‘ลูลู่-รุ้ง ราวรรณ’คู่หูเพื่อนซี้ เคลียร์ใจกันหลังน้อยใจเพราะเรื่องแต่งงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739385

'ลูลู่-รุ้ง ราวรรณ'คู่หูเพื่อนซี้ เคลียร์ใจกันหลังน้อยใจเพราะเรื่องแต่งงาน

‘ลูลู่-รุ้ง ราวรรณ’คู่หูเพื่อนซี้ เคลียร์ใจกันหลังน้อยใจเพราะเรื่องแต่งงาน

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.19 น.

เปิดความสนิทของคู่เพื่อนซี้ ลูลู่ ดวงฤดี กับ รุ้ง ราวรรณ ที่เริ่มต้นจากแฟนคลับสู่เพื่อนสนิท พร้อมเคลียร์ใจกันที่แรกหลังน้อยใจกันเพราะเรื่องแต่งงาน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา, ธัญญา ธัญญาเรศและตั๊กแตน ชลดา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

งานแต่งเชิญแขกน้อยมาก แจกการ์ด 200 ใบ?

ลูลู่ : พิมพ์การ์ด 200 แต่แจกไม่ถึง 200 ประมาณ 150 หน่อยๆ แต่มาจริงเกือบ 300 เราจัดแบบเล็กๆ ครอบครัวเราสองครอบครัว แล้วมีเพื่อนสนิท

บรรยากาศงานแต่งเป็นไปตามที่เราฝันไว้ไหม?

ลูลู่ : มันก็ฝันอยู่ค่ะ แต่ว่าคนที่มามันเกินคาด

รุ้ง : ไม่เขามากินฟรี

ลูลู่ : บางคนเขาไม่ได้ทานข้าว เพราะเราคิดเป็นหัวใช่ไหมค่ะ เราไม่รู้ว่าคนจะเยอะ แล้วกับข้าวต้องวางไว้อยู่แล้ว ไม่รู้ว่ามันขนาดไหน พอมาปุ๊บยืนถ่ายรูป เขาจะนั่งตรงไหน กินข้าวยังไง แต่ก็ดีใจแล้วก็ขอบคุณที่มาร่วมงาน แต่ว่าต้องขอโทษจริงๆ เราดูแลไม่ทั่วถึง ดูแลไม่ดีจริงๆ 

งานเช้าไม่ได้ไป?

รุ้ง : ไม่ได้ไปค่ะ จริงๆ แล้วลูลู่ขอให้เราไปเป็นพิธีกรงานแต่งช่วงเช้า เราก็โอเคไปเป็นให้ แต่ว่าเกิดเลื่อน ครั้งแรกจำได้ว่าเป็นเดือนกุมภาพันธ์

ลูลู่ : เขาล็อกวันผิดด้วย

รู้ไหมว่าเขางอน เขาน้อยใจมาก?

รุ้ง : จริงเหรอ 

ลูลู่ : เราตั้งใจอยากให้เขาเป็นพิธีกรงานเช้า มีแต่ครอบครัวเราสองคน เพื่อนสนิท เห็นการทำงานของเขามันเฟรนลี่แล้วเป็นกันเอง เข้าถึงคนง่าย ไม่ต้องเตรียมอะไรเยอะ

รุ้ง : รุ้งเข้าใจว่า 14 กุมภา แล้วเข้าใจว่ารุ้งล็อกให้เขา 14 กุมภา เพราะถ้า 14 กุมภา รุ้งว่าง แต่เขาบอกว่า 14 กุมภาฤกษ์มันไม่ได้ เขาดูใหม่มาเป็นเดือนมีนาคมแทน ซึ่งเดือนมีนาวันนั้นรุ้งไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่าละครล็อกไว้อยู่แล้ว มันกลายเป็นคิวเราต้องไปแมชต์กับนักแสดงท่านอื่น ซึ่งทุกคนได้ แต่เหลือเราคนเดียวไม่ได้ มันก็ยังไงอยู่ ก็บอกว่าเธอฉันขอเขาบ่ได้แล้ว ฉันจะโดนประณาม สุดท้ายเลยบอกว่าเดี๋ยวฉันไปงานเย็น

ลูลู่ : เราก็ไปบอกว่าฉันเลื่อนแล้ว ไม่ใช่ 14 กุมภา เป็น 14 มีนา เขาบอกไม่ได้อีก ใช่สิ เราไม่ใช่คนสำคัญ ไม่ใช่ดาราดัง

วันนี้เคลียร์ใจกันหรือยังที่บอกว่างอนกันไป งอนกันมา?

รุ้ง : เอาจริงๆ เราไม่รู้นะว่าเขางอน ลึกๆ เราก็รู้ว่าเขาเป็นคนค่อนข้างเซนซิทีฟ ด้วยความที่เราเป็นแบบนี้ เราอาจจะคิดไปเองว่าเขาฟิลเดียวกับเราหรือเปล่า แต่ลืมไปว่าเคยฟังสัมภาษณ์จากลาล่า ลู่เป็นคนค่อนข้างเซนซิทีฟ ฉันขอโทษ

สองคนนี้มาสนิทกันได้ยังไง?

ลูลู่ : ตอนแรกเป็นแฟนคลับเขา เขาดังอยู่แล้ว

รุ้ง : เขาไลฟ์สดขายเสื้อผ้าอะไรของเขา แล้วเผอิญเราผ่านไปในไลฟ์สดโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ทุกครั้งที่เขาเห็นชื่อเรา เขาจะบอกว่า ขอต้อนรับเพื่อนรุ้ง ราวรรณ หนูหิ่นซุปตาร์ระดับเมืองไทย คืออยากออกจากไลฟ์ทันที แต่ก็ไม่ออก อยู่เพื่อเพิ่มยอดคนดูให้เขา บางทีก็ f เสื้อผ้าให้นางหน่อย แต่อย่าพูดได้ไหม ฉันอายคน 

ลูลู่ : มันเป็นความจริงที่เขาดังอยู่แล้ว เราเป็นแฟนคลับเขา รู้จักเขา พอเราเข้ามาเป็นศิลปินตัวน้อยๆ เราก็ได้ร่วมงานกับเขา ถ่ายละครด้วยกัน เรื่องแรกเลย เขานั่งอยู่ข้างนอก ก็ชวนเขาไปนั่งข้างใน ชวนเขากลัวเขาร้อน เขาบอกไม่เป็นไร เราก็คิดเขาไม่อยากรู้จักกับเราหรือเปล่า หรือว่าฉันไม่ดังพอ เขาเลยไม่เข้าไปหาเราหรือเปล่า แต่พอสัมผัสเรื่อยๆ เขาเป็นผู้หญิงที่ไม่มีพิษ ไม่มีภัย เป็นคนคิดบวกตลอด ไม่เคยคิดลบกับใครเลย มันดี ถ้าคบกับเขาแล้ว ลู่ว่าลู่จะมีชีวิตที่มีความสุข

เมื่อไหร่ลู่จะเลิกคิดว่าตัวเองไม่ดัง ตัวเองไม่ดี แล้วโทษตัวเอง เพราะตัวเองชอบมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ทั้งที่ตัวเองเป็นคนดัง?

