FRED PERRY เปิดตัวคอลเลคชั่น‘Club House’ แรงบันดาลใจจากชุดลำลองของคลับเทนนิสในอดีต

FRED PERRY เปิดตัวคอลเลคชั่น‘Club House’  แรงบันดาลใจจากชุดลำลองของคลับเทนนิสในอดีต

FRED PERRY เปิดตัวคอลเลคชั่น‘Club House’ แรงบันดาลใจจากชุดลำลองของคลับเทนนิสในอดีต

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

FRED PERRY (เฟร็ด เพอร์รี่) แบรนด์สัญชาติอังกฤษที่อยู่กับวงการแฟชั่นมากว่า 70 ปี ด้วยสไตล์อันมีเอกลักษณ์และความคลาสสิกที่ร่วมสมัยโดยมี ยัสปาล กรุ๊ป เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในประเทศไทย เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุด “Club House” ที่รวบรวมไอเทม Must Have แห่งปี 2025 โดดเด่นดีไซน์ที่สะท้อนความเป็นเลิศของแบรนด์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์สไตล์สปอร์ตสุดพรีเมียมให้กับคอมมูนิตี้ของ FRED PERRY ในทุกมุมโลก

คอลเลคชั่นล่าสุด Club House โดดเด่นด้วยเสื้อผ้าถักเสื้อเจอร์ซีย์ ผ้าทอ และไหมพรมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เนื้อผ้ามีน้ำหนักและสัมผัสที่หรูหรา โดยได้แรงบันดาลใจจากชุดลำลองของคลับเทนนิสสุดเอ็กซ์คลูซีฟในอดีต ผสานเข้ากับความประณีตในรายละเอียดเพื่อให้ทุกชิ้นงานสะท้อนถึงคุณภาพและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ FRED PERRY นอกจากนี้ เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นมาพร้อมการปักโลโก้ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Tennis Club ในแคตตาล็อกของ FRED PERRY จากยุค 1970 โดยใช้โทนสีหลักของแบรนด์ ได้แก่ Ecru และ Oxblood เสริมด้วย Tennis Blue และ Label Green ที่ถอดแบบมาจากป้ายคอเสื้อของคอลเลคชั่นในยุค 1960 และ 1970

เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของ FRED PERRY อย่างแท้จริง คอลเลคชั่นนี้ยังนำเสนอการปักข้อความ “Chosen by Champions” บนชิ้นงานที่เลือกสรรมาเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการยกย่องนักกีฬาผู้มีความทุ่มเทและความเป็นเลิศอีกด้วย

คอลเลคชั่น Club House พร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของแล้ววันนี้พบกับไอเทมที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้คุณ Match Fit ในทุกโอกาสและสะท้อนความเป็นตัวของตัวเองได้แล้ววันนี้ที่ร้าน FRED PERRYทุกสาขาทั่วประเทศไทย

เอ็ม บี เค และบริษัทในเครือ ตอกยํ้าองค์กรหัวใจสีเขียว หนุนโครงการ‘แยกเพื่อให้พี่ไม้กวาด’

เอ็ม บี เค และบริษัทในเครือ ตอกยํ้าองค์กรหัวใจสีเขียว หนุนโครงการ‘แยกเพื่อให้พี่ไม้กวาด’

เอ็ม บี เค และบริษัทในเครือ ตอกยํ้าองค์กรหัวใจสีเขียว หนุนโครงการ‘แยกเพื่อให้พี่ไม้กวาด’

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินหน้ามุ่งสู่การเป็นองค์กรไทยหัวใจสีเขียวอย่างต่อเนื่อง เอ็ม บี เค และ บริษัทในเครือ ร่วมลดปริมาณการเกิดขยะและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดยการคัดแยกขยะก่อนทิ้งและนำกลับมารีไซเคิลเพิ่มมูลค่าขยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด สานต่อกิจกรรม MBK Care อาสาสร้างสุขสู่ชุมชน แยกเพื่อให้…“พี่ไม้กวาด” นำโดย ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้งจำกัด เป็นตัว แทนผู้บริหารมอบขวด PET จำนวนกว่า 2,400 กิโลกรัมให้กับ YOU เทิร์น PLATFORM by GC แพลตฟอร์มบริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจร เพื่อนำขยะเข้าสู่กระบวนการอัปไซเคิล แปรรูปหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่เป็นชุดปฏิบัติงานแถบสีสะท้อนแสงของเจ้าหน้าที่พนักงานกวาดขยะ สนับสนุนการทำงานอย่างปลอดภัยในโครงการมือวิเศษ กรุงเทพมหานคร “แยกเพื่อให้…พี่ไม้กวาด” โดยการผลิต 1 ชุดใช้ขวด PET จำนวน 42 ขวด ซึ่งการส่งมอบขวด PET ครั้งนี้สามารถผลิตชุดได้มากกว่า 2,000 ชุด นอกจากนี้ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจกอล์ฟในเครือเอ็ม บี เค ยังมีการติดตั้งจุดรับบริจาคขวดพลาสติกใช้แล้ว (ขวด PET) อีกด้วย

‘รสลิน โกแวร์’แม่ทัพมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยํ้าความมุ่งมั่นส่งเสริมสิทธิของผู้หญิงและเด็กหญิง

‘รสลิน โกแวร์’แม่ทัพมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยํ้าความมุ่งมั่นส่งเสริมสิทธิของผู้หญิงและเด็กหญิง

‘รสลิน โกแวร์’แม่ทัพมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยํ้าความมุ่งมั่นส่งเสริมสิทธิของผู้หญิงและเด็กหญิง

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หญิงแกร่งมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยนางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคม ขอเชิดชูความสำเร็จและบทบาทสำคัญของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทั่วโลก พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักและเร่งผลักดันการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสิทธิของพวกเธอให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าวว่า “ตลอด 21 ปีที่ดิฉันได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ทำให้ได้สัมผัสถึงความท้าทายของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในพื้นที่ห่างไกลและยากลำบากในประเทศไทย รวมถึงได้เห็นพลังของการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่ช่วยให้พวกเธอลุกขึ้นสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เราจึงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกฝ่ายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อไป”

แม้จะมีความก้าวหน้าในหลายด้าน แต่ยังคงมีอุปสรรคที่ต้องแก้ไข จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลในปี 2565 พบว่า ผู้หญิงที่ไม่ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นจาก 62.7% ในปี 2561 เป็น 63% ในปี 2565 นอกจากนี้ เด็กผู้หญิงอายุ 15-19 ปี กว่า 8% เคยประสบกับการล่วงละเมิดทางเพศ และมีเพียง 30% เท่านั้นที่กล้าเปิดเผยหรือรายงานเหตุการณ์ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา”

สำหรับแนวทางที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ กำลังดำเนินการนั้น รสลิน กล่าวว่า มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับผู้หญิงและเด็กผู้หญิง รวมถึงผู้ชายและเด็กผู้ชาย ผู้อุปการะ ผู้บริจาค ชุมชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมสิทธิสตรีและสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น “ศุภนิมิตฯ เราอาจไม่ได้มุ่งเน้นงานด้านสตรีโดยเฉพาะ แต่เรามุ่งเน้นและส่งเสริมเรื่องสิทธิความเท่าเทียม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือความเท่าเทียมกันทางเพศ ไม่ว่าจะเพศหญิง หรือเพศชาย เช่น สิทธิในการศึกษา สิทธิในเรื่องความปลอดภัย สิทธิในการรับสวัสดิการและบริการต่างๆ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาเรามีโครงการที่ดำเนินงานด้านนี้อยู่ หลักๆ 3 ด้าน คือ ด้าน Protection การปกป้องคุ้มครอง โดยมูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรต่างๆ เพื่อผลักดันนโยบายที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบ เช่น โครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก เราได้ช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับรูปแบบความรุนแรงที่เด็กเผชิญโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิง โดยในช่วงระหว่างปี 2022-2023 อัตราการรับรู้ถึงคุณภาพของบริการคุ้มครองเด็ก ในหมู่วัยรุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 39% เป็น 50% ซึ่ง 58% ของผู้ที่รายงานว่ามีการพัฒนาเป็นเด็กผู้หญิง เราให้ความสำคัญกับการสร้างพลังให้เด็กและเยาวชน ในการเป็นกระบอกเสียงเรียกร้องสิทธิของตนเอง พร้อมกับพัฒนาทักษะที่จำเป็น เพื่อขับเคลื่อนโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาและชุมชน

ด้าน Livelihood พัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ เราสร้างพลังให้ผู้หญิงได้เห็นคุณค่าของตนเองผ่านการพัฒนาอาชีพ ด้วยการสนับสนุนให้ผู้หญิงมีอาชีพและรายได้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะและเพิ่มความสามารถในการเลี้ยงดูครอบครัวของตนเองเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้พวกเธอ ได้เป็นแรงบันดาลใจและส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงคนอื่นๆ ต่อไปในชุมชน นอกจากนี้ เรายังมีโครงการ Reaching Women Migrant Workers and Their Families in Construction Camps (REACH) ซึ่งได้รับเงินทุนจาก ILO เป็นโครงการที่เราได้เข้าไปให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจในหมู่แรงงานข้ามชาติหญิงและครอบครัวของเธอ เกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ที่พวกเธอพึงจะได้รับตามกฎหมาย และปรับปรุงการเข้าถึงการศึกษา บริการสุขภาพ และสิทธิแรงงานของพวกเธออย่างเท่าเทียม

ด้าน Education การศึกษา มูลนิธิศุภนิมิตฯ เราสนับสนุนให้เด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ยากไร้ ได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพให้ได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบัน เราสามารถสนับสนุนให้นักศึกษาสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีไปแล้วกว่า 450 คน ผ่านโครงการส่งน้องจบป.ตรี ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ โดยในจำนวนนี้ 74% เป็นผู้หญิง แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนหญิง และเรายังมีโครงการอุปการะเด็กซึ่งเป็นโครงการหลักในงานด้านพัฒนาของมูลนิธิฯ เป็นโครงการที่จุดประกายความหวังเพื่ออนาคตของเด็กยากไร้เปราะบาง รวมถึงเด็กผู้หญิงที่จะได้รับโอกาสทางการศึกษา ที่จะมีอนาคตและได้ทำตามความฝัน โดยหวังให้พวกเขาจะนำความรู้และความสามารถที่ได้กลับไปช่วยเสริมสร้างครอบครัวและชุมชนของตนได้อย่างยั่งยืน”

เมื่อถามถึงความรู้สึกส่วนตัวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้หญิง รสลิน มองว่า “ส่วนตัวไม่เชื่อว่าผู้หญิงมี ข้อจำกัด เพราะสังคมไทยปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น ขอเพียงแค่เราเชื่อมั่น มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง และกล้าที่จะแสดงมันออกมาในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ทุกวันนี้ เราจะเห็นผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทั้งในระดับองค์กรและในประเทศมากขึ้น เห็นได้จากสื่อต่างๆ ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จส่วนตัวเท่านั้น แต่คือพลังที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และเป็น  Role Modelให้กับผู้หญิงอีกหลายๆ คน ที่จะกล้าก้าวออกมาเป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น และเมื่อสังคมยอมรับ โอกาสการเปิดกว้างก็จะตามมา สุดท้ายแล้ว ศักยภาพไม่ได้ถูกกำหนดโดยเพศ แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยโอกาสและความสามารถที่ได้รับ ในฐานะที่ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เราต้องทำหน้าที่ของเรา เพื่อส่งเสริมผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทุกคน”

คุณแหน : 10 มีนาคม 2568

คุณแหน : 10 มีนาคม 2568

คุณแหน : 10 มีนาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีสมโภชกระถางธูปพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลวันคล้ายวันพระราชสมภพ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ เจ้าแม่ทับทิม แควใหญ่ ปากน้ำโพ…

●● ยินดีกับ ชวน หลีกภัย ที่คณะกรรมการสภา ม.เกริก มีมติมอบโล่เชิดชูเกียรติ “นักการเมืองดีเด่นยอดเยี่ยมแห่งปี” ในการประชุมเสวนาวิชาการประจำปี ณ ศูนย์ประชุมวิชาการนานาชาติ ม.เกริก…

●● สุพล จันทวีชัย พร้อม นิวัฒน์ เย็นกาย ให้การต้อนรับเพื่อนๆ ชาวหลักสูตร Digital CEO#8 ที่มาดูงานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของ บมจ.ลาวเทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ และ บจ.ทีพลัสดิจิทัล ณนครเวียงจันทน์…

●● มิตรสหายยินดีกับ อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล CMO บจ. RealSmart ที่ได้รับรางวัล Leader of Technology Award (ผู้นำเทรนด์อนาคตด้านเทคโนโลยี) และ บจ. RealSmart ได้ รางวัล The Most Innovative Award (สุดยอดองค์กรด้านนวัตกรรมแห่งปี)จาก Future Trends Awards 2024…

●● เพื่อนๆร่วมแสดงความเสียใจกับ พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ จิตพิมลมาศ ผช.เลขาธิการ ก.ล.ต. ที่สูญเสียมารดา รัชนี จิตพิมลมาศ ด้วยโรคชราในวัย 87 ปี…

●● โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จัดวิ่งการกุศล “TUH SEASON RUN 2025” ในโอกาสมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก้าวสู่ปีที่ 91 รายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และสร้างอาคารศูนย์ นวัตกรรมด้านมะเร็งและรังสีรักษา (อาคาร ๙๐ ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) 11 พ.ค.ณ มธ.ศูนย์รังสิต สมัครได้ที่: https://www.jogandjoy.run/project/detail/139…

●● ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนรินทราบรมราชชนนี จัดงานครบรอบ 55 ปีสมาคมฯ เมื่อ 6 มี.ค. ระดมทุนทรัพย์ก่อสร้างห้องสมุด จัดซื้อคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนหนึ่งสร้างห้องน้ำและปรับปรุง ซ่อมแซม อาคารเรียนที่เพชรบูรณ์บรรลุวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ…

●● โครงการบวชปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สักการะ 4 สังเวชนียสถาน 19-30 ก.ค.ระยะเวลาบวช 12 วัน สอบถามเพิ่มเติม พระภัทรกัลป์ โทร.098-3393566 รับจำนวนจำกัด สมัครวันนี้-1 มิ.ย.หรือเมื่อเต็มจำนวนตามกำหนด…

●● เมื่อวันซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ ม.ธรรมศาสตร์ปีนี้ที่ มธ.ศูนย์รังสิต ปลายเดือนม.ค. 2568 ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร ได้รับปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์.. วันนั้นมีบัณฑิตกว่า 2 หมื่นคน สถานที่กว้างขวางมาก.. แต่มีเรื่องบังเอิญให้ได้พบเจอ ดร.ปิยวัชรชัยเสรี บุตรชาย ศ.คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี ซึ่งมางานรับพระราชทานปริญญาตรี นิติศาสตร์ของบุตรสาว ..อ.นรนิติ จึงบอกหลานย่าของคุณหญิงนงเยาว์ว่า “ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นี้คุณหญิงนงเยาว์เป็นผู้ผลักดันและสร้างขึ้นมาจนเป็นผลสำเร็จที่พัฒนามางดงามเป็นคุณแก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”.. เป็นเรื่องน่าแปลกที่สถานที่กว้างใหญ่ ผู้คนมากมาย แต่โชคดีที่ได้เจออย่างไม่ได้นัดหมาย…●●

คุณแหน

ออร์กานอน ฉลองวันสตรีสากล จัดประชุมโต๊ะกลมผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ผลักดันนวัตกรรมเพื่อสุขภาพสตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ออร์กานอน ฉลองวันสตรีสากล จัดประชุมโต๊ะกลมผนึกกำลังภาคีเครือข่าย  ผลักดันนวัตกรรมเพื่อสุขภาพสตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ออร์กานอน ฉลองวันสตรีสากล จัดประชุมโต๊ะกลมผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ผลักดันนวัตกรรมเพื่อสุขภาพสตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ออร์กานอน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund-UNFPA) จัดการประชุมโต๊ะกลมภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อสุขภาพสตรี” ณ ห้องสมุด เนียลสันเฮส์ (Neilson Hays) กรุงเทพฯ เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสุขภาพสตรีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

การประชุมนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล (International Women’s Day-IWD) เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และเป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมทั้งส่งเสริมโครงการครอบครัวคุณภาพของเอเปก (APEC Smart Families)

บทสนทนาจากการประชุมมุ่งตอบโจทย์ประเด็นความต้องการด้านสุขภาพสตรีที่เร่งด่วน ที่พบเห็นทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในวงกว้าง อาทิ อัตราการผ่าคลอดที่น่ากังวลของประเทศไทย (34.8% ของการคลอดทั้งหมด) อัตราการเสียชีวิตของมารดาที่สูงในประเทศกัมพูชา (218 รายต่อการเกิดมีชีพ 100,000 ราย) และอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่สูงในประเทศลาว(82 รายต่อเด็กหญิงอายุ 15-19 ปี 1,000 คน) เป็นต้น โดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่างการลงทุนในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิง กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาสังคม

ข้อมูลเชิงประจักษ์จากสถาบันชั้นนำระดับโลก อาทิ World Economic Forum, McKinsey Health Institute และ World Bank ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) ของโลกได้ถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานของผู้หญิงได้ถึงร้อยละ 20 หากผู้หญิงสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพมากขึ้นบริษัท อินซูลาร์ ไลฟ์ (Insular Life Assurance Company, Ltd. – inLife)ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้ขยายสวัสดิการสุขภาพให้ครอบคลุมการตั้งครรภ์และคลอดบุตรอย่างครบวงจร ส่งผลให้มีพนักงานหญิงสูงถึง 64% และอัตราการลาออกลดลง เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมจากการลงทุนในสุขภาพสตรีได้อย่างชัดเจน

นายคุง คาเรล เคราท์บ๊อช (Koen C. Kruijtbosch) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์กานอน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดการเสวนา โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบในวงกว้างของสุขภาพสตรีต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นว่าความท้าทายด้านสุขภาพสตรีที่เร่งด่วนของประเทศไทย อาทิ อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่สูงขึ้น และอัตราการผ่าคลอดที่สูง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต่อสุขภาพสตรี ตลาดแรงงาน ระบบสาธารณสุข และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

“ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และอนาคตของประเทศ หากเราต้องการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เราต้องนำนวัตกรรมในด้านต่างๆ มาปรับใช้ทั้งด้านการแพทย์ เทคโนโลยี นโยบาย การให้บริการ และการศึกษา เพื่อให้ทุกคนโดยเฉพาะเด็กและสตรี สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นในการตัดสินใจด้านสุขภาพได้อย่างรอบคอบ”

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า “สุขภาพสตรีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจความเสมอภาคทางสังคม และความเจริญ รุ่งเรืองร่วมกัน การรับรองการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องสุขภาพส่วนบุคคล แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งส่งเสริมตลาดแรงงานแบบยืดหยุ่นและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ดร.ณหทัย ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะโครงการครอบครัวคุณภาพของเอเปก ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมในการจัดการกับความท้าทายด้านประชากรศาสตร์ พร้อมทั้งส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว “การลงทุนในสุขภาพสตรีคือการลงทุนในอนาคตของครอบครัว ชุมชน และประเทศของเราอย่างแท้จริง” ดร.ณหทัย กล่าว

การประชุมโต๊ะกลม ซึ่งดำเนินการอภิปรายโดย สิริลักษณ์ เชียงว่อง หัวหน้าสำนักงานกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) มุ่งเน้นไปที่แนวทางแก้ไขและการดำเนินงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยในระหว่างการเสวนาโต๊ะกลม ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชชรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กล่าวถึงการขยายเวลาให้บริการของศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร รวมถึงคลินิกวางแผนครอบครัว โดยในวันจันทร์-ศุกร์ ขยายเวลาให้บริการจนถึง 20.00 น. และเพิ่มเวลาให้บริการในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและอนามัยการเจริญพันธุ์ได้มากขึ้น ลดอุปสรรคในการเข้ารับบริการ ทั้งนี้ การขยายเวลาให้บริการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติในการลดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ผ่านการเพิ่มความตระหนักรู้และขยายการเข้าถึงทางเลือกในการวางแผนครอบครัว

จากการเสวนา สามารถระบุข้อสรุปสำคัญได้ 4 ประการ หนึ่ง ผู้ร่วมประชุมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความครอบคลุมของการวางแผนครอบครัว การเรียนการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษา และบริการด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ สอง การอภิปรายชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ดิจิทัลโซลูชั่น (digital solutions) เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์ แอปพลิเคชั่นมือถือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแพทย์ทางไกล (telemedicine) เพื่อการรายงาน การร้องทุกข์ การให้คำปรึกษา รวมถึงการขยายการเข้าถึงของบริการ สาม นโยบายที่เป็นมิตรต่อครอบครัวในสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น สิทธิวันลาสำหรับมารดาและบิดา สิทธิวันลาสำหรับการดูแลสมาชิกครอบครัว และการสนับสนุนด้านการดูแลบุตร เป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายด้านประชากรของไทย ประการสุดท้าย ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงให้เห็นถึงความต้องการและความเต็มใจในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วน เพื่อปิดช่องโหว่ลดความกระจัดกระจายของการดำเนินงาน และผลักดันความร่วมมือที่เป็นเอกภาพในการเสริมสร้างระบบสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้หญิงในระยะยาว

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยากรรมการและกรรมการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กล่าวปิดงาน โดยสนับสนุนให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องภายหลังการประชุม “วันนี้ เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบใหม่ และได้พบเพื่อนใหม่ซึ่งทำให้เรารู้ว่ายังมีพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกมากมาย งานวันนี้มิใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการประชุมโต๊ะกลมนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่จะจัดทำขึ้นภายใต้โครงการ“Her Promise Grant” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก บริษัท ออร์กานอน และดำเนินการโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย อันจะเป็นแนวทางสำคัญในการขยายความร่วมมือและเสริมสร้างการลงทุนในนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

คุง คาเรล เคราท์บ๊อช

คุง คาเรล เคราท์บ๊อช

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา

SHINY AIRY FREELY นิทรรศการแสดงเดี่ยวของ‘โด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง’

SHINY AIRY FREELY นิทรรศการแสดงเดี่ยวของ‘โด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง’

SHINY AIRY FREELY นิทรรศการแสดงเดี่ยวของ‘โด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง’

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Shiny Airy Freely คือนิทรรศการแสดงเดี่ยวของ ศิลปินโด่ง-พงษธัช นำเสนอผลงานจิตรกรรมทิวทัศน์ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งและเป็นอิสระ ศิลปินใช้แสง สีสัน พื้นที่ และอารมณ์ความรู้สึกเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์งาน ภายใต้แนวคิดที่สะท้อนถึงประสบการณ์ทางสายตาและอารมณ์ของเขาเอง

แสงและสี : อิทธิพลของบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง

คำว่า Shiny ในที่นี้ไม่ได้สื่อถึงเพียงแค่แสง แต่ยังหมายรวมถึงสีสันที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของแสงกับวัตถุ เรามองเห็นสีของสิ่งต่างๆ ได้เพราะแสงเป็นตัวพาให้สีปรากฏต่อสายตา แต่สีที่เราเห็นนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง—มันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา อุณหภูมิแสง และสภาวะแวดล้อม

โด่ง-พงษธัช ให้ความสำคัญกับมิติของสีที่เกิดจากแสงธรรมชาติ-ยามเช้าที่อบอุ่นด้วยโทนเหลืองทอง ยามบ่ายที่แฝงด้วยความเร่าร้อนของสีส้มแดง หรือยามเย็นที่บรรยากาศกลายเป็นสีม่วงน้ำเงินที่สงบเย็น สีของทิวทัศน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีของวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกแต่งแต้มด้วยอุณหภูมิแสงและเงาที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงวัน ทำให้ภาพวาดของเขามีมิติที่ลื่นไหลและเต็มไปด้วยชีวิต

นอกจากสีที่เกิดจากแสงแล้ว ศิลปินยังใช้โทนสีเป็นเครื่องมือในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึก สีจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางสายตา แต่ยังเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับสถานที่และความทรงจำอีกด้วย

อากาศ พื้นที่ และความอิสระของการรับรู้

Airy เป็นแนวคิดเกี่ยวกับพื้นที่และมวลของสิ่งที่อยู่รอบตัวศิลปินให้ความสำคัญกับความว่างเปล่าที่รายล้อมวัตถุ (Negative Space) เปรียบเทียบกับมวลของวัตถุที่มีตัวตน (Positive Space) รวมถึงการเคลื่อนไหวของอากาศและสายลมที่สร้างบรรยากาศให้กับทิวทัศน์

Freely เป็นตัวแทนของความอิสระในการมองเห็นและการแสดงออก งานของโด่ง-พงษธัชไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกภาพของสถานที่ แต่เป็นการบันทึกความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น ผู้ชมสามารถสัมผัสถึงความรู้สึกอิสระ ความคิดถึง และความปลดปล่อยที่ศิลปินถ่ายทอดออกมาผ่านฝีแปรงที่เป็นธรรมชาติและเต็มไปด้วยชีวิต

จากความคิดถึงบ้าน สู่ภาพทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์

ผลงานในนิทรรศการนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของโด่ง-พงษธัช ที่เดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของเขาในอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ปีละครั้ง และบันทึกความประทับใจผ่านการวาดภาพทิวทัศน์สะสมต่อเนื่องเป็นเวลาห้าปี โดยใช้เทคนิค En Plein Air หรือการวาดภาพจากสถานที่จริง ศิลปินรับรู้ถึงแสง สี และบรรยากาศ ณ ขณะนั้น แล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาตีความผ่านมุมมองของตนเอง

จากจุดเริ่มต้นของสไตล์ Impressionist ที่ให้ความสำคัญกับแสงและบรรยากาศ ศิลปินค่อยๆ พัฒนาไปสู่การแสดงออกที่เข้มข้นขึ้นในแบบ Expressionist ซึ่งทำให้เส้นสายและรูปทรงของทิวทัศน์แปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์และความรู้สึกที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเสรี ทัศนียภาพในผลงานของเขาจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพของสถานที่หนึ่ง แต่เป็นภาพสะท้อนของความรู้สึกคิดถึง โหยหา และปลดปล่อย

Shiny Airy Freely ไม่เพียงแต่เป็นนิทรรศการจิตรกรรมทิวทัศน์ หากแต่เป็นบันทึกการเดินทางของศิลปิน ทั้งในแง่ของสถานที่และจิตใจ ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงความงามของแสง บรรยากาศ และอารมณ์ที่ไหลเวียนอยู่ในผลงาน เปิดโอกาสให้แต่ละคนตีความและรู้สึกถึงอิสระในแบบของตนเอง

นิทรรศการจัดแสดงผลงานจิตรกรรม สีน้ำมันรวมกว่า 30 ชิ้น เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 3-31 มีนาคม 2568 บริเวณ Fashion Gallery ชั้น 1 สยามพารากอน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เบาหวาน รักษาได้ ถ้ารู้เร็ว

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เบาหวาน รักษาได้ ถ้ารู้เร็ว

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เบาหวาน รักษาได้ ถ้ารู้เร็ว

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคเบาหวานไม่ใช่ปัญหาเฉพาะแค่คนไทย แต่มันเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนทั่วโลก อยากให้ทุกคนลองดูตัวเลขผู้ป่วยเบาหวาน แล้วจะรู้ว่าโรคนี้อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ 

ข้อมูลจากสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation) ปี 2564 ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก 537 ล้านคน และคาดว่าในปี 2573 จะเพิ่มเป็น 643 ล้านคน สำหรับประเทศไทย สถานการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 มีผู้ป่วยสะสมอยู่ 3.3 ล้านคนและมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 300,000 คนต่อปี นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั้งหมด 16,388 คน

โรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งอินซูลินมีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาล โดยโรคเบาหวานอาจเกิดจากการผลิตอินซูลินที่ไม่เพียงพอ หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ และหากไม่ได้รับการควบคุมที่ดีพอ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมา

ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน เราแบ่งพิจารณาได้ 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

ปัจจัยแรกคือ ปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ 

(1) พันธุกรรม ถ้าเรามีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน เราเองมีโอกาสเป็นเบาหวานมากขึ้น

(2) อายุที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุเกิน 45 ปี

(3) เชื้อชาติ ซึ่งพบมากในชาวเอเชีย แอฟริกัน และลาตินอเมริกา 

ปัจจัยที่สองคือปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ ได้แก่ 

(1) น้ำหนักเกินหรืออ้วน เนื่องจากไขมันสะสมโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน 

(2) การขาดการออกกำลังกาย เพราะการที่เราไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลได้ไม่ดี 

(3) อาหารการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคน้ำตาล แป้งขัดสี และไขมันอิ่มตัวมากเกินไป 

(4) ความเครียดเรื้อรัง ก็อาจส่งผลต่อฮอร์โมนและทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 

(5) การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินและโรคแทรกซ้อน

เมื่อพิจารณาที่ปัจจัยแล้ว ในกรณีที่คนเราเมื่ออายุเข้า 35 ปี และไม่เคยได้รับการตรวจมาก่อน หรือถ้ามีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป ร่วมกับปัจจัยเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน ขาดการออกกำลังกาย ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ เคยมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน เช่น ภาวะถุงน้ำในรังไข่ หญิงที่มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือเคยมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน

เบาหวานในระยะเริ่มต้นมักไม่ค่อยมีอาการ แต่ในกรณีที่น้ำตาลในเลือดสูงมาก ผู้ป่วยมักมีอาการ ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืน กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อยกินจุแต่น้ำหนักลด ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า เป็นต้น หากคุณผู้อ่านมีอาการเหล่านี้ ก็ขอแนะนำรีบไปตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลโดยด่วน

