‘นฤมล’หารือรมต.หลายปท. ขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย

‘นฤมล’หารือรมต.หลายปท.  ขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย

‘นฤมล’หารือรมต.หลายปท. ขยายตลาดสินค้าเกษตรไทย

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับรัฐมนตรีด้านการเกษตรจากหลากหลายประเทศ เนื่องในโอกาสการเข้าร่วมการประชุม Berlin Agriculture Minister’s Conference ครั้งที่ 17 พร้อมด้วยนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์การประชุม City Cube Berlin กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การหารือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตร พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าในการดำเนินงาน และผลักดันประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทย นอกจากนี้รัฐมนตรีจากประเทศอื่นๆ ได้ให้ความสนใจในการเสริมสร้างความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ของไทย ด้วย

ศ.ดร.นฤมล ได้แสดงความยินดีและพร้อมสนับสนุนความร่วมมือในด้านการเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยจะมีการหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางทางการทูต เพื่อพัฒนาและขยายความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตต่อไป

Alter Ego นิทรรศการศิลปะจาก 4 ศิลปินสะท้อนตัวตน

Alter Ego นิทรรศการศิลปะจาก 4 ศิลปินสะท้อนตัวตน

Alter Ego นิทรรศการศิลปะจาก 4 ศิลปินสะท้อนตัวตน

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.36 น.

ละลานตา ไฟน์อาร์ต มีความยินดีนำเสนอผลงานศิลปะจาก 4 ศิลปิน BannanaManz, BUTTERRABBITZ & SURREALRABBITZ, เอกรัตน์ อรุณรัตน์ และ พิชญ์ แตงพันธ์ ในนิทรรศการกลุ่มภายใต้ชื่อ “Alter Ego” โดยนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการเปิดบทใหม่ให้กับ La Lanta @ River City Bangkok ตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์รวมศิลปะชั้นนำในกรุงเทพ นิทรรศการ “Alter Ego” สะท้อนถึงตัวตนที่สามารถสัมผัสได้เมื่อสร้างสรรค์งานศิลปะ ศิลปินเลือกใช้เทคนิคการนำเสนอ รูปแบบ และมีแนวคิดที่แตกต่างกันไป เพื่อค้นพบและทำความรู้จักกับตัวตนของตนเองด้านต่าง ๆ เผยความหลากหลายทางความคิดที่มาของแรงบันดาลใจ ทักษะในการสร้างสรรค์ มิติภายใน ทรงจำ และความสัมพันธ์ที่มีต่อยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบคาแรคเตอร์โดยสร้างผลงานที่ น่าทึ่งด้วยเทคนิคที่เรียบง่ายที่สุด อาทิ สีไม้, การย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่ยังคงส่องประกายเรืองรองจนถึงปัจจุบัน, การนำสัญลักษณ์และทุกสิ่งที่ชื่นชอบ มาหยอกล้อร้อยเรียงเป็นประติมากรรมกึ่งของเล่น, กระทั่งการสำรวจพร้อมตั้งสมมติฐานความรู้สึกของผู้หญิง ในช่วงเวลาการก้าวผ่านจากเด็กหญิงเป็นหญิงสาว

ผลงานของ BannanaManz (ณัชนนท์ พูนชัย Natchanon Poonchai) ยืนยันถึงความหลงใหลในวัฒนธรรมร่วมสมัยและวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) ผ่านการผสมผสานทุกสิ่งที่ตนชื่นชอบ อาทิ สัญลักษณ์อันเป็นที่รู้กันของศิลปินดัง เพลงโปรด ร็อคแบนด์ และกระทั่งสไตล์การแต่งกายจากภาพยนตร์ ทั้งหมดนี้ ศิลปินได้รวบรวมนำมาหยอกล้อร้อยเรียงเป็นประติมากรรมกึ่งของเล่น ผลงาน Bunny Hop : Gun and Rose แก๊งค์สเตอร์คาแรคเตอร์สวมชุดลุคมาเฟียในสามโทนสีของแผ่นฟิล์ม ขาว-ดำ, ซีเปีย, และสี มีจำนวนจำกัดเพียงสีละ 5 edition เท่านั้น ผลงานนี้ สร้างจินตนาการเป็นเรื่องราวของตัวละครในห้วงเวลาระหว่างกาลก่อนและตอนนี้ พร้อมสะท้อนถึง ชีวิตที่มีทั้งความสุขและความเศร้า เรื่องดีและเลวร้ายปะปนกันในทุกวัน

