คนบันเทิงสายบุญ ร่วมพิธีบวงสรวง ‘พระแม่ธรณี’ แจกทานที่วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี

https://www.naewna.com/entertain/851334

คนบันเทิงสายบุญ ร่วมพิธีบวงสรวง ‘พระแม่ธรณี’ แจกทานที่วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี

คนบันเทิงสายบุญ ร่วมพิธีบวงสรวง ‘พระแม่ธรณี’ แจกทานที่วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปี 2568  ยังคงอบอวลไปด้วย“งานบุญ” ที่เสริมสร้างบารมีให้กับตัวเองและครอบครัว รวมทั้งยังเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “มูลนิธิพุทธภูมิธรรม” จัดพิธีบวงสรวงขอพระพุทธนุญาต สร้างฉัตร บูรณะสร้างฐานพระ ถวายพระพุทธรูปบวงสรวง “พระแม่ธรณี” เปิดบุญญาธิษฐาน เปิดทรัพย์ มหาบารมี,  บำเพ็ญกุศลตั้งกองบุญเป็นปฐมมงคล ก่อนเริ่มบุณณะสร้างฐานพระและฉัตร ณ วิหารพระพุทธมหาจักรพรรดิ ปิดท้ายด้วยการแจกข้าวสารให้กับพี่น้องชาวบ้านละแวกวัดชมภูเวก จ.นนทบุรี โดยมี อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ เป็นผู้นำพิธีบวงสรวง

โดยได้รับเกียรติจาก ปิ่นสายสุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานในพิธี วนิดา เลิศสุวานนท์ เป็นเจ้าภาพ ศรุตยา มหานาวารานี ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม, ประธานกองบุญโภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ Verve PR เข้าร่วมพิธี 

นอกจากนี้ ยังมีศิลปินดาราสายบุญเข้าร่วมพิธี อาทิ ว่าที่ ร.ต.ธนัท ชัชวาลย์, ดร.เกศริน เอกธวัชกุล,ปาจรีย์ สวนศิลป์พงศ์ ผู้ประกาศข่าว ททบ.5, วทัญญู มุ่งหมาย, อาจารย์สุนันท์สะอาด ผู้บริหารร้านสักคิ้วพักก้า อาย โบว์นักแสดงจากซีรี่ส์วาย “ลอยแก้ว” และกัลยาณมิตรสายบุญเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่งในงานนี้ยังได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูสมุห์สุทธิพงษ์ สิริวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดชมภูเวก มอบของที่ระลึกให้กับเจ้าภาพ และเหล่าศิลปินดาราสายบุญในครั้งนี้ สามารถร่วมบุญสร้างฉัตรบูรณะสร้างฐานพระได้ที่ Page #Facebook : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

มัดรวม ซีรี่ส์ ภาพยนตร์ ที่น่าสนใจจาก Prime Video ที่คุณห้ามพลาด!!

https://www.naewna.com/entertain/851336

มัดรวม ซีรี่ส์ ภาพยนตร์ ที่น่าสนใจจาก Prime Video ที่คุณห้ามพลาด!!

มัดรวม ซีรี่ส์ ภาพยนตร์ ที่น่าสนใจจาก Prime Video ที่คุณห้ามพลาด!!

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Unstoppable เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของ Anthony Robles (Jharrel Jerome) ชายที่เกิดมาพร้อมกับขาเพียงข้างเดียวแต่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ ทำให้เขามีพลังในการท้าทายอุปสรรคและไล่ทำตามความฝันของตัวเอง ด้วยความรักและการสนับสนุนที่ไม่เคยย่อท้อจากคุณแม่ผู้ทุ่มเท Judy (Jennifer Lopez) พร้อมด้วยการสนับสนุนจากโค้ชของเขา ทำให้ Anthony ฝ่าฟันทุกอุปสรรคจนคว้าตำแหน่งในทีมมวยปล้ำของ Arizona State ได้สำเร็จ แต่การจะพิชิตเป้าหมายสูงสุดของเขาคือการเป็นแชมป์ NCAAกลับต้องแลกมาด้วยทุกสิ่งที่เขามีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

The Calendar Killer เรื่องราวในคืนวันศุกร์ของ Jules Tannberg อาสาสมัครสายด่วนสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเสียงอันอุ่นใจเป็นเพื่อนคุยขณะกลับบ้านยามดึกหรือเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ที่ผ่านมาไม่มีสายใดเลยที่เป็นเรื่องร้ายแรง จนกระทั่งวันนี้ Jules ได้รับสายของ Kara หญิงสาวที่กำลังหวาดกลัว เธอเชื่อว่าเธอกำลังถูกสะกดรอยตามโดยชายคนหนึ่งซึ่งเคยทำร้ายเธอมาก่อน เขาเคยใช้เลือดเขียนวันที่บนผนังห้องนอนของเธอ…และบอกว่านั่นจะเป็นวันตายของเธอ และวันดังกล่าวกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

The Killer’s Game เรื่องราวของ Joe Flood นักฆ่ามือฉมังที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิตด้วยความไม่อยากเผชิญกับความทุกข์ทรมานที่กำลังจะมาถึงเขาจึงตัดสินใจออกคำสั่งให้ฆ่าตัวเอง แต่หลังจากคำสั่งถูกส่งไป เขากลับพบว่าตัวเองถูกวินิจฉัยผิดพลาด Joeจึงต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากการไล่ล่าเอาชีวิตของอดีตเพื่อนร่วมงานของเขาเอง

