‘เฉลิมชัย’ร่วมงาน121ปีกรมชลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739092

‘เฉลิมชัย’ร่วมงาน121ปีกรมชลฯ

‘เฉลิมชัย’ร่วมงาน121ปีกรมชลฯ

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมงาน : ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงาน “121 ปี กรมชลประทาน สู่อนาคตสู่ทศวรรษใหม่” โดยเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้น้ำให้เกิดคุณค่า สร้างความมั่นคงด้านน้ำ และเร่งรัดโครงการที่จำเป็นต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “121 ปี กรมชลประทานสู่อนาคตสู่ทศวรรษใหม่” เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน กทม.โดย ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า กรมชลประทาน เป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรมีภารกิจด้านการจัดหาแหล่งน้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำ ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอในทุกภาคส่วน จึงเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องร่วมมือกันดำเนินการ รวมทั้งต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้น้ำให้เกิดคุณค่ามากที่สุด สร้างความมั่นคงด้านน้ำ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเพิ่มต้นทุนน้ำในอนาคต

“จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ขอยืนยันว่ากรมชลประทาน ได้เตรียมแผนจัดสรรน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภคและการรักษาระบบนิเวศไว้เพียงพอ ส่วนน้ำภาคการเกษตร ขอฝากไปยังพี่น้องเกษตรกรให้ช่วยกันรักษาและใช้น้ำอย่างมีคุณค่ามากที่สุด ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่กรมชลประทานทุกคน ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ปัญหาเพื่อประชาชนและประเทศชาติและก้าวสู่ปีที่ 122 อย่างมั่นคง” รมว.เกษตรฯ กล่าว

โอกาสนี้ ดร.เฉลิมชัย เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณรางวัลข้าราชการพลเรือนและลูกจ้างประจำดีเด่นประจำปี 2565 รางวัลการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา/โครงการชลประทานและฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาประจำปี 2566 และรางวัลนวัตกรรมดีเด่นพร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์

กยท.ผนึกจีนมุ่งพัฒนายาง ดันสถาบันเกษตรกรเพื่อการส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739090

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านธุรกิจยางพาราและไม้ยางพารากับบริษัทซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด (C.C.I.C.) และสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านเศรษฐกิจและการค้าอาเซียน (SMEs ASEAN) ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราและไม้ยางพาราไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานของจีน เนื่องจากในปัจจุบันประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ายางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางพาราจากประเทศไทยมากกว่า 70% รวมทั้งไม้ยางพาราอีกกว่า 90% ของปริมาณการส่งออก ได้ให้ความสำคัญกับระบบมาตรฐานและการตรวจรับรองก่อนกระบวนการผลิต เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคทั้งระบบ ดังนั้นเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ตลอดจนผู้ประกอบกิจการยางพาราของไทยจะต้องเร่งพัฒนาระบบมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพาราได้รับรองมาตรฐานสามารถส่งออกไปจีนได้

ความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่าย จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ตลอดจนผู้ประกอบกิจการยางพารา ที่จะพัฒนาระบบมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยางพาราและไม้ยางได้รับการรับรอง ลดความเสี่ยงการเสียหาย ไม่ถูกตีกลับ และแก้ปัญหายางปลอมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า และสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ยางพาราของไทยมากขึ้น

ผู้ว่าการ กยท.กล่าวต่อว่า ภายใต้ความร่วมมือของทั้ง 3 ฝ่าย กยท.สนับสนุนและส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร โดยคัดเลือกจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยาง ที่พร้อมพัฒนาตนเอง พร้อมทั้งส่งเสริมระบบมาตรฐาน การตรวจสอบรับรอง การลงทุนทางการค้าและพัฒนาระบบตลาด โดยทั้ง3 ฝ่ายจะบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อน 4 โครงการหลัก คือ 1.โครงการเพื่อรับรองระบบการจัดการ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาทางธุรกิจให้เป็นไปตามกฎและข้อกำหนดของการรับรองระบบการจัดการในประเทศจีน 2.โครงการเพื่อการรับรองกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์จากยางพาราและไม้ยางพารา เพื่อเพิ่มความนิยมและความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์ยางพาราและไม้ยางพาราจากประเทศไทย ผ่านการใช้ “ฉลาก QRร่วม” 3.โครงการเพื่อตรวจสอบสินค้าก่อนการส่งออก เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเดินทางและยืนยันคุณภาพสินค้า และ 4.โครงการเพื่อการตรวจสอบซัพพลายเออร์ โดยตรวจสอบและช่วยเหลือซัพพลายเออร์ในประเทศไทย ให้ได้รับใบรับรองซัพพลายเออร์ อย่างถูกต้อง

“กยท. พยายามผลักดันให้เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง มุ่งพัฒนาระบบมาตรฐานการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพาราได้รับการรับรอง สามารถส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับสถาบันเกษตรกรที่พร้อมก้าวสู่บทบาทผู้ส่งออกยางรายใหม่ ที่สามารถผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพาราได้ตามมาตรฐานสากล” นายณกรณ์ กล่าว

HIKVISION ยกทัพสินค้าโชว์ศักยภาพในงาน ‘InfoComm Asia 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739232

HIKVISION ยกทัพสินค้าโชว์ศักยภาพในงาน 'InfoComm Asia 2023'

HIKVISION ยกทัพสินค้าโชว์ศักยภาพในงาน ‘InfoComm Asia 2023’

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.27 น.

HIKVISION รุกหนักตลาด “จอแสดงผลเชิงพาณิชย์” ในไทย ตอกย้ำแบรนด์ระดับโลก ขนทัพสินค้าโชว์ศักยภาพในงานแสดงนวัตกรรมด้านภาพและเสียง InfoComm Asia 2023 

HIKVISION ผู้ให้บริการเทคโนโลยี AIOT ซึ่งผสมผสาน AI เข้ากับ IoT และระบบรักษาความปลอดภัยยอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลก ตอกย้ำภาพลักษณ์ “Tech Company” ประกาศความพร้อมบุกตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ในไทย ขนทัพนวัตกรรมชั้นสูง โชว์ศักยภาพในงานแสดงนวัตกรรมด้านภาพและเสียง InfoComm Asia 2023 พร้อมทุ่มงบฯ เปิดศูนย์บริการหลังการขาย Commercial Display มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าองค์กร หน่วยงานราชการ

