‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

https://www.naewna.com/local/851578

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ปี 2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายอิทธิ กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมถึงเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย โอกาสการเข้าถึงข้อมูล แหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาดได้น้อย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) โดยบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อวางแผนการผลิต เข้าถึงปัจจัยการผลิต บริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร
เพื่อนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่ สามารถเพิ่มผลิตภาพการผลิตในภาคการเกษตรได้เป็นอย่างดี

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งส่งเสริมการตลาด ผลักดันการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม และสินค้ามีมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการจัดงาน Field Day ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ได้รับความรู้และเทคโนโลยีผ่านกิจกรรมที่หน่วยงานในสังกัด โดยเน้นไปที่พืชปาล์มน้ำมัน เพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน RSPO และ EUDR และทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้” นายอิทธิ กล่าว

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1-6 ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ จัดงาน Field Day โดยนำร่องที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดแรก เป้าหมายเกษตรกร 1,000 ราย ให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า ‘น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม’ หลังถูกสั่งระงับ

https://www.naewna.com/local/851514

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า 'น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม' หลังถูกสั่งระงับ

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า ‘น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม’ หลังถูกสั่งระงับ

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.45 น.

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า “น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม” หลังถูกสั่งระงับ พร้อมจับมือ อย.จัดทำแนวทางควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่จีนได้แจ้งระงับการนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าจากไทยเป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นั้น ฝ่ายไทยโดย มกอช. ได้รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวในช่วงคาบเกี่ยวกับการประกาศระงับนำเข้าของจีน โดยได้มีหนังสือถึง GACC ผ่าน สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง (สปษ.ปักกิ่ง) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 แจ้งขอผ่อนผันการอนุญาตนำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้า (เรือออกจากท่า) ในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งผลการพิจารณาของฝ่ายจีน อนุญาตให้นำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการตามรายชื่อที่ มกอช. เสนอไปทั้งหมด ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้

2. ผู้ประกอบการที่สินค้าผ่านกระบวนการศุลกากรเพื่อการส่งออกตั้งแต่ก่อนหรือในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 แต่เรือออกจากท่าภายหลังวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งในส่วนนี้เป็นการขอเจรจาต่อรองกับฝ่ายจีนเพิ่มเติม เนื่องจาก มกอช. ได้รับทราบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายได้รับผลกระทบจากการระงับนำเข้าอย่างกะทันหันของจีน เนื่องจากสินค้าบางส่วนที่ผ่านพิธีการศุลกากรและขนเข้าท่าเรือแล้วตั้งแต่ก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2567 แต่ยังอยู่ระหว่างรอกำหนดเรือออกจากท่า ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 15.30 น. สปษ.ปักกิ่งได้รับแจ้งจาก GACC ว่า ไม่ผ่อนผันอนุญาตนำเข้าให้สินค้าที่ออกจากไทยหลังวันที่ 10 ธันวาคม เนื่องจากจีนถือว่าวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เป็นวันเริ่มบังคับใช้คำสั่งระงับนำเข้า

“ขณะนี้ มกอช. ร่วมกับ อย. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขอยกเลิกการระงับนำเข้า โดยจะจัดส่งแนวทางการควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับ 420 ที่กำกับดูแลโดย อย. พร้อมทั้งส่งรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก อย. แล้ว เพื่อขอให้จีนพิจารณายกเลิกระงับนำเข้าต่อไป” เลขาธิการ มกอช. กล่าว

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

https://www.naewna.com/local/851500

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.16 น.

สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ชี้เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนผลิตสูงขึ้นรับปี 2568 ทั้งค่าแรงงานอัตราใหม่ วัตถุดิบอาหารสัตว์ปัจจัยปัองกันโรค ตลอดจนไข้หวัดนกระบาดในภูมิภาคเอเซียและประเทศเพื่อนบ้านเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ไทยต้องป้องกันเข้มแข็งไม่ให้สัตว์ติดโรค สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้คนไทย

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ในปี 2568 มีปัจจัยหลายด้านที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและผู้เลี้ยงไข่ไก่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน อีกทั้งราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 11.20 บาทต่อกิโลกรัม จาก 10.30 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในปีหน้าโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นอกจากนี้ โรคระบาดไข้หวัดนกในภูมิภาคเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายกับสัตว์ปีกในวงกว้าง ทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสัตว์ปีกอื่นๆ หากยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ จะส่งผลให้เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น และจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังการปรับสวัสดิการเพื่อดูแลคนงานที่ปฏิบัติงานในฟาร์ม ทั้งการจัดที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายสวัสดิการอื่นๆ เพื่อตอบแทนการทำงานที่ต้องป้องกันโรคระบาดในระดับสูง ทำให้ต้นทุนค่าแรงของคนทำงานฟาร์มสูงกว่าค่าแรงทั่วไป

“ในปี 2568 ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหลายด้าน ทั้งการปรับค่าแรง วัตถุดิบอาหารสัตว์ โรคระบาดไข้หวัดนกทั้งในภูมิภาคเอเซียและภูมิภาคอื่น ส่งผลให้แม่ไก่ไข่ต้องตายนับล้านๆ ตัว ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้นทั้งหมด เกษตรกรหลายรายอาจไม่สามารถปรับตัวรับกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้” นายมงคล กล่าว

ทั้งนี้ ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากฟองละ 4 บาท ถึงปัจจุบันอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สวนทางกับต้นทุนการผลิต หากแนวโน้มต้นทุนยังอยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นนี้ เกษตรกรคงอยู่ไม่ได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคมีไข่กินเพียงพอ

นายมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 2.7 ล้านราย ผลิตไข่ไก่อาหารโปรตีนคุณภาพสูงในราคาสมเหตุผลให้กับผู้บริโภคอย่างเพียงพอ แต่ต้นทุนการผลิตซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมการผลิตจำเป็นต้องได้รับการดูแล ที่สำคัญผู้บริโภคต้องมั่นใจกับคุณภาพอาหารปลอดภัยจากการดูแลและปัองกันสัตว์ตามมาตรฐานสากล เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้ผู้เลี้ยงอยู่ได้และผู้บริโภคอยู่ได้

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

https://www.naewna.com/local/851471

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

วันที่ 6 มกราคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นำทีมคณะผู้บริหาร ส.ป.ก.เข้าขอพรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006

สยามพารากอนเปิดโลกแห่งจินตนาการจัดเต็มความสนุกวันเด็กปีนี้

https://www.naewna.com/lady/851539

สยามพารากอนเปิดโลกแห่งจินตนาการจัดเต็มความสนุกวันเด็กปีนี้

สยามพารากอนเปิดโลกแห่งจินตนาการจัดเต็มความสนุกวันเด็กปีนี้

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามพารากอน ผนึกกำลัง พันธมิตร ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งระดับโลกที่ครองความเป็นที่ 1 ในใจ จัดงาน “SIAM PARAGON WORLD PLAYGROUND 2025” กิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ เนรมิตทั่วทุกพื้นที่สร้างเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมส่งมอบรอยยิ้มแห่งความสุขให้กับคุณหนูๆ ต่อเนื่องตลอด 4 วันเต็ม พร้อมโปรโมชั่นและของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม 2568 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า สยามพารากอน เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญระดับโลก และเป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึงนี้ เราจึงได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรและพาร์ทเนอร์ จัดงาน งาน “SIAM PARAGON WORLD PLAYGROUND 2025” มอบประสบการณ์สุดพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ให้กับน้องๆ หนูๆ ได้สนุกสนานและเติมเต็มทุกจินตนาการกับกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ รวมถึงได้มาใช้ช่วงเวลาพิเศษร่วมกับครอบครัวที่สยามพารากอนอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ เตรียมเนรมิตกิจกรรมทั่วทุกพื้นที่สยามพารากอนตลอด 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม 2568 อาทิ Siam Paragon X LEGO KIDS DAY 2025 : KIDSTOPIA พบกับความสนุกในการสร้างมหานครในฝันที่มาพร้อมกับการเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมกับเลโก้ โดยน้องๆ หนูๆ สามารถรับพาสปอร์ต เพื่อร่วมกิจกรรมได้ทั้ง 9 ฐาน พร้อมรับสิทธิ์หมุนกาชาปองแลกรับของที่ระลึกภายในงาน พบไฮไลท์ Brick Machine ที่ให้เด็กๆ ชมวิวเมืองแล้วผ่านการมองเข้าไปในช่อง และทายว่าเป็นรูปสถานที่ใด, City Train รถไฟชมเมือง, สวนสนุกประจำเมืองทั้ง สไลเดอร์ และ บริค พูล นอกจากนี้ ยังมีไฮไลท์สุดพิเศษครั้งแรกในประเทศไทยด้วยการชวนเด็กๆ ร่วมกันต่อบริคบนเพลท สำหรับนำไปติดตั้งลง Giant Brick Wall ที่สร้างสรรค์จากบริคเลโก้จำนวน 110,592 ชิ้น และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมายภายในงานระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม 2568 ณ แฟชั่นฮอลล์ และแฟชั่น แกลเลอรี่ ชั้น 1 สยามพารากอน พิเศษเฉพาะวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2568 สำหรับเด็กๆ อายุไม่เกิน 12 ปี รับฟรีเลโก้ Polybag 2,000 ชิ้น!!

