“ใหม่” อิ่มใจควงคู่ทำบุญ “เต๋อ” พาเข้าสายธรรมะ อัปเดตฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดปิดแอ็กเคาต์หนีเยอะ

“ใหม่” อิ่มใจควงคู่ทำบุญ "เต๋อ" พาเข้าสายธรรมะ อัปเดตฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดปิดแอ็กเคาต์หนีเยอะ

27 ม.ค. 2568 07:01 น.

“ใหม่” อิ่มใจควงคู่ทำบุญ “เต๋อ” พาเข้าสายธรรมะ อัปเดตฟ้องเกรียนคีย์บอร์ดปิดแอ็กเคาต์หนีเยอะ

ประเดิมต้นปีด้วยการทำบุญใหญ่ สาว “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” เพิ่งควงหนุ่ม “เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ร่วมบุญครั้งใหญ่ถวายที่ดินเพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม ณ วัดดงป่างิ้ว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ อิ่มบุญอิ่มใจถ้วนหน้า เจอ ใหม่ มาร่วมงาน “KING POWER CHINESE NEW YEAR 2025 ช้อป ดวง ปัง SHOP THE LUCKIEST FORTUNES” ณ ฟาวน์เท่น สแควร์ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เลยได้อัปเดตชีวิตและเล่าเรื่องไปทำบุญเริ่มจาก

“เป็นการทอดผ้าป่าที่มีความสุขมาก เป็นการรวบรวมเงินซื้อที่ดินเพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เป็นพี่เต๋อที่ตั้งใจมาก่อน แล้วก็มาชวนใหม่ แล้วใหม่ก็เลยได้ไปจอย ก็คือปิดงบให้ได้ประมาณไร่ 2 งาน”

ตั้งแต่ปีที่แล้ว?

“ใช่ค่ะตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะทำกันมาเรื่อยๆเหมือนเค้ามีแผนนี้มาสักพักนึงแล้ว แล้วก็ต้องขอบคุณชาว เชียงใหม่ด้วย ต้อนรับดีมากทำพิธีสืบชะตาให้ด้วย เพิ่งเคยเป็นครั้งแรกที่เข้าไปนั่งที่เป็นโดม ก็รู้สึกขลัง ศักดิ์สิทธิ์”

ได้ไปเสริมชะตาเรื่องความรักมั้ย?

“อันนั้นไม่ต้อง ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติค่ะ ขอแค่งาน ขอแค่ความสุข”

เพราะความรักมันดีอยู่แล้ว?

“อยู่ตัวค่ะเรื่อยๆ”

ภาพที่ไปทำบุญแล้วใส่ชุดขาวคนเกือบยินดีกับใหม่ด้วยแล้ว?

“พูดจริงๆมั้ย คิดว่าใหม่จะเก็บรูปไว้ก่อน ถ้าเกิดต้องหมั้นขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเสียตังค์เยอะ ใหม่เอาชุดไปเลย แล้วมีช่างภาพมาพร้อมก็ต้องจ่ายตังค์เพิ่มแต่ไม่ได้ต้องลงรูป เพราะคอนเทนต์มันต้องเกิด ก็เลยต้องลงจริงๆเพราะต้องให้พี่ๆรับบุญ รู้ว่าเรามาทำบุญแล้วนะ ต้องอนุโมทนาสาธุกัน”

มีโปรเจกต์บุญใหญ่ๆต่ออีกมั้ย?

“ปีนี้น่าจะมีได้ทำบุญอีกค่ะ”

ให้เต๋อชี้นำไป?

“ก็พี่เต๋อเป็นคนมีบุญมากๆที่พาใหม่ไปทำบุญด้วย ก็ดีใจที่พี่เต๋อพาเข้า พี่เต๋อพาหนูเข้าสายธรรมะมากขึ้นตั้งแต่เค้าบวช ไม่รู้เป็นเพราะว่าเค้าอยากหาเรื่องที่จะเข้าวัดบ่อยๆหรือเปล่า เค้าก็เลยเริ่มพาใหม่เข้าไปเยอะๆ”

ไม่กลัวเหรอว่าเค้าเข้าไปในนั้นแล้วเค้าไม่ออกมา?

“ตอนแรกหนูกลัวแต่ตอนนี้หนูเริ่มเข้าไปด้วย เริ่มรู้สึกสบายใจ นั่งสมาธิได้นานขึ้น โอเคนะลุง ไม่บวชตลอดชีวิตเนอะ พี่เต๋อคอนเฟิร์มแล้ว”

เวลามางานเต๋อต้องมาดูแลตลอดเลยมั้ย?

“อยากให้มาตลอด (ยิ้ม)”

ทำไมต้องพกเต๋อไปด้วยตลอด?

“วันนี้ผู้ช่วยป่วย”

ก็เลยให้พี่เต๋อมาเป็นผู้ช่วย?

“ไม่ใช่ เหมือนมีพี่เต๋อมาคอยดูแลผู้จัดการก็จะมาเหมือนกันแต่เมื่อคืนนอนดึก”

ผู้จัดการไปเที่ยว?

“ก็ใช้ชีวิตให้เวิร์กไลฟ์บาลานซ์ เราทำงานหนัก เราก็ต้องเที่ยวด้วยเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ แล้วก็ทำบุญด้วย”

ถามถึงคดีความที่เราฟ้องเป็นยังไงบ้าง?

“ช่วงแม่หยัวใช่มั้ยคะ ตอนนี้ใหม่ปล่อยให้เป็นเรื่องของทนายไปเลย ก็ได้อัปเดตว่าระเบิดตัวเองไปค่อนข้างเยอะ ปิดแอ็กเคาต์ ไปเยอะมากเลย (หัวเราะ) มันเป็นเคสที่สอนเลยนะว่าเวลาที่เราจะว่าใคร แล้วพอมันจะเกิดความซวยเข้าใกล้ตัว ก็จะหนีแล้วมันก็จะเป็นอย่างนี้ ฉะนั้นเวลาเราโพสต์อะไรเราคิดก่อนนิดนึงดีกว่า เรามีสติ เรารู้ว่าคำที่เราพูดไปมันย้อนกลับมาทำร้ายเราดีกว่า ไม่งั้นก็จะเป็นแบบนี้ ระเบิดแอ็กเคาต์ แต่ใหม่เชื่อว่าเค้าอาจจะเปิดใหม่ขึ้นมาเป็นวงจรนี้ไปเรื่อยๆ”

ที่จริงมันสามารถตามได้ว่าเป็นใครมั้ยหรือเราก็ปล่อยผ่าน?

“มันอยู่ในช่วงคล้ายๆอย่างนั้น พอเราเห็นว่าไม่ทำอะไรแล้ว เหมือนจะให้อภัย เหมือนเสียเวลาชีวิตเราเหมือนกันที่มาตามอะไรอย่างนี้ ก็เซฟเอาไว้ ยังไม่รุนแรงอะไรขนาดนั้นแต่ก็พร้อมเสมอ แค่ว่าพอมันจะไปลงดีเทลจริงๆการทำอะไรแบบนี้ บางทีเวลาชีวิตเรามีค่ามากๆที่จะไปทำอะไรหลายๆอย่าง อันนี้น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายเลยเพราะว่าตอนนี้มีทั้งธุรกิจนู่นนี่นั่นที่เราจะต้องทำเดี๋ยว 16 ก.พ.นี้ ก็จะเปิดค่ายดูแลนักแสดงเป็นครั้งแรกค่ะ”.

เปิดใจ คุ้ย ทวีวัฒน์ ผู้กำกับหนังผีตัวพ่อในบทบาทใหม่ นั่งแท่นผู้บริหาร 13 สตูดิโอ

เปิดใจ คุ้ย ทวีวัฒน์ ผู้กำกับหนังผีตัวพ่อในบทบาทใหม่ นั่งแท่นผู้บริหาร 13 สตูดิโอ

26 ม.ค. 2568 23:20 น.

