พุงของแท้!โน AI ‘ชาย ชาตโยดม’ไม่สนดราม่าโชว์เสื้อผ้าไซส์ XXL

พุงของแท้!โน AI 'ชาย ชาตโยดม'ไม่สนดราม่าโชว์เสื้อผ้าไซส์ XXL

พุงของแท้!โน AI ‘ชาย ชาตโยดม’ไม่สนดราม่าโชว์เสื้อผ้าไซส์ XXL

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.01 น.

ฮือฮาทั่วโซเชียลฯ หลังจากที่นักแสดงระดับเทพแด๊ดดี้ “ชาย ชาตโยดม” โชว์ร่างทอง จนเขย่าใจสาวแท้สาวเทียมทั่วประเทศ แถมยังทำเอาทุกๆ คนอึ้ง! กับภาพบีฟอร์ก่อนจะเป็น “ร่างทอง” ที่พุงป่องจนหลายๆ คนคิดว่าอายุยิ่งมาก ยิ่งป่องก็กว่าเดิมแน่นอน แถมบางคนยังเม้าท์ว่าเป็นภาพตกแต่งทำจาก AI งานนี้นักแสดงตัวพ่อ เลยต้องหอบเอาเสื้อผ้าไซส์ XXL มาโชว์ให้ดูว่าเคยใส่จริง จากน้ำหนักตัวที่เกือบทะลุ 100 โล ก่อนที่จะทรานเฟอร์มาเป็น “ชายชาต ร่างทอง” แด๊ดดี้แห่งปี 2025 ที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึง แถมแว่วๆ มาว่าเจ้าตัวเตรียมตัวโล๊ะตู้เอาเสื้อผ้าไซส์ XXL ไปบริจาค

ส่วนเคล็ดไม่ลับฉบับร่างทอง ของแด๊ดดี้ชายชาต คือกำลังใจจากภรรยาและลูกๆ ที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้แด๊ดดี้ชายชาต มีพลังใจ และวินัยในการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพของตัวเอง และคนในครอบครัว และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆ และทุกๆ คน ที่อยากกลับมามีรูปร่างสมส่วน และสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังได้ตัวช่วยดีๆ อย่าง “จิลเอส (JILS)” วิตามินเสริมการเผาผลาญจาก Dr.JiLL

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line@ : https://lin.ee/jYgSwgO 

014

‘บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล’เฮี้ยนกว่าเดิม เลื่อนเปิดกล้องกระทันหัน !

'บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล'เฮี้ยนกว่าเดิม เลื่อนเปิดกล้องกระทันหัน !

‘บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล’เฮี้ยนกว่าเดิม เลื่อนเปิดกล้องกระทันหัน !

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

BeOnCloud ตัดสินใจเลื่อนเปิดกล้องบุปผาราตรี มาลีรัตติกาล จากเดิมที่จะเปิดกล้องปลายเดือนมกราคมนี้ ล่าสุด ! เลื่อนไปอีกสองเดือนเพื่อปรับทัพและเปลี่ยนกลยุทธ โดยดึง “กอล์ฟ สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์  นักเขียนบทมือทองจากภาพยนตร์ ธี่หยด 1, ธี่หยด 2 และ บทละคร นาคี มาเสริมทัพปลุกความเฮี้ยน เติมความหลอนให้ บุปผาราตรี มาลีรัตติกาล ที่กำกับโดย พิง ลำพระเพลิง เวอร์ชันนี้มีอะไรที่น่าสนใจขึ้นไปอีก แค่เริ่มก็มาก็เปลี่ยนขนาดนี้ เดาทางตามยากจริง ๆ

แถมครั้งนี้ พิง ลำพระเพลิง ได้กำลังเสริมจาก ปอนด์ กฤษดา ผู้กำกับ คินน์พอร์ชเดอะซีรีส์ ซีรีส์วายที่เรียกได้ว่าถูกพูดถึงมาก ๆ ในระดับโลก และยังมี 2 รางวัลสุพรรณหงส์ จากภาพยนตร์ แมนสรวง มาเป็นผู้กำกับร่วมอีกด้วย การเดินเกมแบบนี่บอกได้คำเดียวว่าน่าจะเฮี้ยน ! เพราะแค่คิดภาพตาม เรื่องการเลื่อนถ่ายต่าง ๆ เพื่อปรับทุกอย่างใหม่ทั้งหมดก็นับเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลแล้ว ยังไม่รวมตอนเริ่มถ่ายจริงอีก งบมันจะไปสุดที่ไหนกัน ก็คงต้องยอมรับจริง ๆ ว่าการเข้ามาลงทุนในภาพยนตร์เรื่องนี้ของ BeOnCloud แค่สองเดือนที่ผ่านมาดูเสริมพลังให้โปรเจกต์นี้ได้ดีเลยทีเดียว

นี่น่าจะเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างน่าสนใจ บทของกอล์ฟ สรรัตน์ พร้อมกับการร่วมกำกับของผู้บริหารค่ายรอบนี้ ที่ค่อนข้างกล้า บ้าบิ่น อยากเดาตามก็คงยากหน่อย ซึ่งครั้งนี้น่าจะปลุกความเฮี้ยน แสบ ฮา ของบุปผาราตรี ในปี 2025 ได้อย่างสุดปัง คาดว่าร้อยล้านทะลุได้ไม่ยาก ค่ายเหนือเมฆเค้าขึ้นชื่อเรื่องทุ่มทุน จัดเต็มมาเสมอ แถมฐานแฟน ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศก็แข็งแรงสุด ๆ ดูจากการสามารถส่งออกศิลปินในค่ายไปงานระดับโลกได้ตลอดตั้งแต่เปิดค่ายมาแค่ไม่กี่ปี ยอมรับว่าตื่นเต้นและรอเชียร์มาก ๆ ขอให้เฮี้ยนสมใจทะลุร้อยล้านไปเลย

“โลกมันเปลี่ยนไปไกลมาก เราไม่สามารถสร้างงานแบบ ข้ามาคนเดียว ได้อีกต่อไปแล้ว การได้พันธมิตรที่ดี ย่อมทำให้เรามีโอกาสชนะได้มากขึ้น ผมรู้สึกขอบคุณพี่ปอนด์ และ BeOnCloud มาก ที่เขาเสี่ยงเอาทหารบาดเจ็บอย่างผมเข้าร่วมทีมด้วย ทัพอย่าง BeOnCloud เขาจะเอานักรบรับจ้างที่เก่งขนาดไหนก็ได้ แต่เขาให้เราร่วมสู้ไปด้วยกัน ถือว่าเป็นเกียรติครับ” พิง ลําพระเพลิง กล่าว

‘วู้ดดี้’และ ‘โอ๊ต’จดทะเบียนสมรส เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

'วู้ดดี้'และ 'โอ๊ต'จดทะเบียนสมรส เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

‘วู้ดดี้’และ ‘โอ๊ต’จดทะเบียนสมรส เริ่มต้นชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.46 น.