ผลงานของ BannanaManz  

ผลงานของ BUTTERRABBITZ & SURREALRABBITZ เป็นชื่อเรียกที่มาจากศิลปินคนเดียวกัน คือ ทราย ชัญญธิดา เป็นชื่อที่แสดงตัวตนของศิลปินผู้หลงใหลการผจญภัยในโลกของการออกแบบคาแรคเตอร์ (Character Design) เลือกสรรเทคนิคและสื่อที่รองรับความคิดสร้างสรรค์นั้น ๆ โดยเฉพาะ ในนิทรรศการครั้งนี้ ศิลปินสร้างผลงานด้วยการใช้สีที่เด็ก ๆ คุ้นเคย นั่นคือ สีไม้ วัสดุที่เรียบง่ายและใกล้ชิดกับผู้คน โดยผสานทักษะที่โดดเด่นแสดงถึงความเชี่ยวชาญผ่านการออกแบบ 99 คาแรคเตอร์ บวก 1 งานประติมากรรม กายภาพของผลงานที่ปรากฎเกิดผลเชื่อมโยงในความรู้สึกทางประสบการณ์ การมองเห็น และการรับรู้ สร้างความสงสัย การตั้งคำถาม สู่ความลึกซึ้งในการเข้าถึงของวิธีการและรูปแบบระหว่างผลงานที่ถูกสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ และคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ SURREALRABBITZ เป็นอีกตัวตนหนึ่งที่แตกต่างออกไป มีจุดประสงค์สร้างสรรค์บริบทเชิงสุนทรีย์ใหม่ ๆ ตามมุมมองของศิลปินเป็นหลัก โดยผสานองค์ความรู้ทางศิลปะทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน อาทิ ศิลปะการออกแบบตัวอักษร การสร้างฉากทัศน์ การจัดวางองค์ประกอบศิลป์ โดยศิลปินทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผลงานศิลปะและผู้ชม เปิดประตูให้เราได้ปลุกจินตนาการของตัวเองสู่พื้นที่กว้าง เป็นอิสระ และไร้ขอบเขต

ผลงานของ BUTTERRABBITZ & SURREALRABBITZ 

เอกรัตน์ อรุณรัตน์ เป็นศิลปิน เป็นนักสำรวจและนักตั้งสมมติฐานความรู้สึกของผู้หญิงในช่วงเวลาการก้าวผ่านจากเด็กหญิงสู่หญิงสาว ผ่านชุดผลงานที่ผสมผสานสัญลักษณ์ของเด็กน้อยและสาววัยแรกรุ่นที่คุ้นเคย อาทิ ชุดว่ายน้ำ Hello Kitty สีชมพู และรอยสัก แสดงออกถึงความสดใสในวัยเด็กที่กำลังเปลี่ยนแปรไป พร้อมกับกระบวนการค้นหาตัวตนของหญิงสาวที่กำลังเดินทางไปสู่บทต่อไปของชีวิตเธอ ศิลปินได้เปิดเผยภาพภายในของปลอกดักแด้ ก่อนที่ดักแด้จะพร้อมสยายปีกโบยบินเป็นผีเสื้อต่อไป

ผลงานของ เอกรัตน์ อรุณรัตน์ 

สำหรับ พิชญ์ แตงพันธ์ ศิลปินผู้วาดภาพย้อนยุคบนแผ่นทองเหลืองด้วยเทคนิคการลงสีเฉพาะตัว ศิลปะคือวิธีการในการใคร่ครวญและให้เนื้อเรื่องกับห้วงกาลเวลาจากวัยเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด เป็นบทพิสูจน์ถึงขอบฟ้าที่เปิดกว้างและอนาคตที่ยังไม่ได้ถูกเขียน รำลึกเป็นคำคมประดับอยู่บนพื้นหลังของผลงานต่างซึ่งเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ พิกเซลเป็นล้าน ๆ ส่วนของความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน ร้อยเรียงซ้อนทับหลายต่อหลายชั้น สะท้อนถึงช่วงเวลาแสนสุข สีสันของวันเวลาที่ยังคงเรืองรอง

ผลงานของ พิชญ์ แตงพันธ์ 

ศิลปินทั้ง 4 สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อเข้าใกล้ความเข้าใจในตัวเองมากขึ้น เดินทางไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆ ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงผูกพันกับเหตุการณ์ในโลก และแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม นิทรรศการนี้ เชิญชวนให้เราเปิดประสาทสัมผัส สู่ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ทั้งยังสะกิดให้เราสำรวจพรมแดนต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา

นิทรรศการจัดแสดงที่ ละลานตา @ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ตั้งเเต่วันนี้ –  16 กุมภาพันธ์ 2568 เปิดทำการ อังคาร – อาทิตย์ ตั้งเเต่ 10.00 น. – 19.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-927-2205 หรือ www.lalanta.com

ประมวลภาพซ้อมก่อนดวลแข้ง โดมชรา – จามจุรีโรย สีสันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 75

ประมวลภาพซ้อมก่อนดวลแข้ง โดมชรา – จามจุรีโรย สีสันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 75

ประมวลภาพซ้อมก่อนดวลแข้ง โดมชรา – จามจุรีโรย สีสันงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 75

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.56 น.

นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญก่อนการวัน “งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา ครั้งที่ 75” ที่ จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นั่นคือ การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร “โดมชรา-จามจุรีโรย” ของนักกีฬาฟุตบอลศิษย์เก่าอาวุโส ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ สนามเทพหัสดิน

การแข่งขันฟุตบอล “โดมชรา-จามจุรีโรย” นักกีฬาเป็นศิษย์เก่าของทั้งสองสถาบัน โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่  การแข่งขันฟุตบอล “โดมชรา-จามจุรีโรย” รุ่นอายุ 40-50 ปี การแข่งขันฟุตบอล “โดมชรา-จามจุรีโรย” รุ่น VIP อาวุโส และ การแข่งขันฟุตบอล “โดมชรา-จามจุรีโรย” รุ่นอายุ 51-60 ปี

ก่อนจะถึงวันแข่งขัน มีภาพการฝึกซ้อมของโดมชรา-จามจุรีโรยที่จะลงสนามปีนี้มาฝาก จากผลงานการลั่นชัตเตอร์ของ อำพล ทองเมืองหลวง ช่างภาพกีฬามืออาชีพให้ชมเป็นน้ำจิ้ม

ขอเชิญนิสิต นักศึกษา และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมใจใส่เสื้อเชียร์สถาบันไปร่วมส่งกำลังใจแรงเชียร์ให้กับนักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พร้อมสร้างความทรงจำครั้งใหม่ร่วมกัน ในการแข่งขันฟุตบอล “โดมชรา-จามจุรีโรย” ทั้ง 3 รุ่นได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

038

สธ. หนุนสมุนไพรไทย สินค้าของขวัญสู่ตลาดโลก!

สธ. หนุนสมุนไพรไทย สินค้าของขวัญสู่ตลาดโลก!

สธ. หนุนสมุนไพรไทย สินค้าของขวัญสู่ตลาดโลก!

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.16 น.

กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทยสู่เวทีสากล จัดงาน Thai Premium Herbal Products Showcase ตั้งแต่วันนี้ – 11 กุมภาพันธ์ 2568  โซน The Urban ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรอมรินทร์ เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับให้เป็นสินค้าของขวัญที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย 

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยสีสันและความมีชีวิตชีวา ท่ามกลางการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยระดับพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน แต่ละชิ้นสะท้อนเสน่ห์แห่งภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมายาวนาน โดยมีไฮไลต์เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยม อาทิ ยาดม ยาหม่อง น้ำมันนวด น้ำมันหอมระเหย และลูกประคบสมุนไพร ซึ่งได้รับการพัฒนาและยกระดับสู่ชุดของขวัญสุดประณีตจากประเทศไทยที่บรรจุไว้ด้วยคุณค่าแห่งธรรมชาติ ทั้งในแง่ของการบำบัดรักษาและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมุ่งขยายตลาดสมุนไพรไทยสู่ระดับสากล โดยมีเป้าหมายหลักคือสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ จำนวน 98 แห่ง รวมถึงหน่วยงานทีมประเทศไทยและงานเทศกาลไทยในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการค้าและส่งเสริมภาพลักษณ์สมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักและได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสราวุธ อ่อนละมัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นางสาวกัญญภัค ปรัชญากุลวรา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข  และ นางสาวกรกฎ ศรีวิกรม์ กรรมการบริหาร บริษัท เกษร แลนด์ แอสเซท แมนเนจเม้นท์ จำกัด เข้าร่วมชมงาน พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล โดยภาครัฐมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สามารถแข่งขันในตลาดโลก และตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่

การจัดงานครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทย ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งส่งเสริมให้สมุนไพรไทยก้าวสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน

CPS CHAPS | Best Kamsing ครีเอทแฟชั่นไอเทมแนวสตรีทแวร์ที่เรียบง่ายแต่ยังคงความเท่

CPS CHAPS | Best Kamsing ครีเอทแฟชั่นไอเทมแนวสตรีทแวร์ที่เรียบง่ายแต่ยังคงความเท่

CPS CHAPS | Best Kamsing ครีเอทแฟชั่นไอเทมแนวสตรีทแวร์ที่เรียบง่ายแต่ยังคงความเท่

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.53 น.

CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์) แบรนด์แฟชั่นสุดเท่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “CREATIVITY. PASSION. SELF.” เปิดตัวคอลลาบอเรชั่น “CPS CHAPS | Best Kamsing” ผลงานการร่วมออกแบบระหว่างแบรนด์และ “เบสท์ – รักษ์วนีย์ คำสิงห์”  อินฟลูเอนเซอร์สาวมากความสามารถ ที่มีไลฟ์สไตล์และเอกลักษณ์การแต่งตัวที่เรียบง่ายแบบมีสไตล์ เมื่อนำมาผนวกเอากับความเท่ตามแบบฉบับของ CPS CHAPS เรียกได้ว่าเป็นความกลมกล่อมทางด้านแฟชั่นได้อย่างลงตัว โดยคอลเลกชั่นนี้ได้นำเอาความเป็นไลฟ์สไตล์สตรีทแวร์มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในออกแบบ ผสานเข้ากับแพทเทิร์นที่เรียบง่ายในโทนสีขาว ดำ ฟ้า และยีนส์ สามารถสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์และสวมใส่ได้ทุกวัน แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของตัวเอง ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในแฟชั่น ด้วยเสื้อผ้าที่มีสไตล์ โดดเด่น ทันสมัย สะท้อนความเป็นตัวตนของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

เบสท์ – รักษ์วนีย์ คำสิงห์ เผยถึงความรู้สึกในการร่วมออกแบบในครั้งนี้ว่า “การออกแบบในคอลเลกชั่นนี้ เกิดจากความชื่นชอบของเบสท์ที่มีต่อแบรนด์ CPS CHAPS ในฐานะแฟนคลับตัวยงของแบรนด์ เบสท์สวมใส่เสื้อผ้าของทางแบรนด์มาเป็นเวลานาน และเมื่อทางแบรนด์มอบโอกาสชวนมาร่วมโปรเจกต์ เบสท์รู้สึกยินดี ดีใจมาก และตอบตกลงทันที เป็นการจุดประกายไอเดียให้เบสท์รู้สึกสนุก และมีแพชชั่นที่จะได้มีโอกาสครีเอทดีไซน์เสื้อผ้าคอลเลกชั่นออกมาเป็นไอเทมใหม่ๆ ร่วมกันกับ CPS CHAPS คอลเลกชั่นนี้จึงเป็นการนำแฟชั่นและแรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์ของเบสท์ มาผสมผสานระหว่างความรู้สึกและสไตล์ที่ชื่นชอบอย่างแท้จริง บวกกับความเท่ ความเรียบง่าย แต่ยังคงความโดดเด่นในแบบของตัวเอง ที่ใครๆ ก็สามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ สามารถสะท้อนความเป็นตัวตน  รวมออกมาเป็นคีย์ไอเทมเด็ดๆ เหมาะสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการใส่ในวันสบายๆ หรือใส่ไปออกงานก็ได้ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาชมและช้อปคอลเลกชั่นนี้ด้วยกัน”

ไอเทมที่ห้ามพลาด! สำหรับคนรักเบสท์ ได้แก่ Oversize Shirt ที่สามารถใส่ได้หลากหลายโอกาส Jacket Crop ที่เหมาะสำหรับการสร้างลุคที่ดูแอคทีฟ Cropped Polo และ Oversize Cropped Shirt ที่แสดงออกถึงความมั่นใจและเท่ไม่เหมือนใคร Loose Jeans และ Mini Skirt ที่เหมาะกับการแมตช์ในหลากหลายลุค เน้นโทนสีเรียบง่าย เพื่อความคลาสสิกและง่ายในการมิกซ์แอนด์แมตช์  และอีกหนึ่งความน่าสนใจคือดีเทลการปักโลโก้ “CPS ♡ Best” พร้อมพิมพ์ข้อความ “I’m the Best” ที่สร้างเอกลักษณ์บนไอเทม กระดุมและป้ายที่ถูกดีไซน์มาเฉพาะเพื่อเพิ่มความพรีเมี่ยม และยังมีดีเทลต่างๆ มาอัพความน่ารักแมตช์กับความเท่ได้อย่างลงตัว

พิเศษ! พบกับ เบสท์ – รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ที่จะมาปรากฎตัวพร้อม Live สดใจกลางสยามสแควร์ Block I หรือรับชมได้ทางช่องทาง TikTok : cpschaps.official เพื่อรับชมไอเทมคอลเลกชั่น “CPS CHAPS | Best Kamsing” กันแบบเรียลไทม์และเป็นเจ้าของก่อนใคร ได้ในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17:00 – 19:00 น. ก่อนวางจำหน่ายที่ร้าน CPS CHAPS ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์  www.cpschaps.com ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 และอีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก ที่ซื้อสินค้าภายในงาน รับฟรี! Photo Card พร้อมลายเซ็นต์จากเบสท์

039

‘ฉลองวาเลนไทน์’ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

'ฉลองวาเลนไทน์' โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

‘ฉลองวาเลนไทน์’ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.47 น.