You’re Cordially Invited (รักแสบซ่า วิวาห์อลเวง) เมื่องานแต่งสองงานจองสถานที่ซ้อนกันในวันเดียวกันโดยบังเอิญ ฝ่ายเจ้าสาวทั้งสองฝั่งต้องเผชิญความท้าทายในการรักษาช่วงเวลาพิเศษของครอบครัวในขณะที่ต้องพยายามจัดการกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดให้เป็นประโยชน์กับฝั่งตัวเองมากที่สุด ศึกชิงพื้นที่จัดงานสุดอลหม่านที่จะวัดความมุ่งมั่นและดื้อด้านระหว่างพ่อของเจ้าสาวคนหนึ่ง (รับบทโดย Will Ferrell) และพี่สาวของเจ้าสาวอีกคน (รับบทโดย Reese Witherspoon) จึงเริ่มขึ้นเพื่อปกป้องช่วงเวลาพิเศษของครอบครัว จะไม่มีอะไรหยุดพวกเขาได้ทั้งนั้น

The Rig Season 2 (เดอะริก มฤตยูปริศนา ซีซั่น 2) ซีซั่นที่ 2 ของ The Rig ซีรี่ส์ออริจินัลดราม่าระทึกขวัญความยาว 6 ตอนของอังกฤษ เมื่อเฮลิคอปเตอร์อพยพทีมงานที่รอดชีวิตจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน Kinloch Bravo มายังสถานที่ลับนอกชายฝั่งแห่งใหม่ชื่อ “Stac” ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในภูมิทัศน์งดงามและอันตรายของวงกลมอาร์กติก (Arctic Circle) พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับผลกระทบทางอารมณ์และร่างกายจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ที่ทำลายแท่นขุดเจาะ Bravo รวมถึงต้องรับมือกับการสมรู้ร่วมคิดความขัดแย้งในองค์กร และภัยคุกคามใหม่จากใต้ท้องทะเลลึก ซีรี่ส์ซีซั่นที่ 2 นี้ จะยังคงสานต่อเรื่องราวระดับโลก เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของโลกใบนี้พร้อมพาผู้ชมไปพบกับสภาพแวดล้อมยิ่งใหญ่ตระการตาและเทคโนโลยีทางทะเลที่ล้ำสมัย สำรวจประเด็นเรื่องการทำเหมืองใต้ทะเลลึก ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในสังคม นี่คือเรื่องราวบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นระทึกขวัญและแอ๊กชั่นอันน่าติดตามของตัวละครทั้งหน้าเก่าและใหม่ สร้างสรรค์โดย David Macpherson

On Call (ชั่วโมงปราบอาชญากรรม) เป็นซีรี่ส์ดราม่าตำรวจเข้มข้นที่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณพลุ่งพล่าน ด้วยเรื่องราวการลาดตระเวนของคู่หูตำรวจมือใหม่และมือเก๋าในเมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย ผสมผสานเทคนิคการถ่ายทำจากกล้องมือถือ กล้องติดตัว และกล้องติดรถเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมแบบซินีม่า เวรีเต้ (cinema verité) ที่เน้นความสมจริง ซีรี่ส์ใหม่ที่จะพาไปสำรวจเรื่องราวทางศีลธรรมในการปกป้องและรับใช้ชุมชนของเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

Harlem Season 3 (ฮาร์เล็ม ซีซั่น 3) หลังจากซีซั่น 2 ได้ทิ้งท้ายกับผู้ชมด้วยหตุการณ์สุดช็อก Harlem ซีซั่น 3 ก็พร้อมพาผู้ชมติดตามการเดินทางของแก๊งเพื่อนสาวสี่คนหลังต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของการเป็นแม่ ชีวิตสาวโสด มิตรภาพระหว่างเพื่อนหญิง ความท้าทายในหน้าที่การงาน จนไปถึงความยุ่งเหยิงในครอบครัว แต่ท้ายที่สุดแล้วแก๊งสี่สาวของพวกเรายังคงยึดมั่นในการให้ความสำคัญกับตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด

ในซีซั่นใหม่นี้เพิ่มความร้อนแรงด้วยนักแสดงหน้าใหม่อย่าง Kofi Siriboe, Logan Browning, Robin Givens และ Gail Bean โดย Siriboe รับบทเป็น Seth หนุ่มเจ้าเสน่ห์ ดีกรีนักเบสบอลเมเจอร์ลีก ที่มาพร้อมความอ่อนโยนจนคว้าใจหนึ่งในสี่สาวไปครอง ส่วน Browningรับบทเป็น Portia สาวเปรี้ยวมั่นใจ เพื่อนสมัยเด็กของ Lan (Tyler Lepley) จะได้กลับมาสร้างความป่วนที่ Harlemอีกครั้ง ทางด้าน Bean รับบทเป็น Eva ลูกสาวของGivens เธอเป็นนักลงทุนสาวผู้ร่าเริงและยังเป็นเพื่อนร่วมงานกับ Tye (Jerrie Johnson) อีกด้วย

ความสนุกใหม่! ‘PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ดเด็ด’ พลิกโฉมครั้งใหญ่

https://www.naewna.com/entertain/851335

ความสนุกใหม่! ‘PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ดเด็ด’  พลิกโฉมครั้งใหญ่