นายเจอรี่ สวี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิควิชั่น ไอโอที (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์ในปีนี้จะมุ่งสร้างแบรนด์ HIKVISION ในฐานะผู้นำตลาดจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ โดยตอกย้ำการเป็นบริษัทที่เน้นในด้านเทคโนโลยี หรือ “Tech Company” ที่มีการพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่อง อาทิ จอ LED ความละเอียดที่สูงขึ้นเป็น Pixel Pitch 0.7 mm ซึ่งสามารถพัฒนาจนสำเร็จ และวางจำหน่ายแล้วในปีนี้ รวมถึงการเดินหน้าพัฒนาระบบใหม่ๆ ของจอ IFP และอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในระบบการประชุม เช่นลำโพง ไมโครโฟน หรือกล้องที่มีการตรวจจับใบหน้าของผู้พูด เป็นต้น

สำหรับกลยุทธ์การสื่อสารจะชูจุดขายในเรื่องคุณภาพและเทคโนโลยีของสินค้า พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ขององค์กรในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยและ AI ระดับโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าบริษัทต้องการทำธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว พร้อมมีการลงทุนในเรื่องการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานของบริษัทเองในแต่ละประเทศเพื่อการประสานงานและช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ปีนี้บริษัทจึงได้ลงทุนเปิดศูนย์ให้บริการหลังการขายเฉพาะจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Commercial Display) โดยเฉพาะ โดยสินค้าที่นำเสนอกับลูกค้ากลุ่มนี้จะเน้นจอประเภท LED ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ที่มีแนวโน้มความต้องการของตลาดที่สูงแบบก้าวกระโดด ทำให้ทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการมีการใช้งานเพื่อการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง และยังวางแผนรุกตลาดของการประชุมสมัยใหม่ด้วยจอ Interactive ซึ่งจะทำให้สินค้าของ Hikvision เข้าไปอยู่ในทุกๆ รูปแบบธุรกิจ

“Hikvision ขยายตลาดที่นอกเหนือจากกล้องวงจรปิด โดยมีการลงทุนพัฒนาธุรกิจของจอแสดงผลเชิงพานิชย์ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เพราะเราต้องการบอกให้พาร์ทเนอร์รวมถึงลูกค้าให้รู้ว่า Hikvision พร้อมแล้วทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัย ศูนย์ให้บริการในประเทศไทย รวมทั้ง reference site ระดับชาติ” นายเจอรี่ สวี่ กล่าว

นายวิญญู กล่อมเกล้า Head of commercial display  บริษัท ฮิควิชั่น ไอโอที (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าองค์กร และหน่วยงานชั้นนำที่มีการติดตั้งจอ LED และจอ Interactive ของ HIKVISION หลากหลาย โดยจุดติดตั้งที่ถือเป็นไฮไลท์ คือ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีการใช้จอแบบ indoor p2.5 ประมาณ 260 ตร.ม. และจอแบบ outdoor แบบโค้งพิเศษรวมถึง outdoor แบบละเอียดที่สุด p2.5 อีก 140 ตร.ม. โดยรวมแล้วใช้มีการติดตั้งจอ LED ของ Hikvision กว่า 400 ตร.ม. นอกจากนั้นยังมีจอ LCD Video Wall และจอ Digital Signage สำหรับแสดงโฆษณาและข้อมูลของศูนย์อีกกว่า 80 จอ โดยทุกจอแสดงผลทั้งหมดใช้ระบบการจัดการข้อมูลจากส่วนกลาง HikCentral FocSign ของ Hikvision

อีกพื้นที่สำคัญที่มีการติดตั้งจอแสดงผลของ Hikvision คือ สยามสแควร์ ณ ตึก KLOUD by Kbank ซึ่งวันนี้ถือเป็นจอ LED ที่สวยที่สุดในสยามสแควร์ โดยเป็นจอ LED 3 มิติ ขนาดใหญ่กว่า 300 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใจกลางสยามสแควร์ รวมถึงทั้งโครงการของ KLOUD by Kbank ไม่ว่าจะเป็นจอ LED ขั้นบันไดกึ่ง Outdoor จอบอกสภาพอากาศภายนอกอาคาร หรือจอ LED ในห้องโถงด้านในที่ล้วนเป็นของ Hikvision ทั้งสิ้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีกลุ่มลูกค้าประเภทโชว์รูมรถยนต์หลากหลายแห่งที่สามารถพบเห็นได้ง่าย อาทิ GWM ไอคอนสยาม, GWM สยามสแควร์, Benz บางนา และ อีซูซุ พระราม 3 เป็นต้น

ทั้งนี้ จากผลสำเร็จจากการรุกตลาดตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการเดินหน้าพัฒนาระบบการจัดการทั้งตัวแทนจำหน่าย (Distributor) การให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพของ SI (System Integrator) ที่สะสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปีนี้มีหลายโครงการที่ตัดสินใจเลือกใช้จอแสดงผลเชิงพาณิชย์ของ Hikvision มากขึ้น

“HIKVISION ในฐานะผู้นำทางด้านเทคโนโลยี AIOT ระดับโลก ภาพลักษณ์ตรงนี้จะช่วยผลักดันภาพลักษณ์ของแบรนด์สินค้าไปอีกระดับ และตอบโจทย์การใช้งานตั้งแต่ระบบ back end ในเรื่องของ controller เครื่องบันทึก storage รวมถึง device cctv และ front end ในส่วนของจอแสดงผล” นายวิญญู กล่าว

ปัจจุบันฐานลูกค้าโครงการ หรือ B2B มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนรายได้เกิน 50% ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานการจราจร ที่ต้องใช้กล้องวงจรปิดในการตรวจจับความเร็ว หรือตรวจจับป้ายทะเบียน ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำของอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย สำหรับตลาด B2C จะมีแบรนด์ EZVIZ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เน้นไปยังกลุ่มผู้บริโภคภายในบ้านที่มีการเชื่อมต่อแบบ IOT พร้อมดีไซน์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน  

“เราเติบโตและสร้างรากฐานมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัย ในส่วนของจอแสดงผลเชิงพาณิชย์หรือ commercial display ถือว่าอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เราเล็งเห็นถึงโอกาสเติบโตในอนาคต โดยในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงแรกที่เริ่มมีการโปรโมตอย่างจริงจัง และมีแผนทำอย่างต่อเนื่องจากนี้” นายวิญญู กล่าว

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัท ประกอบด้วย ป้ายดิจิตอล, วิดีโอวอลล์ LCD, IFP Interactive Flat Panels , จอแสดงผล LED และ Controllers ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักในกลุ่มของจอแสดงผลเชิงพาณิชย์คือ จอแบบ LED มากกว่า 70% โดยจอประเภท Indoor Pixel Pitch 2.5 mm ถือเป็นสินค้าเรือธงของบริษัท ซึ่งปีนี้จะมีการโปรโมตจอในความละเอียดที่มากขึ้น เช่น P1.8 และ P1.5 หรือในส่วนของ IFP หรือ Interactive Flat Panel ปีนี้จะมีการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมฟังก์ชั่นที่โดดเด่น สามารถสัมผัสพร้อมๆ กันถึง 45 จุด รวมถึงสามารถนำไปอินทิเกรทกับระบบ smart education ใช้ควบคู่ไปกับระบบ AI ของกล้องวงจรปิดทำให้เกิดนวัตกรรมสำหรับการศึกษาอย่างแท้จริง