ลูลู่ : มันอาจจะเป็นแบบเราโตมาแบบไหน เข้ามายังไง เรามองในจุดนั้นมากกว่า เป็นคนเซนซิทีฟเรื่องนี้มาก แต่เราไม่ได้เอามากดดันตัวเองนะว่าเราด้อยค่า แต่ว่าเรารู้สึกว่า เรายังเป็นเบอร์น้อยๆ อยู่

แสดงว่าโดนคนดูถูกเหรอถึงเป็นอย่างนี้?

ลูลู่ : ไม่ค่ะ ความคิด ความรู้สึกของเรา เรายังเป็นเบอร์เล็กๆ อยู่

รุ้ง : เลิกคิดได้แล้ว ฉันเล่นเป็นคนใช้ตลอดปี ตลอดชาติ ฉันก็ว่าฉันดัง เป็นที่รู้จัก ไปไหนมาไหน คนก็จำฉันได้

ลูลู่ : ตอนที่เล่นละครด้วยกัน เธอก็ไม่เข้าไปหาฉัน

อย่างรุ้งเป็นคนคิดบวก คิดดี น่าจะมีเพื่อนเยอะ แต่จริงๆ เป็นคนเพื่อนน้อย?

รุ้ง : มันไม่ใช่ว่ามีเพื่อนย้อยนะ จริงๆ รุ้งเป็นคนค่อนข้างเฟรนลี่ แต่เราจะมีกลุ่มเพื่อนที่เป็นเพื่อนจริงๆ ที่สนิทจริงๆประมาณ 3 คน

รวมเขาอยู่ในนั้นไหม?

รุ้ง : ไม่รวมค่ะ

ลูลู่ : อันนี้พูดตามตรง ยังไม่ได้รวมเพราะว่า เราเพิ่งมาสนิทกันช่วงหลังๆ แล้ว ได้ร่วมงานด้วยกัน รู้ว่าเขานิสัยยังไง เราเข้าหาเขาแล้ว คุยกับเขาแล้ว เรามีความสุข ผู้หญิงคนนี้บริสุทธิ์จริงๆ 

รุ้ง : เพื่อนที่ว่า 3 คน เป็นเบื้องหลัง เพื่อนในวงการรุ้งก็มี เข้าใจไหมเวลาเราเล่นละครสักเรื่องนึง เราก็จะสนิทกันในช่วงนึง เคยมีเพื่อนที่เป็นพระเอก นางเอก แต่ไลฟ์สไตล์เราจะเป็นประเภทที่แบบว่าเวลาวันหยุดชอบอยู่บ้านมาก ถ้าใครจะชวนเราออกไปไหน พระเอก นางเอก เขาจะชอบเข้าเมืองกัน แต่เราเป็นประเภทถ้าอยากเจอกันมาหาแถวบ้านได้ไหม เคยมีครั้งหนึ่งมีน้องๆ ที่สนิทกัน เล่นละครด้วยกัน แล้วด้วยความที่เราเป็นแบบนี้ เราแอบกวนตีนโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว เขาก็จะชอบเรา เหมือนฟิลชวนไปกินข้าว เราก็บอกฉันไม่ไปในเมืองนะ มาแถวบ้านฉันได้ไหมล่ะ โอเคๆ ทุกคนก็แห่มา พอถึงเวลานัดปุ๊บ นี่ไม่ไป เพราะว่าหลับ ทุกคนก็โทรมาๆ แล้วด่าแบบว่า อีกแล้ว แล้วมีเพื่อนคนนึง เป็นพระเอกเลย สนิทมาก ช่วงบ้านเราทำอยู่ เราก็ไปนอนบ้านเขา นู้นนี่ แล้วนางชอบโทรมา แกไปนู้น ไปนี่ เดี๋ยวฉันไปรับนู้นนี่ เราก็จะอ้าง เพราะช่วงนั้นเราเขียนบทอยู่ ยังทำบทไม่เสร็จ นู้นนั่นนี่ เขาก็พยายามหว่านล้อม โทรมาหาหลายรอบจนสุดท้ายนางโทรมาในใจคงต้องไปแล้วล่ะ เปล่า มันโทรมาบอก อีทากอยู่บ้านไปเถอะ แล้วก็วางสายไป

เคยมีแอบชอบพระเอกบ้างไหม?

รุ้ง : โอ้ย..ไม่เหลือ คือชอบในที่นี่ คือชื่นชอบในผลงานของเขา ชอบ น้องหมาก ปริญ ตอนนี้อกหักมาก

แล้วชีวิตจริงมีพระเอกหรือยัง?

ลูลู่ : ให้ฉันตอบให้นะ ไม่มีค่ะ

มีคนจีบไหม?

รุ้ง : คือจริงๆ รุ้งโสดมาสัก 6 – 7 ปีได้แล้วมั้ง แต่ก่อนหน้านั้นก็มีมาเรื่อยๆ 

ที่โสด 6 ปี เพราะตัวเองไม่เปิดใจให้ใครเลยหรือเปล่า?

รุ้ง : มีคนถามว่าไม่เหงาเหรอ นู้นนี่ คือรุ้งเป็นคนไม่ขี้เหงาเลย รุ้งไม่รู้ว่าเพราะอะไร สมัยก่อนตอนเด็กๆ สามารถไปไหนมาไหนคนเดียว โดยไม่รู้สึกว่าฉันต้องมีเพื่อนไปด้วย แต่พอเป็นดารา เราไปไหนคนเดียวรู้สึกว่าโดนมองแล้วเราทำตัวไม่ถูก มันก็เลยต้องมีเพื่อนไปด้วย แต่ก่อนเราสามารถทำอะไรเองได้หมดเลย รุ่งมาเรียนกรุงเทพตั้งแต่ ม.ปลาย แล้วรุ้งไปเดินห้างคนเดียวไปเดินเพื่อนห้องเดียวกัน เขามาเป็นกลุ่ม เพื่อนผู้ชายก็เลยถามรุ้งแกมากับใคร มาเดินคนเดียวเพื่อนก็บอกมึงจะบ้าเหรอมาเดินคนเดียวได้ยังไง เราก็แบบทำไมวะ มาเดินห้างมันต้องมากันหลายคนเหรอ เพราะเราสามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้โดยที่เราไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

เราตั้งใจโสด ใช้ตำนี้ได้ไหม?

รุ้ง : ไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น แต่ไม่มีใครเข้ามา แต่ถามว่ามันโหยหาไหม ไม่เลย ความรู้สึกรุ้งตอนนี้รุ่งแฮปปี้กับชีวิตมากเห็นชีวิตคู่ของใครหลายคน ช่วงนั้นตอนที่เราเลิกกับคนล่าสุดของเราไป เราก็เฮิร์ตอยู่นะ แต่สักพักข่าวคนนี้เลิก คนนั้นเลิก เอ้า กูมีเพื่อนนี่หวา เราเลยรู้สึกโอเค ตอนนี้รู้สึกแฮปปี้กับชีวิตของเราที่เป็นแบบนี้

ชีวิตของเราเป็นไงบ้างหลังแต่งงาน?