เปิดใจ คุ้ย ทวีวัฒน์ ผู้กำกับหนังผีตัวพ่อในบทบาทใหม่ นั่งแท่นผู้บริหาร 13 สตูดิโอ

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักผู้กำกับตัวพ่อหนังสยองขวัญ คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา หลังจากที่เจ้าตัวสร้างปรากฎการณ์กำกับภาพยนตร์ “ธี่หยด” ทั้ง 2 ภาคจนกวาดรายได้รวมกันทะลุไปกว่า 1,200 ล้านบาท ล่าสุดผู้ คุ้ย ทวีวัฒน์ วันทา นั่งแท่นประเดิมงานบริหารในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เธอทีน สตูดิโอ จำกัด หรือ 13 สตูดิโอ ค่ายหนังน้องใหม่ที่มีคาแร็คเตอร์ชัดเจน เน้นผลิตแต่หนังระทึกขวัญและสยองขวัญเข้าสู่ตลาดหนังไทย

วันนี้บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้กำกับหนังตัวพ่ออย่าง คุ้ย ทวีวัฒน์ ถึงอีกบทบาทใหม่ในฐานะผู้บริหารค่ายหนังถึงที่มาที่ไปของการทำค่ายหนังที่จะผลิตแต่หนังสยองขวัญ ระทึกขวัญ ซึ่งเจ้าตัวจะมาตอบคำถามที่เราอยากรู้แบบหมดเปลือกให้ฟังว่า 

นั่งแท่นประเดิมค่ายหนัง 13 สตูดิโอ ผลิตหนังแนวสยองขวัญ หนังผี

เพราะอะไรถึงลุยตลาดหนังระทึกขวัญ หนังสยองขวัญ ซึ่งเราได้รับคำตอบจากผู้กำกับตัวพ่อหนังสยองขวัญว่า 

“จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ที่ทำหนังมาเกือบ 20 ปี รู้สึกว่าอยากทำหนังสยองขวัญ อยากทำบริษัทหนังสยองขวัญมาตั้งนานแล้ว เพราะบริษัทต่างประเทศ อย่าง มิราแม็กซ์ (Miramax) ก็จะมีไลน์ที่ทำหนังสยองขวัญวัยรุ่น ผู้กำกับดังๆ อย่าง แซม เรย์มี (Sam Raimi) เขาก็มี Ghost House Picture เพื่อซัพพอร์ตหนังสยองขวัญ

ในตลาดต่างประเทศเขาทำกันมาสักพักแล้ว จนวันนี้รู้สึกว่า ถ้าวันนึงมีโอกาสก็อยากทำหนังสยองขวัญ ให้มันเป็นแบรนด์ที่ชัดเจนการันตีว่าเหมือนคนเห็นโลโก้บริษัทแล้ว รู้เลยว่าทำหนังสยองขวัญ

จริงๆ หนังสยองขวัญมันก็อยู่คู่กับวงการภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศมานาน คือแนวอื่นจะซาลงไปแต่สยองขวัญยังคงอยู่ตลอด ยังไงมันก็ขายได้

แล้วหนังสยองขวัญตีว่ามันเป็นกิจกรรมกลุ่ม มันเหมือนว่าถ้าเราไปนั่งรถไฟเหาะ เราไม่นั่งคนเดียว คล้ายๆ ถ้าไปดูหนังผี ก็ไม่ดูคนเดียว ต้องชวนหลายๆ คน เพราะฉะนั้น มันเป็นความบันเทิงที่เหมือนแชร์กิจกรรมกลุ่มแล้วอยู่ด้วยกันหลายๆ คน เลยรู้สึกว่าคนเลยอยากดูหนังสยองขวัญในโรงหนังเพราะว่ามีเพื่อนเยอะ”

อะไรคือจุดแข็งของหนังสยองขวัญของไทย ที่ทำให้อยากจะเปิดค่ายเพื่อหนังแนวนี้โดยเฉพาะ และคำตอบที่เราได้คือ 

“จุดแข็งก็คล้ายๆ อันข้อต้น เพราะรู้สึกว่า ความสยองขวัญมันอยู่คู่กับเรามา มันคล้ายๆ เรากลัวแต่เราสนุก แต่ความกลัวนี้มันกลัวจนสนุก รู้สึกว่ามันเป็นกิจกรรม เป็นเรื่องที่ดี แล้วหนังสยองขวัญจริงๆ แล้วในตลาด มันจะเป็นงานขายไอเดีย คือเราไม่ได้สู้ในประเทศแล้ว เราสู้กันแบบทั่วโลก เรามีแพลตฟอร์มหลายแพลตฟอร์มที่คนดูจะได้ดูหลากหลาย เพราะฉะนั้นมันเป็นงานที่เราต้องใช้ไอเดียเข้าแลกเลย

แล้วข้อดีของประเทศไทย คือเรามี source ผีเยอะมาก มีสารพัดผี มันก็เลยรู้สึกว่ามันเป็น culture ที่ยังสนุก และยังพัฒนาอะไรได้เยอะ

ถามว่าผีไทยมันน่ากลัวกว่าผีต่างประเทศไหม ถ้าดูจากสื่ออื่นๆ เขาก็บอกว่าผีไทยน่ากลัว เพราะผีไทยเป็นผีหลอก แล้วก็หลอกเอาตาย เพราะว่าบางทีทางอเมริกาและยุโรป เขาตีคำว่าผีลำบากเหมือนกัน เพราะว่าเขาไม่เชื่อเรื่องผี เชื่อเรื่องปีศาจมากกว่า แต่ของเราเป็นผี ของเราจะแอดวานซ์กว่า”

เวลาจะต้องทำหนังผีเพื่อที่จะรองรับในตลาดในบ้านเรา และยังต้องเอาไปขายในต่างประเทศด้วย โจทย์ในการทำยากไหม ผู้กำกับคนเก่งบอกกับเราว่า

“จริงๆ ความกลัวมันน่าจะสากล มันง่าย จริง culture ไทยเรื่องคุณไสย เรื่องของการทำพิธีกรรมต่างๆ มันก็เป็นของความว้าว แปลกใหม่ในต่างประเทศอยู่ มันยังขายได้ และเขาก็พร้อมที่จะเชื่อใน culture นี้ ผมเลยรู้สึกว่าสิ่งที่เราจะทำในนามของบริษัท เราพยายามที่จะดึงให้เป็นภาษาสากลให้มากที่สุด เพราะว่าให้มันแมสทั้งในประเทศและนอกประเทศให้ได้

แต่จริงๆ แล้ว ตลาดหลักก็ยังเป็นในประเทศอยู่ เรายังซัพพอร์ต ยังเล่าเรื่องในบริบทของประเทศไทยเหมือนเดิม เพียงแค่มันอาจจะมีวิธีการเล่าที่น่าจะสื่อสารได้กว้างขึ้น”

เรายิงคำถามต่อทันทีว่า กดดันหรือไม่เพราะพี่คุ้ยทำรายได้จากธี่หยดมันค่อนข้างที่จะสูงมาก หลายคนจะคาดหวังในผลงานของพี่คุ้ย ซึ่งเจ้าตัวตอบกับเราว่า 

“จริงๆ แล้ว ผมก็มีความกดดันแหละครับ แต่เราก็ดูฟอร์มหนังแต่ละฟอร์มอยู่แล้ว ว่าฟอร์มนี้เราก็ประเมินแล้วว่าไม่ถึงธี่หยด หรือหนังเรื่องนี้มันน่าจะได้ใกล้เคียงนะ หรือหนังเรื่องนี้มันจะเป็นแบบธี่หยด จะเป็นไวรัลได้ไหม ต้องดูกระแสปากต่อปากว่ามันจะไปได้แค่ไหน ว่ามันจะเกิดไรขึ้นไหม แล้วมันจะตอบโจทย์สิ่งที่คนเขาอยากดูรึเปล่า ทั้งกดดัน ปล่อยวาง ปล่อยจอย ทั้งสนุกกับมัน แล้วก็ลุ้น ทุกอย่างครบหมดเลยครับ (ยิ้ม)”

ความตั้งใจหรือความคาดหวังในฐานะของการเป็นผู้กำกับหนังและผู้บริหารคืออะไร ซึ่งเราได้รับคำตอบว่า 