ล่าสุดบริษัทได้นำนวัตกรรมสินค้าร่วมงานแสดงนวัตกรรมด้านภาพและเสียง InfoComm Asia 2023 ระหว่างวันที่ 24-26 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเน้นไปที่นวัตกรรมชั้นสูงของจอแสดงผลเชิงพานิชย์ในแต่ละประเภทที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงตามลักษณะของธุรกิจแบบครบวงจร อาทิ จอที่มีความละเอียดสูง Pixel Pitch 0.9 mm กับการใช้งานกับ Command center, จอในส่วนของการโฆษณาในรูปแบบใหม่ทั้ง 3D LED หรือจอแบบเข้ามุม 90 องศาต่อกันเป็นอุโมงค์, จอใสมองทะลุได้แบบ Transparent เหมาะกับหน้าร้านที่ต้องการนำเสนอคอนเทนต์รูปแบบใหม่ๆ, จอ Interactive ที่จำลองการใช้งานทั้งจากห้องเรียนอัจฉริยะ รวมถึงระบบ smart education และห้องประชุมที่ทันสมัย

นอกจากร่วมงานแสดงนวัตกรรมด้านภาพและเสียง InfoComm Asia 2023 บริษัทฯ ยังเดินหน้าจัดโรดโชว์ในแต่ละภูมิภาคเพื่อนำเสนอสินค้าและนวัตกรรมต่างๆ ให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้า โดยจากนี้ยังมีแผนออกงานที่เจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ เช่น ตลาดของกลุ่มการศึกษา หรือ smart building เป็นต้น

-(016)

ไอซีเอส จุดนัดพบสายกิน อร่อยฟินแบบยกก๊วน กับ 4 ร้าน 4 สไตล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739223

ไอซีเอส จุดนัดพบสายกิน อร่อยฟินแบบยกก๊วน กับ 4 ร้าน 4 สไตล์

ไอซีเอส จุดนัดพบสายกิน อร่อยฟินแบบยกก๊วน กับ 4 ร้าน 4 สไตล์

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.57 น.

เคยได้ยินไหมว่าความอร่อยคือนิพพาน เพราะการได้อิ่มเอมกับอาหารรสเลิศคือความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตที่ทำให้จิตใจเบิกบาน และจะยิ่งสุขมากขึ้นไปอีกถ้าได้อร่อยแบบพร้อมหน้าครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือทีมสนิท ICS (ไอซีเอส) ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ จุดนัดพบสายกินแห่งใหม่ฝั่งธนบุรี อยากชวนเหล่านักชิมและนักกินมาลิ้มลองความอร่อยกับ 4 ร้าน 4 สไตล์ ที่ตอบโจทย์ทุกก๊วน ถูกใจทุกแก๊ง ไม่ว่าจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปกินข้าวนอกบ้าน นัดเพื่อนไปจัดเต็มมื้อใหญ่ หรือยกออฟฟิศไปฉลอง ก็แบ่งปันความฟินกันได้แบบถ้วนหน้า เพราะมาที่เดียวมีให้เลือกครบทั้งชาบู สุกี้ ปิ้งย่าง แถมแต่ละร้านยังขึ้นชื่อว่าอร่อยขั้นเทพ รับประกันได้เลยว่าสายกินทั้งหลายจะต้องเพลินกับรสชาติและบรรยากาศจนลืมเวลากันเลยทีเดียว           

Katei Shabu” ชาบูสุกี้สไตล์คันไซ ยกญี่ปุ่นมาไว้ที่ไอซีเอส

ร้านดังจากพุทธมณฑลสาย 4 ที่ยกความอร่อยมาให้ชิมบนชั้น 4 ไอซีเอส กับเมนูชาบูและสุกี้น้ำดำแบบคันไซของญี่ปุ่น เน้นวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะเนื้อชั้นดีที่มีให้เลือกหลากหลาย อาทิ เนื้อวากิวสันคอ วากิวพับนอก เนื้อใบพาย เสือร้องไห้ รวมถึงเมนูหมูสุดพิเศษที่ขนมาให้ชิมอย่างจุใจ ทั้งหมูดำคาโกชิม่าและหมูดำคุโรบูตะ จะสายเนื้อหรือสายหมูก็ฟินแน่นอน นอกจากนี้ยังมีซูชิ ซาชิมิ และข้าวหน้าต่าง ๆ ให้ได้ลิ้มลอง รวมถึงของหวานตามแพ็กเกจทั้งไอศกรีมฮาเกนดาส ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟรสมัทฉะ และไอศกรีมนมฮอกไกโดที่เติมได้ไม่อั้น โดยราคาบุฟเฟต์มีให้เลือก 3 แบบ เริ่มต้นที่ Premium 699++ บาท Platinum 1,299++ บาท และ Prestige 1,699++ บาท

“เอี่ยวไถ่สุกี้โบราณ” ตำนานความอร่อยกับโฉมใหม่ ทันสมัยกว่าที่เคย

สุกี้โบราณขวัญใจทุกคนในครอบครัวกับรสเลิศที่เลื่องลือมานานตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า สมสโลแกน “ตำนานสุกี้ 60 ปี ความอร่อยที่ไม่เคยเปลี่ยน” ไม่เพียงมีแต่สุกี้เท่านั้น เอี่ยวไถ่ยังเป็นต้นตำรับหมูกระทะปิ้งย่างเจ้าแรกในไทย ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เป็นที่รู้จักในชื่อว่า  กระทะปิ้งเจงกิสข่าน สำหรับสาขาไอซีเอสนี้ยอมเปลี่ยนโฉมร้านเป็นครั้งแรกให้มีความทันสมัย สไตล์โมเดิร์นไชนีส เข้าถึงคนรักความอร่อยทุกรุ่นทุกวัย ส่วนเรื่องรสชาตินั้นยังคงเส้นคงวา โดยเฉพาะสุกี้โบราณสูตรจีนแต้จิ๋วที่มีความเด็ดดีตรงน้ำจิ้มผสมเต้าหู้ยี้ ให้รสละมุนคุ้นลิ้นรุ่นใหญ่ ถูกใจรุ่นเล็ก พร้อมหมูและเนื้อที่หมักกับเครื่องเทศจนนุ่ม เสิร์ฟในเครื่องสุกี้ที่มีส่วนผสมหลักอย่างเต้าเจี้ยว และซุปรสกลมกล่อมเหมาะแก่การล้อมวงแบ่งปันความอร่อยเป็นที่สุด แถมยังมีอาหารไทยและจีนให้ได้ชิมอีกกว่า 300 เมนู แนะนำว่ามาสาขานี้ไม่ควรพลาด เส้นใหญ่ทอดกรอบผัดกระเพรา เพราะเป็นเมนูพิเศษเฉพาะสาขาไอซีเอสและสาขานวมินทร์เท่านั้น