Siam Paragon X Player Box : Explore The Fun ชวนเด็กๆ มาสำรวจความสนุกผ่านการจำลองทำกิจกรรมที่หลากหลายและแปลกใหม่ พร้อมค้นพบประสบการณ์ใหม่ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ พบไฮไลท์ อาทิ Digger Land ประสบการณ์การขับรถตักทรายของจริงที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจเมื่อทำสำเร็จ, E-Driving Simulator ขับรถโกคาร์ทไฟฟ้า Segway Gokart Pro 2, Ninebot Mecha Kit ขับหุ่นยนต์ไฟฟ้านั่งบังคับไปตามเส้นทางที่กำหนด และ Ninebot S2 ขี่โฮเวอร์บอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมใส่อุปกรณ์เซฟตี้รอบสนาม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแข่งขันตักทรายใส่ถังเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศเพื่อรับรางวัลสุดพิเศษในแต่ละวันและความสนุกอื่นๆ อีกมากมาย โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม 2568 ณ พาร์คพารากอน ชั้น M สยามพารากอน

เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์สุดพิเศษจาก Nintendo Authorized Store by SYNNEX แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มาพร้อมมาสคอตมาริโอ้ร่วมแจกความสุขแก่น้องๆ หนูๆ ในวันที่ 11-12 มกราคม 2568 ณ ชั้น 3 สยามพารากอน ตลอดจนท่องโลกใต้ทะเลกับซีไลฟ์ แบงคอก ชั้น B1 ที่สยามพารากอน จะทำให้เด็กๆ สนุกสนานและประทับใจกับการเรียนรู้ชีวิตใต้ทะเลสุดมหัศจรรย์ พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-6108000 หรือติดตามข้อมูลได้ที่ Facebook : SiamParagon

ยกของหนักผิดท่า เสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น

https://www.naewna.com/lady/851593

ยกของหนักผิดท่า เสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น

ยกของหนักผิดท่า เสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เผยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เกิดกับคนวัยหนุ่มสาวได้หากมีพฤติกรรมยกของหนักด้วยท่าที่ไม่เหมาะสม รุนแรงถึงขั้นหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น

หมอนรองกระดูกสันหลัง คือ เนื้อเยื่อที่มีลักษณะด้านนอกคล้ายยางรถยนต์ ส่วนด้านในจะมีลักษณะคล้ายวุ้นอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อตั้งแต่คอ อก จนถึงเอว ทำหน้าที่เป็นข้อต่อรองรับการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง และมีหน้าที่ช่วยรับแรงกระแทกเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ยืน กระโดด บิดตัว และเพิ่มความยืดหยุ่นของการเคลื่อนไหว