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่หายขาด แต่การที่เรารู้ว่าเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็ทำให้รักษาได้ง่ายอีกทั้งปัจจุบันเรามียาช่วยลดและคุมระดับน้ำตาลในเลือดมากมาย ที่มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม (ซึ่งจะเก็บไว้เล่ารายละเอียดในสัปดาห์หน้า) เพียงแค่ท่านที่เป็นเบาหวาน ต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พบแพทย์เพื่อตรวจเช็คตามนัด และที่สำคัญที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึงดูแลเรื่องอาหารการกิน เท่านั้น เบาหวานก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ยาก

สุดท้ายนี้ ขอย้ำว่า ถ้าเป็นเบาหวานแล้วไม่รักษาไม่คุมอาหาร ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กินยาบ้างไม่กินบ้างสิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ โรคแทรกซ้อน เช่น ไตวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนำไปสู่การเจ็บป่วย พิการ หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั้งสิ้น ดังนั้นขอแนะนำใหัท่านที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการไปตรวจคัดกรองดังที่แนะนำไว้ข้างต้น

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประเทศไทยได้รับรางวัล Best LGBTQ Destination ภายในงานมอบรางวัล Spartacus Travel Awards 2025 โดยนิตยสาร Spartacus

ประเทศไทยได้รับรางวัล Best LGBTQ Destination ภายในงานมอบรางวัล Spartacus Travel Awards 2025 โดยนิตยสาร Spartacus

ประเทศไทยได้รับรางวัล Best LGBTQ Destination ภายในงานมอบรางวัล Spartacus Travel Awards 2025 โดยนิตยสาร Spartacus

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.15 น.

ซึ่งเป็นนิตยสารเยอรมันเชิงไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มเกย์ ชื่อดัง ตัดสินรางวัลจากการโหวตของผู้อ่านและคัดเลือกโดยทีมงาน ผู้เข้าร่วมงานฯ ประกอบด้วย Travel Trade สื่อมวลชน รวมถึง NTO และผู้แทนสายการบิน จำนวนกว่า 100 คน ภายในงานมีการมอบรางวัล 4 ประเภท ได้แก่

1- Best LGBTQ Friendly Airline

2- Best LGBTQ Event Destination

3- Best LGBT Honeymoon Destination

4- Best LGBTQ Destination

ซึ่งการที่ประเทศไทยได้รับรางวัล Best LGBTQ Destination ในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวเยอรมันกลุ่ม LGBTQ+ ในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการประกาศใช้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมของประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคมตามนโยบายของรัฐบาล

โดย เมืองเก่าน่าน” คว้าเหรียญทองแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก Green Destinations Award แห่งเดียวในเอเชีย พร้อมกับ “เชียงคาน” ได้รับการจัดอันดับที่ 2 รางวัล Green Destinations Top100 Story Awards ในการประกาศผลโดยองค์กร Green Destination Foundation ภายในงาน ITB Berlin 2025 ตอกย้ำการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ต่อยอดสู่การขายและการตลาดต่อไป

-(016)

MGI รับเจ้าภาพจัด Miss Universe ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทย

MGI รับเจ้าภาพจัด Miss Universe ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทย

MGI รับเจ้าภาพจัด Miss Universe ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.52 น.

ภายหลังจาก บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) ประกาศเป็นผู้ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวจากองค์กร Miss Universe Organization ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe (มิสยูนิเวิร์ส) ครั้งที่ 74 รับผิดชอบในการเก็บตัวทำกิจกรรมต่างๆ การดูแลด้านการผลิตและการตลาด การจำหน่ายบัตร รวมถึงด้านอื่นๆอย่างครบวงจร ตลอดการจัดการประกวด มิสยูนิเวิร์ส ในประเทศไทย ในเดือนพฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

โดยครั้งนี้ MGI เข้าเป็นเจ้าภาพ มิสยูนิเวิร์สครั้งที่74ในเงื่อนไขพิเศษ คาดการณ์จะทำให้ปีนี้ MGI รับรู้รายได้เพิ่มอีกจากเดิม ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท อย่างแน่นอน

อโกด้าเผย 5 เทรนด์ท่องเที่ยวของ Gen Z ที่จะมีส่วนกำหนดนิยามของการท่องเที่ยวในเอเชีย

อโกด้าเผย 5 เทรนด์ท่องเที่ยวของ Gen Z ที่จะมีส่วนกำหนดนิยามของการท่องเที่ยวในเอเชีย

อโกด้าเผย 5 เทรนด์ท่องเที่ยวของ Gen Z ที่จะมีส่วนกำหนดนิยามของการท่องเที่ยวในเอเชีย

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผย 5 พฤติกรรมการเดินทางยอดนิยมของ Gen Z ในเอเชีย โดยนักเดินทางในช่วงวัยนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกดิจิทัล ชอบการเดินทางแบบไม่ต้องวางแผน และให้ความสำคัญกับการมีประสบการณ์การเดินทางร่วมกัน การสำรวจนี้มุ่งเน้นไปที่นักเดินทางวัย 18-27 ปี หรือ Gen Z ที่กำลังกำหนดอนาคตของการท่องเที่ยวในเอเชียด้วยมุมมองการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงแค่มีอิทธิพลต่อเทรนด์การเดินทางในอนาคต แต่ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปได้ค้นพบการเดินทางในแบบที่สร้างสรรค์และน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น  

1.  Tiktok คือแรงบันดาลใจหลัก: โซเชียลมีเดียคือผู้นำเที่ยวคนใหม่

Gen Z ถือเป็นผู้นำในการใช้โซเชียลมีเดีย โดยมี Tiktok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวใหมากที่สุด ขณะที่คนในวัย Millennials มักจะขอคำแนะนำจากเพื่อนและครอบครัว Gen Z ใช้เวลาเลื่อนดูฟีด Tiktok มากถึง 20% และ Instagram 14% เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สำหรับการเดินทางครั้งต่อไป แม้ว่าแรงบันดาลใจจากโลกดิจิทัลจะมีบทบาทสำคัญ แต่การขอคำแนะนำจากคนรู้จักยังคงมีมากถึง 17% แสดงให้เห็นว่าการแนะนำแบบปากต่อปากยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนการเดินทาง

2. ไม่เน้นวางแผนล่วงหน้า: การจองแบบนาทีสุดท้ายกำลังเป็นที่นิยม

ในโลกที่ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา Gen Z เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการเดินทางแบบไม่วางแผนล่วงหน้า โดย 20% ของ Gen Z จองตั๋วเครื่องบินก่อนเดินทางน้อยกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งต่างจาก Millennial, Gen X และ Boomer นอกจากนี้ Gen Z ยังมีแนวโน้มจองที่พักเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเข้าพักอีกด้วย สะท้อนให้เห็นนิสัยรักอิสระตามแต่อารมณ์พาไปของคนวัยนี้

3. ไปด้วยกันย่อมดีกว่า: Gen Z ชอบเดินทางเป็นคู่กับคนรู้ใจ

Gen Z ให้ความสำคัญกับการมีประสบการณ์การเดินทางร่วมกับผู้อื่น โดย 38% ชอบเดินทางไปกับคนรัก ทั้งนี้การเดินทางกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความผูกพันกับคนใกล้ตัวในทุก ๆ การเดินทาง ในขณะที่ Millennials มักเน้นการท่องเที่ยวกับครอบครัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมด้านการเดินทางของแต่ละช่วงวัย

4. คำนึงถึงค่าใช้จ่าย: พฤติกรรมการใช้จ่ายเป็นเหมือนกันทุกวัย

หากพูดถึงการใช้จ่ายในการเดินทาง Gen Z และ Millennials มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน ทั้งสองช่วงวัยมักเลือกที่พักที่มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1,700 บาทต่อคนต่อคืน โดย 56% ของ Gen Z มีแนวโน้มที่จะคุมงบประมาณมากกว่า Millennials (44%) ทั้งนี้ 32% ของ Gen Z วางแผนที่จะใช้จ่ายระหว่าง 1,700 – 3,300 บาท ต่อคนต่อคืน ขณะที่ Millennials อยู่ที่ 41% ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าทั้งสองช่วงวัยมุ่งมั่นที่จะเลือกข้อเสนอที่คุ้มค่า โดยไม่ลดทอนประสบการณ์อันน่าจดจำของการเดินทาง

5. หลงใหลในการเดินทาง: ทุก Gen ต่างชื่นชอบการเดินทาง

แม้ว่าแต่ละ Gen จะได้รับแรงบันดาลใจในการเดินทางในรูปแบบที่แตกต่างกัน รวมถึงช่วงเวลาในการจองล่วงหน้า และเพื่อนร่วมเดินทาง แต่ความปรารถนาในการสำรวจโลกนั้นเป็นสิ่งที่ทุกวัยมีเหมือนกัน เกือบครึ่งหนึ่งของ Gen Z และ Millennials วางแผนที่จะเดินทาง 1-3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่หนึ่งในสามตั้งเป้าหมายจะออกเดินทาง 4-6 ครั้งต่อปี ความหลงใหลในการเดินทางนี้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัย และแสดงให้เห็นถึงความต้องการในการสำรวจโลกอย่างไม่มีขอบเขต

แอนดรูว์ สมิธ (Andrew Smith) รองประธานอาวุโสฝ่ายซัพพลายของอโกด้า กล่าวว่า “Gen Z กำลังเป็นผู้กำหนดนิยามของการเดินทาง ด้วยแนวคิดแบบดิจิทัลที่ผสมผสานกับจิตวิญญาณของการผจญภัย ที่อโกด้า เรารู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนการเดินทางของคนในวัยนี้ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายและข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ทุกการเดินทางมีเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนของแต่ละบุคคล”

อโกด้ามีข้อเสนอที่พักมากกว่า 5 ล้านแห่ง มีเที่ยวบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 300,000 กิจกรรม พร้อมให้ Gen Z ได้เลือกจองเพื่อสำรวจโลกกว้างอย่างสะดวกสบาย โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอโกด้าเพื่อรับข้อเสนอพิเศษล่าสุด หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.agoda.com