‘ZIRCON’ ผลงานนวัตกรรมอวกาศชิ้นเอกของ GISTDA รับรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

‘ZIRCON’ ผลงานนวัตกรรมอวกาศชิ้นเอกของ GISTDA รับรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

‘ZIRCON’ ผลงานนวัตกรรมอวกาศชิ้นเอกของ GISTDA รับรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

วันอังคาร ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เข้ารับพระราชทานรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568 จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี” ด้วยผลงาน “ระบบการจัดการจราจรอวกาศ หรือ ZIRCON (เซอร์คอน)” ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยทีมนักวิจัยเทคโนโลยีอวกาศของ GISTDA ประกอบด้วย ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ, ดร.สุวัฒน์ ศรีเสวต หัวหน้าห้องปฏิบัติการกลศาสตร์วงโคจร (AstroLab) นายกีรติ พุทธสุวรรณ นักพัฒนานวัตกรรม และนายพศวีร์ เสียงเย็น นักพัฒนานวัตกรรม

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ระบบการจัดการจราจรอวกาศเพื่อติดตามและแจ้งเตือนการชน เพื่อลดและหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับดาวเทียมเป็นระบบที่มีความสำคัญมาก ทีมนักวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศของ GISTDA จึงพัฒนาระบบการจัดการจราจรอวกาศที่เรียกว่า ZIRCON เพื่อให้สามารถบริหารจัดการอวกาศได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการขอใช้บริการจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศภายในประเทศตามนโยบาย National Roadmap ของการวิจัยขั้นแนวหน้าระบบโลกและอวกาศ หรือ Earth Space System Frontier Research : ESS เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา GISTDA ประสบความสำเร็จจากการใช้งานระบบการจัดการจราจรอวกาศ หรือ ZIRCON โดยสามารถแจ้งเตือนการพุ่งชนของวัตถุอวกาศกับดาวเทียมไทยโชตตามที่ CSpOC แจ้งเตือน ให้ทราบล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน และช่วยวิเคราะห์การเปลี่ยนวงโคจรได้อย่างดี ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง และ ลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ การติดตามการประเมินสถานการณ์และคาดการณ์จุดตกของสถานีอวกาศเทียนกง-1 กลับสู่โลก การแจ้งเตือนชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ตกสู่พื้นโลก หรือการแจ้งเตือนชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี วาย4 ตกสู่พื้นโลก เป็นต้น

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวอีกว่า ในอดีตที่ผ่านมา GISTDA เคยใช้บริการข้อมูลจากหน่วยงาน Combined Space Operations Center (CSpOC) ของสหรัฐอเมริกา ในการแจ้งเตือนและวิเคราะห์โอกาสความเป็นไปได้ของการพุ่งชนโดย CSpOC จะส่งการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ GISTDA ก่อนล่วงหน้า 3 วัน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการดาวเทียมสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที อย่างไรก็ดีการใช้บริการข้อมูลจากหน่วยงานต่างประเทศก็มีข้อจำกัดและมีความเสี่ยงในการที่ผู้ให้บริการไม่สามารถติดต่อได้ แจ้งล่าช้า หรือระงับการให้บริการ ซึ่งจะส่งผลต่อการติดตามการจราจรการชนของดาวเทียมไทยทุกดวง

โฆษก ศธ.ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบ ย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนความรุนแรง

โฆษก ศธ.ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบ ย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนความรุนแรง

โฆษก ศธ.ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบ ย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนความรุนแรง

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.24 น.

โฆษก ศธ.ห่วงพฤติกรรมเลียนแบบ ย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนความรุนแรง แนะการเคารพสิทธิในรั้วโรงเรียน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เผยความห่วงใยของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จากกรณีข่าวรุ่นพี่สาดน้ำซุปใส่รุ่นน้อง ผู้เรียนอาจได้รับอิทธิพลจากกระแสสังคมหรือสื่อออนไลน์ กลายเป็นค่านิยมละเมิดสิทธิผู้อื่นจนเกิดความรุนแรงตามมา

โฆษก ศธ.กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวแม้ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงจากผู้เรียนหรือบุคลากรในสังกัด ศธ.แต่ก็สร้างความสะเทือนใจให้กับครูและผู้ปกครองที่ดูแลเด็กและเยาวชนวัยเรียนเป็นอย่างมาก พฤติกรรมนี้นอกจากจะเข้าข่ายอาชญากรรมแล้ว ยังสะท้อนถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงจากการไม่ยอมรับความแตกต่างอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นประเด็นที่ ศธ.ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ที่ต้องการให้ผู้เรียนของเราเรียนรู้และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เคารพสิทธิและเสรีภาพท่ามกลางความหลากหลายในรั้วโรงเรียน จึงอยากให้คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นและไม่ควรมีพฤติกรรมที่รุนแรง ปัญหาความขัดแย้งที่ถูกเพิกเฉยจนเข้าใจว่าเป็ฯเรื่องปกติ อาจจะนำไปสู่การใช้กำลัง หากไม่มีการปลูกฝังแนวคิดเรื่องการเคารพสิทธิและเสรีภาพของกันและกันอย่างถูกต้อง

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ฝากครูและผู้ปกครองช่วยกันแนะนำพฤติกรรมที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะการเสพสื่อที่มีเนื้อหารุนแรงอาจเกิดเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ รวมถึงการโพสต์หรือแชร์เนื้อหาที่กระทบต่อความรู้สึกผู้อื่นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต

ขอยืนยันจุดยืนว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน หากเราปลูกฝังแนวคิดที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมแก้ไขปัญหาด้วยเหตุผลแทนการใช้กำลัง ทำให้สังคมการศึกษาก้าวไปสู่อนาคตที่ปราศจากความรุนแรง และเต็มไปด้วยความเข้าใจระหว่างกันอย่างแท้จริง

“ยุคนี้ต้องให้ความสำคัญกับการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเยาวชนไทย ให้เข้าใจและรักในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน อย่าให้ความรุนแรงถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติจนกลายเป็นบรรทัดฐานลุกลามสู่การใช้กำลัง ต้องการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในสังคมการศึกษาอีกต่อไป” โฆษก ศธ.กล่าว

‘เพิ่มพูน’ปลุกเร้ายกระดับคุณภาพนักเรียนเตรียมสอบ PISA ส.ค.นี้ หวังผลสอบปีนี้คะแนนเพิ่มขึ้น

'เพิ่มพูน'ปลุกเร้ายกระดับคุณภาพนักเรียนเตรียมสอบ PISA ส.ค.นี้ หวังผลสอบปีนี้คะแนนเพิ่มขึ้น

‘เพิ่มพูน’ปลุกเร้ายกระดับคุณภาพนักเรียนเตรียมสอบ PISA ส.ค.นี้ หวังผลสอบปีนี้คะแนนเพิ่มขึ้น

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.42 น.

’เพิ่มพูน‘ ปลุกเร้ายกระดับคุณภาพนักเรียนเตรียมสอบ PISA ส.ค.นี้ หวังผลสอบปีนี้คะแนนเพิ่มขึ้น