ลูลู่ : ตอนนี้มีความสุขมาก เราไม่รู้เลยการแต่งงาน แล้วมาใช้ชีวิตแบบถูกต้องตามกฎหมาย ข้างในมันรู้สึกอบอุ่น มันมีความสุขมาก มันรู้สึกว่าความสุขหลังแต่งงานมันเป็นแบบนี้อองเหรอ

แล้วเรื่องมีลูกล่ะ?

ลูลู่ : พอเราโฟกัสเรื่องลูกแล้วมันยังไม่ได้ดังใจเรา เพราะเราปรึกษากับหมอมาแล้ว เราเคยฮีดเชื้อมาแล้ว อีกนึดนึงทำวิทยาศาสตร์แล้ว แต่ว่าไข่ยังโตไม่พอ แต่พอมาถึงจุดนึงถ้าไม่ได้นะ เราไม่มีบุญ เราก็คุยกับแฟนเลยว่าเราก็ดูแลกันไปนะ ไม่ได้โฟกัสเรื่องนั้นเต็มร้อยแล้ว เวลาคนแนะนำมาให้ไปขอพร เราก็ไปมาแล้ว เหมือนทำทุกอย่างแล้ว มันก็เลยโอเค ผ่านไปแล้ว เราอยู่สองคนเราก็มีความสุข ฉันอยากไปไหน ฉันก็ได้ไป ดูแลกันไปจนแก่เฒ่าก็แล้วกัน

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ครั้งแรกในเมืองไทยและเอเชีย!Idol Exchange เปิดตัวไอดอล BerryBomB ทอมบอยทั้งวง!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739257

ครั้งแรกในเมืองไทยและเอเชีย!Idol Exchange เปิดตัวไอดอล BerryBomB ทอมบอยทั้งวง!

ครั้งแรกในเมืองไทยและเอเชีย!Idol Exchange เปิดตัวไอดอล BerryBomB ทอมบอยทั้งวง!

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์สุดฮือฮาให้กับวงการเพลงบ้านเราเลยทีเดียว เมื่อ Idol Exchange โดย กุ้ง-ศรุดา นิ่มพิทักษ์พงศ์ ที่ยืนหยัดและสนับสนุนวงไอดอลไทยมาครบเกือบ 3 ปีเต็ม บนเวที Idol Exchange ณ MBK CENTER กับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรี สำหรับคนรักเสียงเพลงและดนตรีที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาขึ้นเวทีในแต่ละเดือน ซึ่งการเดินทางของ Idol Exchange ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ก็จัดเป็นครั้งที่ 34 แล้ว

และครั้งที่ 34 ก็ไม่ธรรมดา เพราะกุ้ง-ศรุดา จัดเซอร์ไพรส์เปิดตัววงไอดอลน้องใหม่เป็นวงอีกยูนิตของวง BerryBerry โดยจัดทอมบอยสาวหล่อจำนวน 6 คน มารวมตัวกันในนามของ BerryBomB วงไอดอลที่จะมากระชากใจชาว LGBTQ+ ให้ได้กรี๊ดกร๊าดและสนุกสนานกันแน่นอน!!! BerryBomBเกิดจากการรวมตัวของคนรักเสียงเพลงทั้ง 6 ได้แก่ อักษราภัค เปรมัษเฐียร (อ้อแอ้), กวิสรา อัครภคพล (อิม),
ธนพร พวงศรี (แพน), นภัสสร ปานสมพงษ์ (สร), กัญภัคณัฐ อัญชัชวาลศิลป์ (แทส) และ ปรานต์ จันทนะ (แซน) 

BerryBomB เปิดตัวด้วยการฟิชเจอริ่งกับ BerryBerry เมมเบอร์รุ่นพี่ในเพลง “น่ารักเกินเบอร์” จากนั้นก็เตรียมเดบิวต์เปิดตัวซิงเกิ้ลแรกของตัวเองที่มีชื่อว่า “มอบตัวเถอะ”บนเวที Idol Exchange ในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2566 ที่จะถึงนี้ ณ MBK Center โดย กุ้ง ศรุดา เผยถึงเรื่องนี้ “Idol Exchange ในเดือนกรกฎาคมจะเป็นครั้งที่ 34 และเราก็ได้โอกาสจากทาง MBK Center จัดต่อไปอีก 3 ปีทุกเสาร์อาทิตย์แรกของเดือนที่ MBKCenter และในปีนี้เราได้ผู้สนับสนุนเพิ่มเติมคือ ME Energy Drink (พลังงานที่คุณเลือกได้) และ โรงพยาบาล Master Piece ที่เห็นความสำคัญของโปรเจกท์นี้ที่มาร่วมสนับสนุน โดยมี IDX Entertainment เป็นผู้ดูแลศิลปิน Berry Berry และ BerryBomB วงสาวหล่อวงแรกในเอเชียที่จะเปิดตัวในวันที่ 1 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ด้วยกระแสที่กำลังมาแรงของ LGBTQ+ ซึ่งเปิดกว้างความหลากหลายทางเพศ ทำให้กุ้งสนใจที่จะให้โอกาสและสร้างวงทอมบอยหรือวงสาวหล่อที่มีใจรักในเสียงเพลง และดนตรีมารวมตัวกัน สร้างความสนุก ความสุขร่วมกัน ซึ่งเราก็จะเห็นวงดนตรีที่หลากหลายทางเพศมากขึ้น ทั้งศิลปินเดี่ยว และศิลปินกลุ่ม ซึ่งกุ้งบอกได้เลยว่า BerryBomB จะเป็นวงไอดอลทอมบอยหรือสาวหล่อวงแรกของประเทศไทย และเอเชีย ซึ่งกุ้งก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงในประเทศไทยและทั่วเอเชียด้วยนะคะขอบคุณค่ะ” เตรียมตัวเตรียมใจพบกับวงทอมบอยสาวหล่อวงแรกของประเทศไทยและเอเชีย พร้อมเดบิวต์เต็มวงในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2566 ณ MBK Center แล้วพบกัน!!!!

‘Pattani Music Festival 2023’ ดนตรีวิถีถิ่น กลิ่นอายมลายู ระหว่างวันที่ 16-27 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739270

‘Pattani Music Festival 2023’ ดนตรีวิถีถิ่น กลิ่นอายมลายู ระหว่างวันที่ 16-27 มิถุนายน 2566

‘Pattani Music Festival 2023’ ดนตรีวิถีถิ่น กลิ่นอายมลายู ระหว่างวันที่ 16-27 มิถุนายน 2566

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จังหวัดปัตตานี สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี Present Pattani Music Festival 2023 “ดนตรีวิถีถิ่นกลิ่นอายมลายู” หนึ่งเดียวของเทศกาลดนตรีที่นำความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมมารวมกันเตรียมพัฒนาและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานีให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยวหวังกระตุ้นเศรษฐกิจโดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-27 มิถุนายน 2566 ณ บริเวณสวนจ้าวทะเล ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