ความสนุกใหม่! ‘PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ดเด็ด’ พลิกโฉมครั้งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายการเด็กสุดฮิต “PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ดเด็ด” กลับมาครั้งนี้ในรูปแบบใหม่สนุกกว่าเดิม! พร้อมเปิดตัวสองพิธีกรรุ่นพี่สุดปัง “เรมี่” ไอริณรณเกียรติ และ “จีจี้” ศุภิสรา วุฒิศาสตร์สองสาวศิลปินจากวง DaRuNi ค่าย Rabbit Moon ในเครือ T&B Media Global ที่จะมาร่วมสร้างเสียงหัวเราะและความสนุกไปพร้อมกับน้อง “ธาม”นรภัทร นาคะดำรงชัย พิธีกรรุ่นจิ๋วที่ครองใจน้องๆ มาแล้วในปีที่ผ่านมา

นอกจากน้องๆ หนูๆ จะได้สนุกกับแอนิเมชั่นเรื่อง ซอนนี่เชฟป่วนก๊วนอร่อยตอน “เคล็ดลับชีสนมแพะ” ยังเต็มอิ่มกับ 3 ช่วงเด็ด ได้แก่ “PeeKaBooชวนชิม” พบกับเมนูแสนอร่อยพร้อมวิธีทำง่ายๆ ที่บ้าน พี่เรมี่จะพาน้องๆ ไปชิมชีสเค้กผลไม้สดซันเดย์ เมนูหวานหอมสุดฟินที่หากินได้ไม่ยาก! “PeeKaBoo ชวนเที่ยว” พี่จีจี้จะพาน้องๆ ไปเที่ยวสนุกกับเหล่าแพะ พร้อมให้ความรู้เรื่องแพะปิดท้ายด้วย “PeeKaBoo ชวนโชว์”น้องธาม จัดเต็มกับโชว์สุดสร้างสรรค์ฮูลาฮูป งานนี้น้องๆ จะได้เรียนรู้การออกกำลังกายที่สนุกได้ประโยชน์และสุขภาพแข็งแรงพบกับความสนุกที่จะมาจ๊ะเอ๋พร้อมกันทุกบ้านด้วยพลังงานบวก แบบ Unlimited ในรายการ “PeeKaBooJunior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด” (พีกาบู้จูเนียร์ จ๊ะเอ๋! เด็ดเด็ด) ได้ทุกเช้าวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.30-08.00 น.ทาง#ช่อง 7HD สามารถรับชมพร้อมกันได้ทาง Website https://wwww.ch7.com/&https://www.bugaboo.tv/home และติดตามความสนุกแบบเต็มอิ่มได้ที่ Bugaboo.TV และ Facebook :https://www.facebook.com/PeeKaBooJuniorOfficial/YouTube : https://www.youtube.com/@Peekaboo_Juniorofficial TikTok : https://www.tiktok.com/@peekaboo_juniorofficial

ทำความเข้าใจ‘DNSSEC’ เสริมความปลอดภัยให้กับอินเตอร์เนต

https://www.naewna.com/local/851353

ทำความเข้าใจ‘DNSSEC’ เสริมความปลอดภัยให้กับอินเตอร์เนต

ทำความเข้าใจ‘DNSSEC’ เสริมความปลอดภัยให้กับอินเตอร์เนต

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ระบบการตั้งชื่อโดเมน (Domain Name System – DNS)” มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของอินเตอร์เนต โดยจะทำหน้าที่แปลงชื่อโดเมน เช่น http://www.abc.com ให้เป็น IP Address เช่น 122.950.34.138 ที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน โดย DNS นั้น เปรียบเหมือนสมุดโทรศัพท์ ในขณะที่ IP Address เปรียบเสมือนหมายเลขโทรศัพท์นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า DNS จะเป็นระบบที่สำคัญและถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน แต่การรักษาความปลอดภัยของระบบก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องตระหนักถึงเป็นอันดับต้นๆ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ วันนี้ OPEN-TEC (Tech Knowledge Sharing Platform), ภายใต้การดูแลของ TCC TECHNOLOGY GROUP จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Domain Name System Security Extensions (DNSSEC) ระบบที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและปกป้องข้อมูลในระบบ DNS

“DNSSEC คืออะไร” : Domain Name System Security Extensions (DNSSEC) เป็นชุดโปรโทคอล (protocol) ความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบ DNS ซึ่งเป้าหมายหลักของ DNSSEC คือการรับรองความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูล DNS เพื่อลดโอกาสและป้องกันผู้ใช้จากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มาจากหลากหลายวิธี อาทิ การปลอมแปลง DNS (DNS Spoofing)

โดยการส่งข้อมูลปลอมเพื่อหลอกผู้ใช้ให้ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย และการใส่ข้อมูลเสียหายลงในแคช (Cache Poisoning) โดยข้อมูลที่ถูกแก้ไขหรือปลอมแปลงจะถูกบันทึกในแคชของDNS Resolver ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้จำนวนมาก เป็นต้น ทั้งนี้ DNSSEC จะใช้เทคนิคการเข้ารหัสเพื่อยืนยันว่าข้อมูล DNS ที่ผู้ใช้ได้รับนั้นถูกต้องและมาจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือถูกดักจับระหว่างทาง

“DNSSEC ทำงานอย่างไร” : DNSSEC ใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure – PKI) ในการลงนามดิจิทัลข้อมูล DNS เพื่อรับรองความถูกต้อง โดยมีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้ 1.การสร้างคู่กุญแจ (Key Pair Generation) ซึ่งประกอบไปด้วย กุญแจสาธารณะ (Public Key) และกุญแจส่วนตัว (Private Key) สำหรับกุญแจสาธารณะนั้นจะถูกเผยแพร่ใน DNSในขณะที่กุญแจส่วนตัวจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย

2.การลงนามดิจิทัล (Digital Signatures) โดยกุญแจส่วนตัวจะถูกนำไปใช้ในการสร้างลายเซ็นดิจิทัลสำหรับข้อมูล DNS ซึ่งลายเซ็นนี้จะถูกเพิ่มเข้าไปในคำตอบ DNS เพื่อยืนยันความถูกต้อง และ 3.การตรวจสอบความถูกต้อง (Validation) เมื่อ Resolver ได้รับข้อมูล DNS ที่ลงนามแล้ว จะใช้กุญแจสาธารณะเพื่อตรวจสอบลายเซ็น หากลายเซ็นถูกต้อง Resolver จะยอมรับข้อมูล แต่หากไม่ถูกต้อง จะปฏิเสธข้อมูลนั้นทันทีเพื่อป้องกันการโจมตี

“ข้อดีของ DNSSEC” : จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า DNSSEC นั้นมีประโยชน์มากมาย ตั้งแต่ด้านความถูกต้องของข้อมูล (Data Authenticity) ที่ใช้รับรองว่าข้อมูล DNS นั้นถูกต้องและมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้, การตรวจจับการแก้ไข (Tamper Detection) ที่ใช้ป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูล DNS โดยไม่ได้รับอนุญาต และการใช้งานเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ (Trustworthy Browsing) ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์

“การใช้งานในโลกจริง” : หลักการของ DNSSEC ในการรับรองความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลยังถูกนำไปใช้ในระบบความ
ปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ธุรกรรมออนไลน์ เพื่อรับรองการสื่อสารที่ปลอดภัยระหว่างธนาคารและลูกค้า, ใบรับรองดิจิทัล (Digital Certificates) เพื่อยืนยันความถูกต้องของซอฟต์แวร์หรือเอกสาร และการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication) เพื่อป้องกันรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) ด้วยเทคนิคการเข้ารหัส

“ข้อจำกัดและความท้าทาย” : แม้ว่า DNSSEC จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับ DNS ได้อย่างมาก แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาอีกด้วยเช่นกัน อาทิ ความซับซ้อนในการใช้งาน (Implementation Complexity) ซึ่งการตั้งค่า DNSSEC ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคสูง และหากมีข้อผิดพลาดอาจทำให้ระบบขัดข้องได้, ผลกระทบต่อประสิทธิภาพ (Performance Overhead) โดยการตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติมอาจทำให้การแก้ไข DNS ช้าลงเล็กน้อย และ อัตราการนำไปใช้งาน(Adoption Rates) อาจยังไม่ครอบคลุมมากพอ ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของ DNSSEC ยังไม่เสถียรมากนัก

สุดท้ายนี้ DNSSEC ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมความปลอดภัยให้กับอินเตอร์เนตโดยการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานของ DNS จากการปลอมแปลงและการแก้ไขข้อมูล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกต้องและปลอดภัยยิ่งขึ้น แม้ว่า DNSSEC จะยังเผชิญกับความท้าทายในด้านการนำไปใช้งาน แต่ประโยชน์ของ DNSSECทำให้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบความปลอดภัยในโลกดิจิทัลนั่นเอง!!!

‘Young Digital Citizen Creators’ สร้างเยาวชนดิจิทัลรู้ทันและเฝ้าระวังสื่อ

https://www.naewna.com/local/851355

‘Young Digital Citizen Creators’ สร้างเยาวชนดิจิทัลรู้ทันและเฝ้าระวังสื่อ

‘Young Digital Citizen Creators’ สร้างเยาวชนดิจิทัลรู้ทันและเฝ้าระวังสื่อ

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับกิจกรรม “Open House โครงการเยาวชนดิจิทัลรู้ทันและเฝ้าระวังสื่อ (Young Digital Citizen Creators)” ซึ่งจัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสมาคมเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้เท่าทันดิจิทัลเทคโนโลยี (D Tech) ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ย่านงามดูพลี-สาทร เมื่อช่วงปลายเดือนธ.ค. 2567ที่ผ่านมา

ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก ระหว่างปี 2560-2566 จากกลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 8-18 ปี จำนวน 351,376 คน ทั่วโลก โดยสถาบันดีคิว (DQ Institute) รายงานว่า เด็กและเยาวชน 70% ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี ซึ่งประเด็นความเสี่ยงทางไซเบอร์จะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ เช่น การรับเนื้อหาและการติดต่อที่มีความเสี่ยง การกลั่นแกล้ง และการใช้เทคโนโลยีเกินความจำเป็น

สอดคล้องกับสำรวจสถานการณ์เด็กไทยกับภัยออนไลน์ ปี 2565 กลุ่มตัวอย่างอายุ 9-18 ปี จำนวน 31,965 คน โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบมีเด็ก 81% ที่มีแท็บเลตหรือสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง และกว่า 85% ใช้โซเชียลมีเดียเกือบทุกวัน 54% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจาร โดยเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไป 12% เคยถูกคุกคามทางเพศบนโลกออนไลน์ (Online Grooming)

ซึ่ง สสส. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนให้เป็นนักสื่อสารสุขภาวะที่มีทักษะเท่าทันสื่อ มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อจึงร่วมกับสมาคมเครือข่ายฯ พัฒนาโครงการ Digital Citizen Creators นำร่องในโรงเรียนระดับมัธยมสังกัดกรุงเทพมหานคร 6 แห่ง เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ 24 ทีม จำนวน 240 คน ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นนักสื่อสารสุขภาวะ

ผ่านการออกแบบสื่อในรูปแบบคลิปวีดีโอภาพวาดดิจิทัล และอินโฟกราฟิก เพื่อใช้สื่อสารรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึง ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเพื่อนร่วมวัยได้ โดยผลงานของน้องๆ ทุกทีมปีนี้ สะท้อนถึงขีดความสามารถและทักษะในการสื่อสารที่โดดเด่นและแตกต่าง ทำให้ผลงานที่ออกมาสามารถใช้งานสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของสื่อดิจิทัล

จอห์น รัตนเวโรจน์ ประธานสมาคมเครือข่ายเพื่อการเรียนรู้เท่าทันดิจิทัลเทคโนโลยี (D Tech) กล่าวว่า โครงการ Digital Citizen Creators มุ่งพัฒนาทักษะดิจิทัลในเด็กและเยาวชน และสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยพัฒนาสังคมออนไลน์ให้เป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพ ดำเนินงานผ่านการจัดกิจกรรมเดินสาย Road Show ให้ความรู้กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายเกี่ยวกับการรับมือภัยดิจิทัล สร้างทักษะการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ (Digital Vaccine powered by DQ)

เสริมภูมิคุ้มกันให้ตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่ได้รับจากภัยดิจิทัล เช่น ข่าวลวง ภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การเท่าทันข้อมูลยุคเอไอ เพิ่มทักษะการตรวจสอบคลิป รูปภาพ รวมทั้งถึงทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง critical thinking เกิดชมรมเยาวชนอาสาสมัครเฝ้าระวังสื่อในโรงเรียนทั้ง 6 แห่ง นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนพัฒนาทักษะในการผลิตสื่อดิจิทัลที่สร้างสรรค์ในประเด็นมุ่งเน้นตามกรอบทิศทางการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาวะของ สสส. อีกด้วย โดยเยาวชนทั้ง 24 ทีม ที่เข้าร่วมพัฒนาทักษะในการผลิตสื่อดิจิทัล

ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตผลงานเพื่อใช้รณรงค์ให้ข้อมูลภัยดิจิทัลในหัวข้อต่างๆ เช่น เวิร์กช็อปการใช้งานโปรแกรมตัดต่อ สำหรับสร้างสรรค์ผลงาน และกิจกรรมให้คำปรึกษาเรื่องการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ผลงานของเยาวชนทั้ง 24 ทีม ที่พัฒนาเสร็จสิ้นแล้ว จะเผยแพร่อย่างเป็นทางการบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ D Tech Association และสำหรับผลงาน 4 ชิ้น ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโจทย์การผลิตสื่อประเภทภาพเคลื่อนไหว (Motion Media) ได้แก่ 1.ทีม QEDs โรงเรียนประชานิเวศน์ ผลงานเรื่อง การรับมือกับข้อมูลเท็จ

และทีม Mega ล่าฝัน โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ผลงานเรื่อง ภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า และโจทย์การผลิตสื่อประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ (Print Media) ได้แก่ ทีม เหล่ากบอ๊บโอ่ยบินได้ โรงเรียนนาหลวง ผลงานเรื่อง ปัญหาการกลั่นแกล้งและการคุกคามทางเพศ และทีม มปณ. ก้าวไกล รู้ใช้เทคโนโลยี โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส ผลงานเรื่อง การรับมือกับข้อมูลเท็จ จะถูกนำไปใช้ Road Show เพื่อขยายผลต่อในโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศ เป็นต้นแบบสื่อสารรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนเข้าใจถึงภัยอันตรายจากโลกออนไลน์ต่อไป

สถานการณ์ภาคประชาสังคมไทย ‘สุขภาพแย่-เป็นหนี้-เงินออมไม่พอ’

https://www.naewna.com/local/851356

สถานการณ์ภาคประชาสังคมไทย ‘สุขภาพแย่-เป็นหนี้-เงินออมไม่พอ’

สถานการณ์ภาคประชาสังคมไทย ‘สุขภาพแย่-เป็นหนี้-เงินออมไม่พอ’

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคม ระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (ม.ส.ท.) เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2567 ที่ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ว่า ที่ผ่านมาการทำงานของภาคประชาสังคมต้องเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาที่ซับซ้อน ส่งผลต่อแรงกดดัน ความเครียด และพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลให้ป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ได้โดยไม่รู้ตัว

ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์สุขภาพและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคในกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม 39 แห่งทั่วประเทศ ปี 2567 โดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า คนภาคประชาสังคมมีปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร่งด่วนในมิติ Happy Body Happy Relax และ Happy Money โดยสาเหตุความเครียดมาจากภาระงานที่หนัก สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย รับประทานอาหารเน้นหวาน มัน เค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่มีเงินออมที่เพียงพอ ดังนั้น คนทำงานภาคประชาสังคม จึงควรได้รับการดูแลจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะมิติความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

ขณะที่ ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สถานการณ์สุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของคนวัยทำงาน จากรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2566 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ไทยมีคนวัยทำงานอยู่ 39 ล้านคน ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องสุขภาพป่วยโรค NCDs ที่น่าสนใจยังพบว่ากลุ่มโรค NCDsที่คร่าชีวิตคนวัยทำงานมากที่สุดอันดับ 1 คือ โรคเบาหวานรองลงมาคือ โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง มีสาเหตุจากการขาดการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารหวานมัน เค็ม

ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ สอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์สุขภาพและปัจจัยปัญหาพฤติกรรมสุขภาพคนทำงานกลุ่มภาคประชาสังคมในองค์กรภาคประชาสังคม 72 แห่ง 23 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2567 โดย สสส. และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบคนวัยทำงานภาคประชาสังคมมีปัญหาหนี้สิน 93% รับประทานอาหารรสชาติหวาน มัน เค็ม สูง 97% มีภาวะเครียดจากการทำงาน 66% ติดแอลกอฮอล์ 60.6% และเผชิญภาวะอ้วนลงพุง 32.45

ทั้งนี้ สสส. ได้ร่วมกับ พส. และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงานในภาคประชาสังคม การพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กร ปั้นให้เกิดนักสร้างสุของค์กรผู้นำสุขภาพ 250 คน มุ่งเป้านำร่องในองค์กรภาคประชาสังคม50 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมขยายผลให้เกิดเป็นโมเดลต้นแบบองค์กรสุขภาวะภาคประชาสังคมนำร่อง 5 แห่ง ภายในปี 2569 ที่พัฒนาให้คนวัยทำงานมีคุณภาพชีวิตที่เข้มแข็ง พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

ด้าน พิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดี พส. เปิดเผยว่าพส. ได้จัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 2 มีเป้าหมายสำคัญ คือการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อการพัฒนาสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสุขภาวะของประชาชน ชุมชน

รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ขององค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการร่วมกันสร้างกลไกการขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะกลุ่มภาคประชาสังคม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานให้มีสุขภาวะตามแนวคิด Happy 8 และ Happy Workplace ของ สสส. รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

‘โตไปไม่สูบ’ชวนเยาวชนชาวใต้ สร้างนวัตกรรมรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า

https://www.naewna.com/local/851354

‘โตไปไม่สูบ’ชวนเยาวชนชาวใต้  สร้างนวัตกรรมรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า

‘โตไปไม่สูบ’ชวนเยาวชนชาวใต้ สร้างนวัตกรรมรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ร่วมกับศูนย์สร้างสรรค์สื่อเพื่อเด็กและเยาวชน และเครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยง (บุหรี่ไฟฟ้า) 20 โรง ใน 10 จังหวัดภาคใต้ จัดเวที “โตไปไม่สูบ”เวทีโชว์ แชร์ เด็กใต้สร้างสื่อนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสร้างความตระหนักรู้อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ไม่ตกเป็นเหยื่อนักสูบหน้าใหม่ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นมหันตภัยร้ายต่อเด็กและเยาวชน

โดยจากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ภาคใต้มีอัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุดทุกรอบการสำรวจ โดยปี 2564 อยู่ที่ 22.4%สูงกว่าอัตราสูบทั้งประเทศ 17.4% สอดคล้องกับสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการกรุงเทพมหานคร สำรวจเยาวชน 40,164 คนทั่วประเทศ เมื่อเดือนพ.ค. 2567 พบกลุ่มเด็ก เยาวชน สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 18.6%

โดยมีความเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกบุหรี่มวนได้ 61.23% และบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน 50.2% สะท้อนว่าเยาวชนยังขาดความรู้และความเข้าใจผลกระทบจากการสูบบุหรี่ที่ถูกต้อง เพราะบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเสพติดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งระบบหายใจ ระบบหลอดเลือดสมอง ระบบประสาทและสมองและอื่นๆ สสส. จึงต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้เด็ก เยาวชน ไม่ตกเป็นเหยื่อนักสูบหน้าใหม่

นายชัยวุฒ บุตรแหล่ ผู้จัดการโครงการป้องกันเด็กไทยไม่ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้า PROTECTNEW GEN เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ได้จัดคาราวานบ่มเพาะคนรุ่นใหม่เพื่อปลุกไอเดียไม่ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้า 23 พื้นที่ โดยมีกลุ่มเด็กและเยาวชน เข้าร่วม 2,343 คน และได้ร่วมสนับสนุนโรงเรียนเครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยง (บุหรี่ไฟฟ้า) 20 โรง

โดยได้จัดให้มีการนำเสนอผลงานและถอดบทเรียน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เมื่อวันที่ 19-20 ธ.ค. 2567 ที่โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจัด 1.เวที Showcase นำเสนอผลงานเด่นสื่อสารลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ 2. Walk rally ผ่านการจัดนิทรรศการ 3.World Café แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และต่อยอดความรู้ นวัตกรรมลดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อค้นหา Best Practice และสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังลดปัจจัยเลี่ยง

นายฮาริส มาศชาย ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์สื่อเพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า โตไปไม่สูบ เป็นแคมเปญที่เครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยง (บุหรี่ไฟฟ้า) ได้ช่วยกันออกแบบกระบวนการสร้างกิจกรรมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาโดยมีบอร์ดเกม โตไปไม่สูบ พัฒนาโดยกลุ่มไอเกลอนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ นำมาใช้รณรงค์เพื่อปกป้องเด็กไทยจากภัยอันตรายบุหรี่ไฟฟ้าตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเยาวชนให้เกิดการรวมกลุ่มการเล่นอิสระ

และมีพื้นที่ในการพูดคุยสะท้อนปัญหา และหาทางออกจากภัยบุหรี่ไฟฟ้า ได้นำไปใช้กับกลุ่มเยาวชนกว่า 2,000 คน พบว่า บอร์ดเกมช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ให้รู้เท่าทันภัยบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยฝึกเข้าสังคม สื่อสารกับผู้อื่น ซึ่งถือเป็นทักษะที่สำคัญต่อเยาวชน ในการฝึกการปฏิเสธไม่เอาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายและแรงจูงใจ ฝึกการควบคุมอารมณ์และความเครียดเมื่อถูกกดดันจากตัวเกมหรือผู้เล่นคนอื่น และมีส่วนช่วยดึงให้เยาวชนลดการติดจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ หันมามีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น

