รัสเซียสู้รบแนวหน้าดุเดือด-ยูเครนยังรุกคืบได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702983

รัสเซียสู้รบแนวหน้าดุเดือด-ยูเครนยังรุกคืบได้

19 มิ.ย. 2566 14:07 น.

รัสเซียสู้รบแนวหน้าดุเดือด-ยูเครนยังรุกคืบได้

รัสเซียรายงานการสู้รบที่ดุเดือดในพื้นที่ 3 ส่วนบริเวณแนวหน้าในยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ประธานาธิบดียูเครนชมเชยกองกำลังของเขาที่ขับไล่ข้าศึกรุกคืบ และกล่าวว่าการตอบโต้ของพวกเขาคืบหน้าไปด้วยดี

การประเมินปฏิบัติการตามแนวรบความยาว 1,000 กิโลเมตร มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากภารกิจสันติภาพของผู้นำแอฟริกาในการเจรจากับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ไม่ประสบผลสำเร็จในการสร้างความกระตือรือร้นทั้งจากรัสเซียและยูเครน

ในขณะเดียวกัน สหประชาชาติกล่าวหารัสเซียว่าล้มเหลวในการให้ความช่วยเหลือแก่พื้นที่ควบคุมของรัสเซียในยูเครนที่ได้รับผลกระทบจากการแตกของเขื่อนโนวา คาคอฟกา ที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่และทำให้ผู้คนหลายหมื่นคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย

เจ้าหน้าที่ที่ติดตั้งรัสเซียกล่าวว่า ยูเครนยึดคืนหมู่บ้านปิอาตีคาตกี ซึ่งเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งในภูมิภาคซาโปริเซียทางตอนใต้ได้แล้ว และกำลังตั้งมั่นอยู่ที่นั่น ขณะที่ถูกโจมตีจากปืนใหญ่ของรัสเซีย

ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียไม่ได้กล่าวถึงหมู่บ้านปิอาตีคาตกีในการรายงานสถานการณ์รายวัน โดยกล่าวว่ากองกำลังของตนได้ขับไล่การโจมตีของยูเครนในพื้นที่แนวหน้าสามส่วน กลุ่มกองกำลังวอสตอกของรัสเซียกล่าวว่า ยูเครนล้มเหลวในการเจรจาข้อตกลง

ขณะที่รายงานภาคค่ำของเจ้าหน้าที่กองทัพยูเครน ไม่ได้กล่าวถึงหมู่บ้านปิอาตีคาตกี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยูเครนกล่าวว่าได้ยึดคืนพื้นที่หมู่บ้านลอบโคฟที่อยู่ใกล้เคียง และหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกในภูมิภาคโดเนตสค์ ในช่วงเริ่มต้นของการตอบโต้

ด้านนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวชื่นชมกองทหารว่า สามารถขับไล่การโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพใกล้กับเมืองอาฟดิฟกา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่มีการสู้รบอย่างดุเดือดในภาคตะวันออกของยูเครน และกล่าวว่า การโต้กลับของยูเครนกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี และยูเครนกำลังก้าวไปข้างหน้า

เจ้าหน้าที่ยูเครนได้เริ่มไม่เปิดเผยข้อมูลเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการทางทหาร แต่กล่าวว่ารัสเซียประสบความสูญเสียมากกว่าที่ยูเครนได้รับระหว่างการโจมตีครั้งใหม่ เจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคกล่าวว่า กองกำลังยูเครนได้ทำลายกองกระสุนของรัสเซียในเขตเคอร์ซอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่ยาวนานหลายสัปดาห์ของยูเครนในการขัดขวางการเสริมกำลังของรัสเซีย

หน่วยข่าวกรองด้านกลาโหมของอังกฤษกล่าวว่า การสู้รบมุ่งเน้นไปที่เมืองซาโปริเซีย ทางตะวันตกของโดเนตสค์ และใกล้กับเมืองบักห์มุต ซึ่งกลุ่มทหารรับจ้างของรัสเซียยึดได้เมื่อเดือนที่แล้ว และระบุว่า ในทุกพื้นที่เหล่านี้ ยูเครนยังคงดำเนินการโจมตีอย่างต่อเนื่อง และมีความคืบหน้าเล็กน้อย.