สำหรับการจัดงาน Present Pattani Music Festival 2023 “ดนตรีวิถีถิ่น กลิ่นอายมลายู” ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเดิม และกิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดปัตตานีให้เป็นที่รู้จักรวมถึงพัฒนาและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม เส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้ได้มาตรฐานพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าบริการด้านการท่องเที่ยวของชุมชน เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน รวมถึงการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบสานวัฒนธรรมประเพณี พื้นถิ่นให้คงอยู่ สร้างความเชื่อมโยงเส้นทางประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวภายในจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดนอย่างสอดคล้องและเหมาะสมเพื่อใช้เป็นจุดขายในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นสำหรับกิจกรรมในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การประกวดอานาชีด (Dai Voice Asean, Dai Voice Thailand และ Dai Voice kid) การประกวด วงดนตรีเยาวชน “Pattani Music Contest” การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมแดนเซอร์การประกวด “TEEN DANCERCISE” ประกวดการทำกาแฟ ประกวดรถ Scooter Classic และพบกับศิลปินชื่อดัง วง T-T วงฟินิกซ์ อาลิฟ อดีตนักร้องนำ (วง PARATA) อู๋ พันทาง สมชายนิลศรี เอมม่า leThe golden Song การออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร อาภรณ์ วินเทจ ชมรมกาแฟปัตตานี (Coffee Art Pattani) ชมรมรถ Scooter Classic Pattani และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมงานได้ตั้งแต่วันที่ 16-27 มิถุนายน 2566 ณ บริเวณสวนจ้าวทะเล ตำบลรูสะมิแลอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี สนับสนุนโดยจังหวัดปัตตานี สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เดอะ แฟลช (The Flash)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739273

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เดอะ แฟลช (The Flash)

โอ๊ยเล่าเรื่อง : เดอะ แฟลช (The Flash)

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากที่เปิดตัวจากใน จัสติซลีก ของฝั่ง DC ก็ได้เวลาของน้องเล็กในทีมอย่าง เดอะ แฟลช หรือที่สมัยเด็กๆ เราเรียกกันว่ามนุษย์สายฟ้า จะได้มีหนังเป็นของตัวเอง

แบร์รี่ อัลเลน ใช้พลังพิเศษในตัวเองย้อนเวลากลับไปวันที่แม่ถูกฆ่าและช่วยพ่อให้พ้นข้อหาฆ่าภรรยาของตัวเองทั้งที่ไม่ได้ทำด้วยทำให้ Timeline ปั่นป่วน โลกกำลังจะเกิดหายนะ พลังพิเศษเขาหายไปบรรดาทีมจัสติซลีกสาบสูญ มีเพียงแบทแมนในอดีตที่ปลดเกษียณซูเปอร์เกิร์ลที่ถูกกักขัง และแบร์รี่ในยุคนั้นที่กำลังเรียนรู้ในพลังของเดอะ แฟลช ที่เป็นกำลังสำคัญในการรับมือกับ นายพลชอต ที่กำลังจะทำลายโลก

เดอะ แฟลช (The Flash) มาในบรรยากาศของความเป็นหนังฮีโร่ฝั่ง DC ที่เน้นสบายๆ เหมือนนั่งอ่านการ์ตูนคอมมิคแบบเพลินๆ ไม่ต้องมาดาร์กหรือดำดิ่งด้านมืด เหมือนที่หนัง DC ในยุคหลังนิยมทำกัน ตัวเรื่องเน้นอารมณ์ขัน จิกกัดผสานกับฉากแอ๊กชั่นสวยๆ

แต่ถึงจะไม่ดาร์ก ส่วนดราม่า ปมในใจ เรื่องของครอบครัว เอาไว้ไม่ทิ้ง พูดแบบเน้นตลอดเวลาๆ เพียงแต่ไม่ขยี้จนหนักเกินไป และได้มุขขำๆมาช่วยผ่อนคลาย

มิติจักรวาล หรือมัลติเวิร์ส ที่แทบจะเจอทั้งในหนังฮีโร่ของ DC มาร์เวลหรือในหนังแฟนตาซีเรื่องอื่นๆ จนหลายคนเริ่มเบื่อ มาอีกแล้ว ยิ่งมายิ่งซับซ้อน ดูวุ่นวาย สร้างความมึนงงให้กับคนดูที่อยากดูหนังสบายๆ แต่ถูกใจ คนที่นิยมเสพพล็อตเรื่องยากๆ ต้องติดตาม ยังคงถูกนำมาใช้เป็นเส้นเรื่องหลัก เพียงแต่เรื่องนี้อธิบายได้ชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนสับสน ฉากแอ๊กชั่น ยังทำได้ดี CG เนียนๆ มีหลายตอนที่ดูระทึกฉากต่อสู้หรือตัวร้ายน่าจะมีอะไรที่ตื่นตาตื่นใจได้มากกว่านี้ ชอบมากๆ 

เอซรา  มิลเลอร์ เล่นเป็น แบร์รี่ 2 คน 2 บุคลิก จากช่วงไทม์ไลน์สองช่วงเวลาที่แตกต่างกันแบบชัดเจน มีบทหลากหลายให้เล่น ทั้งดราม่าแอ๊กชั่น ขำขัน มีเสน่ห์ในตัวเอง เวลาเป็น เดอะ แฟลซ ก็ดูดี แบกหนังได้แบบสบายๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ไมเคิล คีตัน คือ สิ่งที่ดีงามมากที่สุด จนทำให้ต้องร้องว้าว!! ออกมาพาย้อนกลับไปสัมผัสกับมนุษย์ค้างคาวในฉบับทิม เบอร์ตัน ฉบับที่หลายคนชื่นชอบ และเป็นแบทแมนที่โดนใจใครหลายคน บุคลิกเดิมๆ ชุดแบทแมน ถ้ำค้างคาว รถ/เครื่องบิน อาวุธต่างๆ กลับมาให้แฟนเดิมๆ FC ได้ยิ้มอย่างมีความสุข หรือแม้แต่ เบน แอฟเฟล็ก มนุษย์ค้างคาวยุคใหม่แม้จะมาแต่นิดหน่อย แต่ก็ดูดี ดูมีพลัง ให้ภาพของฮีโร่ DC ที่ทำมาในยุคนี้เป็นตัวเชื่อมภาพของหนังฝั่ง DC ในสองยุคเข้าหากัน

บรู๊ซ เวนย์ สองยุค ทั้ง ไมเคิล คีตัน กับ เบน แอฟเฟล็ก ยังมาช่วยขยี้ เติมเต็มในส่วนของความเหงา ความเดียวดายของความเป็นฮีโร่ไม่เพียงแต่สองมนุษย์ค้างคาวเท่านั้น อัลเฟรด คนสนิท ที่รับบทโดย เจเรมี่ไอรอน ยังกลับมาร่วมขบวนการอีกด้วย

ซาช่า แคลล์ มาพร้อมกับความสวยเซ็กซี่ เป็น คาร่า ซอร์-เอลหรือ ซุปเปอร์เกิร์ล ที่มีแรงดึงดูด ดูมีพลัง บทเหมือนจะส่ง แต่ดูไปๆกลับรู้สึกค่อยๆ แผ่ว น่าจะเด่นกว่านี้

