ครูสอนเต้น ยันไม่ได้หิวแสง แต่ทนไม่ได้ ขอแฉพฤติกรรมนาย B ทำผิดซ้ำ ไม่สำนึก

ครูสอนเต้น ยันไม่ได้หิวแสง แต่ทนไม่ได้ ขอแฉพฤติกรรมนาย B ทำผิดซ้ำ ไม่สำนึก

7 มี.ค. 2568 18:26 น.

ครูสอนเต้น ยันไม่ได้หิวแสง แต่ทนไม่ได้ ขอแฉพฤติกรรมนาย B ทำผิดซ้ำ ไม่สำนึก

วงการบันเทิงไม่เคยได้พักอีกแล้ว เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์แฉพฤติกรรมของนาย B แบบดุเด็ดเผ็ดร้อน งานนี้ทำให้มีคนเข้าไปกดไลก์ กดแชร์ และคอมเมนต์แบบรัวๆ ซึ่งมีข้อความที่โพสต์เอาไว้ดังนี้ 

“จากพฤติกรรม B มันสามารถทำร้ายจิตใจแฟนของตัวเองได้โดยไม่ใยดีเลยอ่ะ แต่เพื่อจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง ต่อทีมงานและตัว LY ว่าตัวเองได้ยอมรับผิด สคริปต์ป่าวไม่รู้ แต่มึงเตรียมตัวมาดีทำตัวให้คนอื่นเชื่อในเรื่องของการยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อขึ้น แต่ผมรู้สึกว่ามันแอ๊กติ้ง

ความโหดคือ ทิ้งแฟนเก่าเข้าข้างแฟนใหม่เฉย เพราะแฟนใหม่มีอิทธิพลกว่ารวยกว่ามีชื่อเสียงรึเปล่านะ จึงยอมสละชีพเพื่อคนที่ถือไพ่เหนือกว่า คนที่มึงจะสารภาพคือ ต้องช่วย เพราะถ้ามึงช่วยแฟนเก่ามึงคงจะโงหัวไม่ขึ้นสินะ คงคิดว่าโดนน้อยกว่า แฟนเก่าก็หมาเลยกลายเป็นตัวเองก็จบสิ้นรับเคราะห์สิครับ

สงสารแฟนมันนะ แฟนมึงทนมึงมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว B ในพฤติกรรมของมึงที่ผ่านมา มึงยังกล้าจะทำตัวเหนือแฟนเก่ามึงเหรอ มึงยังปล่อยให้ ผญ ตัวคนเดียวที่เจ็บ และพลั้งพลาดเพราะพฤติกรรมของมึงคนเดียว ต้องมาทุกข์ทรมาน เพราะความผิดที่ก่อขึ้นจากสิ่งที่มึงทำแต่เพียงผู้เดียว แบบเหงาๆ

ส่วนมึงลอยหน้าลอยตาแอ๊กติ้งออกสื่อ สงสารแฟนมึงจริงๆ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามึงไม่เริ่ม B มีคดีติดตัว ไม่สำนึก ทำซ้ำจนเคยชิน แฟนมึงคงช้ำสุดๆ และกรูก็ได้เห็นความดำมืดของจิตใจมนุษย์ การเอาตัวรอด เรื่องนี้ อ่านออกได้ไม่ยากหรอก คนของใคร ใครก็รัก องค์กรใครก็ต้องปกป้อง

และแน่นอน ความจริงก็คือความจริง คำว่า (ลอยตัว) กรูเข้าใจ กรูเข้าข้างความถูกต้องหวะ แต่กรูสงสาร คนที่ต้องมารับเคราะห์เพราะมึงถึงสามคน B รวมจากที่มึงกระทำเขามาเยอะนะ B แดนเซอร์ชื่อ B เจอกันเมื่อไหร่ หน้ายุบเอาง่ายๆ เลยนะ #กรูไม่น่าให้โอกาสมึงเลย

ปล . ผมไปออดิชั่นงานนี่เพราะคุณเลย B ผมจะไม่ให้คุณได้ผุดได้เกิดตั้งแต่แรกแล้ว B คุณคิดว่าคนหยั่งผมจะทำงานนี้ไหวเหรอ ไม่ไหวหรอก กรูแก่แล้ว แต่กรูออเพื่อจะให้เขาไม่เลือกมึง คนดีๆ เขาจะได้มีโอกาสเข้าไปทำงาน เช่น จ, น, พ สุดท้ายเขาก็ไม่เลือกมึงจิงๆ กูโล่งมาก

แต่วันนั้นกรูพลาดเอง ที่ยอมไม่ขยี้ต่อ ใจดีแล้วปล่อยมึงไปให้ได้ดี เพราะมึงมาแอ๊กติ้งใส่กรูไว้ แมนๆ ยอมรับผิด ทั้งๆ ที่มึงเป็นคนแบบนี้และไม่แก้ เอ้า หลอกกันนิ ไปทำเขาพังกันเป็นแถบ เพราะมึงเลย ไม่ต้องดึงหน้าโทษใคร

โอกาสสุดท้ายหมดไปและเนอะ กรูก็บ๋ายบายมึง เช่นเดียวกับที่มึงบ๋ายบายแฟนเก่ามึงละกัน แค้นจังเลย B รู้สึกเหมือนโดนมึงตบกระบาลรัวๆ เลยอ่ะ #ทำกรูเฉิดฉายอีกละ #เหมือนเป็นพวกรับจบป่าวกรูแค่รับประกันมันไว้ “

ครูสอนเต้น ยันไม่ได้หิวแสง แต่ทนไม่ได้ ขอแฉพฤติกรรมนาย B ทำผิดซ้ำ ไม่สำนึก

นอกจากนี้ เจ้าตัวก็ยังได้โพสต์ข้อความร่ายความในใจอีกยาวเหยียดเอาไว้ในเฟซบุ๊กเดิมอีกครั้ง ซึ่งมีข้อความที่เขียนเอาไว้ว่า 

“เด็กไม่รู้เรื่องกฎหมาย เขาตามนักธุรกิจทันที่ไหน อย่าไปทำร้ายเขาเลยครับ เขาเป็นคนถูกกระทำ ศีลธรรมสำคัญนะครับ น้องโดนทำร้ายความรู้สึกขนาดนี้ เป็นใครจะไม่มีอารมณ์ที่ทำให้พลั้งปากบ้าง ถ้ามันจริง ก็อยากให้ลองฟังจากปากน้อง ไม่ใช่ปาก B ดีกว่านะครับ แต่น้องโคตรเก่ง อดทนได้เก็บอาการได้ดี แต่ตาหนูออกมากข้างในคงพังแย่แล้ว จะพูดออกมาเป็นประโยคเรียบเรียงยังยากเลยมั้ง

