่ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น อีกทั้ง สมาชิกทันตแพทยสภาที่เปิดคลินิกทันตกรรม สามารถแจ้งความประสงค์ขอเครื่องรูดบัตร หรือเข้าร่วมโปรแกรมผ่อนชำระได้อีกด้วย ทั้งนี้ สมาชิกทันตแพทยสภาที่มีบัตรเครดิตเคทีซีสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปฯทีดีซี คอนเน็คท์ (TDC Connect) และกดเข้าหน้าสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตเคทีซี เลือกรายการที่ต้องการ และกรอกชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับภายในเวลาอันสั้น

สำหรับสมาชิกทันตแพทยสภาที่สมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี (บัตรหลักใหม่) จะได้รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์อิเลคทรอนิกส์ (Starbucks e-Coupon) มูลค่า 500 บาท เมื่อบัตรเครดิตได้รับการอนุมัติและใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 3 รายการขึ้นไป ภายใน 30 วันนับจากวันอนุมัติบัตรฯ ตามเงื่อนไขที่กำหนด (1 มิถุนายน 2566-31 ธันวาคม 2566) เราเชื่อว่า ด้วยจุดแข็งของบัตรเครดิตเคทีซีที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และยังครอบคลุมทุกเครือข่ายบัตรเครดิตชั้นนำ จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่อำนวยความสะดวกให้กับทันตแพทย์ ในการวางแผนการใช้จ่ายที่คุ้มค่าทุกการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‘บางกอก อาร์ตฯ’ทุบสถิติผู้เข้าชมกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก เตรียมผุดโปรเจกท์ BAB Academy เอาใจคนรักงานศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739586

‘บางกอก อาร์ตฯ’ทุบสถิติผู้เข้าชมกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก เตรียมผุดโปรเจกท์ BAB Academy เอาใจคนรักงานศิลปะ

‘บางกอก อาร์ตฯ’ทุบสถิติผู้เข้าชมกว่า 17 ล้านคนทั่วโลก เตรียมผุดโปรเจกท์ BAB Academy เอาใจคนรักงานศิลปะ

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธาน กก. และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Bangkok Art Biennale พร้อมด้วย มารีน่า อบราโมวิช ศิลปินระดับโลก, นิติกร กรัยวิเชียร และ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในงาน BAB 2022

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022” (Bangkok Art Biennale 2022) ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2565-23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา โดย มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับ กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ และเอกชนทุกภาคส่วน ที่กำหนดจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี สามารถทุบสถิติจำนวนผู้เข้าร่วมงานถึง 17,592,321 ราย และสามารถกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงานเป็นจำนวน 6,298.5 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เรียกได้ว่ากระแสการตอบรับดีเกินคาด ล่าสุดเตรียมผุดโปรเจกท์ BAB Academy เอาใจคนรักงานศิลปะ

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ (TCEB) กล่าวว่า “TCEB ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 มุ่งเน้นพัฒนางานให้เติบโตและมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดการสร้างมรดกใหม่ทางเศรษฐกิจ (Legacy) ที่เกิดขึ้นหลังการจัดงาน โดยงาน BAB ในครั้งนี้สร้างความตื่นตัวให้กับคนในแวดวงศิลปะได้เป็นอย่างมากก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางสังคมในเชิงบวกสำหรับจังหวัดกรุงเทพมหานครในระดับสูงมาก โดยค่าเฉลี่ยผลกระทบทางสังคมภาพรวมอยู่ที่ 86.9% ความสำเร็จอันน่าประทับใจครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการส่งเสริมศิลปะให้เข้าถึงผู้คน รวมทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดงานเป็นเงิน 6,298.5 ล้านบาท GDP จากมูลค่าเพิ่ม GDP 6,054.7 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จำนวน 17,592,321 ราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงาน Onsite จำนวน 992,321 ราย และผู้เข้าร่วมงาน Online จำนวน 16,600,000 รายถือว่าเป็นการสร้างโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ชื่นชอบงานศิลปะได้ชื่นชมงานระดับโลก รวมไปถึงการยกระดับศิลปินไทยที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยสู่สายตาระดับโลก เช่นเดียวกัน ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสรรค์สร้างการจัดงานดีๆ แบบนี้ขึ้นมา”

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการ และผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า “เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน จาก 73 ศิลปิน ชั้นนำทั่วโลก 35 สัญชาติ ภายใต้แนวคิด “CHAOS : CALM โกลาหล : สงบสุข” แสดงบนสถานที่สำคัญของกรุงเทพฯ 12 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สามย่านมิตรทาวน์ เดอะ ปาร์ค เดอะพรีลูด วันแบงค็อก JWD Art Space และในพื้นที่เสมือนจริง BAB Virtual Venue ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาดจากประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้ที่รักงานศิลปะ อีกทั้งสื่อมวลชนในไทยและต่างประเทศให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม ศิลปินและภัณฑารักษ์ต่างชื่นชมในความสำเร็จของการจัดงาน โดยหลังจากนี้ยังคงต่อยอดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมให้กับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะร่วมสมัยอย่าง BAB Academy โครงการอบรมการบริหารจัดการศิลปะซึ่งนอกจากจะเล่าถึงประวัติการเป็นมาของงานเบียนนาเล่แล้ว ยังได้ประสบการณ์การทำงานกับชิ้นงานศิลปะอีกด้วย”

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.TCEB

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผอ.TCEB

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ผอ.ศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ผอ.ศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ศานนท์ หวังสร้างบุญ

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์, ฐาปน สิริวัฒนภักดี, ศานนท์ หวังสร้างบุญ