มีเสียงบ่นออกมาว่า เดอะ แฟลช (The Flash) แทบจะไม่มีอะไรที่ต่างไปจากในซีรี่ส์เลย ทำให้ลดทอนความสนุก แต่ถ้าคนที่ไม่เคยดูซีรี่ส์ไม่เคยอ่านคอมมิคมาก่อน ไม่น่าจะมีผลอะไรกับในส่วนนี้ (แล้วทำไมแบทแมน หรือซูเปอร์แมน หรือฮีโร่คนอื่นๆ ก็รู้เรื่องดีอยู่แล้วมาทำใหม่แต่ละครั้งกลับไม่เห็นมีใครบ่น) ท้ายเอนเครดิตมีติ่งให้ดูกัน 1 ตัว อย่าเพิ่งลุกต้องดูจนปิดจอนะครับ เดอะ แฟลช (The Flash) ยังคงเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของ DC ที่ดูสนุกถูกใจ ดูแบบปล่อยใจเพลินๆ ไปตลอดเวลา 140 นาทีของตัวหนังมนุษย์สายฟ้า ฮีโร่ที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย หรือเดอะแฟลช ในยุคนี้สนุกสนานได้ใจระดับ 10/10 คะแนนครับ

‘ไผ่ พงศธร’พักงานมาเติมความสุขความธรรมะ ในวันเกิดครบรอบ 41 ปีเต็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739286

‘ไผ่ พงศธร’พักงานมาเติมความสุขความธรรมะ ในวันเกิดครบรอบ 41 ปีเต็ม

‘ไผ่ พงศธร’พักงานมาเติมความสุขความธรรมะ ในวันเกิดครบรอบ 41 ปีเต็ม

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้วยความตั้งใจของหนุ่มตามฝันจากบ้านไกล “ไผ่ พงศธร” ที่อยากเติมความสุขให้กับชีวิตในวัย 41 ปีเต็ม ด้วยการไปปฏิบัติธรรมในวันคล้ายวันเกิด 12 มิถุนายน ที่ผ่านมาด้วยการไปถือศีลปฏิบัติธรรมที่วัดป่าภูดานไห อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และยังได้ขึ้นไปนั่งภาวนาบนภูผาผึ้ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเล่าถึงความเชื่อและความศรัทธามายาวนาน โดยเดินทางไปพร้อมเหล่าพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ได้พาลูกศิษย์ผู้ใฝ่ในธรรมหลายๆ ท่าน มาร่วมบุญภาวนาในครั้งนี้ด้วย โดย “ไผ่” เล่าว่า

“ในช่วงวันเกิดของทุกๆ ปี ผมจะพักงานเดินสายโชว์ เพื่อทำบุญถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่แล้วครับ และก็ยังคงเป็นความตั้งใจเดิมว่าที่อยากถือศีลในช่วงวันเกิด ซึ่งปีนี้ผมไปฏิบัติธรรมภาวนาที่วัดป่าภูดานไหกับ หลวงปู่ พ.สุรเตโชเพื่อพิจารณาถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในจิตในใจของเรา และเพื่อค้นหาตัวเองด้วย นอกจากถือศีลภาวนาที่วัดแล้ว ผมยังได้เดินตามหลวงปู่ออกบิณฑบาตในตอนเช้า, ซ่อมแซมศาลาวัดเพิ่มเติมในตอนสาย และยังได้ไปนั่งภาวนาบนภูผาผึ้งพร้อมพ่อแม่ครูบาอาจารย์อีกด้วยครับ ครั้งนี้ปฏิบัติธรรมภาวนา 3 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นในจิตของผมคือแนวทาง รู้แล้ววาง สละความยึดมั่นถือมั่นออกจากตัวผู้รู้ แล้วเราก็จะไม่เป็นทุกข์ ทุกๆอย่างไม่ว่าจะเป็นรูปหรือนาม ล้วนเกิดดับเองโดยธรรมชาติ เราไม่สามารถบังคับมันได้เลย และสิ่งที่ผมอยากจะทำต่อจากนี้คือ ใช้ชีวิตให้มีความสุข ให้มีศีลมีทาน มีภาวนาเป็นนิจ และด้วยความบังเอิญในระหว่างทางกลับบ้านยโสธร ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบหลวงตาบุญโฮมจารุวัณโณ ซึ่งหลวงตาก็เมตตาอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้ด้วย ในวันที่กลับมาแม่ก็เตรียมกับข้าวไว้รอด้วย ผมเห็นแม่แล้วก็อดที่จะเข้าไปกอดไปก้มกราบเท้าแม่ไม่ได้ แล้วแม่ก็ให้พรบอกว่าขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ให้เป็นที่รักของแฟนเพลง และขอให้มีความสุขในทุกๆ ด้าน ถือว่าเป็นสิ่งที่มงคลและอบอุ่นในใจมากๆ ในวันเกิดปีนี้ครับ”

‘ส้มโอ Stage Fighter’ร่วมงาน‘อ้อย กะท้อน’เป็นครั้งแรกในซิงเกิ้ลใหม่‘ใจง่ายไป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739287

‘ส้มโอ Stage Fighter’ร่วมงาน‘อ้อย กะท้อน’เป็นครั้งแรกในซิงเกิ้ลใหม่‘ใจง่ายไป’

‘ส้มโอ Stage Fighter’ร่วมงาน‘อ้อย กะท้อน’เป็นครั้งแรกในซิงเกิ้ลใหม่‘ใจง่ายไป’

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากที่ห่างหายจากการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่มาได้สักพัก ครั้งนี้ “ส้มโอ Stage Fighter”กลับมาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ “ใจง่ายไป” ที่ได้ร่วมงานกับนักร้องสาวเพื่อชีวิตในตำนานอย่าง “อ้อย กะท้อน” ที่หวนกลับมาจับไมค์อีกครั้งในโปรเจกท์สุดพิเศษ

“ส้มโอ Stage Fighter” หรือ “ส้มโอ-สุภาพร สามงามทรัพย์” ศิลปินสาวเพื่อชีวิตจากจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าของเพลงดังหลักล้านวิว “เก็บเธอไว้ในใจ” ที่เริ่มเข้าสู่วงการเพลงจากการเข้าร่วมแข่งขันในรายการ Stage Fighter ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เธอได้ร่วมงานกับเพื่อชีวิตสาวตัวแม่ “อ้อย กะท้อน” หรือ “อ้อย-เปรมสิณี เอียดเอื้อ” เจ้าของเพลงดังในอดีตอย่าง “สาวรำวง” และ “นึกเสียว่าสงสาร” 

“บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปรักใครง่ายไป เจ็บมาเท่าไรไม่เคยจำเลย เจ็บมากี่หนปวดใจกี่ครั้งต้องเสียน้ำตาสักเท่าไรเมื่อเขาไม่รักก็รักตัวเองและเตือนหัวใจอย่าง่ายไป”

“ใจง่ายไป Feat.อ้อย กะท้อน” ซิงเกิ้ลใหม่สไตล์เพื่อชีวิตจาก “ส้มโอ Stage Fighter” ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสาวเมืองกาญจน์ที่อกหักเจ็บช้ำจากความรัก โดยได้นำเสนอออกมาในมุมมองจากพี่สาวที่สอนน้องสาวว่าอย่าไปรักใครมากกว่าตัวเอง ควรจะรักตัวเองให้มากๆ ก่อนที่จะไปรักคนอื่น 

