ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัฒนธรรมชาติ’ภูมิขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัฒนธรรมชาติ’ภูมิขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วัฒนธรรมชาติ’ภูมิขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระธาตุดอยตุง

กระทรวงวัฒนธรรม โดยนางสาวสุดาวรรณหวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ได้สนองนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยเน้น“4 นโยบาย-3 แนวทาง-2 รูปแบบ-1 เป้าหมาย” โดยกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ประโยชน์สู่ประชาชน สนับสนุน ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอแนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อให้ทุกหน่วยรับงบประมาณนำไปกำหนดแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และนโยบายสำคัญ

ในการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการและองค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดทำแผนงานและโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ นั้นได้มีการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนอันเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ รวมถึงให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมทั้งมอบหมายให้นำนโยบาย “วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยมีกรอบแนวคิดขับเคลื่อนงาน คือ “4 นโยบาย-3 แนวทาง-2 รูปแบบ-1 เป้าหมาย” คือประกอบด้วย 4 นโยบาย ได้แก่ 1.ทุน การส่งเสริม สร้างสรรค์ ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ 2.ระบบนิเวศ เสริมสร้างระบบนิเวศและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจวัฒนธรรม 3.คน เสริมพลังสร้างสรรค์ให้ “คน” เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรม และ 4.สินค้าและบริการพัฒนาและผลักดันสินค้าวัฒนธรรม และบริการทางวัฒนธรรมให้มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในตลาดโลก

พระพุทธสิหิงค์วังหน้า

โดยมี 3.แนวทาง ได้แก่ 1.เชื่อมโยงอุตสาหกรรมวัฒนธรรมกับอุตสาหกรรมสาขาอื่นๆ อาทิ วัฒนธรรมกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วัฒนธรรมกับการเกษตร วัฒนธรรมกับการแพทย์ ฯลฯ 2.ร่วมมือบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนและทุกหน่วยงานโปร่งใส ไม่โซโล ไม่ซ้ำซ้อน และ3.ยั่งยืน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน 3 มิติ คือประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ประเทศชาติและประชาชนการบริหารจัดการที่ยั่งยืน และคุณค่าของวัฒนธรรมที่ยั่งยืน ส่วน 2 รูปแบบ นั้นได้แก่ รักษาสิ่งเดิม และ เพิ่มเติมสิ่งใหม่ ด้าน 1 เป้าหมาย ก็คือเศรษฐกิจวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ได้แก่ เศรษฐกิจเติบโต เร่งเพิ่ม GDP ด้านวัฒนธรรมผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สังคมยั่งยืน เพิ่มจำนวนแรงงานทักษะสูงด้านวัฒนธรรมและเข้าสู่ระบบวิชาชีพและสู่เวทีโลก ซึ่งประเทศไทยนั้นในปี 2570 เชื่อว่าจะเป็น 1 ใน 25 ประเทศที่มีอิทธิพลด้าน Soft Power ในมิติวัฒนธรรมนั้นได้ถูกนำมาใช้กับการสร้างชื่อเสียงแต่ละเมือง ท้องถิ่น ชุมชน จนเกิดกระแสธุรกิจการท่องเที่ยวและเที่ยววิถีไทยในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ดังปรากฏในโครงการเที่ยวชุมชนยลวิถี ของกระทรวงวัฒนธรรมทำกันมาหลายปีเพื่อค้นหาผลงานชาวบ้านที่สร้างผลิตภัณฑ์มาตรฐานและน่าสนใจมาสร้างเศรษฐกิจรายได้ในเมือง ท้องถิ่น ชุมชนนั้นๆ แม้จะพอเลี้ยงตัวจากอาชีพพื้นบ้านๆก็ยังทะลุทะลวงไปสู่ระดับนานาชาติไม่ได้ กลับกันผลงานที่ทำกันมากมายในแผนและโครงการต่างๆ นั้นมีจุดไหนว่าคุ้มค่าสมราคาการลงทุนหรือไม่ วันนี้ธุรกิจต่างๆ และแบรนด์ต่างชาติมีอิทธิพลเข้ามาเต็มเมือง โชคดีที่ประเทศนี้มีแหล่งท่องเที่ยวประเพณีหลากหลายพอแก้หน้าได้

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ธรรมาสน์สมัยพระนารายณ์

ธรรมาสน์สมัยพระนารายณ์

มังกรนครสวรรค์วันนี้

มังกรนครสวรรค์วันนี้

ขนมเบื้องโบราณบ้านหงาว

ขนมเบื้องโบราณบ้านหงาว

สุสานเจ้าเมืองระนอง

สุสานเจ้าเมืองระนอง

สีสันงานชุมชนอีสาน

สีสันงานชุมชนอีสาน

วิถีชุมชนมีทุกเทศกาล

วิถีชุมชนมีทุกเทศกาล

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ

พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ

บรรยากาศชาวกรุงเทพฯ

บรรยากาศชาวกรุงเทพฯ

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo Metropolitan Art Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo Metropolitan Art Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo Metropolitan Art Museum

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวสายอาร์ตที่มาเที่ยวย่านอูเอโนะ และไม่ได้ต้องการเพียงแค่เดินสวนสาธารณะหรือช้อปปิ้ง แต่ต้องเยือนมิวเซียมให้ได้ มิวเซียมหนึ่งที่ควรเยือนให้ได้ก็คือ Tokyo Metropolitan Art Museum แม้ว่าชื่อมิวเซียมจะเป็นแค่มิวเซียมประจำเมือง แต่เนื่องจากโตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ประเทศที่เคยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมาก่อนย่อมมีของดีให้ดูอย่างแน่นอน

Tokyo Metropolitan Art Museum นี้เป็นหนึ่งในหลายๆ มิวเซียมที่ตั้งอยู่ใน Ueno Park แต่เป็น Art Museum แรกของญี่ปุ่นโดยได้เปิดทำการครั้งแรกในปี 1926 แนวคิดเริ่มต้นในการก่อตั้งได้รับการสนับสนุนจาก Keitaro Sato เจ้าพ่ออุตสาหกรรมจากKyushu เขาได้บริจาคเงินถึง 1 ล้านเยน ให้กับเทศบาลเมืองด้วยความหวังให้เทศบาลก่อตั้งมิวเซียมศิลปะเพื่อรักษาและส่งเสริมงานศิลปะแนวใหม่ แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและประชาชนอย่างล้นหลามจนทำให้มิวเซียมสามารถเปิดทำการได้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 1926

อย่างไรก็ดี หลังเปิดทำการ มิวเซียมกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Shizuka Shikazakiนักวิพากษ์อันเป็นผลมาจากการที่มิวเซียมไม่มีผลงานสะสมแบบถาวรไว้จัดแสดงเลยเป็นเพียงให้เช่าพื้นที่จัดแสดงศิลปะชั่วคราวเท่านั้นจึงเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หลังจากนั้นอีก 2 ปี Seisui Sakaiนักวิพากษ์อีกคนก็ให้ความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า มิวเซียมจะไม่สามารถเป็นมิวเซียมได้จนกว่าจะมีการจัดแสดงผลงานถาวรขึ้น

ถึงกระนั้นก็ตาม มิวเซียมก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของจัดแสดงผลงานถาวรได้จวบจนทศวรรษที่ 1970 ทั้งนี้ เพราะแรงกดดันจากศิลปินท้องถิ่น และตัวอาคารที่เริ่มเสื่อมโทรม ในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจรื้ออาคารทิ้งแล้วปรับเปลี่ยนสถานที่บางส่วนเป็นสวนสาธารณะในปี 1975 ภายใต้การออกแบบของ Kunio Maekawa สถาปนิกที่มีแนวคิดล้ำสมัยมากในช่วงเวลานั้นอาคารใหม่นี้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนในความหรูหรา แต่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมมากนับจากนั้นมามิวเซียมก็เริ่มสะสมของจัดแสดงถาวร อาทิ งานประติมากรรมของทศวรรษที่ 1970-1980 ต่อมาในปี 1994ของจัดแสดงถาวรส่วนหนึ่งได้ถูกย้ายไปไว้ที่ Tokyo Museum of Contemporary Art แต่ในที่สุดมิวเซียมก็หวนกลับมาจัดตั้งใหม่ ณ สถานที่เดิมและเปิดทำการในปี 2012

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนไม่เพียงจะสามารถถ่ายรูปเล่นด้านหน้ากับลูกโลกทรงกลมขนาดใหญ่ ยังจะได้ชื่นชมกับผลงานศิลปะแนว Contemporary Art จากศิลปินญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์งานได้อย่างมีสีสันสนุกสนานจนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในสถานที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้ชนิดที่ลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในญี่ปุ่น

ตะลอนเที่ยว : วันเด็ก วันแห่งความสดใส

ตะลอนเที่ยว : วันเด็ก วันแห่งความสดใส

ตะลอนเที่ยว : วันเด็ก วันแห่งความสดใส

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วัยเด็กคือวัยแห่งความสดใส เป็นวัยแห่งความร่าเริง ขณะเดียวกันเด็กก็เป็นความหวังของสังคมและประเทศชาติ

เด็กคือทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดของประเทศ เพราะฉะนั้น เด็กจึงต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู สั่งสอนและบ่มเพาะให้พร้อมจะเติบโตเป็นคนที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์และเป็นผู้ที่ไม่หยุดยั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

สำหรับงานวันเด็กปีนี้ สมาชิกคอลัมน์ตะลอนเที่ยว และสมาชิกรายการ Good TimeFM95.5 ได้ร่วมกันกับสมาชิกกลุ่มอื่นๆไปจัดงานวันเด็กให้กลับหนูๆ ผู้น่ารักที่โรงเรียนบ้านเตยใหญ่ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก

โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนประมาณ70 คน มีครูและเจ้าหน้าที่อีกประมาณ10 คน

แล้วเป็นปกติเมื่อกลุ่มของเราจะไปจัดงานวันเด็กให้เด็กในโรงเรียนใดก็ตาม เรามักจะถามเด็กๆ ว่าต้องการอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนมากก็จะได้รับคำตอบว่า ต้องการตุ๊กตา ของเล่น ขนม เครื่องเขียนแบบเรียน กระเป๋านักเรียน อุปกรณ์การกีฬา และที่เป็นคำตอบที่ได้รับตรงกันมากที่สุดคือ อยากได้รองเท้านักเรียนคู่ใหม่

เพราะฉะนั้นในปีนี้คณะผู้ร่วมจัดงาน  โดยเฉพาะในกลุ่มของ Mr.Flower จึงร่วมกันจัดหารองเท้านักเรียนให้กับนักเรียนทุกคน รวมถึงซื้ออุปกรณ์การกีฬา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ลูกปิงปอง และลูกบอลสำหรับเด็กชั้นอนุบาล ซึ่งเป็นลูกบอลที่ไม่มีผิวของลูกบอลแข็งและหนาเท่ากับลูกบอลของนักเรียนระดับชั้นประถมสามถึงประถมหก

ส่วนเรื่องอาหารการกินและของแจกอื่นๆ คณะของเราก็จัดเตรียมไปมากมาย ตามภาพที่นำมาให้คุณได้เห็นในวันนี้ ขณะเดียวกันก็มีผู้ใหญ่ใจดีที่เห็นความสำคัญของเด็กและเยาวชน กรุณามอบเงินเพื่อใช้ในกิจการด้านการเรียนและการกีฬาของเด็กนักเรียนด้วย

ภาพประทับใจทุกครั้งเมื่อเราไปร่วมกันจัดกิจกรรมวันเด็กเป็นประจำทุกปีคือ รอยยิ้มของน้องหนูก้าวขึ้นไปเป็นอนาคตของประเทศชาติ เสียงหัวเราะของเด็กคือเสียงที่ไพเราะที่สุดอย่างหนึ่ง การที่เด็กๆ ได้ร่วมกันแสดงการร้องรำทำเพลง การเต้น และทำกิจกรรมโดยเฉพาะเล่นเกมร่วมกัน คือ ภาพที่ทำให้ผู้ร่วมจัดงานรวมทั้งเด็กทุกคนมีความสุขมากที่สุด

ภาพที่เด็กๆ นำรองเท้าที่ทุกคนได้รับออกมาอวดกัน และนำของขวัญอื่นๆ ที่แต่ละคนได้มาอวดกันและอวดผู้ปกครองที่ไปร่วมงานวันเด็กด้วย คือภาพที่ทำให้ผู้ที่อยู่ในงานทุกคนมีรอยยิ้มและมีความสุข ซึ่งเป็นสุขที่เกิดจากการให้ และความสุขที่เกิดจากการได้รับ