10 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นประธานการประชุมชี้แจงเตรียมความพร้อมครูผู้สอน PISA ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 (ม.3) และ, ม.4 ปีการศึกษา 2568  ณ ห้องถ่ายทอดสด OBEC Channel สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ผ่านระบบออนไลน์  ว่า  เป็นที่ทราบกันดีว่าผลการประเมินการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล หรือ (PISA)  ของเราที่ผ่านมาต่ำลงมาเลื่อยๆ จึงส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ ทำให้นักลงทุนต่างชาติหันเหไปลงทุนในประเทศอื่นแทน  ดังนั้น จึงเป็นความท้าทายที่พวกเราทุกคนต้องมาร่วมมือกันในการดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษา และตนในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะประธาน PISA  จึงอยากจะเรียกร้องและวิงวอนทุกคนช่วยกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเราจะต้องมีการเตรียมความพร้อมนักเรียนของเราที่จะได้รับการสุ่มในการเข้าประเมิน PISA ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 นี้  ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่เราจะต้องมาช่วยกันสร้างเด็กของเราให้มีความฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ เพื่อตอบสนองในการที่จะทำให้เด็กของเรามีคุณภาพการศึกษาดีขึ้น 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า และเป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กของเราการอ่านอาจจะยังไม่ลึกซึ้ง ไม่ละเอียด ซึ่งการวัดมาตรฐานสากล การอ่านถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงอยากฝากพวกเราเน้นส่งเสริมให้น้องๆนักเรียนของเรามีความตั้งใจในการอ่าน การคิดวิเคราะห์เพื่อไปตอบข้อสอบ PISA หรือ ในการทำงานต่าง ๆ ถ้าพวกเราช่วยกันก็ถือเป็นการช่วยประเทศชาติของเรา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน เพื่อให้มาลงทุนในประเทศไทย ก็ขอขอบคุณอาจารย์ธงชัย ชิวปรีชา ประธานคณะทำงาน  PISA และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งคุณครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการที่จะทำงานเพื่อชาติ ในการที่จะเพิ่มคุณภาพการศึกษาของเด็กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และขอเป็นกำลังกำลังใจพวกเราที่จะจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ในการที่จะทำให้เด็กๆ ลูกๆนักเรียนของเรา หรือน้องๆนักเรียนของเรา มีความรู้ความสามารถมีคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้นและสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ ศธ. มีการดำเนินการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ  PISA มาระยะหนึ่งแล้ว ในวันนี้ก็ได้มีโอกาสมาประชุมเพื่อปลุกเร้าการดำเนินการเตรียมความพร้อมไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนได้ศึกษาคู่มือความฉลาดรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของน้องๆนักเรียนในการเตรียมตัวเข้าสอบ PISA วันนี้เป็นการดำเนินการทุกหน่วยการศึกษา ทั้งที่อยู่ในสังกัดศธ. ,สังกัด กทม. ,สังกัดท้องถิ่น, สังกัดกระทรวง อว.,สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นการดำเนินงานร่วมกัน

“ผมขอวิงวอนขอร้องและเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทุกๆท่านในการร่วมกันพัฒนาการศึกษาเราให้มีคุณภาพ ถ้าผลการประเมิน PISA ดีขึ้นก็ถือว่าเป็นการช่วยชาติ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศให้จะมาลงทุนในประเทศไทย และฝากถึงน้องๆนักเรียนไม่ว่าจะอยู่ระดับไหนก็ตาม อยากให้เรียนอย่างมีความสุข  ตามนโยบาย ”เรียนดี มีความสุข“ และตั้งใจเรียนหนังสือให้มีพัฒนาการที่ดี สร้างคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น สงสัยอะไรให้ถามครู สงสัยอะไรให้ถามเพื่อน สงสัยอะไรให้ถามพี่  เราอยากเก็บความสงสัยไว้ และให้ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี แล้วร่วมมือกันทำให้ประเทศไทยของเราเป็นที่น่าเชื่อถือของสากลโลกในการที่จะเข้ามาลงทุนหรือเข้ามาท่องเที่ยว” รมว.ศธ. กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า  ศธ. ได้วางแผนไว้เบื้องต้นว่า ผลการประเมิน PISA ของเราปีนี้ จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 คะแนน แต่ทั้งนี้การศึกษาเราก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าต้องใช้เวลา แต่ปีนี้ถ้าเพิ่มได้ 5 คะแนน ปีต่อไปก็อาจจะเพิ่มเป็น 10 คะแนนตามสเต็ป และเป้าหมายสุดท้ายคือ การศึกษาของเราจะต้องเทียบเท่ากับ OECD ซึ่งเป็นเป้าหมายของเราที่จะต้องทำต่อไป แต่ตนบอกไว้อยู่แล้วว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างภายในวันเดียว การศึกษาก็เช่นกัน ดังนั้น การศึกษาของเรา จะต้องทำเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเด็กของเราจริงๆก็มีกลุ่มที่เป็นเลิศอยู่จำนวนมาก มีคะแนนสูงกว่า OECD เยอะ แต่ที่เรากำลังทำขณะนี้ คือทำมาตรฐานในภาพรวม เด็กของเราทุกคนจะต้องยกระดับให้ได้มาตรฐาน OECD หมดทุกคน  ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการในการ ผ่านระบบการสอบโอเน็ต และการสร้างความพร้อม เพื่อให้เด็กมีความคุ้นชินในการทำแบบทดสอบของ PISA ซึ่งเป็นแบบทดสอบสากล ที่นานาประเทศยอมรับ เป็นขบวนการสอบวัดไม่ใช่เฉพาะเรื่องความรู้ ความจำอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องทักษะความคิด การอ่านต่างๆ

“ขณะนี้เราได้กระจายความรู้การทำแบบทดสอบ PISA ไปทุกพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ครบทุกคน  ส่วน การให้ความรู้กับครูผู้สอนทำได้เกือบ 50% แล้ว  ซึ่งผมก็อยากให้ครูทุกระดับชั้นมีกระบวนการในการเรียนรู้เรื่องของการออกข้อสอบแนว PISA และต่อไปก็จะนำแนวทางข้อสอบของ PISA ในเชิงคิด วิเคราะห์ มาปรับใช้ในการสอบเข้าเรียน หรือการสอบเลื่อนระดับชั้นด้วย เพราะแนวข้อสอบ PISA วัดเด็กได้หลายอย่าง  ทั้งนี้ ศธ.จะพยายามลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยนโยบาย Anywhere Anytime เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และพยายามส่งสื่อการเรียนรู้ไปให้ถึงผู้เรียนได้เห็นและได้เรียนรู้เท่าๆกัน ถ้าไม่เห็นของจริง ได้เห็นภาพและเสียงก็ยังดี” รมว.ศธ.กล่าว 

‘ปัญญาภิวัฒน์-ซีพีแรม-ซีพี ฟู้ดแล็บ’ลงนามจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ฯอาหาร’

‘ปัญญาภิวัฒน์-ซีพีแรม-ซีพี ฟู้ดแล็บ’ลงนามจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ฯอาหาร’

‘ปัญญาภิวัฒน์-ซีพีแรม-ซีพี ฟู้ดแล็บ’ลงนามจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ฯอาหาร’

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.03 น.

‘สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์-ซีพีแรม-ซีพี ฟู้ดแล็บ’ลงนามความร่วมมือยกระดับการศึกษา‘จัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร’เสริมแกร่งอุตสาหกรรมอาหารไทยยั่งยืน พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอาหารของโลก

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ร่วมกับ บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน และ บริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการจัดการศึกษา “ร่วมจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร (Faculty of Food Science, Technology and Management)” เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในอุตสาหกรรมอาหารอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยซีพีแรมได้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรยกระดับคุณภาพการเรียน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ไปจนถึงการฝึกงาน รวมถึงมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร ขยายโอกาส ทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย และร่วมพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีองค์ความรู้ และทักษะมาตรฐานขั้นสูง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร รองรับการเติบโตสร้างผลกระทบเชิงบวกในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอาหารอย่างยั่งยืนในอนาคต

รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) กล่าวว่า “พีไอเอ็ม มีรูปแบบการเรียนการสอนที่เรียกว่า Work-based Education การเรียนรู้ควบคู่กับการฝึกงาน รวมถึงมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กร ภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งความร่วมมือจากเครือข่ายจะสามารถเติมเต็มกระบวนการของ Work-based Education ได้ตามเป้าหมายอย่างสมบูรณ์เป็นรูปธรรม เราจึงมีความยินดีอย่างยิ่งในการลงนามความร่วมมือกับ ซีพีแรม เพื่อสร้าง และพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ผ่านการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เสริมการค้นคว้าวิจัย องค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านการจัดการอาหาร การคิดเชิงสร้างสรรค์สร้างนวัตกรรมทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยี เพื่อความมั่นคงด้านอาหารครอบคลุมมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ พร้อมปฏิบัติงานได้ทันทีหลังจบการศึกษา หรือ Ready to Work ส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารของประเทศต่อไป”

ดร.เดโช ปลื้มใจ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร กล่าวว่า “โครงสร้างหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร ประกอบด้วย 133 หน่วยกิต ให้ความสำคัญกับการออกแบบรายวิชา และการฝึกภาคปฏิบัติงานที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบันได้อย่างแท้จริง อาทิ นวัตกรรมและอาหารแห่งอนาคต การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีในธุรกิจการแปรรูปอาหารสมัยใหม่ การขายและการตลาดสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ การจัดการโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เป็นต้น ล้วนเป็นรายวิชาที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอาหารต่อเนื่อง โดยผู้ที่สำเร็จหลักสูตรจะได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้รับการรับรองวิทยฐานะจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน สามารถออกไปมาปฏิบัติงานได้ทันที หรือต่อยอดไปสู่การศึกษาเฉพาะทาง ความร่วมมือกับซีพีแรมในการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ จึงถือเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเยาวชนที่ต้องการเดินทางสู่ธุรกิจอาหารระดับมืออาชีพในอนาคต”

นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวต่ออีกว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก และมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี ซีพีแรมเล็งเห็นถึงการจัดการองค์ความรู้หรือ KM ขององค์กร ที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 38 ปี และมีความเป็นเลิศเหมาะสมที่จะนำมาพัฒนาเป็นหลักสูตรการศึกษาให้กับสังคมในระดับอุดมศึกษา ซึ่งต่อยอดจากศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์ ซีพีแรม ที่ได้เปิดดำเนินการสอนในระดับ ปวช. มาเป็นเวลากว่า 18 ปีแล้ว ไม่เพียงแต่สอนให้นักศึกษารู้และเข้าใจกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยังบูรณาการองค์ความรู้ TQM TPM และ LEAN ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารองค์กรสู่ความเป็นเลิศ เข้าไปในการเรียนการสอนร่วมด้วย โดยมีบริษัท ซีพี ฟู้ดแล็บ จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแลกเปลี่ยนและแบ่งปันองค์ความรู้ รวมถึงสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และนวัตกรรม รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งนี้สอดคล้องกับแนวทางสามประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ซีพีแรมให้ความสำคัญเสมอมา”

ทั้งนี้ ผู้ที่สำเร็จหลักสูตรในคณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหารนี้ จะเป็นนักปฏิบัติ นักจัดการ สามารถทำงานได้อย่างมืออาชีพตั้งแต่วันแรกที่เรียนจบ อีกทั้งยังสามารถประกอบอาชีพต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมอาหาร ได้มากมาย อาทิ ผู้ควบคุมกระบวนการแปรรูปอาหาร (Production) ผู้ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพอาหาร (QC) ผู้ตรวจสอบมาตรฐานและระบบประกันคุณภาพอาหาร (QA) นักพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร (R&D) นักวางแผนการผลิต (Planning) และการจัดการอาหาร งานส่งเสริมการขาย การตลาดและการจัดซื้อไปจนถึงการเป็นผู้ประกอบการด้านการพัฒนาธุรกิจและต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดอุตสาหกรรมอาหารทั้งของไทยและทั่วโลก เสริมแกร่งอุตสาหกรรมอาหารไทยยั่งยืน  พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอาหารของโลก

เสี่ยงแต่จำเป็นต้องใช้! เด็กไทยสูญเสียเพราะ‘มอเตอร์ไซค์’ เร่งปลูกฝัง‘ขับขี่ปลอดภัย’ถึงสถานศึกษา

เสี่ยงแต่จำเป็นต้องใช้! เด็กไทยสูญเสียเพราะ‘มอเตอร์ไซค์’ เร่งปลูกฝัง‘ขับขี่ปลอดภัย’ถึงสถานศึกษา

เสี่ยงแต่จำเป็นต้องใช้! เด็กไทยสูญเสียเพราะ‘มอเตอร์ไซค์’ เร่งปลูกฝัง‘ขับขี่ปลอดภัย’ถึงสถานศึกษา

วันจันทร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.38 น.

10 ก.พ. 2568 ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี มีการจัดงานถ่ายทอดนโยบายการเคลื่อนการแก้ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย “ปี แห่งการจัดการความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน” “TheYear of youth for road safety management.” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเชิงปฏิบัติกาถ่ายทอดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานการแก้ปัญหาการตายและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน TSY Program

นายเดชา ปาณะศรี รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ศูนย์ มีหน้าที่ดูแลเด็กและเยาวชนจาก 4 กลุ่มภัยหลักๆ คือ 1.ภัยจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ 2.ภัยจากอุบัติเหตุ 3.ภัยที่เกิดจากถูกล่วงละเมิดสิทธิ์ และ 4.ภัยที่เกิดจากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ ซึ่งนับตั้งแต่ที่เริ่มเก็บสถิติในปี 2564 – 2567 พบว่า อุบัติเหตุเป็นภัยที่สร้างความสูญเสียกับเด็กและเยาวชนมากที่สุด และในจำนวนนี้อันดับ 1 คือภัยจากยานพาหนะ

โดยตัวอย่างในปี 2566 จะมีเด็กและเยาวชนวัยเรียนเสียชีวิต 158 ราย และส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากจักรยานยนต์ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลมาก็จะมีทีมงานวิเคราะห์ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กช่วงชั้นใด อายุเท่าไร ซึ่งพบว่า นับตั้งแต่ที่เก็บสถิติมา กลุ่มวัยที่เกิดอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์มากที่สุดคือประมาณ ม.ต้น ประมาณ ม.1-3 ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนมาก่อน มีนักเรียนที่ไม่มีใบขับขี่แต่ก็จำเป็นต้องใช้จักรยานยนต์

“ยกตัวอย่างในถนนตรอกซอกซอยตามชนบท เขาไม่มีรถรับ – ส่ง แต่เขาจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ ไม่มีขนส่งสาธารณะ ฉะนั้นบางโรงเรียนในขณะนี้เราพยายาม คือโดยหลักกฎหมายแล้วไม่ให้เด็กกลุ่มนี้ใช้รถ แต่พอในความเป็นจริงไม่ใช้ไม่ได้เพราะมาโรงเรียนไม่ได้ ทีนี้จะทำอย่างไรที่จะคุยกับเจ้าหน้าที่ หมายถึงจราจรหรือแม้กระทั่งขนส่งที่อยู่ในพื้นที่ ทำอย่างไรจะให้เด็กกลุ่มนี้พอจะมีความรู้ ทักษะในการใช้รถใช้ถนน ดังนั้นอาจมีการอบรมให้ความรู้ และมีใบรับรองอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ใบขับขี่” นายเดชา กล่าว

นายทวีศักดิ์ คิ้วทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า  นักศึกษาอาชีวะส่วนหนึ่งก็ใช้จักรยานยนต์ และมีจักรบานยนต์ก่อนมีใบขับขี่ หรือแม้จะมีใบขับขี่แล้วแต่ก็ต้องได้รับการปลูกฝังจิตสำนึก ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเฉพาะเด็กและเยาวชนแต่เป็นปัญหาสังคม เรื่องของวินัยจราจร ซึ่งอุบัติเหตุบนท้องถนนมีปัจจัยจากพฤติกรรมคนมากที่สุด จึงมีกิจกรรมที่ทำเพื่อปลูกฝังนักศึกษา เช่น เรื่องของการขับขี่ปลอดภัย วิชาขับรถจักรยานยนต์ – รถยนต์ มีการสอนในวิทยาลัยอาชีวะ และมีการแข่งขันทักษะขับขี่ปลอดภัยด้วย

“อาชีวะเสริมได้แน่นอน เพราะเด็กและเยาวชนอาชีวะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ เรื่องครูเรามีครูฝึก ครู ก. ที่เป็นครูฝึกขับขี่ปลอดภัยทั้งรถยนต์-รถจักรยานยนต์ ร่วมกับขนส่งที่เป็นศูนย์การทดสอบและอบรมมีใบขับขี่ ซึ่งของเราเข้มแข็งจริงๆ ตามมาตรฐานของหลักสูตร แล้วเราก็ยังสอนวิชาขับขี่ปลอดภัย ซึ่งเหมือนกับต่างประเทศ เขากว่าจะได้ใบขับขี่เขาอบรมกันหลายเดือน เป็นปีก็มี” นายทวีศักดิ์ กล่าว