โดยปกติแล้วโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท มักเกิดกับกลุ่มคนอายุมากแต่อาจเกิดในวัยหนุ่มสาวได้หากมีกิจกรรมที่ส่งผลต่อความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังที่ไวขึ้น เช่น ยกของหนักด้วยท่าที่ไม่เหมาะสม นั่ง หรือ ยืนทำงานที่ไม่ถูกท่า หรือ ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ และถูกกระแทกรุนแรงที่กระดูกสันหลัง ออกกำลังกายหักโหม และน้ำหนักตัวที่มากเกินไป

นายแพทย์ชุมพล คคนานต์ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เปิดเผยว่า โรคกระดูกสันหลังที่พบบ่อยมักแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ผู้ที่มีอายุน้อย ปัญหาส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น แต่หากอายุมากขึ้น มักพบโรคโพรงเส้นประสาทตีบ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งในส่วนของกระดูกสันหลังคอและหลัง โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากภาวะเสื่อมของโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นตามวัย

สถิติการรักษาโรคกระดูกสันหลังที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ 1.โพรงเส้นประสาทตีบแคบ 2.หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น 3.กระดูกสันหลังเคลื่อน 4.กระดูกยุบตัวจากภาวะกระดูกพรุน 5. อาการที่เกี่ยวกับออฟฟิศซินโดรม

พฤติกรรมที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังมักเกี่ยวข้องกับการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหรือยืนนานๆ การยกของหนัก และการขาดการออกกำลังกาย โดยในกลุ่ม
ผู้สูงอายุ ปัญหามักเกิดจากการนั่งทำงานโต๊ะนานๆ เช่น การเขียนหนังสือหรือทำงานบัญชี ส่วนในกลุ่มวัยรุ่นหรือคนวัยทำงาน ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กเป็นเวลานาน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังส่วนคอ

แม้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง แต่ถ้าออกกำลังกายผิดวิธี ผิดท่าหรือไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ โดยเฉพาะการออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก หากยกผิดท่าหรือน้ำหนักเกินกำลัง อาจเสี่ยงหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นกดทับเส้นประสาทได้ เพราะในขณะที่ออกแรงยกจะทำให้เกิดแรงดันที่หมอนรองกระดูกสันหลัง จนเกิดการแตกปลิ้นและกดทับเส้นประสาท

สำหรับอาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีปัญหาหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น ปวดหลังส่วนล่างหรือปวดคอ ปวดบริเวณก้นหรือสะโพก ร้าวลงขา (อาการของเส้นประสาทไซแอติก) ชาหรือรู้สึกเสียวแปลบเหมือนไฟช็อต ร้าวลงแขนหรือขา มีปัญหาในการก้มตัวหรือยกของการทรงตัวผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย (ในกรณีที่เส้นประสาทถูกกดทับเป็นเวลานาน)

ทั้งนี้ แพทย์อาจพิจารณาวิธีการรักษา โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคกระดูกสันหลังที่ต้นเหตุมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาผู้ป่วยให้หายขาดและยั่งยืน การรักษาที่เน้นสาเหตุของโรคมากกว่าการรักษาตามอาการ ด้วยนวัตกรรมเฉพาะทางช่วยให้หายจากอาการปวดต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพายาแก้ปวดอย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การวินิจฉัยที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงเป็นสิ่งสำคัญในการติดตามผลการรักษา

ในกรณีที่มีอาการผิดปกติทางกระดูกสันหลัง เช่น ปวดหลังร้าวลงขา หรือปวดโดยไม่ทราบสาเหตุ การตรวจด้วยเครื่อง MRI จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ แต่ต้องอ่านผลควบคู่กันกับการ X-ray เพราะจะทำให้เห็นโครงสร้างกระดูกสันหลังได้ชัดเจน

ที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ มี เครื่อง MRI แบบยืน (Standing MRI) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้การตรวจมีความแม่นยำมากขึ้น ผู้ป่วยสามารถยืนหรือนั่งระหว่างตรวจ เพื่อสร้างแรงกดลงในแนวดิ่ง คล้ายกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทำให้แพทย์สามารถประเมินอาการและวินิจฉัยโรคได้ใกล้เคียงกับสภาพจริงมากขึ้น นอกจากนี้ เครื่องยังออกแบบให้มีลักษณะเปิดโล่งด้านข้างทั้งสองฝั่ง ช่วยลดความกังวลสำหรับผู้ที่มีภาวะกลัวที่แคบ หลังการวินิจฉัยด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ แพทย์จะเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของอาการ เช่น การฉีดยาระงับการอักเสบในกรณีที่หมอนรองกระดูกสันหลังเริ่มปูดหรือปลิ้นออกมาเล็กน้อย การจี้ด้วยเลเซอร์เพื่อลดแรงกดในกรณีที่หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นไม่มาก หรือการผ่าตัดส่องกล้องสำหรับกรณีที่หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นมากจนกดทับเส้นประสาท

โรงพยาบาลเอส สไปน์ มีความเชี่ยวชาญด้าน เทคนิคการผ่าตัดแบบ MIS (Minimally Invasive Surgery) ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เช่น แผลขนาดเล็ก เจ็บตัวน้อย ความปลอดภัยสูง และฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1 คืน ทำให้สะดวกและลดเวลาพักฟื้น

หากคุณกำลังทุกข์ทรมานจากอาการปวดหลังหรือคอ และสงสัยว่าอาจเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้น อย่าปล่อยให้อาการลุกลาม พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม หรือขอรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โทร. 02-0340808

อหิวาตกโรค ภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่ หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลก

https://www.naewna.com/lady/851592

อหิวาตกโรค ภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่ หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลก

อหิวาตกโรค ภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่ หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โรคอหิวาตกโรคเป็นภาวะฉุกเฉินครั้งใหญ่ หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลก มีความจำเป็นต้องดำเนินการหยุดการแพร่ระบาดทันที ซึ่งสถานการณ์อหิวาตกโรคในประเทศไทย พบการระบาดของโรคเป็นระยะในบางพื้นที่ แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยการป้องกันที่สำคัญคือการปรับปรุงระบบน้ำและระบบสุขอนามัยให้สะอาดรวมถึงการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการระบาด

แพทย์หญิงวรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า อหิวาตกโรคเป็นโรคติดเชื้อในลำไส้ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae ซึ่งเชื้อชนิดนี้ สามารถผลิตสารพิษที่เรียกว่า Cholera toxin สารพิษนี้จะกระตุ้น ให้ลำไส้หลั่งน้ำและเกลือแร่ออกมาในปริมาณมาก ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรงและมีภาวะขาดน้ำ สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางการบริโภคน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ มักพบในพื้นที่ที่ขาดสุขอนามัยหรือมีปัญหาด้านการจัดการน้ำ

สาเหตุและปัจจัยโรคอหิวาตกโรคเกิดจากการบริโภคน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ Vibrio cholerae เช่น น้ำดื่มที่ไม่สะอาด, อาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกใหม่, อาหารทะเลที่ปนเปื้อน เช่น อาหารทะเลดิบหรือปรุงไม่สุกจากแหล่งน้ำปนเปื้อน, มีสุขอนามัยที่ไม่ดี,สัมผัสกับอุจจาระที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสุขาภิบาลแย่ เช่น มีการขับถ่ายกลางแจ้ง และแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน สาเหตุเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคอหิวาตกโรคได้อีกทั้งยังพบปัจจัยเสี่ยงเพิ่มโอกาสการติดเชื้ออีกเช่น อยู่ในพื้นที่ระบาดของโรค รับประทานอาหารและดื่มน้ำที่อาจปนเปื้อนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงกลุ่มคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำอย่าง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

อาการของอหิวาตกโรค มีตั้งแต่ไม่มีอาการเลยไปจนถึงอาการรุนแรง เช่น อาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ถ่ายเหลว อุจจาระลักษณะเป็นน้ำข้าว อาจมีอาเจียนร่วมด้วยทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นเร็วความดันโลหิตต่ำ และอาจเกิดอาการช็อกได้ในบางรายที่รุนแรง นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อบางส่วนที่แสดงอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการก็สามารถแพร่เชื้อต่อได้

การรักษาหลักของโรคอหิวาตกโรค คือการป้องกันภาวะขาดน้ำ การทดแทนของเหลวและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการท้องเสียและอาเจียน รวมถึงการกำจัดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย การให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่เพื่อทดแทนของเหลวและเกลือแร่ที่สูญเสีย การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดระยะเวลาการป่วย

แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อ มีดังนี้ ล้างมือให้สะอาด ทั้งก่อนการรับประทานอาหารและหลังออกจากห้องน้ำ ดื่มน้ำสะอาดที่ผ่านการต้มหรือระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งที่ไม่ได้ผลิตจากน้ำสะอาด ทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด กำจัดสิ่งปฏิกูลมูลฝอยให้ถูกต้องมิดชิด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารและน้ำข้างทางในพื้นที่เสี่ยง ควรพกน้ำดื่มบรรจุขวด หากมีอาการท้องเสียควรดื่มน้ำมากๆ และดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคในกลุ่มคนที่ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค

สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขอนามัยเป็นหลักการจัดการแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากโรคอหิวาตกโรคแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนหากมีอาการถ่ายเหลวเฉียบพลันและมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของโรคและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

ฉลองคืนข้ามปี พร้อมความบันเทิงแบบเต็มอิ่ม ต้อนรับศักราชใหม่

https://www.naewna.com/lady/851533

ฉลองคืนข้ามปี พร้อมความบันเทิงแบบเต็มอิ่ม ต้อนรับศักราชใหม่

ฉลองคืนข้ามปี พร้อมความบันเทิงแบบเต็มอิ่ม ต้อนรับศักราชใหม่

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยิ่งใหญ่สมการรอคอยกับงาน “NT PRESENTS MEGA COUNTDOWN 2025” คอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร งานที่ถือว่าเป็นจุดหมายสำคัญในช่วงปีใหม่ของคนรักดนตรีและคนที่อยากมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่เหมือนใคร โดยในปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “A SONIC JOURNEY INTO MEGA POP CITY” พาผู้เข้าร่วมงานดื่มด่ำไปกับมหานครแห่งแสง สี และเสียง ด้วยการผสมผสานสุดสร้างสรรค์ระหว่างความบันเทิงและงานอาร์ต ถ่ายทอดผ่านบรรยากาศ CITY POP ที่ให้ทุกคนได้สนุกและสร้างความทรงจำสุดพิเศษในคืนข้ามปี พร้อมสัมผัสความบันเทิงแบบเต็มอิ่มต่อเนื่องกว่า 10 ชั่วโมง งานครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยมียอดผู้ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าทำลายสถิติปีที่แล้วภายในเวลาเพียง 2 วัน และในวันงานมีผู้เข้ามาเยี่ยมที่ศูนย์ฯ ร่วมกว่า 500,000 คน พร้อมการถ่ายทอดสดให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมชมทางทีวีและสื่อออนไลน์ ส่งผลให้มียอดผู้ชมมากกว่า 4 ล้านคน

เปิดเวทีด้วยบอยแบนด์สุดฮอต 7 หนุ่ม ATLAS ศิลปิน T-POP สุดฮอตที่มาพร้อมเพลงฮิต “เค้ามาก่อน” สร้างความประทับใจให้แฟนๆ ตามด้วย D GERRARD หนุ่มมาดเท่ที่ขนเพลงดังอย่าง “รถไฟบนฟ้า” มาเรียกเสียงกรี๊ดสนั่น โชว์ต่อเนื่องจากศิลปินแถวหน้า JOEY-PHUWASIT นักร้องขวัญใจมหาชนที่นำเพลงฮิตมาเรียกรอยยิ้มให้แฟนๆ อาทิ “นะหน้าทอง” หรือเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “นิดหน่อย” ตามด้วยเสียงหวานใสจาก INK-WARUNTORN ที่มาพร้อมบทเพลงติดชาร์ตสุดประทับใจ ก่อนจะเพิ่มจังหวะความมันส์กับวงร็อกแถวหน้าของไทย POTATO สนุกต่อกับแร็ปเปอร์ตัวจี๊ด URBOYTJ ที่พกเพลงเอาใจสายฮิพฮอพมาจัดเต็มก่อนจะปิดท้ายความยิ่งใหญ่ด้วยวงป๊อปร็อกแห่งปี THREE MAN DOWN ที่สร้างปรากฏการณ์เพลงฮิตส่งท้ายปี พร้อมการแสดงแสง สี เสียงชุดพิเศษ ด้วยการแสดงเอฟเฟกท์และจอ LED ขนาดใหญ่ที่ดีไซน์ในรูปแบบ CITY POP ที่มีลูกเล่นสุดล้ำให้ทุกคนได้ถ่ายภาพเก๋ๆ แชร์ต่อความสุขนี้ได้สนุกมากยิ่งขึ้น ทำให้ค่ำคืนส่งท้ายปีนี้พิเศษกว่าที่เคย สร้างความสุขและความประทับใจรับศักราชใหม่แบบเต็มอิ่ม

เครียดจากงาน หรือ ซึมเศร้า? วิธีแยกอาการ Burnout และ Depression

https://www.naewna.com/lady/851594

เครียดจากงาน หรือ ซึมเศร้า?  วิธีแยกอาการ Burnout และ Depression

เครียดจากงาน หรือ ซึมเศร้า? วิธีแยกอาการ Burnout และ Depression

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเครียดจากการทำงานและความกดดันในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจรู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง หรือไม่อยากทำอะไรเลย จนอาจสับสนว่าตนเองกำลังเผชิญกับ Burnout Syndrome หรือ ภาวะซึมเศร้า (Depression) ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและการดำเนินชีวิต

Burnout กับ ซึมเศร้า : แตกต่างกันอย่างไร?

ทั้ง Burnout Syndrome และ ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีอาการบางอย่างที่คล้ายกัน เช่น ความรู้สึกเหนื่อยล้า หดหู่ และหมดไฟ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองสภาวะนี้มีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนี้ :

Burnout Syndrome (ภาวะหมดไฟจากการทำงาน)

สาเหตุ : เกิดจากความเครียดสะสมจากการทำงานหนัก ความกดดันจากภาระงาน และการขาดสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

อาการ : มักจะเกิดขึ้นเฉพาะในแง่ของการทำงาน เช่น รู้สึกหมดไฟจากการทำงาน อารมณ์หงุดหงิดง่าย รู้สึกห่างเหินจากเพื่อนร่วมงาน หรือรู้สึกว่าไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้

การฟื้นตัว : เมื่อได้หยุดพักและเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานหรือการใช้ชีวิตกลับมาสมดุล อาการจะดีขึ้น

ภาวะซึมเศร้า (Depression)

สาเหตุ : อาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงในชีวิต หรือความเครียดเรื้อรังที่มีผลต่อสมองและอารมณ์

อาการ : ความรู้สึกหดหู่ ไม่มีความสุขในกิจกรรมที่เคยชอบ รู้สึกตัวเองไร้ค่า ขาดแรงบันดาลใจ และอาจมีอาการทางกาย เช่น การนอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป และอาจมีความคิดฆ่าตัวตาย

การฟื้นตัว : การรักษาผ่านการบำบัดทางจิตใจ (เช่น CBT) หรือการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูภาวะซึมเศร้าได้

วิธีเช็คว่าเป็น Burnout หรือ ซึมเศร้า?

หลายครั้งที่อาการของ Burnout และซึมเศร้า อาจดูเหมือนกัน แต่มีลักษณะที่ต่างกันในรายละเอียด นี่คือวิธีเช็คเบื้องต้นว่าอาการที่คุณกำลังเผชิญอยู่เป็น Burnout หรือ ซึมเศร้า

เช็คอาการ Burnout :

รู้สึกเหนื่อยล้าเฉพาะกับงาน: คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรงทำงานและหมดไฟในการทำงานมากขึ้น แต่ยังคงสามารถสนุกกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยวหรือการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้

อารมณ์แปรปรวนเฉพาะในที่ทำงาน : รู้สึกหงุดหงิด หรือเครียดเฉพาะในที่ทำงาน และอาจมีความรู้สึกไม่พอใจในภาระงานที่ทำ

ความสัมพันธ์ในที่ทำงานเริ่มมีปัญหา : คุณรู้สึกห่างเหินจากเพื่อนร่วมงาน และเริ่มรู้สึกขัดแย้งภายในองค์กรที่ทำงาน

อาการดีขึ้นเมื่อหยุดพัก : เมื่อคุณหยุดงาน หรือได้พักผ่อนเป็นเวลานาน อาการจะดีขึ้นและสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช็คอาการซึมเศร้า :

รู้สึกหดหู่ตลอดเวลา : คุณรู้สึกหดหู่ อ่อนล้า และไม่มีความสุขแม้จะทำกิจกรรมที่เคยชอบ

ขาดแรงบันดาลใจและความสนใจ : ไม่อยากทำกิจกรรมอะไรเลย รวมถึงการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

มีความคิดลบและรู้สึกไร้ค่า : คุณอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หรือรู้สึกผิดทุกเรื่อง อาจมีความคิดฆ่าตัวตาย

มีอาการทางกาย : อาการนอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป ปวดศีรษะ หรือรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมที่หนักหน่วง

การแยกแยะระหว่าง Burnout Syndrome และภาวะซึมเศร้า เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพจิตของคุณ หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า หมดไฟ หรือท้อแท้ การรับฟังร่างกายและอารมณ์ของตัวเองอย่างใส่ใจ พร้อมกับการหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถช่วยให้คุณฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและสมดุลอีกครั้ง

NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

https://www.naewna.com/lady/851537

NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’  ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

NCT DREAM EXHIBITION ‘DREAM VIBE’ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไอคอนสยาม ชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสโลกแห่งความฝันอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาใน NCT DREAM EXHIBITION “DREAM VIBE” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ NCT DREAM สัมผัสพลังแห่งความสดใสของ DREAM WORLD ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวของเหล่าสมาชิกซึ่งบอกเล่าถึงความฝัน มิตรภาพ ความหลงใหล และการเติบโตของพวกเขาที่ชั้น 7 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม 2567-2 กุมภาพันธ์ 2568

นิทรรศการเต็มไปด้วยเรื่องราวของ NCT DREAM พาผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางการเติบโตของพวกเขาผ่านโซนต่างๆ เริ่มจาก “Yo! Dream!” ภาพถ่ายขนาดใหญ่ของ NCT DREAM เน้นความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละเมมเบอร์ต่อด้วย “We Go Up” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบาสเกตบอล สะท้อนถึงมุมสนุกสนานและเปี่ยมพลังของ NCT DREAM ส่วน“오르골 (Life Is Still Going On)” มาพร้อมกับบรรยากาศหาดทราย คลอด้วยเสียงเพลง Life Is Still Going On

อีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจ คือ “미니카 (Drive)” ที่ทำให้หวนนึกถึงเรื่องราวในวัยเด็ก โดยจัดแสดงของเล่น รูปถ่าย ภาพความทรงจำในยุคเดบิวต์ รวมถึงชุดที่เคยสวมใส่ในโชว์ที่ผ่านมาของพวกเขา และที่ไม่อยากให้พลาดคือ “Dear DREAM” ที่แฟนๆ จะได้พบกับบทสัมภาษณ์สุดพิเศษจากใจสมาชิก NCT DREAM และพบกับสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงาน “DREAM VIBE” Exhibition ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น! ไม่ว่าจะเป็นกางเกงลายช้างสุดเก๋ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยพวงกุญแจ DIY ที่ให้คุณสร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง หรือพวงกุญแจสุดพิเศษที่ถ่ายทอดความเป็น NCT DREAM ได้อย่างลงตัว

NCT DREAM EXHIBITION “DREAM VIBE” เปิดให้เข้าชมแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.00-20.00 น. ณ ชั้น 7 ไอคอนสยาม แฟนๆ สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน ราคาบัตร 400 บาท สำหรับนักเรียน (แสดงบัตรนักเรียน ณ จุดเข้าชม) และ 500 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Facebook : ICONSIAM