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่คณะผู้ร่วมจัดงานวันเด็กมักจะกล่าวกับเด็กทุกคนคือ อย่าคิดว่าสิ่งของที่ได้รับในวันนี้คือของฟรี แต่ขอให้คิดว่านี่คือการแบ่งปันกันระหว่างคนในสังคมวันนี้น้องหนูยังอยู่ในสถานะของเด็กน้อยที่ต้องได้รับการดูแลและได้รับความช่วยเหลือ แต่วันหนึ่งในอนาคตเมื่อน้องหนูเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้ที่มีความพร้อมที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ ในสังคม น้องหนูก็จะต้องแบ่งปันให้กับผู้ที่เราสามารถให้ความช่วยเหลือได้

เหตุผลที่คณะผู้ร่วมจัดงานของเรามักจะย้ำเรื่องการแบ่งปันให้กับผู้คนในสังคมก็เพราะต้องการปลูกฝังให้เด็กมีจิตของการเป็นผู้ให้ในวันที่เขามีความพร้อมกับการเป็นผู้ให้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือพยายามบอกกับเด็กว่าอย่าคิดว่าโลกใบนี้มีของฟรี เพราะทุกอย่างมีมูลค่าทั้งสิ้น แล้วก็อย่าหลงเชื่อว่าจะมีใครนำของฟรีมาให้ โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมือง รวมถึงคนที่นำสิ่งของมาหลอกล่อเพื่อให้เด็กน้อยหลงเข้าใจว่าโลกใบนี้มีของฟรี

หากคุณผู้อ่านสนใจร่วมกิจกรรมเพื่อการแบ่งปันให้กับผู้คนในสังคมร่วมกับMr.Flower ซึ่งคณะของเราจะมีกิจกรรมเลี้ยงอาหารคนชรา และเด็กพิการ รวมถึงการช่วยเหลือสัตว์ อาทิ หมาแมวจรจัด รวมถึงการไถ่ชีวิตวัวควาย ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยติดต่อที่หมายเลข 091-7233615

เราทุกคนเชื่อว่าสังคมของเราจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อเราแบ่งปันให้กันและกัน

‘หนุ่ม-แท่ง’ ล่องใต้ ขอพรที่ ‘วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์’ พากราบสุดยอดเกจิอาจารย์ดัง พร้อมอิ่มท้องที่ จ.ตรัง

‘หนุ่ม-แท่ง’ ล่องใต้ ขอพรที่ ‘วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์’  พากราบสุดยอดเกจิอาจารย์ดัง พร้อมอิ่มท้องที่ จ.ตรัง

‘หนุ่ม-แท่ง’ ล่องใต้ ขอพรที่ ‘วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์’ พากราบสุดยอดเกจิอาจารย์ดัง พร้อมอิ่มท้องที่ จ.ตรัง

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” 2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จะพาท่านผู้ชมไป วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์หรือวัดในเตา ที่จังหวัดตรัง พากราบพระอาจารย์ประสูติ สุดยอดเกจิอาจารย์ที่กำลังโด่งดังเป็นอย่างมาก ซึ่งท่านร่ำเรียนสรรพวิชาจากเกจิคณาจารย์ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และยังสืบทอดสายวิชาจตุคามศาสตร์ ทั้งนี้ การออกธุดงค์ของพระอาจารย์ประสูติ เพื่อศึกษาวิชาความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ทำให้ท่านเป็นพระนักปฏิบัติดี ปฏิบัติมั่นในพระธรรมวินัย ศีลาจารวัตรงดงาม แข็งแกร่งในวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีสมาธิแก่กล้าจนเป็นที่เลื่องลือ

แน่นอนทันทีที่มาถึงวัดแห่งนี้ หนุ่ม-แท่ง นอกจากต้องมากราบ พระอาจารย์ประสูติ แล้ว ยังต้องกราบขอพร พ่อท่านสมภาร ซึ่งท่านเป็นพระกรรมฐาน มาอาศัยปฏิบัติธรรมที่ถ้ำแห่งนี้ ตั้งแต่ยังไม่เป็นวัด จากนั้นพาไปเจาะลึกสถานที่สำคัญ ศักดิ์สิทธิ์จุดต่างๆ อย่างครบถ้วนโดยเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับวัดแห่งนี้ ก็ต้องเป็นตำนานเกี่ยวกับพระพุทธโกษีย์ พระพุทธรูปเก่าแก่คู่วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์มาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะอันสวยงาม ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ส่วนพระเครื่องและวัตถุมงคลของ พระอาจารย์ประสูติ มีการสร้างไว้หลายรุ่น โดยเฉพาะเครื่องรางของขลังที่ท่านสร้างออกมาจะเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์โดยตลอด เรียกได้ว่า เข้มขลังอย่างมาก ลูกศิษย์ลูกหาต้องมีเก็บไว้บูชาติดตัว ปิดท้ายกับการหาของอร่อยกินรอบวัดที่ร้าน บ้านคุณย่าเมืองตรัง สัมผัสรสอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ จัดจ้านถึงใจ บรรยากาศน่านั่ง มีให้เลือกด้วยกันหลายโซน

ด้าน หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “ลงใต้คราวนี้ได้มากราบเกจิอาจารย์ที่โด่งดังอีกรูป และได้มาวัดที่เก่าแก่อายุหลายร้อยปีนอกจากนี้ ยังได้ชิมอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าเต็มอิ่มจริงๆ ครับ” ไปเที่ยวพร้อมกับ หนุ่ม-แท่ง ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TV และ YouTube :Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube)และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘คนบันเทิงสายบุญ’ร่วมงาน ‘ห่มผ้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’

‘คนบันเทิงสายบุญ’ร่วมงาน ‘ห่มผ้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’

‘คนบันเทิงสายบุญ’ร่วมงาน ‘ห่มผ้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จัดงานบุญเป็นประจำต่อเนื่องในทุกๆ ปีสำหรับสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท)โดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ประธาน สว.นท, ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร รองประธาน สว.นท และกรรมการผู้จัดการบริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด, ดร.กัญฐณา สนเจริญ ประธานโครงการ “ห่มผ้าพระธาตุ เสริมบารมี สืบสานพระพุทธศาสนา” และกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สว.นท ร่วมกับมูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย และกลุ่มศิลปินดาราจิตอาสา ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่อสังคมและสืบสานพระพุทธศาสนาเป็นประจำทุกปี  

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมหลักของ สว.นท อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม, เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมระหว่างสื่อมวลชน ศิลปินดารานักแสดงจิตอาสา และประชาชนทั่วไปให้เข้าถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น, เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันทำนุ บำรุง และสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม, เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในแถบลุ่มแม่น้ำโขง และส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้อบอุ่นและเข้มแข็งอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ และสันติสุขให้เกิดขึ้นในชุมชนและสังคม โดยในปีนี้จัดให้มีกิจกรรม “ห่มผ้าพระปรางค์วัดอรุณฯ  เสริมบารมี สืบสานพระพุทธศาสนา ประจำปี 2568” เพื่อเอาฤกษ์เบิกชัยต้อนรับปีใหม่พ.ศ.2568 ณ พระอุโบสถ วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร โดยมีคนบันเทิงอาทิ ดร.นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล, ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้จัดซีรี่ส์วายพีเรียด “ลอยแก้ว”, ณัฐพล นิลดอนหวาย,พรวศิน เรืองนุกูล (เล้งแสตมป์) นักแสดงจากซีรี่ส์วายพีเรียด “ลอยแก้ว”, ปัทมา ปานทองนักแสดงจากละคร ผีเสื้อสลับลาย ช่อง 7HD, วรรณษา ทองวิเศษ นักแสดงจากละคร ผีเสื้อสลับลาย ช่อง 7HD, อาท-รณชัย นักแสดงและนักร้องลูกทุ่ง, ดร.ธิชาชา บุญเรืองขาว+น้องน้ำแร่, อังคาร ปะระทัง-บรรจง จันทร์เทพ ผู้จัดซีรี่ส์ “วัยซ่าส์ท้ามิติ” ช่อง 9MCOTHD,ชญาภา บีเวอร์ ผู้บริหารสถาบัน เอ็มบีเวอร์กรุ๊ป, ครูเมย์-ภัทดา สิงห์แก้ว, ณมน-พัชรวลัย พงษ์ภมร จากละครเรื่อง “มรกตสีรุ้ง”ช่อง 7HD, โซเฟีย ทองบริบูรณ์ นางเอกจากซีรี่ส์เรื่อง “กอแกงพาณิชย์” ช่องไทยรัฐทีวี,เต้-ปฏิพัทธ์ กันฉาย มิสเตอร์แลนสเคปนครปฐม2025 โดยมี สุพิชญา ไพฑูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เพชรวดีก่อสร้าง จำกัดและผู้บริหาร Hangover นครสวรรค์ และ ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร MRS.CLASSIC UNIVERSE 2024 เป็นเจ้าภาพผ้าไตร

‘เจฟ ซาเตอร์’ ปล่อยซิงเกิ้ลแรกจาก ENGLISH EP ที่จะชวนทุกคนเสี่ยงไปด้วยกัน

‘เจฟ ซาเตอร์’ ปล่อยซิงเกิ้ลแรกจาก ENGLISH EP ที่จะชวนทุกคนเสี่ยงไปด้วยกัน

‘เจฟ ซาเตอร์’ ปล่อยซิงเกิ้ลแรกจาก ENGLISH EP ที่จะชวนทุกคนเสี่ยงไปด้วยกัน

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปีที่แล้วตลอดทั้งปี คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชื่อของ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ได้ถูกพูดถึงและเป็นกระแสอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไร ก็มักจะ
เป็นที่ฮือฮาและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในทุกผลงานและความสามารถของศิลปินหนุ่มคนนี้ นอกจากจะมีอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกในชีวิต Space Shuttle No.8 ของตัวเอง รวมถึงคอนเสิร์ต Jeff Satur : Space Shuttle No.8 Asia Tour ที่จัดขึ้นในหลายเมืองใหญ่ๆรวมถึงบ้านเราที่บัตรขายหมดจนต้องเพิ่มรอบการแสดง และแน่นอนการรับบท “ทองคำ” ในภาพยนตร์เรื่อง “วิมานหนาม” ที่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นในฐานะนักแสดง

เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินความสามารถรอบด้านคนนี้ กลับมาในศักราชใหม่ด้วยเพลงภาษาอังกฤษ “Ride or Die” เพลงที่เต็มไปด้วยพลังอันพลุ่งพล่าน ที่จะมากระตุ้นให้หัวใจสูบฉีดและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์

“Ride or Die” โดดเด่นด้วยจังหวะที่เข้มข้นและแนวเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจฟ ซึ่งเนื้อเพลงได้ดึงให้ผู้ฟังก้าวเข้าสู่ห้วงของความรักที่เต็มไปด้วยความเร้าใจและความท้าทายในสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ และทำให้เรากล้าทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปจากเดิม นอกจากเนื้อหาของเพลงที่เต็มไปด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ดนตรีของ “Ride or Die” ก็ไม่ต่างกัน และยิ่งเสริมให้ความรู้สึกภายในลุกโชนยิ่งขึ้นด้วยบีตดนตรีที่หนักแน่น เร้าอารมณ์ สมกับเป็นเพลงที่ย้ำให้ผู้ฟังกล้าที่จะเผชิญกับสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน และใช้ชีวิตไปให้สุดทาง

การตีความเรื่องราวและอารมณ์ของเพลงให้ออกมาเป็นมิวสิกวีดีโอของ “Ride or Die” ก็ทำได้อย่างน่าสนใจและยังคงเป็นลายเส้นที่ชัดเจนในแบบของเจฟ เรื่องราวที่เต็มไปด้วยการตีความและสัญญะต่างๆ ซึ่งในมิวสิกวีดีโอนี้ได้บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นในแวดวงการโจรกรรมที่กำลังวางแผนการปล้นครั้งสำคัญ และเกิดก่อให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างตัวละครขึ้น ในมิวสิกวีดีโอนี้ยังได้ “เบ็คกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง” มาช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของเรื่องราวอันซับซ้อนในความสัมพันธ์นี้ และนำไปสู่การไล่ล่า เรื่องราวหักมุมที่น่าตื่นเต้นจนยากจะคาดเดาบทสรุป

เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกจาก EP ภาษาอังกฤษที่ “เจฟ ซาเตอร์” ได้ทำงานร่วมกับทีมงานของ แม็กซ์ มาร์ติน (Max Martin) โปรดิวเซอร์แถวหน้าของวงการเพลงระดับโลก ผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตมากมายบน Billboard Hot 100และยังเคยเป็นเบื้องหลังการโปรดิวซ์เพลงให้กับศิลปินชื่อดังอย่าง Britney Spears,Katy Perry, Taylor Swift, The Weekndฯลฯ มาแล้ว โดย “เจฟ ซาเตอร์” ตั้งใจไว้ว่าการทำ EP ภาษาอังกฤษในครั้งนี้จะพาเขาเดินทางไปพบกับคนฟังเพลงทั่วโลกซึ่งต้องอาศัยความกล้าและความท้าทาย เช่นเดียวกับที่เรื่องราวของเพลง“Ride or Die”

