‘ก้านกล้วย’ กลับมาแล้ว และครั้งแรกในไทย! กับโชว์สุดมหัศจรรย์ KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE

‘ก้านกล้วย’ กลับมาแล้ว และครั้งแรกในไทย!  กับโชว์สุดมหัศจรรย์ KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE

‘ก้านกล้วย’ กลับมาแล้ว และครั้งแรกในไทย! กับโชว์สุดมหัศจรรย์ KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กันตนา นำก้านกล้วย ภาพยนตร์แอนิเมชั่นขวัญใจคนไทย กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่กับโชว์สุดมหัศจรรย์ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับ “KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE” แอนิเมชั่นระดับตำนานกลายเป็นโชว์สุดอลัง แบบ LIVE! บนจอ Virtual Screen ขนาดใหญ่สุดล้ำ นำทีมโดย เวลล์-ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก Executive producer จัดมาพร้อมกับโชว์สุดพิเศษ แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ต้องบอกว่า KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE เป็นมิติใหม่แห่งความบันเทิงผ่านการเล่าเรื่องตำนาน ของก้านกล้วย ช้างฮีโร่แห่งกรุงศรีอยุธยา ภาพยนตร์ก้านกล้วย ภาค 1 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับการดูโชว์ที่สร้างเสียงเอฟเฟกท์แบบเรียลไทม์ โดย Foley Artistsแบบมืออาชีพที่ได้ อู่-ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์มาดีไซด์ควบคุม จากเบื้องหลังจะมาอยู่เบื้องหน้าผู้ชม แสดงกันสดๆ ด้วยอุปกรณ์สร้างเสียงประกอบจำนวน 100 กว่าชิ้น เพื่อบรรยากาศที่สมจริง และชมดนตรีสดโดยวง Chamber Orchestraที่จะยกมาแสดงแบบครบเครื่องหน้าผู้ชม เพิ่มสีสันให้กับ Original Soundtrack ให้เต็มอิ่มในทุกอารมณ์และพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ ณ Kantana Virtual Production Studio งานนี้แฟนๆ ก้านกล้วย และผู้ชมไม่ควรพลาด “KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE” เปิดการแสดง 16-18 พฤษภาคม 2568 นี้ เพียง 5 รอบเท่านั้น! ณ Kantana VirtualProduction Studio (แยกเหม่งจ๋าย รัชดาฯ) บัตรราคาเริ่มต้น 1,800 บาท จองบัตรได้แล้ววันนี้ทาง Ticketmelon https://www.ticketmelon.com/…/khan-kluay-live-experience พิศษ! เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้าชมฟรี (โดยเด็กแต่ละคน ต้องมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างน้อยหนึ่งคน นั่งในที่นั่งเดียวกับผู้ใหญ่)

‘อู๋-นัท’พระ-นางเคมีใหม่ในซีรี่ส์ ‘วัยซ่าส์ท้ามิติ’

‘อู๋-นัท’พระ-นางเคมีใหม่ในซีรี่ส์ ‘วัยซ่าส์ท้ามิติ’

‘อู๋-นัท’พระ-นางเคมีใหม่ในซีรี่ส์ ‘วัยซ่าส์ท้ามิติ’

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ” เดินหน้าปั้นพระ-นางน้องใหม่ในซีรี่ส์ “วัยซ่าส์ท้ามิติ”ของ 2 ผู้จัดหน้าใหม่ บรรจง จันทร์เทพ และอังคาร ปะระทัง ซึ่งน่าจับตามอง โดยพระเอกน้องใหม่นามว่า อู๋-กษิดิ์เดช ศิลปเวชกุล หน่วยก้านดูแล้วไม่ธรรมดา เคยผ่านงานเวทีประกวดและถ่ายแฟชั่นมาบ้าง งานนี้เลยเข้าตาผู้จัด จับมาร่วมงานในซีรี่ส์ซึ่ง หนุ่มอู๋ เผยว่า 

“ผมดีใจมากๆ ครับ ที่ได้รับโอกาสที่ดี ในเรื่องนี้ผมต้องเล่นเป็น 2 ตัวละคร คือ ครูอู๋ ที่เป็นครูสอนร้องสอนเต้น ให้กับเด็กๆ ที่สถาบันเดอะลิตเติ้ลบีส์ อันนี้ก็จะยากนิดหน่อย ตอนที่ต้องปะทะคารมกับผู้ปกครอง ส่วนเข้าพระ-เข้านางไม่ยาก เป็นแบบกุ๊กกิ๊กมากกว่าครับ แต่อีกบทคือในอดีต เป็นผู้ตรวจการ ก็จะมีการแต่งกายย้อนยุค เป็นขวัญใจของสาวๆ และเด็กๆ ในอดีต ความยากก็ไม่ยากเท่าไหร่ครับ ผมก็ขอฝากผลงานเรื่องนี้ด้วยนะครับ”

ด้านนางเอกน้องใหม่ นัท-ณัฐณิชา ศรีสุริยา ซึ่งในชีวิตจริง สาวนัท เป็นครูสอนเต้นที่สถาบันเดอะลิตเติ้ลบีส์อยู่แล้ว  โดย สาวนัท เผยว่า “ดีใจมากค่ะ ที่ได้รับโอกาสนี้ เพราะปกติเราจะสอนเต้นและชอบเต้นอยู่แล้ว แต่ในการแสดง ก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ได้ครูหมู (วลงกรณ์ จับใจ) ผู้กำกับฯ คอยบอก และแนะนำเทคนิคการแสดงให้ ช่วงแรกๆ แอบยากเหมือนกันแต่พอถ่ายไปสักระยะ ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางต้องขอบคุณพี่จง พี่อังคาร ผู้บริหารมากๆ ค่ะ ที่ให้โอกาส และพี่ชายแฮ็คส์ที่ให้กำลังใจมาตลอดค่ะ” ติดตามชมความสามารถด้านการแสดงของพระ-นางคู่นี้ ในซีรี่ส์ “วัยซ่าส์ท้ามิติ” ในวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 เวลา 24.00 น.ทางช่อง 9 MCOTHD

ช่อง 7HD ส่ง ‘สุสานคนเป็น-หุบพญาเสือ’ คืนจอ

ช่อง 7HD ส่ง ‘สุสานคนเป็น-หุบพญาเสือ’ คืนจอ

ช่อง 7HD ส่ง ‘สุสานคนเป็น-หุบพญาเสือ’ คืนจอ

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่อง 7HD พร้อมส่งความสุขในช่วง “ละครดังที่คิดถึง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.40 น. หลอนไปกับละครแนวดราม่า ลึกลับ “สุสานคนเป็น” นำแสดงโดย ยุ้ย-จีรนันท์, จั๊กจั่น- อคัมย์สิริ, เจมส์-เรืองศักดิ์, อ๊อฟ-ชนะพล และ แจมมี่- ปาณิชดา พร้อมนักแสดงอีกคับคั่ง เรื่องราวของ ลั่นทม (ยุ้ย-จีรนันท์) เศรษฐินีม่ายเพิ่งแต่งงานใหม่กับ ชีพ (เจมส์- เรืองศักดิ์) เธอรักและลุ่มหลงเขามาก จนมอบหมายให้ดูแลกิจการทั้งหมดแทน แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อลั่นทมรับ รสสุคนธ์ (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ) หลานสาวแม่บ้านเก่าแก่เข้ามาอยู่ในบ้าน รสสุคนธ์กับชีพลักลอบได้เสียกัน และคิดฆ่าลั่นทมเพื่อฮุบสมบัติ ชีพรู้ว่าลั่นทมมีโรคประหลาดคือ มีอาการเหมือนคนตายแล้วแต่ยังไม่ตาย เขาจึงเผลอดีใจบ่อยครั้งที่ลั่นทมมีอาการดังกล่าว แต่ลั่นทมก็ฟื้นขึ้นทุกครั้ง จนสุดท้าย ชีพถึงกับจัดฉากให้ลั่นทมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนตายจริงๆ แต่ทั้งชีพและรสสุคนธ์กลับไม่ได้สมบัติอย่างที่หวัง แถมยังต้องผจญกับวิญญาณลั่นทมที่ตามหลอกหลอนบทสรุปเรื่องราว “สุสานคนเป็น” จะเป็นอย่างไร กลับมาติดตามความสนุกอีกครั้งเริ่ม วันพุธที่ 12 มีนาคมนี้

มาต่อกันในช่วง “ละครรีรันบ่าย” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 น. สนุกกับละครแอ๊กชั่นดราม่า “หุบพญาเสือ” นำแสดงโดย อ๊อฟ-ชนะพล, เกรซ-พัชร์สิตา, น้ำ-รพีภัทร และโน้ต-วัชรบูล เล่าเรื่องราวของ แผน (อ๊อฟ-ชนะพล)ชายหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุจนทำให้เขามีร่างกายไม่ปกติ แผนชื่นชม เสือไพร (น้ำ-รพีภัทร) จอมโจรคุณธรรม ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้านหุบพญาเสือมาโดยตลอด และเขาแอบชอบ ไพลิน (พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์)แต่ต้องเจียมตัวว่าต่ำต้อยกว่ามาก วันหนึ่งเมื่อแผนกลับมาบ้านแล้วพบว่าแม่ของเขาถูกทำร้าย และก่อนสิ้นลมยังพูดออกมาว่า จอมโจรแพรแดง การตายของแม่ทำให้แผนเสียใจมาก และประกาศจะแก้แค้นให้แม่ของตัวเองปมแค้น ณ หุบพญาเสือ จึงเริ่มต้น มาสนุกไปกับเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ เริ่มตอนแรกในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคมนี้ ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

ตัวตึงช่อง 3 ‘คุณพี่เจ้าขาฯ’ จับมือ ‘อีบัวกับไอ้ขวัญ’ ฟาดเรตติ้งสนั่นจอ!!