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เชิญชวนทุกคู่รักมาสัมผัสบรรยากาศหวานซึ้งรับคืน “วันวาเลนไทน์  วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างเวลา 18.00-22.00 น. พร้อมอิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติที่รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม อาทิ หอยนางรม ปูม้า หอยหวาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ซูชิฟัวกราส์ วากิว แซลมอน ซาชิมิโอโทโร ชูโทโร อกามิ เทปปันยากิ พาสต้าพรีเมียม  ซุปเห็ดทรัฟเฟิล ของหวาน ผลไม้ ไอศกรีม เครื่องดื่มชา-กาแฟ-น้ำอัดลม เพลิดเพลินกับเสียงไวโอลินอันไพเราะ ที่ดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ

อภินันทนาการฟรี!! รับเครื่องดื่มพิเศษ 1 แก้วพร้อม “ชูครีมเรดเบอร์รี่พิสตาชิโอ” สีแดงสดใสวาเลนไทน์สุดสวย เมื่อจองล่วงหน้า มาเดี่ยวเพียงท่านละ 1,699 บาทถ้วน มาคู่เพียง 3,199 บาทถ้วนหรือจองแพ็คเกจพร้อมห้องพักดีลักส์ 1 คืนรวมอาหารเช้าที่เสิร์ฟถึงห้อง (สำหรับ 2 ท่าน) ผลไม้ต้อนรับ และ เครื่องดื่มพิเศษฉลองวาเลนไทน์ในห้องพัก 1 ขวด เพียง 5,199 บาทเท่านั้นเค้กช็อพ จัดจำหน่าย “เค้กช็อคโกแลตพิสตาชิโอราสเบอร์รี่รูปหัวใจ” เพียงชิ้นละ 129 บาทและแบบปอนด์เพียง 690 บาท/ปอนด์ โดยสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป – 14 กุมภาพันธ์เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองล่วงหน้าได้ที่โทร.0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ www.facebook.com/theemeraldhotel

014

DPU เดินหน้าจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มุ่งผลิตบุคลากรคุณภาพรับมือสังคมสูงวัย

DPU เดินหน้าจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มุ่งผลิตบุคลากรคุณภาพรับมือสังคมสูงวัย

DPU เดินหน้าจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มุ่งผลิตบุคลากรคุณภาพรับมือสังคมสูงวัย

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.31 น.

DPU เดินหน้าจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มุ่งผลิตบุคลากรคุณภาพรับมือสังคมสูงวัย เสริมทักษะ Wellness และภาษาต่างประเทศสู่เวทีโลก

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ประกาศความพร้อมจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ เป็นคณบดี ชูวิสัยทัศน์มุ่งผลิตพยาบาลคุณภาพ ตอบสนองความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคมสูงวัย พร้อมเสริมทักษะ Wellness และความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสการทำงานในระดับสากล

รองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนพยาบาล โดยมีอัตราส่วนพยาบาลต่อประชากรอยู่ที่ 1:350 ซึ่งต่ำกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ความต้องการพยาบาลทั่วโลกไว้ที่ 1:270 การจัดตั้งวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและบุคลากรทางการพยาบาล ด้วยการผสมผสานประสบการณ์การทำงานทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการนำแนวคิดอัตลักษณ์ของ DPU ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU มีจุดเด่นที่สำคัญ ดังนี้

• หลักสูตรเข้มข้น: หลักสูตร 4 ปี ครอบคลุมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยเน้นการฝึกประสบการณ์จริงในสถานพยาบาลชั้นนำที่เป็นเครือข่าย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ

• เสริมทักษะ Wellness: ผสมผสานความรู้ด้าน Wellness เข้ากับหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

• พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านภาษา: ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม เช่น ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานในระดับนานาชาติ

• ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ: สนับสนุนให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นผู้ประกอบการ เช่น การเปิดสถานพยาบาลเวลเนส สถานฟื้นฟูสุขภาพ หรือสถานดูแลผู้สูงอายุ

“เราต้องการผลิตบัณฑิตพยาบาลที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ มีทักษะหลากหลายและมีจิตอารี พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกอนาคต สังคมที่หลากหลายและสังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์” รองศาสตราจารย์ ดร.ดรุณี กล่าว

.-008 

โก โฮลเซลล์ มอบถังขยะแก่เทศบาลนครหาดใหญ่ ส่งเสริมการคัดแยก ลดขยะฝังกลบเพื่อคนในชุมชน

โก โฮลเซลล์ มอบถังขยะแก่เทศบาลนครหาดใหญ่ ส่งเสริมการคัดแยก ลดขยะฝังกลบเพื่อคนในชุมชน

โก โฮลเซลล์ มอบถังขยะแก่เทศบาลนครหาดใหญ่ ส่งเสริมการคัดแยก ลดขยะฝังกลบเพื่อคนในชุมชน

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.44 น.