ฟัง “Ride or Die” ซิงเกิ้ลแรกจาก EP ภาษาอังกฤษของ เจฟ ซาเตอร์ ได้แล้วจากทุกบริการสตรีมมิ่ง https://jeffsatur.lnk.to/RideorDie และชมมิวสิก
วีดีโอที่น่าติดตามของเพลงนี้ได้ทาง YouTube : Jeff Satur https://youtu.be/vMqrGS9z0hQ?si=GLRN5ICRRWy5dR07

Celebrity Gossip : 19 มกราคม 2568

Celebrity Gossip : 19 มกราคม 2568

Celebrity Gossip : 19 มกราคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

OO คู่รักไอ้แมงมุม ทอม ฮอลแลนด์ – เซนดายา พร้อมสร้างชีวิตคู่ร่วมกัน เมื่อสื่อพร้อมใจรายงานตรงกันว่า ทั้งคู่หมั้นหมายกันแล้ว โดยเรื่องนี้ยิ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้น เมื่อเซนดายา สวมแหวนเพชรเม็ดงามบนนิ้วนางข้างซ้ายมาร่วมงานแจกรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 82 ซึ่งพอผู้สื่อข่าวยิงคำถามเรื่องหมั้น เธอก็ไม่ตอบปฏิเสธ แถมโชว์แหวนพร้อมรอยยิ้มแบบมีเลศนัยให้เดากันเองด้วย นิตยสาร People รายงานว่าทอม เผยข่าวเรื่องหมั้นให้กลุ่มเพื่อนได้ร่วมยินดีช่วงก่อนปีใหม่ ขณะที่สื่อ TMZ เป็นสื่อแรกที่รายงานข่าวดี ทั้งยังบอกว่าเป็นวินาทีสุดโรแมนติกที่มีแค่ ทอม กับ เซนดายา เท่านั้น ทอม กับ เซนดายา แสดงในหนังเรื่อง Spider-Man ร่วมกัน ก่อนประกาศคบหาอย่างเป็นทางการในปี 2021 ที่ผ่านมา แม้ทั้งคู่จะไม่ปิดบังความสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ชอบพูดเรื่องรักออกสื่อมากนัก

OO โฆษกของ แบรด พิตต์ ออกโรงเตือนแฟนคลับว่า อย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเป็น แบรด พิตต์หลังสื่อฝรั่งเศส TF1 รายงานข่าวว่า สาวใหญ่วัย 53 ปีคนหนึ่ง ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ใช้ AI มาหลอกว่าเป็นซุป’ตาร์ชื่อดัง พูดคุยโต้ตอบกับเหยื่อราว 1 ปีครึ่ง จนเธอเชื่อสนิทใจว่ากำลังสานสัมพันธ์รักกับพระเอกคนดัง ก่อนที่ แบรด พิตต์ ตัวปลอมจะบอกว่าตัวเองป่วยหนัก และต้องการเงินมาผ่าตัดไต แต่เพราะเงินในบัญชีไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการหย่ากับอดีตภรรยา แองเจลิน่า โจลี จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้กว่า 30 ล้านบาท โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกหลอก โฆษกของ แบรด พิตต์ ตัวจริง ย้ำชัดเลยว่า อย่าได้หลงเชื่อ หรือแม้แต่ไปโต้ตอบกับการเข้ามาทางออนไลน์ทุกรูปแบบที่อ้างตัวเป็นนักแสดงคนดังโดยเฉพาะ แบรด ที่ไม่มีสื่อโซเชียลของตัวเองด้วยซ้ำ

OO จู๊ด ลอว์ จะรับบทเป็น วลาดีมีร์ ปูตินประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย ในภาพยนตร์เรื่อง The Wizard of the Kremlin ซึ่งกำกับโดย โอลิวิเยร์อัสซายาส ภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงจากหนังสือขายดีของ จูเลียโน ดา เอมโปลี และจะเล่าเรื่องราวในช่วงต้นทศวรรษ 1990 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอำนาจของปูติน อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์จะไม่เล่าเรื่องราวของปูตินโดยตรง แต่จะติดตามชีวิตของ วาดิม บารานอฟศิลปินที่เปลี่ยนมาเป็นโปรดิวเซอร์โทรทัศน์ ซึ่งรับบทโดย พอล ดาโน ซึ่ง บารานอฟ มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และการจัดการความคิดสาธารณะในช่วงต้นของอาชีพปูติน

OO ไฮดี้ มอนทัก และ สเปนเซอร์ แพรตต์คู่รักที่เคยเป็นที่รู้จักในฐานะตัวร้ายจากรายการเรียลิตี้The Hills ในช่วงปี 2010 กำลังพยายามสร้างสิ่งดีๆ จากสถานการณ์ที่หัวใจแตกสลาย หลังจากสูญเสียบ้านจากไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย ล่าสุด พวกเขากลายเป็นหนึ่งในคนดังที่ได้รับความรักจากแฟนๆ มากที่สุดในโลกออนไลน์ และแฟนๆ ก็ได้ยื่นมือช่วยเหลือพวกเขาอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูชีวิตใหม่ สืบเนื่องจาก สเปนเซอร์ เกิดไอเดียขอให้แฟนๆ ช่วยสตรีมอัลบั้ม Superficial ของไฮดี้ ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ออกมาในปี 2010 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี จนล่าสุด อัลบั้ม Superficial ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ออกมาในปี 2010 กลับขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาบน iTunes เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี รวมถึงซิงเกิ้ลที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มก็พุ่งขึ้นถึงอันดับ 1 ด้วย ช่วยยกระดับขวัญกำลังใจให้กับคู่รักนี้อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถมีส่วนช่วยระดมทุนในการฟื้นฟูบ้านของพวกเขาด้วย

OO Radar Online สื่อบันเทิงในสหรัฐฯ ตีข่าวว่า เดบอร่า-ลี เฟอร์เนส โกรธมากเกี่ยวกับการที่ฮิวจ์ แจ็คแมน สามี แอบไปมีความสัมพันธ์ใหม่กับซัตตัน ฟอสเตอร์ และอ้างว่าทั้ง เบลค ไลฟ์ลี และไรอัน เรย์โนลด์ส สองสามีภรรยาที่เป็นเพื่อนซี้ รู้เรื่องความสัมพันธ์ของแจ็คแมนกับฟอสเตอร์ ก่อนที่มันจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และรักษาความเงียบเอาไว้เพราะความสนิทสนมที่มีมากกว่ากับ ฮิวจ์ แม้จะมีความสัมพันธ์กับเดบอร่ามานาน แต่พวกเขาก็เลือกที่จะปกป้องฮิวจ์ ตอนนี้ เดบอร่า-ลี โกรธมาก เพราะรู้สึกว่าเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้ และรู้สึกเหมือนโดนหักหลังสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อแจ็คแมนและฟอสเตอร์ถูกเห็นเดินจับมือกันไปทานอาหารในซานตาโมนิกา แสดงถึงความใกล้ชิดเพียงไม่กี่วันหลังจากที่แจ็คแมนเข้าร่วมการแสดงของฟอสเตอร์ใน Once Upon a Mattress สำหรับ เดบอร่า-ลี และ ฮิวจ์ แจ็คแมน แต่งงานกันมานาน 27 ปี และมีลูกสองคนด้วยกัน

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ‘พนอ’

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ‘พนอ’

โอ๊ยเล่าเรื่อง : ‘พนอ’

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พนอ คือหนังภาค 3 ภาคต่อจาก ลองของหนังผีขึ้นหิ้งความน่ากลัว เปิดศักราชหนังผีไทยเลือดนองกระจาย ในปี 2548 จนมี การต่อยอดมาใน ลองของ 2 ในปี 2551 ที่ทิ้งท้าย ด้วยปมที่มาของที่นำไปสู่ความโหดของ ครูพนอ ลองของ 2ย้อนอดีตไปก่อนหน้าลองของ 2 ปี มา พนอ ย้อนก่อนหน้าภาคสอง ในช่วงวัยรุ่นของ ครูพนอ 

ลองของ เรื่องราว เด็กวัยรุ่น 6 คนไปเที่ยวบ้าน ครูพนอ แม่เลี้ยงของหนึ่งในเด็กจนพบว่า ครูพนอ ที่หนุ่มๆ มารุมรัก จนถูกทำของใส่จนเสียสติ จนเธอไปหา หมอแขก ถอนของจนถลำลึกไปด้านมืด เด็กๆ จึงตกเป็นเป้าการแก้แค้น ลองของ 2  พนอ พาพบกับ ครูพนอตั้งแต่เกิดจน มาเข้าสู่วัยรุ่น พนอ สาวรุ่นวัยบริสุทธิ์ เธอเกิดมาในวันที่มีคนในหมู่บ้านทำพิธีปล่อยของ ทุกคนรังเกียจกล่าวหาว่าเธอเป็นตัวเสนียดจัญไร ใครอยู่ใกล้มักจะมีอันเป็นไปจากการถูกคุณไสยเล่นงาน และด้วยความบังเอิญพนอก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่กำเนิดนั้น มันคือมนต์ดำที่ใครสักคนทำให้เธอต้องพบเจอเรื่องราวอย่างนี้

ชะตากรรมอันชั่วร้ายที่ติดตัวพนอมาตั้งแต่กำเนิดคืออะไร? และความลับด้านมืดที่พนอต้องเผชิญหน้า…ปฐมบทแห่งเรื่องราวไสยศาสตร์เสียวสยองที่ทุกคนจะต้องจดจำชื่อของเธอไปจนวันตาย!

ตั้ม-พุฒิพงศ์  สายศรีแก้ว หนึ่งใน ผู้กำกับโรนินทีม กลับมาทำเรื่องนี้ ทำ พนอ ออกมาดูสนุก ชวนติดตาม ระทึก โหดได้ใจโดนใจ คอหนังโหดแบบเต็มที่ ทั้งงานด้านโปรดักชั่น การแสดง พนอยังคงเน้น ความโหดสยดสยองในแบบ ลองของ บรรยากาศหนังเลือดสาด ต่างกันออกไป เน้นๆ เรื่องของ ไสยศาสตร์มนต์ดำ การเล่นของ แต่เอาเข้าจริงๆ โทนหนัง ต่างกันชัดเจน ลองของ มาในโทน หนังผีโหดๆ แต่ พนอ แทบจะไม่นึกถึงผีร้าย กลายเป็น หนังต่อสู้กัน ด้วยไสยศาสตร์มนต์ดำ ครูพนอ ใน ลองของคือตัวร้าย สุดๆ พนอ สาวน้อย ใน พนอ กลายเป็นผู้ถูกกระทำ มีปม ที่ทำให้ต้องร้าย

ครูพนอกับเด็กๆ เด่นมากๆ เด่นพอๆ กัน แต่ในเรื่องนี้ พนอเด่นอยู่คนเดียว คนอื่น ก็กลายเป็นตัวประกอบที่เข้า มาทำให้เกิดเรื่องราว ในเรื่องเซ็กซ์ มีเข้ามาเสริม สร้างสีสันให้กับตัวเรื่อง แต่ความดุดัน เข้มข้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง ลองของ ดูจริงจังตามยุคสมัย ผิดกับ ในพนอ ที่แค่พูดถึง แต่ไม่มีอะไรโชว์ เลยดูหลอกๆ ทั้ง รุ่นเด็ก หรือรุ่นผู้ใหญ่

เฌอปราง อารีย์กุล ชัดเจนในความเป็น พนอ ที่ถอดแบบมาจาก มะหมี่-นภประภา นาคประสิทธิ์ ได้แบบเต็มๆ เล่นดีทั้งสีหน้าท่าทาง น้ำเสียง ในทุกๆ ฉากทุกๆ อารมณ์ ทุกๆ ตอน  ยิ่งได้ ทรงผม/เสื้อผ้า/การแต่งหน้า มาช่วย ยิ่งเพิ่มเติมความเป็น ครูพนอในวัยสาว ได้มากขึ้น

เพอซ-นันทวรรณ พงษ์ประเสริฐสิน สาวน้อยใส่แว่น น่ารักมากๆ เล่นดีสุดๆ ไปเลยกับบท แต๋ว เพื่อนคนเดียวของ พนอ ขโมยซีน ทุกฉากทุกตอนที่ออกมา เล่นดีเล่นเก่ง พอๆ กับ เฌอปรางค์ น่าเสียดายที่บรรดานักแสดงรุ่นเด็ก คนอื่นๆ หลายคนเล่นดีดูเป็นธรรมชาติ แต่ด้วยบท ภาพที่ออกมา หรืออาจจะโดย พนอ ข่ม ทำให้..อาจจะยังไม่มีพลังมากพอจนไม่รู้สึกอินตามตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น

แจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย เป็น เปี๊ยก หนุ่มที่โตมาด้วยกัน แต่เกิดเรื่องจนจะมีปมคาใจกับ พนอ แต่ด้วยบท บุคลิก การแสดงออก ดูเป็นคนดีที่รอการคลายปม

มิ้ม-รัตนวดี วงค์ทอง ในบท จิ๊บ สาวสวยขาโจ๋ หัวโจก ในโรงเรียน สีหน้าท่าทางชัดเจน ในความร้ายลึก แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ ป้องสุดหล่อเสน่ห์แรง ในโรงเรียน หนึ่งในตัวแปร ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับ พนอ 

น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ ในบท นวล แม่ของพนอ ที่มาพร้อมกับ ปมต่างๆ ในตัว ดึงให้อยู่กับหนังดูแล้ว รู้สึกถึงความเป็น แม่ลูก กันจริงๆ (หลายๆ มุมคล้าย มะหมี่ จนนึกเล่นๆ ว่า บทนี้ ถ้าได้ มะหมี่มาแสดง น่าจะโอเค กว่านี้) ลูกหว้า-พิจิกา จิตตะปุตตะในบท มะสุรี น้าสาวของ พนอ ดูดีมีมาด ในบทผู้มีคาถาอาคมสู้กับผีร้าย

ต๊อบ-สหัสชัย ชุมรุม เป็นลุงตรี เจ้าของร้านถ่ายรูปผู้ใจดี เอ็นดู พนอ บทเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่มีอะไร คงจะไม่เรียกใช้บริการ ทำให้เห็นหน้าปุ๊บเดาได้ปั๊บว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับในเรื่อง

วาม-จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ ดูดีกับบท สารวัตรต้อม พ่อแต๋ว ที่ตามคดี ที่ ชวนให้รอดูว่า จะเกี่ยวข้องอะไร มีหักมุม หรือจะโดน อะไรหรือเปล่า  มัช-กฤชยศเลิศประไพ ครูใหญ่ ดูดี เป็นที่เคารพ ของคนในหมู่บ้าน ออกมามีบทในทุกๆ ครั้งที่เรื่องกับนักเรียนหรือโรงเรียน พัชชา-ชนุดม สุขสถิตย์ ดูเยอะและเว่อร์ๆ ไปสักนิดกับ บทเจ๊ปลา ช่างเสริมสวย ที่มีอาชีพรองคือหมอทำคุณไสย์ ที่เล่นดีมากๆ ดีจริงๆ คือ บรรดาฝูงนกผี ที่ทำให้นึกถึง ผีนกเลี้ยงใน เงินปากผีของ ชนะ คราประยูร หรือฝูงนกถล่มเมือง ใน The Birdsของ อัลเฟรด ฮิทค็อกซ์ การโจมตีจิกกัดรุนแรงรวมทั้ง ตุ๊กแก สัตว์ร้ายในเรื่องสยองมาก

บรรยากาศ เสื้อผ้าหน้าผม ของประกอบฉาก สถานที่  บ้านเรือน ย้อนกลับไป 20 ปีก่อนทำออกมาได้ดี ขยี้ด้วยบทเพลงลูกกรุงย้อนยุคไพเราะๆ อย่าง ฝั่งหัวใจ ของ บุษยา รังสี ผสมกับดนตรีประกอบ ภาพสวยๆ กระฉับฉับไว ทำให้ พนอ ดูดี

แม้ พนอ จะเป็นหนังภาคต่อที่พาย้อนมาเจอกับ ครูพนอ จาก ลองของ แต่..ตัวเรื่อง แทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวโยงต่อเนื่องกันเป็นเรื่องตั้งแต่เกิด เด็ก มาจนถึงตอนโต ก่อนจะมาเป็นครู 

ถ้า..ไม่เคยดู ลองของ มาก่อน ก็ไม่เป็นไร ดูสนุก/ดูรู้เรื่อง ไม่มีอะไรติดขัด แต่..ถ้าได้ดูลองของ มาก่อน ภาพของ ครูพนอ จะมาซ้อนทับ พนอ ทำให้ เชื่อมสองเรื่องเข้าด้วยกัน

ตอน ลองของ สัมผัสได้ถึง ความน่ากลัวที่มาเน้นๆ ทั้ง ความหลอน ความน่ากลัว ฉากสะดุ้งแช่ ตกใจแบบปุ๊บปั๊บ ฉากโหดๆ เลือดกระฉูดความรุนแรง ที่โรนินทีม ทำออกมาได้ดี เปิดโลก ของ หนังผี แนวนี้ ในยุคนั้น แบบเต็ม หนังไทย ก็โหดได้ไม่แพ้หนังฝรั่ง

พอมาใน พนอ ในยุคที่เทคนิคพิเศษ CG ดูเนียน สมจริงสมจัง มากกว่าในสมัยนั้น และในเรื่องนี้ก็ทำได้แต่ดี  แต่อาจจะเจอ หนังไทยแนวนี้ ดีๆ แบบนี้ มาหลายเรื่อง มาจนช้ำทั้ง พลอต/โทนหนัง/การนำเสนอ ทั้งหนัง/ซีรี่ส์ เลยทำให้พนอ ทำได้แค่ความสนุก แต่จะไม่เข้าไปอยู่ในใจเหมือน ลองของ และไม่รู้สึก พนอ ยังติด ลายเซ็นความเป็นหนังน่ากลัวของไฟว์สตาร์ ที่ไม่มีอะไรฉีกตามเดิมแค่เปลี่ยน เนื้อเรื่อง กับตัวละคร เท่านั้นหนังจบ อย่าเพิ่งลุก มีติ่ง! ปิดท้าย เชื่อมไปสู่ ลองของอีกนิดหน่อย พนอ โหดสยดสยองโดนใจ ได้เลือด ในระดับ 7/10 คะแนน และให้ เฌอปรางค์ เน้นๆ เต็มๆ เอาไปเลย 10 เต็ม10 คะแนน

คนบันเทิง ดนตรี กีฬา แฟชั่น รวมตัวร่วมเป็นสักขีพยาน จุฬาฯ จับมือ ช่อง 7HD สร้างสรรค์สื่อเพื่อการศึกษา และสังคมยั่งยืน

คนบันเทิง ดนตรี กีฬา แฟชั่น รวมตัวร่วมเป็นสักขีพยาน  จุฬาฯ จับมือ ช่อง 7HD สร้างสรรค์สื่อเพื่อการศึกษา และสังคมยั่งยืน

คนบันเทิง ดนตรี กีฬา แฟชั่น รวมตัวร่วมเป็นสักขีพยาน จุฬาฯ จับมือ ช่อง 7HD สร้างสรรค์สื่อเพื่อการศึกษา และสังคมยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พิธีลงนามความร่วมมือ จุฬาฯ และ ช่อง 7HDสร้างสรรค์สื่อเพื่อการศึกษาและสังคมยั่งยืนสุดคึกคัก ผู้บริหารสื่อทุกแวดวง บันเทิง ดนตรี กีฬา แฟชั่น พร้อมนักแสดงช่อง 7HD นำทีมโดย ไมค์-ภัทรเดช หลุยส์ เฮส ร่วมเป็นสักขีพยาน

บรรยากาศพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ช่อง 7HD สร้างสรรค์สื่อเพื่อการศึกษาและสังคมยั่งยืน ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่16 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความอบอุ่นมีคณะผู้บริหารจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารผู้ผลิตสื่อในแวดวงบันเทิง ดนตรี กีฬา และแฟชั่น ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามในครั้งนี้มากมาย ได้แก่ คุณไบรอัน แอล มาร์คาร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด(มหาชน) คุณกิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ดร.ชวัลวัฒน์อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด คุณจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปี้ยนชิพประเทศไทย คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ CEO และ ณัฐพล บวรวัฒนะ CMO บริษัท อินดิเพนเด้นท์ อาร์ทิสท์ เมเนจเม้นท์ จำกัด คุณศิริพิชญ์ วิมลโนช CEOบริษัท มากกว่าฝัน จำกัด และ คุณภาคิณทองธีระโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออล บาย เบสท์ จำกัด

พร้อมทั้งนักแสดงจากช่อง 7HD นำโดยไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี, หลุยส์ เฮส, เจนนี่-ชยิสรา วัฒนะนาวิน ร่วมด้วยนิสิตเก่าจุฬาฯ แก้ม-ญาณิศา ธีราธร, มันนี่-กิจจำนง จำนงกิจ และผู้ประกาศข่าว อาย-ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร, บัวบูชา ปุณณนันท์

นอกจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือแล้ว ยังได้ร่วมเปิดมุมมองวิสัยทัศน์ผู้บริหาร หัวข้อ “Future Media Trend in the Era of AI” อีกด้วย โดยทั้งคู่ได้กล่าวถึงการร่วมมือกันครั้งนี้ว่า

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเตรียมความพร้อมให้นิสิตและเยาวชนสำหรับโลกยุคดิจิทัล ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของจุฬาฯ ในการพัฒนาสื่อที่สร้างสรรค์และมีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อนสังคม การทำงานร่วมกับช่อง 7HD ซึ่งเป็นผู้นำสื่ออันดับ 1 ที่อยู่คู่ประเทศไทยมายาวนาน จึงมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือมีอุดมการณ์ร่วมกันในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเพื่อเยาวชนและสังคมจะช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จริง ในการผลิตและสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณภาพ เป็นการขับเคลื่อนเพื่อสังคมที่ดีและยั่งยืน”

คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ ช่อง 7HD กล่าวว่า “เรายินดีมากที่ได้ร่วมงานกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การสนับสนุนเยาวชนเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นมาตลอด ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับเยาวชน ควบคู่ไปพร้อมกับการพัฒนาสื่อที่มีคุณภาพเปิดโอกาสให้นิสิตได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลิตสื่อในรูปแบบต่างๆ พร้อมร่วมมือต่อยอดการพัฒนา AIที่ฉลาดในการสื่อสาร เพื่อตอบโจทย์สังคมยุคปัญญาประดิษฐ์ให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน” ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรมสื่อเพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้มีคุณภาพด้วยสื่อสร้างสรรค์ และนำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

‘ต้า-อธิวัตน์’ ตัวแทนประเทศไทย ร่วมงาน ‘20th OUEN FES’ เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น

‘ต้า-อธิวัตน์’ ตัวแทนประเทศไทย ร่วมงาน ‘20th OUEN FES’ เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น

‘ต้า-อธิวัตน์’ ตัวแทนประเทศไทย ร่วมงาน ‘20th OUEN FES’ เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา “ต้า อธิวัตน์ แสงเทียน”  ได้เดินทางบินลัดฟ้า เพื่อไปร่วมงาน “20th OUEN FES (วันบรรลุนิติภาวะ)” ซึ่งถือว่าเป็นเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ประจำปี จัดขึ้นที่ เมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ก้าวเข้าสู่วัย 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเครื่องแลนดิ้งถึงสนามบิน ฟุกุโอกะ เช้าวันที่ 11 มกราคม“หนุ่มต้า” ได้เจอกับความหนาวที่อุณหภูมิ 1 องศา จึงเริ่มด้วยการพากันไปปรับอุณหภูมิในร่างกายด้วยการแวะเที่ยวที่ปราสาทโคคุระจุดไฮไลท์ที่ไม่ไปไม่ได้ และรับประทานอาหารกลางวันก่อนพาไปซ้อมคิวเพื่อที่จะแสดงโชว์ในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นก็เข้าที่พักเพื่อพักผ่อนเตรียมร่างกายให้พร้อม

ในวันที่ 12 มกราคม “ต้า” ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย ที่ต้องบอกว่าต้าเองก็แอบมีความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย นับเป็นครั้งที่สองที่ได้ทำการแสดงโชว์ที่ต่างประเทศ และครั้งนี้เป็นการฉายเดี่ยวอีกด้วย โดยต้าได้เตรียมโชว์มาทั้งสิ้น 2 เพลง คือเพลง “HOLALALA” และ เพลง “CRAZY” แฟนๆ ชาวญี่ปุ่นต่างให้การต้อนรับ “ต้า” เป็นอย่างดี ทั้งนี้ยังได้รับเสียงชมว่าเป็นโชว์ที่มีแนวเพลงที่ไม่เหมือนใคร สาวๆชาวญี่ปุ่นออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่า เท่มากหล่อมาก งานนี้ “ต้า” ตกแฟนคลับชาวญี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนอกจากมีตัวแทนจากประเทศไทยแล้ว ยังมีศิลปินชาวญี่ปุ่น และ ไต้หวัน ขึ้นโชว์บนเวทีเดียวกันอีกด้วย

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณการตอบรับจากแฟนๆ ชาวญี่ปุ่น และกำลังใจจากแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นที่ส่งมาให้ “ต้า”  หวังว่า จะฟิน และเต็มอิ่ม ไปกับโมเมนต์สุดประทับใจตลอดทั้งโชว์ และหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้ง