ตัวตึงช่อง 3 ‘คุณพี่เจ้าขาฯ’ จับมือ ‘อีบัวกับไอ้ขวัญ’ ฟาดเรตติ้งสนั่นจอ!!

ตัวตึงช่อง 3 ‘คุณพี่เจ้าขาฯ’ จับมือ ‘อีบัวกับไอ้ขวัญ’ ฟาดเรตติ้งสนั่นจอ!!

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กันตนา นำก้านกล้วย ภาพยนตร์แอนิเมชั่นขวัญใจคนไทย กลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่กับโชว์สุดมหัศจรรย์ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับ “KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE” แอนิเมชั่นระดับตำนานกลายเป็นโชว์สุดอลัง แบบ LIVE! บนจอ Virtual Screen ขนาดใหญ่สุดล้ำ นำทีมโดย เวลล์-ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก Executive producer จัดมาพร้อมกับโชว์สุดพิเศษ แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ต้องบอกว่า KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE เป็นมิติใหม่แห่งความบันเทิงผ่านการเล่าเรื่องตำนาน ของก้านกล้วย ช้างฮีโร่แห่งกรุงศรีอยุธยา ภาพยนตร์ก้านกล้วย ภาค 1 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำกับการดูโชว์ที่สร้างเสียงเอฟเฟกท์แบบเรียลไทม์ โดย Foley Artistsแบบมืออาชีพที่ได้ อู่-ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์มาดีไซด์ควบคุม จากเบื้องหลังจะมาอยู่เบื้องหน้าผู้ชม แสดงกันสดๆ ด้วยอุปกรณ์สร้างเสียงประกอบจำนวน 100 กว่าชิ้น เพื่อบรรยากาศที่สมจริง และชมดนตรีสดโดยวง Chamber Orchestraที่จะยกมาแสดงแบบครบเครื่องหน้าผู้ชม เพิ่มสีสันให้กับ Original Soundtrack ให้เต็มอิ่มในทุกอารมณ์และพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกมหัศจรรย์แห่งการสร้างสรรค์ ณ Kantana Virtual Production Studio งานนี้แฟนๆ ก้านกล้วย และผู้ชมไม่ควรพลาด “KHAN KLUAY LIVE EXPERIENCE” เปิดการแสดง 16-18 พฤษภาคม 2568 นี้ เพียง 5 รอบเท่านั้น! ณ Kantana VirtualProduction Studio (แยกเหม่งจ๋าย รัชดาฯ) บัตรราคาเริ่มต้น 1,800 บาท จองบัตรได้แล้ววันนี้ทาง Ticketmelon https://www.ticketmelon.com/…/khan-kluay-live-experience พิศษ! เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้าชมฟรี(โดยเด็กแต่ละคน ต้องมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างน้อยหนึ่งคน นั่งในที่นั่งเดียวกับผู้ใหญ่)

เปิดฉากความระทึกขวัญ ‘GANNIBAL ซีซั่น 2’ ปล่อยตัวอย่างใหม่

เปิดฉากความระทึกขวัญ ‘GANNIBAL ซีซั่น 2’ ปล่อยตัวอย่างใหม่

เปิดฉากความระทึกขวัญ ‘GANNIBAL ซีซั่น 2’ ปล่อยตัวอย่างใหม่

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากที่ซีซั่นแรกของ Gannibal ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกต้องลุ้นกันตัวเกร็ง ตอนนี้มันกลับมาแล้วในซีซั่น 2 พร้อมทีมนักแสดงใหม่ ที่จะมาสร้างความตื่นเต้นและความระทึกขวัญในบทสรุปสุดมันส์ที่ทุกคนรอคอย

Gannibal ซีซั่น 2 เล่าเรื่องราวตลอดแปดตอนของ Daigo Agawa ที่ต้องต่อสู้กับความมืดมนในใจของเขา ขณะพยายามโค่นล้มตระกูล Goto และยุติข่าวลือเรื่องพิธีกรรมกินคนของหมู่บ้าน พร้อมพาผู้ชมสำรวจเรื่องราวอันลึกลับและดำมืดของตระกูล Goto ผ่านตัวละคร Gin Goto ที่จะมาช่วยเติมเต็มและเพิ่มความเข้มข้นให้กับเนื้อเรื่องมากยิ่งขึ้น

ในซีซั่นนี้ Yuri Tsunematsu (จาก OkaeriMone, The Naked Director : Season 2) จะมารับบทเป็น Gin Goto ในวัยสาว หัวหน้าตระกูล Goto ที่มีเสน่ห์แต่แฝงความอำมหิต ปกครองหมู่บ้านด้วยความหวาดกลัว ซีซั่นนี้จะพาผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจอดีตของ Gin ว่าเธอก้าวขึ้นสู่อำนาจได้อย่างไร และใช้เสน่ห์อันตรายของเธอผลักดันหมู่บ้านคุเงะ (Kuge) ให้ดำดิ่งสู่ความบ้าคลั่ง ร่วมด้วยทัพนักแสดงใหม่อย่าง Yuki Kura (จาก Shogun), Kosuke Toyohara (จาก Kuchinai Sakura), Isao Hashizume (จาก City Hunter) และนักแสดงคนอื่นๆ ที่จะมาสมทบกับทีมนักแสดงจากซีซั่นแรก ได้แก่ Yuya Yagira, Show Kasamatsu และ Riho Yoshioka

โดยตัวอย่างใหม่นั้นเผยให้เห็นถึงบรรยากาศหลอนและความน่าสะพรึง ที่จะพาแฟนๆ กลับไปเผชิญความระทึกขวัญในหมู่บ้านคุเงะ (Kuge) อีกครั้ง ซีซั่นนี้ยกระดับความตึงเครียดและปริศนา โดยมี Daigo Agawa เป็นตัวเอกที่ต้องเผชิญปีศาจในใจตัวเอง พร้อมทั้งภัยคุกคามจากตระกูล Goto และข่าวลือเกี่ยวกับพิธีกรรมกินคนที่อาจนำพาหมู่บ้านไปสู่หายนะ

เตรียมตัวให้พร้อม! ลุ้นระทึกกับ Gannibal ซีซั่น 1 แบบไม่มีค่าใช่จ่ายผ่านแคมเปญ Valentry เทศกาลลองรัก (Ep.1-2) ก่อนที่ซีซั่น 2 จะระอุยิ่งกว่าเดิม เตรียมสตรีมสองตอนแรก 19 มีนาคมนี้ และติดตามตอนใหม่ทุกวันพุธ บน Disney+ Hotstar

สกู๊ปพิเศษ : ‘จ้างเหมาบริการ’เหลื่อมลํ้าในภาครัฐ ผ่านไปเกือบ27ปี..ยังรอแก้ไขให้เป็นธรรม

สกู๊ปพิเศษ : ‘จ้างเหมาบริการ’เหลื่อมลํ้าในภาครัฐ ผ่านไปเกือบ27ปี..ยังรอแก้ไขให้เป็นธรรม

สกู๊ปพิเศษ : ‘จ้างเหมาบริการ’เหลื่อมลํ้าในภาครัฐ ผ่านไปเกือบ27ปี..ยังรอแก้ไขให้เป็นธรรม

วันจันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.10 น.