27 มกราคม 2568 – บทพิสูจน์รักแท้ที่ไม่จำกัดเพศอย่างแท้จริง! ของ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต-อัครพลจับจิตรใจดล หลังจากที่เฝ้ารอมานาน ล่าสุด ได้จูงมือคู่ชีวิตเข้าพิธีจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ และถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายทะเบียนจากสำนักงานเขตปทุมวัน ดำเนินการจดทะเบียนสมรส ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากที่ทั้งคู่ได้ยืนหยัดเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมร่วมเฉลิมฉลองหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นชาติแรกของอาเซียนที่มีกฎหมาย
สมรสเท่าเทียมรองรับสิทธิเสรีภาพให้กับคนทุกเพศ โดยมี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะทำงานจากหลายภาคส่วนที่ช่วยผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม อาทินายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)สมรสเท่าเทียม, นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมและ อรรณว์ ชุมาพร (วาดดาว) ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ได้เดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อน ๆ และคนสนิท ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต-อัครพล จับจิตรใจดล กล่าวว่า เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เราทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงานแบบส่วนตัว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม และยังไม่มีกฎหมายรองรับ มาถึงวันนี้ที่ประเทศไทยเปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลายทางเพศทุกรูปแบบ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ดังนั้น การแต่งงานในครั้งนี้ จึงถือเป็น perfectly married การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ และถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ วู้ดดี้ และโอ๊ต ขอร่วมฉลองพร้อมกับคู่รักทุกคู่ ที่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ชีวิตคู่ที่มั่นคง มีสิทธิในการสร้างครอบครัวโดยไม่จำกัดเพศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวการขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยจะเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังรอคอยเสรีภาพ หันมาพิจารณาการรับรองสิทธิของชาว LGBTQIAN+ มากขึ้น เหมือนที่ประเทศไทยทำสำเร็จแล้วในวันนี้

014

ครอบครัว ‘หนูแหม่ม’ อวดแฟชั่นเซ็ทต้อนรับตรุษจีน ‘แอลลี่’ในลุคอาหมวยน่ารักสุดๆ

ครอบครัว 'หนูแหม่ม' อวดแฟชั่นเซ็ทต้อนรับตรุษจีน 'แอลลี่'ในลุคอาหมวยน่ารักสุดๆ

ครอบครัว ‘หนูแหม่ม’ อวดแฟชั่นเซ็ทต้อนรับตรุษจีน ‘แอลลี่’ในลุคอาหมวยน่ารักสุดๆ

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.17 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัวของวงการบันเทิง ที่ไม่ว่าจะเทศกาลไหน ก็จะจัดหนักจัดเต็ม เสริฟความน่ารัก เรียกยอดไลค์ได้แบบรัวๆ สำหรับครอบครัวของพิธีกรหญิงคนเก่ง หนูแหม่ม สุริวิภามาพร้อมกับสามี พี่บ๊อบบี้และลูกสาวสุดคิวท์ “น้องแอลลี่” ที่จัดเต็มแฟชั่นต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ปีนี้มาในธีมชุดอาภรณ์จีนโบราณสีแดง เป็นลุคสาวจีนที่สวยสง่า เปล่งประกายออร่าสุด ๆ ด้านสามีสุดอารมณ์ดี “พี่บ๊อบบี้” ก็ไม่น้อยหน้ามาในลุค “องค์ชาย” รับคะแนนความปังไม่แพ้กัน! แต่ที่แย่งซีนไปเต็ม ๆ คงหนีไม่พ้นความน่ารักและความน่าเอ็นดูของ “น้องแอลลี่” ในลุคอาหมวยน้อยที่น่ารักสดใส จนแฟน ๆ แห่กดไลค์กดแชร์ไปตาม ๆ กัน และที่สำคัญ…ในช่วงนี้คงจะได้ซองอั่งเปาแดงๆหนาๆจากน้าๆ ๆ ป้า ๆ ได้ไม่น้อย เห็นแล้วบอกเลยว่า…ทุกครั้งที่เห็นความลงตัวของครอบครัว “หนูแหม่ม” เป็นต้องยิ้มตามให้กับความอบอุ่นและความน่ารักของครอบครัวนี้ บอกเลยว่าใช้คำว่าน่ารักได้เปลืองมากๆจริง ๆ!

014

‘ช่อง 7HD’เปิดคลังภาพข่าว 7HD Stock บริการข้อมูลและภาพข่าวประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า

'ช่อง 7HD'เปิดคลังภาพข่าว 7HD Stock บริการข้อมูลและภาพข่าวประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า

‘ช่อง 7HD’เปิดคลังภาพข่าว 7HD Stock บริการข้อมูลและภาพข่าวประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

ช่อง 7HD จัด Open House : เปิดคลังภาพข่าว 7HD Stock รวบรวมบันทึกข้อมูลภาพข่าวประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทยไว้กว่า 58 ปี ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริการสื่อสารสนเทศด้านข่าวและพร้อมให้บริการข้อมูลและภาพข่าวอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานต่าง ๆ กับการได้เยี่ยมชมพิพิธโทรทัศน์ 7HD MUSEUM แหล่งรวมความรู้ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความเป็นมาของสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทย ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568  ช่อง 7HD เดินหน้าเต็มตัวขยับก้าวใหม่จัดงาน Open House : เปิดคลังภาพข่าว 7HD Stock”  ณ อาคาร 1 ช่อง 7HD  โดย คุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เปิดบ้านต้อนรับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสำนักข่าวต่างประเทศที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงาน คุณชญาณ์ณิศ ศรีสินธวารักษ์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรสื่อ ได้พูดในหัวข้อที่น่าสนใจ “คุณค่าการอนุรักษ์ภาพข่าวประวัติศาสตร์ที่คนไทยเป็นเจ้าของสู่ความรับผิดชอบของสังคม และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริการสื่อสารสนเทศด้านข่าว” พร้อมพาชมไฮไลต์ภาพข่าวเด็ด และยังมีคุณณรัช ภัทรปุณณโชติ ผู้จัดการฝ่ายข่าว คุณบังคม
ลิมปะพันธุ์
 บรรณาธิการข่าวอาวุโส ฝ่ายข่าว มาร่วมแชร์ประสบการณ์การลงพื้นที่ทำข่าวชายแดน  พร้อมด้วย เหมือนฝัน ประสานพานิช เป็นผู้ดำเนินรายการและมี บี-กมลาสน์ เอียดศรีชาย ผู้ประกาศข่าวสาวสวยร่วมเซอร์ไพรส์โชว์เพลงไพเราะ

คลังภาพข่าว 7HD Stock เป็นคลังภาพข่าวดิจิทัล พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ โดยจะเป็นคลังภาพข่าวที่ช่อง 7HD เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่ปี 2511 จนถึงปัจจุบัน มีข้อมูลทั้งเนื้อหาและภาพข่าวประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยคลิปภาพข่าวต่าง ๆ ที่สถานีฯ บันทึกรวบรวมและเรียบเรียงมาตลอดกว่า 58 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ช่วยสร้างความเข้าใจในเหตุการณ์สำคัญ ทั้งการเมือง การศึกษา เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต  และคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ เช่นการผลิตสารคดี รายการโทรทัศน์ และภาพยนตร์ เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในเชิงลิขสิทธิ์ และการอนุญาตให้ใช้ในอุตสาหกรรมสื่อ   ซึ่งช่อง 7HD มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สมบัติของคนไทยทุกคน และมีความพร้อมให้บริการจำหน่าย และเผยแพร่ โดยเข้าถึงได้ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยในระบบ Media Asset Management  และใช้เทคโนโลยีหลายประเภทมาช่วยในการค้นหา ตรวจสอบความถูกต้อง อำนวยความสะดวกในการให้บริการ เช่น  AI หรือ Machine Learning  เป็นต้น  ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว และเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ในงานยังได้เปิดให้ชมคลังภาพข่าวดิจิทัล ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญ ของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเปิดให้เข้าชมพิพิธโทรทัศน์ 7HD Museum

ช่อง 7HD พร้อมจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อสร้างสังคมแห่งความรู้และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน หน่วยงานที่สนใจซื้อลิขสิทธิ์ภาพข่าว สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 7HD Stock  โทร 02-4957777 ต่อ 545 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.ch7.com/7hdstock

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ เว็บไซต์  www.ch7.com

014

‘ขยะพิษ’กระทบชีวิตคน-สิ่งแวดล้อม ‘อุตสาหกรรมยั่งยืน’เรื่องนี้ต้องคุมเข้ม

‘ขยะพิษ’กระทบชีวิตคน-สิ่งแวดล้อม ‘อุตสาหกรรมยั่งยืน’เรื่องนี้ต้องคุมเข้ม

‘ขยะพิษ’กระทบชีวิตคน-สิ่งแวดล้อม ‘อุตสาหกรรมยั่งยืน’เรื่องนี้ต้องคุมเข้ม

วันอังคาร ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ปัญหาขยะอุตสาหกรรมเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย คือรัฐบาลพยายามที่จะเร่งรัดการขยายตัวของการพัฒนาอุตสาหกรรม การส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างเศรษฐกิจ พยายามผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรม แต่ว่าน่าเสียดายที่ว่านโยบายส่งเสริมการลงทุนไม่ได้ควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อม”

เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวในกิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ “วิกฤตขยะพิษกับชีวิตประชาชน”สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ที่ทำการชั่วคราว) ห้อง 501 ชั้น 5 อาคาร The Rice สะพานควาย) เมื่อเร็วๆ นี้ฉายภาพการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยซึ่งมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา แต่ท่ามกลางความพยายามเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากประเทศเกษตรกรรมเป็นประเทศอุตสาหกรรม มีโรงงานกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ มาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมกลับตามไม่ทันจนเกิดปัญหาขึ้นมากมาย

เมื่อประกอบกับการที่คนบางกลุ่มมองเห็นผลประโยชน์มหาศาล ปัญหาสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากกากขยะอุตสาหกรรมจึงแยกไม่ออกจากปัญหาคอร์รัปชั่น จากนั้นเมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2540 ก็เริ่มมีการทยอยแก้ไขกฎหมาย เช่น แต่เดิมมีเพียงโรงงานประเภท 101 (โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวม) ในปี 2544 ก็มีการออกกฎกระทรวงฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2544) ออกตามความใน พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535

ตามด้วยปี 2545 ที่มีการออก ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตประเภทหรือชนิดของโรงงาน ลำดับที่ 105 และลำดับที่ 106 ทำให้มีโรงงานเพิ่มมาอีก 2 ประเภท คือ โรงงานประเภท 105 (โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีลักษณะและคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535)

และโรงงานประเภท 106 (โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม)อีกทั้งอนุญาตให้สร้างได้ทุกจังหวัด กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2559 ได้มีการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ก็ยิ่งทำให้การก่อสร้างโรงงานกลุ่มนี้ทำได้ง่ายขึ้น

“การกระจายตัวของโรงงานกลุ่มนี้มันเริ่มมาก่อนหน้านั้น เพียงแต่ว่าไปติดที่กฎหมายผังเมืองที่ว่ามีพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่เกษตร ไม่สามารถสร้างโรงงานกลุ่มนี้ได้ แล้วมันทำให้โรงงานอุตสาหกรรมหรือผู้ที่เล็งเห็นประโยชน์ในการทำธุรกิจตรงนี้เห็นว่าเป็นตัวที่ปิดกั้นการกระจายตัวหรือการเติบโตของธุรกิจกลุ่มนี้ ฉะนั้นข้อมูลที่ถูกป้อนกับทางรัฐบาลจึงมองว่ากฎหมายผังเมืองเป็นอุปสรรค แล้วพอมีคำสั่งที่ 4/2559 ก็ทำให้โรงงาน 105 และ 106 สามารถที่จะกระจายตัวไปเร็วมาก เพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยโรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” เพ็ญโฉม ระบุ

อย่างไรก็ตาม ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศมองว่า หลังจากกระทรวงอุตสาหกรรมเริ่มเอาจริงเอาจัง มีการดำเนินการตามกฎหมาย แม้โทษจะเบาแต่ก็ทำให้ชาวบ้านเริ่มวางใจมากขึ้น และหากมี “กฎหมายจัดการกากอุตสาหกรรม” ออกมาบังคับใช้ ก็น่าจะเป็นแนวทางที่สำคัญอันหนึ่งในการแก้ไขปัญหา นอกจากนั้นแล้ว อีกสิ่งที่รอกอยู่คือการแก้ไข พ.ร.บ.โรงงาน รวมถึงการมี “กฎหมายรายงานการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR)” ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ส่งเสริมให้ทุกประเทศมีกฎหมายนี้

อีกทั้งการเข้าร่วมเป็นชาติสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งไทยก็พยายามจะเข้าร่วม ก็มีเงื่อนไขว่าชาติที่จะเข้าร่วมต้องมีกฎหมาย PRTR ซึ่งการไม่มีกฎหมายนี้ การแก้ไขปัญหามลพิษก็ยังมีช่องโหว่อยู่ ซึ่งภาคประชาชนได้ผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่กลไกรัฐสภาแล้ว และรออยู่ว่าสภาผู้แทนราษฎรจะเรียกตัวแทนผู้เสนอร่างกฎหมายเข้าไปนำเสนอเมื่อใด

“เรื่องของกากอุตสาหกรรมทำให้เกิดการปนเปื้อนมลพิษในประเทศไทยเยอะมาก หากประเทศไทยกล้าที่จะเปิดเผยข้อมูลตรงนี้ออกมา ทำอย่างที่อเมริกา ยุโรป เยอรมนี ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ เขาทำแผนที่ออกมาเลย เป็น Hotspot (จุดเสี่ยง) ว่าแต่ละพื้นที่ของแต่ละประเทศมี Hotspot เกิดขึ้นในกี่พื้นที่ สถานภาพของ Hotspot เหล่านี้อยู่ที่ระดับใด เพื่อที่จะได้วางแผนที่จะทำความสะอาดพื้นที่ ตั้งงบประมาณที่จะแก้ไข และพยายามที่จะผลักดันขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจที่สีเขียวมากขึ้น ยั่งยืนมากขึ้น เราไม่มีฐานข้อมูลนี้เลย” เพ็ญโฉม กล่าว

ข้อสังเกตเรื่องธุรกิจกำจัดขยะอุตสาหกรรม (หรือกากอุตสาหกรรม) พัวพันกับผลประโยชน์มหาศาล ดูจะสอดคล้องกับเรื่องเล่าของ ขนิษฐนันท์ อภิหรรษากรรองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบโดยทีมงานของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีมีประชาชนร้องเรียนเข้ามา ซึ่งในช่วง 3-4 ปีล่าสุด ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องขยะพลาสติก ขยะสารเคมีและกากอุตสาหกรรม

“ปัญหาหนึ่งที่เราพบโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ส่วนมากผู้ประกอบการมักจะเป็นผู้ที่ต้องเรียกว่ามีอิทธิพลในพื้นที่พอสมควร บางครั้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ก็จะไม่ค่อยกล้าลงไปยุ่งอะไรมากนัก หรือว่าเราเคยเจอเคสว่ามีการขออนุญาตจัดตั้งหรือประกอบการประเภทหนึ่ง แล้วทางจังหวัดมองว่าไม่น่าทำได้ บอกว่าไม่อนุญาตได้ไหม? คือจังหวัดบอกว่าไม่อนุญาตผู้ประกอบการก็ไปอุทธรณ์กับรัฐมนตรีบ้างอะไรบ้าง ไปอุทธรณ์เสร็จ ในกรณีที่เราเจอ รัฐมนตรีก็อนุญาตกลับมา” ขนิษฐนันท์ กล่าว

โดยเมื่อรัฐมนตรีอนุญาต ผู้ประกอบการก็มาประกอบกิจการในพื้นที่ แต่เมื่อทำแล้วเกิดปัญหา มีคนร้องเรียนมายังผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ลงไปตรวจสอบทั้งสถานที่ประกอบการ พูดคุยกับประชาชน ในกรณีที่เจอคือกิจการอยู่ติดกับหมู่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เจาะจงว่าหมายถึงรัฐมนตรีคนใด แต่จะบอกว่ามีกระบวนการแบบนี้เกิดขึ้น โดยมีหน่วยงานรัฐให้ข้อมูลว่าที่กิจการเปิดได้เพราะอะไร

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจไปสั่งการให้ดำเนินการใดๆ ได้ โดยทำได้เพียง 1.มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เสนอแนะให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน กับ 2.จัดทำข้อเสนอแนะในประเด็นหน้าที่ของรัฐ ตามหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งเสนอได้ถึงระดับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย ครม. จะมีอำนาจในการแจ้งหรือสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ

ส่วนการติดตามภายหลังที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อเสนอแนะไปแล้ว เสียงสะท้อนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือปัญหาด้านงบประมาณ ซึ่งเหตุที่ต้องใช้งบประมาณของรัฐเพราะเมื่อเกิดเรื่องขึ้นโรงงานก็ปิดตัวหายไป แม้จะมีการฟ้องต่อศาลจนมีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบการเยียวยาผลกระทบ แต่สิ่งที่พบคือบริษัทแจ้งล้มละลาย แม้จะยึดทรัพย์สินที่มีอยู่มาได้ก็ยังไม่เพียงพอจะเยียวยาประชาชน ยังไม่นับบางรายที่หัวหมอ หาช่องทางอุทธรณ์ต่างๆ นานา เวลาผ่านไปตามคดีก็ยังไม่ถึงที่สุดเสียที

ด้าน สนธิ คชวัฒน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยและชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยมีโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดกากอุตสาหกรรมทั้ง 3 ประเภท ประมาณ 2,500 โรง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ลงทุนน้อยและมีประสิทธิภาพในการบำบัดต่ำ บางส่วนเก็บไว้ในโรงงาน และบางส่วนก็ไปลักลอบทิ้ง ซึ่งหากเป็นไปได้ โรงงานกลุ่มนี้ควรตั้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเพราะเป็นพื้นที่ปิด ต้องมีการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

และควรยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเมื่อบวกกับกฎหมายอำนาจความสะดวก ให้ปิดประกาศ 15-30 วัน ในหน่วยราชการ 3 แห่ง หากไม่มีใครคัดค้านก็ตั้งได้ เอื้อให้เกิดการตั้งโรงงานกลุ่มนี้ติดชุมชนเต็มไปหมด อีกทั้งการประกอบกิจการกลุ่มนี้จะทำได้ก็ต้องกำหนดให้เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีเงินลงทุนสูงและมีระบบที่บำบัดมลพิษได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ

“กำหนดว่าโรงงานทุกแห่งจะต้องทำประกันภัยด้านสิ่งแวดล้อม พวกนี้มีความเสี่ยงสูง เรารู้อยู่แล้ว เดี๋ยวไฟไหม้ เดี๋ยวแอบทิ้ง แล้วบริษัทประกันภัยจะมาตรวจสอบแทนหน่วยราชการเอง นี่คือถ้าเกิดปัญหาเมื่อไรประกันภัยจ่ายชดเชยแก่ประชาชน ไฟไหม้หรือแอบเผาเมื่อไร อย่างนี้จ่ายหรืออะไรก็ว่าไป อีกอันคือตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อม ให้โรงงานทั้งหลายจ่ายเงินเข้ากองทุนตามข้อกำหนด เมื่อเกิดอุบัติภัยสิ่งแวดล้อม รัฐเอาเงินจากกองทุนจ่ายเยียวยา ไม่ใช่ไปรอให้ชาวบ้านฟ้องศาลหลายปี” สนธิ กล่าว

ในวงเสวนาครั้งนี้ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการจัดทำ “ร่างกฎหมาย พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม” โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1.วิธีคิด หลักการของร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม คือแยกกิจการกำจัดกากของเสียออกจากกิจการปกติทั่วไป กล่าวคือ การขออนุญาตประกอบกิจการ หากเป็นโรงงานทั่วไป ให้อยู่บนหลักความง่ายในการประกอบธุรกิจ แต่หากเป็นโรงงานกำจัดกากของเสียต้องมีการควบคุมที่เข้มงวด กิจกการการกำจัดกากอุตสาหกรรมจึงต้องถูกแยกออกมาจากกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน

2.ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน หมายถึงกำกับกากของเหลือใน 2 ด้าน ทั้งจากการผลิต เช่นเศษเหล็กเหลือจากการผลิตรถยนต์ในโรงงาน และจากการบริโภค หมายถึงสินค้าที่ซื้อมาใช้สอยแล้วต่อมากลายเป็นขยะ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ สายไฟ แผงวงจร ซากรถยนต์ 3.เพิ่มบทลงโทษการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ โดยกำหนดห้ามนำเข้ากากอุตสาหกรรม (เว้นแต่เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิต)

โดยอัตราโทษของผู้ฝ่าฝืน ในส่วนของโทษจำคุกจะอิงมาจากกฎหมายศุลกากร ซึ่งการสำแดงเท็จมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี แต่ในส่วนของโทษปรับนั้น ร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม ตั้งไว้ที่สูงสุด 1 ล้านบาท และโทษปรับจะหนักขึ้นเป็นสูงสุด 2 ล้านบาท กรณีเป็นกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย มากกว่ากฎหมายศุลกากรซึ่งอยู่ที่ 5 แสนบาท เพื่อป้องปรามไม่ให้นำเข้ามา เพราะเมื่อนำเข้ามาแล้วการผลักดันออกไป การจัดการนั้นมีต้นทุนสูงมาก

4.กำหนดอำนาจตรวจสอบและดำเนินการแม้เป็นพื้นที่ “เขตปลอดอากร (Free Zone)” เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามาก เพราะเขตปลอดอากรอยู่ภายใต้กรมศุลกากร แต่กฎหมายนี้ใช้หลักคิดเรื่องความปลอดภัย เพราะเขตปลอดอากรก็ยังอยู่ในประเทศไทย แบบเดียวกับเรื่องโรคติดต่อของสัตว์หากมีโรคระบาดออกมายังพื้นที่รอบๆ กากอุตสาหกรรมก็สามารถซึมออกมาภายนอกได้เช่นกัน ดังนั้นหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ก็จะเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อตรวจยึดแล้วจะผลักดันออกหรือทำลาย ไม่มีปล่อยค้างอีกต่อไป

5.ใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นแบบต่ออายุ ไม่ใช่ให้ครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป เพื่อเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ทั้งจากภาครัฐหรือผู้ตรวจสอบของเอกชนเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการของโรงงานได้ 6.ควบคุมตามลักษณะของกิจการ ไม่ใช่ขนาดของสถานประกอบการ โดยแยกใบอนุญาตระหว่างสถานที่รวบรวมกับสถานที่กำจัด กล่าวคือ หากขอใบอนุญาตเป็นสถานที่รวบรวม จะทำได้เพียงรวบรวมเท่านั้น ไม่สามารถแกะแยกชิ้นส่วนได้

ในขณะที่การแกะแยกชิ้นส่วนจะเป็นใบอนุญาตแบบที่ต้องควบคุมสถานที่ตั้ง เพื่อป้องกันปัญหา เช่น ผลกระทบจากการแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ในชุมชน 7.ส่งเสริมให้มีสถานที่รวบรวมและกำจัดกากอุตสาหกรรมของโรงงานภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมออกไปนอกพื้นที่ โดยให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นผู้กำกับดูแล แต่หากเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม การเคลื่อนย้ายและกำจัดกากอุตสาหกรรมก็จะต้องมีระบบการแจ้งและตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น

และ 8.ตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาผลกระทบหากเกิดความเสียหายจากกากอุตสาหกรรม และเป็นเจ้าภาพในการดำเนินคดีกับผู้ก่อความเสียหาย ที่ผ่านมาการเยียวยาประชาชนทุลักทุเลมาก เนื่องจากแต่ละจังหวัดมีงบประมาณรับมือภัยพิบัติอยู่เพียง 10 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น งบประมาณที่ต้องนำมาใช้เยียวยาผลกระทบตามความเป็นจริงมักสูงกว่านั้นมาก ซึ่งก็ต้องใช้เวลานานในการทำเรื่องของบกลางจากนายกรัฐมนตรี

ดังนั้นสิ่งที่จะตั้งขึ้นตามร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเรียกว่า “กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน” ก็จะเข้าไปทำหน้าที่ฟ้องดำเนินคดีเป็นตัวแทนชาวบ้าน และกองทุนจะใช้เงินของตนเองไปดำเนินการก่อนระหว่างรอเงินจากการไปฟ้องคดีแล้วเรียกกลับมา นอกจากนั้นกองทุนยังทำหน้าที่ของบอุดหนุนประจำปีด้วย ทั้งนี้ “การเกิดขึ้นของกองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน จะไม่ใช่การตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ใช้กลไกที่มีอยู่แล้วคือกองทุนพัฒนา SME ตามแนวประชารัฐ” ที่มีเงินอยู่แล้วราว 2 หมื่นล้านบาท

โดยร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม จะเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กองทุนดังกล่าวเข้าไปเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบและเป็นตัวกลางในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ขณะที่ “ผู้ประกอบการเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรม จะถูกกำหนดให้ต้องวางเงินประกันและทำประกันภัย” ซึ่งในส่วนของประกันภัย นอกจากจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น เช่น ค่าเก็บกวาดกรณีเกิดเหตุแล้ว ยังรวมถึงการเยียวยาประชาชน แต่ก่อนจะจ่ายก็ต้องมีการตรวจสอบโรงงานด้วย

“เราไม่ได้ให้เป็นธุระของบริษัทประกันภัยอย่างเดียว เราให้เขาวางประกัน สมมุติ 100 คน ให้วางเงิน 5 ล้าน เราก็มี 500 ล้าน แล้วถ้าโรงไหนมีปัญหาก็หยิบเงินนี้ไปใช้ก่อนแล้ววนกลับมา ผมจะบอกว่าเราสร้างบรรยากาศให้บริษัทประกันภัยรับภาระน้อยลงด้วยจากเงินประกันที่วาง เพราะหากทำแบบนี้ก็เกิดการประกันได้จริง หัวใจคือให้ทำประกัน แต่หัวใจสำคัญคือวางประกัน การรวมเงินประกันตรงกลาง สมมุติมีคนหนึ่งเป็นเด็กเกเร คิดว่าจะโดนฟ้องไหม? จะโดนรังเกียจไหม? เพราะมันเป็นตัวนำเงินกองทุนเราออกไป” อรรถวิชช์ กล่าว

หมายเหตุ : ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 29 ม.ค. 2568 มีการบรรจุร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. …. (น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 11,685 คน เป็นผู้เสนอ) และร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. ….(น.ส.กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ซึ่งก็ต้องติดตามกันว่าจะมีถูกเลื่อนออกไปหรือจะได้พิจารณาในวันดังกล่าว รวมถึงร่าง พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม จะถูกเสนอเข้าสู่กลไกสภาฯ ด้วยหรือไม่

บุคคลในข่าว 27 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 27 มกราคม 2568

27 ม.ค. 2568 04:45 น.

บุคคลในข่าว 27 มกราคม 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยาน นำคณะกรรมการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2025” เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เมื่อวันก่อน.

ปัญหาฝุ่นละออง ฝุ่นพิษ PM 2.5 กลายเป็นเรื่อง การเมืองดราม่า ไกลไปถึง เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ที่บังเอิญว่า นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ไปร่วมประชุม สภาเศรษฐกิจโลก WEF พอดิบพอดี ผู้นำฝ่ายค้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และคณะ ได้ทีขี่แพะไล่ ดึงเอาปัญหาหมอกควันพิษ มาเป็น วาทะเด็ดทางการเมือง เรื่องเลยบานตะไท เรื่องของ ฝุ่นพิษ ที่ ทำร้ายสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง ในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องจะเอามาล้อเล่น

ขนาด ผู้ช่วยหาเสียงนายก อบจ.เพื่อไทย ทักษิณ ชินวัตร ยังออกปาก ฝุ่นพิษเยอะกว่าที่คิด และยังแก้ปัญหาไม่ดีพอ แขวะระหว่าง นายกฯที่มีภารกิจมาก กับ ผู้นำฝ่ายค้านที่มีหน้าที่เดียว คือค้านในสภา นายกฯมีงานมากกว่าอยู่แล้ว จบข่าว

เที่ยวมุมใหม่ – สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดโครงการ “สุขทันที เที่ยวมุมใหม่ #สระแก้ววินเทจ” เพื่อฟื้นความเป็นวินเทจของตลาดโรงเกลือ โดยมี ปริญญา โพธิสัตย์, นิธี สีแพร และ จิตสุภา วัชรพล มาร่วมงานด้วย ที่เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ จ.สระแก้ว วันก่อน.

ในขณะที่ นายกฯแพทองธาร ประชุมทางไกล จากเมืองดาวอส หารือ แก้ไขปัญหา PM 2.5 ข้ามประเทศ เพื่อให้ทุกมาตรการ เกิดผลโดยเร็วที่สุด อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกรัฐบาล ชี้แจง เปิดมาตรการเชิงรุก โดยที่ กระทรวงเกษตรฯ ใช้มาตรการผ่าน โครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ตรวจเช็กประวัติ การเผาในพื้นที่เกษตรระหว่าง วันที่ 17 ม.ค.-31 พ.ค.2568 หากพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีประวัติการเผาพื้นที่การเกษตร จะถือว่า ขาดคุณสมบัติ ไม่ได้รับสิทธิการช่วยเหลือต่างๆ ปัญหามีอยู่ว่า จะมีเกษตรกรรายใดยอมรับว่าเป็นมือเผาหรือไม่ และ หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับรอง จริงมะ

เพื่อการศึกษา – ฮัสซัน บาซาร์ กก.ผจก.บ.บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี กัณฑิชา บุญโพธิ์แก้ว, ทัศสิณีกานต์ กมลาพันธุ์, วิเชน โพชนุกูล และ พรพรรณ พจนพริ้ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆ การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในสิงคโปร์ ที่เคยเกิดภาวะฝุ่นพิษไม่น้อยหน้าบ้านเรา พบค่าฝุ่นพิษสูงถึง 417 ไมโครกรัม หลังจากที่ สิงคโปร์ออกกฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน ควบคุมการดำเนินการของ ธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย ที่ตั้งอยู่ใน สิงคโปร์ ห้ามเผาป่าเด็ดขาด นอกจากนี้ บริษัทใดที่มีส่วนสร้างหมอกควันพิษ จะต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและทางแพ่ง โดยอนุญาตให้ คนสิงคโปร์ ที่ได้รับผลกระทบฟ้องเองได้ นอกเหนือจาก มาตรการคว่ำบาตร ต่างๆ งานนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์

ตามไปกิน – กอร์ดอน แรมซีย์ และ ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล เปิดร้าน “กอร์ดอน แรมซีย์ เบรด สตรีท คิทเช่น แอนด์ บาร์” พร้อมเสิร์ฟเมนูบริติชแบบคลาสสิก ค็อกเทลซิกเนเจอร์และไวน์ชั้นเลิศนานาชนิด โดยมี ชฎาทิพ จูตระกูล และ มาร์ค กูดดิ้ง มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

การเข้าร่วมประชุม สภาเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ของ นายกฯแพทองธาร เที่ยวนี้ ได้มีโอกาสพบปะกับ คาริน เคลเลอร์ ซุทเทอร์ ประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส ถือโอกาสโรดโชว์ Soft power ของประเทศไทย โดยเฉพาะ อาหารไทย ตามด้วยสินค้าด้านการเกษตร ผลไม้ไทย ปั้นให้เป็นแบรนด์โลก แต่ที่ถูกโฟกัสปาดหน้าเป็นกระแสดราม่า ในที่ประชุม WEF กลายเป็นคำขู่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ถึง พันธมิตรยุโรป แคนาดา สหภาพยุโรป จะไม่ยอมให้มีการขาดดุลการค้าอีกต่อไป เล่นแรง ถ้าแคนาดายอมเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จะไม่โดนเก็บภาษี พร้อมที่จะยุติ สงครามรัสเซีย–ยูเครน ด้วยการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ อาทิ ลดราคาน้ำมัน หรือ ถ้าประเทศไหนไม่เข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ จะเจอกับ มาตรการภาษีมหาโหด ทรัมป์กลับมาเที่ยวนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แน่นอน

วปรอ.355 – พล.อ.ชำนาญ พาสุนันท์ นัดเพื่อน วปรอ.355 มาร่วมงานเลี้ยงฉลองขึ้นปีใหม่พร้อมต้อนรับตรุษจีน โดยมี พล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์, พล.ร.อ.วสินธ์ สาริกะภูติ, วิทย์ รายนานนท์, ไพรัช บูรพชัยศรี และ สมชาย กรุสวนสมบัติ มาร่วมงานด้วย ที่ภัตตาคารโฮคิทเช่น วันก่อน.