ผศ.ดร.พรไทย ศิริสาธิตกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า เวทีโชว์ แชร์ เด็กใต้สร้างสื่อนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้า มีความน่าสนใจในหลายมิติ โดยเฉพาะแกนนำเยาวชน นอกจากมีภูมิคุ้มกันที่ดีแล้ว ยังสามารถสร้างภาวะผู้นำทางความคิดให้เกิดการต่อยอดและขยายผลกับกลุ่มเพื่อนได้อย่างน่าสนใจ รวมถึงกลุ่มพี่เลี้ยงครูที่สร้างระบบในการร่วมจัดการจัดการความรู้ ร่วมสร้างนวัตกรรมต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยงของบุหรี่ไฟฟ้า และขยายผลไปยังห้องเรียนได้อย่างน่าสนใจรวมถึงกลไกของโรงเรียนที่นำไปสู่นโยบาย ทำให้การทำงานในทุกระดับของเครือข่ายโรงเรียนนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยง(บุหรี่ไฟฟ้า) ทั้ง 20 โรงเรียน ที่กระจายถึงเด็กมากกว่า 15,000 คน

แพท KLEAR เปิดที่มาชื่อลูกสาว เรอารฎา ทั้งเพราะและความหมายดีมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2834497

แพท KLEAR เปิดที่มาชื่อลูกสาว เรอารฎา ทั้งเพราะและความหมายดีมาก

5 ม.ค. 2568 13:40 น.

แพท KLEAR เปิดที่มาชื่อลูกสาว เรอารฎา ทั้งเพราะและความหมายดีมาก

หลังจากรอให้คุณแม่และคุณพ่อเคานต์ดาวน์เรียบร้อย น้องเรอารฎา (Reiardha) ลูกสาวคนสวยของนักร้องสาว แพท รัณนภันต์ ยั่งยืนพูนชัย หรือ แพท KLEAR และ ชิฟ สมัชชา รุ่งเรืองสรการ สามีหนุ่มนอกวงการ ก็พร้อมออกมาเซย์ฮัลโหลในวันที่ 1 มกราคม 2568 ช่วงบ่าย 2 โมง ด้วยน้ำหนัก 3,030 กรัม ที่โรงพยาบาลเมดพาร์ค ซึ่งคุณแม่ตั้งใจจะคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ เลยปล่อยชิลให้น้องเลือกวันและเวลาด้วยตัวเอง ตอนนี้ แพท เตรียมแพลนวิธีเลี้ยงไว้แล้ว ก่อนจะเริ่มรับงานแรกปลายเดือนนี้

งานนี้ แพท เล่าว่า “ธรรมชาติทุกอย่างเลยค่ะ ฤกษ์คลอดก็บอกว่าหนูเลือกเองนะลูก ซึ่งก็กลายเป็นวันฤกษ์ดี ส่วนเรื่องชื่อ หลังจากที่ทราบเพศก็ตั้งกันเอง ใช้ความเชื่อมโยงของชื่อพ่อกับแม่และความชอบของเรามาผสมผสานกันจนสรุปเป็นชื่อ “เรอา” ซึ่งเป็นทั้งภาษาอังกฤษ ละติน สเปน หรือญี่ปุ่นก็ได้ ความหมายดีหมดเลย และอยากมีชื่อภาษาไทยด้วย อยู่ๆ ก็นึกถึงคำว่า “รฎา” ซึ่งพอรวมกันแล้วยิ่งมีความหมายที่ดีเลย “เรอารฎา (เร-อา-ระ-ดา) แปลว่า ผู้หญิงที่มีเกียรติและเข้าถึงธรรม“ ค่ะ 

พูดถึงตอนคลอด มันคือที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ เจ็บแต่ก็คุ้มค่า ตั้งใจคลอดธรรมชาติเพราะจะฟื้นตัวเร็ว ซึ่งก็จริงนะหลังคลอดแพทเดินได้เลย จะมีอีกคนหรือไม่ยังบอกไม่ได้ค่ะ ตอนนี้วางแผนว่าจะมีไนต์เนิร์สในช่วงแรกและฝึกสลีปเทรนนิ่งเพื่อให้เขานอนยาวขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพจิตจะได้ดีกันทุกฝ่าย

ฝากขอบคุณทุกคนจริงๆ ค่ะ เป็นการท้องที่มีเพื่อนตลอดเส้นทาง ทั้งจากคนที่มาเชียร์และคุณแม่ที่ท้องใกล้ๆ กันก็มาคอมเมนต์กันเยอะ เกิดเป็นโมเมนต์น่ารักตลอด แต่ก็คิดถึงการร้องเพลงค่ะ คืนที่เคานต์ดาวน์นั่งดูโชว์คนอื่นก็คิดถึงเวที เป็นปีแรกในรอบเกือบ 20 ปีที่เราไม่ได้อยู่บนเวที หวังว่าทุกคนยังคิดถึงกันอยู่นะ จะเริ่มงานแรก 25 มกราคมนี้ค่ะ ส่วนงานโชว์อื่นๆ จะไปเล่นที่ไหนยังไงนั้นก็ติดตามทางเพจวง KLEAR ได้เลยนะคะ กลับมาร้องเพลงแล้วค่ะ คิดถึงทุกคนมากๆ ส่วนงานเพลงก็ยังทำอยู่ตลอด ปีนี้จะทยอยปล่อยให้ฟังกันแน่นอนค่ะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เก๋ไก๋ อวดภาพแรกของปี 2568 หวานฉ่ำกับ อาร์บี ใส่ชุดซีทรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834492

เก๋ไก๋ อวดภาพแรกของปี 2568 หวานฉ่ำกับ อาร์บี ใส่ชุดซีทรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

5 ม.ค. 2568 13:03 น.