“รับสมัครครู 2 อัตรา วุฒิปริญญาตรีเงินเดือน 6,000 บาท” โพสต์สั้นๆ ซึ่งเป็นประกาศรับสมัคร “ครูอัตราจ้าง” โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ถูกนำมาเผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊ก “ครูวันดี” ของเว็บไซต์ kruwandee.com ซึ่งรวบรวมข่าวสารในแวดวงการศึกษาและอาชีพครู และถูกสื่อมวลชนนำมาแชร์ต่อในวันที่ 25 ก.พ.2568 เรียกกระแส “ดราม่า” สังคมตั้งคำถามถึง “ความเหมาะสม” เพราะการจะเป็นครูต้องจบปริญญาตรี ในขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำเฉลี่ยของประเทศไทยคือมากกว่า 300 บาทต่อวัน งานนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์สนั่น เพราะเงินเดือนครูกลับได้น้อยกว่านั้นเสียอีก

และต้องบอกว่า “เรื่องแบบนี้มีให้เห็นอยู่เนืองๆ” อย่างย้อนไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2567 โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับสมัครครูอัตราจ้าง เงินเดือน 3,000 บาท ก่อนจะออกประกาศยกเลิกในภายหลัง หรือในวันที่29 ต.ค. 2567 มีการชุมนุมประท้วงที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ กลุ่มลูกจ้าง นำโดยสมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ชุมนุมยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อหนึ่งในนั้นคือ “ขอเปลี่ยนจากการจ้างเหมาบริการ เป็นวิธีการจ้างลูกจ้างชั่วคราว” พร้อมเงินสมทบประกันสังคมทุกตำแหน่ง

“แรงงานข้ามชาติที่มาจาก MOU คุณไปดูสิทธิและสวัสดิการเหนือกว่าลูกจ้างเหมาส่วนราชการด้วยซ้ำ ผมไปพูดในรัฐสภา สัญญาจ้างทำของมันไม่ควรนำมาใช้แล้ว แล้วคุณคิดอย่างไร? จ้างคนแท้ๆ แต่ไปใช้สัญญาจ้างทำของ อันนี้มันคือความรู้ความสามารถของข้าราชการที่นั่งอยู่ตรงนั้น ว่าคุณมีวิสัยทัศน์มองคนมองการจ้างงานอย่างไร”

คำกล่าวของ บุญรอด สนเปี่ยม ประธานสหภาพคนทำงานภาครัฐแห่งประเทศไทย ในวงเสวนา “การขับเคลื่อนเชิงนโยบายการคุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการในหน่วยงานภาครัฐ” ที่ รร.เบย์ ถ.ศรีนครินทร์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2568 ตั้งคำถามกับ “วิธีคิด”ที่กลายมาเป็นนโยบาย ซึ่งเท่าที่เคยเจอมา บุคลากรกลุ่มจ้างเหมาบริการมี 2-3 กรณี ถึงขั้นฆ่าตัวตาย เส้นเลือดในสมองแตก

หรือมีครั้งหนึ่ง ไปเจอกรณีหน่วยงานระดับสำนักงานปลัดค้างจ่ายค่าจ้างพนักงาน 145 คน ต้องควักเงินส่วนตัวลงขันกันซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและไข่ไก่ไปเดินแจกตามห้องพัก “ที่ผ่านมาลูกจ้างภาครัฐไม่ค่อยมีเวทีให้พูด” ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน จึงพูดอยู่เรื่องเดียวคือการแก้ไขสัญญาจ้าง และต้นเหตุของปัญหามาจาก 2 หน่วยงาน คือสำนักงาน ก.พ. กับกระทรวงการคลัง จึงย้ำว่า 2 หน่วยงานดังกล่าวต้องลงไปช่วยแก้ปัญหาให้ทั้งลูกจ้างเหมาบริการและหน่วยงานของรัฐ

สุรพงค์ วิจิตรโสภา นิติกรชำนาญการพิเศษ กองนิติการ กลุ่มงานพัฒนากฎหมาย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า หากเป็นการจ้างลูกจ้างผ่านบริษัท เช่น หน่วยงานของรัฐต้องการจ้างคนขับรถ คนขับรถนั้นถือเป็นลูกจ้างของบริษัท อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ได้รับสิทธิประโยชน์ อาทิ เวลาทำงาน ค่าจ้างที่ไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ ทำงานนอกเวลาปกติได้ค่าจ้างล่วงเวลา (OT)

แต่ตำแหน่งงานเดียวกัน หากหน่วยงานของรัฐจ้างเองโดยตรง การทำสัญญาจ้างจะใช้สัญญาตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งมีเงื่อนไขอยู่ว่า ห้ามจ้างเป็นลูกจ้าง ทำให้ได้สิทธิประโยชน์น้อยลง เช่น คนขับรถที่ต้องทำงานในวันหยุด หากเป็นสัญญาจ้างแบบนี้ก็จะไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุด ซึ่งเรื่องนี้เป็นภาระของหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงแรงงาน มีความพยายามขับเคลื่อนการแก้ไขเพื่อให้เกิดการดูแลแรงงานกลุ่มนี้

ซึ่งกระทรวงแรงงานทำได้อยู่ 2 มาตรการ คือ 1.เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้มีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ ไปร่วมกันแก้ไขปัญหา เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. ให้ไปดูอัตรากำลังในส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถจ้างเพิ่มได้หรือไม่ การปรับแก้สัญญาจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ควรน้อยกว่าลูกจ้างของภาคเอกชนมากจนเกินไป อย่างเรื่องค่าจ้าง ไม่แน่ใจว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่ยังไม่ถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เพราะเมื่อเป็นสิทธิพื้นฐานก็ควรได้ กับ 2.เสนอแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพื่อให้ครอบคลุมลูกจ้างเหมาบริการในหน่วยงานภาครัฐ

โดยในส่วนของการเสนอ ครม. เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ต้องเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ แต่ในระหว่างนั้น ร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานที่กระทรวงแรงงานจัดทำขึ้นพร้อมพอดี จึงมาที่การเสนอกฎหมายโดยเน้นที่สิทธิขั้นพื้นฐานราว 7-8 เรื่อง เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำ วันหยุด-วันลา ค่าจ้างล่วงเวลา ซึ่ง ครม. ก็อนุมัติในหลักการ แต่ก็มีร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาอีก 2 ฉบับ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) คือร่างของ วรรณวิภา ไม้สน จากพรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) กับร่างของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ จากพรรคภูมิใจไทย

แต่เมื่อทางกระทรวงแรงงานเห็นร่างกฎหมายของตนเองคล้ายกับร่างที่ สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอ จึงขอถอนเรื่องออกไป จากนั้นจึงมีการตั้ง กมธ. วิสามัญขึ้นมาพิจารณา ซึ่งจากการหารือกันในชั้น กมธ. มีหลักคิดอยู่ 2 อย่าง คือหากจะแก้ปัญหาลูกจ้างเหมาบริการในส่วนภาครัฐให้ถูกต้องที่สุด ต้องไปแก้ที่กฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะจุดเริ่มต้นของการสัญญาจ้างเหมาบริการอยู่ที่การมองว่าเป็นการจ้างทำของ จึงต้องไปแก้ที่จุดนั้น แต่เมื่อหน่วยงานเจ้าของเรื่องไม่ผลักดันให้แก้ กระทรวงแรงงานจึงต้องมาผลักดันการแก้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน

“กระทรวงแรงงานจะไปแก้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ แก้ได้เฉพาะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพราะรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานรักษาการ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน อันนี้คือหลักการเสนอกฎหมายโดยหน่วยงานรัฐ แต่ถ้า สส. รวมตัวกัน 20 กว่าคน แก้ พ.ร.บ. ได้หมดเพราะท่านไม่ใช่รัฐมนตรีผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นั้นๆ เพราะฉะนั้นกระทรวงแรงงานเริ่มแรกถึงรับเรื่องนี้มาแล้วก็จำเป็นต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน” สุรพงค์ กล่าว

สุรพงค์ กล่าวต่อไปว่า แต่เมื่อนำร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน จาก กมธ. เข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2-3 เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2568 สรุปแล้วต้องดึงร่างกฎหมายกลับไปพิจารณาใหม่เนื่องจากมีการตัดมาตรา 3 ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกลุ่มจ้างเหมาบริการออกไป อีกทั้งมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก หรือชั้นรับหลักการ ได้อนุมัติหลักการเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ให้ครอบคลุมแรงงานกลุ่มจ้างเหมาบริการภาครัฐด้วย ซึ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ท้วงติงว่าการที่ กมธ. ตัดออกไปนั้นขัดกับมติในชั้นรับหลักการ

บัณฑิต แป้นวิเศษ ตัวแทนมูลนิธิเพื่อนหญิง ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เล่าถึงการอภิปราย (ร่าง) พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ… ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 19 ก.พ. 2568 ซึ่งจบลงด้วยการขอถอนร่างกฎหมายกลับไปแก้ไขก่อน ว่า บรรยากาศในวันดังกล่าวมีการถกเถียงกันอย่างหนัก มี สส. อภิปรายว่ามนุษย์ไม่ใช่สิ่งของ สัญญาจ้างแบบจ้างทำของ ใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ซึ่งการใช้ถ้อยคำแบบนี้ ความเป็นมนุษย์เป็นคนทำงานไม่ใช่สิ่งของ แต่โชคยังดีที่มาตรา 3 และหลักการไม่ถูกตีตก