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร จุดหมายใหม่เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ยึดมั่นปรัชญาในการดำเนินธุรกิจตามแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจ ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) ธรรมาภิบาล (Governance) ในทุกการเติบโตเช่นเดียวกับ การขยายสาขาไปยังจังหวัดต่างๆ ล่าสุด กับสาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สาขาลำดับที่ 13 ที่มีกำหนดการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ โก โฮลเซลล์ ได้ตระหนักถึงปัญหา “ขยะ” ที่เป็นวาระสำคัญของจังหวัดและนครหาดใหญ่ เนื่องจากเป็นเมืองสำคัญด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และมีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรมากที่สุดแห่งหนึ่ง และยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียง จนทำให้เกิดปริมาณขยะจำนวนมาก ประมาณกว่า 200-250 ตันต่อวัน ดังนั้น “การคัดแยกขยะ” ตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ

เพื่อรณรงค์ส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้ถูกต้องและลดปริมาณขยะฝังกลบที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม “โก โฮลเซลล์” ได้มอบถังขยะคัดแยกให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่ ภายใต้โครงการ “โก โฮลเซลล์ คัดแยกขยะ เพื่อโลกสีเขียว” ซึ่งแต่ละจุดจะมีถังคัดแยก 4 ประเภท ได้แก่ ถังขยะย่อยสลาย(สีเขียว) สำหรับขยะที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร กิ่งไม้ มูลสัตว์ ถังขยะทั่วไป(สีน้ำเงิน) สำหรับขยะทั่วไป ที่ย่อยสลายได้ยาก แต่ไม่มีพิษ เช่น โฟม ฟอล์ย ถุงพลาสติก ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถังขยะรีไซเคิล(สีเหลือง) สำหรับขยะที่นำกลับมาผลิตเพื่อใช้ใหม่ได้อีกครั้ง เช่น กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ และ ถังขยะอันตราย (สีแดง) สำหรับขยะอันตรายที่มีการปนเปื้อนสารเคมีมีอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ขวดพลาสติกบรรจุสารเคมี กระป๋องสเปรย์ ยาฆ่าแมลง

ในการนี้ จันทิรา บุญชู ผู้จัดการทั่วไป โก โฮลเซลล์ สาขาหาดใหญ่ พร้อมพนักงาน ได้ส่งมอบถังคัดแยกขยะ ให้แก่เทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมี พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่  เป็นผู้รับมอบ ซึ่งถังเหล่านี้จะถูกนำไปวางโดยรอบบริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง ที่มีประชาชนชาวหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน โก โฮลเซลล์ มีสาขา 12 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย ศรีนครินทร์ เชียงใหม่ อมตะชลบุรี พัทยาใต้ พระราม2 รังสิต รามคำแหง ราไวย์    เมืองภูเก็ต เจริญราษฎร์ อุดรธานี ขอนแก่น  และกำลังจะเปิดสาขาลำดับที่ 13 “สาขาหาดใหญ่”  ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้แล้ว!          

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมและโปรโมชั่น เพื่อรับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ก่อนใครได้ที่ www.centralfoodwholesale.co.th   หรือ https://www.facebook.com/gowholesaleth/

038

สยามคูโบต้า เปิดตัว โรงเรียนดินและปุ๋ย อุดรธานี เพื่อการทำเกษตรยั่งยืน

สยามคูโบต้า เปิดตัว โรงเรียนดินและปุ๋ย อุดรธานี เพื่อการทำเกษตรยั่งยืน

สยามคูโบต้า เปิดตัว โรงเรียนดินและปุ๋ย อุดรธานี เพื่อการทำเกษตรยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.36 น.

สยามคูโบต้า เปิดตัว “โรงเรียนดินและปุ๋ย” พื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาดินและการตรวจคุณภาพดินจากหมอดินอาสาของจังหวัดอุดรธานี ภายใต้โครงการ “คูโบต้า พลิกฟื้นผืนดิน” โดยมีกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ร่วมสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พร้อมดึงผู้เชี่ยวชาญหมอดินอาสา                  มุ่งถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและผู้สนใจ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตในการเพาะปลูก ต่อยอดสู่การทำเกษตรยั่งยืน ณ วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัว “โรงเรียนดินและปุ๋ย” จังหวัดอุดรธานีว่า “ภาคการเกษตรถือเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต เพราะหนึ่งในปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตที่ดีมาจากผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทางการเกษตรรวม 147.73 ล้านไร่ หรือร้อยละ 46.7 ของเนื้อที่ทั้งประเทศ ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญความท้าทายที่หลากหลาย อาทิ ความเสื่อมโทรมของดิน การปนเปื้อนของสารเคมีจากการใช้ปุ๋ยและสารเคมีที่ทำให้ศักยภาพของดินลดลง เมื่อดินอยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาก่อให้เกิดประโยชน์ รวมถึงส่งเสริมการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ ๆ อย่างเหมาะสมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา  

“โรงเรียนดินและปุ๋ย” ภายใต้โครงการ “คูโบต้า พลิกฟื้นผืนดิน” จึงเกิดขึ้นบนแนวคิดที่อยากให้เกษตรกร และผู้สนใจทำการเกษตรทุกคนเห็นความสำคัญของดิน เรามุ่งหวังเป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาดินและการตรวจคุณภาพดินซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับทุกชีวิตบนโลกรวมถึงการทำเกษตร สยามคูโบต้า จึงได้ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อพัฒนาจัดการดินเพื่อการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยีสารสนเทศ การตรวจวิเคราะห์ดิน ผลิตภัณฑ์ พด. และเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด รวมทั้งบุคลากรจากกรมพัฒนาที่ดิน และวิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า ที่สยามคูโบต้าเข้าไปร่วมพัฒนาจนเกิดเป็น ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า – ห้วยตาดข่า เมื่อปี 2560 และขยายผลสู่การสร้างโรงเรียนดินและปุ๋ย พร้อมกันนี้ยังมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ตามเป้าหมายที่ 15 (Goal 15 : Life on land) ปกป้อง ฟื้นฟู สนับสนุนการใช้ระบบนิเวศ ฟื้นสภาพการเสื่อมโทรมของที่ดิน และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “การพัฒนาคุณภาพดินเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นรากฐานของการผลิตทางการเกษตร กรมพัฒนาที่ดินได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นองค์กรอัจฉริยะทางดิน เพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการดินที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ พร้อมสร้างศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะทางดินเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดินเชิงรุกผ่านการมีส่วนร่วม เพื่อรักษาสมดุลความเสื่อมโทรมของที่ดินและระบบนิเวศทางการเกษตร ซึ่งการจัดตั้งโรงเรียนดินและปุ๋ย ถือเป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญในการบรรลุวิสัยทัศน์นี้เช่นกัน สำหรับกรมพัฒนาที่ดิน เราให้ความร่วมมือในการถ่ายทอดข้อมูลผ่านบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านดิน อาทิ หมอดินอาสา เพื่อรองรับผู้ที่สนใจในการเรียนรู้เกี่ยวกับดินและปุ๋ย ในรูปแบบของการเรียนทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพดิน ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของเกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน และต่อยอดในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ฉัตรเชาวสิโรตม์ ยอดคีรี ประธานวิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า และประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า – ห้วยตาดข่า กล่าวถึงการสานต่อโครงการนี้ว่า “วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า มุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลดินตลอดมา เพราะเรามองว่า ดินกับการทำเกษตรเป็นของคู่กัน แต่ในอดีตที่ผ่านมาเกษตรกรต้องใช้เวลาทำความเข้าใจเรื่องดิน แม้จะได้รับการให้ความรู้ทั้งเรื่องธาตุอาหารในดิน การปรับปรุงดิน การเตรียมดิน แต่ในการปฏิบัติจริงเกษตรกรมักวัดเอาจากประสบการณ์ตามความเคยชิน ซึ่งในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา กลุ่มวิสาหกิจฯ                และเกษตรกรในพื้นที่ได้เข้าอบรมองค์ความรู้เรื่องปุ๋ยทำให้เรามีวิธีการจัดการดินที่ดีขึ้น ซึ่งการก่อตั้งโรงเรียนดินและปุ๋ยจะช่วยให้เกิดเป็นพื้นที่ให้ความรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนให้บริการตรวจดินและปุ๋ยจากหมอดินอาสาของชุมชนที่มีความเชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ช่วยให้เกษตรกรได้เข้าใจสภาพดินในพื้นที่การเกษตรของตนเอง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับเกี่ยวกับธาตุอาหารในดิน การใส่ปุ๋ยในสูตรหรือปริมาณที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด นำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งสร้างโอกาสในการต่อยอดความรู้ให้แก่ชุมชนข้างเคียงได้ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากการทำปุ๋ยสั่งตัดด้วย

นอกจากนี้คณะทำงานของวิสาหกิจชุมชนฯ ที่มีความรู้เรื่องดินจะมาช่วยกันต่อยอดบริหารจัดการโรงเรียนดินและปุ๋ย พร้อมรองรับผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานโดยเน้นการปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียน ซึ่งเราเชื่อว่าเมื่อเกษตรกรรู้ดิน รู้พืช ก็จะรู้การจัดการที่ดี ทำให้สามารถใช้ทรัพยากรดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อผลผลิตที่ดีต่อไป สำหรับแผนงานต่อไปของโรงเรียนดินและปุ๋ย เราจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานราชการท้องถิ่นในพื้นที่ของชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนขยายผลให้เกษตรกรและผู้สนใจสามารถเพิ่มเติมองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรได้ด้วย เราหวังให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นพื้นที่ให้เกษตรกรทุกคนสามารถเข้าถึงได้และเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะรายได้จากการทำเกษตรกรรมต้องเริ่มต้นจากดินที่ดี” ประธานวิสาหกิจฯ กล่าว

“สยามคูโบต้าเชื่อว่า เมื่อดินดี ผลผลิตดี คุณภาพชีวิตดีแล้ว จะช่วยให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเราจะสามารถสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ตลอดจนความยั่งยืนในภาคการเกษตร อยากให้ทุกคนที่เข้ามาสัมผัสโรงเรียนแห่งนี้ ได้เรียนรู้การปรับปรุงบำรุงดิน การตรวจวิเคราะห์ดินกับหมอดินอาสา เพราะเราอยากให้โรงเรียนดินและปุ๋ยแห่งนี้ สามารถมอบประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและเกษตรกร จนเกิดการต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งแผนการต่อยอดในอนาคตสยามคูโบต้าเตรียมก่อตั้งโรงเรียนดินและปุ๋ย แห่งที่ 2 ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวหอมมะลิหนองผักบุ้งพัฒนา จังหวัดเพชรบูรณ์ในปีนี้ และมุ่งมั่นจะสร้างการขยายผลในชุมชนที่สยามคูโบต้าให้การสนับสนุนต่อไป” วราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

“โรงเรียนดินและปุ๋ย” ภายใต้โครงการ “คูโบต้า พลิกฟื้นผืนดิน” เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้ ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 09.00 – 15.00 น. ณ วิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี (ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยาม คูโบต้า – ห้วยตาดข่า) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.063-601-7455     Facebook:  https://www.facebook.com/huaitadkha/

Tikkiwallah Pop-up Store ของคนรักงานคราฟต์ในงาน Bangkok Design Week 2025

Tikkiwallah Pop-up Store ของคนรักงานคราฟต์ในงาน Bangkok Design Week 2025

Tikkiwallah Pop-up Store ของคนรักงานคราฟต์ในงาน Bangkok Design Week 2025

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.20 น.

Bangkok Design Week 2025 ปีนี้มีร้านเก๋ ๆ จากเชียงใหม่ มาเอาใจสายคราฟต์และคนรักงานแฮนด์เมดอีกแล้ว ปักหมุดแล้วไปสุดกันที่เจริญกรุง 43 คุณจะได้พบกับผลิตภัณฑ์สวย ๆ จากแบรนด์ดัง ‘Tikkiwallah’ (ติกิวัลลาห์) สตูดิโอสิ่งทอร่วมสมัยจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ขนงานคราฟต์และของแต่งบ้านแฮนด์เมดทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าพันคอ และของแต่งบ้าน ให้คนรักงานคราฟต์ช้อปอย่างจุใจในเดือนกุมภาพันธ์นี้เท่านั้น!

Tikkiwallah แบรนด์สัญชาติไทยที่ก่อตั้งโดย Rachna Sachasinh นักเขียนลูกครึ่งไทย-อินเดีย-ฝรั่งเศสผู้หลงใหลงานหัตถกรรมและผ้าทอมือมานานกว่ายี่สิบปี เธอได้นำภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงวัตถุดิบในท้องถิ่น โดยเน้นผู้ผลิตที่สนับสนุนเรื่องจริยธรรมและความยั่งยืน เธอยังร่วมมือกับช่างฝีมือในชุมชนและศิลปินท้องถิ่นทั้งจากไทยและลาว เพื่อผสมผสานทักษะงานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบที่ร่วมสมัยอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนคัดสรรผลงานวินเทจที่ไม่ซ้ำใครมานำเสนอให้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

พบกับผลงานผ้าทอมือร่วมสมัยและของแต่งบ้านของ Tikkiwallah ได้ที่งาน Bangkok Design Week 2025 วันที่ 8-28 กุมภาพันธ์ 2568 ชั้น 3 ร้าน MALA (มาลา) ซอยเจริญกรุง 43 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง

IG: https://www.instagram.com/tikkiwallah_market/?hl=en
Website: https://tikkiwallah.com/
พิกัด MALA: https://maps.app.goo.gl/LunU1fx6Azmkv4id8   

038