“มันมีความตื่นเต้น มันเหมือนเรากระโดดมาเล่นอีกตำแหน่ง ไม่ใช่แค่การกำกับ ความตื่นเต้นมันเกิดขึ้นแน่ แล้วผลลัพธ์ที่มันเป็นรูปธรรมชัดเจน คือเรื่องของรายได้ที่จะเกิดขึ้น คำวิจารณ์ก็ส่วนหนึ่ง แต่ในเมื่อมันเป็นเม็ดเงินที่เราลงทุน เพื่อให้องค์กรมันก้าวเดินต่อไป มันก็ตื่นเต้นครับ คาดหวังว่ามันจะต้องมีรายได้แต่ละเรื่องให้ได้ และขอให้สิ่งที่เราคิดมันถูกต้อง เพราะผมก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมคิดมันถูกหรือผิด ก็วัดใจกันไปครับ (ยิ้ม)”

13 สตูดิโอ พร้อมปล่อยหนัง 7 เรื่อง 7 รส

และเมื่อพูดคุยกันมาถึงตอนนี้ เราจึงคุยกันต่อในหัวข้อที่ว่า วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่ได้เปิดค่ายหนัง และมีหนัง 7 เรื่องที่เตรียมจะปล่อยและเตรียมจะทำ มีเรื่องอะไรบ้าง แนะนำให้แฟนๆ ได้ฟังกันหน่อย ซึ่งพี่คุ้ยไม่รอช้า เล่าถึงหนังทั้ง 7 เรื่องให้เราฟังว่า  

“สำหรับหนังมันจะลามไปถึงอีก 2 ปีข้างหน้าเลย เพราะมันเยอะมาก มันมีทั้งโปรเจคใหญ่ด้วย โปรเจคขนาดกลางด้วย ซึ่งมีทั้งหมด 7 เรื่อง

เรื่องแรกที่พร้อมฉายในต้นปีนี้คือเรื่อง Attack วิญญาณเลขที่ 13 มันเกี่ยวกับเรื่อง การบูลลี่ในโรงเรียน ถ้าใครดูตัวอย่างหนังแล้ว จะคิดว่าคนโดนบูลลี่แล้วเป็นผีมาแก้แค้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ใน Attack 13 เราจะเล่าอีกแบบหนึ่ง

เมื่อคนบูลลี่ตาย แล้วเป็นผี จะเป็นผีที่บูลลี่โหดขนาดไหน จะเล่าบริบทของชีวิตในมัธยมที่จะไม่ได้เล่าในประเด็นปัญหาสังคมที่เราคุ้นเคย เรื่องยาเสพติด ท้องก่อนแต่ง เราจะไม่เล่าประเด็นนี้ เราจะเล่าประเด็นว่าคุณจะเอาตัวรอดในสังคมนี้ได้อย่างไร แล้วคุณจะต้องหาจุดยืนนี้ให้ได้ ในการต่อสู้ครั้งนี้

เรื่องที่ 2 “กฤษดา พาราไดซ์” เป็นหนังของพี่ไมค์ ถ้าได้ดูพี่นาคมาก็จะรู้ว่าพี่ไมค์ขายสไตล์ จะมีเซอร์วิส มีดาราตัวจี๊ดๆ ที่เราจะเห็นแฟนคลับมาเยอะๆ คือหนังเรื่องนี้เลย มีทั้งน้องโฟร์ท น้องยอร์ช แล้วก็มีความตลก เฮฮา สไตล์พี่ไมค์ ภณธฤต รับรองว่าน่าจะตอบโจทย์ 

หนังเรื่องนี้น่ากลัวนะ มันจะเล่าถึงการที่เด็กคนนึงสูญหายในสวนสนุก แล้วเด็กกลุ่มนึงต้องไปตามหาเด็กคนนี้ แล้วเจออาถรรพ์บางอย่าง ความน่ากลัวบางอย่างที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ 3 “สแคร์รั่ว มูฟวี่” ตอนนี้คาแรคเตอร์จะบอกว่ามาโหดฮาร์ดคอร์อย่างเดียวไม่ได้ สแคร์รั่วจะเป็นหนังตลก คอมเมดี้ ผีตลก มันเป็นการยำหนังดังๆ ทุกเรื่องที่อยู่ต้นปีที่แล้ว มาอยู่ในเรื่องเดียวกัน ด้วยเรื่องย่อ เดี๋ยวคร่าวๆ มันน่าจะเกิดขึ้นแล้วมาเล่าเรื่อง

หลานคนนึงที่อยากได้มรดกของอาม่า คือสวนทุเรียน แล้วไปทำอาม่าตาย เมื่อทำอาม่าตายก็ต้องไปติดคุก เลยต้องไปอยู่บ้านฝั่งธน อยู่บ้านแต่ละบ้าน เกิดการต่อสู้กัน สุดท้ายพระเอกต้องพยายามแก้ต่างให้ได้โดยการแหกคุก แล้วก็หนีไปหาทนายที่อยู่ดงขโมด มันก็จะเป็นสแคร์รั่ว มูฟวี่ กำกับโดย พี่แฉะ องอาจ กับน้องป้อ ณภัทร

เรื่องนี้จะไม่น่ากลัว แต่ชวนให้ขำ คอมเมดี้ บรรยากาศ horror อันนี้ซัพพอร์ตตลาดไทยเต็มๆ ต่างประเทศน่าจะงง (ยิ้ม)

เรื่องต่อไปคือ “First Camping” จะ inspir จากหนังที่ coming of age ที่สมัยก่อน จริงๆ ก็ไม่กี่ปี ที่มันจะเป็นแนวเทรนด์ที่ยังฮิตอยู่ ก็มีเรื่อง It, Stranger things Series, Black Phone มาเล่าถึงความสยองขวัญในวัยเด็กที่เจอ

ในเรื่องนี้เราก็จะหาจุดศูนย์รวมของทุกคน คือการเข้าค่ายพักแรมครั้งแรกของลูกเสือเนตรนารี แล้วคืนแรก คืนนั้นที่คุณจะต้องเจอผี เพราะเรารู้สึกว่าการเข้าค่าย เรื่องเล่าผี มันเป็นอะไรที่อยู่คู่กันมาตลอด หลายๆ คนเคยเข้าค่าย แล้วน่าจะมีส่วนร่วมในเรื่องตรงนี้ เรื่องนี้จะเป็นหนังผีที่สนุก ครื้นเครง แล้วก็ดุดัน มีความสยองขวัญเต็มเหนี่ยว อันนี้ได้พี่จง บรรจง มากำกับ

เรื่องต่อไปคือ “สมิงที่เสิงสาง” เป็นการต่อยอดจากการที่ผมได้ทำ ธี่หยด 2 มีกระแสตอบรับมากมายว่าคนอยากจะดู การที่บุกผจญภัยในป่าอันกว้างใหญ่ แล้วพร้อมกับอาถรรพ์ต่างๆ ในป่า แล้วสิ่งที่คนอยากดูที่สุด คือเสือสมิงร้าย แล้วสิ่งที่ผมทำ ถ้าเราอยากทำแต่ต้องใส่อะไรบางอย่างให้คนได้รู้จักมัน คือพูดถึงประวัติศาสตร์ด้วย

เราจะพูดถึงประวัติศาสตร์ในตอนที่เกิดคอมมิวนิสต์ขึ้น แล้วกลุ่มคนหนึ่งที่ต้องทำภารกิจที่ต้องปราบคอมมิวนิสต์ แล้วพบกับสมิง อันนี้ก็จะเป็นครื้นเครง บันเทิง ฟังแล้วดูเหมือนจะจริงจัง ซีเรียส แต่ก็เรารวมดาวหลายคนอ่ะครับ มี มาริโอ้ เมาเร่อ, กันต์ ปิ้งไก่ในตำนาน, พี่ปั๋ง ประกาศิต ก็มาประกบด้วยมาในคาแรคเตอร์ที่คล้ายๆ เหมือนผู้กององอาจใน 7 ประจัญบาน แล้วก็มีพี่แฉะ ที่มาร่วมขบวนการนี้ ก็คล้ายๆ เหมือนจ่าประพันธ์ในวัยหนุ่ม ทั้งหมดจะมารวมกันเพื่อปราบเสือสมิง ก็จะดูเถิดเทิงหน่อย อันนี้ก็ดูจะไม่น่ากลัวมาก จะเหมือนต่อยอด ธี่หยด 2 แล้วรู้สึกมันจะเป็นสไตล์นั้น คอมเมดี้ขึ้น