ขอให้อดทนไว้นะ ผิดก็ต้องยอมรับว่าผิด ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครผิดพลาด พลาดแล้วยอมรับตัวเองให้ได้ แก้ไข แต่พลาดแล้วพลาดอีกซ้ำๆ ก็พอเถอะ ความดีความถูกต้องจะช่วยให้น้อง พ้นเคราะห์นี้ไปได้ คนไม่ยอมมีอีกเยอะ คนที่รู้ก็มีอีกมาก คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้หรอก

ที่ต้องออกมาไม่ได้หิวแสง แต่ถ้าช่องทางกรูคนเห็นเยอะ กรูก็อยากทำหน้าที่พลเมืองดีนะ 100 ล้านนะโดนกระทำขนาดนี้ ยังต้องถูกฟ้องอีกเหรอวะ จิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ อยู่ไหน น้องไม่ได้ซวยนะ น้องโชคดีแล้วที่กล้าแสดงจุดยืนและตัวตน โดยมีสัญญาค้ำคอ

น้องกำลังจะทำให้คนทั้งโลกได้เรียนรู้ คนแบบกรณี B มันแสดงออกแบบไหนปลอมมั้ย แถมั้ย โกหกมั้ย คนที่เขา สังเกต เขามองออกครับ ในวันที่มันพูดโกหกคนทั้งโลก ก็เหมือนขยายตราบาปให้กับตัวเอง ใครทำรู้ดีแก่ใจ ผิดอยู่ในใจ สุดท้ายก็ทนทุกข์ และก็จะถูกสนองด้วยกรรมที่มันสร้าง ก็ดี เพราะบทสรุปเรื่องนี้ ยังไงมันจะมาถึง และพี่เชื่อว่าน้องจะได้รับความยุติธรรม

ผมอยากให้ผู้ใหญ่จิตใจดีๆ เข้าใจน้อง ยื่นมือเข้าไปช่วยซักหน่อยก็ยังดี หัวเดียวกระเทียมลีบ พ่อแม่ก็ต้องคอยปกป้อง ตัวเองก็ต้องมารับมือกับนิทานที่มันเล่าให้ฟัง

วงการแดนเซอร์ก็ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์อะไร แต่เราก็คอยปลูกฝังเด็กๆ รุ่นใหม่ในทางที่ดีๆ กันมาเสมอ อยู่ข้างศิลปินสร้างผลงานมาก็มากมาย คนในวงการก็พยายามสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ แต่ต้องมาด่างพร้อยเอามากๆ เพราะ นิสัยส่วนตัวของคนบางคนที่ไม่มีความสำนึกในการกระทำของตัวเองแบบอภัยไม่ได้อ่ะ แอบถ่ายไปเรื่อย ด่าครูบาอาจารย์ ไม่มีความกตัญญู เป็นแต่เด็กยันโต ได้โอกาสมาไม่น้อยเลย แต่ผวาทั้งวงการ ไปช่วยทำไมถูกมั้ยครับ

ส่วน B ไม่ต้องดิ้น กรูขอเถอะ ยอมรับผิด และก็ช่วยแฟนเก่ามึงด้วย ช่วยก็ช่วยให้หมดดิ มึงอาจจะหล่อขึ้นบ้างก็ได้ อยากด่าแต่เหนื่อย
พอดีคนที่เคยเอ็นดูมึง เชื่อน้อง 100% แต่มึงอะ 100 กิโล (มึงเป็นหนักB)

#ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะครับ #ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังกับคนที่คอยเตื่อนสติหลายๆท่าน #โมเหยื่อ100% #ไม่ใช่โลกสองใบอันนี้โลกของมึงB #ของผมจบแค่นี้ไม่โพสต์ต่อแล้วครับ “

ครูสอนเต้น ยันไม่ได้หิวแสง แต่ทนไม่ได้ ขอแฉพฤติกรรมนาย B ทำผิดซ้ำ ไม่สำนึก

น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล

น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล

7 มี.ค. 2568 16:10 น.

น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล

ทำเอาหลายๆ คนตกใจไม่น้อย เมื่อ ประจักษ์ชัย ไหทองคำ ถึงกับร้องไห้ในรายการโหนกระแส หลังจากที่ โม อดีตแฟนของ บอส แดนเซอร์ของ ลำไย ไหทองคำ นำพวงมาลัยมากราบขอขมากับสิ่งที่ทำให้นายห้างรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายห้างก็ได้พูดถึงการฟ้องร้องโม ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ประกาศเอาไว้กลางโซเชียล โดยนายห้างบอกว่า 

“ก็ให้จบแบบแมนๆ ไปสืบสาวราวเรื่องก็คงไม่เกิดประโยชน์ มันจบจนจุก (เช็ดน้ำมูก) อาจจะเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ผมเข้มแข็งตลอด ไม่จำเป็นต้องเสียน้ำตาก็ได้ (เสียงสั่น) แต่เป็นทั้งชีวิตที่ผมสร้างมา ลำไยมันก็พลาด ก็ให้มันผ่านไป หลังจากนี้ก็ทำงาน น้องก็จะได้ตั้งใจทำงาน

ผมยอมกลืนเลือดเอง ทั้งลำไย ทั้งไหทองคำ ก็ต้องเดินต่อไป ผมยอมเจ็บ ยอมเสียน้ำตา ออกรายการไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องมา ผมเป็นอัศวินด้วย ผมเป็นนักรบ นักรบต้องมีบาดแผล แต่ว่ามันมีภาพฝังอยู่ในยูทูบตลอดชีวิต มันเจ็บปวด แต่ก็ให้มันผ่านไป”

น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล
น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล
น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล
น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล
น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล
น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล
น้ำตาลูกผู้ชาย ประจักษ์ชัย ร้องไห้กลางรายการ เจ็บจนจุก นักรบต้องมีบาดแผล

รู้จัก “ฮันตาไวรัส” เชื้อโรคที่คร่าชีวิตภรรยาของ ยีน แฮ็กแมน

รู้จัก “ฮันตาไวรัส” เชื้อโรคที่คร่าชีวิตภรรยาของ ยีน แฮ็กแมน

9 มี.ค. 2568 08:00 น.

รู้จัก “ฮันตาไวรัส” เชื้อโรคที่คร่าชีวิตภรรยาของ ยีน แฮ็กแมน

  • ข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ยีน แฮ็กแมน นักแสดงรุ่นใหญ่กับ เบตซี อาราคาวะ สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก แต่ผลชันสูตรกลับน่าตกใจยิ่งกว่า
  • ผลชันสูตรออกมาว่า เบตซี เสียชีวิตก่อนหน้าผู้เป็นสามีนานร่วมสัปดาห์ ด้วยโรคปอดจากการติดเชื้อฮันตาไวรัส ซึ่งเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก ส่วนสามีผู้ป่วยอัลไซเมอร์รุนแรง หัวใจวายเสียชีวิตในเวลาต่อมา
  • ฮันตาไวรัสมีสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะ มีคุณสมบัติสามารถลอยขึ้นสู่อากาศได้ หากของเสียหรือน้ำลายจากสัตว์ที่มันอยู่แห้งแล้ว แต่ละปีมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกนับแสนราย

ข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ยีน แฮ็กแมน นักแสดงระดับตำแหน่งผู้ได้รับรางวัลออสการ์ กับ เบตซี อาราคาวะ ภรรยา ที่บ้านของทั้งสองในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อเดือนก่อน สร้างความตกใจไปทั่วโลก แต่ผลการชันสูตรศพที่ออกมาเมื่อวันศุกร์กลับช็อกยิ่งกว่า เมื่อพบว่า เบตซีเสียชีวิตก่อนแฮ็กแมนนานร่วมสัปดาห์

ผลการชันสูตรชี้ว่า เบตซี อาราคาวะ เสียชีวิตจากโรคปอดจากการติดเชื้อ “ฮันตาไวรัส” (HPS) ในขณะที่นายแฮ็กแมนผู้เป็นสามี ป่วยโรคอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง ใช้ชีวิตไปตามปกติโดยไม่รู้ว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ก่อนที่เขาจะหัวใจวายและจากโลกนี้ไปใน 1 สัปดาห์ให้หลัง

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เตือนว่า ฮันตาไวรัสเป็นเชื้อโรคหายากที่ติดต่อเข้าสู่มนุษย์ผ่านการสัมผัสกับมูลของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ มันสามารถก่อให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัด และในกรณีรุนแรง ก็อาจทำให้เกิดโรค HPS ซึ่งเป็นโรคปอดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

มาทำความรู้จักกันว่า ฮันตาไวรัสนี้มันคืออะไร ติดต่อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ได้อย่างไร และพบผู้ติดเชื้อบ่อยแค่ไหน?

ฮันตาไวรัสคืออะไร?

ฮันตาไวรัสคือสายพันธุ์หนึ่งของเชื้อไวรัสที่ใช้สัตว์ฟันแทะ เช่น หนู เป็นพาหะ ตามปกติไวรัสเหล่านี้จะอยู่ในฉี่, มูล หรือน้ำลายที่สัตว์ฟันแทะขับถ่ายออกมา แต่เมื่อสารคัดหลั่งดังกล่าวแห้งแล้ว ไวรัสจะลอยขึ้นสู่อากาศ และมีโอกาสที่มนุษย์จะสูดมันเข้าสู่ร่างกาย

วิธีติดต่ออีกอย่างที่พบได้น้อยกว่าคือ ติดจากการกัดหรือการข่วนของสัตว์ฟันแทะโดยตรง ในอเมริกาเหนือ ฮันตาไวรัสใช้หนูกวาง หรือหนูสายพันธุ์ เปโรมิสคัส (Peromyscus) เป็นพาหะที่พบบ่อยที่สุด

ไวรัสตัวนี้สามารถทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงได้ 2 อย่างคือ กลุ่มอาการโรคปอดจากการติดเชื้อฮันตาไวรัส (HPS) ซึ่งพบมากที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นโรคที่ทำให้ น.ส.อาราคาวะถึงแก่ชีวิต

ระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 2-6 สัปดาห์ โดยอาการมักเริ่มขึ้นด้วยการเหนื่อยล้า มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อ ตามด้วยอาการปวดหัว วิงเวียน หนาวสั่น และปัญหาเกี่ยวกับท้องต่างๆ

ตามการเปิดเผยของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) หากผู้ติดเชื้อเริ่มมีอาการโรคทางเดินหายใจ จะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงประมาณ 38%

ส่วนอาการป่วยที่ 2 คือ กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการทางไต (HFRS) ซึ่งมีความร้ายแรงกว่าและส่งผลกระทบต่อไตเป็นหลักตามชื่อ อาการเริ่มด้วยมีไข้ฉับพลัน ปวดเอว มีเลือดออกลักษณะต่างๆ มากน้อยแตกต่างกันไป และอาการทางไต

ระยะฟักตัวของกลุ่มอาการแบบนี้ อาจสั้นเพียงไม่กี่วันหรือนานได้ถึง 2 เดือน แต่ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์

ยีน แฮ็กแมน นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้จากไปในวัย 98 ปี
ยีน แฮ็กแมน นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้จากไปในวัย 98 ปี

ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อมากแค่ไหน?

CDC ระบุว่า ในช่วงปี 2536 ถึง 2565 ในสหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัสที่ได้รับการยืนยันทั้งสิ้น 864 ราย โดยกรณีส่วนใหญ่พบในพื้นที่แถบชนบทของรัฐทางตะวันตกอย่าง แคลิฟอร์เนีย, วอชิงตัน, แอริโซนา, นิวเม็กซิโก และโคโลราโด

ขณะที่ทั่วโลกมีรายงานพบผู้ป่วย HPS ปีละประมาณ 15,000-20,000 คน ขณะที่พบผู้ป่วยกลุ่ม HFRS ถึงปีละกว่า 150,000 คน ตามข้อมูลจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ โดยมากกว่าครึ่งอยู่ในประเทศจีน

ส่วนในไทยเคยมีรายงานพบผู้ติดเชื้อคล้ายฮันตาไวรัสแบบกลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการทางไตบ้าง แต่ไม่เคยพบกรณีก่อโรครุนแรงในคนมาก่อน เช่นเดียวกับผู้ป่วยกลุ่มอาการโรคปอดจากการติดเชื้อฮันตาไวรัส

ฮันตาไวรัสรักษาอย่างไร?

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะทางสำหรับอาการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ผู้ป่วยที่มีอาการหนักอาจจำเป็นต้องเข้ารักษาในห้องไอซียูของโรงพยาบาล ขณะที่บางคนจำเป็นต้องสอดท่อช่วยหายใจ

ส่วนมาตรการป้องกันมีหลายวิธี เช่น ป้องกันหรือขจัดสัตว์ฟันแทะไม่ให้เข้าไปในบ้านเรือนหรืออาคาร, เก็บอาหารไว้ในที่ที่สัตว์ฟันแทะเข้าไปกินไม่ได้ และฆ่าเชื้อบริเวณที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค (เช่น สารฟอกขาวที่เจือจาง) ก่อนทำความสะอาด ห้ามใช้วิธีการกวาดหรือดูดฝุ่นบริเวณที่หนูเคยเข้าไป ให้ใช้วิธีถูด้วยผ้าเปียกหรือโดยใช้ผ้าชุบสารเคมีฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น

การสวมอุปกรณ์ป้องกันก็ได้รับคำแนะนำเช่นกัน โดยเฉพาะตอนทำความสะอาดมูลสัตว์ฟันแทะ เพื่อที่จะไม่สูดอากาศที่อาจปนเปื้อนไวรัสเข้าไป

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc , ncbi

กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ บุกทำลายข้าวของในรีสอร์ททรัมป์ในสกอตแลนด์

กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ บุกทำลายข้าวของในรีสอร์ททรัมป์ในสกอตแลนด์

9 มี.ค. 2568 04:45 น.

กลุ่มหนุนปาเลสไตน์ บุกทำลายข้าวของในรีสอร์ททรัมป์ในสกอตแลนด์

กลุ่มนักเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ บุกทำลายข้าวของภายในกอล์ฟรีสอร์ทของโดนัลด์ ทรัมป์ ในสกอตแลนด์ พร้อมประกาศว่าเป็นการตอบโต้ที่นายทรัมป์จะยึดกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่ม “ปาเลสไตน์ แอคชัน” (Palestine Action) นักเคลื่อนไหวในสกอตแลนด์ ก่อเหตุบุกทำลายข้าวของภายใน “เทิร์นเบอร์รี กอล์ฟ รีสอร์ท” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสกอตแลนด์ จนได้รับความเสียหาย เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 2568

ข่าวระบุว่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวฉีดพ่นสเปรย์เป็นตัวหนังสือขนาดใหญ่ว่า “GAZA IS NOT 4 SALE” หรือ “กาซาไม่ได้มีไว้ขาย” เอาไว้กลางสนามหญ้า นอกจากนั้นยังสร้างความเสียหายต่อพื้นที่กรีน และฉีดสเปรย์สีแดงไปทั่วอาคารคลับเฮาส์

กลุ่มปาเลสไตน์ แอคชัน ประกาศว่า นี่เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความตั้งใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กวาดล้างชาติพันธุ์ในกาซา

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นายทรัมป์สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวปาเลสไตน์และชาติอาหรับ หลังจากเขาเสนอว่าจะให้สหรัฐฯ ยึดครองกาซา และเปลี่ยนดินแดนเล็กๆ แห่งนี้ให้กลายเป็น “ริเวียราแห่งตะวันออกกลาง” ในขณะที่บีบให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ย้ายไปอยู่ในประเทศอย่างอียิปต์หรือจอร์แดน

กลุ่มปาเลสไตน์ แอคชัน ยังอ้างถึงคลิปวิดีโอซึ่งสร้างโดยเอไอ ที่นายทรัมป์แชร์บนโลกออนไลน์เมื่อสัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นภาพบ้านเรือนของชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทำลายอย่างราบคาบในสงคราม ถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นรีสอร์ทติดทะเลภายใต้แบรนด์ของโดนัลด์ ทรัมป์

และมีฉากหนึ่งที่แสดงให้เห็นนายทรัมป์กับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ใส่ชุดว่ายน้ำนั่งดื่มค็อกเทลกันริมสระว่ายน้ำด้วย

“ในขณะที่ทรัมป์พยายามปฏิบัติกับกาซาเหมือนเป็นทรัพย์สินของตัวเอง เขาควรรู้ว่าทรัพย์สินของตัวเขาเองนั้นอยู่ในที่ที่มือเอื้อมถึง” กลุ่มปาเลสไตน์ แอคชัน ระบุ ขณะที่ตำรวจสกอตแลนด์เผยว่าพวกเขากำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังได้รับรายงานความเสียหายในเวลาประมาณ 04.40 น. วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ เทิร์นเบอร์รี รีสอร์ท ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสกอตแลนด์ เป็นรีสอร์ท 1 ใน 2 แห่งในสกอตแลนด์ที่นายทรัมป์เป็นเจ้าของ โดยสกอตแลนด์เป็นประเทศบ้านเกิดของแมรี แอนน์ แมคลาวด์ ทรัมป์ มารดาของเขา

ด้านโฆษกประจำเทิร์นเบอร์รี รีสอร์ท โจมตีกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า นี่เป็นการก่ออาชญากรรม และเป็นการทำตัวเหมือนเด็กๆ แต่ทีมงานผู้น่าเหลือเชื่อของทรัมป์ เทิร์นเบอร์รี จะทำให้แน่ใจว่า เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการยังทรงตัว ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการยังทรงตัว ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี

9 มี.ค. 2568 04:14 น.

วาติกันเผย โป๊ปฟรานซิสอาการยังทรงตัว ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี

โป๊ปฟรานซิสรักษาโรคปอดบวมในโรงพยาบาลนานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว โดยอาการของพระองค์ยังทรงตัว และมีการตอบสนองที่ดีต่อการรักษา

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 2568 ระบุว่าอาการทางคลินิกของโป๊ปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมายังคงทรงตัว และมีการตอบสนองที่ดีต่อการรักษา อาการจึงมีการพัฒนาขึ้นทีละน้อย

ในช่วงเช้าวันเสาร์ โป๊ปสวดมนต์ภาวนาที่โบสถ์บนชั้น 10 ของโรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ซึ่งพระองค์กำลังรักษาตัวอยู่

ทั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ไม่ได้ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณะเลยนับตั้งแต่ทรงเข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2568 หลังเกิดอาการหายใจลำบาก ซึ่งผลการตรวจพบว่า พระองค์มีอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง

โป๊ปฟรานซิสมีความเสี่ยงเป็นโรคปอดบวมมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากในวัยหนุ่ม พระองค์เคยเป็นโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ จนต้องตัดปอดออกไปส่วนหนึ่ง

แพทย์ของโป๊ปยังไม่มีการทำนายแนวโน้มของโรคออกมา แต่พวกเขาเชื่อว่า พระองค์น่าจะต้องรับการรักษาเป็นเวลานาน เนื่องจากอายุที่มากและประวัติทางการแพทย์ของพระองค์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โรคหัดคร่าผู้ป่วยศพที่ 2 ในสหรัฐฯ เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

โรคหัดคร่าผู้ป่วยศพที่ 2 ในสหรัฐฯ เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

9 มี.ค. 2568 02:25 น.

โรคหัดคร่าผู้ป่วยศพที่ 2 ในสหรัฐฯ เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

การระบาดของโรคหัดในสหรัฐฯ คร่าชีวิตเหยื่อรายที่ 2 โดยเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อทะลุ 220 รายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 มี.ค. 2568 ว่า โรคหัดซึ่งกำลังระบาดในรัฐทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อเป็นศพที่ 2 แล้ว โดยเป็นผู้อยู่อาศัยในเขต ลีอา เคาน์ตี รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งอยู่ห่างจากเขต เกนส์ เคาน์ตี อันเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคหัดในรัฐเท็กซัสเพียง 80 กม. เท่านั้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรัฐนิวเม็กซิโกระบุว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ในวัยผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน แต่ไม่เปิดเผยเพศหรืออายุของคนผู้นี้แต่อย่างใด

การเสียชีวิตล่าสุดเกิดขึ้นราว 1 สัปดาห์หลังจากโรคหัดคร่าชีวิตเด็กวัย 6 ขวบในรัฐเท็กซัส ผู้ไม่ได้ฉีดวัคซีนเช่นกัน เมื่อวันที่ 27 ก.พ.

ทั้งนี้ โรคหัดได้รับการประกาศว่า “ถูกกำจัด” ไปจากสหรัฐฯ แล้วในปี 2543 แต่หลังจากนั้น สหรัฐฯ ยังพบผู้ติดเชื้อประปรายเป็นประจำทุกปี และเกิดการระบาดขึ้นเป็นครั้งคราว โดยพบผู้เสียชีวิต 2 ศพในปี 2546 และอีก 1 ศพในปี 2558

สถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน เชื่อว่ามีจุดเริ่มต้นจากชุมชนชาวเมนโนไนต์ ในรัฐเท็กซัส ซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อโรคหัดทั่วประเทศแล้ว 222 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกพบภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน เมื่อเทียบกับปี 2567 สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อหัด “ตลอดทั้งปี” จำนวน 285 ราย

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขากำลังติดตามการระบาดครั้งล่าสุดนี้อย่างใกล้ชิด โดยนอกจากที่เท็กซัสกับนิวเม็กซิโกแล้ว ยังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อโรคหัดในรัฐอาคันซอ, แคลิฟอร์เนีย, ฟลอริดา, จอร์เจีย, เคนทักกี, นิวเจอร์ซีย์, นิวยอร์ก, เพนซิลเวเนีย, โรดไอส์แลนด์ และวอชิงตันด้วย

ขณะเดียวกันในประเทศแคนาดาก็พบผู้ป่วยโรคหัดแล้ว 227 ราย ในรัฐออนแทรีโอ, ควิเบก และบริติชโคลัมเบีย โดยผู้ที่แสดงอาการป่วยออกมาเกือบทั้งหมดไม่ได้ฉีดวัคซีน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้นำ รบ.ทหารเมียนมา ประกาศจัดเลือกตั้งในเดือนธันวาคมหรือมกราคม

ผู้นำ รบ.ทหารเมียนมา ประกาศจัดเลือกตั้งในเดือนธันวาคมหรือมกราคม

9 มี.ค. 2568 00:13 น.

ผู้นำ รบ.ทหารเมียนมา ประกาศจัดเลือกตั้งในเดือนธันวาคมหรือมกราคม

ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาประกาศจะจัดการเลือกตั้งที่รอคอยกันมาอย่างยาวนานในเดือนธันวาคม 2568 หรือเดือนมกราคมปีหน้า

สำนักข่าว “โกลบอล นิวส์ ไลท์ ออฟ เมียนมา” รายงานในวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 2568 ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารกล่าวขณะเยือนประเทศเบลารุสว่า รัฐบาลจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเสรีและเป็นธรรมในเดือนธันวาคม 2568 หรือในเดือนมกราคม 2569 นี้

“มีพรรคการเมืองยื่นลงทะเบียนเลือกตั้งแล้ว 53 พรรค” ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมากล่าว

เมียนมาตกสู่ความวุ่นวายตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลประชาชนของนาง อองซาน ซูจี ในปี 2564 ทำให้เกิดการประท้วงใหญ่นานหลายเดือน ตามด้วยการลุกฮือของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งการต่อสู้ยังดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย สัญญาจะจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่กำหนดการถูกเลื่อนมาแล้วหลายครั้ง อ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยและปัญหาในการจัดทำสำมะโนประชากร โดยรายงานในเดือนธันวาคม 2567 ชี้ว่ารัฐบาลสำรวจประชากรเพื่อเตรียมรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้เพียง 145 เขตจากทั้งหมด 330 เขตเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เซเลนสกีโวย รัสเซียถล่มรอบใหม่ดับ 21 ศพ จี้นานาชาติคว่ำบาตรต่อ

เซเลนสกีโวย รัสเซียถล่มรอบใหม่ดับ 21 ศพ จี้นานาชาติคว่ำบาตรต่อ

8 มี.ค. 2568 23:36 น.

เซเลนสกีโวย รัสเซียถล่มรอบใหม่ดับ 21 ศพ จี้นานาชาติคว่ำบาตรต่อ

รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่ยูเครนระลอกใหม่ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ศพ ขณะที่ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้นานาชาติคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศรอบใหม่เข้าใส่หลายพื้นที่ในยูเครน เมื่อช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ศพ ใน 3 แคว้นของยูเครน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พบผู้เสียชีวิต 17 ศพในแคว้นโดเนตสก์ โดย 11 ศพในจำนวนนี้ถูกพบที่เมืองโดโบรพิลลียา ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย 30 ราย ส่วนอีก 6 ศพกระจายกันภายในแคว้น

นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 3 ศพ บาดเจ็บอีก 7 รายในเหตุโจมตีด้วยโดรนที่เมืองคาร์คิฟ ขณะที่พบชายวัย 54 ปี เสียชีวิตในแคว้นเคอร์ซอน หลังจากอากาศยานไร้คนขับทิ้งระเบิดใส่รถยนต์ของเขา

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ออกมาอ้างว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธ 2 ลูกเข้าใส่ใจกลางเมืองโดโบรพิลลียา และเมื่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินมาถึง รัสเซียก็โจมตีทางอากาศอีกระลอก จงใจมุ่งเป้าหมายไปที่หน่วยกู้ภัย พร้อมประณามว่า “การโจมตีเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า เป้าหมายของรัสเซียไม่ได้เปลี่ยนไปเลย”

“ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ในการทำทุกสิ่งทุกอย่างต่อไป เพื่อปกป้องชีวิต, เสริมความเข้มแข็งให้การป้องกันทางอากาศของเรา และคว่ำบาตรรัสเซียให้มากขึ้น” ผู้นำยูเครนกล่าว และเสริมว่า “ทุกอย่างที่ช่วยด้านการเงินของรัสเซียต้องถูกหยุดลง”

ทั้งนี้ การโจมตีระลอกล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่า เขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะมีมาตรการคว่ำบาตรและตั้งกำแพงภาษีรัสเซียขนานใหญ่ หลังรัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มยูเครนก่อนหน้านี้

ส่วนฝ่ายยูเครนก็ยังคงโจมตีเข้าใส่ดินแดนของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า กองทัพของพวกเขายิงสกัดและทำลายโดรนของยูเครนได้ 31 ลำในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดย 26 ลำอยู่ที่แคว้นคราสโนดาร์ ทางตอนใต้ 3 ลำอยู่ที่แคว้นบรีอันสก์ และอีก 2 ลำที่เมืองเลนินกราดกับเมืองยาโรสลาฟล์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

LINE for Business จัดงาน BOOTCAMP DAY รวบรวมกูรูด้านการตลาดแบ่งปันกลยุทธ์ ช่วย SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

LINE for Business จัดงาน BOOTCAMP DAY รวบรวมกูรูด้านการตลาดแบ่งปันกลยุทธ์ ช่วย SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

LINE for Business จัดงาน BOOTCAMP DAY รวบรวมกูรูด้านการตลาดแบ่งปันกลยุทธ์ ช่วย SME ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.14 น.

LINE for Business จัดงาน BOOTCAMP DAY อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “อัพสกิล สร้างแบรนด์ ปั้นยอดขายด้วย LINE” มุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดกลยุทธ์ด้านการสร้างแบรนด์สำหรับ SME ยุคใหม่ ใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มยอดขาย และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่รวบรวมกูรูด้านการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ชั้นนำของไทย มาร่วมแบ่งปันกลยุทธ์สำคัญช่วยให้ SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน งานนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน

นายรัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า มีการคาดการณ์ว่า GDP ของไทยจะเติบโตขึ้น 2.9% ในปีนี้ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่เมื่อมองในภาคธุรกิจหลายส่วนยังคงเผชิญความท้าทายอย่างหนัก จากอัตราการปิดตัวลงของนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงปัจจัยความท้าทายหลากหลายที่เกิดขึ้น ทั้งจากกำลังซื้อที่ลดลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น การแข่งขันในช่องทางออนไลน์ที่รุนแรง และการนำเข้าสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะจากจีน ที่เพิ่มขึ้นถึง 10.34% ในปี 2024 ทำให้ SME ต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม LINE เชื่อว่าการสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นและแตกต่างเป็นกลุทธ์สำคัญในการรับมือความท้าทายเหล่านี้ จึงจัดงาน BOOTCAMP DAY ขึ้นเพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์และการตลาดระดับแนวหน้าของไทย จุดประกายแนวคิดให้ SME สร้างแบรนด์ได้อย่างแข็งแกร่ง โดย LINE พร้อมเป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนทั้งการสร้างแบรนด์ และสร้างยอดขาย ด้วยเครื่องมือครบวงจรที่ SME สามารถนำไปใช้ได้จริง

สำหรับการใช้งาน LINE ในกลุ่ม SME นอกเหนือจาก LINE Official Account (LINE OA) และ LINE Ads แพลตฟอร์มโฆษณาบน LINE ที่มีอัตราการใช้งานเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้ว LINE ยังมีฟีเจอร์และเครื่องมืออื่นๆ มากมาย ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแง่มุมการสร้างแบรนด์ อาทิ “พรีเมียมไอดี” เครื่องมือที่ช่วยให้ร้านค้าเป็นที่จดจำ ค้นหาได้ง่าย และสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถช่วยเพิ่มจำนวนเพื่อนบน LINE OA ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่า “ริชเมนู” ฟีเจอร์บน LINE OA สร้างเมนูช่องทางลัดให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลร้านค้า สินค้า/บริการที่ต้องการได้ง่าย รวดเร็วทันใจ ลดขั้นตอนการค้นหา ช่วยให้เกิดออร์เดอร์และยอดขายเพิ่มขึ้นได้ถึง 19 เท่า รวมไปถึงการใช้ “LINE Ads” เป็นช่องทางในการลงโฆษณาบน LINE เพื่อสร้างภาพจำและกระตุ้นความสนใจให้สินค้า/บริการได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยพบว่า ร้านค้าที่สร้างชิ้นงานโฆษณาได้สะดุดตา ใช้คำกระตุ้นได้น่าสนใจ สามารถเพิ่มอัตราการคลิก (CTR) ได้สูงกว่าปกติถึง 3 เท่า ตัวอย่างเหล่านี้ ชี้ให้เห็นถึงการเลือกใช้เครื่องมือบน LINE เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ น่าประทับใจได้อย่างง่าย ช่วยให้ SME สร้างแบรนด์ สร้างการเติบโตบนแพลตฟอร์ม LINE ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ศรีจันทร์ และ Mission To The Moon นักสร้างแบรนด์ชื่อดัง วิทยากรของงาน ได้ร่วมแบ่งปันความรู้ด้านการสร้างแบรนด์ว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ SME ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะเป็น ‘กุญแจสำคัญในการวางรากฐานให้ธุรกิจมีตัวตนที่ชัดเจน โดดเด่น เป็นที่น่าจดจำ’ เมื่อถูกสื่อสารไปยังลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นความเชื่อมั่นและความผูกพันในระยะยาว โดย ’การสร้างแบรนด์จะแตกต่างจากการตลาด’ การสร้างแบรนด์ คือ การกำหนดจุดยืนที่ชัดเจนของธุรกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและสิ่งที่แบรนด์ต้องการส่งมอบให้ลูกค้า ในขณะที่การตลาดจะเน้นกระตุ้นการซื้อและสร้างผลลัพธ์ในระยะสั้น แม้สองสิ่งจะสอดคล้องกันแต่ SME ควรมองคุณค่าของแบรนด์ให้ลึกซึ้งกว่าตัวสินค้าและบริการ โดยเปลี่ยนแนวคิดจากการขายผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไปสู่การสร้างจิตวิญญาณและอัตลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงและมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับธุรกิจในระยะยาว

ตามมาด้วยสองผู้เชี่ยวชาญจาก LINE ประเทศไทย นายกวินทร์ สวัสดิ์ศรี หัวหน้าทีม LINE OA Campaign & Communication และ นายจิรพัฒน์ เดชดนู หัวหน้าทีม LINE Ads Product & Marketing Strategy ยังได้นำเสนอแนวคิด “3+1L” ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแบรนด์สำหรับ SME ไทย ประกอบด้วย ภาพลักษณ์ (Look) ภาษาของการสื่อสาร (Language) และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว (Long-Term Relationship) และใช้เครื่องมือบน LINE อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อตอบโจทย์ในเชิงการสร้างแบรนด์และสร้างยอดขายไปพร้อมกัน

“Look” ภาพลักษณ์ของแบรนด์ เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้ารับรู้และจดจำ ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับองค์ประกอบต่างๆ เช่น โลโก้ สี ฟอนต์ และดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน คาแรคเตอร์ที่เป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนในทุกๆ การสื่อสาร “Language” ภาษา การเล่าเรื่องของแบรนด์ ที่ควรถ่ายทอดออกมาได้ตรงกับคาแรคเตอร์ของแบรนด์ได้ นำเสนอคอนเทนต์ได้น่าสนใจและตรงใจ ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วม ประทับใจ “Long-Term Relationship” การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย ความภักดีต่อแบรนด์อาจไม่ได้เกิดจากเพียงแค่คุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่แบรนด์จำเป็นต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เช่น การอัปเดตเทรนด์ แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ และ “LINE” แพลตฟอร์มสำคัญที่ครอบคลุมทั้งในเชิงการสร้างแบรนด์และสร้างยอดขาย พร้อมด้วยหลากหลายเครื่องมือช่วยร้านค้าสร้างประสบการณ์ที่ดี ครอบคลุมตลอด Customer Journey ของลูกค้า ตั้งแต่ทำความรู้จัก การสร้างความสนใจ ตัดสินใจซื้อครั้งแรก และกลับมาซื้อซ้ำพร้อมบอกต่อ หากธุรกิจสามารถออกแบบประสบการณ์ในแต่ละ Customer Journey ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

อีกหนึ่งวิทยากรสำคัญในงาน นายศรัณย์ แบ่งกุศลจิต CEO & Co-founder Uppercuz Creative เอเจนซี่ดังด้านงานครีเอทีฟบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ได้บอกเล่าเทคนิคการใช้เครื่องมืออื่นๆ ในท้องตลาดที่ SME สามารถหยิบมาใช้ช่วยในการสร้างแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ อาทิ ChatGPT ที่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะช่วยคิดแผนการตลาด เขียนคอนเทนต์ และให้คำแนะนำทางธุรกิจได้ Canva เครื่องมือช่วยสร้างภาพกราฟิกและงานออกแบบที่ดูสวยงาม เป็นมืออาชีพให้ CapCut เครื่องมือช่วยให้การผลิตและตัดต่อวิดีโอเป็นเรื่องง่ายขึ้นและคุ้มค่า ทั้งนี้ LINE เองยังมี LINE Creative Labs อีกหนึ่งเครื่องมือตัวช่วยสำหรับ SME ไทย ในการสร้างชิ้นงานโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุน จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน มีเครื่องมือและเทคโนโลยีมากมาย SME หมั่นศึกษาเรียนรู้เพื่อใช้งานให้ตรงจุดประสงค์ เพื่อสร้างชิ้นงานตอบโจทย์คาแรคเตอร์ของแบรนด์ได้มีประสิทธิภาพ

“การสร้างแบรนด์ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์และการเพิ่มยอดขาย แบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากเพียงแค่การขายสินค้า แต่ต้องมีตัวตนชัดเจน สื่อสารโดดเด่น และมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันได้ เพื่อสร้างภาพจำที่ชัดเจนในใจลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันและความท้าทาย แบรนด์ที่เป็นที่จดจำและครองใจลูกค้าได้ ย่อมเป็นจุดได้เปรียบสร้างการเติบโตในระยะยาว” นายรัฐธีร์ กล่าวทิ้งท้าย

 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามเนื้อหาสรุปประเด็นที่น่าสนใจ พร้อมติดตามรับชมงาน BOOTCAMP ย้อนหลังได้ทาง LINE Official Account: @linebizth และ Facebook: LINE for Business

#LINEforBusiness #SME #Bootcamp

คุยกัน7วันหน : หลากหลายประเด็นกับ ‘หวัง อี้’ นอกรอบการประชุมสภานิติบัญญัติระดับชาติ

คุยกัน7วันหน : หลากหลายประเด็นกับ ‘หวัง อี้’  นอกรอบการประชุมสภานิติบัญญัติระดับชาติ

คุยกัน7วันหน : หลากหลายประเด็นกับ ‘หวัง อี้’ นอกรอบการประชุมสภานิติบัญญัติระดับชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.45 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนจัดการประชุมสองสภา ซึ่งเป็นการประชุมทางการเมืองระดับชาติที่สำคัญของจีนที่จะกำหนดทิศทางนโยบายของประเทศโดยการประชุมประจำปีของคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC)ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาทางการเมืองระดับสูงสุดของจีน เริ่มขึ้นในวันอังคารที่4 มี.ค. ส่วนการประชุมของสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (NPC) ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติระดับสูงสุด จะเริ่มขึ้นในวันพุธที่ 5 มี.ค.

นายกรัฐมนตรีของจีน สมาชิกสภานิติบัญญัติระดับสูง ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับสูง รวมถึงหัวหน้าศาลประชาชนสูงสุดและอัยการประชาชนสูงสุดจะนำเสนอรายงานการปฏิบัติงานโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติจะทบทวนงบประมาณประจำปีและแผนการพัฒนาของรัฐบาล พร้อมพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมายว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติและสภาผู้แทนประชาชนท้องถิ่น

ช่วงนอกรอบการประชุม หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในหลากหลายประเด็นน่าสนใจ จึงขอหยิบยกนำให้ผู้อ่านได้ติดตามกัน

ประวัติศาสตร์และความจริงยืนยัน “ไต้หวัน” เป็นส่วนหนึ่งที่มิอาจแบ่งแยกของจีน

หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวนอกรอบการประชุมสภานิติบัญญัติระดับชาติว่า ประวัติศาสตร์และความจริงยืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่มิอาจแบ่งแยกได้ของจีน และปี 2025 ตรงกับวาระครบรอบ 80 ปี การฟื้นฟูไต้หวัน

หวัง อี้ กล่าวว่า ชัยชนะจากสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นของประชาชนจีนทำให้ไต้หวันกลับมาอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของจีนในปี 1945ขณะทั้งปฏิญญาไคโรและปฏิญญาพอตส์ดัม ซึ่งออกโดยกลุ่มประเทศชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุชัดเจนว่าไต้หวันเป็นดินแดนที่ญี่ปุ่นขโมยจากจีนและต้องคืนสู่จีน โดยญี่ปุ่นยอมรับเงื่อนไขของปฏิญญาพอตส์ดัมและประกาศยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งหมดนี้ยืนยันอำนาจอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวัน และเป็นส่วนสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศยุคหลังสงคราม

ข้อมติที่ 2758 ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติรับรองในปี 1971 ได้แก้ไขประเด็นการเป็นตัวแทนของจีนทั้งหมด รวมถึงไต้หวัน ในองค์การสหประชาชาติ และตัดความเป็นไปได้ในการสร้าง “สองจีน” หรือ “จีนเดียวไต้หวันเดียว” โดยการอ้างอิงถึงภูมิภาคไต้หวันในองค์การสหประชาชาติคือ “ไต้หวัน มณฑลของจีน” ดังนั้นไต้หวันไม่เคยเป็นประเทศ ไม่ว่าในอดีตหรืออนาคต

ขณะการเรียกร้อง “เอกราชไต้หวัน” เท่ากับแบ่งแยกประเทศ การสนับสนุน “เอกราชไต้หวัน” เท่ากับแทรกแซงกิจการภายในของจีน และการสมรู้ร่วมคิดเกี่ยวกับ “เอกราชไต้หวัน” เท่ากับบ่อนทำลายเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน

หวัง อี้ เน้นย้ำ การเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ ควรหมายถึงการสนับสนุนการรวมประเทศอย่างสมบูรณ์ของจีน และการยึดมั่นหลักการจีนเดียวควรหมายถึงการต่อต้าน “เอกราชไต้หวัน” ทุกรูปแบบ ส่วนการแสวงหา “เอกราชไต้หวัน” จะประสบกับผลกระทบย้อนกลับและการใช้ไต้หวันควบคุมจีนจะเป็นความพยายามที่ไร้ผล เพราะจีนจะบรรลุการรวมชาติ นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้

จีนเดินหน้าบทบาทสร้างสรรค์ในการคลี่คลาย “วิกฤตยูเครน”

หวัง อี้ แถลงว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อเดินหน้าบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการแก้ไขวิกฤตยูเครนและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงเจตจำนงของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

หวัง อี้ กล่าวว่า จีนยินดีและสนับสนุนทุกความพยายามสร้างสันติภาพ โต๊ะเจรจาคือพื้นที่ยุติความขัดแย้งและเริ่มต้นสันติภาพ โดยสิ่งสำคัญคือการตระหนักถึงความซับซ้อนของสาเหตุแห่งความขัดแย้งนี้ และทุกฝ่ายควรร่วมกันพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน แม้มีจุดยืนที่ไม่ตรงกันอย่างสมบูรณ์

หวัง อี้ เน้นย้ำว่า ทุกฝ่ายควรเรียนรู้บางสิ่งจากวิกฤตนี้ ความมั่นคงควรเป็นสิ่งที่มีร่วมกันอย่างเท่าเทียม ไม่ควรมีประเทศใดสร้างความมั่นคงของตนเองบนความไม่มั่นคงของประเทศอื่น โดยเราควรสนับสนุนและปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ใหม่ของความมั่นคงที่มีร่วมกัน ครอบคลุม พร้อมร่วมมือ และยั่งยืน นั่นคือหนทางสู่สันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในทวีปยูเรเชียและทั่วโลกอย่างแท้จริง

ยืนยันสายสัมพันธ์ จีน-รัสเซีย จะไม่สั่นคลอน

หวัง อี้ ยังย้ำว่า ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียที่เติบโตเต็มที่ แข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ จะไม่ถูกสั่นคลอนด้วยสถานการณ์ใดๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และจะไม่ถูกแทรกแซงจากบุคคลที่สาม

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่านายหวัง กล่าวว่าความสัมพันธ์จีน-รัสเซียมีความมั่นคงในโลกที่วุ่นวาย มิผันแปรตามเกมภูมิรัฐศาสตร์ และไม่ว่าภูมิทัศน์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตรรกะทางประวัติศาสตร์ของมิตรภาพจีน-รัสเซียจะไม่แปรเปลี่ยน และพลังขับเคลื่อนภายในจะไม่ลดน้อยถอยลง

จีนและรัสเซียได้ค้นพบวิถีทางการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ “ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ปะทะคะคาน และไม่มุ่งเป้าไปยังบุคคลที่สาม” โดยนี่เป็นความพยายามในการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่รูปแบบใหม่และเป็นตัวอย่างอันดีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

จีนยังคงเชื่อมั่นใน “ยุโรป”

ในส่วนของความสัมพันธ์กับยุโรป หวัง อี้ แถลงว่า จีนยังคงเชื่อมั่นในยุโรปและเชื่อว่ายุโรปสามารถเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ โดยทั้งสองฝ่ายจะสามารถแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างอย่างเหมาะสม

หวัง อี้ กล่าวว่า ปี 2025 ตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับสหภาพยุโรป (EU)ซึ่งในความสัมพันธ์อายุครึ่งศตวรรษนี้สินทรัพย์อันมีค่าที่สุดคือความเคารพซึ่งกันและกัน แรงกระตุ้นอันทรงพลังที่สุดคือผลประโยชน์ร่วมกันฉันทามติอันเห็นพ้องต้องกันที่สุดคือพหุภาคี และลักษณะเฉพาะอันถูกต้องที่สุดคือความเป็นหุ้นส่วน

การค้าจีน-สหภาพยุโรปในช่วงห้าทศวรรษที่ผ่านมาขยายตัวจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.08 หมื่นล้านบาท) เป็น 7.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26 ล้านล้านบาท)การลงทุนเพิ่มขึ้นจากเกือบศูนย์เป็นเกือบ 2.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 8.7 ล้านล้านบาท) และรถไฟสินค้าจีน-ยุโรปวิ่งมากกว่า 1 แสนเที่ยว กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมเอเชียกับยุโรป

ช่วง 50 ปีที่ผ่านมา จีนและสหภาพยุโรปมีส่วนส่งเสริมเศรษฐกิจโลกเติบโตมากกว่าหนึ่งในสาม และความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายมีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์และอิทธิพลระดับโลกยิ่งขึ้นโดยความสัมพันธ์อันดีมีเสถียรภาพจะช่วยยกระดับทั้งสองฝ่ายและสร้างโลกที่รุ่งโรจน์ยิ่งขึ้น

หวัง อี้ เสริมว่า จีนและสหภาพยุโรปมีความสามารถและสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างอยู่อย่างเหมาะสมผ่านการปรึกษาหารือฉันมิตรและร่วมกันเดินหน้าสู่อีก 50 ปีแห่งความสำเร็จสมหวัง

ร่วมสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน

หวัง อี้ ปิดท้ายด้วยการกล่าวเรียกร้องการสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน พร้อมชี้ว่า นานาประเทศกว่า 100 แห่ง สนับสนุนแผนริเริ่มระดับโลก 3 แผน ได้แก่ แผนริเริ่มการพัฒนาระดับโลก (GDI) แผนริเริ่มความมั่นคงระดับโลก (GSI) และแผนริเริ่มอารยธรรมระดับโลก (GCI)ขณะเดียวกันมากกว่าสามในสี่ของประเทศทั่วโลกเข้าร่วมความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI)

หวัง อี้ ตอบคำถามเกี่ยวกับอิทธิพลของนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ของสหรัฐฯ ระหว่างการแถลงข่าวนอกรอบการประชุมสภานิติบัญญัติระดับชาติว่า หากทุกประเทศเน้นย้ำ “ประเทศของฉันมาก่อน” และหมกมุ่นกับตำแหน่งความแข็งแกร่งจะส่งผลให้ “กฎแห่งป่า” หรือกฎผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอดกลับมาครอบงำโลกอีกครั้ง ประเทศเล็กและอ่อนแอกว่าต้องรับผลกระทบหนักก่อนใคร บรรทัดฐานและระเบียบระหว่างประเทศจะถูกบ่อนทำลายร้ายแรง

หวัง อี้ กล่าวว่า ประเทศใหญ่ควรปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศและรับผิดชอบตามหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยประวัติศาสตร์จะพิสูจน์ว่าผู้ชนะที่แท้จริงคือผู้คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเสมอ และประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกันจะรับรองว่าโลกนี้เป็นของทุกประเทศและทุกคนจะมีอนาคตที่สดใส

โดย ดาโน โทนาลี