ดังที่ นพ.ชลน่าน บอกว่า นี่เป็นการแก้ไขกฎหมาย ไม่ใช่การร่างกฎหมายฉบับใหม่ ดังนั้นหลักการที่สภารับรองมาให้ กมธ. ทำ เป็นเรื่องการแก้ไข ซึ่งที่มีการสื่อออกไปว่ามีการถอนร่างกฎหมาย จริงๆ ไม่ได้ถอนแต่เป็นการนำไปปรับแก้โดยให้คงหลักการเรื่องการคุ้มครองลูกจ้างตามสัญญาจ้าง ดังนั้นจึงยังคงมาตรา 3 ไว้อยู่ อีกทั้งอาจปรับแก้เพื่อนำการคุ้มครองตามมาตราต่างๆ ของกฎหมายคุ้มครองแรงงานเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาของสัญญาเหล่านี้ ซึ่งหากทำได้ จะทำให้ลูกจ้างอีกกว่า 5 แสนชีวิตได้รับอานิสงส์

อนึ่ง กมธ. วิสามัญชุดนี้ โชคดีที่มีตัวแทนภาคประชาสังคมเข้าไปมากที่สุดตามโควตาของพรรคการเมืองต่างๆ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการขอข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมบัญชีกลางกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. เพราะเมื่อได้ข้อมูลไม่ครบจะมีบางประเด็นที่ไม่สามารถพิจารณาต่อได้ ส่วนที่น่าสนใจคือมีตัวแทนลูกจ้างเข้าไปให้ข้อมูล ซึ่งแม้จะเป็นลูกจ้างภาคเอกชนแต่ก็มองในมิติลูกจ้างภาครัฐด้วย ดังนั้นสิ่งที่ กมธ. กำลังพิจารณาอยู่ก็อยากให้ติดตามกันต่อ แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีลูกจ้างภาครัฐซึ่งไม่เฉพาะกลุ่มจ้างเหมาบริการ ช่วยกันไปส่งเสียงให้กำลังใจ

“ถ้าเราบอกว่าต้องไปปรับแก้ระเบียบ หรือสัญญาจ้างในกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่ก็ถูกล็อกโดยระเบียบพัสดุจากกระทรวงการคลังที่มีหนังสือวนไปมันก็ลำบาก อีกอย่างหนึ่งคือลูกจ้างท้องถิ่น หรือลูกจ้างหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับการศึกษา ที่เราเห็นชัดคือการที่เขาหมดสัญญาจ้างแล้วถูกลอยแพ ตรงนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้มันจะเข้าไปช่วยปรับแก้” บัณฑิต กล่าว

ที่มาที่ไปของการเกิดขึ้นของลูกจ้างเหมาบริการ ต้องย้อนไปในยุคสมัยที่ประเทศไทยกำลังดิ้นรนให้พ้นจากสภาพพังพินาศเพราะ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” หายนะทางเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2540 โดยในวันที่ 26 พ.ค. 2541 รัฐบาลขณะนั้นได้ออกมติ ครม. เห็นชอบมาตรการปรับขนาดกำลังคนภาครัฐลูกจ้างประจำ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ (ปรร.) เสนอ และให้ดำเนินการต่อไปได้

ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุปคือ “กำหนดให้ยุบเลิกตำแหน่งลูกจ้างประจำที่ว่างลงบางหมวด ให้ส่วนราชการใช้วิธีจ้างเหมาบริการสำหรับ งานบางประเภท และทบทวนว่าภารกิจใดยังจำเป็น ไม่จำเป็นต้องใช้ลูกจ้างประจำ” รวมทั้งให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และ ปรร. ศึกษาว่ามีงานประเภทใดควรใช้วิธีจ้างเหมาบริการเพิ่มเติมอีก แล้ว รายงานให้ ปรร. ทราบภายใน 3 เดือน

ในวงเสวนาครั้งนี้ ชัยยุทธ ชวลิตนิธิกุล คณะกรรมการกำกับทิศทาง สำนัก 9 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งคำถามกับการออกมติ ครม. ดังกล่าวว่า“เลิกแล้วใครจะทำงาน? คนที่คิดเรื่องนี้ได้ศึกษาอย่างดีพอแล้วหรือยัง?” จนถึงปัจจุบันก็ยังตะแบงว่าเป็นการจ้างทำของ ไปใช้ระเบียบพัสดุ ใช้งบประมาณของตนเองที่เป็นหมวดค่าใช้สอย ค่าจ้างค่าตอบแทนอะไรทั้งหลายให้เปลี่ยนจากการซื้อของหรือจ้างทำของมาเป็นการจ้างคน

อย่างไรก็ตาม “ในการจ้างคนแบบจ้างทำของ ถามว่ามีการบังคับบัญชาคนคนนั้นหรือไม่?” เพราะหากมีการบังคับบัญชา ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องมาทำงานตามวันที่กำหนด ต้องเซ็นชื่อลงเวลาทำงาน ดุด่าว่ากล่าวได้ แต่ทุกคนกลับปฏิเสธว่านี่ไม่ใช่ลูกจ้างของเรา คำถามว่าเขาเป็นใคร และเพราะแบบนี้เองทำให้ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) บอกว่าเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน

นอกจากนั้น “ศาลยังเคยชี้ขาดแล้วในหลายกรณี” อาทิ “คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11987/2554” ว่าด้วยบริษัทเอกชนจ้างพนักงานขับรถในลักษณะสัญญาจ้างทำของ จึงไม่ได้นำลูกจ้างเข้าระบบประกันสังคม แต่ศาลชี้ว่า การที่บริษัทตกลงที่จะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานขับรถตลอดเวลาที่ยังทำงานให้ โดยบริษัทมุ่งที่จะใช้การงานของพนักงานขับรถมากกว่าคำนึงถึงผลสำเร็จแห่งงานที่ทำ

พนักงานขับรถต้องทำงานภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของบริษัท โดยใช้ความรู้ความสามารถของตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับบริษัท และบริษัทมีอำนาจให้คุณให้โทษ เช่นว่ากล่าวตักเตือน พักงาน เลิกจ้าง เป็นต้น จึงมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน และอยู่ในความหมายของคำว่า ลูกจ้าง นายจ้าง และค่าจ้างตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5

หรือ “คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7410/2562” เป็นกรณีบริษัทเอกชนฟ้องหน่วยงานภาครัฐ โดยศาลชี้ว่า แม้ข้อตกลงการจ้างเหมาบริการระหว่างหน่วยงานรัฐดังกล่าวกับ อ. จะระบุว่า การว่าจ้างตามข้อตกลงนี้ไม่ทำให้ผู้รับจ้างมีฐานะเป็นลูกจ้างของทางราชการ หรือมีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้างของผู้ว่าจ้างตามกฎหมายแรงงานก็ตาม แต่ข้อตกลงอื่นที่ระบุไว้ประกอบพฤติการณ์การมอบหมายงานซึ่งกำหนดเวลาทำงาน การสั่งการให้ อ. รับมอบหมายงานในแต่ละวันตามแต่ดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง

ตลอดจนการควบคุมความประพฤติของ อ.ในระหว่างการปฏิบัติงานอันมีลักษณะการบังคับบัญชาให้ อ. ทำตามคำสั่งการของผู้ว่าจ้างโดย อ.มิได้ปฏิบัติงานอย่างอิสระ มุ่งเพียงผลสัมฤทธิ์ของงานดังเช่นการจ้างทำของแล้ว การจ้างเหมาบริการระหว่างจำเลยกับ อ. จึงมีลักษณะเป็นการจ้างแรงงาน หาใช่เป็นการจ้างทำของ อ. จึงมีฐานะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานและเป็นเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เมื่อ อ. กระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐดังกล่าวซึ่งเป็นจำเลย ย่อมต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามมาตรา 5

“ส่วนใหญ่เป็นพนักงานขับรถ ไปขับรถชน เสร็จแล้วบริษัทประกันเขาก็รู้ว่าฟ้องเจ้าตัวไม่ได้อะไร ต้องฟ้องหน่วยงาน เขาฟ้องก็ได้ผลเลย หน่วยราชการต้องรับใช้ นี่เป็นตัวอย่างที่ต่อไปที่มีการฟ้องร้องอย่างนี้หน่วยงานราชการจะเห็นโลงศพ ท่านจะตะแบงต่อไปอีกไม่ได้แล้ว” ชัยยุทธ ระบุ

ชัยยุทธ ย้ำว่า “แม้จะเขียนในสัญญาว่าไม่ใช่นายจ้าง-ลูกจ้าง แต่ศาลไม่ได้มองแบบนั้น”เรื่องนี้เป็นประเด็น หน่วยงานอย่าง ก.พ. หรือกระทรวงการคลังต้องรับผิดชอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปล่อยเรื้อรังตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบันผ่านมาแล้ว 27 ปีได้อย่างไร? ถามว่ามีคนต้องทุกข์ทรมานเท่าไร? บางคนว่า 5 แสนคน บ้างก็ว่า 7 แสนคน และ กสม. ก็เคยแจ้งไปแล้วตั้งแต่ปี 2553 แต่ก็ไม่เห็นทำอะไร

มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มติ ครม. เมื่อปี 2541 ทำให้ถูกตอนการจ้างลูกจ้างประจำ โดยให้หัวหน้าส่วนราชการสามารถจ้างคนได้ แต่ไม่ให้ทำเป็นสัญญาจ้าง ไม่ให้อยู่ในงบประมาณ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายพื้นที่งบประมาณเพียงพอและผู้บริหารก็อยากจ้างคนโดยจ่ายสวัสดิการเต็มที่ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะติดมติ ครม. ดังกล่าว

หรืออย่างช่วงที่มีการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ มีการเขียนไว้ว่าการจ้างงานต้องไม่ด้อยไปกว่าสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายประกันสังคม แต่ไม่ได้บอกว่าใครจะมีอำนาจเข้าไปกำกับดูแล ผลก็คือค้างอยู่อย่างนั้น ยังมีการจ้างเหมาบริการเหมือนเดิม ทั้งนี้ เรื่องลูกจ้างเหมาบริการในหน่วยงานภาครัฐเป็นสิ่งที่ตนขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนสื่อกระแสหลักไม่ค่อยนำเสนอซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เช่น เสนอข่าวครูผู้ช่วยเงินเดือน 9,000 บาท ได้ไม่นาน ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งหากสังคมเอาด้วยการขับเคลื่อนคงไม่เป็นแบบนี้

“ถ้ามติ ครม. ปี 2541 ถ้าเราสามารถให้เขาทบทวนได้ ผมคิดว่าการจ้างงาน เอามติ ครม. ให้กระทรวง ทบวง กรม องค์กรท้องถิ่น สามารถจ้างสัญญาจ้างได้ อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน อยู่ภายใต้ในเรื่องของประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน เพราะตอนนี้เราทำได้แล้ว เขาแก้ไขแล้วนะ หน่วยงานของรัฐเป็นนายจ้างแล้ว ตอนนี้พนักงานราชการ พนักงานหน่วยงานของรัฐเข้าอยู่ในเงินทดแทน เราถก กมธ. ว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นนายจ้าง ในที่สุดต้องยอมรับ รัฐบาลก็คือนายจ้าง จึงตั้งงบประมาณเอาเงินตรงนี้ส่งกองทุนเงินทดแทน” มนัส กล่าว

ย้อนไปในเดือน พ.ย. 2562 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เคยเผยแพร่รายงานผลการประชุม กสม. ด้านคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนวันที่ 13 พ.ย. 2562 ซึ่งหยิบยกปัญหาลูกจ้างเหมาบริการมาพิจารณาอีกครั้ง โดยระบุว่า กสม. เริ่มได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปี 2549 และเคยเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขตั้งแต่ปี 2553 เนื่องจากเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ยังไม่มีการแก้ไขและยังมีเรื่องร้องเรียนต่อเนื่อง

“ลักษณะการปฏิบัติงานของพนักงานจ้างเหมาบริการเหมือนกันกับการปฏิบัติงานของข้าราชการและลูกจ้างชั่วคราว กล่าวคือพนักงานจ้างเหมาบริการต้องมาทำงานตามวันเวลาราชการ ต้องปฏิบัติงานอื่นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย อันมีลักษณะการจ้างที่เป็นไปตามสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ได้รับสิทธิในสวัสดิการต่างๆ ทั้งยังถูกหักเงินค่าจ้างในกรณีที่ไม่มาปฏิบัติงานด้วย” รายงานของ กสม. ระบุ

รายงานของ กสม. ยังกล่าวด้วยว่า “การจัดจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการในรูปแบบสัญญาจ้างทำของจึงเป็นการอำพรางสัญญาจ้างแรงงานอันเป็นนิติสัมพันธ์ที่แท้จริง” ซึ่งสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.349/2556 ลงวันที่ 3 พ.ค. 2556 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.531/2557 ลงวันที่ 20 ต.ค. 2557 ส่งผลให้พนักงานจ้างเหมาบริการไม่ได้รับการคุ้มครองในฐานะลูกจ้าง อันกระทบต่อสิทธิของบุคคลในเรื่องการประกอบอาชีพตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้

การจ้างพนักงานจ้างเหมาบริการในหน่วยงานรัฐจึงเป็นการผลักภาระให้บุคคลมิได้รับสิทธิในสวัสดิการขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกับข้าราชการหรือลูกจ้างของรัฐ “ขัดกับหลักการที่บุคคลควรได้รับค่าตอบแทนเท่าเทียมกันในงานลักษณะเดียวกัน (equal pay for equal work)” และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (ICESCR) ข้อ 7 ที่ให้การรับรองสิทธิของทุกคนที่จะมีสภาพการทำงานที่ยุติธรรมและน่าพึงพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน

คงต้องฝากผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่า “ฝ่ายนิติบัญญัติ” หรือ “ฝ่ายบริหาร” จะแก้อย่างไรก็ขอให้แก้โดยเร็ว เพื่อให้เกิด “ความเป็นธรรม” กับคนทำงานที่เป็น “ฟันเฟืองขับเคลื่อนกลไกภาครัฐ” อย่างเท่าเทียม!!!

บุคคลในข่าว 9 มีนาคม 2568

บุคคลในข่าว 9 มีนาคม 2568

9 มี.ค. 2568 04:45 น.

บุคคลในข่าว 9 มีนาคม 2568

ความสุจริตโปร่งใส คือเกราะป้องกันภัย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ วราภรณ์ รุ่งตระการ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารการอุดมศึกษานำนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เฝ้าฯ รับพระราชทุนการศึกษาพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2566 เมื่อวันก่อน.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ วราภรณ์ รุ่งตระการ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารการอุดมศึกษานำนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เฝ้าฯ รับพระราชทุนการศึกษาพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2566 เมื่อวันก่อน.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ในช่วงที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงาน Internationale Tourismus Borse หรือ ITB Berlin 2025 การจัดงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นวันสุดท้าย เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปเยี่ยมชม คูหาประเทศไทย เป็นวันที่สอง โดยมี สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมด้วย โดย นายกฯแพทองธาร ได้พบปะหารือกับ ผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมงาน กิจกรรมไทยแลนด์ มินิมาร์ท พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ซื้อทั่วภูมิภาคยุโรป พร้อมทั้งร่วมชมการจัดแสดง Thailand Green Destinations Map นำเสนอ สินค้าท่องเที่ยวไทย ที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล…นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้พบปะหารือกับผู้บริหาร Trip.com ที่เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของโลกด้วย

ที่พัทยา - มาซาโทชิ ซาโนะ และ คัทสึโทชิ ฮาตาซูเอะ เปิดร้าน “NITORI” แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบครันทุกไลฟ์สไตล์อันดับ 1 จากญี่ปุ่น โดยมี ชัน วอง, มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์, รัตนชัย สุทธิเดชานัย และ ณัฐนันท์ พงษ์สามารถ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล พัทยา วันก่อน.
ที่พัทยา – มาซาโทชิ ซาโนะ และ คัทสึโทชิ ฮาตาซูเอะ เปิดร้าน “NITORI” แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบครันทุกไลฟ์สไตล์อันดับ 1 จากญี่ปุ่น โดยมี ชัน วอง, มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์, รัตนชัย สุทธิเดชานัย และ ณัฐนันท์ พงษ์สามารถ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล พัทยา วันก่อน.

ทั้งนี้ นายกฯแพทองธาร ได้ทวีตข้อความเกี่ยวกับการหารือกับ Trip.com หนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกด้านท่องเที่ยวแบบครบวงจร ว่าขอบคุณที่บริษัทให้ความสำคัญจัดตั้งและการดำเนินงานในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว ทำให้การท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายของชาวต่างชาติและได้พูดคุยถึงความร่วมมือกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท. สนับสนุนการขายผ่าน โซเชียลมีเดีย แพ็กเกจและโปรแกรมการท่องเที่ยวไทย ทำให้การท่องเที่ยวไทยเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม Trip.com ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจต่อ นักท่องเที่ยว ในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับ ประเทศไทย โดยเฉพาะต่อ นักท่องเที่ยวชาวจีน เพราะมีผู้ติดตามที่เป็นชาวจีนจำนวนมาก เชื่อว่าจากการสนับสนุนของ Trip.com และทุกเครือข่ายที่ รัฐบาล เดินหน้าเข้าพบหารือจะช่วยผลักดันทำให้ปีนี้เป็นอีกปีที่ การท่องเที่ยวไทยคึกคัก มีสีสัน กระตุ้นเศรษฐกิจ และ ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย…เรียกว่าหมายมั่นปั้นมือใช้ การท่องเที่ยว ดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เฟื่องฟู

สตรีดีเด่น - พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เป็นประธานมอบรางวัล “สตรีทำงานดีเด่น” เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูบทบาทแรงงานสตรี โดยมี บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์, ร.อ. สาโรจน์ คมคาย และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
สตรีดีเด่น – พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เป็นประธานมอบรางวัล “สตรีทำงานดีเด่น” เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 เพื่อเชิดชูบทบาทแรงงานสตรี โดยมี บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์, ร.อ. สาโรจน์ คมคาย และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.

อืม…ถึงแม้อยู่ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี แต่ก็ไม่ได้ละเลยการแก้ปัญหาให้ พี่น้องประชาชนในเมืองไทย เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายกฯแพทองธาร ทวีตข้อความผ่าน X โดยระบุว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ถึงความพร้อมในการร่วมมือกัน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มแม่น้ำโก–ลก เพื่อประโยชน์ร่วมกัน และบรรเทาปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่เพราะ ปัญหาการจัดการน้ำ คือ วาระสำคัญของรัฐบาลทั้งสอง จึงได้หารือเพื่อเร่งรัดการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การรับรองผลการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนแบบคงที่ตามแม่น้ำโก–ลก และร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วย แผนดำเนินงานการบริหารจัดการลุ่มแม่น้ำโก–ลก แบบบูรณาการ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกำหนดกลไกและแนวทางความ ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างมีระบบและยั่งยืนต่อไป และได้หารือถึงการผลักดัน โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–ด่านบูกิตกายูฮิตัม เพื่อให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา โดยถนนของฝ่ายไทยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.2568 นับเป็นการหารือที่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนของทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

พบนักลงทุน - ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอบริษัทนอร์ทอีส รับเบอร์ จัดงานพบนักวิเคราะห์และนักลงทุน เพื่อสรุปผลประกอบการประจำปี 2567 พร้อมแผนธุรกิจปี 2568 โดยมี ศักดิ์ชัย จงสถา พงษ์พันธ์ และ เกศนรี จองโชติศิริกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร วันก่อน.
พบนักลงทุน – ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอบริษัทนอร์ทอีส รับเบอร์ จัดงานพบนักวิเคราะห์และนักลงทุน เพื่อสรุปผลประกอบการประจำปี 2567 พร้อมแผนธุรกิจปี 2568 โดยมี ศักดิ์ชัย จงสถา พงษ์พันธ์ และ เกศนรี จองโชติศิริกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร วันก่อน.

งานนี้ต้องยอมรับว่าการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลไทย กับ รัฐบาลมาเลเซีย ในการแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนเขตติดต่อระหว่างสองประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น ก็เพราะได้อานิสงส์จากความสนิทสนมระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดา นายกฯแพทองธาร กับ นายกฯอันวาร์ ของมาเลเซีย…เพราะถ้าไม่สนิทกันจริงคงไม่แต่งตั้งให้ อดีตนายกฯทักษิณ ดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของประธานอาเซียน ที่ปีนี้ นายกฯอันวาร์ นั่งแท่นอยู่ และทำให้ อดีตนายกฯทักษิณ ใช้เป็นเหตุผลความจำเป็นที่จะขออนุญาตจากศาลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เพื่อไปปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายจาก ประธานอาเซียน โดยก่อนหน้าเคยได้รับอนุญาตจากศาลให้ไปร่วมประชุมที่ มาเลเซีย และ บรูไน มาแล้ว

อาหารอร่อย - ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี จัดงานกาลาดินเนอร์ “เชฟส์เทเบิ้ล ตามรอยพระราชอาคันตุกะ รัชกาลที่ 4” เพื่อเผยแพร่อาหารและแหล่งท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี ในงานพระนครคีรี ครั้งที่ 38 โดยมี ดร.กชนิภา อินทสุวรรณ์ และ สายันต์ สิทธิโชคธรรม มาร่วมงานด้วย ที่ จ.เพชรบุรี วันก่อน.
อาหารอร่อย – ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี จัดงานกาลาดินเนอร์ “เชฟส์เทเบิ้ล ตามรอยพระราชอาคันตุกะ รัชกาลที่ 4” เพื่อเผยแพร่อาหารและแหล่งท่องเที่ยว จ.เพชรบุรี ในงานพระนครคีรี ครั้งที่ 38 โดยมี ดร.กชนิภา อินทสุวรรณ์ และ สายันต์ สิทธิโชคธรรม มาร่วมงานด้วย ที่ จ.เพชรบุรี วันก่อน.

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 มี.ค. อดีตนายกฯทักษิณ ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลเพื่อขอเดินทางไปเข้าร่วมประชุมอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตามคำเชิญจาก ประธานา ธิบดีอินโดนีเซีย แต่ศาลพิจารณาแล้ว สั่งยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร…รอบนี้พลาดหวัง เพราะอาจไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของที่ปรึกษาประธานอาเซียนโดยตรง จึงทำได้แค่รอลุ้นสำหรับภารกิจในรอบต่อไป จบข่าว

เชื่อมสัมพันธ์ - ศ.ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน และ ธนาธร สุวิชา จัดโบว์ลิ่งการกุศล “กีฬาบัณฑิตสัมพันธ์ ครั้งที่ 25” เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา ม.รังสิต โดยมี ผศ.ดร.พิชิต บุญครอง และ ผศ.ธรรมศักดิ์ เอื้อรักสกุล มาร่วมแข่งด้วย ที่บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล รังสิต วันก่อน.
เชื่อมสัมพันธ์ – ศ.ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน และ ธนาธร สุวิชา จัดโบว์ลิ่งการกุศล “กีฬาบัณฑิตสัมพันธ์ ครั้งที่ 25” เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา ม.รังสิต โดยมี ผศ.ดร.พิชิต บุญครอง และ ผศ.ธรรมศักดิ์ เอื้อรักสกุล มาร่วมแข่งด้วย ที่บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล รังสิต วันก่อน.

บรรทัดนี้ “ธนูเทพ” ขอแสดงความยินดีกับ ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. แต่งตั้งให้เป็น กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี งานนี้ถือว่า นายกฯแพทองธาร มองคนไม่ผิด เลือกใช้คนที่มีความสามารถ เพราะ เลขาฯธเนศพล เป็นคนที่มี คอนเนกชันรอบทิศ และมีความรู้ความเชี่ยวชาญหลายด้าน ทั้งเรื่องการค้าการส่งออกโดยเฉพาะเรื่องข้าว มีประสบการณ์ในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันรักษาผืนป่า รวมทั้งงานด้านการพัฒนาสังคมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลได้หลากหลายแขนงแน่นอน

สินค้าเกษตร - กชปภัทร บุญเทียมทัด และ เดชา ธรรมชัยพิเนต จัด “BAAC SPECIAL DAY : The Way We Are” งานแสดงสินค้าคุณภาพสูงจากเกษตรกรไทย โดยมี พรพรหม เหล่ากิจไพศาล, เกตแก้ว พูนวงศ์ และ อติรุจ กิตติพัฒนะ มาร่วมงานด้วย ที่เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า วันก่อน.
สินค้าเกษตร – กชปภัทร บุญเทียมทัด และ เดชา ธรรมชัยพิเนต จัด “BAAC SPECIAL DAY : The Way We Are” งานแสดงสินค้าคุณภาพสูงจากเกษตรกรไทย โดยมี พรพรหม เหล่ากิจไพศาล, เกตแก้ว พูนวงศ์ และ อติรุจ กิตติพัฒนะ มาร่วมงานด้วย ที่เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า วันก่อน.

สังคมทั่วไป

กษิดิส พบสุข ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแมนดาริน เป็นประธานพิธีมงคลสมรส ธิตินันท์ ตราทอง กับ อภิเชษฐ์ ประภาสปิยากร ที่แมนดาริน แกรนด์บอลรูม โรงแรมแมนดาริน 9 มี.ค. 10.00 น.

พระราชทานเพลิงศพ คุณแม่บุญชื่น แก้วน้อย มารดา กัปตันคำปัน แก้วน้อย วัดเขมาภิรตาราม ถ.พิบูลสงคราม จ.นนทบุรี 9 มี.ค. 16.00 น.

ตรวจมลพิษ - ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ เปิดการสัมมนา “Earth System and Science Applications from Space” เพื่อยกระดับเทคโนโลยีติดตามและคาดการณ์มลพิษทางอากาศ โดยมี ดร.นริศรา ทองบุญชู และ รศ.ดร.สาวิตรี การีเวทย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
ตรวจมลพิษ – ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ เปิดการสัมมนา “Earth System and Science Applications from Space” เพื่อยกระดับเทคโนโลยีติดตามและคาดการณ์มลพิษทางอากาศ โดยมี ดร.นริศรา ทองบุญชู และ รศ.ดร.สาวิตรี การีเวทย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

8 มี.ค. 2568 14:01 น.

โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

เรื่องราวที่นักร้องมีแฟนเป็นแดนเซอร์ กำลังถูกพูดถึงไม่น้อย และก็มีนักร้องหลายคนที่ออกมาเปิดเผยว่าคบหากับแดนเซอร์เช่นกัน อย่าง หนูเล็ก บลูเบอร์รี่ หรือ แมงปอ ชลธิชา และล่าสุดนักร้องสาว กระแต อาร์สยาม ก็เป็นอีกคนที่มีแฟนเป็นแดนเซอร์เช่นกัน

โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

แต่ กระแต ได้ชี้แจงชัดๆ ว่า โตชิ แฟนหนุ่มของกระแตไม่ได้เป็นแดนเซอร์อาชีพแต่อย่างใด แต่เป็นแดนเซอร์จำเป็นเพราะถูกบังคับมาเต้นกับกระแตนั่นเอง และที่มาเต้นคู่กันเพราะกระแตไว้ใจให้โตชิอุ้มตีลังกามากกว่าคนอื่น หลังจากที่เคยเต้นพลาดมาแล้วจนทำให้เจ็บตัวไม่น้อย แถมตอนที่มาเต้นกับกระแตก็ไม่ได้ตังค์อีกด้วย

สำหรับประวัติของหนุ่มโตชิ บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติ และลงแข่งระดับโลกที่อเมริกา แถมยังเป็นนักออกแบบท่าเต้นมืออาชีพ และที่สำคัญคือที่บ้านมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางของตัวเอง และทำงานการกุศลผ่านมูลนิธิมาแล้วกว่า 12 ปี ซึ่งเครื่องสำอางเเบรนด์ของกระเเตก็ผลิตที่โรงงานคุณแม่ของโตชิด้วย

โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง
โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง
โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง
โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง
โปรไฟล์ไม่ไก่กา โตชิ แฟนแดนเซอร์ กระแต รวยมากเป็นทายาทโรงงานผลิตเครื่องสำอาง

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

7 มี.ค. 2568 21:44 น.

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

Mirror Thailand สื่อออนไลน์เพื่อผู้หญิงยุคใหม่ ชวนทุกท่านร่วมงานเสวนาฟังสบายและพูดคุยในมิติต่างๆ เพื่อผลักดันทุกบทบาทของผู้หญิง และดันเพดานการพูดคุยประเด็นเรื่องสิทธิสตรีในประเทศไทยให้แข็งแรงขึ้นไปด้วยกัน ในงานเสวนาวันสตรีสากลประจำปีนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘For ALL Women and Girls : ก้าวไปด้วยกัน เพื่อเธอทุกคน’ ผ่านวงเสวนา 4 Session ที่ SCBX Next Tech ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

ภายในงานได้มีการจัดเวทีเสวนา เพื่อสื่อสารและสร้างพลังในมิติสำคัญต่างๆ ให้กับผู้หญิงทุกคนผ่านตัวแทนจากหลายวงการที่มาร่วมพูดคุย เพื่อยกระดับความเท่าเทียมทางเพศตั้งแต่ระดับจิตใจไปจนถึงภาคธุรกิจ 

ซึ่งมี 4 สาวสวยมีตำแหน่งอย่าง ที่ถือว่าเป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่มาร่วมเสวนาในวันนี้ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และ ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 พร้อมด้วย อุ้ม ทวีพร พริ้งจำรัส มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 และ มีนา ริณา ฉัตรอมรชัย รองอันดับ 5 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

Session 4 LIFE EMPOWERMENT Mindset Matters : พลังของทัศนคติในการขับเคลื่อนชีวิต ที่มีมารีญาและฟ้าใส ร่วมเสวนาในหัวข้อนี้ 

ซึ่ง มารีญา ได้บอกว่า Mindset เป็นเหมือนรากฐานที่ทำให้เรามี Action ออกมาได้ มันมีอยู่กับเรามาตลอดขึ้น อยู่กับว่าเราหยิบเอามาใช้แบบไหน มีประโยคนึงที่ได้ยินมาว่า “Don’t blame anyone but yourself “ซึ่งแปลตามความหมายมันยังไม่มีและมันไม่ได้แปลว่าให้โทษตัวเอง แต่เหมือนว่าเราควรรับผิดชอบตัวเอง

อย่างเช่นเวลาเล่นเกม พอเวลาหมุนปุ๊บเราแพ้ปั๊บ แล้วเราโทษเวลา คือการที่เรากำลังชี้นิ้วไปที่เวลา โดยไม่ชี้นิ้วที่ตัวเองว่าทำไมเราถึงทำไม่ทัน เราควรที่จะมองว่าอะไรที่เราควรฝึกฝนให้เร็วขึ้นและทำให้ทันในคราวหน้า มารีญาเลยคิดว่าที่เราคิดแบบนี้มันคือ mindset อีกแบบนึง แทนที่จะเป็นเหยื่อในชีวิต เราควรเป็นเจ้าของชีวิตของเรา

ด้าน ฟ้าใส บอกว่า Mindset เป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต เวลาที่ตั้งใจที่จะทำอะไรมีเป้าหมายอะไรหรือดำเนินชีวิตอย่างไรจะมาจาก mindset ของเรา ยังฟ้าใส Life moral ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบไหน สำหรับฟ้าใสจะมีคำว่า “No one can make you feel inferior without your consent” ไม่มีใครด้อยค่าเราได้เท่ากับเราอนุญาตให้มันโดยค่าตัวเอง

สำหรับฟ้าใสคิดว่า mindset ที่ดีต้องเป็นกำลังใจให้กับเรา ฟ้าใสมีคำนึงคือ Don’t Let’s Fear Stopping what you love อย่าให้ความกลัวมาทำให้เราหยุดในสิ่งที่เรารัก

mindset ที่ดีสำหรับมารีญาคิดว่ามี 2 เรื่องหลักๆ ก็คือ Vision and Value เราจะต้องมองว่าสิ่งทั้งสองสิ่งนี้เราอยากให้มันเป็นแบบไหน

ในวันหนึ่งเราเจออะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้ mindset ของเราไม่ได้ลื่นไหลแต่เป็นลื่นล้ม เราจะสามารถ Keep mindset แบบนี้ให้ดีได้อย่างไร

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

ฟ้าใสได้ตอบว่า ไม่สามารถมีคำพูดใดที่จะสามารถพูดแล้วตรงกับความรู้สึก ณ โมเมนต์นั้นที่คนๆ นั้นกำลังประสบอยู่ได้ ฟ้าใสคิดว่าจะมีอย่างหนึ่งที่ทำให้เราสามารถมีกำลังใจขึ้นได้ ก็คือการเช็คโปรเกรสว่าในวันๆ หนึ่งเราสามารถทำอะไรเล็กๆ ไปได้แล้วบ้าง

แล้วพอเรา checklist แล้วเราคิดว่าเราทำได้ทีละนิด มันก็จะเป็นพลังเราได้ ถ้าคุณเห็นคุณค่าของคุณในทุกๆวันนี้เป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่ใช้ หลายครั้งแล้วอาจเผลอมองคุณค่าของตัวเองจากมุมมองของคนอื่น

เพิ่งไปเจอประโยคนี้มาเมื่อหลายวันก่อนแล้วมันทัชใจมาก เขาบอกว่า Even at your best and absolutely best, you still never be enough for the wrong person but for the right person They will always be values and love you as who you are. ถ้าแปลเป็นกระจกประมาณว่าถึงแม้ว่าคุณจะมีเวอร์ชั่นที่ดีแค่ไหน หรือดีที่สุดยังไง คุณก็ไม่ดีพอ แต่สำหรับคนที่ใช่ แล้วเขาจะเห็นคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง

สำหรับมารีญาคิดว่า Small Change มันอิมแพคอะไรได้เยอะมาก แม้ว่าเราจะเราเปลี่ยนนิดนึงแต่ทำบ่อยๆ impact มาก การที่เราเปลี่ยนเล็กๆมันอาจจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแต่ถ้าเราทำต่อไปเรื่อยๆ มันจะมี Big difference Big Impact เมื่อมันเห็นการเปลี่ยนแปลงเราจะกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจ และกล้าที่จะหา Solution แล้วมองหาสิ่งนั้นได้เราก็จะรู้สึกดี

ในยุคนี้ มันมี mindset อะไรไหมที่ทำให้ Impact สังคม มารีญา ได้เผยว่า ไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่ชัดเจน แต่ว่ามารีญารู้สึกว่าเด็กยุคนี้จะมีความสนใจในเรื่อง สุขภาพกับ Beauty มากกว่าพวกเรา ซึ่งมารีญาไม่รู้ว่าในอนาคตมันจะเป็นยังไงแต่มารีญาหวังว่าสิ่งที่เขาสนใจอยู่ตอนนี้มันจะเชื่อมโยงไปถึงสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้ บอกให้กลับบ้านดูแลสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน

ทางด้านฟ้าใสเล่าว่า จากที่ไปพูดในมหาลัยแล้วรู้สึกว่าเด็กเขาไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง แล้วเขามีพฤติกรรมโพสต์ลงโซเชียลแล้วมองยอดไลค์ยอด engage ซึ่งถ้าไม่ตรงตามเป้าเขาจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง

ทำให้เขารู้สึกว่าฉันโดนไลก์แค่นี้เหรอ มีคนรักฉันแค่นี้หรอ แล้วเขาก็ไป Internalize ว่าฉันไม่ดีพอเหรอ ฟ้าใสคิดว่าอยากให้ถอยออกมาก้าวหนึ่ง อย่าไปอยู่ในโลกโซเชียลจนมากเกินไป เพราะหลายครั้งอาจจะลืมไปว่านี่คือชีวิตจริง และเป็นชีวิตที่มีคุณค่า เราควรจะมองคนที่รักเราที่เป็นเรามากกว่าจะไปมองสิ่งภายนอก หรือเปรียบเทียบกับคนอื่นในโซเชียลมีเดีย

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

และ The Power of Sisterhood : พลังมิตรภาพของเหล่าเพื่อนสาว อุ้ม ทวีพร และ มีนา ริณา ร่วมพูดคุยเสวนาในหัวข้อนี้ว่า 

อุ้มอยากขอบคุณการประกวดที่ทำให้อุ้ม ได้เจอเพื่อนรักจริงๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น แต่หลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดขึ้น การที่เรามีเพื่อนซัพพอร์ต มันทำให้เราสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้ง่ายมากๆ

มีนากับอุ้มได้เจอกันตอนประกวด ซึ่งเราสองคนสนิทกันเร็วมากๆ ด้วยระยะเวลา 1 เดือนที่อยู่ในกองประกวดมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น แล้วเราก็ผ่านมาด้วยกัน

จากการประกวดทำให้อุ้มและมีนาได้มาอยู่ในจุดที่คนของประชาชน เลยทำให้เราเป็นที่จับตามอง บางทีเราเจอคำวิพากษ์วิจารณ์ทั้งดีและไม่ดี แต่พอเรามาอยู่จุดเดียวกัน เวลาที่เจอเรื่องแย่ๆ เราก็จะช่วยดึงพากันขึ้นมา

สำหรับมีนา อุ้มเป็นเหมือนซัพพอร์ตเตอร์ของมีนา ในวันที่ชีวิตเราดี อุ้มก็ร่วมยินดีกับเรา ในวันที่ชีวิตดิ่งลง เราหันไปก็จะเจอเค้าอยู่ตรงนี้

อุ้มมองมีนาเป็นเหมือนครอบครัว เรามาอยู่กรุงเทพฯ ก็ห่างจากครอบครัว พอได้เราประกวดด้วยกันมา เราเป็นเหมือนพาร์ทเนอร์กัน หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าเราขาดเค้าไป อุ้มอาจจะแย่เลย

มีนามองว่า การเป็นเพื่อนต้องเริ่มจากความจริงใจ ตั้งแต่มาได้เจออุ้มก็รู้สึกสบายใจที่มีเค้าเป็นเพื่อน เราอยู่ด้วยกันเราก็หวังดีต่อกันมากๆ

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

อุ้มมองว่า การเป็นเพื่อนต้องมีความจริงใจและซัพพอร์ตกัน ไม่ใช่แค่ซัพพอร์ตในเรื่องที่ไม่ดี แต่พอเราทำไม่ดีเพื่อนก็จะคอยเตือนให้เรากลับมาในแนวทางที่มันดีขึ้น

สำหรับอุ้ม คำว่า “Stand by you” มันมีบางช่วงที่อุ้มมืดมนมากๆ รู้สึกท้อไปหมด หลายๆ คนมองหนูไม่ดี แต่มีนาก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่คนอื่นมอง เค้ายังอยู่ข้างๆ มันเลยทำให้เรารู้สึกไม่อยากยอมแพ้กับตัวเอง พอต่อให้คนทั้งโลกหันหลังให้ แต่เขาจะไม่ไปไหน

แต่สำหรับมีนาจะแสดงออกทางการกระทำมากกว่า สำหรับมีนาเวลาอุ้มเจอปัญหาอะไร เราจะกระโดดเข้าไปหาเขาแล้วมองว่าเรื่องนี้คือปัญหาของเราด้วย

การที่อยู่คนเดียว มีนาไม่สามารถทำได้ ถ้าวันที่เรามีดราม่า หรือเจอปัญหาอะไร ถ้าไม่มีอุ้มอยู่คงออกมาแล้ว ถึงเราจะไม่มีเพื่อน ต้องมีสักคนนึงที่เขารู้สึกเป็นทีมเรา 100% แล้วเขาสามารถปรึกษาและซัพพอร์ตเราได้

อุ้มก็ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เช่นกัน เราต้องมีคนที่เขาคอยซัพพอร์ตความคิดเรา อุ้มเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นสัตว์สังคม เราจะต้องมีใครสักคนที่สามารถปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรือการแชร์ความสุข

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

ในวันที่อุ้มมืดมนเราอยากได้ยินคำว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ผ่านไป” เรามองว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิต ทางออกมันมีเสมอ ถึงแม้จะต้องใช้เวลาแต่ปัญหาก็ไม่ได้อยู่กับเราจนเราตาย และก็คำว่า “ปรึกษา” มันช่วยทำให้ทุกอย่างคลี่คลายได้

สำหรับมีนาไม่ได้มีคำไหนเป็นพิเศษ แต่อยากให้เห็นว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆ แค่เราเห็นเขาอยู่เราก็สบายใจแล้ว

มันอาจจะมีบางวันที่เรารู้สึกว่าเราไม่เหลือใคร เราไม่มีอะไรดี มีนาอยากให้เริ่มจากการที่เรารักตัวเอง มองหาข้อดีของตัวเอง มันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น

เรียกว่าเป็นงานดีๆ ที่ Mirror Thailand จัดขึ้นเพื่อแชร์ข้อมูล เรื่องราว ประสบการณ์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อส่งต่อพลังและแรงบันดาลใจให้กับทุกคน และเพื่อผลักดันให้ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนรับรู้ เข้าใจถึงศักยภาพที่ตนมี เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนเติบโตได้ในแบบที่ต้องการทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัวและอาชีพการงาน

มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand
มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand
มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand
มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand
มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand
มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand
มารีญา-ฟ้าใส แท็กทีม อุ้ม-มีนา ร่วมเสวนาวันสตรีสากลกับ Mirror Thailand

ลำไย ไหทองคำ ตอบชัดเรื่องคลิปหลุด หลังมีคนหวังดีส่งมาให้ดูเยอะมาก

ลำไย ไหทองคำ ตอบชัดเรื่องคลิปหลุด หลังมีคนหวังดีส่งมาให้ดูเยอะมาก

7 มี.ค. 2568 19:15 น.

ลำไย ไหทองคำ ตอบชัดเรื่องคลิปหลุด หลังมีคนหวังดีส่งมาให้ดูเยอะมาก

หลังจากที่ออกมาชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์กับ ปุ้ย และ บอส พร้อมกับยอมรับว่าคุยกับบอสจริง นักร้องสาว ลำไย ไหทองคำ ก็ไม่ได้เคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียล จนในช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าตัวก็ได้โพสต์เรื่องคลิปที่มีคนส่งมาให้เจ้าตัวเป็นจำนวนมาก โดยลำไยแจ้งว่า 

“ขอบคุณพี่ๆ ที่ทยอยส่งข้อมูลมาให้เรื่องคลิปนะคะ คนส่งมาให้หนูเยอะมากๆ ว่ามีคลิปออกมาแล้ว หนูดูหมดแล้วที่พี่ๆ ส่งมา ไม่ใช่หนูนะคะ ไม่แน่ใจว่า AI หรือคนหน้าเหมือน” 

ลำไย ไหทองคำ ตอบชัดเรื่องคลิปหลุด หลังมีคนหวังดีส่งมาให้ดูเยอะมาก
ลำไย ไหทองคำ ตอบชัดเรื่องคลิปหลุด หลังมีคนหวังดีส่งมาให้ดูเยอะมาก