You & I Premium Suki Buffet” บุฟเฟต์ขวัญใจคนรักสุกี้ชาบู

​เอ่ยชื่อ You & I ใครชอบสุกี้ชาบูต้องร้องว้าว เพราะยืนหยัดเป็นร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์อันดับหนึ่งในใจหลายคนมานาน ด้วยมาตรฐานระดับพรีเมี่ยมที่คัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวากิวเกรดพิเศษ หมูคุโรบุตะนุ่มลิ้น กุ้งแชบ๊วยเนื้อแน่น พร้อมทัพของอร่อยที่ขนมาทั้งปลาไหลย่างซีอิ๊ว คานิมิโซะ หอยนางรม ปลาแซลมอน หอยเชลล์ ไข่ปลาหมึก ฯลฯ เข้ากันดีกับน้ำซุปและชุดผักจัดเต็ม และที่เพลินสุด ๆ คือของหวานกับไอศกรีมฮาเก้นดาสไม่อั้น รวมถึงผลไม้ พานาคอตต้า ไอศกรีมโฮมเมด และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยราคาที่เลือกได้แบบ Standard Buffet 498+ บาท Premium Buffet 698+ บาท Super Premium Buffet 898+ บาท และ Ultimate Buffet 1,398+ บาท  ความพิเศษของสาขานี้คือพื้นที่กว้างขวาง มีโต๊ะนั่งแบบคู่และแบบกลุ่ม รวมถึงห้องส่วนตัว ทั้งยังตกแต่งร้านสวยด้วยศิลปะลายเส้นให้เพลินกับความอร่อยได้แบบไม่เบื่อ

Happy Pig” ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี ราคาน่ารัก รสชาติดีต่อใจ

ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีแบรนด์น้องของ nice two Meat u สาขาแรกและสาขาเดียวในประเทศไทย เน้นเสิร์ฟอาหารแบบชุดเซ็ท ด้วยราคาเป็นมิตรเข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 299 บาท แต่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะเนื้อหมูที่สดใหม่ สะอาด มาพร้อมเครื่องเคียงรสชาติดี และน้ำจิ้มสูตรเด็ดหลากหลายสูตร ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกับการปิ้งย่าง ห่อผักแบ่งปันกันอย่างสนุกสนาน แถมยังมีเมนูอาหารเกาหลีที่ปรับรสให้ถูกปากคนไทย ไม่ว่าจะเป็นผัดวุ้นเส้น เนื้อบุลโกกิกระทะร้อน ข้าวผัดกิมจิ ข้าวผัดมันเนื้อ ฯลฯ และเมนูดองซีอิ๊วรสชาติเข้มข้นเหมือนต้นตำรับ คนรักเกาหลีมาร้านนี้ต้องแฮปปี้แน่นอน

อยากอร่อยฟินแบบยกก๊วนชวนกันไปที่ชั้น 4 ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ล่าสุดย่านธนบุรี ตรงข้ามไอคอนสยามได้เลย เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสีทอง เชื่อมต่อจากสถานีเจริญนครเข้าไปชิมและช็อปได้ทันทีไม่ต้องเหนื่อย และนอกจาก 4 ร้านเด็ดนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่รอให้ไปพิสูจน์ความอร่อยอีกมากมาย เรียกได้ว่าถ้าเป็นสายกินมาที่เดียวคือครบจบตั้งแต่มื้อเล็กจนถึงมื้อใหญ่ แถมพิกัดช็อปปิ้งอีกหลากหลายแบรนด์ดัง รับรองว่าถูกใจทุกคนในแก๊งแน่นอน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1338 หรือ Facebook: ICS 

#ICS #ไอซีเอส #ความสุขทุกวันที่ไอซีเอส #AlwaysAGoodDay

-(016)

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง PRIDE MONTH หนุนความหลากหลายและความเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739219

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง PRIDE MONTH หนุนความหลากหลายและความเท่าเทียม

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง PRIDE MONTH หนุนความหลากหลายและความเท่าเทียม

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.46 น.

ไอคอนสยาม ร่วมฉลอง PRIDE MONTH ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษกับแคมเปญ “ICONSIAM Love Proudly” สนับสนุนนโยบายความหลากหลายและความเท่าเทียม เริ่มวันนี้ ถึง 30 มิ.ย. 66

ไอคอนสยาม สนับสนุนนโยบายด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม ร่วมฉลองเดือนแห่ง Pride Month ด้วยแคมเปญ  “ICONSIAM Love Proudly” เมื่อช้อปปิ้งสินค้าและบริการต่าง ๆ ครบตามยอดที่กำหนด แลกรับ Siam Gift Card เพื่อดื่มด่ำกับประสบการณ์รับประทานอาหารใน 4 ร้านดังที่บรรยากาศสุดโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้ง Blue by Alain Ducasse, Fallabella Riverfront, HOBS และ James Boulangerie พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมหลากหลายความสุข ร่วมสร้างคอนเทนต์ให้สนุกกับพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจบนถนนสีรุ้งอันสดใส ณ ทางเข้าไอคอนสยาม บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า บริเวณเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M และชมความงดงามของสายน้ำตกหลากสีรุ้ง (Waterfall) ในโซนอลังการ ชั้น 6  และการแสดง “ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ธีมสีรุ้ง ที่ยาวที่สุดที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกิจกรรมรับของรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566

คุณสุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด  เปิดเผยว่า ไอคอนสยามดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดในการสร้างคุณค่าร่วมกัน โดยมุ่งสร้างและส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า เรามุ่งมั่นที่จะทำให้พื้นที่ของไอคอนสยามเป็นคอมมูนิตี้ของคนทุกกลุ่ม และสนับสนุนนโยบายด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม ที่ให้ความสำคัญต่อผู้คนที่มีความหลากหลายในทุกมิติ อาทิ เพศ เชื้อชาติ สุขภาพ เริ่มตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ศูนย์การค้าภายใต้แนวคิด อารยสถาปัตย์ (Universal Design) ซึ่งเป็นการออกแบบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการที่คำนึงถึงผู้คนทั้งมวล ซึ่งไอคอนสยาม ได้รับรางวัลด้านอารยสถาปัตย์ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2018  โดยล่าสุดไอคอนสยามได้รับรางวัล  “แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” ในงาน Thailand Friendly Design Expo 2022  หรือ มหกรรมอารยสถาปัตย์ และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 6 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“ไอคอนสยาม ร่วมฉลองเดือนแห่ง Pride Month ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกรูปแบบ (LGBTQIAN) ด้วยแคมเปญ  “ICONSIAM Love Proudly” ด้วยการเนรมิตพื้นที่ทางเข้าไอคอนสยามและไอซีเอส บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า และบริเวณเจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M กลายเป็นพื้นที่สีรุ้งแบบจัดเต็มให้ทุกคนได้สนุกกับการถ่ายภาพและสร้างคอนเทนท์อย่างอิสระ   พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคู่รักเพลิดเพลินไปกับการแสดง “ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ที่ยาวที่สุดที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในธีมสีรุ้ง โดยสามารถชมได้ทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 19.00 น. และ 19.30 น.  นอกจากนี้ยังตื่นตาตื่นใจไปกับการชมความงดงามของสายน้ำตกหลากสีรุ้ง (Waterfall) ในโซนอลังการ ชั้น 6  ชมได้ทุกวันในเวลา 19.00 – 20.00 น.  ตลอดเดือนมิถุนายนนี้” คุณสุมา กล่าว

คุณสุมา กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้ทุกคู่รักได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดพิเศษในเดือนแห่ง Pride Month นี้ ไอคอนสยาม ต้อนรับทุกท่านกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกการซื้อสินค้าและการใช้บริการในไอคอนสยาม สยามทาคาชิมายะ และ ไอซีเอส  (ตรงข้ามไอคอนสยาม)  เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 1,000 บาท เพื่อใช้สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 3,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ  โดยสามารถใช้ได้ที่ร้าน Blue by Alain Ducasse, Fallabella Riverfront, HOBS และ James Boulangerie เท่านั้น  ในส่วนของ ICS เมื่อช้อป ครบ 1,200 บาท แลกรับคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท พร้อมรับคูปองส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ตลอดเดือนมิถุนายนนี้  *สอบถามเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย

นอกจากนั้น ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแสดงความรักในแบบพลังบวกที่สร้างสรรค์  กับแคมเปญ “ICONSIAM Love Proudly”  ให้ทุกคู่รักได้ร่วมฉลองและแสดงพลังความรักอย่างภาคภูมิใจในเดือน Pride Month กันได้ ง่ายๆ เพียงถ่ายรูปคู่กันแบบน่ารักที่ไอคอนสยาม พร้อมติด hashtag  #ICONSIAMLOVEPROUDLY #PRIDEMONTH  และโพสต์ลงโซเชี่ยลมีเดีย แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 200 บาท ต่อ 1 คู่   ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2566 ณ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ http://www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

-(016)

ไอคอนสยาม ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้าโครงการขยะเติมสุข ปีที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739216

ไอคอนสยาม ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้าโครงการขยะเติมสุข ปีที่ 2

ไอคอนสยาม ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้าโครงการขยะเติมสุข ปีที่ 2

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.41 น.

ไอคอนสยาม ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก เดินหน้าโครงการขยะเติมสุข ปีที่ 2 ผนึกกำลังโรงเรียน โรงพยาบาล ร่วมบริจาคขยะพร้อมคัดแยก จำหน่าย นำเงินมอบมูลนิธิโรงพยาบาลตากสิน นำเยาวชนต้นแบบทูตรีไซเคิล ฝึกฝนเรียนรู้ การจัดการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี

  • ไอคอนสยาม เดินหน้าโครงการขยะเติมสุขปีที่ 2 เปลี่ยนขยะเป็นความสุขที่ส่งต่อถึงกัน ร่วมกับโรงเรียนย่านคลองสาน-ธนบุรี  16 แห่งและโรงพยาบาลตากสิน ตั้งกล่องขยะเติมสุขรณรงค์แยกขยะอย่างถูกวิธี ทิ้งขยะให้ถูกที่ นำขยะจำหน่ายนำรายได้มอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลตากสิน
  • นำ “เยาวชนต้นแบบทูตรีไซเคิล” เข้าร่วมอบรม เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการคัดแยกขยะ พร้อมฝึกฝนการเป็นผู้นำที่จะช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ พัฒนาศักยภาพของเยาวชน ให้เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน ร่วมใส่ใจและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ไอคอนสยาม ยึดมั่นในวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก และต้องการเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย จึงได้นำกลยุทธ์ “ร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Values)” มาบรรจุเข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจทุกประเภท โดยให้ความสำคัญ ใน 3 มิติ คือ ผู้คน ชุมชนสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2565  ไอคอนสยาม จัดทำโครงการ “ขยะเติมสุข” เปลี่ยนขยะเป็นความสุขส่งต่อถึงกัน ขึ้นเพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจในการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี โดยการตั้งกล่องรับบริจาคขยะรีไซเคิล เพื่อการแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยภายหลังจากที่ได้มีการจัดตั้งโครงการดังกล่าว ก็ได้รับการตอบรับจากประชาชน ชุมชน โรงเรียนต่างๆ ใกล้เคียงไอคอนสยาม นำขยะทีสามารถรีไซเคิลได้ มาหย่อนลงในกล่องขยะเติมสุข และทางโครงการได้นำขยะไปคัดแยกอย่างถูกต้อง ก่อนนำไปจำหน่าย เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายขยะ และไอคอนสยามสมทบเงินเพิ่มเติม ได้มอบให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลตากสิน เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับอาคารอเนกประสงค์ 23 ชั้น (อาคารใหม่) และเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ รวมจำนวน 100,000 บาท

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน 2566 โดยในปีนี้ไอคอนสยาม ร่วมกับโรงพยาบาลตากสินและโรงเรียนย่านคลองสาน-ธนบุรี 16 แห่ง สานต่อโครงการ “ขยะเติมสุข” เปลี่ยนขยะเป็นความสุขส่งต่อถึงกัน เป็นปีที่ โดยการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก ขวดแก้ว ถุงพลาสติก ลังกระดาษ กระดาษรีไซเคิล มาหย่อนลงในกล่องขยะเติมสุข โดยโครงการได้มีการขยายพื้นที่ตั้งกล่องขยะเติมสุข เพื่อรับบริจาคขยะรีไซเคิลไปยังโรงเรียนย่านฝั่งธนบุรี-คลองสาน 16 แห่ง และโรงพยาบาลตากสินเพิ่มเติม

พร้อมกันนี้ ได้นำ “เยาวชนต้นแบบทูตรีไซเคิล” ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากโรงเรียนระดับชั้น ป.4 -ป.6  โรงเรียนละ 4 คน จาก 16 โรงเรียน เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมอบรม เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการคัดแยกขยะเบื้องต้น  และการจัดการขยะตามแนวทาง 3R คือ Reduce การลด Reuse ใช้ซ้ำ Recycle การรีไซเคิล โดยมีวิทยากรจากส่วนบริการจัดการมูลฝอย สำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม มาเป็นผู้ให้ความรู้ พร้อมกันนี้เยาวชนต้นแบบยังได้รับการฝึกฝนด้านการประชาสัมพันธ์ การพูด การเป็นผู้นำที่จะช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ และการร่วมกิจกรรมเวิร์คชอปเพื่อให้น้องๆได้เรียนรู้การคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ตลอดจนการฝึกฝนความรับผิดชอบในการดูแลโครงการ ณ โรงเรียนของตนเอง เพื่อที่จะสร้างกระบวนการรับบริจาคขยะไปจนถึงการจำหน่ายขยะรีไซเคิลเพื่อนำเงินที่ได้สมทบทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับอาคารอเนกประสงค์ 23 ชั้น (อาคารใหม่) และมอบรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลตากสิน ซึ่งนอกจากจะได้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นประโยชน์คืนสู่สังคมแล้ว ยังถือเป็นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ให้เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน เกิดการฝึกฝนความรู้และทักษะการใช้ชีวิตเพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และสังคม

ด.ญ.กัญญารัตน์ ชฎาดี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน ตัวแทนเยาวชนต้นแบบทูตรีไซเคิล กล่าวว่า  วันนี้ได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ทำให้ได้เรียนรู้ว่าขยะแต่ละประเภท สามารถแยกทิ้งได้ในถังขยะแต่สี เช่น ถังขยะสีเขียว สำหรับทิ้งเศษอาหาร ถังขยะสีเหลืองสำหรับขยะรีไซเคิล ถังขยะสีน้ำเงินสำหรับทิ้งขยะทั่วไป ถังขยะสีส้มสำหรับขยะอันตราย ซึ่งการเรียนรู้ประเภทของขยะ จะทำให้เราสามารถแยกขยะได้อย่างถูกต้อง จะทำให้การนำขยะไปรีไซเคิล ทำได้ง่ายมากขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ลดการใช้พลังงาน  

“หนูสามารถนำการเรียนรู้ที่ได้ในวันนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ซึ่งการแยกขยะตั้งแต่เริ่มแรกเป็นสิ่งสำคัญและทำได้ง่าย โดยเริ่มจากตัวเอง และจะนำความรู้ที่ได้ในวันนี้ ไปบอกต่อเพื่อนๆ ให้รู้จักการแยกขยะอย่างถูกวิธีค่ะ”

ทั้งนี้ ไอคอนสยามยังคงดำเนินการตั้งกล่องรับบริจาคขยะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 4 จุดคือ 1. บริเวณลิฟต์ Lobby C ชั้น M ทางออกลานจอดรถ 2. บริเวณลิฟต์ Lobby C ชั้น 1 ทางออกลานจอดรถ 3. บริเวณลิฟต์ Lobby C ชั้น 2 ทางออกลานจอดรถ 4. บริเวณลิฟต์ Lobby C ชั้น 3 ทางออกลานจอดรถ 

และไอซีเอส ตรงข้ามไอคอนสยามที่ชั้น G ชั้น M และ ชั้น 3 สำหรับผู้ที่ประสงค์จะนำขยะรีไซเคิลมาบริจาคเป็นจำนวนมากสามารถติดต่อทีมงานที่ 098-269-5252

นอกจากนี้ ไอคอนสยาม ได้จัดกิจกรรม “อาสาเก็บขยะรักษ์โลก” นำคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมกันทำความสะอาดและเก็บขยะในคลองเทพา ในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ด้วย

ร่วมมือร่วมใจแยกขยะอย่างถูกวิธี ทิ้งขยะให้ถูกที่ โดยสามารถร่วมบริจาคขวดพลาสติก ขวดแก้ว ถุงพลาสติก ลังกระดาษ กระดาษรีไซเคิล มาหย่อนลงในกล่องขยะเติมสุข ณ จุดที่ให้บริการ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1338 และ Facebook ICONSIAM

-(016)

เริ่มแล้ว! Trunk Show ‘ic! Berlin’ นวัตกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739196

เริ่มแล้ว! Trunk Show ‘ic! Berlin’ นวัตกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

เริ่มแล้ว! Trunk Show ‘ic! Berlin’ นวัตกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.08 น.

อายลิ้งค์ วิชั่น ร่วมมือ ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ จัด Trunk Show “ic! Berlin” นวัตกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยโฉมรุ่นพิเศษ Thailand Limited Edition ตอกย้ำไทยคือผู้นำอันดับ 1 ของเอเชีย

บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายแว่นตาฟังก์ชั่นนอลแบรนด์ ic!berlin (ไอซี!เบอร์ลิน) ประเทศเยอรมนี ร่วมกับพันธมิตรดีลเลอร์ Supparerk Vision Center (ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์)  ศูนย์จำหน่าย ตรวจวัดสุขภาพตาและวัดค่าสายตาที่มีมาตรฐานระดับโลก จัดงาน Trunk Show “Quality Revolution for Your Eyes” นวัตกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวแว่นตา ic! berlin คอลเลกชันสุด Exclusive ก่อนใคร “Thailand Limited Edition” ครั้งแรก ตอกย้ำประเทศไทยคือผู้นำยอดขายอันดับ 1 ของเอเชีย โดย คุณประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด , นพ.ศุภฤกษ์ ทิพาพงศ์ จักษุแพทย์และประธานกรรมการบริษัท ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ และ คุณต้องพงศ์ ศรีบุญ กรรมการบริหาร บริษัท ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ พร้อมด้วยนักแสดง เคลลี่ ธนพัฒน์ ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ  ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ ถ.รัชดาภิเษก

คุณประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด กล่าวว่า “งาน Trunk Show Quality Revolution for Your Eyes ถือเป็นงานแสดงแว่นตาแบรนด์ ic!berlin ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย อายลิ้งค์ วิชั่น นำเข้าแว่นตาคอลเลกชันใหม่ล่าสุดนี้ สั่งตรงจาก กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กว่า 200 แบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการแว่นตาทั่วประเทศได้สัมผัสความพิเศษ รวมถึงผู้สนใจได้อัพเดทเทรนด์ใหม่ๆและเห็นวิวัฒนาการแว่นตาระดับพรีเมี่ยมของ  ic! berlin พร้อมการเปิดตัวคอลเลกชันสุด Exclusive ที่มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นกับคอลเลกชัน Thailand Limited Edition มาพร้อมดีเทลสุดพิเศษ เลเซอร์ลวดลาย Square Dot และ Stripes โดดเด่นบริเวณขาแว่นที่มีเฉพาะในคอลเลกชันนี้เท่านั้น ตัวกรอบผลิตจากวัสดุ สแตนเลสสตีลพรีเมียมเกรดเครื่องมือแพทย์ คุณภาพสูง เรียวบางน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบบานพับไร้สกรูลิขสิทธิ์เฉพาะ ic! berlin ให้ความหรูหราฟังก์ชันนอล ตอบโจทย์โมเดิร์นไลฟสไตล์ได้อย่างดี และเชื่อว่าเราจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน อย่างที่ทราบว่าปีนี้ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด จัดการตลาดเชิงรุกทุกช่องทาง  เพื่อพุ่งเป้าสู่การเป็นผู้นำยอดขายอันดับ 1 ของโลกให้ได้ หลังจากเรารักษาแชมป์อันดับ 1 แห่งเอเชียมาแล้ว 3 ปีซ้อน”

นพ.ศุภฤกษ์ ทิพาพงศ์ จักษุแพทย์ และ ประธานกรรมการ บริษัท ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ และ คุณต้องพงศ์ ศรีบุญ กรรมการบริหาร บริษัท ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ กล่าวว่า “ภายในงาน Trunk Show “Quality Revolution for your eyes” นวัตกรรมแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากจัดแสดงแว่นตาแบรนด์ ic!berlin กว่า 200 แบบแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านแว่นตาและการตรวจวัดค่าสายตาที่มีมาตรฐานระดับโลกของ ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์แว่นสายตาเฉพาะบุคคลที่มีการให้บริการครบวงจรที่สุด มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือได้รับความนิยมจากลูกค้าและผู้รับบริการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564  ด้วยบริการแบบ High Quality High Standard เพื่อส่งมอบการมองเห็นชัดเจนเพื่อคุณภาพสายตาที่ดีของลูกค้าและผู้รับบริการ โดย ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ เน้นการให้บริการตรวจวัดค่าสายตาและการสั่งผลิตเลนส์ 0.01 ไดออปเตอร์ ที่ได้รับรางวัลการการันตีรางวัล Zeiss Vision Expert จาก Zeiss Vision Care ที่นี่เป็นศูนย์ตรวจวัดสุขภาพตาและวัดค่าสายตาที่มีมาตรฐานระดับโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียดและแม่นยำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แนะนำเลนส์สายตาที่มีคุณภาพเหมาะสมในทุกประเภทการใช้งานให้กับลูกค้า และเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี ในการเปิดให้บริการของ ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ จึงได้ร่วมจัดงาน Trunk Show กับ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด ถือได้ว่าเป็นการรวมแว่นตา Funtional  ทุกคอลเลกชันสุดพรีเมี่ยมมาจัดแสดงในงานนี้ โดยแบรนด์แว่นตา ic! berlin เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ขายดีมากที่ ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นที่กล่าวถึงอย่างตลอดกาล เรามีให้เลือกชมทุกรุ่นได้แล้ววันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2566 ที่ ศุภฤกษ์ วิชชั่น เซ็นเตอร์ ”

สำหรับผู้ที่เข้าร่วมงาน “ Trunk Show Quality Revolution for Your Eyes” เลือกตรวจสุขภาพตาและตัดแว่นตา ic! berlin จะได้รับส่วนลดพิเศษ กรอบพร้อมเลนส์ 20% ของที่ระลึกสุดพรีเมียมจาก ic! berlin  รวมทั้งกิจกรรม Workshop D.I.Y การประกอบขาแว่น ic! berlin กับผู้เชี่ยวชาญ สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติม แอดไลน์ @svc789 หรือทักแชทเพจ ไอจี @supparerk ได้ทุกช่องทาง

“เพราะการมองเห็นชัด คือ คุณภาพชีวิตที่ดี”

#icberlinthailand #icberlin #icberlinofficial #opticaleyewear #eyewear #sunglasses #madeingermany #premium #limitededition #ThailandLimitedEdition

-(016)

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ เปิดตัว ‘เชียงใหม่พาส (Chiang Mai Pass)’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739194

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ เปิดตัว 'เชียงใหม่พาส (Chiang Mai Pass)'

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ เปิดตัว ‘เชียงใหม่พาส (Chiang Mai Pass)’

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.06 น.

TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวรูปแบบดิจิทัลแห่งชาติ ที่รวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ แบบไร้ขีดจำกัด นำเสนอรูปแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ขานรับการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตในรูปแบบดิจิทัล เปิดตัว “เชียงใหม่พาส (Chiang Mai Pass)” ซิตี้พาสที่ตอบโจทย์และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในรูปแบบบัตรรวมสถานที่ท่องเที่ยว หรือ Multi-attraction City Pass หวังสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวฉบับใหม่ ด้วยการรวบรวมและเชื่อมต่อบริการ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร  และสปา  รวมถึงร้านค้าต่าง ๆ จากผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงใหม่มากกว่า 60 ราย เข้า เสริมทัพและตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวหลักของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย 

นายกลินท์ สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะจัดการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้งแอปฯ TAGTHAi กล่าวว่า “จากความสำเร็จของ TAGTHAi (ทักทาย) แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยว ที่เปิดตัว Bangkok pass, Golf pass, ONESIAM pass ในช่วงที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นกว่า 700,000 ครั้ง ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า TAGTHAi (ทักทาย) นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว “เชียงใหม่พาส” ตัวช่วยอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ (Seamless) และไร้สัมผัส (Contactless) ในรูปแบบของซิตี้พาส กิน เที่ยว ครบ จบในบัตรเดียว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีโดยคนท้องถิ่นด้วยตัวคุณเอง จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ดี สะดวกสบาย และคุ้มค่าจากพันธมิตรธุรกิจของเราทั่วจังหวัดเชียงใหม่กว่า 60 ราย ”

ซึ่ง TAGTHAi (ทักทาย) เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2566 คาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญการเว้นระยะห่างและลดการสัมผัส ทำให้เชื่อว่า TAGTHAi (ทักทาย) จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีเชี่ยวชาญในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อวางแผนการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว

“นอกจาก TAGTHAi (ทักทาย) จะตอบโจทย์ครบจบในบัตรเดียวสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว เรายังมุ่งหวังให้คนท้องถิ่น หรือผู้ประกอบรายย่อยใช้ “เชียงใหม่พาส” เป็นอีกหนึ่งช่องทางจัดจำหน่าย และขยายฐานลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสเพิ่มรายได้บนช่องทางดิจิทัล เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างและหลากหลายมากขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนท้องถิ่น” นายกลินท์ กล่าว