น.ส.ชลิดา ยุตราวรรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการจัดการศึกษาปฐมวัยและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ท้องถิ่นมีสถานศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา ประมาณ 19,000 แห่ง แบ่งเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 17,000 แห่ง โรงเรียนกว่า 1,000  แห่ง และวิทยาลัยอาชีวะ 10 แห่ง มีเด็กและเยาวชนในความดูแลกว่า 1.2 ล้านคน

“เรามีการประชาสัมพันธ์ให้เข้าร่วมหลักสูตร TSY แล้วก็ในเรื่องของการขับเคลื่อนต่างๆ ตาม MOU ที่ทางกรมฯ ได้รับมอบหมายเรื่องของการพัฒนารูปแบบด้านความปลอดภัย การประเมินผล รวมถึงเรื่องการให้ความรู้แก่บุคลากรทางการศึกษาสังกัดองค์กรท้องถิ่น ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็มีความตั้งใจและพยายามจะให้ทางบุคลากรในพื้นที่ได้รับทราบข่าวสารของ TSY” น.ส.ชลิดา กล่าว

น.ส.อรนุชา มลคลรัตนชาติ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว เปิดเผยว่า มีเด็กและเยาวชนราว 1.8 แสนคน เป็นสมาชิกสภาเด็กและเยาวชน ซึ่งมีกลไกลงไปถึงระดับตำบล และสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเองก็เป็นผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะจากจักรยานยนต์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยลดลง นอกจากนั้น ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยังพบด้วยว่า จำนวนผู้พิการหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุ

“น้องๆ สภาเด็กและเยาวชน เขามีความตระหนักและต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตรงนี้มาก เรามีการจัดเวทีสิทธิเด็กทุกปีช่วงเดือนพฤศจิกายน ปรากฏว่าหนึ่งในหัวข้อที่น้องเขาหยิบยกขึ้นมาอภิปราย คือความปลอดภัยบนท้องถนน เด็กสะท้อนขึ้นมาเอง 1 ใน 6 ประเด็นของเขาคือความปลอดภัยบนท้องถนน เขาอยากเห็นเพื่อนๆ เขามีความปลอดภัย เด็กๆ จะมีความปลอดภัย เขาก็ไปวิเคราะห์กันมา ในปี 2563 – 2565 มีเด็ก – เยาวชนอายุ 15 – 24 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถึง 1,235 ราย พอเขาวิเคราะห์อีกว่าจากไหน? ปรากฏว่าจักรยานยนต์ 844 ราย” น.ส.อรนุชา ระบุ

นางพรทิพย์ ภู่งาม นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก มีโครงการ “เด็กรุ่นใหม่มีใบขับขี่” เริ่มมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเริ่มจากการให้ความรู้ก่อน ในเมื่อจำเป็นต้องใช้รถก็ต้องรู้ว่าใช้อย่างไรให้ปลอดภัย และเมื่อออกไปบนท้องถนนก็ควรมีใบขับขี่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 ตั้งเป้าว่าจะมีนักเรียนเข้ามาอยู่ในโครงการประมาณ 6 หมื่นคน

“เราจัดสรรไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดและรวมถึงสาขาด้วย 195 แห่ง ในปีนี้เราหวังว่าจะได้ 6 หมื่นกว่าราย ซึ่งที่ผ่านมาเราก็สำเร็จไปแล้ว 270,000 กว่าราย นอกจากโครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ ยังมีโครงการงบประมาณสร้างความปลอดภัยลงไปที่จังหวัด ซึ่งนอกจากการบูรณาการร่วมกันจัดสรรงบประมาณแล้ว เราก็จะมีการส่งข้อมูลให้นำใช้โดยที่อาจไม่ต้องจัดสรรงบประมาณ เราก็จะมีสื่อต่างๆ ลงไป คลังความรู้เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนสำหรับเด็กและเยาวชน” นางพรทิพย์ กล่าว

สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วงปี 2560 – 2566 แบ่งช่วงอายุเป็นกลุ่มละ 5 ปี ไล่ตั้งแต่อายุ 0-4 ปี ไปจนถึงอายุ 95-99 ปี

พญ.ศิริรัตน์ สุวรรณฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กองป้องกันการบาดเจ็บ เตรียมเรื่องพัฒนาบุคลากร เครือข่าย ซึ่งในส่วนของครู – อาจารย์ ที่สมัครเข้าร่วมและผ่านการอบรมหลักสูตร TSY จะมีการขึ้นทะเบียนไว้ มีการมอบเกียรติบัตร และมีการประกวดผลงาน ส่วนการที่ครูจะนำไปใช้ประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะได้หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างการหารือ ในระหว่างนี้ก็พัฒนาคนรอไว้ พอถึงเวลา ประกาศอะไรออกมาเรียบร้อยก็มีคนที่เข้าคุณสมบัติ

“การเสียชีวิตปี 2560 -2567 พอ 14 มาถึง 15 ปุ๊บ สองพันกว่า มันสูงกว่าทุกช่วงอายุ จากอะไร? จากมอเตอร์ไซค์ มันก็เลยจำเป็นที่เราจะต้องรีบจัดการในกลุ่มนี้ แล้วมันได้ผลไหม? มันลงตอนแรกก็คิดว่าโควิดหรือเปล่า? แต่มันยังลงต่อเนื่อง แสดงว่าการดำเนินการ อาจจะไม่ใช่แค่ TSY อย่างเดียว ทุกภาคส่วนเห็น ใช้คำว่าลงมาเกือบพันราย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและคุ้มค่า” พญ.ศิริรัตน์ กล่าว

นายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า เด็กเป็นทรัพยากรที่สำคัญ ในขณะที่ ปภ. เป็นฝ่ายเลขาของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ระดับประเทศ ทำหน้าที่เชื่อมโยงต่อ นำกลไกมากำหนดทิศทาง ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ก็จะต้องนำไปบูรณาการแล้วออกมาเป็นนโยบาย

โดยขั้นตอนในขณะนี้ คณะอนุกรรมการด้านความปลอดภัยทางถนนในเด็กและเยาวชน (ส่วนกลาง) กำลังดำเนินการ ซึ่งได้รับข้อมูลจากการถอดบทเรียนอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ อยู่ระหว่างเสนอให้กรรมการของ ศปถ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ จากนั้นส่งต่อให้คณะกรรมการนโยบายชาติ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

“ต้องให้กำลังใจทางจังหวัดแต่ละพื้นที่ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ดี ผมว่าต้องพยายามชวนศูนย์ถนนอำเภอและ อปท. เข้ามา เพราะแต่ละโรงเรียนอยู่ที่อำเภอ อยู่ที่ อปท. จังหวัดก็จะมองได้ในภาพกว้าง คล้ายๆ เราเป็นร่มใหญ่ในประเทศ พอลงไป 76 จังหวัด แล้วไป 878 อำเภอ แล้วก็ยังมี อปท. อีก 7,000 กว่า  ยกตัวอย่างที่ลำสนธิ (ลพบุรี) จะมีถนน 4 เลนอยู่หน้าโรงเรียน ซึ่งตอนเย็นครูก็จะต้องออกมาอยู่หน้าโรงเรียน เพื่อมาพาเด็กข้ามถนน ผมเชื่อว่ามีทุกพื้นที่ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่าบริหารจัดการอย่างไร ประสบความสำเร็จอย่างไร ก็ต้องเอามาเป็นตัวขับเคลื่อน” นายดุสิต กล่าว

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ระบุว่า สำหรับ Thailand Safe Youth (TSY program) คือ รูปแบบกระบวนการแก้ไขปัญหาการเสียชีวิตและบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุทางถนนในระดับสถานศึกษา ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด พัฒนามาจากการศึกษาวิจัยและพัฒนาในพื้นที่นำร่อง โดยประยุกต์ใช้แนวคิด Swiss Cheese Model ปิดช่องว่างของปัญหาทั้งระดับนโยบาย ผู้กำกับดูแล มาตรการการแก้ไข และการส่งเสริมการเรียนรู้ทัศนคติความปลอดภัย (Road Safety Mindset) ประกอบด้วย 6 กระบวนการ

1.วิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ (Data and Information) 2.พัฒนานโยบายและการขับเคลื่อนกลไกการทำงาน (Policy advocacy) 3.สร้างพลังแห่งการทำงานเป็นทีม (Empowerment of teamwork)  4.สร้างมาตรการที่มีพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง (Powerful Measures) 5.พัฒนาทักษะชีวิต ฉีดวัคซีนจราจร (Life skills and Traffic vaccinations) และ 6.การติดตามประเมินผล วิเคราะห์ข้อมูลสะท้อนกลับ (Evaluation and Feedback)

043…

บุคคลในข่าว 10 กุมภาพันธ์ 2568

บุคคลในข่าว 10 กุมภาพันธ์ 2568

10 ก.พ. 2568 05:49 น.

บุคคลในข่าว 10 กุมภาพันธ์ 2568

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรง ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์  และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลแขวงสงขลา  ณ  อำเภอเมือง  จังหวัดสงขลา  เมื่อวันก่อน.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรง ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลแขวงสงขลา ณ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันก่อน.

ปฏิทินการเมืองเริ่มจะร้อนขึ้นทีละนิด……ฝ่ายค้าน ส่ง รังสิมันต์ โรม มาถล่มเรื่อง แก๊งคอล เซ็นเตอร์ ที่เติบโตจนเป็นปัญหาระดับชาติ เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศในระดับอันตราย…..การตัดไฟ ตัดการจำหน่ายน้ำมัน ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ เมียนมา บริเวณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1-2 ด่านเจดีย์สามองค์ และด่านท่าขี้เหล็ก….ได้ผลคือ ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านใช้ไฟน้อยลง….ชาวเมียนมา เดือดร้อนต้องซื้อน้ำมันไปกักตุนเพื่อนำไปใช้กับเครื่องปั่นไฟ…..เมียนมา มีการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว มาใช้มากขึ้น กฟภ. ต้องเสียรายได้ จากการขายไฟฟ้า ปีละประมาณ 600 ล้าน…..ล่าสุด ชาวเมียนมานัดชุมนุมบริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา กดดันให้ ทางการเมียนมา ประสานงานกับ รัฐบาลไทย ในการแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวเมียนมาโดยเร่งด่วน…..นอกจากนี้ มีรายงานว่า พ.ท.หน่ายหม่อง โซ รอง ผบ.กองพันบีจีเอฟ กองกำลังพิทักษ์ชายแดนประจำ จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง หรือ BGF…อ้างว่า การตัดไฟและห้ามจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ของ รัฐบาลไทย ส่งผลกระทบกับชาวเมียนมาอย่างรุนแรง ทำให้เชื้อเพลิงมีราคาแพง และกำลังจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันในเร็วๆนี้ จากปั๊มน้ำมันที่มีอยู่ 13 แห่ง….โรงพยาบาลเมียวดี ไม่มีไฟฟ้าใช้ กระทบกับผู้ป่วยหนัก….แต่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังสบายดี โกโซบิ๊กจนได้

ของไทย ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงาน “CPOT Fair 2025 ของดีทั่วไทยใกล้มือคุณ” เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผ้าไทยและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยมี วิภาดา ดวงรัตน์ และ กลศ หิรัญบูรณะ มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี ราชดำริ วันก่อน.
ของไทย ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดงาน “CPOT Fair 2025 ของดีทั่วไทยใกล้มือคุณ” เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผ้าไทยและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยมี วิภาดา ดวงรัตน์ และ กลศ หิรัญบูรณะ มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี ราชดำริ วันก่อน.

ในขณะที่ฝ่ายค้าน รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ …..ได้ทีขี่แพะไล่ เรียกร้องให้รัฐบาลตัดไฟ ตัดการจำหน่ายน้ำมัน ฝั่งชายแดนปอยเปต ประเทศกัมพูชาด้วย….และยังเอาประเด็นนี้ไป ขยี้ เตรียมนำข้อมูลไป อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ที่พรรคฝ่ายค้านนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะยื่นญัตติให้กับประธานสภาฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในวันที่ 28 ก.พ.นี้อีกกระทอก…..บานตะไท

ขี่ม้า กนกศักดิ์ ปิ่นแสง จัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลรายการ “The Ambassador Cup 2025” เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมี เอมอร ศรีวัฒนประภา, ทูมูร์ อามาร์ซานา และ พล.อ.วิรัตน์ นาคจู มาร่วมงานด้วย ที่สนามวีเอส สปอร์ตคลับ แอนด์ สยามโปโล ปาร์ค จ.สมุทรปราการ วันก่อน.
ขี่ม้า กนกศักดิ์ ปิ่นแสง จัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลรายการ “The Ambassador Cup 2025” เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมี เอมอร ศรีวัฒนประภา, ทูมูร์ อามาร์ซานา และ พล.อ.วิรัตน์ นาคจู มาร่วมงานด้วย ที่สนามวีเอส สปอร์ตคลับ แอนด์ สยามโปโล ปาร์ค จ.สมุทรปราการ วันก่อน.

ประเมินจากการเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ นายกฯแพทองธาร….สานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย-จีน เยี่ยมคารวะ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เที่ยวนี้…..วาทะผู้นำจีน “มองไทยเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนประเทศไทยในการพัฒนา และสนับสนุนรัฐบาลใหม่ของไทยในการบริหารประเทศ และแสดงบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในเวทีระหว่างประเทศและเวทีระดับภูมิภาค”…..นายกฯไทย ยังรับปากกับ นายกฯจีน หลี่ เฉียง ร่วมมือในการแก้ปัญหา อาชญากรรมข้ามชาติ……..โดย สำนักข่าวซินหัวของจีน อ้างคำแถลง หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุ จีนจะเพิ่มความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการปราบปรามการพนันออนไลน์ และ การฉ้อโกงออนไลน์ รวมทั้งคดีร้ายแรงอื่นๆ ตามแนวชายแดนไทย–เมียนมา ที่จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ จีนยินดีกับมาตรการที่แข็งแกร่งของประเทศที่เกี่ยวข้อง เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทย และประเทศอื่นๆ เพื่อ เพิ่มความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามพนันออนไลน์ และ การฉ้อโกงทางโทรคมนาคมปกป้องความปลอดภัยของพลเมืองจีนในต่างประเทศ…..ไม่ต้องอธิบายความให้เมื่อยตุ้ม

สัมมนา ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ในโอกาสมาเปิดโครงการสัมมนาหลักสูตรการพัฒนายุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี คณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
สัมมนา ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ในโอกาสมาเปิดโครงการสัมมนาหลักสูตรการพัฒนายุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี คณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆ เปรียบมวยกันให้เห็นชัดๆ…..บลูมเบิร์ก รายงานว่า เวียดนาม อนุมัติ แผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ครั้งแรกภายในปี 2031-2035 เพื่อสร้างความมั่นคงและความเปลี่ยนแปลงทางพลังงาน…..ตัดกลับมาที่ประเทศไทย …ยังเอาเถิดเจ้าล่อกับการขุดและขนถ่านหิน ลดราคาไฟฟ้า หรือ แกนนำฝ่ายค้าน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นัดหารือพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย ไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. กัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เตรียมยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแพทองธาร….เป็นไปตามจังหวะการ เมืองแบบไทยๆ….ท่ามกลางข่าวฉาว อีกแล้ว สส.ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ พรรคไทยก้าวหน้า อดีต สส.พรรคก้าวไกล ตกเป็นผู้ต้องหา ข่มขืน นักท่องเที่ยวต่างประเทศ….ที่เจ้าตัวยังปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่รู้….เลยถูก สส.ที่เคยอยู่พรรคเดียวกัน ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน ประณาม พฤติกรรมที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จนทำให้ อดีตพรรคก้าวไกล ต้องขับจากพรรค….จบข่าว

25 ขวบ พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ ธเนศ จิระเสวกดิลก จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี “divana” ผู้นำธุรกิจสปาและเครื่องหอมสัญชาติไทย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Scentology : Perfume Oil : กับ 5 กลิ่นเอกลักษณ์ โดยมี จิตรลดา กัลย์จาฤก มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.
25 ขวบ พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ ธเนศ จิระเสวกดิลก จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี “divana” ผู้นำธุรกิจสปาและเครื่องหอมสัญชาติไทย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Scentology : Perfume Oil : กับ 5 กลิ่นเอกลักษณ์ โดยมี จิตรลดา กัลย์จาฤก มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.

กรณี ศาลอาญาคดีทุจริต มีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช. ความผิด ม.157….สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์จุดยืนให้กำลังใจสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ ศ.ดร.พิรงรอง ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสาธารณะไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ….ข่าวประชาสัมพันธ์ ปตท. ชวนร่วมงาน มหัศจรรย์เปรมประชาวนารักษ์ พบกับกิจกรรมบนพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ ระหว่าง 7-9 ก.พ.นี้ บริเวณ สวนเปรมประชาวนารักษ์ เขตหลักสี่ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติชลวิถีธีรพัฒน์ ละครเพลงสายนทีแห่งราชัน เดอะ มิวสิคัล ล่องเรือกับครอบครัวขนส่งสองฝั่งคลองเปรมประชากร หรือช็อปเพลิน เดินชิล ร้านอาหารระดับมิชลินและเหล่าคนดัง งานเริ่ม 15.00-20.00 น. มีรถรับส่งหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว และพิพิธภัณฑ์ MOCA

ตามไปซื้อ กฤช สิงห์สัจจเทศ เปิดคอนเซปต์สโตร์โฉมใหม่ของ “CC DOUBLE O” ถ่ายทอดความเรียบง่ายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยมี สมบัษร ถิระสาโรช, หัชชนก ศักดิ์วิเศษชัยกุล, ธัญญะกาญจน์ เครือหงส์ และ สรรเพชญ์ คุณากร มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
ตามไปซื้อ กฤช สิงห์สัจจเทศ เปิดคอนเซปต์สโตร์โฉมใหม่ของ “CC DOUBLE O” ถ่ายทอดความเรียบง่ายตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยมี สมบัษร ถิระสาโรช, หัชชนก ศักดิ์วิเศษชัยกุล, ธัญญะกาญจน์ เครือหงส์ และ สรรเพชญ์ คุณากร มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.

วันนี้เวลา 08.30 น. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขบวนคนเคลื่อนขบวนงาน มองหาสู่มองเห็น เด็กและเยาวชน ร่วมส่งต่อโอกาสศึกษา เรียนรู้และพัฒนาตนเอง ที่ห้องแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

เบิร์ธเดย์ กชพร เวโรจน์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ลูกสาว หยาดทิพย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา โดยมี นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์, ทัศนาวลัย จักรพงษ์, ปิยะ เศวตพิกุล และ ปณิตา พัฒนาหิรัญ มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
เบิร์ธเดย์ กชพร เวโรจน์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ลูกสาว หยาดทิพย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา โดยมี นันทวัน แสงธรรมกิจกุล, ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์, ทัศนาวลัย จักรพงษ์, ปิยะ เศวตพิกุล และ ปณิตา พัฒนาหิรัญ มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
มอบหกล้าน มาลี พูนศักดิ์อุดมสิน ประธานมูลนิธิกำธร-มาลี พูนศักดิ์อุดมสิน มอบเงินจำนวน 6,000,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี สร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและ ย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก เป็นผู้รับมอบ ที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ วันก่อน.
มอบหกล้าน มาลี พูนศักดิ์อุดมสิน ประธานมูลนิธิกำธร-มาลี พูนศักดิ์อุดมสิน มอบเงินจำนวน 6,000,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี สร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและ ย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก เป็นผู้รับมอบ ที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

สุนารี ราชสีมา ฝันพ่อมาหาให้พระใส่มือ บอกจะโชคดี พร้อมเผยอายุ-เลข พ.ศ.

สุนารี ราชสีมา ฝันพ่อมาหาให้พระใส่มือ บอกจะโชคดี พร้อมเผยอายุ-เลข พ.ศ.

10 ก.พ. 2568 14:56 น.

สุนารี ราชสีมา ฝันพ่อมาหาให้พระใส่มือ บอกจะโชคดี พร้อมเผยอายุ-เลข พ.ศ.

หลังจากที่นักร้องลูกทุ่งสาว สุนารี ราชสีมา ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านเกิดที่ จ.นครราชสีมา เป็นการถาวร ตามคำขอจากคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งชีวิตในเวลานี้หากไม่ต้องถ่ายรายการที่กรุงเทพฯ แฟนๆ ก็เห็นภาพของเจ้าตัวทำไร่ทำสวน ปลูกผัก ซึ่งมีทั้งเก็บไว้ทานเองและนำไปขายด้วย

สุนารี ราชสีมา ฝันพ่อมาหาให้พระใส่มือ บอกจะโชคดี พร้อมเผยอายุ-เลข พ.ศ.

และอีกหนึ่งมุมที่หลายคนคุ้นเคยอย่างดี กับความเป็นคนดวงเฮงที่มักจะถูกลอตเตอรี่อยู่เป็นประจำ และหลายครั้งที่ถูกลอตเตอรี่หลายใบ บางครั้งก็มีเลขเด็ดมาฝากแฟนๆ อีกด้วย ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็มีเลขเด็ดมาฝากอีกครั้ง หลังจากฝันถึง คุณพ่อเทียน สอนนา คุณพ่อแท้ๆ ผู้ล่วงลับ

โดย สุนารี ราชสีมา โพสต์ภาพครอบครัวพ่อแม่ลูกลงในเฟซบุ๊ก  พร้อมทั้งเขียนข้อความเล่าว่า “พ่อมาเข้าฝันเมื่อตอนตีสี่กว่าๆ พ่อเอาพระใส่มือให้แล้วพูดว่าต่อไปนี้เอ็งจิโชคดีแล้วนะลูก พอเราจะโผไปกอดพ่อก็สะดุ้งตื่น พ่อเกิด 2468 พ่อเสีย 23 ก.ค. 2560 อายุ 92 ปี”

งานนี้ก็มีแฟนๆ ต่างเข้ามาอวยพรขอให้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 เต็มเฟซบุ๊กเลยทีเดียว บ้างก็บอกว่าขอตามเลขของคุณพ่อเจ้าตัวอีกด้วย แต่ทั้งนี้จะเป็นเลขที่ออกหรือไม่ต้องรอลุ้นกับการประกาศรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ก.พ. 2568 นะจ๊ะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี

กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี

10 ก.พ. 2568 14:50 น.

กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี

หนึ่งวันพันเรื่องราวของจริง และล่าสุด กานต์ วิภากร ก็ได้ลุกขึ้นมาโพสต์หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของ บิ๊ก ทองภูมิ เป็นสลิปที่ระบุว่าโอนเงินเพื่อไปซ่อมบ้าน ซึ่งกานต์ได้ร่ายยาวฝากถึงอีกฝ่ายให้รีบมาเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเจออีกหลายคดีแน่ๆ ว่า  

“เบิกเงินไปทำบ้าน แต่ละอย่างยังไม่ดีแคร์เลยแล้ว ไม่พอยังไม่ทำห่าอะไรซักอย่างแล้วเงินกูอยู่ไหน? แล้วช่างโซฟาก็ทวงเงิน แล้ว มึงก็เบิกจากโทรศัพท์ของกูด้วยตัวมึงเองไปหมดเต็มจำนวน ทุกอย่าง ทุกบาท ทุกสตางค์ แต่กูไม่รู้จักช่างเลย ใครเบอร์อะไร ยังไม่พอ มึงสั่งอะไรใครไว้ยังไง กูก็งง

กูจะตามช่างก็ไม่มีเบอร์ นี่แม่Xค้างงานไว้ เงินมึงก็เอาไปหมดละมาจัดการให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้เลย แล้วไอ้ช่างมันหายหัวไปไหน  เอาเงินไปหมดละเสือXไม่มาทำให้เสร็จ หรือว่ามึงเป็นคนเอาเงินไป ช่างก็เลยไม่มาทำ แล้วไม่จ่ายเค้า? บอกมาเดี๋ยวนี้เลย

เบอร์ช่างกูก็ไม่มี เค้าฟ้องมึง กูก็ช่วยไม่ได้ กูยังไม่รู้จักเลยคนไหนวะ เนี่ยตกลงเXยอะไรกันไว้ยังไง? สร้างแต่เรื่อง ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่กูอดทนไม่อยากดุ แต่ตอนเนี่ยมัน ก็ต้องพูดแล้วล่ะ เพราะยังไม่ได้ทำห่าอะไรเลย แล้วเงินเอาไปหมดแล้วแปลว่าอะไรชี้แจงมาด้วย ไม่งั้นเจออีกหลายคดีนะคะ ทองภูมิที่รัก ถุย !”

กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี
กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี
กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี
กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี
กานต์ ปาหลักฐานสลิปโอนเงินเข้าบัญชี บิ๊ก ทองภูมิ รีบมาชี้แจงก่อนโดนหลายคดี

สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง

สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง

10 ก.พ. 2568 14:06 น.

สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง

เป็นเรื่องที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ หลังจากที่ กานต์ วิภากร ภรรยาของ เสก โลโซ ได้ออกมาชี้แจงหลังจากที่ บิ๊ก ทองภูมิ นักแสดงรุ่นน้องที่ได้เข้าไปทำงานด้วยกัน แต่ล่าสุด ทางด้านบิ๊กได้แจ้งว่าขอยุติบทบาทการทำงานร่วมกับ Luster Entertainment ซึ่งมีกานต์ภรรยาของเสกเป็นผู้บริหารค่าย โดยกานต์ได้โพสต์ร่ายยาว ซึ่งเราสรุปสั้นๆ มาให้ได้อ่านดังต่อไปนี้ 

(คลิกเพื่ออ่านโพสต์ต้นฉบับ

(คลิกเพื่ออ่านโพสต์ต้นฉบับ)

(คลิกเพื่ออ่านโพสต์ต้นฉบับ)

(คลิกเพื่ออ่านโพสต์ต้นฉบับ)

(คลิกเพื่ออ่านโพสต์ต้นฉบับ

– จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 มกราคมจนถึงปัจจุบัน ในสิ่งที่อีกฝ่ายเคยบอกว่า หวังดี จะดูแลกานต์และครอบครัวด้วยความจริงใจ อีกฝ่ายบอกว่า ครอบครัวกานต์ไม่ได้เป็นเหมือนที่ทุกคนเห็นในโซเชียล เป็นเพียงแค่การปกป้องตัวเองและครอบครัวเท่านั้น

– ตามที่อีกฝ่ายเคยได้แถลงข่าว บอกว่าจริงๆ กานต์เป็นแค่เด็กน้อยไม่มีอะไรเลย ควรหยุดทำงาน เพราะมันน่ากลัว มีความ Toxic รู้สึกเป็นห่วง และกานต์ยังร้องไห้กับอีกฝ่ายบ่อยๆ

– กานต์โพสต์ข้อความเหล่านี้ อยากให้คนแชร์ไปเยอะๆ เพื่อขอความยุติธรรมคืนให้ตนบ้าง

– ในประเด็นที่อีกฝ่ายเทงานกองถ่าย ไม่ได้มีแค่กองเดียว ยังมีอีก 3-4 กอง แต่ไม่แน่ใจเพราะมันไม่เป็นข่าว

– กานต์ไม่เคยสืบค้นประวัติของอีกฝ่าย จึงไม่รู้จักนิสัยใจคอที่แท้จริง รบกวนคนที่รู้ให้อินบ๊อกซ์มาบอกตนด้วย 

– ยืนยันว่ายังเป็นห่วงเสมอ ไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายจากใจอย่างที่พูดไป ความบริสุทธิ์ใจ ความปรารถนาดี จากใจจริง ความรักและสิ่งดีๆ ที่มอบให้ ยังคงเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

– ที่ยังเป็นห่วง เพราะอีกฝ่ายก็ได้ให้สิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุดกับตน นั่นคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในเวลา 3 เดือนที่อยู่ด้วยกันมา นั่นคือบุญคุณที่อีกฝ่ายมีต่อตน 

– ไม่ได้อยากทำร้ายแต่อีกฝ่ายทำร้ายตนและครอบครัว จึงจำเป็นต้องตอบโต้ และปกป้องตัวเองและครอบครัวเช่นกัน

– ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วยว่าใครกันแน่เป็นคนถูกกระทำ ที่ไม่พูดแล้วถูกด่าตลอด แต่ไม่ชี้แจงให้ชัดเจนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายหมดอนาคต

สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง

– ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ตนไม่เคยเป็นคนก่อ ไม่เคยเป็นคนเริ่ม พร้อมกับขอโทษ เสก หากตนต้องไป 

– กานต์บอกว่า ทุกครั้งที่ตนอาการกำเริบ แล้วอีกฝ่ายต้องมารองรับอารมณ์ของตน เมื่อตนรู้ตัวก็สำนึกผิด เดินไปไหว้แล้วกราบขอโทษอีกฝ่ายทุกครั้ง ตนไม่มีอะไรซับซ้อน

– ยอมรับที่เสียใจ เพราะอีกฝ่ายบอกจะเข้ามาดูแล สามารถทำให้หายได้แน่นอน แต่สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ดูแล แต่ได้เป็นเทพบุตรของ FC ทั่วประเทศ

– ทุกครั้งที่อาการกำเริบ อีกฝ่ายจะรีบเข้ามาให้กำลังใจ นวดหัวนวดขมับและตนก็หาย

– ทุกครั้งที่ตนเหวี่ยงวีน อาละวาด แต่อีกฝ่ายก็ไม่โกรธ และยังเข้าใจ พูดคุยให้แง่คิดดีๆ ทนได้มาตลอด แต่ล่าสุดกลับทนไม่ได้แล้วจนถึงต้องมาใส่ร้ายกัน ทำไมไม่คิดว่าต้นเรื่องเกิดจากการกระทำที่อำมหิตของตัวเอง

– การที่เอาผู้ป่วยคนนี้ที่ป่วยสาหัสไปทำคอนเทนต์ ซึ่งตนก็ยินดี และยังบอกว่าตนก็ไม่ต่างอะไรกับ แบงค์ เลสเตอร์

– กานต์โพสต์ต่อว่า ความผิด ครั้งนั้นของเขามันรุนแรง ความเสียใจ ความผิดหวัง ความโกรธ โหมกระหน่ำ ฆ่ากันยังรู้สึกดีกว่า ยิ่งรู้ว่าเราไม่สบาย อำมหิตผิดมนุษย์ #สันดานของกูขึ้นอยู่กับความเหี้ยของมึง

– เมื่อความจริงเปิดเผย มีแต่น้ำตาแห่งความผิดหวัง สับสน “ทำร้ายกานต์ได้ไง” “อย่าทำร้ายกานต์” โดนแทงข้างหลังจนพรุนหมดแล้ว

– กานต์โพสต์ต่ออีกว่า เธอรู้ดีแต่ มันต้องไม่ใช่เธอ  ขอนะอย่าเป็นเธอ อย่าเป็นพ่อลิงนะ เพราะเราตายแน่นอน ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน พ่อลิงเพิ่งพูด เพิ่งสัญญาว่า “พ่อลิงอยู่นี่ไม่ต้องกลัวนะ พ่อลิงจะไม่ไปไหน พ่อลิงรักลูกลิง พ่อลิงจะอยู่นี่ ถ้าพ่อลิงไม่รักลูกลิงแล้วพ่อลิงจะอยู่ทำไม”

– อีกฝ่ายสัญญาและพูดเองทั้งหมด พร้อมกอดตนเอาไว้ ประมาณ 1 ช.ม.

– และครั้งนี้ที่อาการกานต์กำเริบและเป็นหนักเพราะการหักหลัง ลูกลิงไม่คิดว่าพ่อลิงจะทำได้ลงคอ ไม่เคยมีความจริงให้ มันก็เลยพัง

– กานต์จะเรียกร้องค่าเสียหายคนละ 50 ล้านบาท มีการฟ้องร้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำข้อมูลเท็จขึ้นสู่ระบบคอมพิวเตอร์ 2 คดี ได้แก่ คดีเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 และคดีเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568

สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง

– ฟ้องเรียกค่าเสียหายในนามของศิลปิน บริษัทลัสเตอร์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งแบ่งเป็น งานคอนเสิร์ตที่แจ้งศิลปินทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนี้เกือบ 60 งาน ทางศิลปินรับทราบล่วงหน้า และมีการลงบันทึกคิวของตัวเองลงเล่มเรียบร้อยหมด และเป็นงานที่ทำสัญญาไปหมดแล้ว เจ้าภาพได้จ่ายเงินแล้ว

– ในกรณีที่คุณพูดว่าไม่ได้เซ็นสัญญาและเป็นการจ้างแบบเป็นรายครั้งไป ขออธิบายให้ทุกคนเป็นพยานและรับทราบโดยทั่วกันว่า ตอนนี้ได้แจ้งงานล่วงหน้าให้กับศิลปิน บิ๊ก ทองภูมิ ทั้งหมดประมาณเกือบ 60 งาน ศิลปินรับทราบและลงนามบันทึกคิวของตัวเองลงเล่มรับรู้แล้วเป็นลายมือของอีกฝ่ายทั้งหมด

– ที่อีกฝ่ายพูดว่า เป็นการทำงานร่วมบริษัทจ่ายงานให้เป็นรายครั้งและจบไป แต่ยังไม่จบเพราะฉะนั้นศิลปินต้องมาเคลียร์ปัญหาที่ทิ้งไว้ให้ทางค่ายให้เรียบร้อยแต่โดยดี ตามที่พิมพ์แถลงการณ์ของอีกฝ่าย

– ณ ตอนนี้ศิลปินไม่ไปแสดงคอนเสิร์ตตามคิวที่แจ้งไปแล้วทั้งหมด 5 งาน ซึ่งเกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อบริษัท แต่ละงานสำคัญและงานใหญ่เช่น festival ต่างๆ

– โทษของการไม่ไปแสดงตามที่ทางบริษัทจ่ายงานให้ คือ ต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 เท่าของค่าจ้างต่อ 1 งาน และต้องจ่ายค่าปรับตามที่เจ้าภาพกำหนด 

– เทงานของบริษัทเกือบ 60 งาน ซึ่ง งานส่วนใหญ่ทั้งหมด จะขายเป็นแพ็คกับวงที่อยู่ในสังกัด ซึ่งราคาจ้างงานต่อ 1 งาน จะเริ่มต้นที่ 355,000 บาทถึง 550,000 บาท

– ในส่วนของเรื่องความไม่ปลอดภัยที่มีคนไปตัดกุญแจ การตัดกุญแจครั้งนั้น อีกฝ่ายได้ทำคลิปออกมาบอกทุกคนแล้ว ไม่เห็นจะมีความกลัว ยังหัวเราะสนุกสนาน ถือเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เพราะทำให้กานต์ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายอีกฝ่าย ทำให้คนคนเกลียดชังตน 

– กานต์บอกว่าตนนั้นก็เป็นบุคคลสาธารณะที่ทุกคนรู้จัก ตัวกานต์มีมูลค่าพอสมควร ค่าเสียหายที่พึงเรียกได้ก็ย่อมสูงตาม มูลค่าของตัวกานต์ 

– กานต์คาดว่าจะเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน และเป็นคดีอาญา หรืออาจเข้าข่าย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ วันนี้กานต์จะปรึกษาทนาย

– กานต์ย้ำว่า ศิลปินต้องปฏิบัติตามระเบียบ รักษาตนให้แข็งแรง อยู่ในสภาพที่พร้อมเล่นดนตรี และขับร้อง ถ้าขาดคุณสมบัติ บริษัทมีสิทธิ ยกเลิกสัญญาทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทน และสิทธิเรียกค่าเสียหายรวมถึงค่าปรับต่างๆ ที่ทำให้ เกิดผลเสียหายต่อบริษัท อื่นๆ อันพึงมีจากศิลปินได้อีก

– กานต์ยังโพสต์ข้อความต่อว่า “พ่อลิงคะ ทำไมเวลาพ่อลิงถ่ายรูป ทำไมตาของพ่อลิงดูใจดีจัง ลูกลิงชอบพ่อลิงใจดี พ่อลิงถ่ายรูปให้หน่อย อยากขึ้นชิงช้าสวรรค์ พ่อลิงร้ายมากเลย ปักหมุดรูปนี้อันแรกเฉยเลย มาเล่น TikTok ลูกลิงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แถมเปลี่ยนโปรไฟล์เป็นรูปคู่กันอีกต่างหาก”

– “มันผ่านไปแล้วลูกลิงเอ้ย หัดโตได้แล้วเลิกเป็นลูกลิงน้อยได้แล้ว พ่อลิงเค้าไม่หนีบไปไหนด้วยแล้ว หัดยอมรับความจริงได้แล้ว เลิกรอคอยให้พ่อลิงมาปกป้องดูแล เข้มแข็งได้แล้วไอ้ลูกลิงบ้า พ่อลิงเค้าเหนื่อยมากแล้ว เลิกวุ่นวายกับเค้าสักที แล้วลูกลิงก็ก้มหน้าน้ำตาไหลเดินกลับเข้าป่าไปแต่เพียงลำพัง”

สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง
สรุปให้ปม กานต์-บิ๊ก มีปัญหากันเรื่องอะไร เตรียมฟ้องร้องเพราะโดนแทงข้างหลัง

อย่างฮา ยอด บอดี้สแลม โพสต์รูปคัฟเวอร์ช่างแอร์ในตำนาน บอก “ผมไม่เล็กนะครับ”

อย่างฮา ยอด บอดี้สแลม โพสต์รูปคัฟเวอร์ช่างแอร์ในตำนาน บอก “ผมไม่เล็กนะครับ”

10 ก.พ. 2568 13:39 น.

อย่างฮา ยอด บอดี้สแลม โพสต์รูปคัฟเวอร์ช่างแอร์ในตำนาน บอก “ผมไม่เล็กนะครับ”

สร้างเสียงหัวเราะกันทั้งโซเชียลเลยทีเดียว สำหรับ ยอด ธนชัย ตันตระกูล หรือ ยอด บอดี้สแลม มือกีตาร์ชื่อดัง ที่เคยถูกแซวมานานหลายปีว่าลุคของเจ้าตัวเหมือนช่างแอร์ในตำนานยังไงยังงั้น และล่าสุดยอดก็จัดให้ โพสต์ภาพตัวเองคัฟเวอร์เป็นช่างแอร์ในตำนานซะเลย

อย่างฮา ยอด บอดี้สแลม โพสต์รูปคัฟเวอร์ช่างแอร์ในตำนาน บอก “ผมไม่เล็กนะครับ”

โดย ยอด บอดี้สแลม โพสต์ภาพตัวเองยืนอยู่ใกล้แอร์ ในมือถือปากกาทำท่าจะเซ็นลายเซ็น และมี ชัช บอดี้สแลม มือกลองชื่อดัง ยืนชู 2 นิ้ว พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “ผมไม่เล็กนะครับ การกลับมาของช่างแอร์ในตำนาน #ยอดชัช”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FYsignature%2Fposts%2F1140958367821122&show_text=true&width=500

อย่างฮา ยอด บอดี้สแลม โพสต์รูปคัฟเวอร์ช่างแอร์ในตำนาน บอก “ผมไม่เล็กนะครับ”

ส่องคอมเมนต์ก็มีแฟนๆ แห่กดไลค์และหัวเราะ พร้อมทั้งเขียนข้อความแซวมากมาย อาทิ เหมือนจริงครับ, หยั่งเหมือน, ช่างในตำนานน, ใช่คนนี้หรือเปล่านะฮ่าๆๆ, พี่ยอดอย่างเหมือน, ใช่เลย 555, ดีนะพี่ชัชไม่ใส่ผ้าขนหนูมา 5555, 555 ผมว่าแล้วว่ามันต้องมีภาพนี้สักวันนึง ช่างยอด 7 นิ้ว เอ้ย กีตาร์ 7 สาย, คนนึงช่างแอร์ อีกคนช่างประตูครับ, นี่รูปปกอัลบั้มใหม่หรอครับ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม