อิสราเอลสั่งตัดไฟกาซา กดดันฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือ

อิสราเอลสั่งตัดไฟกาซา กดดันฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือ

10 มี.ค. 2568 04:55 น.

อิสราเอลสั่งตัดไฟกาซา กดดันฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือ

รมว.พลังงานอิสราเอลสั่งตัดการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ฉนวนกาซาทั้งหมด หวังกดดันให้กลุ่มฮามาสยอมปล่อยตัวประกันส่วนที่เหลือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอีไล โคเฮน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกคำสั่งให้ตัดการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ฉนวนกาซาทั้งหมดทันที ในวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2568 เพื่อกดดันกลุ่มฮามาสให้ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่เหลืออยู่ทั้งหมด ในขณะที่การเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 2 ไม่มีความคืบหน้า

คำสั่งล่าสุดของนายโคเฮนเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังจากอิสราเอลสั่งระงับการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซาทั้งหมด

ในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอเมื่อวันอาทิตย์ นายโคเฮนกล่าวว่า “เราจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อนำตัวประกันกลับมา และรับประกันว่ากลุ่มฮามาสจะไม่อยู่ในกาซาอีกต่อไปหลังสงครามยุติแล้ว”

คาดกันว่าการตัดไฟฟ้าเข้าสู่กาซาจะส่งผลกระทบมากที่สุดต่อปฏิบัติการของโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตน้ำสะอาดดื่มได้

ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 1 หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาแล้ว และการเจรจาเพื่อขยายเวลาหยุดยิงจะกลับมาเริ่มอีกครั้งในวันจันทร์นี้ (10 มี.ค.) ที่ประเทศกาตาร์ โดยอิสราเอลต้องการให้ฮามาสขยายข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 1 ออกไปก่อน

แต่ฝ่ายฮามาสต้องการเริ่มการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 2 ซึ่งจะรวมถึงการปล่อยตัวประกันที่เหลือในฉนวนกาซา ซึ่งคาดว่าเหลืออีก 59 ราย โดย 35 รายในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีเรื่องการถอนทหารของอิสราเอล และการยุติสงครามอย่างถาวรด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการดีขึ้นเล็กน้อย เสวยอาหารแข็งได้แล้ว

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการดีขึ้นเล็กน้อย เสวยอาหารแข็งได้แล้ว

10 มี.ค. 2568 03:31 น.

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการดีขึ้นเล็กน้อย เสวยอาหารแข็งได้แล้ว

วาติกันเผย อาการประชวรของโป๊ปฟรานซิสยังทรงตัว โดยมีพัฒนาการขึ้นเล็กน้อย และเสวยอาหารแข็งได้แล้ว แต่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในตอนกลางคืน

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในคืนวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2568 ระบุว่า พระองค์ยังคงรับการรักษาอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง รวมถึงการกายภาพบำบัดการเคลื่อนไหวและทางเดินหายใจ และเสวยพระกระยาหารตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งตอนนี้มีอาหารแข็งอยู่ด้วยแล้ว

อาการของพระองค์ดูทรงตัว โดยมีพัฒนาการขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมยังคงซับซ้อน ทำให้แพทย์ยังไม่อาจทำนายแนวโน้มของโรคได้

แถลงการณ์ของวาติกันบอกอีกว่า ในคืนวันอาทิตย์นี้ หลังจากได้รับออกซิเจนการไหลสูงผ่านทางท่อสอดจมูกในช่วงกลางวัน โป๊ปฟรานซิสกลับไปใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไม่สอดท่ออีกครั้ง ตามแผนที่วางเอาไว้

ทั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ไม่ได้ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะเลยนับตั้งแต่ทรงเข้าโรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 หลังเกิดอาการหายใจลำบาก ซึ่งผลการตรวจพบว่า พระองค์มีอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง โดยพระองค์มีอาการทรงตัวในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ โป๊ปฟรานซิสต้อนรับการมาเยือนของบาทหลวง ปิเอโตร ปาโรลิน พระคาร์ดินัลเลขาธิการแห่งนครรัฐวาติกัน กับอาร์ชบิชอป เอ็ดการ์ เปนยา ปาร์รา รองเลขาธิการแห่งนครรัฐวาติกัน และเข้าร่วมพิธีมิสซาร่วมกับผู้ที่คอยถวายการดูแลพระองค์ขณะประทับที่โรงพยาบาลด้วย

ต่อมาในช่วงบ่าย โป๊ปฟรานซิสทรงเข้าร่วมพิธีฝึกปฏิบัติชีวิตจิตแห่งโรมัน คูเรีย (Spiritual Exercises of the Roman Curia) ผ่านทางวิดีโอลิงก์ โดยมีบาทหลวง โรแบร์โต ปาโซลินี เป็นผู้นำทำพิธี

ในวันเดียวกันนี้ โป๊ปฟรานซิสยังออกแถลงการณ์ลายลักษณ์อักษร ขอบคุณแพทย์และพยาบาลที่คอยดูแลพระองค์ รวมทั้งสวดมนต์ภาวนาให้แก่คนมากมายทั่วโลกที่กำลังอดทนกับความเจ็บป่วยด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : vaticannews

ระทึก ตำรวจลับยิงชายถือปืนใกล้ทำเนียบขาว ยังไม่รู้ชะตากรรม

ระทึก ตำรวจลับยิงชายถือปืนใกล้ทำเนียบขาว ยังไม่รู้ชะตากรรม

10 มี.ค. 2568 00:54 น.

ระทึก ตำรวจลับยิงชายถือปืนใกล้ทำเนียบขาว ยังไม่รู้ชะตากรรม

หน่วยตำรวจลับของสหรัฐฯ ยิงชายถือปืนที่หน้าทำเนียบขาว โดยชายคนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าอาการของเขาเป็นอย่างไร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยตำรวจลับของสหรัฐฯ (USSS) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขายิงชายวัยผู้ใหญ่คนหนึ่งในพื้นที่ใกล้ทำเนียบขาว เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ตอนนั้นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาวแต่อย่างใด

นายแอนโทนี กูกลิเอลมี หัวหน้าฝ่ายการคมนาคมของหน่วยตำรวจลับ ระบุว่า USSS ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ “บุคคลผู้มีท่าทางเหมือนต้องการจบชีวิตตัวเอง” (suicidal individual) เดินทางจากรัฐอินเดียนามายังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเจ้าหน้าที่ USSS พบชายที่ลักษณะตรงกับข้อมูลนี้ใกล้กับทำเนียบขาว และพบรถของคนผู้นี้ด้วย

“เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปหา บุคคลผู้นี้ก็สำแดงอาวุธปืนออกมาและเกิดการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธปืนขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ของเราได้ยิงกระสุนออกไปหลายนัด” นายกูกลิเอลมีกล่าว และเสริมว่า ผู้ต้องสงสัยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าอาการเป็นอย่างไร

USSS ยืนยันว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ของพวกเขาได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ทีมสืบสวนกิจการภายในประเทศของสำนักงานตำรวจเทศบาลกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะเป็นผู้นำการสืบสวนเหตุการณ์นี้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องการสืบสวนการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทั้งหมดในเมืองหลวงแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ญี่ปุ่นคุมได้แล้ว ไฟป่าเลวร้ายสุดรอบ 50 ปี หลังคร่า 1 ศพ ต้องอพยพคนนับพัน

ญี่ปุ่นคุมได้แล้ว ไฟป่าเลวร้ายสุดรอบ 50 ปี หลังคร่า 1 ศพ ต้องอพยพคนนับพัน

9 มี.ค. 2568 23:36 น.

ญี่ปุ่นคุมได้แล้ว ไฟป่าเลวร้ายสุดรอบ 50 ปี หลังคร่า 1 ศพ ต้องอพยพคนนับพัน

ญี่ปุ่นยืนยัน เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 50 ปีได้แล้ว หลังพยายามมาเกือบ 2 สัปดาห์ โดยมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ผู้คนนับพันต้องอพยพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกเทศมนตรีเมืองโอฟุนาโตะ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2568 ว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าที่ลุกไหม้บนภูเขาแถบชนบทแห่งนี้ตั้งแต่ 26 ก.พ.ได้แล้ว หลังจากมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บ้านเรือนถูกทำลายหรือเสียหายอย่างน้อย 210 หลัง และชาวบ้านกว่า 4,200 คนต้องอพยพ

“หลังจากการสำรวจทางอากาศ เราประเมินว่าไฟป่าไม่มีความเสี่ยงที่จะลุกลามเพิ่มเติมแล้ว ผมขอประกาศว่าตอนนี้ไฟป่าอยู่ภายใต้ความควบคุมแล้ว” นายคิโยชิ ฟุชิกามิ นายกเทศมนตรีเมืองโอฟุนาโตะกล่าวในงานแถลงข่าว

เหตุไฟป่าล่าสุดเผาผลาญพื้นที่ไปกว่า 2,900 เฮกตาร์ หรือราวครึ่งหนึ่งของเมืองแมนฮัตตัน ทำให้มันกลายเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดที่ญี่ปุ่นเผชิญในรอบมากกว่า 50 ปี ทำลายสถิติไฟป่าบนเกาะฮอกไกโดเมื่อปี 2518 ที่เผาพื้นที่ประมาณ 2,700 เฮกตาร์

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเพิ่งมีฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดไปเมื่อปี 2567 และกำลังเผชิญภาวะอากาศแห้งแล้งทุบสถิติ โดยเมืองโอฟุนาโตะมีฝนตกเพียง 2.5 มม.ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งที่ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 41 มม. อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อน มีส่วนช่วยในความพยายามควบคุมไฟป่าของเจ้าหน้าที่อย่างมาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ซีเรียเดือดอีก ฝ่าย รบ.ใหม่-กลุ่มโปรอัสซาด ปะทะ 4 วัน ดับเกิน 1,000 ศพ

ซีเรียเดือดอีก ฝ่าย รบ.ใหม่-กลุ่มโปรอัสซาด ปะทะ 4 วัน ดับเกิน 1,000 ศพ

9 มี.ค. 2568 22:31 น.

ซีเรียเดือดอีก ฝ่าย รบ.ใหม่-กลุ่มโปรอัสซาด ปะทะ 4 วัน ดับเกิน 1,000 ศพ

กองกำลังฝ่ายรัฐบาลใหม่กับกลุ่มโปรอัสซาดปะทะกันต่อเนื่อง 4 วัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ศพแล้ว โดยเกือบ 3 ใน 4 เป็นพลเรือน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2568 นายอาเหม็ด อัล-ชารา รักษาการประธานาธิบดีซีเรีย ออกมาเรียกร้องขอความสงบและความสามัคคีภายในชาติ หลังมีรายงานว่าพลเรือนจำนวนหลายร้อยคนถูกสังหารในการปะทะกันระหว่างกองกำลังฝ่ายหนุนรัฐบาลกับฝ่ายหนุนขั้วอำนาจเก่าของอดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด

การปะทะดังกล่าวปะทุขึ้นในจังหวัดลาตาเกียกับทาร์ทุส อันเป็นถิ่นที่อยู่ของชนกลุ่มน้อยชาวอลาไวต์ (Alawite) ซึ่งเป็นชนชาติเดียวกับนายอัสซาด บริเวณชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตั้งแต่เมื่อ 6 มี.ค. ก่อนที่การต่อสู้จะรุนแรงขึ้นจนมีรายงานว่าเกิดการสังหารหมู่พลเรือน

กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (SOHR) ซึ่งติดตามสถานการณ์การต่อสู้ในซีเรียมานานนับสิบปี ระบุว่า การสังหารหมู่กว่า 30 ครั้งระหว่างวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายไปที่ชาวอลาไวต์ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วประมาณ 745 ศพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกับจำนวนทหารและนักรบติดอาวุธที่เสียชีวิตในการต่อสู้ตลอด 4 วันที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตรวมจะมีมากกว่า 1,000 ศพ โดยกองกำลังฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลใหม่เสียชีวิตไป 125 ศพ ส่วนฝ่ายหนุนอัสซาดเสียชีวิต 148 ศพ

“เราต้องรักษาความเป็นหนึ่งเดียวและความสงบสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในประเทศแห่งนี้” นายชารากล่าวที่กรุงดามัสกัสเมื่อวันอาทิตย์ และเสริมด้วยว่า “สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในซีเรียตอนนี้ เป็นความท้าทายที่คาดการณ์เอาไว้แล้ว” อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พูดถึงข้อกล่าวหาที่ว่าฝ่ายสนับสนุนเขาสังหารหมู่ประชาชน

ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงในซีเรียครั้งนี้มีชนวนเหตุมาจากการลอบโจมตีกองทัพฝ่ายรัฐบาลเมื่อวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) และหลังจากนั้นการต่อสู้ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

สื่อท้องถิ่นของซีเรียรายงานในวันอาทิตย์ว่า การต่อสู้ระหว่างกองกำลังฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายโปรอัสซาดปะทุขึ้นที่โรงงานไฟฟ้าพลังงานก๊าซที่เมืองบานิอัส ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองลาตาเกียกับเมืองทาร์ทุสด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษจับกุมชายนิรนาม ถือธงปาเลสไตน์ ปีนหอนาฬิกาบิ๊กเบน

อังกฤษจับกุมชายนิรนาม ถือธงปาเลสไตน์ ปีนหอนาฬิกาบิ๊กเบน

9 มี.ค. 2568 11:41 น.

อังกฤษจับกุมชายนิรนาม ถือธงปาเลสไตน์ ปีนหอนาฬิกาบิ๊กเบน

ตำรวจอังกฤษจับกุมชายนิรนามปีนขึ้นไปบนหอนาฬิกาบิ๊กเบน ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ พร้อมกับธงปาเลสไตน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้รถกระเช้าขึ้นไปเกลี้ยกล่อม จนกระทั่งยอมลงมาในอีก 16 ชั่วโมงต่อมา

ตำรวจอังกฤษเผยว่า ชายคนหนึ่งซึ่งปีนขึ้นไปบนหอคอยเอลิซาเบธ หรือที่รู้จักกันในชื่อหอนาฬิกาบิ๊กเบน ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ในกรุงลอนดอนเมื่อเช้าวันเสาร์ (8 มี.ค.) ได้ยอมลงมาแล้วหลังจากผ่านไป 16 ชั่วโมง และถูกจับกุมในเวลาต่อมา สื่ออังกฤษรายงานว่า ชายคนนี้โบกธงปาเลสไตน์ และตะโกนคำว่า ปลดปล่อยปาเลสไตน์

เหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรโดยรอบพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ต้องหยุดชะงัก เนื่องจากหน่วยบริการฉุกเฉินพยายามเกลี้ยกล่อมชายคนดังกล่าวซึ่งปีนขึ้นไปบนหอคอยเอลิซาเบธ พร้อมถือธงปาเลสไตน์ ภาพถ่ายแสดงให้เห็นชายเท้าเปล่า ซึ่งดูเหมือนกำลังประท้วง ยืนอยู่บนขอบที่สูงกว่าหอคอยเอลิซาเบธซึ่งเป็นที่ตั้งของบิ๊กเบนไปหลายเมตร

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าทัวร์ชมอาคารรัฐสภาถูกยกเลิกเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนสะพานเวสต์มินสเตอร์และถนนใกล้เคียงถูกปิดเกือบตลอดทั้งวันเสาร์ และรถบริการฉุกเฉินหลายคันก็มาถึงที่เกิดเหตุในขณะที่ฝูงชนต่างเฝ้าดูด้วยความสนใจ นอกจากนั้น ตำรวจยังปิดกั้นทางเข้าจัตุรัสรัฐสภาสำหรับคนเดินเท้าทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ตำรวจนครบาลระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับชายคนดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 7.00 น. ของวันเสาร์ และดำเนินการเพื่อจัดการเหตุการณ์นี้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถพยาบาล

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พาผู้เจรจาขึ้นไปบนรถเครนของหน่วยดับเพลิงหลายครั้ง เพื่อพูดคุยกับชายคนดังกล่าวและเกลี้ยกล่อมให้เขาลงมาโดยใช้โทรโข่ง แต่ชายนิรนามคนดังกล่าวไม่ยอมลงมา จนกระทั่งนาฬิกาบิ๊กเบนบอกสัญญาณเวลาเที่ยงคืน ชายคนดังกล่าวจึงยอมลงมา และถูกจับกุมทันทีที่ถึงพื้นด้านล่าง

ในวิดีโอที่โพสต์บนอินสตาแกรม ชายนิรนามได้บอกกับผู้เจรจาว่าเขาจะยอมลงมาตาม “เงื่อนไขของตัวเอง” และกล่าวว่า “ถ้าคุณมาหาผม คุณกำลังทำให้ผมตกอยู่ในอันตราย และผมจะปีนขึ้นไปให้สูงกว่านี้”

ภาพถ่ายตลอดทั้งวันแสดงให้เห็นว่าเขากำลังนั่งอยู่บนขอบปูนพร้อมกับธงชาติ และพันผ้าพันคอเคฟฟีเยห์ของชาวปาเลสไตน์ไว้รอบ ๆ หินประดับบนหอคอย ขณะที่มีเสียงตะโกนว่า “ปลดปล่อยปาเลสไตน์” และ “คุณคือฮีโร่” ดังออกมาจากกลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ถูกตรึงอยู่หลังแนวป้องกันของตำรวจ.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีใต้ปล่อยตัว ปธน.ยุน ซอกยอล จากเรือนจำ

เกาหลีใต้ปล่อยตัว ปธน.ยุน ซอกยอล จากเรือนจำ

9 มี.ค. 2568 10:57 น.

เกาหลีใต้ปล่อยตัว ปธน.ยุน ซอกยอล จากเรือนจำ

ยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังจากอัยการตัดสินใจไม่อุทธรณ์คำตัดสินของศาลที่สั่งยกเลิกหมายจับในข้อกล่าวหาก่อการกบฏ จากการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม

ยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ หลังจากอัยการตัดสินใจไม่อุทธรณ์คำตัดสินของศาลที่สั่งยกเลิกหมายจับในข้อกล่าวหาก่อการกบฏ นายยุน วัย 64 ปี ยังคงถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ และการพิจารณาคดีอาญาและถอดถอนเขายังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากเขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา

ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้ยกเลิกหมายจับของนายยุนเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ศาลแขวงกลางกรุงโซล กล่าวว่า ได้อนุมัติตามคำขอของนายยุน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ให้ยกเลิกการจับกุมและให้ปล่อยตัวเขาเป็นอิสระ หลังจากวินิจฉัยแล้วเห็นว่าการตั้งข้อหาก่อกบฏ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่อนุญาตให้ขยายการควบคุมตัวเขา เกิดขึ้นหลังจากที่ช่วงเวลาในการควบคุมตัวเขาหมดอายุไปเรียบร้อยแล้วหลายชั่วโมง

นายยุนกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผมขอขอบคุณศาลแขวงกลางสำหรับความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในการแก้ไขการกระทำที่ผิดกฎหมาย”

ขณะที่เขาออกจากเรือนจำ นายยุนในชุดสูทสีเข้มไม่มีเน็กไท ก้าวออกจากรถ โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมทั้งโบกมือ ชูกำปั้น และโค้งคำนับให้กับผู้สนับสนุนที่โบกธงชาติเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่ส่งเสียงเชียร์ ด้านทนายความของเขากล่าวว่าคำตัดสินของศาล “ยืนยันว่าการกักขังประธานาธิบดีเป็นปัญหาทั้งในด้านขั้นตอนและเนื้อหา” โดยเรียกคำตัดสินดังกล่าวว่าเป็น “จุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อฟื้นฟูหลักนิติธรรม”

พรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของอัยการที่ “ทำให้ประเทศและประชาชนเข้าสู่วิกฤต” และเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญปลดนายยุนออกจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด

ในการพิจารณาคดีถอดถอน ศาลรัฐธรรมนูญคาดว่าจะตัดสินใจในอีกไม่กี่วันข้างหน้าว่าจะคืนตำแหน่งหรือปลดเขาออกจากตำแหน่ง

สำนักข่าวยอนฮัปรายงานโดยอ้างการประมาณการอย่างไม่เป็นทางการของตำรวจว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ผู้สนับสนุนนายยุนประมาณ 55,000 คน ชุมนุมกันในกรุงโซล ขณะที่ประชาชน 32,500 คน ออกมาชุมนุมต่อต้านเขาใกล้กับศาลรัฐธรรมนูญ 

ตามผลสำรวจของ Gallup Korea เมื่อวันศุกร์ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต่อต้านยุน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 60% บอกว่าเขาควรถูกปลดออกจากตำแหน่ง และ 35% ไม่เห็นด้วยกับการปลดออกจากตำแหน่ง 

นายยุน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่ถูกจับกุมขณะดำรงตำแหน่ง นายยุน ถูกคุมตัวไว้ที่ศูนย์กักกันตัวในเมืองอึยวัง ทางใต้ของกรุงโซล ตั้งแต่เจ้าหน้าที่สอบสวนนำเขาไปกักขังไว้ที่ศูนย์แห่งนื้เมื่อวันที่ 15 มกราคม ในข้อหายุยงให้เกิดการกบฏ.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

‘นฤมล’สร้างSmartFarmer ร่วมมือเอกชนพัฒนาเทคโนโลยี

‘นฤมล’สร้างSmartFarmer  ร่วมมือเอกชนพัฒนาเทคโนโลยี

‘นฤมล’สร้างSmartFarmer ร่วมมือเอกชนพัฒนาเทคโนโลยี

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจ ครั้งที่ 2 (Smart Business Expo 2025)โดยมีผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม ที่ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE)

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยี การแสดงศักยภาพ และพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการ รวมถึงการจับคู่ธุรกิจให้เกิดสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยหวังว่าในอนาคตจะมีการจับคู่ทางธุรกิจให้กับเกษตรกรในราคาที่จับต้องได้ และสามารถใช้เทคโนโลยีแก้ไขปัญหาทางการเกษตรทั้งด้านผลผลิต ดิน น้ำ และอื่นๆ ให้เกิดผลผลิตที่ดีต่อเกษตรกร รวมถึงตัวผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

“การส่งออกสินค้าเกษตรไทย ปี 2567 มีการส่งออกสูงถึง 1 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 9.8 เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยสินค้าส่งออกสูงสุด ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็น ข้าว ยางพารา ไก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และมีตลาดส่งออกสูงสุด ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และอินโดนีเซีย อีกทั้งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรไทย ปี 2567 มีการส่งออกรวม 8.2 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 6.3 เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยมีสินค้าส่งออกสูงสุด ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี และอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องแปรรูป ซึ่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น กัมพูชา และเมียนมา จึงถือว่าเกษตรกรเป็นต้นน้ำของวัตถุดิบสินค้าในประเทศ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้เน้นย้ำว่าพร้อมจับมือกับภาคเอกชนคิดค้นวิจัย พัฒนา เทคโนโลยีเพื่อเกษตรกร และผลักดันเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer รวมถึงสร้าง Young Smart Farmer ไปพร้อมกัน ซึ่งเราจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกของเกษตรกร ให้ใช้ AI มาช่วยประเมินและวางแผนการเพาะปลูกให้เป็นการทำเกษตรแม่นยำ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลจากพี่น้องเกษตรกร และหน่วยงานต่างๆ มาประกอบกัน จะทำให้วางแผนทรัพยากรได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งองค์ประกอบที่จะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพประกอบด้วย ดินดี น้ำดี และเมล็ดพันธุ์ดี นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเพิ่มเติม ได้แก่ กาแฟ ถั่วเหลือง และโกโก้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร

อีกทั้งกรมการข้าว ได้ปลูกข้าวคาร์บอนต่ำร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) สามารถลดการใช้น้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถึงร้อยละ 50 ซึ่งข้าวชนิดนี้โรงสีหลายแห่งติดต่อขอรับซื้อ ให้ราคาสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 5 และได้นำเรื่องนี้ไปแลกเปลี่ยนองค์ความรู้บนเวที World Economic Forum (WEF) ซึ่งทาง WEF มีความสนใจตั้งศูนย์ Center for the Fourth Industrail Revolution (C4IR) ถือเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวปฏิบัติ และบทเรียนกับบุคลากรจากหลากหลายประเทศ ในเรื่องเปลี่ยนแปลงอาหารและระบบเกษตรด้วยเทคโนโลยี

ผู้ช่วยฯร่วมโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อม

ผู้ช่วยฯร่วมโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อม

ผู้ช่วยฯร่วมโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อม ซั้ง บอกรักทะเล เนื่องในโอกาสวันประกาศใช้มาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่เลี้ยงตัวอ่อน (มาตรการปิดอ่าว) เป็นปีที่ 2 โดยมีนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์นายอำเภอบางสะพาน นายนันทชัย สุขเกื้อ ประธานเครือข่ายชาวประมงบางสะพาน นายประสิทธิ์ ภู่งาม นายก อบต.แม่รำพึง ประมง อ.บางสะพาน กลุ่มเหล็กสหวิริยา ปตท.สผ.หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลบางสะพาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง เครือข่ายชาวประมง 8 อำเภอ และภาคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ บ้านอ่าวยาง หมู่ 3 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ดร.ณมาณิตา กล่าวชื่นชม เครือข่ายชาวประมงบางสะพานและสมาชิกกลุ่มประมง อ.บางสะพาน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่ให้ความสำคัญกับโครงการนี้ ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมกับ อบต.แม่รำพึง เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับกิจกรรมครั้งนี้มีการทิ้งซั้งกอ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จะเห็นได้ว่าเครือข่ายชาวประมงบางสะพาน และ อบต.แม่รำพึง เห็นความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพประมงของประชาชน ต.แม่รำพึง โดยเฉพาะที่หมู่ 1, 2, 3, 5 และ 8 ซึ่งมีพื้นที่ติดแนวชายฝั่งทะเล ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน-ประมงพาณิชย์ เป็นพื้นที่ซึ่งเหมาะสมสำหรับการทิ้งซั้ง เพื่อเป็นการสร้างที่อยู่อาศัยให้สัตว์น้ำ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำให้มากยิ่งขึ้น ประชาชน ต.แม่รำพึง และพื้นที่ใกล้เคียง จะได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่า จะได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ให้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่คู่ อ.บางสะพาน อยู่คู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่คู่ทะเลไทยต่อไป

เกษตรฯ SETZERO บิ๊กคลีนนิ่งสารเคมี ปูพรมมาตรการ 4 ไม่ ทุเรียนภาคตะวันออก

เกษตรฯSETZERO  บิ๊กคลีนนิ่งสารเคมี  ปูพรมมาตรการ4ไม่  ทุเรียนภาคตะวันออก

เกษตรฯ SETZERO บิ๊กคลีนนิ่งสารเคมี ปูพรมมาตรการ 4 ไม่ ทุเรียนภาคตะวันออก

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ออกประกาศมาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลสดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2568 เดินหน้าแนวทางปฏิบัติตามมาตรการโรงคัดบรรจุพื้นที่ภาคตะวันออก เช่นเดียวกับทางภาคใต้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบรายงานผลการทดสอบ Basic yellow 2 (Test Report) ในเนื้อและเปลือก ต้องตรวจไม่พบหรือ Not Detected และ Cadmium ในเนื้อ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.05mg/kg) จึงจะออกใบรับรองสุขอนามัยพืช : PC ได้ ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองการตรวจสอบคุณภาพในการทดสอบสาร Basic Yellow 2 (BY2) และตรวจสอบศัตรูพืชและข้อกำหนดอื่นๆ ตามข้อตกลงพิธีสารไทย-จีนจากกรมวิชาการเกษตรและ GACC 8 แห่ง และอยู่ระหว่างการลงทะเบียนห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องเกษตรกร

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรชาวสวน และผู้ประกอบการส่งออกปฏิบัติตาม มาตรการ 4 ไม่ ได้แก่ 1.ไม่อ่อน 2.ไม่หนอน 3.ไม่มีสวมสิทธิ์ และ 4.ไม่สีไม่มีสารเคมีต้องห้าม เพื่อรักษาคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยทุเรียนไทย และยกระดับคุณภาพผลไม้ไทยในตลาดผลไม้โลก

สำหรับ จ.จันทบุรี เป็นแหล่งผลิต รวบรวม และกระจายผลไม้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมากพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย มังคุด เงาะ ลองกอง และสละ ซึ่งในแต่ละปีจะมีปริมาณผลผลิตไม่น้อยกว่า 900,000 ตัน