เก๋ไก๋ อวดภาพแรกของปี 2568 หวานฉ่ำกับ อาร์บี ใส่ชุดซีทรูเซ็กซี่ขยี้ใจ

เรียกว่าเป็นช่วงชีวิตที่แฮปปี้สุดๆ สำหรับยูทูบเบอร์-นางเอกสาว เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์ หรือ เก๋ไก๋ สไลเดอร์ ที่ตอนนี้อินเลิฟสุดๆ กับ อาร์บี แฟนหนุ่มฝรั่งสุดหล่อ ไปไหนมาไหนก็มีภาพความหวานให้แฟนๆ ได้ชุ่มชื่นหัวใจ ฟินไปตามๆ กัน

และล่าสุด เก๋ไก๋ ควง อาร์บี บินไปฉลองเทศกาลปีใหม่ที่ จ.ภูเก็ต งานนี้บอกเลยว่านอกจากความหวานฉ่ำของทั้งคู่แล้ว หลายคนก็สะดุดตากับความเซ็กซี่ขยี้ใจของ เก๋ไก๋ ที่ใส่ชุดซีทรู เห็นทะลุไปถึงท่อนบนที่ใส่บิกินีสีแดงไว้ข้างใน มาพร้อมท่าโพสเก๋ๆ เพิ่มความแซ่บ

ซึ่ง เก๋ไก๋ สไลเดอร์ เขียนแคปชั่นบรรยายภาพเซตนี้ไว้ว่า “:ภาพแรกของปี ขออนุญาตมีฟามสุขกับอาบี นะค้าาาา :โอเคได้ อนุญาตจ้า 2025 ขออวยพรให้ตัวเอง และ ทุกๆคน มีความรัก มีความสุข เจอคนดีๆ สิ่งดีๆ โอกาสดีๆเข้ามาตลอดทั้งปีเลยน้าค้าาา เยิฟๆๆ”

งานนี้เลยเจอแฟนๆ แห่คอมเมนต์แซวรัวๆ อาทิ อันนี้ไม่ทราบว่าเทศกาลปีใหม่หรือวาเลนไทน์กันแน่นะ, ขอโทษนะตัวเอง อันนี้ตัวเองลงผิดเทศกาลหรือเปล่า ยังไม่ถึงวาเลนไทน์เลย, เซ็กซี่ยังไงให้หวาน เด็ก ฉ่ำ, กรี๊ดดดด ด.ญ. เก๋ไก๋ วันนั้นนน วันนี้โตเป็นสาวเต็มตัวว น่ารักกกก, ชุดเหมือนเรียบๆ แต่แซ่บมาก ฯลฯ 

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เอม วิทวัส คืนดี เนตร อดีต ผจก. กอดกันร้องไห้หลังมีปัญหาไม่คุยกัน 4 ปี

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834480

เอม วิทวัส คืนดี เนตร อดีต ผจก. กอดกันร้องไห้หลังมีปัญหาไม่คุยกัน 4 ปี

5 ม.ค. 2568 12:04 น.

เอม วิทวัส คืนดี เนตร อดีต ผจก. กอดกันร้องไห้หลังมีปัญหาไม่คุยกัน 4 ปี

เป็นเรื่องราวดีๆ รับปีใหม่ 2568 ที่ทำให้แฟนๆ ใจฟูไปตามๆ กัน เมื่อพิธีกรดัง เอม วิทวัส รัตนบุญบารมี และ เนตร หัทยา อดีตผู้จัดการส่วนตัว คืนดีกันแล้ว หลังจากมีปัญหาและไม่คุยกันมานานกว่า 4 ปี ซึ่งในตอนนั้น เอม ถูกกระแสวิจารณ์ว่าดังแล้วแยกวง ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่ารายการถึงจุดอิ่มตัว ส่วนสาเหตุที่อันฟอลโลว์ทีมงานรายการ “ตามใจตุ๊ด” เพราะไม่อยากอ่านดราม่า

โดยในเฟซบุ๊กของ เนตร ได้แชร์คลิปนาทีที่ เอม วิทวัส เดินมาหา เนตร ก่อนจะกอดกันทั้งน้ำตาในช่วงเคานต์ดาวน์ปีใหม่ โดยมีเพื่อนๆ แฟนๆ ที่ได้เห็นภาพดังกล่าวต่างเข้ามาคอมเมนต์ดีใจด้วยนับร้อยข้อความ อีกทั้งส่งอีโมจิหัวใจกันแบบรัวๆ

หลังจากนั้น เนตร ก็แชร์โพสต์เก่าเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นยังทำงานร่วมกันกับ เอม ใส่แคปชั่น “แชร์ความทรงจำเก่าๆได้แล้วดิ 55555555” อีกทั้งยังโพสต์ภาพร่วมเฟรมกับ เอม และสามีของเนตร พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “โอเค เมื่อคืนไม่ได้เมา ยังจำนัดกินข้าวได้อยู่” และมีเพื่อนๆ แฟนๆ คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นมากมาย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม