‘รักฉันผูกพันเขา’ ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

'รักฉันผูกพันเขา' ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

23 ม.ค. 2568 19:32 น.

‘รักฉันผูกพันเขา’ ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน

“รักฉันผูกพันเขา” ซิงเกิลใหม่จาก เติร์ด ลภัส สะท้อนหัวใจที่ต้องเลือกระหว่างรักและผูกพัน “เจ็บที่เธอมารักฉัน แต่ยังผูกพันกับเขา”

ซิงเกิลที่ 2 ของเติร์ด ลภัส (THIRD) กับเพลง “รักฉันผูกพันเขา (Leave Me Alone)” ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ซับซ้อนของความรักเมื่อ “หัวใจ” ต้องเลือกทางระหว่าง ความรัก กับ ความผูกพัน บทเพลงนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดยโปรดิวเซอร์มือทอง เอฟู ณรงค์ศักดิ์ และเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายของ ก๊อป โปสการ์ด ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทั้ง 2 ท่านอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันมาหลายปี

โดย Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดจากความใกล้ชิด แต่เมื่อรู้ว่าความผูกพันกับอดีตยังไม่จางหาย จึงเกิดคำถามที่ทำให้คุณต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ซึ่งใน Music Video เพลงนี้ได้ พีพี ปุญญ์ปรีดี มาร่วมถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวละครที่จะทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปว่าหากเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง ‘ความรัก’ หรือ ‘ความผูกพัน’?

สามารถรับชม Music Video ได้ทาง Youtube : THIRD และสามารถฟังเพลงได้ผ่านทุก Streaming Platform

อากาเซ่เล่นใหญ่ จัดเต็มให้สมศักดิ์ศรี ฉลอง GOT7 คัมแบ็ก ขึ้นจอใหญ่ใจกลางกรุง

อากาเซ่เล่นใหญ่ จัดเต็มให้สมศักดิ์ศรี ฉลอง GOT7 คัมแบ็ก ขึ้นจอใหญ่ใจกลางกรุง

23 ม.ค. 2568 18:56 น.

อากาเซ่เล่นใหญ่ จัดเต็มให้สมศักดิ์ศรี ฉลอง GOT7 คัมแบ็ก ขึ้นจอใหญ่ใจกลางกรุง

ขึ้นชื่อว่าเป็นไทยแลนด์แดนเมียหลวง งานนี้บอกเลยว่าจะมาแผ่วมาอ่อมมันไม่ได้ ต้องจัดให้ยิ่งใหญ่อลังการให้สมกับที่รัก GOT7 แบบสุดหัวใจ เพราะอากาเซ่ไทยร่วมกันฉลองการคัมแบ็กของหนุ่มๆ GOT7 แบบยิ่งใหญ่ กับโปรเจกต์พิเศษ GOT7 HEPTAGON บนจอยักษ์ LED ที่ MBK CENTER BILLBOARD แบบ 7 วัน 7 คืน เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของหนุ่มๆ ซึ่งโปรเจกต์พิเศษนี้จะขึ้นจอตั้งแต่วันที่ 23-29 มกราคม 2025 เวลา 10.00 – 21.00 น.

อากาเซ่คนไหนว่างก็ไปถ่ายรูปถ่ายคลิปได้ตามวันและเวลา พร้อมติดแฮชแท็กเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า GOT7 คัมแบ็กแล้วจ้า และให้โลกรู้ว่าไทยแลนด์แดนเมียหลวงจัดเต็มแบบจุกๆ เพื่อ GOT7 ขนาดไหน  

ใบเตย อาร์สยาม มรสุมชีวิตที่เจ็บปวด สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในวันที่เลวร้าย (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2835951

23 ม.ค. 2568 18:30 น.

ใบเตย อาร์สยาม มรสุมชีวิตที่เจ็บปวด สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในวันที่เลวร้าย (คลิป)

  • มรสุมลูกใหญ่ที่ไม่เคยตั้งรับ มีพลังความเป็นแม่สู้เพื่อก้าวข้ามผ่าน รักษาชีวิตไปเจอหน้าลูก
  • ระหว่างเผชิญมรสุม เจอความสูญเสียที่เจ็บปวด คนสำคัญในครอบครัวจากไปตลอดกาล
  • ความในใจถึงน้องเวทมนต์ ลูกสาว คนที่เชื่อมโยงทุกอย่างให้กลับมาเป็นบ้านที่มีความสุข

รายการ “THE STORY OF…” ยูทูบแชนแนล THAIRATH Online Originals สัปดาห์นี้ พูดคุยกับลูกทุ่งสั้นเสมอหู ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม กับมรสุมชีวิตที่โหมกระหน่ำ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในวันที่เลวร้าย จนมาสู่อิสรภาพที่รอคอย

แต่ในระหว่างที่เผชิญมรสุม ก็ต้องพบกับความสูญเสียที่เจ็บปวด เมื่อคนสำคัญที่เหมือนเป็นคนในครอบครัวจากไปตลอดกาล… แม้จะเสียใจแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับความจริง และก้าวเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง พร้อมเผยความในใจถึง น้องเวทมนต์ ลูกสาว คนที่เชื่อมโยงทุกอย่างให้กลับมาเป็นบ้านที่มีความสุข

วันที่เจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่ 

เราย้อนถามถึงชีวิตของใบเตย จากคนที่เคยประสบความสำเร็จมากๆ ในวงการเพลง มีชีวิตที่ดีมาตลอด แต่พอมาวันหนึ่งกลับต้องเจอมรสุมลูกใหญ่ ถูกฟ้องในคดี FOREX-3D และต้องเข้าเรือนจำทันทีในวันที่ 9 พ.ค. 2566 พร้อมกับสามี ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา ตอนนั้นตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง ซึ่ง ใบเตย บอกว่า “ไม่เคยได้ตั้งรับกับอะไรเลย ทุกอย่างถาโถมมาแบบที่เราไม่ทันตั้งรับกับอะไรเลยค่ะ แต่ใบเตยก็รู้สึกว่า สุดท้ายแล้วอะ เราก็ต้อง… เมื่ออะไรที่เกิดขึ้นแล้ว ใบเตยจะมองว่าสิ่งนั้นดีเสมอ” 

กับคำถามว่าในวันที่เกมชีวิตพลิกแบบไม่ทันตั้งตัว ต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทำอย่างไรกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในเวลานั้น นักร้องสาวบอกว่า “ใบเตยก็เหมือนคนทั่วไปที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เราทำได้คือ เราต้องมองไปข้างหน้า เรายังมีลมหายใจ เพราะฉะนั้นคำเดียวในชีวิตก็คือเราต้องสู้ค่ะ ก็ต้องสตรองตามที่ทุกคนบอกเลย เข้มแข็งเท่านั้น มีสติเท่านั้น ไม่เข้มแข็งก็คือตาย ไม่มีสติก็คือตาย”

สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในวิกฤติชีวิต

ในวันที่ต้องเข้าสู่เรือนจำ แน่นอนว่าคนเราในช่วงเวลานั้นนั้นเกิดความคิดต่างๆ ฟุ้งอยู่ในใจมากมาย เมื่อถามใบเตยว่าในตอนนั้นใช้อะไรเหนี่ยวนำใจตัวเอง ทำให้ใจเราสงบลง ให้ผ่านไปแต่ละวันได้ ใบเตย เผยว่า พลังความเป็นแม่นี่แหละที่สู้เพื่อก้าวข้ามผ่านทุกอย่าง ต้องรักษาชีวิตไปเจอหน้า น้องเวทมนต์ ลูกสาว ให้ได้

“พลังความเป็นแม่ ความแข็งแกร่งของคนที่เป็นแม่คนค่ะ มันสู้เพื่อให้ทุกอย่างก้าวข้ามผ่านได้ / คำเดียวเลยคือ ต้องรักษาชีวิตไปเจอหน้าลูกให้ได้ ถามว่ามีอะไรที่เราคิดถึงเกี่ยวกับลูกในเวลานั้น หนูมีๆ เหมือนมีเขาอยู่ในหัว มีหน้าเขาอยู่ในหัว ก่อนนอนต้องนึกถึงหน้าเขาแล้วถึงจะหลับ ต้องให้ได้คิดถึงหน้าเขา” และเมื่อถามถึงสิ่งที่กังวลที่สุดในชีวิต ใบเตยตอบทันที “การที่ไม่ได้เจอลูก การที่จะไม่ได้เห็นลูกหรือเจอหน้าลูกอีกต่อไป อันนั้นคือสิ่งที่หนักที่สุด มันเหมือนเราพลัดพรากน่ะค่ะ” 

ส่วนกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย นักร้องสาวบอกว่าสวดมนต์ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่เคยทำ แต่พอเข้าไปอยู่ในเรือนจำ การสวดมนต์เป็นกิจกรรมที่เธอทำเป็นประจำทุกวันก่อนนอน “สวดมนต์ นั่งสมาธิทุกคืนก่อนนอน สวดเอ่อ…เขาเรียกบทของพระพุฒาจารย์โต สวดทุกวันค่ะ เป็นบทที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับผู้หญิงทุกคนในนั้น ก็ใช้ตรงนี้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่พึ่งก่อนนอนค่ะ”

วันที่ได้รับอิสรภาพ

แม้มรสุมชีวิตจะพัดโหมกระหน่ำแค่ไหน แต่สุดท้ายพายุก็มีวันสิ้นสุด ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ชีวิตของใบเตยคืนสู่อิสรภาพอีกครั้งเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา หลังถูกคุมขังนานกว่า 6 เดือน 6 วัน โดยศาลพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมตีราคาประกัน 5,000,000 บาท ยึดหนังสือเดินทางและให้สวมกำไล EM และล่าสุดศาลยกฟ้องคดีของเธอและ ดีเจแมน เมื่อ 26 ธ.ค. 2567 และถอดกำไล EM เรียบร้อยแล้ว

เราถามถึงวันที่อิสรภาพที่รอคอยกลับคืนมา ได้อยู่กับครอบครัวอีกครั้ง ได้กลับมาทำงานเพลงที่รักอีกครั้ง ความรู้สึกแรกในตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ใบเตยบอกว่า “ก็เหมือนฝัน เกินฝัน บางที ณ วันนี้ยังตกใจว่าเออ…ฉันได้กลับมาอยู่ตรงนี้แล้ว และก็รู้สึกว่าทุกลมหายใจตอนนี้มันก็คงจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด และก็อยากใช้เวลาตรงนี้ทดแทนสิ่งที่เคยหายไปทั้งหมดกับลูกและครอบครัว และหันกลับมาให้ความสำคัญกับคนที่รักเรา และเรารักเขาที่สุด”

พลังความรักของพ่อแม่

จากเรื่องราวมรสุมชีวิตที่เกิดขึ้น แน่นอนว่ากว่าใบเตยจะผ่านเรื่องราวร้ายๆ ในชีวิตไปได้ ส่วนหนึ่งก็คือกำลังใจที่สำคัญจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะกำลังใจจาก คุณพ่อสุรศักดิ์ ทวีสิน และ คุณแม่วันเพ็ญ ทวีสิน คุณพ่อคุณแม่ของใบเตย ที่เจ้าตัวบอกว่าชีวิตคงพังทลายกว่านี้ ถ้าตนไม่มีพ่อแม่อยู่ข้างๆ

“พ่อแม่ใบเตยก็เหมือนใบเตย ณ วันนี้ ลูกเจ็บปวดแค่ไหน เป็นทุกข์แค่ไหน หรือเจออะไรก็ตาม / เขาแบบเจ็บปวดสุดๆ ในวันที่รู้ว่าลูกสาวต้องพลัดพรากจากเขาเหมือนกัน เขามีความรู้สึกที่ไม่ต่างจากใบเตยรู้สึกกับเวทมนต์ ณ วันนั้น คุณพ่อคือคนที่มาเยี่ยมทุกวัน คุณแม่ก็มาเยี่ยมตลอด อยู่เคียงข้างตลอด 

มันคือความรักที่…หนูว่าเขาก็ตายแทนเราได้ทั้งหมดถ้าเขาทำได้ เอาจริงๆ หนูว่าวันที่เราจะแย่ที่สุด คือวันที่หนูสูญเสียพ่อกับแม่หนูแน่นอน คือชีวิตหนูน่าจะมีอะไรที่มันแย่มากกว่าที่ผ่านมา ก็คือการสูญเสียคนที่เรารักที่สุด ชีวิตคงพังทลายกว่านี้มาก ถ้าหนูไม่มีพ่อกับแม่หนู”

น้องลุกซ์ ผู้นำครอบครัวที่เข้มแข็ง

อีกหนึ่งคนสำคัญในครอบครัวที่ขาดไม่ได้ คือ ลุกซ์ ชาญวิทย์ ทวีสิน น้องชายคนเดียวของใบเตย ที่ยืนเคียงข้างพี่สาวทุกสถานการณ์ชีวิต ซึ่งในช่วงที่เกิดคดีความ ลุกซ์กลายเป็นผู้นำครอบครัวที่เข้มแข็ง ออกมาดูแลทุกอย่างในครอบครัวด้วยตัวคนเดียว ในขณะที่ลุกซ์ก็เจอเรื่องทุกข์ที่สุด คือการจากไปของ พี่ภูมิ แฟนหนุ่มที่คบกันมานานนับสิบปี แต่ยังโชคดีที่มีน้องเวทมนต์ที่เหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจ

“ตอนที่อยู่ในนั้นเกิดเรื่อง ลุกซ์ออกมาดูแลทุกอย่างคนเดียว และลุกซ์ก็ทำทุกอย่างได้ดี ในขณะที่ตัวลุกซ์เองน่ะสูญเสียทุกอย่างไปตลอดกาล มันคงไม่ง่าย แต่ลุกซ์จะบอกกับใบเตยเสมอว่าเพราะเขาโชคดีที่มีหลาน ที่เป็นน้ำเลี้ยงหล่อเลี้ยงหัวใจเขา คือชีวิตหนูที่ผ่านมา ตั้งแต่เกิดเรื่องมา คนเดียวเลยที่ช่วยเหลือหนูและอยู่กับหนูทุกวินาทีคือลุกซ์”

เมื่อถามว่าวันที่ใบเตยกลับมาเจอกับลุกซ์อีกครั้ง ฮีลลิ่งกันและกันยังไงบ้าง ใบเตยบอกว่า “เดือนแรกลุกซ์ยังตัดสินใจอยู่กับหนูอยู่ เพราะกลัวพี่สาวจะเหงา ก็จะกอดกันทุกคืน กอดกันร้องไห้ทุกวัน แค่มองตาก็รู้ใจ แค่มองตาก็รู้แล้วว่าเธอต้องการอะไร ฉันต้องการอะไร อย่างหนูก็จะรู้ว่าบางทีขับรถผ่านที่ที่แฟนน้องลุกซ์เขาประสบอุบัติเหตุ เรารู้แล้วว่าน้องต้องร้องไห้แน่ๆ เราก็จะจับมือเขา”

ความสูญเสียที่เจ็บปวด

เมื่อถามถึงการจากไปตลอดกาลของ พี่ภูมิ แฟนหนุ่มของลุกซ์ ซึ่งเปรียบเสมือนคนสำคัญในครอบครัวของใบเตย มาถึงตรงนี้ ใบเตย บอกว่า “มันก็หนัก ก็เป็นเรื่องที่เจ็บปวด” ก่อนจะร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมทั้งเล่าถึงเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้ว่า “มันมีเรื่องที่หลายๆ คนไม่เคยรู้ว่าเราเจ็บปวดมากขนาดนี้ เพราะว่าคู่หนูกับคู่ลุกซ์คบมาพร้อมกัน ปีนี้คือปีที่ 13 แล้วพี่แมนกับพี่ภูมิเกิดเดือนเดียว ปีเดียวกัน อายุเท่ากัน แล้วคนนึงก็คือจากตาย คนนึงก็คือจากเป็น 

เราสูญเสียหนักมาก หนูเจ็บปวดมาก เหมือนเป็นความเจ็บปวดที่ซ้ำซ้อนสุดๆ ในขณะที่วันที่เราเจอคดี แล้วต้องเข้าไปอยู่ในนั้น แล้วเรามารู้ว่า… หัวใจของเราอีกดวงนึงในครอบครัวได้แบบ…จากไปตลอดกาล ไม่มีๆ… เขาเรียกว่าไม่มีวันทำใจได้อีกเลย ครอบครัวเราไม่เคยเจอการสูญเสีย อันนี้คือการสูญเสียที่แบบ…ที่สุด แต่ใบเตยก็เชื่อว่ามันก็คงเป็นแบบ… สิ่งที่ทำให้เราน่าจะสตรองในวันต่อๆ ไปที่เราอาจจะสูญเสียมากกว่านี้ ณ วันนี้กลัวมาก กลายเป็นหลอนมาก ถ้ารู้ว่าญาติจะเสียหรืออะไรอย่างเงี้ย”

เมื่อถามว่าหากพี่ภูมิได้ฟังอยู่ อยากบอกอะไรกับเขา ใบเตย ตอบว่า “ก็จะบอกว่าคิดถึงมากค่ะ จะบอกว่าเขาเป็นคนดี คนดีมากๆ ในชีวิต ครอบครัวหนูโชคดีมากที่…ที่ได้เจอพี่ภูมิ น้องลุกซ์โชคดีมากที่ครั้งนึงเคยได้แบบ…รักเขา และได้เลือกรักคนที่ดีมากๆ”

น้องเวทมนต์ คนที่เชื่อมโยงความสุข

อีกหนึ่งกำลังใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของ ใบเตย คือ น้องเวทมนต์ ลูกสาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเธอในวันที่มรสุมร้ายๆ พัดผ่านมาในชีวิต เป็นเหมือนโลกทั้งใบของทุกคนในครอบครัว คนที่เชื่อมโยงให้ทุกอย่างกลับมาเป็นบ้านที่มีความสุข

“กับเวทมนต์เหรอคะ เขาคือ my world โลกทั้งใบของทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่เรา เขาคือคนที่เชื่อมโยงทุกอย่าง ให้ทุกอย่างกลับมาเป็นบ้านที่…มีความสุข การที่ได้กลับมาเจอเขามันเหมือน…ความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากที่อื่น บางทีแค่ได้ยินคำว่าแม่เตยๆ อย่างเนี้ย ในความเป็นแม่อะ โคตรดีใจแล้วนะคะ แต่บางทีมันมีคำว่าแม่เตยสวย แม่เตยทำงานเก่ง แค่นี้ก็รู้สึกว่าแบบ…ทัชใจเรามากแล้ว อ้อมกอดจากเขาในวันที่แบบ โห…เหนื่อยมากเลยอะไรเงี้ยค่ะ เรารู้สึกว่าการเลี้ยงคนคนนึงมา เราไม่ต้องการให้เขาเก่งที่สุดหรือดีที่สุดเลย แค่เขาสามารถเอาตัวรอดได้ในวันที่บางทีไม่มีเราอยู่ ทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง”

เมื่อถามว่าลูกสาวเหมือนแม่ตรงไหนบ้าง ใบเตยยิ้มก่อนตอบว่า “โห…มีแต่คนบอกว่าเหมือนทุกตรง DNA แหละ คือหลักๆ กิริยาท่าทาง เขาเห็นทุกอย่างจากเราหมดอยู่แล้ว เราคือภาพสะท้อนของเขาน่ะค่ะ ช่วงนี้เริ่มร้องเพลงได้แล้ว เริ่มแบบพูดรู้เรื่อง เริ่มพูดเป็นคำ เข้าใจภาษา เข้าใจความหมายของภาษา ของความรู้สึกนั้นๆ เขาก็จะเริ่มถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงเพลงได้แล้ว เราก็ดีใจมาก แต่ใบเตยอยากให้เป็นธรรมชาติของเขาค่ะ ไม่ได้อยากไปกะเกณฑ์ว่า อุ๊ย! เขาร้องเป็นเพลงเป็นแล้ว เราจะต้องส่งเขาเรียนร้องเพลง ไม่ๆ ใบเตยว่าถ้าเขาอยากทำอะไร หรืออยากมีอะไรที่เขาชอบ เขาจะบอกเราเอง”

ความในใจจากคนเป็นแม่

เมื่อถามถึงสิ่งที่กังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับลูก ใบเตย บอกว่า กังวลถึงเรื่องตัวเองมากกว่าว่าจะเป็นแม่ที่ดีให้กับเขาได้มากน้อยแค่ไหน “ณ วันนี้เอาจริงๆ ใบเตยจะเป็นห่วงตัวเองมากกว่าที่ไม่รู้ว่าจะเป็นแม่ที่ดีให้เขาได้แค่ไหน ถึงกับต้องซื้อหนังสืออ่าน ว่าการเลี้ยงลูกให้ลูกแบบ…รักเสียงเพลง ให้ลูกไม่เกรี้ยวกราด ให้ลูกไม่พูดหยาบ เขามีแม่ที่เป็นคนมีชื่อเสียง จะเลี้ยงยังไงให้เขาเติบโตมาในวันที่อะไรหลายๆ อย่างมันไม่สมบูรณ์แบบ ใบเตยจะเชื่อเสมอว่า ถ้าแม่มีความสุข ลูกก็จะมีความสุข จะบอกตัวเองอย่างนี้ตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว”

พอถามว่าอยากบอกอะไรกับลูกสาวคนนี้ไหม นักร้องสาวเผยว่า “เขาคือสิ่งที่แบบ…มีความหมายกับเรามากที่สุดค่ะ เป็นหัวใจ เป็นโลกทั้งโลกของเราอะ บางทีออกมาทำงานก็คิดถึงเขา บางทีในความเป็นมนุษย์แม่ เราต้องทำงานด้วย แม่ทุกคนอยากเลือกเลี้ยงลูกไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว แต่พาร์ตชีวิตบางคนมันไม่สามารถใช้เวลากับลูกได้เต็มที่ ฉะนั้นอยากให้ลูกรู้ว่า แม่อยากอยู่กับลูกตลอดเวลา ไม่เคยอยากทิ้งหรือห่างหายไปไหน เรารักลูกที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดค่ะ”

นิยามชีวิต “ใบเตย อาร์สยาม”

จากมรสุมชีวิตต่างๆ ที่ผ่านมา เมื่อถามว่าจะนิยามชีวิตความเป็นใบเตย อาร์สยาม อย่างไร นักร้องสาวหัวเราะก่อนตอบว่า “ก็เป็นตามที่สมญานามเลย เป็นนักร้องสุดสตรอง เป็นลูกทุ่งนุ่งสั้นสุดสตรอง สตรองที่สุดแล้วแหละ ไม่มีใครสตรองได้มากกว่านี้แล้ว (หัวเราะ) คือบางคนอาจจะมองว่าเราเป็นแมว 9 ชีวิตเนอะที่ผ่านมา ตอนนี้ให้ 20 ชีวิตเลย (ยิ้ม) สำหรับความเป็นใบเตย มันคือชีวิตแบบอินฟินิตี้ไปเลยอ่ะ แต่สุดท้ายเราต้องเข้มแข็งกับทุกอย่างที่จะต้องเจอในอนาคต และไม่ประมาทกับสิ่งที่ต้องเจอในอนาคต แค่นั้นเลยค่ะ”

จากนั้น ใบเตย พูดถึงแฟนๆ ของเธอที่ยังคงอยู่เคียงข้างและเชื่อมั่นในตัวเธอเสมอ “ขอบคุณมากๆ ขอบคุณสำหรับทุกความรักที่ยังมีให้กับผู้หญิงคนนี้ ไม่ว่าอะไรจะถาโถมหรือว่าทุกคนที่รักเราจะไปเจอหรือได้ยินพบอะไรมา แต่วันนี้ยังเชื่อมั่นที่จะรัก และ…เขาเรียกว่ายังเชื่อมั่นในตัวใบเตย อาร์สยาม คนนี้ ใบเตยอยากขอบคุณทุกความรักมากๆ สำหรับแฟนเพลง แฟนคลับ ทุกคนที่โตมากับเรา”

ปิดท้ายการพูดคุย ใบเตยฝากผลงานกับแฟนๆ ว่า “ก็ฝากเพลง “TAD TAD” ด้วยนะคะ ซิงเกิลล่าสุดเลย วันนี้นอกจากรับหน้าที่นักร้องก็ยังเป็นแม่ค้าออนไลน์ด้วยนะคะ โดยการมีแบรนด์ของตัวเอง คือ BBOOTY Cosmetic ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

จีนประหารชีวิต มือมีดแทงแม่ลูกญี่ปุ่นบาดเจ็บ พนง.หญิงจีนเสียชีวิต

จีนประหารชีวิต มือมีดแทงแม่ลูกญี่ปุ่นบาดเจ็บ พนง.หญิงจีนเสียชีวิต

24 ม.ค. 2568 14:50 น.

จีนประหารชีวิต มือมีดแทงแม่ลูกญี่ปุ่นบาดเจ็บ พนง.หญิงจีนเสียชีวิต

ศาลจีนตัดสินประหารชีวิตมือมีดที่ก่อเหตุแทงสองแม่ลูกชาวญี่ปุ่นได้รับบาดเจ็บ และสังหารพนักงานรถรับส่งนักเรียนชาวจีนที่พยายามขัดขวาง

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ชายชาวจีนที่ทำร้ายแม่และลูกชาวญี่ปุ่นด้วยมีดและสังหารหญิงชาวจีนที่พยายามปกป้องพวกเขา ถูกตัดสินประหารชีวิต 

ศาลจีนกล่าวว่า โจว เจียเฉิง อายุ 52 ปี เป็นผู้ลงมือก่อเหตุเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2024 เนื่องจากเขาหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ หลังจากตกงานและมีหนี้สินจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนอกโรงเรียนญี่ปุ่นในเมืองซูโจวของจีน และเป็นหนึ่งในสามเหตุการณ์ที่ชาวต่างชาติถูกโจมตีในประเทศจีนเมื่อปีที่แล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทางการจีนได้ดำเนินการประหารชีวิตบุคคลสำคัญหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

โยชิมาสะ ฮายาชิ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวว่า ศาลตัดสินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็น “การฆาตกรรมโดยเจตนา” และลงโทษเนื่องจากอาชญากรรมดังกล่าว “ส่งผลกระทบทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ” กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า การพิจารณาคดีใช้เวลา 10 นาที และไม่มีการอ้างอิงถึงญี่ปุ่น และกล่าวเพิ่มเติมว่านายมาซารุ โอกาดะ กงสุลใหญ่ของญี่ปุ่น ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานกงสุลได้เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย

ฮายาชิกล่าวเสริมว่า อาชญากรรมดังกล่าวซึ่งคร่าชีวิตและบาดเจ็บแก่ผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเด็กด้วยนั้น “เป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้” เขายังกล่าวยกย่องนางหู โย่วผิง พนักงานประจำรถบัสชาวจีนที่ถูกนายโจวสังหาร ขณะพยายามปกป้องแม่ชาวญี่ปุ่นและลูกของเธอ

การโจมตีครั้งนี้ รวมถึงเหตุการณ์แทงเด็กนักเรียนชายชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในเมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำให้เกิดความกังวลในชุมชนชาวญี่ปุ่นในจีน

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี เหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้แสดงความคิดเห็นสั้นๆ ในงานแถลงข่าวประจำวันว่า คดีนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดี และเสริมว่าจีนจะดำเนินการเพื่อปกป้องความปลอดภัยของชาวต่างชาติในจีนเช่นที่เคยทำมาตลอด”

จีนกำลังเผชิญกับความรุนแรงในที่สาธารณะที่เพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อว่าผู้ก่อเหตุหลายคนมีความปรารถนาที่จะ “แก้แค้นสังคม” ซึ่งผู้ก่อเหตุมักจะใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่นเพื่อระบายความคับข้องใจ ปีที่แล้วมีเหตุโจมตีคนเดินถนนหรือคนแปลกหน้า 19 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขหลักเดียวในปีก่อนๆ

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ชายคนหนึ่งซึ่งก่อเหตุขับรถพุ่งชนคน จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 35 คน ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่นองเลือดที่สุดในประเทศในรอบ 10 ปี ถูกตัดสินประหารชีวิต ส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว ชายคนหนึ่งซึ่งสังหารคนไป 8 คน ในเหตุการแทงกันที่มหาวิทยาลัยของเขา ถูกตัดสินประหารชีวิต

ในเดือนมิถุนายน ชายชาวจีนคนหนึ่งแทงอาจารย์มหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ 4 คนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเมืองจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน รวมถึงชายชาวจีนคนหนึ่งที่พยายามเข้าไปขัดขวาง ในเดือนพฤษภาคม เกิดเหตุการณ์ใช้มีดแทงที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 21 คน

นอกจากนี้ เมื่อเดือนธันวาคม ชายคนหนึ่งซึ่งขับรถพุ่งชนกลุ่มเด็กและผู้ปกครองนอกโรงเรียนประถม ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 30 คน ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยรอลงอาญา.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งทำแผนเผยเอกสารลอบสังหาร JFK-มาร์ติน ลูเธอร์ คิง

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งทำแผนเผยเอกสารลอบสังหาร  JFK-มาร์ติน ลูเธอร์ คิง

24 ม.ค. 2568 13:13 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งทำแผนเผยเอกสารลอบสังหาร JFK-มาร์ติน ลูเธอร์ คิง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดทำแผนเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบสังหาร 3 บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ได้แก่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี, โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จัดทำแผนเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบสังหาร 3 บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ได้แก่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี, โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี และมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันพฤหัสบดี (23 ม.ค.) ว่า “หลายคนรอคอยเรื่องนี้มานานหลายปีและหลายทศวรรษ และทุกอย่างจะถูกเปิดเผย” โดยคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลนำเสนอแผนเปิดเผยเอกสารเหล่านี้ภายใน 15 วัน

ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือ เจเอฟเค ถูกลอบสังหารที่เมืองดัลลาส รัฐเท็กซัส ในปี 1963 ส่วนโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี หรือ อาร์เอฟเค พี่ชายของเขา ถูกลอบสังหารระหว่างลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 1968 เพียงสองเดือนหลังจากมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงที่สุดของอเมริกา ถูกลอบสังหารที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี

เอกสารจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนได้รับการเปิดเผยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าเอกสารอีกหลายพันฉบับยังคงถูกปกปิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีเจเอฟเคที่มีรายละเอียดซับซ้อน

ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ถูกยิงโดยนายลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ อดีตทหารนาวิกโยธินที่แปรพักตร์ไปยังสหภาพโซเวียต และเดินทางกลับสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา โดยคณะกรรมาธิการของรัฐบาลได้ตัดสินว่านายออสวอลด์ลงมือเพียงลำพัง

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ไม่มีคำตอบยังคงวนเวียนอยู่ในคดีนี้มาอย่างยาวนาน และทำให้เกิดทฤษฎีทางเลือกเกี่ยวกับการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐบาล มาเฟีย และบุคคลชั่วร้ายอื่นๆ รวมถึงทฤษฎีสมคบคิดที่แปลกประหลาดกว่านั้น ผลสำรวจความคิดเห็นตลอดหลายทศวรรษระบุว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าออสวอลด์เป็นมือสังหารเพียงคนเดียว

ในปี 1992 รัฐสภาได้ผ่านกฎหมายเปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนภายใน 25 ปี ทั้งรัฐบาลทรัมป์ในวาระแรก และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเจเอฟเคจำนวนมาก แต่เอกสารหลายพันฉบับจากทั้งหมดหลายล้านฉบับยังคงเป็นความลับบางส่วนหรือทั้งหมด

ทรัมป์สัญญาว่าจะเปิดเผยเอกสารทั้งหมดในการดำรงตำแหน่งวาระแรกของเขา แต่กลับไม่ทำตามสัญญาหลังจากที่เจ้าหน้าที่ซีไอเอ และเอฟบีไอ โน้มน้าวให้เขาเก็บเอกสารบางส่วนเป็นความลับ คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับวันนี้ระบุว่า การรักษาความลับอย่างต่อเนื่อง “ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์สาธารณะ”

เจฟเฟอร์สัน มอร์ลีย์ อดีตนักข่าววอชิงตันโพสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารเจเอฟเค และบรรณาธิการจดหมายข่าวออนไลน์ JFK Facts กล่าวว่า “การที่ประธานาธิบดีได้เขียนคำมั่นสัญญาลงบนกระดาษถือเป็นเรื่องดีในฐานะคำประกาศเจตนารมณ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญ” “แต่รายละเอียดและการนำไปปฏิบัติล้วนเป็นสิ่งสำคัญ กระบวนการนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ชัดเจนเลยว่าจะดำเนินการอย่างไร”

เอกสารที่เผยแพร่ล่าสุดได้เปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์รอบด้านที่เกี่ยวข้องการลอบสังหาร รวมถึงการติดตามนายออสวอลด์อย่างใกล้ชิดของซีไอเอ

ในปี 2023 พอล แลนดิส อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองวัย 88 ปี ซึ่งเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ลอบสังหารในระยะใกล้ กล่าวว่าเขาเก็บกระสุนจากรถได้หลังจากเจเอฟเคถูกยิง ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่ารายละเอียดดังกล่าว ทำให้เหตุการณ์ที่กระสุนนัดเดียวถูกทั้งประธานาธิบดี และผู้ว่าการรัฐเท็กซัส จอห์น คอนนัลลี ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนขบวนรถและรอดชีวิตจากการยิง มีความซับซ้อนมากขึ้น