อีกเรื่องคือ “แร้งวัดสระเกศเปรตวัดสุทัศน์” เป็นเรื่องที่ตอนแรกถูกทาบทามมาทำเรื่องนี้แหละ รู้สึกว่า เราก็มาตีโจทย์ว่าเรื่องนี้จะเล่ายังไง แล้วก็คนคาดหวังอะไร มันจะมีทั้งความสยอง ทั้งความอาถรรพ์ แล้วเราก็เล่าถึงประวัติศาสตร์จริงในช่วงที่เกิดโรคห่าระบาด ในช่วง ร.3 ว่าโรคห่ามันเกิดขึ้น

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ โรคระบาดนี้มันดันเกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย ประเทศอื่นไม่เป็น มันเกิดอะไรขึ้น จนมีความเชื่อว่ามันอาจจะเป็นอาถรรพ์ เราเลยต้องหาวิธีที่จะแก้อาถรรพ์นี้ ในเรื่องก็จะเป็นเรื่องของการที่ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามต่อสู้กับโรคนี้ พร้อมกับอาถรรพ์ แล้วก็ความลี้ลับบางอย่างที่เกิดขึ้น เรื่องนี้จะเป็นพีเรียด มันจะมีบรรยากาศโกธิค งานดีไซน์แปลกหูแปลกตานะครับ

อีกเรื่องคือ “Home Sweet Home Return” จุดเริ่มต้นมันเริ่มจากที่ผมถูกทาบทามให้ไปกำกับเกม Home Sweet Home ภาค 3 Home Sweet Home มีอยู่ 2 ภาค แล้วผมก็บอกว่า Home Sweet Home มันเคยถูกสร้างเป็นหนังฮอลลีวูดแล้ว เขาบอกว่า เรื่องนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่ว่าเรื่องนั้นจะไม่ได้ทำตามไลน์เกม สิ่งที่จะให้ผมทำคือ จะให้ไปกำกับเกม แล้วก็เขียนบทให้ภาค 3

ซึ่งผมก็ว่ามันแปลกดี ไม่เคยทำ แต่ก็มีเงื่อนไข ไหนๆ ผมจะไปทำแล้ว เขียนบทแล้ว ขอเอาอันนี้มาสร้างเป็นหนังได้ไหม มันก็เลยเป็นการร่วมมือกันเกิดขึ้นว่าถ้ามันมี Home Sweet Home ทั้งเวอร์ชันหนัง แล้วก็เกม ซึ่ง Home Sweet Home ข้อดีของมันก็คือ IP มันดังทั่วโลกแล้ว”

เตรียมพาหนังสยองขวัญไทยไปบุกตลาดหนังต่างประเทศ

จากหนังทั้ง 7 เรื่องที่เล่ามา เรื่องไหนที่รู้สึกหนักใจ หรือดูท้ายทายมากที่สุดในการสร้างและเข้าโรงฉาย และเราได้รับคำตอบว่า

“จริงๆ มันสนุกหมดเลย คือเราก็ร่วมพัฒนาโปรเจคกับผู้กำกับไปด้วยกัน แล้วก็ข้อดีอย่างนึงของที่นี่คือ นายทุนใหญ่ เฮียจุ้ย เขาบอกนโยบายง่ายมากเลย เขาบอกว่า เอาให้ดีที่สุด ไม่พร้อมก็ไม่ต้องทำ ไม่พร้อมก็ไม่ต้องรีบ เอาให้ดีค่อยทำ ซึ่งเรารู้สึกว่าในสภาวะของคนทำงาน เรารู้สึกแฮปปี้ เพราะว่าเราจะได้พัฒนาไปเรื่อยๆ” 

คุ้ย ทวีวัฒน์ เล่าต่อว่า “ผมเลือกผู้กำกับตามคาแรคเตอร์ ตามเรื่องเลย เราจะควบคุมมันค่อนข้างทั้งหมด แต่เราจะให้ฟรีในเรื่องของผู้กำกับ เพราะผมเชื่อว่า จริงๆ โปรเจคมันเริ่มจากที่ สารตั้งต้นมันเริ่มจากผมตั้งโปรเจคขึ้นมา คิด polt คิดไอเดียขึ้นมา แล้วเราก็หา มันเหมือนเราเปิดสโมสรขึ้นมาแล้วหานักฟุตบอลมาเตะให้ เรารู้สึกว่าคลิกไหม โอเคไหม คือบางคนเขาก็รู้สึกว่าไม่โอเค แต่เขาทำเพราะเขาร้อนเงิน อันนี้ผมก็ไม่เอานะ

ผมเอาคนที่เขารู้สึกถนัดและอยากทำ และที่ผมมองเห็น ด้วยการคัดผู้กำกับ ข้อดีก็คือ ผมเริ่มจากอาชีพกำกับ จะเห็นทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มไอเดีย สารตั้งต้น เขียนบท กำกับ ออกกอง ตัดต่อ จนมันเป็น หนังออกฉาย เราเห็นกระบวนการของมันทุกอย่าง เรารู้ถึงกระบวนการที่คนอื่นได้เจอ ว่าเขามีปัญหาอะไรบ้างในกองถ่าย แก้ปัญหาอย่างไร จนผลลัพธ์มันออกมา ถ้าเขาตีว่าบทคนดู ก็จะไม่สนอยู่แล้วว่าคุณเจอปัญหาอะไร เขาจะดูที่ผลลัพธ์ แต่ผมจะดูทั้งหมดว่าผู้กำกับคนนี้ เขาแก้ปัญหานี้ได้ เขาทำอย่างงี้ได้ แปลว่าเขามีของนี่หว่า แล้วก็เอามาใช้”

เราถามต่อว่าในหนังบรรดา 7 เรื่องมีเรื่องไหนที่เอาไปขายกับต่างประเทศแล้วบ้างแล้ว ซึ่งได้รับคำตอบกกลับมาว่า 

“ที่ต่างประเทศตอนนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้น 13 สตูดิโอ เริ่มไปซื้อบูธที่ต่างประเทศแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีบริษัทพระนครฟิล์ม ซึ่งพระนครฟิล์มทำหนังที่มันเป็น culture ไทยจ๋า เพราะฉะนั้นในการขายต่างประเทศมันจะลำบากมาก คนต่างประเทศจะไม่เข้าใจในภาษาหนัง อันนี้จะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะเริ่ม”

และอย่างที่รู้กันๆ ในช่วงนี้ วงการหนังไทยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ในฐานะที่เป็นผู้กำกับหลายสิบปี ความรู้สึกตอนนี้เป็นอย่างไรที่ได้เห็นมันกลับมาคึกคักอีกครั้ง พี่คุ้ยตอบเรื่องนี้ไว้ว่า

“ผมว่ามันเป็นวัฎจักรครับ มันมีเหมือนว่าช่วงนึงสตรีมมิ่งเอาไปกินหมด ช่วงนี้ก็เป็นช่วงหนัง แล้วมันก็ลุ้นว่า มันจะขึ้น กลางปีมันจะลงไหม มันจะดาว์นไหม มันเป็นวัฎจักรครับ สุดท้ายผมว่าดูทรงหนังที่มีฟอร์มมันก็จะได้ไป

คือ ณ ตอนนี้ เหมือนได้เลยๆ ถ้าเจ็บตัว ก็เจ็บตัวเลย ที่เรารู้สึก ก็รอลุ้นว่าให้มันมีได้ทุกเดือน เดือนละเรื่อง 2 เรื่อง ให้มันได้ ทำให้คนดูรู้สึกว่ามันคึกคักและน่าดู เพราะว่าถ้ามันได้ปุ๊บ ธุรกิจมันขับเคลื่อนไป ก็อยากให้มันเป็นอย่างงั้น ก็อยากให้มันเป็นเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา ก็ลุ้นอยู่ครับ

เพราะในช่วงที่มันซบเซาผมชิ่งก่อนเลย ไม่ต้องกลัว หนีไปทำละครก่อนเลย เวลามันรู้สึกว่าตลาดหนังมันไม่สามารถที่จะเป็นอาชีพได้ ก็หนีไปทำละคร ช่วงละครมันกำลังจะดาว์น ก็ไปทำหนัง ก็เลยไม่รู้สึกอะไรมาก เพราะว่าผมหนีเอาตัวรอดตลอด (หัวเราะ)”

เมื่อคนไทยเปิดใจยอมรับหนังผีมากขึ้น

ถามต่อด้วยความอยากรู้ ว่ารู้สึกอย่างไร เหมือนคนไทยเปิดใจยอมรับตลาดหนังสยองขวัญมากขึ้น หลายคนมองว่าโปรดักส์ชั่น เนื้อเรื่อง ทำดีขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เป็นผีบ้านๆ เรื่องราวไม่ซับซ้อน ซึ่งคำตอบที่เราได้รับกลับมาคือ

“จริงๆ คนไทยยอมรับหนังผีไทยมานานแล้ว เพราะว่าถ้าดูในรายได้หนังผีทำรายได้มาตลอด แต่แค่ขาดความต่อเนื่อง มันไม่ได้มาตลอด แล้วตอนนี้ผู้สร้างก็เชื่อว่าหลายๆ คนก็พยายามคิดทางใหม่ เพราะว่าจริงๆ แล้ว ถ้ามาขายแค่ผีหลอก เคยมีผู้กำกับคนนึงพูดว่า ตอนนี้ผีมันหลอกมาครบหมดแล้ว ปีนหน้าต่าง ตีลังกา มันหลอกมาทุกท่าแล้ว มันอยู่ที่สตอรี่และเรื่องมากกว่าที่จะพาไป แล้วก็ไอเดียในการเล่า ณ ตอนนี้ก็เหมือนผู้กำกับใหม่ๆ เขาพยายามที่จะคิดอะไรใหม่ๆ ตลอด ซึ่งเป็นข้อดีครับ”

และในฐานะผู้กำกับหนัง และยังเป็นผู้บริหารค่ายหนัง อยากจะพูดอะไรถึงวงการหนังตอนนี้บ้าง ซึ่งพี่คุ้ยบอกกับเราว่า 

“จริงๆ ถ้าพูดก็คือ เป็นช่วงที่หนังมันกลับมาคึกคักแหละ เห็นหนังมีเปิดหลายๆ เรื่องมาก จริงๆ ก็บอกว่าช่วยๆ กัน แล้วเราขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันขับเคลื่อนภาพยนตร์ไปด้วยกัน ให้มันมีความหลากหลาย เชื่อว่าทุกคนทำงานมีคุณภาพแหละ ทุกคนอยากตั้งใจทำหนังให้มันดี ลุ้นครับ ขอให้มันได้กันต่อเนื่อง นอกจากจะมีกลุ่มคนดูที่ขับเคลื่อนเรื่อยๆ แล้ว ตลาดหนังบ้านเราจะได้กว้างขึ้น แม้กระทั่งสตรีมมิ่งมันจะได้ราคาสูงขึ้น แล้วก็ไปต่างประเทศได้ครับ”

ในฐานะที่เราเป็นที่ผู้กำกับและผู้บริหาร อยากจะฝากอะไรถึงแฟนๆ หนังสยองขวัญที่ตอนนี้ตั้งตารอที่ตอนนี้ พอรู้ว่ามันมีค่ายที่ทำหนังสยองขวัญ หนังผีโดยเฉพาะ ทุกคนรอชมทั้ง 7 เรื่องนี้แล้ว

“มันก็จะมีหนังที่มันมีความเป็นสไตล์ผมอยู่ในหลายๆเรื่อง มันจะมีคาแรคเตอร์บางอย่างที่คุณอาจจะสัมผัสได้ ก็คือความตื่นเต้น โครมคราม มันมีแน่ มันมีการเซอร์วิสคนดูอยู่แล้ว เราออกตัวเป็นบริษัทที่ไม่ห่วงหล่อ เน้นมันส์อย่างเดียว มันส์กันทุกทาง ไปให้สุดทุกทางเลย ผีสุด คืออย่าคาดหวังว่าหนังเราจะมาหล่อ ไม่มีครับ ไม่ห่วงหล่อครับ เป็นหนังที่จะเดินหน้า บอกเลยว่าจะเทิดเทิงกันอย่างเดียวเลย”

สุดท้ายพี่คุ้นอยากฝากพูดถึง 13 สตูดิโอ กับแฟนๆ หนังสยองขวัญ หรือแฟนหนังของพี่คุ้ยว่าอย่างไรบ้าง เราให้โอกาสพี่ขายของเต็มที่เลย ซึ่งพี่คุ้ยก็ไม่รอช้า พูดถึง 13 สตูดิโอ ว่า

“ขอฝากบริษัท เธอทีน สตูดิโอ (13 สตูดิโอ) ด้วยนะครับ ฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วย (ยิ้ม) เราเป็นบริษัทน้องใหม่ เจียมเนื้อเจียมตัว แล้วค่อยๆ ก้าวเดินมา เรามาด้วยความจริงใจมากครับ บริษัทหนังเราทำหนังสยองขวัญอย่างเดียว เพราะว่าแนวอื่นอาจจะไม่ถนัด แล้วเราก็จะทำมันอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าคุณจ่ายค่าตั๋วเข้าไปดูหนังของเราในราคา 200 บาท ยังไงก็ต้องทำให้คุ้ม 200 บาทคุณของพวกให้ได้ครับ (ยิ้ม) 

และจากการเปิดไลน์อัพหนังในงาน “Knock Knock 13 Thirteen Studio” ที่ผ่านมา เชื่อว่าแฟนๆ หนังแนวสยองขวัญหลายคน คงตั้งตารอชมกันอย่างใจจดใจจ่อ มาช่วยลุ้นและผลักดันให้วงการหนังผีไทยนอกจากจะหลอนในประเทศแล้วให้ไปหลอนที่ต่างประเทศกันนะคะ 

ลูกหมี-ซอนญ่า กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่จีน สร้างความประทับใจสุดพิเศษให้แฟนๆ

ลูกหมี-ซอนญ่า กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่จีน สร้างความประทับใจสุดพิเศษให้แฟนๆ

26 ม.ค. 2568 21:23 น.

ลูกหมี-ซอนญ่า กับงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่จีน สร้างความประทับใจสุดพิเศษให้แฟนๆ

อิ่มเอมหัวใจกันถ้วนหน้า เมื่อ CHANGE2561 จับมือร่วมกับ Wuhan Star You Media co.,ltd พาสองสาวคู่จิ้นที่มาแรงมาก ลูกหมี ปัญญาพัชร และ ซอนญ่า ศรัณย์ภัทร์ นักแสดงจาก AFFAIR รักเล่นกล ซีรีส์แซฟฟิกภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL บินลัดฟ้ามาจัดงานแฟนไซน์ครั้งแรก ใน LMSY 1st FanSign in Tianjin ณ เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา

เรียกได้ว่าทันทีที่ ลูกหมี-ซอนญ่า ก้าวขึ้นเวทีภายในงาน LMSY 1st FanSign in Tianjin ก็ได้รับเสียงกรี๊ดเป็นการต้อนรับจากอินเตอร์แฟน Tianjin สนั่นฮอลล์

ทั้งสองสาวได้ทักทายแฟนๆพร้อมแจกยิ้มหวานๆ เพื่อให้ทุกคนได้เก็บภาพความประทับใจ จากนั้น ลูกหมี-ซอนญ่า ได้พาทุกคนไปสนุกกันกับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสนุกกับเกมทำท่าใบ้คำ

โดยทั้งคู่ผลัดกันทำท่าใบ้คำ 10 คำ โดยจับเวลา 2 นาที ซึ่งทั้ง ลูกหมี-ซอนญ่า โชว์ลีลาท่าทางร่างกายในการใบ้คำ โดยห้ามออกเสียงมาอย่างเหนือชั้น และไปกันต่อในเกมส่งของ ที่ทั้งคู่ต้องใช้หน้าแนบกันเพื่อหยิบหนังสือขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วช่วยกันนำหนังสือไปส่งวางไว้อีกโต๊ะหนึ่งในเกมนี้เรียกว่าพาอินเตอร์แฟนฟินกันไปทั้งฮอลล์

และในเกมสุดท้ายเกมปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ ให้โอกาสอินเตอร์แฟนได้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยได้สุ่มลักกี้แฟนผู้ที่โชคดีขึ้นมา 12 คน ได้มาร่วมเล่นเกมพร้อมยังได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

และที่ทำเอาแฟนๆ ฮือฮาตื่นเต้นสุดๆ เมื่อ ลูกหมี หลุดสปอยข่าวดีว่าในงาน LMSY 1st Fan Meeting in Thailand “Be My Valentine” ที่จะมีขึ้นในวัน เสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ TRUE ICON HALL 7th FLOOR, ICONSIAM ทุกคนจะได้เห็น Teaser ซีรีส์แซฟฟิกเรื่องใหม่ของทั้งคู่พร้อมกันเป็นครั้งแรก พอได้ยินเรื่องราวดีๆแบบนี้อินเตอร์แฟน Tianjin ถึงกับกรี๊ดสนั่นฮอลล์

ก่อนจะส่งเข้าช่วงสุดท้ายเหล่าอินเตอร์แฟน Tianjin ได้ทำเซอร์ไพรส์ด้วยวีดีโอแฟนโปรเจกต์ที่ทำขึ้นมาจากใจให้กับ ลูกหมี-ซอนญ่า อย่างสุดประทับใจ และในช่วงท้ายของงานแฟนไซน์นั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและอบอุ่น เมื่ออินเตอร์แฟน Tianjin ได้ขึ้นเวทีเพื่อไปรับลายเซ็นจากลูกหมี-ซอนญ่า สบตา พูดคุยและทั้งสองสาวก็ตั้งใจเขียนชื่อพร้อมมอบลายเซ็นให้แฟนๆ แต่ละคนอย่างใกล้ชิดเรียกรอยยิ้มอย่างมีความสุขให้แฟนๆกันตลอดทั้งงาน

หมาก ปริญ ป่วยไม่หาย 2 อาทิตย์จนต้องเข้า รพ. หมอสรุปให้เป็นไซนัสอักเสบ

หมาก ปริญ ป่วยไม่หาย 2 อาทิตย์จนต้องเข้า รพ. หมอสรุปให้เป็นไซนัสอักเสบ

26 ม.ค. 2568 19:20 น.

หมาก ปริญ ป่วยไม่หาย 2 อาทิตย์จนต้องเข้า รพ. หมอสรุปให้เป็นไซนัสอักเสบ

ปกติเป็นคนแข็งแรง ดูแลสุขภาพอย่างดีมาตลอด แต่ล่าสุดพระเอกหนุ่ม หมาก ปริญ สุภารัตน์ มีอาการป่วยไม่หายมานานกว่า 2 อาทิตย์ จนต้องพักรักษาตัวที่ รพ. โดยมีอาการตาแดง น้ำมูก เสมหะ ไอ เจ็บคอ เสียงหาย ปวดตัว และแพทย์สรุปว่าป่วยเป็นไซนัส

โดย หมาก ปริญ โพสต์ภาพลงไอจีสตอรี่ตอนพักรักษาตัวใน รพ. และเขียนข้อความว่า “ไปนอน รพ. มาครับ ตัวรุม ตรวจไม่มีไข้ เป็นแบบนี้ไม่หาย 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นเลยไปตรวจที่ รพ. ตาแดง มีน้ำมูก มีสเลด ไอ เจ็บคอ ปวดตัว เพลีย เสียงหาย รพ. สรุปให้เป็นไซนัส คิดว่าดูแลสุขภาพดีมากแล้ว ดูแลตัวเองกันให้ดีๆ นะครับ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐของแท้ครับ”

หลังจากนั้นก็มีแฟนๆ ที่ทราบข่าวต่างส่งกำลังใจและอวยพรให้หายป่วย บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอให้หนุ่มหมากหายป่วยไวๆ นะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ผู้รอดชีวิตเตรียมรำลึก 80 ปี การปลดปล่อยค่ายนรกนาซี “เอาชวิทซ์”

ผู้รอดชีวิตเตรียมรำลึก 80 ปี การปลดปล่อยค่ายนรกนาซี "เอาชวิทซ์"

27 ม.ค. 2568 13:45 น.

ผู้รอดชีวิตเตรียมรำลึก 80 ปี การปลดปล่อยค่ายนรกนาซี “เอาชวิทซ์”

ผู้รอดชีวิตจากค่ายมรณะของนาซี ที่เอาช์วิทซ์-เบอร์เคอเนา ประมาณ 50 คน จะกลับมายังสถานที่ดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อร่วมรำลึกถึงวันที่ค่ายแห่งนี้ได้รับการปลดปล่อยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 หรือเมื่อ 80 ปีก่อน

ผู้รอดชีวิตจากค่ายมรณะของนาซี ที่เอาช์วิทซ์-เบอร์เคอเนา ประมาณ 50 คน จะกลับมายังสถานที่ดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อร่วมรำลึกถึงวันที่ค่ายแห่งนี้ได้รับการปลดปล่อยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 หรือเมื่อ 80 ปีก่อน ร่วมกับผู้นำของชาติต่างๆ เช่น นายเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส และแฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี และราชวงศ์ในยุโรป 

โดยมีการสร้างเต็นท์ขนาดใหญ่เหนือ “ประตูแห่งความตาย” ซึ่งเป็นชื่อเรียกของทางเข้าเบอร์เคอเนา การรำลึกจะเริ่มต้นด้วยผู้รอดชีวิตและประธานาธิบดีโปแลนด์ อันเดรจ ดูดา วางพวงหรีดที่ “กำแพงแห่งความตาย” ในค่ายกักกันเอาชวิทซ์แห่งแรก ซึ่งนักโทษชาวโปแลนด์ ชาวยิว และเชลยศึกโซเวียตหลายพันคนถูกยิงเสียชีวิต ก่อนที่ จะย้ายไปที่ค่ายมรณะเอาชวิทซ์ 2-เบอร์เคอเนา

พิธีครั้งนี้จะไม่มีการกล่าวสุนทรพจน์ทางการเมืองจากผู้นำนานาชาติ รวมถึงไม่มีรัสเซียในพิธีรำลึก เนื่องจากสงครามเต็มรูปแบบที่เริ่มขึ้นกับยูเครนเมื่อเกือบสามปีก่อน 

การตัดสินใจของนาซีที่จะกวาดล้างประชากรชาวยิวในยุโรปด้วยค่ายกักกัน เริ่มดำเนินการในช่วงต้นปี 1942 มีการสร้างค่ายกักกัน 6 แห่งในโปแลนด์ ได้แก่ ที่เชลมโน เบลเซค โซบิบอร์ เทรบลิงกา มัจดาเนก และเอาช์วิทซ์-เบอร์เคอเนา โดยที่เมืองเทรบลิงกา ที่มีขนาดเล็กกว่าเอาชวิทซ์มาก แต่กลับมีชาวยิวถูกสังหารที่นั่นถึง 800,000-850,000 คนในช่วงเวลาที่สั้นกว่ามาก

ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ หัวหน้าสูงสุดของหน่วย SS และรูดอล์ฟ ฮอสส์ ผู้บัญชาการค่าย ได้ดูแลการขยายอาคารของเอาช์วิทซ์ เพื่อสร้างค่ายที่สองที่เบียร์เคอเนาสำหรับสังหารหมู่ เมื่อสิ้นสุดปี 1942 พบว่ามีห้องรมแก๊สและเตาเผาแยกกัน 4 แห่ง

การเนรเทศชาวยิวจำนวนมากไปยังเบอร์เคอเนา ชุดแรกมาจากประเทศสโลวาเกียและฝรั่งเศสในเดือนมีนาคม 1942  ชุดต่อมา มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมในเดือนกรกฎาคม พวกเขาต้องเดินเดินผ่านป้ายที่มีข้อความว่า “Arbeit macht frei” (การทำงานจะทำให้คุณเป็นอิสระ) ที่เอาช์วิทซ์ และไปสิ้นสุดที่ค่ายแห่งใหม่

ในไม่ช้า รถไฟก็มาถึงเบอร์เคอเนา ที่ทางลาดที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งอยู่ห่างจากห้องรมแก๊สสองห้องไปไม่ไกล และมีอยู่ครั้งหนึ่ง ชาวยิว 12,000 คนถูกรมแก๊สและเผาศพทุกวัน

ชาวยิวในยุโรปเกือบล้านคนถูกสังหารที่นี่ตั้งแต่ปี 1941 ถึงปี 1945 แต่ผู้เสียชีวิตยังรวมถึงนักโทษชาวโปแลนด์ประมาณ 70,000 คน นักโทษสงครามชาวโรมานี 21,000 คน และนักโทษสงครามชาวโซเวียต 15,000 คน และชายรักร่วมเพศที่ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮามาสเตรียมปล่อยตัวประกัน 6 คน อิสราเอลอนุญาตให้ชาวกาซากลับบ้าน

ฮามาสเตรียมปล่อยตัวประกัน 6 คน อิสราเอลอนุญาตให้ชาวกาซากลับบ้าน

27 ม.ค. 2568 12:32 น.

ฮามาสเตรียมปล่อยตัวประกัน 6 คน อิสราเอลอนุญาตให้ชาวกาซากลับบ้าน

ฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 6 คนในสัปดาห์นี้ และอิสราเอลจะอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์กลับบ้านทางภาคเหนือของฉนวนกาซาตั้งแต่วันจันทร์นี้

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลกล่าวว่า กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 6 คนในสัปดาห์นี้ และอิสราเอลจะอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์กลับบ้านทางภาคเหนือของฉนวนกาซาตั้งแต่วันจันทร์นี้ 

ตัวประกันดังกล่าวรวมถึง อาร์เบล เยฮุด ซึ่งเป็นพลเรือนที่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้อิสราเอลต้องเลื่อนการอนุญาตให้ชาวกาซากลับบ้าน ทั้งนี้ ฮามาสปล่อยตัวทหาร 4 นายเมื่อวันเสาร์ แต่ไม่มี น.ส.เยฮุด อิสราเอลกล่าวหาฮามาสว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งพลเรือนอิสราเอลจะต้องได้รับการปล่อยตัวก่อนเพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ และตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ ตัวประกัน 7 คน และนักโทษมากกว่า 200 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว

ชาวปาเลสไตน์ที่พลัดถิ่นหลายพันคนที่พยายามเดินทางไปยังทางภาคเหนือของกาซาได้รวมตัวกันที่แนวป้องกันทางทหารที่สกัดการเดินทางของพวกเขามานานกว่า 2 วัน

ข้อตกลงหยุดยิงและการปล่อยตัวตัวประกันและนักโทษมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 มกราคม โดยการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นแล้ว 2 ครั้ง
ด้านนายเนทันยาฮูและกาตาร์ ซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจา กล่าวว่า กลุ่มฮามาสจะปล่อยตัว น.ส.เยฮุด และตัวประกันอีก 2 คนในวันที่ 31 ม.ค. ตามด้วยตัวประกันอีก 3 คน ในวันที่ 1 ก.พ. 

อิสราเอลจะเริ่มอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์เดินทางไปทางเหนือในวันจันทร์ รวมถึงปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์เพิ่มเติมในช่วงปลายสัปดาห์

ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง ชาวปาเลสไตน์มีกำหนดจะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทางเหนือของ “ระเบียงเนตซาริม” (Netzarim Corridor) ซึ่งเป็นนวพื้นที่ 7 กิโลเมตร ที่อิสราเอลควบคุมและแยกฉนวนกาซาทางเหนือออกจากพื้นที่ส่วนที่เหลือ ในวันเสาร์

ขณะนี้ อิสราเอลกล่าวว่าจะอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์เดินทางกลับฉนวนกาซาตอนเหนือได้ตั้งแต่เวลา 07:00 น. ของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางด้วยรถยนต์ในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา หลังจากปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับ น.ส.เยฮุดได้รับการแก้ไข

คณะผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และอียิปต์ ที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและฮามาส มีส่วนร่วมในความพยายามที่จะยุติข้อพิพาท โฆษกกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ประกาศถึงความคืบหน้าเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลจะประกาศข่าวดังกล่าว โดยอิสราเอลได้ขอให้ผู้ไกล่เกลี่ยแสดงหลักฐานจากฮามาสว่า น.ส.เยฮุดยังมีชีวิตอยู่ 

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาต้องการให้อียิปต์และจอร์แดนรับชาวปาเลสไตน์จากกาซา ซึ่งเขาบรรยายว่าเป็น “พื้นที่รื้อถอน” ทั้งฮามาสและทางการปาเลสไตน์ประณามแนวคิดดังกล่าว ในขณะที่จอร์แดนและอียิปต์ก็ปฏิเสธข้อเสนอนี้เช่นกัน

ข้อตกลงหยุดยิงในเดือนมกราคมทำให้สงครามซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ยุติลง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และ 251 คนตกอยู่ในฐานะตัวประกัน ด้านกระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาส ระบุว่ามีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 47,200 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเรือน เสียชีวิตจากการรุกรานของอิสราเอล.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีใต้ยกระดับเตือนภัยหิมะและฝนตกหนักช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน

เกาหลีใต้ยกระดับเตือนภัยหิมะและฝนตกหนักช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน

27 ม.ค. 2568 11:30 น.

เกาหลีใต้ยกระดับเตือนภัยหิมะและฝนตกหนักช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน

ทางการเกาหลีใต้ประกาศยกระดับเตือนภัยสภาพอากาศ หลังคาดการณ์ว่าหิมะและฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในช่วงที่ประชาชนจะต้องออกเดินทางในวันหยุดยาว

วันที่ 27 มกราคม 2568 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี คาดการณ์ว่าหิมะจะตกหนัก 10-20 เซนติเมตร ในเขตกรุงโซล บางส่วนของจังหวัดคย็องกี และทางตอนใต้ของประเทศจนถึงวันพุธนี้ ขณะที่ในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ตอนในและบนภูเขาของจังหวัดคังวอน ทางตะวันออกของจังหวัดชอลลาเหนือ และเกาะเชจู ทางใต้ อาจมีหิมะตกสูงเกิน 30 เซนติเมตร

คาดว่าหิมะและฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันจันทร์นี้ ซึ่งตรงกับวันช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ทำให้ทางการต้องเพิ่มการเตือนภัยสภาพอากาศและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

สำนักงานอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ตอนในและตอนบนภูเขา ของจังหวัดคังวอน ทางตะวันออกของจังหวัดชอลลาเหนือ และเกาะเชจูทางใต้ อาจมีหิมะตกสูงเกิน 30 เซนติเมตร โดยจะมีการออกคำเตือนเกี่ยวกับหิมะตก เมื่อคาดว่าจะมีหิมะตก 5 เซนติเมตรขึ้นไปภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ทางด้านรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้เปิดใช้งานศูนย์บัญชาการกลางป้องกันภัยพิบัติและความปลอดภัยแล้ว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมบุคลากรและอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อลดความเสียหายจากหิมะที่ตกหนัก และดำเนินมาตรการเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด โดยมีการระดมคนงานรวม 9,685 คน พร้อมด้วยรถกำจัดหิมะ 1,424 คัน และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะและรับมือการเดินทางหยุดชะงัก. 

ญี่ปุ่นรวบหนุ่มตีนโหด ต้องสงสัยเตะกระต่ายตายกว่า 70 ตัว

ญี่ปุ่นรวบหนุ่มตีนโหด ต้องสงสัยเตะกระต่ายตายกว่า 70 ตัว

27 ม.ค. 2568 11:28 น.

ญี่ปุ่นรวบหนุ่มตีนโหด ต้องสงสัยเตะกระต่ายตายกว่า 70 ตัว

ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 25 ปี ถูกตำรวจรวบตัวหลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยเตะกระต่ายบนเกาะโอคุโนะหรือเกาะกระต่ายจนตายกว่า 70 ตัว

นายริกุ ฮอตตะ วัย 25 ปี ถูกตำรวจรวบตัวข้อหาทารุณกรรมสัตว์ หลังต้องสงสัยเตะกระต่ายบนเกาะโอคุโนะชิมะ หรือเกาะกระต่าย ในเมืองทาเคฮาระ จังหวัดฮิโรชิมะ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น เป็นเหตุให้มีกระต่ายตายถึง 77 ตัว จากที่มีกระต่ายป่าอยู่ทั่วไปบนเกาะแห่งนี้ราว 500 ตัว

โดยในช่วงระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายนปีที่แล้ว มาจนถึง 17 มกราคมที่ผ่านมา มีรายงานพบกระต่ายกระดูกหัก หรือบาดเจ็บในลักษณะอื่นๆจนล้มตายจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นการตายแบบผิดธรรมชาติ โดยมีพยานเห็นเหตุการณ์แจ้งว่าเห็นผู้ก่อเหตุคือนายฮอตตะ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไล่เตะกระต่ายตัวหนึ่งจนมันตาย ซึ่งหลังถูกจับกุมเขาก็รับสารภาพว่าได้ทำทารุณกรรมสัตว์จริง ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์บนเกาะแห่งนี้ โดยทางตำรวจจะมีการสืบสวนโดยละเอียดอีกครั้งว่าเขาเกี่ยวข้องกับการตายของกระต่ายทั้ง 77 ตัวหรือไม่

ที่มา : Kyodonews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

เอ็ด ชีแรนสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินต่างชาติคนแรกที่ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ภูฏาน

เอ็ด ชีแรนสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินต่างชาติคนแรกที่ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ภูฏาน

27 ม.ค. 2568 10:06 น.

เอ็ด ชีแรนสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินต่างชาติคนแรกที่ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ภูฏาน

เอ็ด ชีแรน ศิลปินระดับโลกสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินต่างชาติคนแรกที่ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ภูฏาน ก่อนจะทัวร์คอนเสิร์ตในอินเดียและตะวันออกกลางต่อไป

เอ็ด ชีแรน นักร้องเจ้าของเพลงฮิต Bad Habits สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินต่างชาติคนแรกที่แสดงคอนเสิร์ตในภูฏาน โดยเล่าว่าการได้แสดงที่สนามกีฬา Changlimithang ในเมืองทิมพูเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม ถือเป็น “เกียรติอย่างยิ่ง”พร้อมยกย่องแฟนเพลงจากประเทศแถบเอเชียใต้ที่ “น่าทึ่ง” ซึ่งมาให้กำลังใจเขาและทำให้เขากับทีมรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก

โดย เอ็ด ชีแรนได้โพสต์คลิปวิดีโอบนอินสตาแกรมเมื่อวันเสาร์ และเขียนข้อความบรรยายว่า
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นศิลปินนานาชาติคนแรกที่ได้แสดงในภูฏานเมื่อคืนนี้ ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม ประเทศที่งดงาม และผู้คนที่น่าทึ่ง ถ้าผมสามารถย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ โปรดบอกด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้า และขอบคุณมากสำหรับการต้อนรับผมและทีมงาน รวมถึงอาสาสมัครทุกคนที่ช่วยทำให้การแสดงที่เป็นประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นได้ หวังว่าจะได้พบกันอีกเร็ว ๆ นี้!”

ในคลิปวิดีโอ ชีแรนยังแสดงความรู้สึกเหลือเชื่อ ที่เขาเป็นผู้สร้างหน้าประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ โดยเขายืนอยู่ใกล้กับเวที และกล่าวว่า มันเหลือเชื่อมากที่นี่เป็นคอนเสิร์ตนานาชาติครั้งแรกในภูฏาน และเขาหวังว่าจะมีคอนเสิร์ตอีกมากมายตามมาในอนาคต

นักร้องหนุ่มวัย 33 ปี ยังได้รับการต้อนรับจากกษัตริย์จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา ให้รับประทานอาหารค่ำร่วมกัน ซึ่งพระองค์ตรัสว่า ชาวภูฏานต้องการให้ผู้คนที่มาเยือนประเทศนี้รักและเคารพประเทศ รวมถึงเข้าใจในอุดมการณ์ของพวกเขาด้วย ซึ่งผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือก และแทบรอไม่ไหวที่จะได้แสดง นี่มันเหมือนความฝันของเขาเลย

ในคลิปวิดีโอยังตัดภาพไปที่บางช่วงบางตอนของคอนเสิร์ต ซึ่งเอ็ด ชีแรนบอกกับผู้ชมว่าเขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้มาก โดยเขาพูดว่าเขาเดินทางมาเกือบทั่วโลกแล้ว และเคยไปสถานที่ที่น่าทึ่งหลายแห่ง แต่เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย การได้มาเยือนประเทศที่สวยงามอย่างภูฏาน และการได้ยืนบนเวทีเพื่อแสดงโชว์นี้เป็นครั้งแรกในภูฏานมันพิเศษมากจริง ๆ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เอ็ด ชีแรน

เผยกล่องดำ เครื่องบิน “เจจู แอร์” หยุดทำงาน 1 นาทีหลังได้รับคำเตือนชนนก

เผยกล่องดำ เครื่องบิน "เจจู แอร์" หยุดทำงาน 1 นาทีหลังได้รับคำเตือนชนนก

27 ม.ค. 2568 09:23 น.

เผยกล่องดำ เครื่องบิน “เจจู แอร์” หยุดทำงาน 1 นาทีหลังได้รับคำเตือนชนนก

เกาหลีใต้เผยผลการตรวจข้อมูลจากกล่องดำทั้งสองกล่องของเครื่องบิน “เจจู แอร์” ที่ประสบเหตุโศกนาฏกรรมหลังบินชนนก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 179 ศพ เมื่อเดือนที่แล้ว

วันที่ 26 มกราคม กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ เปิดเผย รายงานการกู้ข้อมูลที่บันทึกจากกล่องดำของเครื่องบินโดยสาร สายการบินเจจู แอร์ ที่ลงจอดฉุกเฉินชนกำแพงใกล้รันเวย์ สนามบินนานาชาติเมืองมูอัน เมื่อเดือนที่แล้ว โดยมีผู้รอดชีวิตเพียง 2 รายจากผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 181 คน

รายงานระบุว่า อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน และอุปกรณ์บันทึกบนสนทนาของนักบิน ได้หยุดบันทึกข้อมูลหลังจากมีสัญญาณเตือนการพุ่งชนนกเพียงหนึ่งนาที และเชื่อว่าแหล่งจ่ายพลังงานของเครื่องบินถูกตัดทันทีก่อนการบันทึกข้อมูลหยุดลง เนื่องจากเครื่องยนต์ทั้งสองของเครื่องบินชนกับฝูงนก ขณะเดียวกันมีการตรวจพบขนนกและคราบเลือดของนกฤดูหนาวที่มักพบเจอบ่อยที่สุดชนิดหนึ่งของเกาหลีใต้ภายในเครื่องยนต์ทั้งสองของเครื่องบินด้วย

กระทรวงคมนาคมได้สรุปผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้ครอบครัวผู้สูญเสีย ทราบภายหลังการสืบสวนเหตุโศกนาฏกรรมทางการบินครั้งรุนแรงที่สุดของเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 179 ศพ มีผู้รอดชีวิต 2 ราย ที่เมืองมูอัน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมของปีที่แล้ว โดยรัฐบาลมีแผนจะเผยแพร่รายงานเบื้องต้นภายในวันจันทร์ ซึ่งจะส่งไปยังองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และไทย 

คณะกรรมการสอบสวนภายใต้กระทรวงฯ กล่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุที่ท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน ยืนยันว่าเครื่องบินพยายามจะบินวนกลับเมื่อชนฝูงนก โดยเครื่องบินได้ติดต่อกับหอควบคุมการจราจรทางอากาศเป็นครั้งแรก เมื่อเวลา 8.54.43 น. ขณะที่กำลังเข้าใกล้จุดลงจอด หอควบคุมอนุญาตให้ลงจอดบนรันเวย์ 01 ในทิศทางตรงข้ามกับรันเวย์ที่เกิดอุบัติเหตุ

เวลา 08.57.50 หอควบคุมได้ออกคำเตือนถึงเครื่องบินที่อาจเกิดการชนนก เวลา 08.58.11 น. กัปตันและเจ้าหน้าที่คนแรกได้พูดคุยกันถึงฝูงนกที่บินอยู่ด้านล่างเครื่องบิน จากนั้นการบันทึกภาพถูกหยุดลงเมื่อเวลา 8:58:50 น. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินน่าจะสูญเสียพลังงานหลังจากดับเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องเนื่องจากถูกนกชน.