สะเทือนทั้งลำ เครื่องบินเกี่ยวกันกลางสนามบินสหรัฐฯ FAA เร่งตรวจสอบ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702957

สะเทือนทั้งลำ เครื่องบินเกี่ยวกันกลางสนามบินสหรัฐฯ FAA เร่งตรวจสอบ (คลิป)

19 มิ.ย. 2566 12:46 น.

สะเทือนทั้งลำ เครื่องบินเกี่ยวกันกลางสนามบินสหรัฐฯ FAA เร่งตรวจสอบ (คลิป)

ปีกเครื่องบินสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส ไปเกี่ยวเข้ากับส่วนหางของเครื่องบินเดลตาแอร์ไลน์ส กลางสนามบินบอสตัน โลแกน ของสหรัฐฯ ท่ามกลางความตกใจของผู้โดยสาร เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เครื่องบินโดยสารของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ไปเกี่ยวเข้ากับส่วนหางของเครื่องบินโดยสารสายการบินเดลตา แอร์ไลน์ส ที่จอดอยู่บนลานจอดภายในสนามบินนานาชาติบอสตัน โลแกน ในสหรัฐอเมริกา เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น.ตามเวลาในท้องถิ่น โดยคลิปภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกถ่ายเอาไว้ได้โดยผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ที่เกิดเหตุ

จากคลิปภาพที่ถ่ายจากในห้องโดยสาร จะเห็นเครื่องบินยูไนเต็ดฯ ค่อยๆ เคลื่อนตัวช้าๆ จนมาเข้าใกล้กับเครื่องบินสายการบินเดลตาฯ ที่จอดอยู่ จนกระทั่งส่วนปีกของเครื่องไปเกี่ยวกับส่วนหางของเครื่องบินอีกลำ โดยแรงกระแทกทำให้ตัวเครื่องทั้งสองลำสั่นสะเทือนเหมือนกับเกิดแผ่นดินไหว แต่ไม่พบความเสียหายรุนแรง ขณะที่หน่วยฉุกเฉินรีบเข้าไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น และต้องลากเครื่องบินทั้งสองลำไปตรวจสอบสภาพ ทำให้เที่ยวบินทั้งสองต้องล่าช้าออกไป โดยมีการจัดหาเครื่องบินลำอื่นมาทดแทนเพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังจุดหมายปลายทางต่อไป

ด้านองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ยืนยันว่าไม่มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจะเร่งสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อีกครั้ง.

ที่มา : นิวยอร์กโพสต์

ไทยแจง จัดประชุมไม่เป็นทางการ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในพม่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702955

ไทยแจง จัดประชุมไม่เป็นทางการ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในพม่า

19 มิ.ย. 2566 12:19 น.

ไทยแจง จัดประชุมไม่เป็นทางการ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในพม่า

ไทยแจง เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศเมียนมา 

กระทรวงการต่างประเทศของไทย รายงานว่า วันที่ 19 มิถุนายน 2566 ไทยจะจัดการประชุมพบปะแบบสนทนาอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศเมียนมา ซึ่งไม่ได้เป็นการประชุมในกรอบอาเซียน แต่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนความพยายามของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาเมียนมา โดยการประชุมครั้งนี้จะมีผู้แทนระดับสูงจาก สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา อินเดีย จีน บรูไน เวียดนาม เข้าร่วม

ก่อนหน้านี้ ไทยได้แจ้งอย่างเป็นทางการต่อที่ประชุม ASEAN Regional Forum (ARF) ของอาเซียน ที่กรุงพนมเปญ เมื่อปี 2565 ว่า ไทยจะดำเนินการให้มีการพูดคุยเพื่อหาวิธีซึ่งจะได้มาเพื่อการแก้ปัญหาในเมียนมาอย่างสันติในทุกกรอบ รวมทั้งในกรอบ 1.5 ซึ่งครอบคลุมการประชุมทั้งภาคราชการและวิชาการ ซึ่งสมาชิกอาเซียนรับทราบและไม่มีผู้คัดค้าน

ไทยเคยจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเมียนมาแล้วหลายครั้ง ในหลากหลายรูปแบบ และหลายระดับ ซึ่งได้จัดการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งทุกครั้ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศอาเซียนทราบ และเชิญเข้าร่วมการประชุมด้วย

รวมทั้งเคยจัดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย รวมทั้งพบกับผู้แทนของสหประชาชาติในโอกาสต่อมา ตลอดจนจัดให้นักธุรกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภายในของเมียนมาได้มีโอกาสพูดคุยกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของเมียนมาโดยตรง ทำให้ปัญหาหลายประการคลี่คลายไปได้

นอกจากนั้น ไทยเคยจัดให้ภาคส่วนที่สนใจในการหาทางแก้ไขปัญหาเมียนมาโดยวิธีสันติ ตลอดจนนักวิชาการ มาร่วมการสัมมนาในหัวข้อที่สำคัญ อาทิ ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินการทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและสามารถต่อยอดซึ่งกันและกันได้ โดยเน้นว่าจะไม่มีการนำเอาเรื่องที่พูดคุยกันออกมาเปิดเผยเพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการทูตและการเจรจาในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การพูดคุยเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของการทูตทั่วโลก เพื่อแสวงหาทางออกโดยสันติ ซึ่งหลักการของอาเซียนก็เน้นย้ำการปรึกษาหารือ (consultations) การร่วมมือ (cooperation) และฉันทามติ (consensus) ตั้งแต่อาเซียนเพิ่งเริ่มก่อตั้ง ทั้งยังเน้นเรื่องการไม่เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในระหว่างกัน ทำให้อาเซียนสามารถเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการเมืองมาได้ถึงปัจจุบัน จนทำให้เกิดคำที่เรียกว่า ความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) จากความเป็นปึกแผ่นและมีเอกภาพ ทำให้อาเซียนสามารถมีบทบาทนำท่ามกลางความท้าทายและความหลายหลากของประเทศสมาชิก

ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกับเมียนมาถึง 2,400 กิโลเมตร ไทยต้องการเห็นสันติภาพและเสถียรภาพกลับคืนสู่เมียนมาอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกโดยสันติวิธีและยุติการใช้ความรุนแรง การสู้รบตามชายแดนมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย ทั้งด้านการค้าชายแดนที่มีมูลค่ากว่า  2 แสนล้านบาท ความมั่นคงทางพลังงาน การลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบค้าอาวุธ แก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาประจำที่เกิดขึ้น โดยไทยไม่อาจรั้งรอในการแก้ปัญหาได้

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับประชาชนเมียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการจัดตั้ง Humanitarian Task Force โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน และได้ประสานงานองค์กรต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งองค์กรต่างๆ ของสหประชาชาติ โดยได้ให้ความช่วยเหลือทั้งโดยตรงต่อเมียนมา และร่วมกับอาเซียน ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นในภาวะภัยการสู้รบและภัยธรรมชาติ

ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ

พม่าสุดระทึก แผ่นดินไหวแรงในทะเลอันดามัน สั่นสะเทือนถึงหลายรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702945

พม่าสุดระทึก แผ่นดินไหวแรงในทะเลอันดามัน สั่นสะเทือนถึงหลายรัฐ

19 มิ.ย. 2566 11:04 น.

พม่าสุดระทึก แผ่นดินไหวแรงในทะเลอันดามัน สั่นสะเทือนถึงหลายรัฐ

ผู้คนในเมียนมา ระทึก เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ในทะเลอันดามัน นอกชายฝั่งตะวันตกของประเทศ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวรู้สึกสั่นไหวในหลายรัฐ รวมทั้งย่างกุ้ง

เมื่อ 19 มิถุนายน 2566 สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 5.6 ในทะเลอันดามัน ชายฝั่งตะวันตกของประเทศเมียนมา เมื่อเวลาประมาณ 08.10 น. ของเช้าวันนี้ โดยศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองพยาโบน (Pyapon) ไปทางใต้-ตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 130 กิโลเมตร และศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ ลึกจากผิวดินเพียงแค่ประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น

ความรุนแรงของแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ทำให้รู้สึกถึงแรงสั่นไหวในหลายรัฐของเมียนมา รวมทั้งย่างกุ้ง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือความเสียหาย

ขณะที่มีรายงานว่าทางการของเมียนมาอาจสั่งระงับการให้บริการขนส่งในพื้นที่ที่ได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

ที่มา : USGS

รอดปาฏิหาริย์ หนูน้อยชาวโคลอมเบียวิ่งข้ามถนนโดน จยย.ชน (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702917

รอดปาฏิหาริย์ หนูน้อยชาวโคลอมเบียวิ่งข้ามถนนโดน จยย.ชน (คลิป)

19 มิ.ย. 2566 09:43 น.

รอดปาฏิหาริย์ หนูน้อยชาวโคลอมเบียวิ่งข้ามถนนโดน จยย.ชน (คลิป)

เด็กผู้หญิงชาวโคลอมเบีย วิ่งข้ามถนนในขณะที่มีรถบรรทุกสวนมา แต่ปรากฏว่าเธอโดนรถมอเตอร์ไซค์ชนล้มลงกับพื้น ซึ่งเหมือนเป็นการช่วยชีวิต เพราะไม่เช่นนั้นเธออาจโดนรถบรรทุกชนเข้าเต็มๆ

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2566 สื่อท้องถิ่นของโคลอมเบีย รายงานว่า เกิดเหตุเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 5 ขวบ กำลังวิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามในขณะที่กำลังมีรถบรรทุกแล่นเข้ามาพอดี แต่ปรากฏว่าวินาทีนั้นเธอโดนรถมอเตอร์ไซค์ชนจนล้มลงเสียก่อน แล้วจากนั้นก็โดนมอเตอร์ไซค์อีกหลายคันมาชนซ้ำ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่โดนรถบรรทุกชน

รายงานข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุแม่ของหนูน้อยวิ่งเข้าไปอุ้มลูกออกไปจากถนน พบว่าเด็กน้อยอยู่ในอาการตกใจ แต่ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สื่อท้องถิ่นของโคลอมเบียรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองแห่งหนึ่งในจังหวัดแอนติโอกัว ทางภาคตะวันออกของประเทศ เมื่อวันพุธ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา คลิปวิดีโอนี้กลายเป็นไวรัล บรรดาชาวเน็ตต่างบอกว่า เป็นเหตุการณ์ที่ดูแล้วถึงกับช็อก เพราะหนูน้อยรอดตายราวปาฏิหาริย์ และดูแล้วหวาดเสียวอย่างมาก เพราะแม้หนูน้อยจะบาดเจ็บแต่ถ้าเธอไม่โดนมอเตอร์ไซค์ชน ก็อาจเกิดความสูญเสียร้ายแรง และพ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดมากกว่านี้.

ภาพจาก @PacoZeaCom

สลด คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมอินเดีย คร่าแล้วเกือบ 100 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702911

สลด คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมอินเดีย คร่าแล้วเกือบ 100 ศพ

19 มิ.ย. 2566 09:09 น.

สลด คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมอินเดีย คร่าแล้วเกือบ 100 ศพ

คลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมอินเดีย หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 96 ศพ ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลกว่า 300 ราย ทางการเตือนประชาชนอยู่แต่ในที่ร่ม

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2566 สถานการณ์คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมในหลายพื้นที่ของอินเดียกำลังส่อเค้ารุนแรง ล่าสุดรายงานตัวเลขมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 96 ศพ ในรัฐอุตตรประเทศ ทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดถึง 200 ล้านคน และรัฐพิหาร ทางภาคตะวันออก

ก่อนหน้านี้ ทางการอินเดียประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนในรัฐอุตตรประเทศ และรัฐพิหาร ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 45 องศาเซลเซียส โดยขอให้ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีปัญหาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ และเก็บตัวอยู่แต่ในอาคารบ้านเรือนในช่วงกลางวัน

ขณะเดียวกัน นายแพทย์เอส เค ยาดาฟ ในเขตบัลเลีย ของรัฐอุตตรประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วง 3 วันก่อนหน้า มีผู้ป่วยราว 300 คนเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเขต จากอาการป่วยต่างๆ ที่รุนแรงขึ้น เพราะคลื่นความร้อน

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดีย กล่าวว่า อุณหภูมิทั่วรัฐอุตตรประเทศยังอยู่ในระดับที่สูงเกินปกติ พร้อมออกคำเตือนระวังภัยคลื่นความร้อน ที่คาดว่าจะคงอยู่ต่อไปถึงวันที่ 19 มิถุนายน ในบางพื้นที่ของรัฐอุตตรประเทศ

ทั้งนี้ เดือนเมษายน – มิถุนายน เป็นช่วงฤดูร้อนของอินเดีย เป็นเวลาที่ร้อนที่สุดของปี ก่อนที่ฤดูมรสุมพร้อมฝนจะมาเยือนและทำให้อุณหภูมิลดลง แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อุณหภูมิในอินเดียปรับเพิ่มสูงอย่างเห็นได้ชัด และในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน อินเดียจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำรุนแรงด้วย.

ปูตินโชว์เอกสารเก่า ชี้ยูเครนฉีกสันติภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702908

ปูตินโชว์เอกสารเก่า ชี้ยูเครนฉีกสันติภาพ

19 มิ.ย. 2566 07:24 น.

ปูตินโชว์เอกสารเก่า ชี้ยูเครนฉีกสันติภาพ

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าจากกรุงมอสโก หลังนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดพระราชวังเครมลิน ให้การต้อนรับประธานาธิบดี-นายกรัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศแอฟริกา ไม่ว่าจากแอฟริกาใต้ เซเนกัล แซมเบีย อียิปต์ ไปจนถึงตัวแทนระดับสูงจากสาธารณรัฐคองโกและยูกันดา โดยระบุว่านายปูตินมีการหารือเรื่องผลกระทบจากสงครามที่มีต่อประเทศแอฟริกา พร้อมกล่าวโจมตีว่าข้อตกลงส่งออกข้าวยูเครนที่ควรจะถูกส่งไปแอฟริกากลับตกไปเป็นของชาติตะวันตก จาก 31.7 ล้านตัน ถูกส่งไปถึงแอฟริกาเพียง 976,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนเพียง 3.1%

นอกจากนี้ ผู้นำชาติแอฟริกายังเสนอแผนการสันติภาพในยูเครนแก่นายปูติน เรียกร้องให้ทั้งรัสเซียและยูเครนคลี่คลายสถานการณ์ พร้อมแสดงจุดยืนเคารพอธิปไตยของรัสเซียและยูเครน ยกเลิกมาตรการระงับการค้า และปล่อยตัวเชลยสงคราม ซึ่งนายปูตินชี้แจงว่า รัสเซียไม่เคยปฏิเสธการเจรจา ปัญหามาจากรัฐบาลเคียฟและผู้สนับสนุน นายปูตินยังนำเอกสารข้อตกลงที่มีลายเซ็นของตัวแทนรัฐบาลยูเครนมาเปิดเผย โดยเป็นเอกสารข้อตกลงปี 2565 ที่มีนายเรเซป ทายยิบ แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีเป็นตัวกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย

นายปูตินอธิบายว่า ข้อตกลงสันติภาพนั้นมีอยู่จริง และตัวแทนผู้นำยูเครนลงนามยอมรับกันที่โต๊ะเจรจาในนครอิสตันบูลของตุรกี ไม่เคยแสดงให้ใครดูมาก่อน มีรายละเอียดคือกองทัพรัสเซียถอนกำลังจากกรุงเคียฟ ทางภาคเหนือของยูเครน และจังหวัดซูมีและจังหวัดคาร์คิฟทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของยูเครน รัฐบาลยูเครนประกาศสถานะความเป็นกลาง กองทัพยูเครนลดกำลังทางทหาร และยูเครนเลิกล้มความตั้งใจเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) แลกกับการรับประกันทางความมั่นคงจากหลายประเทศ ซึ่งรัสเซียก็ทำตามเงื่อนไข แต่สุดท้ายยูเครนก็ทิ้งข้อตกลงลงในสุสานของประวัติศาสตร์ เหมือนกับที่ประเทศ “เจ้านาย” ชอบทำกัน

ก่อนหน้านี้ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ว่า หากยูเครนจะเข้าเป็นสมาชิกองค์การนาโต ก็จำเป็นต้องสร้าง “มาตรฐาน” ให้เท่ากับประเทศสมาชิก ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ทำให้เป็นเรื่องง่ายๆแน่นอน ขณะที่นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย รายงานสถานการณ์การตีโต้ของกองทัพยูเครนว่า กองทัพรัสเซียทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยูเครนผลิตเองจนเกือบหมดแล้ว และตอนนี้อาวุธที่กองทัพยูเครนใช้ส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่ชาติตะวันตกส่งมา ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเพราะถือว่าตะวันตกเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง.

UK หวั่นทหารรัสเซีย-ยูเครน ตายเจ็บอื้อ กองทัพยูเครนโต้กลับยึดคืนพท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702861

UK หวั่นทหารรัสเซีย-ยูเครน ตายเจ็บอื้อ กองทัพยูเครนโต้กลับยึดคืนพท.

18 มิ.ย. 2566 19:55 น.

UK หวั่นทหารรัสเซีย-ยูเครน ตายเจ็บอื้อ กองทัพยูเครนโต้กลับยึดคืนพท.

สหราชอาณาจักร วิตก ทหารรัสเซียและยูเครน ล้มตายบาดเจ็บสูงมาก ขณะกองทัพยูเครนปฏิบัติการโต้กลับยึดคืนพื้นที่ในแคว้นซาปอริชเชีย และแนวรบในแคว้นโดเนตสก์

เมื่อ 18 มิถุนายน 2566 สงครามในยูเครนยังคงหฤโหด เจ้าหน้าที่ทหารของสหราชอาณาจักร (UK) หวั่นวิตกทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครนกำลังสูญเสียอย่างหนัก จากการที่ทหารล้มตายและบาดเจ็บจำนวนสูงมาก ขณะที่กองทัพยูเครนเดินหน้า ปฏิบัติการโต้กลับ เพื่อยึดคืนพื้นที่ที่ถูกฝ่ายกองทหารรัสเซียยึดครองได้ หลังจากรัสเซียเปิดฉากทำสงครามในยูเครน ตั้งแต่ ก.พ. 2565

เจ้าหน้าที่ทหารสหราชอาณาจักร เผยว่า บางทีรัสเซียอาจสูญเสียทหารที่ล้มตายบาดเจ็บจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ได้สูญเสียทหารไปมากมายในสมรภูมิรบที่เมืองบักห์มุต ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

ตามรายงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักร เผยว่า การสู้รบระหว่างทหารรัสเซียและยูเครนเกิดขึ้นอย่างดุเดือดที่แคว้นซาปอริชเชีย ทางภาคใต้ของยูเครน และรอบเมืองบักห์มุต รวมทั้งบริเวณแนวรบทางตะวันตกในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน

รายงานหน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักรระบุว่า ขณะที่กองทัพยูเครนปฏิบัติการโต้กลับเพื่อพยายามยึดคืนพื้นที่จากฝ่ายรัสเซียนั้น ปรากฏว่ายังได้รับความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย ในขณะที่กองทหารรัสเซียยังคงปฏิบัติการตั้งรับต้านทานการบุกโจมตีของกองทัพยูเครนได้อย่างมีประสิทธิภาพทางภาคใต้ของยูเครน

ที่มา : Aljazeera

นาทีระทึก เรือเฟอร์รี่ในฟิลิปปินส์ ไฟไหม้กลางทะเล บรรทุก 120 ชีวิต (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702846

นาทีระทึก เรือเฟอร์รี่ในฟิลิปปินส์ ไฟไหม้กลางทะเล  บรรทุก 120 ชีวิต (คลิป)

18 มิ.ย. 2566 18:59 น.

นาทีระทึก เรือเฟอร์รี่ในฟิลิปปินส์ ไฟไหม้กลางทะเล บรรทุก 120 ชีวิต (คลิป)

เรือเฟอร์รี่ในฟิลิปปินส์เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง ผู้โดยสารและลูกเรือ 120 ชีวิตสุดระทึก

เมื่อ 18 มิถุนายน 2566 สำนักข่าวต่างประเทศและรอยเตอร์ รายงาน เกิดเหตุระทึก เรือเฟอร์รี่โดยสาร ‘M/V Esperanza Star’ ในฟิลิปปินส์ เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ขณะแล่นอยู่ในทะเล ทางภาคกลางของประเทศ เป็นเหตุให้ผู้โดยสาร 65 คน และลูกเรือ 55 คน รวม 120 คนตื่นตระหนกตกใจอย่างหนัก โชคยังดีที่หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ได้ดำเนินปฏิบัติการกู้ภัยช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จนทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย

หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์เผยว่า เรือเฟอร์รี่โดยสารลำนี้ได้แล่นออกจากท่าเรือของเกาะซิกีคอร์ Siquijor เพื่อจะไปยังปลายทางที่เกาะโบโฮล ซึ่งอยู่ใกล้กัน แต่แล้วเรือได้เกิดไฟไหม้ เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 18 มิ.ย. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช

หลังเกิดเพลิงไหม้ พนักงานดับเพลิงสังกัดหน่วยยามฝั่งบนเรือเฟอร์รี่อีกลำ ได้ใช้เครื่องฉีดน้ำควบคุมไฟที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงบนเรือ ‘M/V Esperanza Star’ และแจ้งว่าได้เกิดไฟไหม้บนเรือลำนี้

จากนั้น ได้มีเรือของหน่วยยามฝั่งอีก 2 ลำมาช่วยดับไฟ และปฏิบัติการช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือ  120 คน จากเรือเฟอร์รี่ที่กำลังถูกไฟไหม้ และทั้งหมดปลอดภัย โดยเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง จนบางส่วนของเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก

Philippines ferry with 120 passengers catches fire at sea

Follow us on Telegram: https://t.co/8u9sqgdVPV pic.twitter.com/TxsZd2pHbI— RT (@RT_com) June 18, 2023

วังอังกฤษ เผยพระรูปสุดน่ารัก เจ้าชายวิลเลียม โอรสธิดา เนื่องในวันพ่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2702806

วังอังกฤษ เผยพระรูปสุดน่ารัก เจ้าชายวิลเลียม โอรสธิดา เนื่องในวันพ่อ

18 มิ.ย. 2566 17:54 น.

วังอังกฤษ เผยพระรูปสุดน่ารัก เจ้าชายวิลเลียม โอรสธิดา เนื่องในวันพ่อ

วังเคนซิงตัน เผยแพร่พระรูปสุดน่ารักของครอบครัวเจ้าชายวิลเลียม เนื่องในวันพ่อ ที่ได้ทรงฉายพระรูปร่วมกันอย่างมีความสุข

เมื่อ 18 มิถุนายน 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สำนักพระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เผยแพร่พระรูปครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เนื่องในวันพ่อ ซึ่งตรงกับวันที่ 17 มิถุนายน โดยเป็นพระรูปที่เจ้าชายวิลเลียม พร้อมทั้ง เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และ เจ้าชายลูอิส พระโอรสพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ ทรงแย้มพระสรวลกันอย่างมีความสุข 

วังเคนซิงตันเผยแพร่พระรูป เจ้าชายวิลเลียม พร้อมทั้งโอรสธิดา เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอิส เนื่องในวันพ่อ เมื่อ 17 มิถุนายน 2566

พระรูปนี้ เจ้าชายวิลเลียม และพระโอรสพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ ได้ทรงฉายพระรูปร่วมกันในเขตพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อช่วงต้นปีนี้ โดยมี Millie Pilkington เป็นช่างภาพ ซึ่งพระรูปที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงสายใยความรัก ความอบอุ่น ในครอบครัวเจ้าชายวิลเลียมและแคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างยิ่ง แม้แต่สีชุดฉลองพระองค์ เจ้าชายวิลเลียมและโอรสธิดา 3 พระองค์ ก็ยังทรงฉลองพระองค์ในชุดสีเดียวกันเหมือนกับหลายปีก่อน และปีนี้ทรงเลือกสีฟ้า

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา ครอบครัวของเจ้าชายวิลเลียม ทั้ง 5 พระองค์ ได้เสด็จพระดำเนินไปทรงร่วมในพระราชพิธีสวนสนาม เฉลิมพระเกียรติ หรือ Trooping the Colour เนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระชนมพรรษา 74 พรรษา ซึ่งนับเป็นพระราชพิธีสวนสนามครั้งแรกในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 หลังทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2  ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อเดือนกันยายน 2565

ทั้งนี้ ถือเป็นธรรมเนียมของอังกฤษมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ที่จะจัดพิธีเฉลิมฉลอง ‘วันพระราชสมภพของกษัตริย์หรือสมเด็จพระราชินีนาถอย่างเป็นทางการ’ ในวันเสาร์ของเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน เพื่อที่พสกนิกรจะสามารถออกมาถวายพระพรให้แก่กษัตริย์และสมเด็จพระราชินีนาถได้ ในขณะที่วันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เป็นวันที่ 14 เดือนพฤศจิกายน . 

ที่มา : mirror