นายมอร์ลีย์กล่าวว่า ข้อมูลใหม่ทำให้เกิดข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับทฤษฎีที่ว่านายออสวอลด์ลงมือเพียงลำพัง และคาดการณ์ว่าการเปิดเผยเอกสารที่แก้ไขทั้งหมดอย่างครบถ้วนอาจเพิ่มพูนความเข้าใจให้กับสาธารณชนได้อย่างมาก แต่เขากล่าวว่าอาจไม่มี “หลักฐานที่ชี้ชัด” และเจ้าหน้าที่ซีไอเอและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงคนอื่นๆ จะผลักดันให้รักษาความลับในระดับหนึ่ง

ในระหว่างพิธีลงนามที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้ขอปากกาที่เขาใช้ลงนามในคำสั่ง เพื่อมอบให้แก่โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ ซึ่งเป็นลูกชายของอาร์เอฟเค หลานชายของเจเอฟเค และเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเขาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเล่าเกี่ยวกับการลอบสังหารลุงของเขา รวมถึงโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี ผู้เป็นพ่อของเขามาเป็นเวลานานแล้ว

อาร์เอฟเคผู้พ่อ ถูกสังหารในห้องบอลรูมในลอสแองเจลิส โดยนายเซอร์ฮาน เซอร์ฮาน ชายชาวปาเลสไตน์ที่ไม่พอใจที่สหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอล อาร์เอฟเคผู้เป็นลูก ได้เคยพูดคุยกับนายเซอร์ฮานในเรือนจำ และระบุว่าเขาไม่เชื่อว่าเซอร์ฮานฆ่าพ่อของเขา แม้ว่าสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลเคนเนดีจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ถูกเจมส์ เอิร์ล เรย์ นักชาตินิยมผิวขาวยิงเสียชีวิต สมาชิกในครอบครัวคิงกล่าวหาว่าเรย์ไม่ได้ลงมือคนเดียวและเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสมคบคิดที่ใหญ่กว่านี้.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ตัดสินจำคุก 52 ปี เยาวชนอังกฤษวัย 17 สังหารเด็กหญิง 3 ศพ

ตัดสินจำคุก 52 ปี เยาวชนอังกฤษวัย 17 สังหารเด็กหญิง 3 ศพ

24 ม.ค. 2568 12:03 น.

ตัดสินจำคุก 52 ปี เยาวชนอังกฤษวัย 17 สังหารเด็กหญิง 3 ศพ

ศาลอังกฤษตัดสินจำคุกนายเอ็กเซล รูดาคูบานา วัย 17 ปี จากเมืองเซาท์พอร์ต อย่างน้อย 52 ปี ในข้อหาสังหารเด็กหญิง 3 คนอย่างโหดเหี้ยม ในเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศอังกฤษ

ศาลอังกฤษตัดสินจำคุกนายเอ็กเซล รูดาคูบานา วัย 17 ปี จากเมืองเซาท์พอร์ต อย่างน้อย 52 ปี ในข้อหาสังหารเด็กหญิง 3 คนอย่างโหดเหี้ยม ในเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศอังกฤษ หลังก่อเหตุแทงเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมฝึกซ้อมเต้นรำและโยคะแบบเทย์เลอร์ สวิฟต์ ในเมืองเซาท์พอร์ต เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ปีที่แล้ว

โดย ดญ.เอลซี ดอต สแตนคอมบ์ วัย 7 ขวบ, บีบี้ คิง วัย 6 ขวบ และอลิซ ดา ซิลวา อาเกียร์ วัย 9 ขวบ เสียชีวิต ขณะที่เด็กอีก 8 คน และผู้ใหญ่ 2 คน ได้แก่ลีแอนน์ ลูคัส หัวหน้าชั้นเรียนเต้นรำ และโจนาธาน เฮเยส นักธุรกิจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ชายวัย 18 ปีปฏิเสธที่จะเข้ามาในห้องพิจารณาคดี ขณะที่เขากำลังถูกตัดสินที่ศาลเมืองลิเวอร์พูล โดยก่อนหน้านี้เขาถูกย้ายออกจากศาลเนื่องจากมีพฤติกรรมก่อกวน ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องขอพบแพทย์

ก่อนหน้านี้ รายละเอียดของการก่อเหตุของนายรูดาคูบานา ถูกเปิดเผยต่อศาลเป็นครั้งแรก ซึ่งรวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดและกล้องหน้ารถจากนอกสตูดิโอเต้นรำฮาร์ต สเปซ และ มีการเปิดเผยว่าเหยื่อของรูดาคูบานาบางคนถูกแทงหลายสิบครั้ง โดยหลายคนถูกแทงด้วยแรงมากจนกระดูกหัก

ผู้พิพากษาจูเลียน กูส ตัดสินจำคุกนายรูดาคูบานาตลอดชีวิต โดยต้องจำคุกขั้นต่ำ 52 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกนานที่สุดเท่าที่เคยตัดสินให้ผู้ที่มีอายุเท่าเขาต้องโทษ ผู้พิพากษากล่าวว่าเขาจะได้รับการปล่อยตัวก็ต่อเมื่อคณะกรรมการพิจารณาคดีก่อนกำหนดเชื่อว่าฆาตกรไม่ใช่ภัยคุกคามต่อสาธารณชนอีกต่อไป แต่เขากล่าวเสริมว่า”มีแนวโน้มว่าเขาจะไม่ได้รับการปล่อยตัว และเขาจะต้องถูกคุมขังตลอดชีวิต” ซึ่งหมายความว่าเขาจะไม่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ เนื่องจากเขาจะมีอายุครบ 18 ปีอีกเพียง 9 วัน ขณะที่เขาก่อเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมปีที่แล้ว

ทั้งนี้ วัยรุ่นรายนี้ซึ่งมีอายุ 17 ปีขณะก่อเหตุ จะอายุเกือบ 70 ปีก่อนที่จะได้รับการพิจารณาปล่อยตัว

รูดาคุบานาถูกตัดสินจำคุกในข้อหาฆาตกรรม 3 กระทง พยายามฆ่า 10 กระทง ผลิตสารไรซินซึ่งเป็นสารพิษทางชีวภาพ 1 กระทง และครอบครองคู่มือการฝึกอบรมของกลุ่มอัลกออิดะห์ 1 กระทง ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติต่อต้านการก่อการร้าย

ในศาล สมาชิกในครอบครัวของเหยื่อต่างหลั่งน้ำตา ขณะที่ศาลเผยแพร่ภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นเด็กหญิงจำนวนมากกรีดร้องและวิ่งหนีออกจากสตูดิโอเต้นรำ เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนายรูดาคูบานา เข้ามาในเวลา 11.45 น. หรือเพียง 15 นาทีก่อนที่ผู้ปกครองจะเดินทางมารับเด็กๆ ขณะที่เด็กหญิง 26 คน กำลังรวมตัวกันทำสร้อยข้อมือ เมื่อนายรูดาคูบานาปรากฏตัวที่ประตูทางเข้าในชุดคลุมศีรษะและถือมีดยาว 20 ซม.

ตำรวจเชื่อว่าเขาอาจเลียนแบบวิธีการก่อเหตุ จากคู่มือการฝึกอบรมของกลุ่มอัลกออิดะห์ที่เขายอมรับว่ามีไว้ในครอบครอง เชื่อกันว่าเขายังใช้มันเพื่อพยายามทำสารพิษไรซินด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธเคมีสรุปว่า สารไรซินที่พบในห้องนอนของรูดาคูบานามีพิษ แต่ไม่มีหลักฐานว่าเคยใช้

ศาลได้รับแจ้งว่าเขาซื้อเมล็ดละหุ่งซึ่งเป็นส่วนผสมที่ใช้ทำสารพิษในปริมาณที่มากพอที่จะสูดดมสารพิษได้ถึง 12,000 ครั้ง หากเขากลั่นจนเสร็จตามกระบวนการ.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก กำลังพุ่งชนเกาะห่างไกลของอังกฤษ

ภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก กำลังพุ่งชนเกาะห่างไกลของอังกฤษ

24 ม.ค. 2568 10:48 น.

ภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่สุดในโลก กำลังพุ่งชนเกาะห่างไกลของอังกฤษ

นักวิทยาศาสตร์เผย ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังจะพุ่งชนเกาะห่างไกลแห่งหนึ่งของอังกฤษในอีก 2-4 สัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้เพนกวินและแมวน้ำนับล้านตกอยู่ในอันตรายได้

นักวิทยาศาสตร์และชาวประมงทั่วโลกต่างจับตาดูภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อติดตามการเคลื่อนตัวในแต่ละวันของ “A23a” ภูเขาน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังพบว่ามันกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่อาจพุ่งชนเกาะเซาท์จอร์เจีย เกาะห่างไกลของอังกฤษที่เต็มไปด้วยสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะเพนกวินและแมวน้ำและนกทะเล ภายใน 2-4 สัปดาห์นี้

ปัจจุบันภูเขาน้ำแข็งอยู่ห่างจากเกาะราว 280 กิโลเมตร โดยหากเกิดการพุ่งชน ภูเขาน้ำแข็งอาจแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและอาจปิดพื้นที่ในการหาอาหารของพวกมัน หรือทำให้มันต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่ออกไปหาอาหารซึ่งจะส่งผลให้ลูกเพนกวินจักรพรรดิ ลูกแมวน้ำช้าง และลูกแมวน้ำขนปุยจำนวนนับไม่ถ้วนล้มตายจากการขาดอาหาร

ภูเขาน้ำแข็ง A23a แตกออกจากแผ่นน้ำแข็งฟิลช์เนอร์ในแอนตาร์กติกาเมื่อปี 1986 ก่อนหน้านี้เคยติดอยู่ในกระแสน้ำวนของมหาสมุทร จนเมื่อเดือน ธ.ค. 2024 ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ก็หลุดออกมา และกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว

ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้เคยมีพื้นที่ 3,900 ตารางกิโลเมตร แต่ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดแสดงให้เห็นว่า มันกำลังละลายลงอย่างช้า ๆ จนปัจจุบันมีขนาดเหลือประมาณ 3,500 ตารางกิโลเมตร

ก่อนหน้านี้ในปี 2004 มีภูเขาน้ำแข็ง A38 ลอยมาเกยหิ้งทวีป ทำให้ลูกเพนกวินและลูกแมวน้ำตายเกลื่อนอยู่บนชายหาด เนื่องจากก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ปิดกั้นไม่ให้พวกมันเข้าไปในแหล่งอาหารเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเมื่อทวีปแอนตาร์กติกาเผชิญอุณหภูมิของมหาสมุทรและอากาศที่อุ่นขึ้น แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่จำนวนมากจะแตกออกมา และเมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย จะทำให้สารอาหาร สารเคมี และแพลงก์ตอนที่ถูกแช่แข็ง ละลายลงในน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้องค์ประกอบของน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไป.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ภูเขาน้ำแข็ง

ทนแรงกดดันไม่ไหว พิธีกรดังของญี่ปุ่น ขอลาวงการกรณีข่าวฉาวล่วงละเมิดทางเพศ

ทนแรงกดดันไม่ไหว พิธีกรดังของญี่ปุ่น ขอลาวงการกรณีข่าวฉาวล่วงละเมิดทางเพศ

24 ม.ค. 2568 10:08 น.

ทนแรงกดดันไม่ไหว พิธีกรดังของญี่ปุ่น ขอลาวงการกรณีข่าวฉาวล่วงละเมิดทางเพศ

พิธีกรโทรทัศน์ชาวญี่ปุ่น มาซาฮิโระ นาคาอิ พิธีกรคนดังของประเทศ ประกาศลาออกจากวงการแล้ว หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการบันเทิงญี่ปุ่น

นายมาซาฮิโระ นาคาอิ พิธีกรโทรทัศน์ชาวญี่ปุ่น ประกาศลาออกจากวงการแล้ว หลังจากมีกระแสกดดันอย่างหนักจากข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ผู้หญิงคนหนึ่งในงานเลี้ยงอาหารค่ำของเจ้าหน้าที่เมื่อปี 2023

หลังจากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย บริษัทหลายแห่งได้ถอนโฆษณาออกจากสถานีโทรทัศน์ฟูจิทันที ทั้งบริษัทรถยนต์อย่างนิสสัน และโตโยต้า รวมถึงบริษัทค้าปลีก Seven & I Holdings ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เนื่องจากมองว่าเจ้าหน้าที่ของสถานีพยายามปกปิดเรื่องอื้อฉาวนี้

นายนาคาอิออกมายอมรับว่าเขาล่วงละเมิดผู้หญิงคนดังกล่าวจริง แต่ยืนยันว่าเขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงคนนั้น และเมื่อวันที่ 9 มกราคม เขาได้เจรจาค่าเสียหายกับหญิงสาวคนดังกล่าว จนมีการยอมความกันแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่ได้ช่วยลดกระแสความไม่พอใจของประชาชนแต่อย่างใด

ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดี นาคาอิได้กล่าวว่า “เขาเสียใจอย่างยิ่งที่ทำให้หลายคนเดือดร้อนและสูญเสีย และขอโทษจริง ๆ ที่ต้องมากล่าวอำลาในลักษณะนี้”

การลาออกของเขาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากประธานสถานีโทรทัศน์ฟูจิ โคอิจิ มินาโตะ  ยืนยันว่าทางบริษัททราบเรื่องอื้อฉาวของนาคาอิมานานก่อนที่สื่อจะรายงาน แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิคาดว่าจะจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ และได้ปลดนายนาคาอิออกจากรายการต่าง ๆ ทั้งหมด

นาคาอิเริ่มมีชื่อเสียงในช่วงปี 1990 ในฐานะหัวหน้าวงบอยแบนด์ญี่ปุ่น SMAP ซึ่งเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชีย วงนี้ออกซิงเกิลมากกว่า 50 เพลง หลายเพลงติดชาร์ตอันดับหนึ่ง และยังมีรายการวาไรตี้โชว์ในช่วงไพร์มไทม์ทุกสัปดาห์

หลังจาก SMAP ยุบวงในปี 2016 นาคาอิได้ผันตัวมาเป็นพิธีกรโทรทัศน์และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในวงการบันเทิงญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ในปี 2023 จอห์นนี่ คิตากาวะ ผู้บริหาร J-pop ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี ถูกเปิดโปงว่าเขาได้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายและชายหนุ่มหลายร้อยคนตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยบริษัทจัดการศิลปิน Johnny & Associates ซึ่งเป็นผู้ดูแลวง SMAP และบอยแบนด์อื่น ๆ อยู่ภายใต้การบริหารงานของเขาด้วย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

ดินถล่มอินโดนีเซียเสียหายหนัก ยอดตายพุ่ง 22 ศพ

ดินถล่มอินโดนีเซียเสียหายหนัก ยอดตายพุ่ง 22 ศพ

24 ม.ค. 2568 09:35 น.

ดินถล่มอินโดนีเซียเสียหายหนัก ยอดตายพุ่ง 22 ศพ

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มบนเกาะชวา ซึ่งเป็นเกาะหลักของอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 22 ราย โดยยังมีผู้สูญหายอีก 4 ราย ขณะที่ทีมกู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย 

ฝนตกหนักเมื่อวันจันทร์ในพื้นที่ภูเขาใกล้กับเมืองเปอกาลองกัน จังหวัดชวากลาง ทำให้เกิดดินถล่ม สะพานพังทลาย รถยนต์และบ้านเรือนถูกฝังไว้ใต้ดินโคลน  โดยล่าสุด บุญดิโยโน หัวหน้าหน่วยค้นหาและกู้ภัยจากเมืองเซมารัง เปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 13 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 4 รายที่กำลังเร่งค้นหา แต่การค้นหาต้องยุติชั่วคราวในเย็นวันพฤหัสบดี เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายและความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มเพิ่มเติม และจะเริ่มค้นหาต่อในวันศุกร์นี้

ทีมกู้ภัยได้เริ่มทำความสะอาดโคลนและเศษซากจากถนน และได้นำเครื่องจักรหนักไปยังหมู่บ้านคาซิมปาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต รวมถึงร้านกาแฟที่คาดว่ามีเหยื่อหลายรายถูกฝังขณะหลบฝน ขณะเดียวกันทีมกู้ภัยมุ่งเน้นไปที่แม่น้ำใกล้เคียง เพราะผู้เคราะห์ร้ายอาจถูกกระแสน้ำพัดไปยังแม่น้ำ

อินโดนีเซียมีความเสี่ยงต่อเหตุดินถล่มในช่วงฤดูฝนซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีภัยพิบัติที่เกิดจากสภาพอากาศเลวร้ายเกิดขึ้นนอกฤดูกาลดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำให้พายุมีความรุนแรงขึ้น นำไปสู่ฝนที่ตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และกระแสลมแรง ในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 67 รายหลังจากฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดสุมาตราตะวันตก โดยกระแสน้ำได้พัดพาเถ้าถ่าน ทราย และก้อนกรวดจากการปะทุของภูเขาไฟมาราปีเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยด้วย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

อัยการศาลโลก ขอหมายจับผู้นำตาลีบันข้อหาข่มเหงสตรีและเด็กในอัฟกานิสถาน

อัยการศาลโลก ขอหมายจับผู้นำตาลีบันข้อหาข่มเหงสตรีและเด็กในอัฟกานิสถาน

24 ม.ค. 2568 06:20 น.

อัยการศาลโลก ขอหมายจับผู้นำตาลีบันข้อหาข่มเหงสตรีและเด็กในอัฟกานิสถาน

อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ ขอหมายจับแกนนำตาลีบันฐานข่มเหงผู้หญิงและเด็ก โดยระบุว่ามีเหตุผลอันสมควรที่จะเชื่อว่ามีการกระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อสตรีและเด็กหญิงในอัฟกานิสถาน

วันที่ 24 มกราคม 2568 นายคาริม ข่าน อัยการสูงสุดแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (International Criminal Court -ICC) ได้ยื่นขอหมายจับ ไฮบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดและอับดุล ฮาคิม ฮัคคานี ประธานศาลฎีกา ซึ่งเป็นสองแกนนำกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน โดยมีเหตุผลและหลักฐานที่เชื่อได้ว่าทั้งสองคนข่มเหงสตรีและเด็กหญิง มีความผิดทางอาญาในความผิดต่อมนุษยชาติฐานข่มเหงรังแกเนื่องจากเหตุผลทางเพศ

แถลงการณ์ของอัยการสูงสุดระบุว่า ทั้งสองคนต้องความรับผิดชอบทางอาญาต่อการข่มเหงเด็กหญิงและสตรีชาวอัฟกัน ตลอดจนบุคคลที่กลุ่มตาลีบันมองว่าไม่สอดคล้องกับความคาดหวังทางอุดมคติของพวกเขาเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางเพศ หรือการแสดงออกทางเพศ และบุคคลที่กลุ่มตาลีบันมองว่าเป็นพันธมิตรของเด็กหญิงและสตรีเหล่านั้น ขณะที่การต่อต้านรัฐบาลตาลีบันก็ได้ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงผ่านการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ รวมทั้งการฆาตกรรม การจำคุก การทรมาน การข่มขืน และความรุนแรงทางเพศรูปแบบอื่นๆ การบังคับให้สูญหาย และการกระทำอันไร้มนุษยธรรมอื่นๆ

อัยการระบุว่า การข่มเหงเด็กและสตรีเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2564 อย่างน้อยจนถึงปัจจุบัน และเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตามผู้พิพากษาศาลไอซีซี จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะออกหมายจับหรือไม่ โดยคาดว่าคณะผู้พิพากษา 3 คนแห่งศาลอาญาระหว่างประเทศจะตัดสินคำร้องของอัยการ ซึ่งไม่มีกำหนดเส้นตายที่ชัดเจน คาดว่าขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน.