‘อิทธิ’ประชุมติดตามแก้ไข ปัญหาสารปนเปื้อนทุเรียน

‘อิทธิ’ประชุมติดตามแก้ไข ปัญหาสารปนเปื้อนทุเรียน

‘อิทธิ’ประชุมติดตามแก้ไข ปัญหาสารปนเปื้อนทุเรียน

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนย้อมสีไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 5/2568 ที่ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรฯ เพื่อติดตามความก้าวหน้าตามมาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงขั้นตอนการขอตรวจสารปนเปื้อน Basic Yellow2 (BY2) กับห้องปฏิบัติการทดสอบ พร้อมทั้งกำชับให้กรมวิชาการเกษตร เร่งประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันสารปนเปื้อน BY2 Big Cleaning กับสวน ล้งโรงรวบรวม โรงคัดบรรจุ

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค อาทิ ไม่ใช้สีทุกชนิดในกระบวนการผลิตทุเรียนสด ห้ามใช้สารห้ามใช้ในกระบวนการผลิตทุเรียนสด การเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อป้องกันการปนเปื้อนสีย้อม ทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งก่อนและหลังการผลิต ทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ก่อนการบรรจุทุกครั้ง เป็นต้น

จากไร่กาแฟเดิมสู่เพิ่มเติมพืชหลากหลาย ครูต้นแบบวนเกษตร‘ระนอง’เผยประโยขน์ทั้งเพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี

จากไร่กาแฟเดิมสู่เพิ่มเติมพืชหลากหลาย ครูต้นแบบวนเกษตร‘ระนอง’เผยประโยขน์ทั้งเพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี

จากไร่กาแฟเดิมสู่เพิ่มเติมพืชหลากหลาย ครูต้นแบบวนเกษตร‘ระนอง’เผยประโยขน์ทั้งเพิ่มรายได้-สิ่งแวดล้อมดี

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

“เกษตรทฤษฎีใหม่” คือการทำเกษตรแบบผสมผสานที่มีการปลูกพืชหลายชนิด รวมถึงอาจเลี้ยงสัตว์ด้วยโดยใช้พื้นที่เดียวกัน ในลักษณะที่กิจกรรมเหล่านั้นเกื้อกูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด กำลังเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีตัวอย่างจากผู้ที่ทำแล้วมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

ดังที่ นายธรรมนูญ จันทร์ภักดี ครูต้นแบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านบางพรวด ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งแบ่งพื้นที่ 10 ไร่มาทำวนเกษตร จากพื้นที่ทั้งหมด 28 ไร่ 1 งาน 10 วา มีรายได้จากการเกษตร 480,000 บาทต่อปี เล่าว่า ในอดีตตนทำเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกกาแฟเป็นพืชหลัก ต่อมาเริ่มปลูกสมุนไพร ผักและผลไม้ต่างๆ เพิ่มเติม เช่น มังคุด ทุเรียน ลองกอง กล้วย ไพลเหลือง หมาก ผักเหลียง ทั้งเพื่อบริโภคเองและจำหน่าย ซึ่งพบว่า ช่วยลดความเสี่ยงจากราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่แน่นอนและการระบาดของศัตรูพืช

“ได้เล็งเห็นความมั่นคงในอนาคตจากการเข้าอบรมโครงการวนเกษตร จาก ส.ป.ก. ระนอง โดยการนำไม้ป่ามาปลูกร่วมกันภายในแปลงเกษตรกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีมูลค่าและช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย เช่น ตะเคียนทอง จำปาทอง มะฮออกกานี ยางนา มีการแปรรูปปุ๋ยหมักจากเปลือกหมาก การเพาะกล้าไม้ การทำน้ำยาล้างจาน” นายธรรมนูญ กล่าวเพิ่มเติม

นายธรรมนูญ กล่าวต่อไปว่า หลังเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรกรรมเป็นแบบวนเกษตร ผลที่ได้รับมีทั้งด้านเศรษฐกิจ มีรายได้ตลอดทั้งปีจากผลผลิตที่หลากหลาย อีกทั้งลดรายจ่ายจากต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีโดยเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยหมัก ด้านสิ่งแวดล้อม เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศมีความอุดมสมบูรณ์ และด้านสังคม คือการเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งขยายพันธุ์พืช ให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นหรือผู้สนใจ

เกษตรกร‘ภูเก็ต’เปลี่ยนแนวสู่‘เกษตรทฤษฎีใหม่’ ผลผลิตหลากหลายมีรายได้ตลอดทั้งปี

เกษตรกร‘ภูเก็ต’เปลี่ยนแนวสู่‘เกษตรทฤษฎีใหม่’ ผลผลิตหลากหลายมีรายได้ตลอดทั้งปี

เกษตรกร‘ภูเก็ต’เปลี่ยนแนวสู่‘เกษตรทฤษฎีใหม่’ ผลผลิตหลากหลายมีรายได้ตลอดทั้งปี

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.25 น.

จากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ไม่แน่นอน บวกกับกระแสโลกที่มุ่งสู่การผลิตแบบยั่งยืนทั้งต่อตัวเกษตรกรเอง ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม “เกษตรผสมผสาน” หรือ “เกษตรทฤษฎีใหม่” ระบบเกษตรกรรมที่ปลูกพืชหลายชนิดรวมถึงอาจเลี้ยงสัตว์ด้วยในพื้นที่เดียวกัน ในลักษณะที่ทุกกิจกรรมเกื้อกูลประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

สัญญา หิรัญวดี เกษตรกรหมู่ที่ 5 บ้านนากก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เล่าถึงการแบ่งพื้นที่ 5 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 11 ไร่ 1 งาน 15 ตารางวา มาปรับเปลี่ยนในรูปแบบวนเกษตร หรือการทำเกษตรแบบจำลองสภาพธรรมชาติของป่าไม้ ว่า ได้รับแนวคิดและแรงบันดาลใจมาจากการเข้าร่วมอบรมเกษตรกรรมยั่งยืนกับ ส.ป.ก. และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี โดยพื้นที่ของตนปลูกทั้งไม้ป่า/ไม้พื้นถิ่น เช่น ดาหลา พิลังกาสา หว้า ไผ่ ยางพารา ดอกหน้าวัว เปลวเทียนภูเก็ต เทพทาโร ผักหวานป่า กล้วยนางพญา

ผัก/ผลไม้/สมุนไพร เช่น ผักเหมียง ข่า ชะอม เห็ดนางฟ้า สะตอ ต้นเนียง ทุเรียน มังคุด เงาะ ขนุน จันทน์เทศ มะตูม ฟ้าทะลายโจร รางจืด ไพล ขมิ้น พญายอ มีการเลี้ยงไก่ ห่าน ปลาดุก ปลานิล ปลาทับทิม นอกจากนั้นยังทำน้ำหมัก เพาะกล้าไม้ เห็ดนางฟ้า ผลิตถ่านอัดแท่ง ผงโรยข้าวผักเหมียง ชาผักเหมียง ลูกจันทน์แช่อิ่ม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่เกษตรของตน ได้กลายเป็นสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรในท้องถิ่นและผู้สนใจ

“มีรายได้จากกิจกรรมทางการเกษตรที่หลากหลายตลอดทั้งปี ลดค่าใช้จ่ายเพราะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้ในแปลง การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ยังทำให้ต้นไม้ในแปลงเกิดความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และเกิดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีความหลากหลายทางชีวภาพ” สัญญา กล่าว

วันสตรีสากล ซินเจนทาฯ ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

วันสตรีสากล ซินเจนทาฯ ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตรไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.24 น.

เกษตรกรรมที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่คือเป้าหมายที่ภาคเกษตรกรรมไทยต้องก้าวไปให้ถึงในอนาคต และหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือบทบาทผู้หญิงในภาคเกษตรกรรม พวกเธอไม่เพียงแค่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร  ยกระดับอุตสาหกรรม และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรและสังคมโดยรวม

ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก แต่ภาคเกษตรกรรมยังคงเผชิญความท้าทายใหญ่ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนแรงงาน และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทจึงเป็นสิ่งจำเป็น และนี่คือภารกิจของผู้นำหญิงแห่งซินเจนทา ประเทศไทย ที่กำลังขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า

ในวันสตรีสากลนี้ หนึ่งในบุคคลที่สะท้อนถึงบทบาทของผู้หญิงในอุตสาหกรรมการเกษตรนี้และเป็นแม่ทัพหญิง คือ กล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ผู้เป็นแรงบันดาลใจและผู้นำหญิงที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเธอไม่เพียงเป็นผู้นำขององค์กรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การเกษตร แต่ยังเป็นผู้ผลักดันแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทย สนับสนุนเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เธอได้มุ่งมั่นนำนวัตกรรมเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเพื่อคุณภาพที่ดีและเพิ่มปริมาณผลผลิต และทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการเกษตรไทย สร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย

นางสาวกล้วยไม้ กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ เราสนับสนุนเกษตรกรหญิงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตร เราเชื่อมั่นว่าเกษตรกรหญิงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโดยอย่างยั่งยืน เราทำงานร่วมกันในหลายมิติ เกษตรกรหญิงในประเทศไทยล้วนมีความรู้ ความสามารถ ความมุ่งมั่น ความอดทน และมีมุมมองที่เปิดรับทักษะความรู้ใหม่ๆ พร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับครอบครัวและชุมชน เราได้เห็นพัฒนาการเหล่านี้ผ่านการทำงานร่วมกันในหลายๆ โครงการ อาทิ โครงการเพาะดีกินดี ที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP และมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาด โดยเราเชื่อว่าการสนับสนุนเกษตรกรหญิงไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นพันธกิจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมไทย และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างโอกาสและสนับสนุนเกษตรกรหญิงให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นอกจากนี้ เบื้องหลังการพัฒนาพันธุ์พืชที่แข็งแกร่งและทนทานต่อสภาพแวดล้อม คือทีมงานวิจัยที่นำโดย วีณา อุปรา ผู้อำนวยการสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์ผัก จังหวัดขอนแก่น ผู้นำหญิงที่มีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับเกษตรกรไทย เธอเชื่อว่าผู้หญิงสามารถมีบทบาทสำคัญในวิทยาศาสตร์การเกษตรได้อย่างเท่าเทียม และมีความสามารถในการทำงานร่วมกับทีมวิจัยระดับนานาชาติ ผลงานของเธอและทีมไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่ดีขึ้น แต่ยังขยายขีดความสามารถของไทยในตลาดเกษตรระดับโลก 

นางสาววีณา กล่าวว่า “เราภูมิใจที่เห็นผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้นในภาคการเกษตร ซึ่งที่สถานีวิจัยฯ ของเรามีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชต้องอาศัยทั้งวิทยาศาสตร์และความเข้าใจในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ความท้าทายคือการสร้างการยอมรับ แต่เราเห็นแล้วว่าความสามารถของผู้หญิงไม่ได้เป็นรองใคร เรารองรับการปรับปรุงพันธุ์ทั้งในระดับท้องถิ่นและการนำผลการวิจัยไปใช้ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา อเมริกาใต้ หรือยุโรป เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรไทยร่วมมือกันสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และยังส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของเกษตรกรรมทั่วโลก”

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ วรรณิดา สุวรัตนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย ซินเจนทา ประเทศไทย ผู้พิสูจน์ว่าผู้หญิงสามารถก้าวสู่บทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม แม้เธอจะเริ่มต้นจากสายการเงิน แต่วันนี้เธอเป็นผู้นำทีมขายที่ไม่ได้มุ่งแค่ขายสินค้า แต่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกษตรกร

“งานขายของเราไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่คือการเป็นที่ปรึกษา ให้ความรู้ที่ถูกต้อง แก้ปัญหาให้เกษตรกร ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แม้จะจบด้านการเงิน แต่เราเรียนรู้งานเกษตรอย่างจริงจังและเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนทำได้ เพียงมุ่งมั่นเปิดใจเรียนรู้ และให้กำลังใจตัวเอง จากประสบการณ์ในด้านการเงินสู่การเป็นผู้นำทีมขายในอุตสาหกรรมเกษตร ทำให้เรียนรู้ว่าการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ความท้าทายคือการทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และตลาดเกษตร ซึ่งแตกต่างจากตลาดการเงิน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและทีมงานที่แข็งแกร่ง เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในทีมและลูกค้า วิธีการของเราคือการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มีการสื่อสารที่ดี การให้เกียรติ และการทำงานเป็นทีม ที่สำคัญการเป็นผู้นำต้องมีความเข้าใจในความแตกต่างและสนับสนุนให้ทุกคนแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่” นางสาววรรณิดา กล่าว

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ ซินเจนทา ประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองพลังของผู้หญิงและความสามารถของพวกเธอที่มีต่ออุตสาหกรรมเกษตรไทย ผู้นำหญิงเหล่านี้ไม่เพียงแต่กำหนดทิศทางอนาคตของภาคการเกษตร แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วประเทศ ให้กล้าลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ในบทบาทใด

สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังมองหาโอกาสในสายงานที่มีความสำคัญต่ออนาคตของโลก อุตสาหกรรมเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในสาขาที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ด้วยบทบาทของผู้นำหญิงที่แข็งแกร่งและแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นความยั่งยืน อุตสาหกรรมนี้กำลังรอคอยคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสานต่อภารกิจในการสร้างระบบเกษตรกรรมที่ดีกว่า แข็งแกร่งกว่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

-(016)

โคเวย์ เปิดตัวโฆษณาใหม่ ‘ซูเปอร์มัม’ฉลาดเลือกเพื่อสุขภาพ ‘ชมพู่-อารยา-น้องแอบิเกล’ ฉลองวันสตรีสากล 2568

โคเวย์ เปิดตัวโฆษณาใหม่ ‘ซูเปอร์มัม’ฉลาดเลือกเพื่อสุขภาพ  ‘ชมพู่-อารยา-น้องแอบิเกล’ ฉลองวันสตรีสากล 2568

โคเวย์ เปิดตัวโฆษณาใหม่ ‘ซูเปอร์มัม’ฉลาดเลือกเพื่อสุขภาพ ‘ชมพู่-อารยา-น้องแอบิเกล’ ฉลองวันสตรีสากล 2568

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันสตรีสากล (International Women’s Day) เพื่อยกย่องความสำเร็จ และบทบาทของผู้หญิงทั่วโลกที่ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมแห่งความเสมอภาคและโอกาสที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง โคเวย์ (COWAY) แบรนด์เครื่องกรองน้ำและเครื่องฟอกอากาศอันดับ 1 จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “Best Life Solution Company” เล็งเห็นความสำคัญของสตรีในการร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ล่าสุด Coway เปิดตัวโฆษณาแบรนดิ้งชุดใหม่ล่าสุด นำเสนอบทบาทคุณแม่ฉลาดเลือกของ “ชมพู่-อารยา” ในการคัดสรรผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพของลูกสาวสุดน่ารัก “น้องแอบิเกล” พร้อมร่วมฉลองวันสตรีสากลปี 2568 และประกาศความเป็นแบรนด์ Subscription ที่น่าเชื่อถืออันดับ 1ของประเทศไทย พร้อมส่งเสริมผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยให้มีสุขภาพดี

นายคิ รยง ชอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โคเวย์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “โคเวย์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้หญิงเสมอมาในฐานะผู้ที่ร่วมขับเคลื่อนการเติบโตให้แก่องค์กรและสังคมของเรา ซึ่งพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของเรานั่นคือ คุณชมพู่-อารยา เป็นคุณแม่คนเก่งของน้องแอบิเกล นอกจากการมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยรักสุขภาพ สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์แล้ว โคเวย์ยังต้องการร่วมยกย่องคุณค่าของผู้หญิงและคุณแม่ทุกคนด้วย

ในโอกาสวันสตรีสากลปีนี้ โคเวย์ได้นำเสนอโฆษณาใหม่ เพื่อนำเสนอบทบาทของคุณแม่ยุคใหม่ในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพของทุกคนในครอบครัว เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพเครื่องกรองน้ำและความคุ้มค่าจากบริการ Subscription ของโคเวย์ ผ่านการถ่ายทอดในมุมมองของคุณชมพู่-อารยา หนึ่งในต้นแบบของซูเปอร์มัมแห่งปี เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงการเลือกเครื่องกรองน้ำที่ได้มาตรฐาน ที่มาพร้อมบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้โคเวย์เชื่อว่าผู้หญิงยุคใหม่สามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ครอบครัวและสังคมได้”

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต กล่าวว่า “ชมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของน้องเกล และคนในครอบครัวมากค่ะ เพราะในฐานะแม่ เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวของเราเสมอ เช่น การเลือกน้ำดื่ม ก็ต้องมาจากเครื่องกรองน้ำประสิทธิภาพสูงของแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งทำให้ชมเลือกโคเวย์ เพราะเป็นแบรนด์เครื่องกรองน้ำ Subscription ที่น่าเชื่อถืออันดับ 1 ของไทย แค่ Subscribe ก็ได้ถึง 3 ความสะอาดมั่นใจมี CODY ดูแลตลอดสัญญา จ่ายรายเดือนเบาๆและติดตั้งเร็วทั่วประเทศ แถมเครื่องกรองน้ำโคเวย์ทุกรุ่นยังมีฟีเจอร์ดีๆ มากมาย มอบทั้งความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของชมและน้องเกลได้ดีมากๆ ค่ะ”

เครื่องกรองน้ำโคเวย์โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องกรองน้ำแบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) ผ่านแผ่นกรองเมมเบรนที่สามารถกรองอนุภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขจัดสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น เชื้อโรค คลอรีน โลหะหนัก และสารตกค้าง นอกจากนี้ ยังจะได้รับบริการบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์โดยทีมงาน CODY จะติดต่อนัดหมายทำความสะอาดเครื่องและเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตลอดระยะเวลาสัญญา

อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญกับผู้หญิงของโคเวย์ ยังเห็นได้จากการที่บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาทีมผู้เชี่ยวชาญ CODY หรือCoway Lady เพื่อทำหน้าที่ให้บริการดูแลทำความสะอาดเครื่องแก่ลูกค้า โดยออกแบบเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น ให้สามารถทำได้ทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมสำหรับผู้หญิงทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำงาน แม่บ้านให้สามารถแบ่งเวลามาสร้างรายได้ โดยไม่กระทบกับการดูแลครอบครัวหรือภาระหน้าที่อื่นๆ ทำให้ผู้หญิงสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

สัมผัสบทบาทของซูเปอร์มัมฉลาดเลือกของ “ชมพู่-อารยา” พร้อมร่วมฉลองวันสตรีสากลไปกับ Coway ด้วยการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครอบครัวของคุณได้ที่เว็บไซต์ www.coway.co.th หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/CowayThailandOfficial และช่องทางยูทูบ https://bitly.cx/6PE6w

ซูเปอร์มัม ชมพู่-อารยา และน้องแอบิเกล

ซูเปอร์มัม ชมพู่-อารยา และน้องแอบิเกล

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ประชุมเตรียมงานฉลองก้าวสู่ทศวรรษที่ 10

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ประชุมเตรียมงานฉลองก้าวสู่ทศวรรษที่ 10

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ประชุมเตรียมงานฉลองก้าวสู่ทศวรรษที่ 10

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.น.อ.) นำโดย ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคมจัดประชุมคณะกรรมการสมาคม เพื่อเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่ปี พ.ศ.2568 นี้ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 10 ในการนี้ได้รับพระกรุณาจาก พลเอกพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล องค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมฯ ทรงรับเป็นประธานจัดงาน ซึ่งจะจัดงานขึ้นในช่วงปลายปี 2568

โอกาสนี้ทรงร่วมประชุมคณะกรรมการ พร้อมเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกับคณะกรรมการสมาคม อาทิ ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง ที่ปรึกษาฝ่ายประสานงานระดับสูง, น.ท.สวพัศ สถิตย์เสถียรรน. เลขาธิการ, บุรินทร์ นาคเจริญ, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล และ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา ณ ห้องอาหารอิตาเลี่ยน บั๊คโค เมื่อเร็วๆ นี้

คณะกรรมการสมาคมฯ รับเสด็จ ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล,
ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก ส.น.อ., นท.สวพัศ
สถิตย์เสถียร รน. และ บุรินทร์ นาคเจริญ

คณะกรรมการสมาคมฯ รับเสด็จ ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก ส.น.อ., นท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน. และ บุรินทร์ นาคเจริญ

พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมด้วย
คณะกรรมการ ส.น.อ. แถวนั่ง : บุรินทร์ นาคเจริญ, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล
นายก ส.น.อ., น.ท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน., แถวยืน : ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง, ศุภาพิชญ์ ชุมสาย
ณ อยุธยา, ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล และ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา

พลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมด้วย คณะกรรมการ ส.น.อ. แถวนั่ง : บุรินทร์ นาคเจริญ, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก ส.น.อ., น.ท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน., แถวยืน : ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง, ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล และ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา

ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง ที่ปรึกษาฝ่ายประสานงานระดับสูง, น.ท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน. เลขาธิการ และ ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล
นายก ส.น.อ.

ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง ที่ปรึกษาฝ่ายประสานงานระดับสูง, น.ท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน. เลขาธิการ และ ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก ส.น.อ.

ชวนสัมผัสความงดงามของสัตว์ป่าและธรรมชาติเมืองไทย ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ประจำปี 2567

ชวนสัมผัสความงดงามของสัตว์ป่าและธรรมชาติเมืองไทย ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ประจำปี 2567

ชวนสัมผัสความงดงามของสัตว์ป่าและธรรมชาติเมืองไทย ผ่านนิทรรศการภาพถ่าย‘สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ’ประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ประธานในพิธีมอบรางวัล ร่วมกับ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมี อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมงาน

เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่โครงการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” มุ่งมั่นเดินหน้าปลูกจิตสำนึกเยาวชนและคนไทยทั้งประเทศ สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ ผ่านการประกวดภาพถ่าย…กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย จตุพรบุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลัง เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโสฯ สร้างสรรค์และดำเนินโครงการโดย ทรูปลูกปัญญา ด้วยการสนับสนุนของ ซีพีเอฟ ซีพีออลล์ โลตัส และ ทรู คอร์ปอเรชั่น จัดพิธีมอบรางวัลโครงการปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่าป่ามีคุณ” ประจำปี 2567 รางวัลเกียรติยศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ ถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมจัดนิทรรศการภาพถ่ายอันทรงคุณค่า ประจำปี 2567 ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

สำหรับเกณฑ์การตัดสินการประกวดภาพถ่าย คณะกรรมการพิจารณาจากภาพถ่ายที่สื่อความหมายภายใต้แนวคิด “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ”ความสวยงาม การจัดวางองค์ประกอบตามหลักทัศนศิลป์ และเทคนิคการถ่ายภาพ โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทสัตว์มีค่า กับประเภทป่ามีคุณ และแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับบุคคลทั่วไปและระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งนี้ ในปี 2567 มีเยาวชนและประชาชนทั่วไปส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 465 คน รวม 1,812 ผลงาน เพื่อร่วมถ่ายทอดความงดงาม รวมถึงสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมเรื่องราว เป็นเรื่องเล่าสุดประทับใจในธรรมชาติ และสร้างความตระหนัก ปลูกใจรักสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สมบัติอันล้ำค่าอันเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ให้อยู่คู่กับเมืองไทยอย่างยั่งยืน โดยรางวัลยอดเยี่ยม ระดับบุคคลทั่วไป ประเภทสัตว์มีค่า ได้แก่พลวัฒน์ ไทยปิ่นณรงค์ เจ้าของภาพ “ครอบครัวนกกระเรียนในสายฝน” รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลยอดเยี่ยมระดับบุคคลทั่วไป ประเภทป่ามีคุณ ได้แก่ จามิกร สุขทรามร เจ้าของภาพ “Colorful Khlong Lan” รับถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษา รางวัลยอดเยี่ยม ประเภทสัตว์มีค่า ได้แก่ นิพพิชฒน์ นันทพินิต เจ้าของภาพ “โผบิน” และรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทป่ามีคุณ ได้แก่ จอมทัพ เจริญลาภนำชัย เจ้าของภาพ “แสงแห่งชีวิต”

โครงการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “สัตว์มีค่า” และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทานถ้วยเกียรติยศแก่ผู้ชนะเลิศประเภท “ป่ามีคุณ” ด้วยความร่วมมือจากช่างภาพทั่วประเทศภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลจึงมีทั้งความงดงามและทรงคุณค่า ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้นำไปเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊กแฟนเพจ“สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” หนังสือภาพ ปฏิทิน ตลอดจนจัดแสดงในนิทรรศการ “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ณ โถงนิทรรศการ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2568 เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติผ่านมุมมองของช่างภาพมืออาชีพ พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป

ผู้ได้รับรางวัลระดับบุคคลทั่วไปและนักเรียน นิสิต นักศึกษา ถ่ายภาพร่วมกัน

ผู้ได้รับรางวัลระดับบุคคลทั่วไปและนักเรียน นิสิต นักศึกษา ถ่ายภาพร่วมกัน

“ครอบครัวนกกระเรียนในสายฝน” โดย พลวัฒน์ ไทยปิ่นณรงค์

“ครอบครัวนกกระเรียนในสายฝน” โดย พลวัฒน์ ไทยปิ่นณรงค์

“Colorful Khlong Lan” โดย จามิกร สุขทรามร

“Colorful Khlong Lan” โดย จามิกร สุขทรามร

“แสงแห่งชีวิต” โดย จอมทัพ เจริญลาภนำชัย

“แสงแห่งชีวิต” โดย จอมทัพ เจริญลาภนำชัย

“โผบิน” โดย นิพพิชฒน์ นันทพินิต

“โผบิน” โดย นิพพิชฒน์ นันทพินิต

“ฤาน้ำท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว” โดย บำเพ็ญ ชำนิบรรณการ

“ฤาน้ำท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว” โดย บำเพ็ญ ชำนิบรรณการ

อนันตรา เวลเนส ริเวอร์ไซด์ ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ชวนผู้หญิงยุคใหม่มาดูแลตัวเอง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

อนันตรา เวลเนส ริเวอร์ไซด์ ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ชวนผู้หญิงยุคใหม่มาดูแลตัวเอง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

อนันตรา เวลเนส ริเวอร์ไซด์ ร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ชวนผู้หญิงยุคใหม่มาดูแลตัวเอง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อนันตรา เวลเนส ริเวอร์ไซด์ (Anantara Wellness Riverside) เวลเนสรีทรีต และศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่โรงแรมอนันตราริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท กรุงเทพฯ ชวนผู้หญิงยุคใหม่ มาเสริมความมั่นใจและหันมาดูแลตัวเอง กับโปรแกรมดูแลสุขภาพและผิวพรรณกับ 2 ทรีตเม้นท์ไฮไลท์ตลอดเดือนมีนาคมนี้

อนันตรา เวลเนส ริเวอร์ไซด์ ร่วมฉลองเดือนแห่งวันสตรีสากล ชวน 2 สาวเก่งในแต่ละสายอาชีพ มาฉลองความงามและเสริมความมั่นใจกับโปรแกรมพิเศษที่ทุกคนสามารถทำได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงยุคใหม่โดยเฉพาะ เริ่มจากใบหม่อน-ธนพร แสงแก้ว นางฟ้านักวิ่ง และสาวนักปั่น สปอร์ตเกิร์ล ตัวยง เลือกโปรแกรมไฮดร้าเฟเชียล ทรีตเม้นท์ (Hydra FacialTreatment) ซึ่งเป็นนวัตกรรมฟื้นบำรุงผิวหน้าด้วยเครื่อง 3 ขั้นตอน ที่จะช่วยทำความสะอาดและผลัดเซลล์ผิวได้อย่างล้ำลึก ดูดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า มีให้เลือก3 แบบ คือ Signature 30 นาที, Deluxe 45 และ Platinum 60 นาที”

“ใบหม่อนปั่นจักรยานเป็นประจำ มักต้องเจอกับฝุ่นควัน ทำให้ผิวแห้งและไม่สดใส ดังนั้นจึงต้องหาเวลาดูแลตัวเองให้ร่างกายได้พักและบำรุงผิว ซึ่งไฮดร้าเฟเชียล ทรีตเม้นท์ตอบโจทย์ได้ดีมากๆ เพราะหลังทำรู้สึกเลยว่าผิวใส และสะอาดขึ้น เหมือนกับการเติมพลังให้กับผิว”

ฟ้า อริชาภัสร์ ศุภสินกิจสมุทร์แอร์โฮสเตสสาวคนเก่ง และบิวตี้ครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบเรื่องสกินแคร์ และการดูแลสุขภาพผิวพรรณเป็นชีวิตจิตใจ เลือกโปรแกรม Icoone Body Treatment (ไอคูน) ซึ่งเป็นนวัตกรรมดูแลผิวและรูปร่างจากอิตาลีเครื่องเดียวในประเทศไทย ที่ช่วยสลายไขมัน พร้อมกระชับผิวเฉพาะจุดได้ เช่น หน้าท้อง, แขน, สะโพก ฯลฯ รวมถึงยังช่วยขับสารพิษ ปรับสมดุลในร่างกาย และการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวใสดูมีสุขภาพดี เรียกได้ว่าตอบโจทย์สาวทำงาน ที่ต้องการเสริมบุคลิกภาพ หุ่นกระชับและมีเวลาจำกัด

เริ่มต้นดูแลตัวเองกับโปรแกรมเพื่อสุขภาพและความงาม ที่มีให้เลือกมากมายในแบบที่คุณต้องการ ได้แล้ววันนี้ ที่อนันตราเวลเนส ริเวอร์ไซด์ (Anantara Wellness Riverside) โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองคิวล่วงหน้าได้ที่โทร.02-4760022

ใบหม่อน ธนพร แสงแก้ว

ใบหม่อน ธนพร แสงแก้ว

ฟ้า อริชาภัสร์ ศุภสินกิจสมุทร์

ฟ้า อริชาภัสร์ ศุภสินกิจสมุทร์

ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ เปิดตัวหนังสือ‘ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย’ ส่งต่อพลังให้ผู้หญิงเห็นความมหัศจรรย์ของตัวเองและมีความสุขกับชีวิตที่เลือก

ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ เปิดตัวหนังสือ‘ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย’  ส่งต่อพลังให้ผู้หญิงเห็นความมหัศจรรย์ของตัวเองและมีความสุขกับชีวิตที่เลือก

ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ เปิดตัวหนังสือ‘ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย’ ส่งต่อพลังให้ผู้หญิงเห็นความมหัศจรรย์ของตัวเองและมีความสุขกับชีวิตที่เลือก

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักเขียนหญิงที่คร่ำหวอดในวงการน้ำหมึกมายาวนาน ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ พร้อมด้วยสามี ดร.วิทิต ลีนุตพงษ์ จัดงานเปิดตัวหนังสือ “ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย” ผลงานเล่มล่าสุดของเธอที่ชวนให้ผู้หญิงเห็นคุณค่าของตัวเอง และมีความสุขกับชีวิตที่ตัวเองเลือก

งานเปิดตัวหนังสือ “ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย” ในบรรยากาศอบอุ่นหัวใจและเป็นกันเอง ที่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายอาชีพ อาทิ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, วิวรรณ กรรณสูต และ ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ มาร่วมงาน พร้อมแบ่งปันมุมมอง แชร์มุมคิด ในสไตล์ผู้หญิงที่เห็นคุณค่าและรักตัวเอง และพร้อมจะแบ่งปันและสนับสนุนสิ่งดีงามสู่สังคม

ก็เพราะอยากเห็นผู้หญิงเข้มแข็งแต่ยังคงมีความอ่อนโยน…กล้าหาญที่จะเป็นตัวเองแต่ฉลาดวางตัว…ร้องไห้เสียน้ำตาได้แต่มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ…หากอยากระเบิดอารมณ์หัวเราะอย่างมีความสุขก็ทำได้โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ จึงลุกขึ้นเขียนหนังสือ “ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย” เพื่อส่งต่อพลังให้ผู้หญิงทุกคนได้ตระหนักถึงความมหัศจรรย์ของตัวเอง และมีความสุขกับชีวิตที่ตัวเองเลือกได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

“พี่เชื่อในความมหัศจรรย์ของผู้หญิงเสมอเมื่อมีโอกาสเขียนหนังสือเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก บทความส่วนหนึ่งจึงตั้งใจเขียนถึงผู้หญิง เพื่อปลุกพลังในตัวผู้หญิง ให้กำลังใจ และกระตุ้นให้คิดเพื่อให้รักตัวเอง ให้เห็นคุณค่าตัวเอง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองที่สำคัญคือมีความสุขในชีวิตที่ตัวเองเลือกแล้วด้วยความที่หนังสือเล่มนี้ห่างจากเล่มแรก “หนึ่งสลึง…เกินร้อย” ถึง 18 ปี จึงนานมากพอที่จะได้เห็นพัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของวิถีความเป็นผู้หญิงในสังคมไทย ดีใจที่ได้เว้นช่วงเนิ่นนานพอจะได้เห็นว่า ผู้หญิงมีบทบาทเก่งกล้าเด่นชัดขึ้นในทุกๆ ด้าน อย่างที่คาดหวังว่าจะได้เห็น”

หนังสือ “ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย” เล่มนี้ ศุลีรัตน์ ไม่ได้เขียนขึ้นให้คุณแค่อ่านเล่นๆ แต่ด้วยความตั้งใจที่จะบอกว่า “คุณคือคนสำคัญ” และโลกใบนี้ต้องการคุณให้คุณรักตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงเพราะเมื่อคุณเชื่อมั่นในตัวเอง ผู้หญิงอย่างคุณก็สามารถสร้างสังคม สร้างโลกใหม่ที่ดีขึ้นได้

ศุลีรัตน์ เขียนในคำนำของหนังสือเล่มนี้ว่า “ฉันเป็นผู้หญิง และฉันเชื่อในความมหัศจรรย์ของผู้หญิงเสมอ บทความในหนังสือเล่มนี้ ฉันเขียนขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน อยากให้สิ่งที่เขียนนี้ได้เปิดความคิดที่ใช่ อยากให้เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นเรื่องราวที่ปลอบใจทำให้ทุกท่านใจฟูเมื่อได้อ่าน

อยากให้ผู้หญิงเข้มแข็งแต่ยังคงความอ่อนโยนกล้าหาญที่จะเปิดตัวเอง แต่ฉลาดวางตัวที่จะยอมให้โอกาสอันควรร้องไห้เสียน้ำตาได้แต่มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ หากอยากระเบิดอารมณ์หัวเราะอย่างมีความสุขก็ทำได้ ไม่ต้องแคร์สายตาใคร หรือแม้กระทั่งบทโหดก็สามารถมีได้แต่ยังมีไว้ซึ่งความเมตตาในหัวใจ”

เนื้อหาในหนังสือยังชวนขบคิดมุมมองของชาย หญิง เพื่อความเข้าใจในความสัมพันธ์ ซึ่งได้นำเสนอมิติต่างๆ ในระหว่างชายหญิงที่ทำให้ได้คิด และได้เห็นเหตุผลในมิติต่างๆ ผู้เขียนได้นำเสนอเรื่องราวให้ชวนอมยิ้ม ปนหยิกแกมหยอก เพื่อให้ผู้หญิงหันมาเห็นคุณค่าของตนเอง พร้อมนำเสนอประเด็นต่างๆ ที่สังคมมองข้าม ชวนให้คิด และมีความเห็นในแง่มุมที่ต่างกัน กับคำถามยอดนิยมอย่าง ทำไมผู้หญิงถึงชอบอ่านคอลัมน์ซุบซิบ?, ผิดตรงไหนที่กุลสตรีจะหัวเราะเสียงดัง, ผู้หญิงพูดมากก็มีข้อดี, อยู่เป็นโสดไม่ได้แปลว่าต้องแห้งเหี่ยวเดียวดาย, ผู้ชายมาจากดาวอังคาร…แล้วยังไง ฯลฯ

หนังสือ “ผู้หญิงกอดตัวเองให้เต็มร้อย” โดยสำนักพิมพ์ วิช กรุ๊ป (ไทยแลนด์), บจก. (ปกอ่อน) 180 หน้า วางจำหน่ายแล้วที่ ร้านหนังสือ ซีเอ็ด และ นายอินทร์

ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ และสามี ดร.วิทิต ลีนุตพงษ์

ศุลีรัตน์ (วงศาโรจน์) ลีนุตพงษ์ และสามี ดร.วิทิต ลีนุตพงษ์

‘คอมฟอร์ท’ ตอบโจทย์สาวมั่นยุคใหม่ สร้างออร่าหอมฟุ้งทุกการเคลื่อนไหว

‘คอมฟอร์ท’ ตอบโจทย์สาวมั่นยุคใหม่ สร้างออร่าหอมฟุ้งทุกการเคลื่อนไหว

‘คอมฟอร์ท’ ตอบโจทย์สาวมั่นยุคใหม่ สร้างออร่าหอมฟุ้งทุกการเคลื่อนไหว

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วรพักตร์ บรรเลงจิต

คอมฟอร์ท ผู้บุกเบิกตลาดผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มของโลก ภายใต้ “ยูนิลีเวอร์” องค์กรชั้นนำที่มุ่งยกระดับชีวิตให้กับทุกคน เปิดตัว “คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่า” (COMFORT BEAUTY AURA) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรใหม่ที่นำ Sillage effect จากน้ำหอมไฮเอนด์มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อสร้างออร่ากลิ่นหอมฟุ้งไกล หอมติดทนนาน มอบประสบการณ์ความหอมระดับพรีเมียมดุจน้ำหอมชั้นนำ ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการความโดดเด่นและสร้างความประทับใจในทุกๆ การเคลื่อนไหว พร้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยส่วนผสมของน้ำหอมที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

นางสาววรพักตร์ บรรเลงจิต รองประธานกรรมการบริหารการตลาดผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย กล่าวว่า “จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงยุคใหม่ อายุ 20-45 ปี ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ผ่านการดูแลตัวเองในทุกด้าน กลิ่นหอมจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพความมั่นใจในชีวิตประจำวัน รวมถึงสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบและความโดดเด่นเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คน

คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่า จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในการนำ “Sillage effect”ที่ใช้ในน้ำหอมระดับไฮเอนด์ พร้อมนวัตกรรมการจัดเก็บน้ำหอมไว้ในแคปซูลที่แตกตัวพร้อมกระจายกลิ่นหอมได้ไกลยิ่งขึ้น พร้อมประสิทธิภาพการกระจายกลิ่นหอมที่สร้างออร่ากลิ่นหอมไกลระยะ 2 เมตร และมอบความหอมติดทนนานถึง 45 วัน ซึ่งเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มในประเทศไทยอีกด้วย”

คอมฟอร์ท ยังชวนผู้บริโภคมาสัมผัสเสน่ห์ของกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเทคโนโลยีสร้างออร่ากลิ่นหอมฟุ้งกระจายไกลถึง 2 เมตร และติดทนยาวนานในงานเปิดตัว “คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่า” (COMFORT BEAUTY AURA) ที่ลานอีเดน (Eden) ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ “PiXXiE” เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอตแห่งวงการT-POP ที่สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและใส่ใจในการดูแลตัวเองอย่างรอบด้าน

สาวๆ PiXXiE กล่าวว่า “ความหอม คือเคล็ดลับความมั่นใจที่พวกเราขาดไม่ได้ และยิ่งมีคอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่าผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มที่มาพร้อมเทคโนโลยี Sillage effect สร้างออร่าความหอมไกลถึง 2 เมตร มาเป็นตัวช่วยเสริมความมั่นใจ พร้อมสร้างออร่าความหอมที่ไปพร้อมกับพวกเราในทุกที่ ทำให้พวกเราพร้อมทำทุกกิจกรรมและเติมเต็มทุกลุคให้สมบูรณ์แบบ”

ผลิตภัณฑ์ ปรับผ้านุ่ม คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่า (COMFORT BEAUTY AURA) มาพร้อม Sillage effect ที่ใช้ในน้ำหอมไฮเอนด์เพื่อสร้างออร่ากลิ่นหอมฟุ้งไกล 2 เมตร หอมติดทนนานถึง 45 วัน มอบประสบการณ์ความหอมระดับพรีเมียมดุจน้ำหอมชั้นนำ ประกอบด้วย คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่าลิลลี่แดง Red Lily & Hibiscus กลิ่นหอมเซ็กซี่ มีออร่า เย้ายวนสไตล์ดอกลิลลี่แดง และหอมสดชื่น ปลุกความมีชีวิตชีวาสไตล์ดอกฮิบิสคัส คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่า กุหลาบม่วง Purple Rose & Lilac หอมคลาสซี่ มีออร่า น่าค้นหา สไตล์ดอกกุหลาบม่วง และหอมหวาน โรแมนติก มีเสน่ห์ สไตล์ดอกไลแลค

สัมผัสประสบการณ์ความหอมระดับพรีเมียมดุจน้ำหอมชั้นนำ พร้อมการสร้างออร่ากลิ่นหอมฟุ้งไปกับ “คอมฟอร์ท บิวตี้ ออร่า” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Shopee และที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