โดย “ส้มโอ” ได้เล่าถึงบรรยากาศการทำงานในเพลงนี้ไว้ว่า “ก็ตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ และรู้สึกดีใจมากๆ ที่เพื่อชีวิตตัวแม่อย่างพี่อ้อยได้ให้เกียรติมาร้องเพลงนี้กับส้มโอค่ะ การทำงานก็สนุกมากค่ะ แต่ว่าส้มโอก็จะมีตื่นเต้นตลอดเวลา”ด้าน “อ้อย” ก็รู้สึกดีใจมากๆ เช่นกัน โดยเธอเล่าว่า “จริงๆ พี่อ้อยรู้จักน้องมานานแล้วตั้งแต่น้องประกวด แล้วทีนี้พี่อ้อยก็เห็นผลงานน้องเขามาโดยตลอด พอได้คุยกันแล้วก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้มีอนาคต แล้ววิธีการร้องของเขาก็สื่อสารออกมาได้ดี รู้สึกยินดีมากที่ได้มาร่วมงานกับน้องค่ะ” 

นอกจากนี้ “ส้มโอ” ก็ได้ฝากทิ้งท้ายถึงมิวสิกวีดีโอเพลงนี้เอาไว้ให้แฟนๆ ติดตามกันว่า“ด้วยความที่ส้มโอเป็นเด็กเมืองกาญจน์ก็อยากจะนำเสนอ สถานที่สวยๆ UNSEEN ของเมืองกาญจนบุรี ทุกคนสามารถเข้าไปรับชมมิวสิกวีดีโอเพลงใจง่ายไปได้ที่แชนแนลของส้มโอรวมถึงเข้าไปฟังบนสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่างๆ ค่ะมาฟังกันเยอะๆ นะคะ”

มิวสิกวีดีโอ ‘WATATI’ จากศิลปินสาวสุดแซ่บระดับโลก ‘KAROL G’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739261

มิวสิกวีดีโอ ‘WATATI’ จากศิลปินสาวสุดแซ่บระดับโลก ‘KAROL G’

มิวสิกวีดีโอ ‘WATATI’ จากศิลปินสาวสุดแซ่บระดับโลก ‘KAROL G’

วันเสาร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศิลปินสาวระดับโลก KAROL G ได้ปล่อยมิวสิกวีดีโอเพลง “WATATI (ft. Aldo Ranks)” ซิงเกิ้ลใหม่สุด แซ่บจาก Barbie The Album เป็นเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่ได้รับการเติมเต็มด้วยการกำกับของ Mike Ho (เคยกำกับวีดีโอของ Nicki Minaj, Megan Thee Stallion และ Saweetie) ทำให้มิวสิกวีดีโอเล่าภาพเรื่องราวถึง Barbie (บาร์บี้) ได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นเป็นการพา KAROL G และผู้ชมเข้าสู่โลกของบาร์บี้ พร้อมชวนแฟนๆ ลุกขึ้นเต้นกับจังหวะสนุกๆ ไปพร้อมกัน ก่อนที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายในโรงในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

“WATATI” ได้รับคำชมอย่างล้นหลามทันทีที่ปล่อยออกมา โดย Rolling Stone เรียกเพลงนี้ว่า “reggaeton party” และเป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ Barbie ที่จะได้รับความนิยมอย่างแน่นอน นำมาด้วยเพลง “Dance The Night” จาก Dua Lipa ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกและต่อมากับเพลง “Angel” จากศิลปินและโปรดิวเซอร์ Gen Z ดาวรุ่งจากอังกฤษ PinkPantheres โดยสัปดาห์ที่แล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์ Barbie มียอดการสตรีมรวมมากกว่า 150 ล้านครั้งทั่วโลก “Barbie The Album” อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ “Barbie” (บาร์บี้) ที่ทุกคนรอคอย มาพร้อมเพลงใหม่ จากศิลปินซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมากมายที่เหนือความคาดหมายของใครหลายๆ คน อาทิ Nicki Minaj, Ice Spice, Charli XCX, FIFTY FIFTY, Dominic Fike, The Kid LAROI, Ava Max, Tame Impala และอีก มากมาย ยิ่งไปกว่านั้น นักแสดงนำอย่าง Ryan Gosling ยังร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินยังร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินที่ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในฐานะตัวแทนจากบทบาทตัวละครเคนอีกด้วย

ฟังเพลง “WATATI (ft. Aldo Ranks)” จาก KAROL G ได้แล้วผ่านทุกสตรีมมิ่ง พร้อมรอฟัง Barbie The Album ได้ในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ รวมถึงภาพยตร์ฟอร์มยักษ์ Barbie 20 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค

‘ศรีริต้า’ เชิญชวนทำบุญโครงการ ‘ช่วยน้อง ให้มองเห็น’ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739371

‘ศรีริต้า’ เชิญชวนทำบุญโครงการ ‘ช่วยน้อง ให้มองเห็น’ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

‘ศรีริต้า’ เชิญชวนทำบุญโครงการ ‘ช่วยน้อง ให้มองเห็น’ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.21 น.

เดินหน้าทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับนางฟ้าคนสวย ริต้า – ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ด้วยการเชิญชวนให้มาร่วมสนับสนุนเด็กไทยให้แข็งแรง ลดอัตราการตาบอดในเด็กไทย เพราะเด็กคือเยาวชนของชาติ ภายใต้โครงการ “ช่วยน้อง ให้มองเห็น” มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โดย ศรีริต้า ได้โพสต์ภาพ การทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ในอินสตาแกรมส่วนตัว @sriritajensen พร้อมบรรยายแคปชั่นสุดซึ้งหลังจากเข้าร่วม โครงการ ‘Angel Miracle ปาฏิหาริย์ต่อลมหายใจ ให้ทารกคลอดก่อนกำหนด’ ในฐานะAngel Ambassador ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการระดมทุนหาซื้อตู้อบเพื่อต่อลมหายใจให้กับเด็กเเรกเกิด…

“รู้หรือไม่?… ว่ามีเด็กบางกลุ่ม ที่ถึงแม้พ่อเเม่รักเเค่ไหน ก็ไม่สามารถกอดเขาได้ เพราะเขากลับบ้านไม่ได้ต้องนอนในตู้อบที่โรงพยาบาล” ในวาระครบ 1 ปี ที่ริต้าได้ก้าวมาทำหน้าที่ Angel Ambassador ริต้าขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมทำบุญกับโครงการ “Angle Miracle” ของ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก เราสามารถระดมงบประมาณได้ถึง 15 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อตู้อบที่สามารถต่อลมหายใจให้เด็กแรกเกิดได้ และเราจะเดินหน้าต่อไปด้วยกัน กับ โครงการ “ช่วยน้อง ให้มองเห็น” อยากขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ กับพวกเรานะคะ”

สามารถอุดหนุนของที่ระลึกน่ารักๆ จากทางเราและร่วมสนับสนุนสุขภาพเด็กไทยให้แข็งแรงได้ทาง http://www.childrenhospitalfoundation.org

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739534

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 09.18 น.