สำหรับ TAGTHAi (ทักทาย) คือแพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวในทุกมิติ ตั้งแต่การให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงไปยังระบบการจองที่พัก และตั๋วเครื่องบิน รวมไปถึงการร่วมกันพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัล เทคโนโลยีระหว่างภาคเอกชนชั้นนำของประเทศกว่า 20 หน่วยงาน  โดยมีความมุ่งหมายให้เป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ (National Tourism Platform) ของคนไทย ในปัจจุบันมีการให้บริการ City Pass, การจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม บริการให้ความช่วยเหลือสำหรับนักท่องเที่ยว (SOS) รวมไปถึงการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวต่างๆ

โดยนักท่องเที่ยวสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน TAGTHAi ได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Play Store และสามารถซื้อ Chiang Mai TAGTHAi Pass ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,490 บาท พร้อมใช้รหัสส่วนลด (Promo Code) CNX100 เพื่อรับส่วนลดจำนวน 100 บาท สำหรับทุกการซื้อ (จำกัดเพียง 100 ท่านแรก) นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.tagthai.com หรือกดติดตามความเคลื่อนไหว Social Media ทาง Facebook, Instagram ภายใต้บัญชี tagthai.official เพื่อรับโค้ดส่วนลดและสิทธิพิเศษอีกมากมาย

‘แกรนด์ ฟอร์จูน’ นครศรีธรรมราช จัดโปรเอาใจสายบุฟเฟต์ เต็มอิ่มทั้งนานาชาติมื้อค่ำ-ติ่มซำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739191

‘แกรนด์ ฟอร์จูน’ นครศรีธรรมราช จัดโปรเอาใจสายบุฟเฟต์ เต็มอิ่มทั้งนานาชาติมื้อค่ำ-ติ่มซำ

‘แกรนด์ ฟอร์จูน’ นครศรีธรรมราช จัดโปรเอาใจสายบุฟเฟต์ เต็มอิ่มทั้งนานาชาติมื้อค่ำ-ติ่มซำ

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.54 น.

โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช เอาใจสายบุฟเฟ่ต์ตามคำเรียกร้อง จัดความอร่อยแบบเต็มอิ่มหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่ม กับ International Buffet Dinner บุฟเฟต์นานาชาติมื้อค่ำ ผู้ใหญ่ ราคา 599 บาท / ท่าน เด็ก (อายุ 6 – 12 ปี) ราคา 299 บาท / ท่าน

พิเศษ!! รับเครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว (ค็อกเทล / สมูทตี้ / เบียร์) สำหรับทุกท่านที่ใช้บริการ ทุกวันศุกร์ ณ ห้องอาหาร คาเฟ่ เดอ นคร เวลา 18.00 – 21. 00 น.

ขณะเดียวกัน Dim Sum Buffet Unlimited ที่ห้องอาหารจีนฟาไฉ อร่อยแบบไม่อั้น กับบุฟเฟต์ติ่มซำ สไตล์แต้จิ๋ว เสิร์ฟพร้อมซุปประจำวัน เมนูจานหลัก และของหวาน จัดให้แบบเต็มอิ่ม ผู้ใหญ่ ราคา 399 บาท / ท่าน เด็ก (อายุ 6 – 12 ปี) ราคา 199 บาท / ท่าน

โดย Dim Sum Buffet ให้บริการทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ณ ห้องอาหารจีนฟาไฉ  เวลา 11.00 – 14.00 น.

สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งล่วงหน้า ???? โทร 075 – 841-888 ,  Line OA : @grandfortunens  https://lin.ee/abVWNhK

-(016)

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้สอบบัญชีออนไลน์ รองรับยุคดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/738960

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้สอบบัญชีออนไลน์ รองรับยุคดิจิทัล

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้สอบบัญชีออนไลน์ รองรับยุคดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 07.45 น.

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี เพิ่มประสิทธิภาพผู้สอบบัญชีเอกชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนผู้สอบบัญชีออนไลน์ รองรับยุคดิจิทัล

นางสาวอัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้กำหนดแผนขับเคลื่อนงานระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ในการพัฒนาระบบกำกับดูแลและควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีสหกรณ์ เพื่อให้การปฏิบัติงานสอบบัญชีเป็นไปตามระบบมาตรฐานการควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี (TSQC1) และเตรียมความพร้อมพัฒนาสู่มาตรฐานทางการบริหารคุณภาพ (TSQM) โดยแต่งตั้งคณะทำงานการจัดทำร่างกฎที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยกร่างระเบียบกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ พ.ศ. …. พร้อมทั้งจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาจัดทำร่างระเบียบดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงพัฒนาระบบงานต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีสหกรณ์ภาคเอกชน

นอกจากนี้ กรมฯ ได้เตรียมเปิดให้บริการออนไลน์ ทั้งระบบทะเบียนผู้สอบบัญชีสหกรณ์ออนไลน์ และระบบการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีสหกรณ์ออนไลน์ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2567 เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่น ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รองรับยุคดิจิทัล

อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้กำหนดแผนขับเคลื่อนการกำกับดูแลด้านการเงินการบัญชีและการควบคุมภายในสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์มีการจัดทำบัญชีเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและระเบียบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด รวมทั้งการให้คำแนะนำการวางระบบการควบคุมภายในเชิงป้องกัน เฝ้าระวังและเตือนภัยที่อาจมีผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อสหกรณ์และสมาชิก สามารถพบข้อบกพร่องและปรับปรุงแก้ไขให้ทันต่อสถานการณ์ โดยกรมฯ ได้กำหนดแนวทางครอบคลุมรอบด้านตั้งแต่การเตรียมการก่อนดำเนินการ การปฏิบัติงานกำกับด้านการเงินการบัญชีและประเมินการควบคุมภายในของสหกรณ์ การรายงานผล ไปจนถึงการติดตามรายงานการแก้ไขข้อสังเกตที่ตรวจพบ เพื่อให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ทุกจังหวัดใช้เป็นแนวทางในกำกับดูแลสหกรณ์ในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นแนวทางเดียวกัน ส่งผลให้สหกรณ์สามารถปฏิบัติงานด้านการบัญชีเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำแนะนำของนายทะเบียนสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเมินระบบการควบคุมภายในและให้ข้อเสนอแนะต่อสหกรณ์ให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายดำเนินการเชิงรุกให้ครบทุกสหกรณ์ภายในปี 2568

“การยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและควบคุมคุณภาพงานตรวจสอบบัญชี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้สอบบัญชีให้ถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย ทั้งยังสามารถค้นพบข้อบกพร่องหรือความผิดปกติทางบัญชี นำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดผลกระทบต่อสมาชิกและสหกรณ์ ที่สำคัญคือ สร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสหกรณ์ของสมาชิกและประชาชนด้วย” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าว

-(016)