เอ๊ะยังไง สำนักข่าวของเมียนมา รายงานว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.2023 รัฐบาลเมียนมาได้จับกุมและเนรเทศชาวต่างชาติ กว่า 55,000 คน ที่ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานในการก่ออาชญากรรมด้านการหลอกลวงทางโทรศัพท์ หรือ คอลเซ็นเตอร์ และ การพนัน กว่า 5 หมื่นคน ส่งกลับไป จีน มี ชาวเวียดนาม 1 พันคน คนไทย 600 คน ที่เหลือมาจากประเทศต่างๆ 25 ประเทศ ระบุ ผู้กระทำผิดไม่ใช่ชาวเมียนมา แต่เป็น ผู้ร้ายหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน และโทษว่า ไทย เป็นต้นตอ คอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังเฟื่องฟูอยู่บริเวณชายแดนขณะนี้……เฮ้อ

Gourmet & Cuisine อร่อยกับอาหารนานาชาติ Silver Dollar Pancakes ของ พล ตัณฑเสถียร และ 10 ร้านบรันช์ห้ามพลาด

องค์กรสุขภาวะ Well-being Organization โดย ดร.นพ.เจตน์ รัตนจีนะ จุดเริ่มต้นในการสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องกับการ บริหารจัดการองค์กรสุขภาวะ

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ กทม. จัดงานวันรวมน้ำใจ สู่เด็กไทยในชุมชนเขตแออัด ครั้งที่ 35 ในวันที่ 8-9 ก.พ.นี้ เพื่อมอบของขวัญปีใหม่ ทุนการศึกษา ให้เด็กยากจน เด็กในชนบทถิ่นทุรกันดาร จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคของขวัญปีใหม่ เป็นตุ๊กตา ของเด็กเล่น เครื่องเขียน เครื่องกีฬา เสื้อผ้า ข้าวสาร หรือเงินทุนการศึกษา โดยแจ้งบริจาคสมทบได้ที่มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ชุมชนวัดบางไส้ไก่ ซ.มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้าน สมเด็จเจ้าพระยา ถ.อิสรภาพ 15 หรือสอบถามที่ 0-2465-6165 ID Line 0632323874 โอนบริจาค บัญชีมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนวัดบางไส้ไก่ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 126 0 36151 2 ตามกำลังศรัทธา

ปฐมนิเทศ – เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาด เปิดโครงการปฐมนิเทศนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ ประจำปี 2568 โดยมี มณเฑียร ตันตกิตติ์, ทำนุ ตู้จินดา, แกรนท์ ฮีลลี่, โลรองต์ บูร์ชัวส์ และ สุชานนท์ มงคลธง ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมมณเฑียร วันก่อน.

เทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 27-29 ม.ค. ถือเป็นช่วงอันตรายจากอุบัติเหตุทางถนน จากพฤติกรรมเมาไม่ขับ มูลนิธิเมาไม่ขับ โดย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิฯ ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บริษัทวิริยะประกันภัย สสส. และภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุภาครัฐ ภาคเอกชน จัดทำโครงการ ตรุษจีนเมาไม่ขับ ด้วยการตั้งด่านจับแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่ เพื่อเป็นการเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนน ได้ร่วมจัดทำ เหรียญเทพเจ้ากวนอู จำนวน 9,999 เหรียญ ผ่านพิธีปลุกเสกจาก พระคณาจารย์จีนธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส แจกให้กับประชาชนผู้ที่เกิดปี มะเส็ง เป็นสิริมงคล เขียนชื่อนามสกุล จ่าหน้าซองถึงตัวเองติดแสตมป์ 5 บาท แนบสำเนาบัตรประชาชน ถึงมูลนิธิเมาไม่ขับ เลขที่ 21 ซ.สามัคคี 58 ถ.สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 หมดเขต 7 ก.พ.นี้

วันนี้ 11.30 น. พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกิฟฟารีน เปิดการประชุมสามัญประจำปี 2568 ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

ช็อปเพลิน – รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานเปิด “ห้างเซ็นทรัลบางรัก” ศูนย์กลางแห่งความสุขตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การช็อปปิ้ง โดยมี วิพุธ ศรีวะอุไร, พรพัน วัฒนสินธุ์, ณัฐธีรา บุญศรี และ รวิศรา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล บางรัก วันก่อน.
ตรุษจีน – ณัฐธีรา บุญศรี เปิดแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2025” ฉลองมหามงคลตรุษจีนปีมะเส็งกับหลากหลายกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟ พร้อมเวิร์กช็อปเสริมสิริมงคล จัดถึง 6 ก.พ. โดยมี ธาพิดา นรพัลลภ และ รวิศรา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

วันนี้ที่รอคอย! วู้ดดี้-โอ๊ต อิ่มใจจดทะเบียนสมรส หลังเคยจัดงานแต่ง 11 ปีที่แล้ว

วันนี้ที่รอคอย! วู้ดดี้-โอ๊ต อิ่มใจจดทะเบียนสมรส หลังเคยจัดงานแต่ง 11 ปีที่แล้ว

27 ม.ค. 2568 13:01 น.