ฟันเปรี้ยง!‘หยก’ถูกขบวนการปั่นหัว แนะรร.อย่าตื่นกลัวเชื่อมี นร.แบบนี้อีกเพียบ

25 มิถุนายน 2566 รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr มีเนื้อหาดังนี้…

“เมื่อสมัยผมเรียนหนังสือระดับมัธยมปลายที่สหรัฐอเมริกา โรงเรียนที่เรียนเป็นโรงเรียนประจำชื่อ Suffield Academy ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆชื่อ Suffield รัฐ Connecticut เป็นโรงเรียนเอกชน แม้ไม่มีเครื่องแบบ แต่ต้องแต่งตัวตามแบบที่โรงเรียนกำหนด เวลาเรียนในห้องเรียน และเวลาทานอาหารในโรงอาหารต้องใส่เสื้อ jacket ผูกเน็คไท กางเกงขายาวไม่ต้องสีเดียวกับเสื้อ วันอาทิตย์เข้าโบสถ์ ต้องใส่สูท ผูกเน็คไท และใส่เสื้อกั๊กใต้เสื้อสูทด้วย แต่ไม่บังคับให้ต้องตัดผมสั้น

นอกจากการแต่งตัวแล้ว ยังมีกฎระเบียบอีกมากมายที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น เวลาทานอาหารต้องนั่งทานพร้อมกัน ทุกโต๊ะจะมีครูนั่งประจำโต๊ะ ตักอาหารส่งให้นักเรียนทุกคน เมื่อทุกคนได้รับอาหารแล้ว จึงจะเริ่มรับประทานได้ เป็นต้น

ที่เมือง Suffield ยังมีอีกโรงเรียนคือ Suffield High School เป็นโรงเรียนของรัฐ ไม่มีเครื่องแบบ นักเรียนจะแต่งตัวอย่างไรมาเรียนก็ได้ แต่นักเรียนทุกคนก็มีความเคารพในสถานที่พอที่จะไม่ถึงกับแต่งชุดนอน หรือชุดที่ไม่สุภาพไม่เหมาะสมมาเรียน

ผมส่งลูกชายไปเรียนระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนชื่อ St Peter’s ประเทศ New Zealand ที่นี่บังคับให้แต่งเครื่องแบบตามที่โรงเรียนกำหนด เครื่องแบบในหน้าหนาวกับหน้าร้อนไม่เหมือนกัน ดูเหมือนนักเรียนทุกคนจะแต่งเครื่องแบบกันด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ

จากประสบการณ์ของทั้งตัวผมและลูกชายเมื่อเรียนในระดับมัธยมปลายในต่างประเทศ ก็ไม่เคยได้เห็นนักเรียนคนไหนรู้สึกว่าถูกลิดรอนเสรีภาพ หรือถูกกดขี่เพราะการต้องแต่งเครื่องแบบแต่อย่างใด  คงเนื่องเพราะทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีทางเลือกอื่น แต่ก็สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ด้วยความสมัครใจ ซึ่งทุกคนได้ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะสมัครเข้าโรงเรียนแล้วว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่าไร

กรณีของ หยก ผมไม่เชื่อว่าจะมีการวางแผนกันถึงขนาดที่เลือกโรงเรียนเตรียมพัฒนาการ เนื่องจากเป็นโรงเรียนมีชื่อเสียง และอบรมบ่มเพาะหยกให้มีความเชื่ออย่างที่ต้องการ และกำหนดให้หยก ไปทำป่วนที่โรงเรียนเตรียมพัฒนาการเพื่อผลทางการเมืองบางอย่าง

ที่ผมเชื่อคือ หยก เป็นผลผลิตของขบวนการป้อนชุดข้อมูล ชุดความคิด ชุดความเชื่อ ที่ออกแบบไว้ ให้คนรุ่นใหม่ผ่านทั้งทาง social media และผ่านครูที่เป็นผลผลิตของขบวนการเดียวกัน หากไม่มีขบวนการเช่นนี้ หยกคงไม่มีความเชื่ออย่างฝังใจว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงอนุมัติให้ทำรัฐประหารทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ความจริง

ผมเชื่อว่า หยก เมื่อเป็นผลผลิตของขบวนการนี้ จึงเข้าร่วมชุมนุมในม็อบ 3 นิ้วต่างๆ และเกิดความสนิทสนมกับกลุ่มทะลุวัง ได้ทำกิจกรรม และพูดคุยรับข้อมูลจากกลุ่มทะลุวัง ทำให้มีความเชื่อที่แนบแน่น ฝังใจว่า สถาบันพระมหากษัตริย์คือต้นกำเนิดของความเหลื่อมล้ำ ไม่มีประโยชน์ใดๆต่อประเทศชาติ ใช้จ่ายจากเงินภาษีของประชาชน เป็นการสิ้นเปลือง หากนำเงินงบประมาณไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อประชาชน ประเทศและสังคมจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของขบวนการข้างต้นนี้ ไม่จำเป็นต้องสั่งการโดยตรงให้หยกไปทำสิ่งต่างๆที่หยกทำ แต่เมื่อมีคนอย่างหยก ที่ไม่เพียงมีความเชื่ออย่างเดียว แต่ต้องการมีบทบาทในทางปฏิบัติด้วย หรืออาจต้องการให้ตัวเองเป็นที่รู้จักในระดับประเทศด้วย ก็จะไปทำกิจกรรมต่างๆอย่างที่เราได้เห็นได้รู้  ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเพียงให้การสนับสนุน สร้างข่าวให้คนรุ่นใหม่และคนที่ร่วมอุดมการณ์คล้อยตามว่า สิ่งที่หยกทำเป็นความถูกต้อง ผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น ศาล หรือ ฝ่ายบริหารของโรงเรียนเตรียมพัฒนาการ มีความคิดโบราณคร่ำครึ ไม่ให้โอกาสแก่เด็กที่มีความคิดก้าวหน้าอย่างหยก

เร็วๆนี้มีอีกกรณีคือ นักเรียนชั้นมัธยม 4 ตามข่าวบอกว่าชื่อ ข้าว เรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงยิ่งกว่าโรงเรียนเตรียมพัฒนาการ แต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียน และประกาศว่าต้องการสนับสนุนการต่อสู้ของหยก และต้องการแสดงว่าจะไม่ก้มหัวให้กับการลิดรอนเสรีภาพในการแต่งตัวของนักเรียน เป็นที่น่าสังเกตว่านักเรียนผู้นี้ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนได้ตามปกติ โดยไม่มีครูคนใดกล้าขัดขวางแต่อย่างใด แต่มีข่าววงในบอกว่า  หลังจากวันนั้นนักเรียนคนนี้ไม่ได้มาโรงเรียนอีกตลอดสัปดาห์ ซึ่งมีเสียงซุบซิบที่ไม่มีการยืนยันว่า ผู้ปกครองไม่ยอมให้แต่งไปรเวทไปโรงเรียน ไม่ใช่โรงเรียนไม่ยอมให้เข้าโรงเรียนแต่อย่างใด

ผมเองไม่เคยคิดหรือเชื่อว่า โรงเรียนทุกโรงเรียนต้องมีเครื่องแบบ  และก็ไม่เคยคิดว่าเครื่องแบบ หรือทรงผม มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนการสอน แต่ก็คิดว่า เป็นสิทธิของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนที่จะกำหนดให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบมาโรงเรียน นักเรียนทุกคนทราบล่วงหน้าก่อนสมัตรเข้าเรียนอยู่แล้วว่าจะต้องแต่งเครื่องแบบหรือไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ การสมัครใจเข้าเป็นนักเรียนก็เท่ากับยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของโรงเรียนแล้ว ดังนั้นจึงเป็นการไม่เป็นธรรมต่อโรงเรียนที่นักเรียนคนใดคนหนึ่งเมื่อตอนสมัครเข้าเรียนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่เมื่อได้เข้าเป็นนักเรียนแล้ว กลับมาเรียนที่โรงเรียนโดยไม่ยอมแต่งเครื่องแบบ โดยอ้างว่าเป็นเสรีภาพ

อย่างไรก็ดี เสรีภาพที่นักเรียนต้องมีคือ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น การแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องแต่งเครื่องแบบ โดยอาจร่วมกันเรียกร้องให้โรงเรียนยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนเสีย แต่นักเรียนยังคงต้องแต่งเครื่องแบบมาโรงเรียนอยู่ตราบใดที่ยังไม่มีการยกเลิกเครื่องแบบนักเรียน และก็เป็นสิทธิของโรงเรียนที่จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกเครื่องแบบก็ได้ แต่หากโรงเรียนไม่ยกเลิกเครื่องแบบ แต่ยอมยกเว้นให้นักเรียนบางคนไม่ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียนมาเรียนก็ได้ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆยังแต่งเครืองแบบ อย่างนี้ต้องถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นสองมาตรฐาน เป็นสิ่งที่น่าประณามยิ่งกว่าการไม่ยอมให้นักเรียนที่ไม่แต่งเครื่องแบบเข้าเรียนเสียอีก 

ในทางตรงข้าม หากโรงเรียนยอมตามข้อเรียกร้องของนักเรียน คือยกเลิกการแต่งเครื่องแบบ ก็ไม่ถือว่าเป็นการเสียหน้าแต่อย่างใด แต่กลับจะได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงเรียนที่ฝ่ายบริหารมีความใจกว้าง ยอมรับฟังข้อเรียกร้องของนักเรียน และยอมปฏิบัติตาม

จากนี้ต่อไป อาจจะมีนักเรียนที่จะทำแบบหยกและข้าวมากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายบริหารของโรงเรียนต่างๆ ก็ควรจะต้องเตรียมรับมือ แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร อยากขอร้องว่า อย่าได้ตื่นกลัวว่าจะถูกคนบางกลุ่มต่อว่า โจมตีหรือประณาม แต่ต้องยึดหลักการให้มั่น ฝ่ายบริหารของโรงเรียนมีทางเลือก 2 ทาง

ทางที่ 1 คือ ไม่ยอมให้นักเรียนที่แต่งไปรเวทเข้าห้องเรียน

ทางที่ 2 คือยอมยกเลิกการแต่งเครื่องแบบไปเลยทั้งหมด

สังคมควรเคารพต่อการตัดสินใจของฝ่ายบริหารของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกที่ 1 หรือทางเลือกที่ 2 แต่โรงเรียนไม่ควรเลือกปฏิบัติโดยยอมให้นักเรียนที่ดื้อแพ่งบางคนสามารถทำในสิ่งที่ขัดต่อกฎระเบียบของโรงเรียนได้ ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆเขายังคงปฏิบัติตามกฎระเบียบอยู่อย่างเคร่งครัด

หากโรงเรียนใช้วิธีเลือกปฏิบัติ ก็อาจได้รับการยกย่องสรรเสริญจากกลุ่มคนบางกลุ่ม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ เขาไม่เอาด้วยกับการปฏิบัติแบบนี้ของโรงเรียนอย่างแน่นอน”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fharirak.sutabutr%2Fposts%2Fpfbid0KtDy2Nwfg9Noj7dmjgzFyHfZABuFHTApGh4uUCQdZ9TVTwS5c5jbq5MwngujwuqJl&show_text=true&width=500

‘นักประดิษฐ์-นักวิจัยไทย’เจ๋ง รับเหรียญรางวัล-Special Prize ที่เซี่ยงไฮ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739528

‘นักประดิษฐ์-นักวิจัยไทย’เจ๋ง รับเหรียญรางวัล-Special Prize ที่เซี่ยงไฮ้

‘นักประดิษฐ์-นักวิจัยไทย’เจ๋ง รับเหรียญรางวัล-Special Prize ที่เซี่ยงไฮ้

วันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 08.52 น.

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ชื่นชมความสำเร็จนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยรับเหรียญรางวัล และ Special Prize จากงาน “The 6th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2023” ภายใต้งาน “The 9th China (Shanghai) International Technology Fair”

25 มิถุนายน 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมความสำเร็จของนักประดิษฐ์และนักวิจัยของไทย ซึ่งได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ในงาน “The 6th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2023” ภายใต้งาน “The 9th China (Shanghai) International Technology Fair” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 มิถุนายน 2566 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เชื่อมั่นศักยภาพเด็กไทย คนไทย ไม่แพ้ใครในโลกหากได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องเหมาะสม สะท้อนชัดเจนจากการรับรางวัลอย่างต่อเนื่อง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ในงาน “The 6th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2023” ภายใต้งาน “The 9th China (Shanghai) International Technology Fair” ซึ่งผลการแข่งขันเป็นที่น่าดีใจ ทีมนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยได้รับ เหรียญรางวัล และ รางวัลพิเศษ Special Prize ในการประกวดหลายรางวัล ได้แก่bSpecial Prizes on stage จากองค์กรนานาชาติ ในผลงานเรื่อง “เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรพื้นที่สูงควบคุมระยะไกลด้วยเครือข่าย 4G” โดย อาจารย์พิศิษย์ มิตรเกื้อกูลและคณะ จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ โดยได้รับรางวัลจาก World Invention Intellectual Property Associations (WIIPA Special Award) และ “กระบวนการสกัดกระเจี๊ยบเขียวเพื่อป้องกันการสร้างเมลานินใหม่และการพัฒนาตำรับเพื่อสร้างนวัตกรรมด้านความกระจ่างใสให้กับผิวหน้า” โดย ดร.เดวิด มกรพงศ์ และคณะ จาก บริษัท อาร์แอนด์ดี รีเสิร์ช อินโนเวชั่นแอนด์ ซัพพลาย จำกัด โดยได้รับรางวัลจาก Macao Innovation  and Invention Association (Leading Innovation Award)

ในโอกาสนี้ ประดิษฐกรรมและนวัตกรรมของนักประดิษฐ์นักวิจัยไทยยังได้รับชัยชนะ เหรียญรางวัลจากเวที “The 6th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2023” ในประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย เหรียญทอง จำนวน 10 ผลงาน เหรียญเงิน จำนวน 4 ผลงาน และเหรียญทองแดง จำนวน 1 ผลงาน

“นายกรัฐมนตรีชื่นชม และขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้ง นักประดิษฐ์ และนักวิจัย คนรุ่นใหม่ทุกคน ที่มุ่งมั่น ใช้ความสามารถ และความฝันของตนเองทำในสิ่งที่ถูกต้อง สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นตัวอย่าง เป็นโอกาส ให้กับเด็กไทยที่มีความสามารถได้เดินตามแนวทางเหล่านี้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในอนาคต” นายอนุชา กล่าว