วันนี้ที่รอคอย! วู้ดดี้-โอ๊ต อิ่มใจจดทะเบียนสมรส หลังเคยจัดงานแต่ง 11 ปีที่แล้ว

บทพิสูจน์รักแท้ที่ไม่จำกัดเพศอย่างแท้จริง! ของ วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา และ โอ๊ต อัครพล จับจิตรใจดล หลังจากที่เฝ้ารอมานาน ล่าสุด วู้ดดี้-โอ๊ต ได้จูงมือเข้าพิธีจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ และถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายทะเบียนจากสำนักงานเขตปทุมวัน ดำเนินการจดทะเบียนสมรส ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ

หลังจากที่ทั้งคู่ได้ยืนหยัดเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ และร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมร่วมเฉลิมฉลองหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นชาติแรกของอาเซียนที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมรองรับสิทธิเสรีภาพให้กับคนทุกเพศ โดยมี เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยคณะทำงานจากหลายภาคส่วนที่ช่วยผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายดนุพร ปุณณกันต์, นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร, อรรณว์ ชุมาพร (วาดดาว) ฯลฯ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางความยินดีของครอบครัว เพื่อนๆ เหล่าเซเลบดาราชื่อดัง ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

โดย วู้ดดี้-โอ๊ต กล่าวว่า วันนี้รู้สึกอิ่มใจมาก คนที่เรารักก็มารวมกันอยู่ตรงนี้ ความรักได้กระจายตัวออกไป ได้เป็นเราแบบ 100% มันไม่ใช่แค่เรื่องของเพศสภาพ มันเป็นความสมบรูณ์แบบของการสร้างครอบครัว สมรสเท่าเทียมเราใช้เวลาเดินทางมา 10 กว่าปี เรามาไกลมาก จากนี้ไปมันก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ความเหมาะสม มนุษย์ทุกคนในประเทศไทยวันนี้มีความเท่าเทียมกันหมดแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ทั้งโลกต้องมีคือการให้เกียรติ ยอมรับ และเข้าใจ

เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เราทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงานแบบส่วนตัว ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม และยังไม่มีกฎหมายรองรับ มาถึงวันนี้ที่ประเทศไทยเปิดกว้าง ยอมรับในความหลากหลายทางเพศทุกรูปแบบ นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ดังนั้น การแต่งงานในครั้งนี้ จึงถือเป็น perfectly married การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบ และถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ วู้ดดี้-โอ๊ต ขอร่วมฉลองพร้อมกับคู่รักทุกคู่ ที่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ชีวิตคู่ที่มั่นคง มีสิทธิในการสร้างครอบครัวโดยไม่จำกัดเพศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวการขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยจะเป็นแรงบันดาลใจให้อีกหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังรอคอยเสรีภาพ หันมาพิจารณาการรับรองสิทธิของชาว LGBTQIAN+ มากขึ้น เหมือนที่ประเทศไทยทำสำเร็จแล้วในวันนี้

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ไฮโซพก เขียนข้อความถึง ณัย-แต้ว ในวันแต่งงาน ต้อนรับน้องสะใภ้สุดอบอุ่น

ไฮโซพก เขียนข้อความถึง ณัย-แต้ว ในวันแต่งงาน ต้อนรับน้องสะใภ้สุดอบอุ่น

27 ม.ค. 2568 12:08 น.

ไฮโซพก เขียนข้อความถึง ณัย-แต้ว ในวันแต่งงาน ต้อนรับน้องสะใภ้สุดอบอุ่น

เป็นงานวิวาห์ที่อบอุ่นมากๆ สำหรับงานแต่งงานของนางเอกสาว แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ และนักธุรกิจหนุ่ม ณัย ประณัย พรประภา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีคนในครอบครัวตลอดจนเพื่อนๆ ผู้ใหญ่ คนรอบข้าง มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น

ด้านนักธุรกิจหนุ่ม พก ประธานวงศ์ พรประภา พี่ชายคนโตของณัย ก็ได้โพสต์ภาพบรรยากาศงานแต่งงานของ แต้ว-ณัย และเขียนแคปชั่นเป็นภาษาอังกฤษว่า “Congrats again you two. Here’s a morning engagement photo dump of this special morning. I couldn’t be happier for both of you. Welcome to our quirky family sister #pranainataphorn #picnicwithmonet”

ซึ่งแปลความหมายได้ว่า ยินดีกับทั้งคู่อีกครั้ง นี่คือภาพงานหมั้นหมายตอนเช้าในช่วงเช้าวันพิเศษแบบนี้ ฉันมีความสุขมากๆ ที่เห็นทั้งสองคนมีวันนี้ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวที่แปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใครของเรานะจ๊ะน้องสาวคนใหม่

โดยมีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีและส่งอีโมจิหัวใจเต็มไอจี ว่าแต่น้องชายก็สละโสดไปแล้ว เมื่อไรจะถึงคิว ไฮโซพก สละโสดบ้างน้า อิอิ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แพทริเซีย โพสต์ภาพแรก น้องแพทริค ลูกชาย โมเมนต์รวมตัว 4 คนพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

แพทริเซีย โพสต์ภาพแรก น้องแพทริค ลูกชาย โมเมนต์รวมตัว 4 คนพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

27 ม.ค. 2568 11:01 น.

แพทริเซีย โพสต์ภาพแรก น้องแพทริค ลูกชาย โมเมนต์รวมตัว 4 คนพ่อแม่ลูกสุดอบอุ่น

เป็นคุณแม่ลูกสองเรียบร้อยแล้ว สำหรับนางเอกสาว แพทริเซีย กู๊ด ที่ล่าสุดเพิ่งคลอดลูกคนที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา ณ รพ.เมดพาร์ค ซึ่งในครั้งนี้เจ้าตัวได้ลูกชาย และตั้งชื่อว่า น้องแพทริค งานนี้คุณสามีอย่างนักธุรกิจหนุ่ม โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ แฮปปี้สุดๆ

ล่าสุด แพทริเซีย กู๊ด ได้โพสต์ภาพแรกของลูกชายลงในอินสตาแกรม @patriciagood ซึ่งมีทั้งภาพ 3 คนพ่อแม่ลูก และภาพเดี่ยวที่เห็นความน่ารักของลูกชายแบบเต็มๆ เขียนแคปชั่น “He’s here! Welcome to the family baby Patrick พาน้องแพทริคมาแนะนำตัวครับ ไม่แน่ใจว่าคนนี้เหมือนคุณพ่อหรือคุณแม่มากกว่ากัน” 

ก่อนจะโพสต์คลิปสุดน่ารัก น้องแพทริคนอนยิ้ม เห็นลักยิ้มชัดมาก เรียกว่าได้มาจากคุณแม่แบบเต็มๆ จากนั้นนางเอกสาวก็โพสต์ภาพครอบครัว 4 คนพ่อแม่ลูกพร้อมหน้า โดยมี น้องเอลิเซีย ลูกสาวคนโต มาร่วมถ่ายภาพด้วย เขียนแคปชั่นสั้นๆ “Officially a family of four” 

ส่องคอมเมนต์ก็มีเพื่อนๆ ในวงการรวมถึงแฟนๆ ที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน้องแพทริคน่ารักมาก พร้อมทั้งส่งอีโมจิหัวใจรัวๆ และแสดงความยินดีมากมายเต็มไอจีเลยทีเดียว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม