‘โบว์ เมลดา’สวยจนโลกตะลึง! เพจดังต่างประเทศคอมเมนต์อวยฉ่ำ เทียบเธอคือ’สโนว์ไวท์’ตัวจริง

'โบว์ เมลดา'สวยจนโลกตะลึง! เพจดังต่างประเทศคอมเมนต์อวยฉ่ำ เทียบเธอคือ'สโนว์ไวท์'ตัวจริง

‘โบว์ เมลดา’สวยจนโลกตะลึง! เพจดังต่างประเทศคอมเมนต์อวยฉ่ำ เทียบเธอคือ’สโนว์ไวท์’ตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.24 น.

27 มีนาคม 2568 เรียกได้ว่าสร้างฮือฮาเมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง ‘โบว์’ เมลดา สุศรี ผู้ให้เสียงภาษาไทยในภาพยนต์  Disney’s Snow White ปรากฎตัวในชุดคอนเซปของการ์ตูนดัง ในชุดซิกเนเจอร์น้ำเงิน-เหลือง พร้อมทำผมสั้นติ่งหูผูกโบว์สีแดง

ล่าสุดเพจดัง Watchman ที่มีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน ได้แชร์โพสต์ของเพจหนังต่างประเทศ La Cinestación พร้อมระบุว่า Ella es Maylada Susri, actriz y cantante que hace la voz de #Blancanieves para Tailandia, en la premiere de la película.(รอบเปิดตัวของสโนว์ไวท์ ในประเทศไทย  ของเมลดา นักแสดง นักร้อง และผู้ให้เสียงพากษ์ภาษาไทย)

โดยทางเพจ Watchman ได้ระบุข้อความว่า “คุณโบว์-เมลดา ล่าสุดดังไปถึงต่างประเทศแล้วครับบบบ จากลุคในงานพรีเมียร์กับในฐานะที่เป็นคนให้เสียง Snow White ฉบับไทย หลังจากเพจต่างชาติโพสต์รูปนี้ก็มีคอมเม้นต์ชมรัวๆ เลย และกดไลก์กดแชร์เยอะมาก”

อันนี้ผมแปลมาให้จาก top comment (จากที่เฟสบุ๊กแปลจากภาษาละตินอีกที)

– เธอคือสโนว์ไวท์

– เป็นคนเอเชียแต่ดูเหมือนต้นฉบับมาก

– ถ้าเธอได้เป็นสโนว์ไวท์จริงๆ คงจะเพอร์เฟ็กต์เลย

– น่าลองให้โอกาสเธอนะ

– สโนว์ไวท์ที่ดี

– Thai Jennifer Lawrence

– สวยมาก เธอเหมาะกับตัวละครนี้เลย

– คอสตูมดีกว่าในหนัง

– เหมือนคนเดียวกับในการ์ตูนเลย 

– โบว์ เมลดา เป็นนักแสดงและนักร้องที่สวย มีความสามารถจริงๆ !! ????

ตอนอวสาน !! ละคร ‘เรือนโชนแสง’ บทสรุปไฟแค้นใน เรือนศิลาคราม

ตอนอวสาน !! ละคร ‘เรือนโชนแสง’ บทสรุปไฟแค้นใน เรือนศิลาคราม

ตอนอวสาน !! ละคร ‘เรือนโชนแสง’ บทสรุปไฟแค้นใน เรือนศิลาคราม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

ตอน 19 ออกอากาศวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31

สิน พาตัว อิ่ม หนี

ดูเหมือนเหตุการณ์ภายในเรือนศิลาครามกำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ดี หลังจากที่  อิ่ม (ปูเป้ รามาวดี)  ถูกคุมขังเตรียมรับโทษที่ก่อเอาไว้  แต่แล้วลูกชายที่รักและห่วงแม่อย่าง สิน(แจม รชตะ)  ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ บุกเดี่ยวเข้าไปที่คุมขังหวังช่วยพาอิ่มหนีออกมา

ตอนอวสาน ออกอากาศวันอังคารที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31

บทสรุปไฟแค้นใน เรือนศิลาคราม

เรื่องราวในเรือนศิลาครามยังคงวุ่นวาย และเต็มไปด้วยเรื่องราวของความริษยาอย่างต่อเนื่อง  สุดท้าย..บทสรุปไฟร้อนจากความแค้นครั้งนี้จะจบลงอย่างไร?!  ห้ามพลาดชมตอนอวสาน  เรือนโชนแสง  คืนวันอังคารที่ 1 เมษายนนี้  เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และ ดูออนไลน์ที่เดียว ทาง แอป oneD   

เปิดใจศิลปิน ‘ฮิวโก้ จักรพงษ์’ กับวงการ 20 กว่าปี เกลียดคำพูดนี้ที่สุด

เปิดใจศิลปิน ‘ฮิวโก้ จักรพงษ์’ กับวงการ 20 กว่าปี เกลียดคำพูดนี้ที่สุด

เปิดใจศิลปิน ‘ฮิวโก้ จักรพงษ์’ กับวงการ 20 กว่าปี เกลียดคำพูดนี้ที่สุด

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.53 น.

เปิดใจศิลปินและนักแสดงมาดเซอร์  ฮิวโก้ จักรพงษ์  ที่อยู่ในวงการมากว่า 20 ปี ในรายการ WOODY FM เผยมุมมองต่อวงการบันเทิง การเป็นศิลปินที่ครั้งหนึ่งเคยรู้สึกหมดไฟ และเรื่องความสัมพันธ์ที่เป็นคนค่อนข้างปิดตัวเอง เล่าความจริงของเบื้องหลังความสำเร็จในวงการ คนเก่งไปไม่ถึงไหนเพราะไม่มีคอนเนคชั่น เผยคำพูดที่เกลียดที่สุด? พร้อมเล่าถึงภาพยนตร์ The Stone พระแท้ คนเก๊ ที่ร่วมแสดง

ได้มีโอกาสเห็นชีวิตของฮิวโก้น่าจะ 20 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่เป็นคนในวงการ เป็นศิลปิน เป็นคุณพ่อ และตอนนี้ก็มาเป็นนักแสดง คิดว่าสิ่งที่เราเห็นถึงความงดงามในชีวิตวันนี้คืออะไร

มันก็คือผลของความสัมพันธ์ทั้งนั้นแหล่ะ ชีวิตผมมันไม่ได้เป็นผลของหลักการอะไรหรอก หรือแม้แต่อุดมการณ์สักเท่าไหร่ ส่วนมากมันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ก็เหมือนกับหนังเรื่องนี้ที่ผมกับ เป้ อารักษ์ คลุกคลีกันมา 10 ปี จนกระทั่งมันก็บารมีระหว่างกัน มันพอที่จะเรียกร้องอะไรกันได้ ผมก็เรียกเขามาเป็นแขกในคอนเสิร์ต เขาก็ให้ผมไปเป็นโปรดิวซ์อัลบั้มเขาบ้าง เป็นเรื่องปกติของพรรคพวก ผมไม่มีเพื่อนที่ไม่ร่วมงานด้วย ไม่ได้มีสังคมอะไรนอกเหนือจากครอบครัวกับงาน เพราะว่าผมทำงาน วงผมก็เป็นสังคมของผม หรืออยู่ในกองถ่ายก็เหมือนอยู่กับคนที่รู้จัก ชีวิตผมอยู่ได้ด้วยความสัมพันธ์

เป็นคนที่ค่อนข้างเปิดไหม

ไม่ เพราะว่าถ้าเปิดภาระจะตามมา เพราะว่าถ้าคุณสนิทกับผมปุ๊บคุณเรียกร้องสิทธิอะไรจากผมได้เยอะมากไง ผมเลยจะไม่ค่อยให้คนเข้ามา เพราะเดี๋ยวผมจะยุ่ง

เราเห็นแต่ละคนที่เติบโตกับกาลเวลา ก็ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

ก็ต้องอย่างนั้น เพราะว่าจริงๆ ถ้าเราพูดถึงวงการบันเทิง มันไม่ใช่ไฟล์ทบังคับนะ ไม่มีใครมาบังคับให้เต้นกินรำกิน ทำทั้งทีก็ควรจะทำในสิ่งที่ตัวเองว่าดี เราเองก็เริ่มรู้สึกว่าเรามีหน้าที่ต่อ อย่างผู้ชมเราหลักๆก็คือแฟนเพลง รู้สึกว่าเรามีความรับผิดชอบต่อกัน มันเป็นความสัมพันธ์อีกแบบหนึ่งด้วย ที่บางทีก็ดูสนิท สำหรับผมสนิทสนมพอๆกับญาติเลยนะ แต่มันเป็นอีกแบบหนึ่งที่เหมือนมันไปทางเดียวกัน เราจะส่งเพลงไปให้เขา แล้วเขาก็จะส่งกำลังใจบ้าง เชียร์บ้าง หรือทำให้เรามีงานทำ แล้วผมมองทุกอย่างเป็นความสัมพันธ์ ไม่ได้มองเรื่องพวกนี้เป็นวิทยาศาสตร์หรือเป็นหลักการ บางทีพอคนมาปรึกษา ก็ให้คำปรึกษาลำบากเหมือนกัน เพราะว่าคนเราโอกาสกับโชค โอกาสที่ได้เจอคน มันจะสำคัญกว่าพรสวรรค์หรือฝีมือ ผมรู้จักคนที่เก่งกว่าผมเยอะมากเลยที่ไปไม่ถึงไหน เพราะว่าไม่มี Relationship หรือว่าผมรู้จักคนที่ไร้พรสวรรค์จริงๆไม่ควรจะถึงไหนเลย ไปถึงสุดหอคอยได้เลยเพราะความสัมพันธ์ หรือจะเรียกว่าบางทีถ้ามองในแง่ร้ายก็เป็นเด็กเส้น แต่จริงๆมันก็คือการบริหารความสัมพันธ์ ยิ่งถ้าไม่ได้เป็นเด็กใหม่ ไม่ได้เนื้อหอมนะยิ่งสำคัญ เพราะว่าเนี้ย 40 กว่าแล้ว แต่ว่าถ้ามันเหมือนประวัติโอเค ไม่มีศัตรู แล้วก็เป็นคนทำงานด้วยง่าย มาตรงเวลา เรื่องความสัมพันธ์มันบริหารง่ายมาก ผมก็เป็นคนที่บริหารง่ายมากแค่คุณมีมารยาทกับผมนิดหนึ่ง ไม่ได้เป็นคนยุ่งยากอย่างที่คนคิด แต่ถ้าเข้ามาผิดวิธีก็ยากที่จะคุยด้วย ถ้าสัมพันธ์มันสนิทอย่างเป้แนะนำเรื่องนี้ ผมไม่ได้อ่านบทเลยผมก็รับแล้ว เพราะรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ พออ่านบทก็ท้าทายดี ก็สนุกดี แล้วการอยู่กองถ่ายสนุกจะตายมีแต่คนเก่งรอบๆด้าน เรียบง่ายดี เพราะปกติผมก็ไม่ได้ไปไหนในการออกกองก็เหมือนได้ไปโซเชียลคลับเลย

สิ่งที่ทำให้มีความสุขนอกจากครอบครัวและดนตรี มีอะไรที่เราสนใจมากในวัย 40 ไหม

พอทำงานก็พยายามชมเชยเรื่องต่างๆ ด้วยไง ไม่ใช่แค่รอเพื่อมาสัมภาษณ์ ผมออกไปบนระเบียง ผมไปถ่ายรูปรถไฟ ไปดูว่าไม่เคยมาตึกนี้ ไหนลองดูสิว่ามีอะไร ทำยังไงก็ตามที่ไหนๆ ก็ต้องไปสักที่หนึ่ง ก็พยายามสนุกกับมัน ไปต่างจังหวัดไปกินข้าวไปดูว่าจังหวัดมีอะไร มีโบราณสถานอะไรให้ดู เพื่อนผมที่อยู่วงซิลลี่ฟูลส์ เขาบอกว่าทำงานยังไงให้เหมือนเที่ยว อันนั้นก็ช่วยได้เยอะ การถ่ายรูป กล้อง ผมจะพกกล้องไป 2-3 ตัว พกเลนส์ส่องนกไป ที่เหลือก็คือกิจวัตรรับส่งสมาชิกในครอบครัวไปที่ต่างๆ มันเป็นความสุขมาก

ที่ไหนในเมืองไทยที่คุณรู้สึกว่าชอบพลังงานที่นี่จัง

ถ้าในเรื่องการเล่นดนตรีตอนนี้นะ คนดูที่ผมหลงใหลที่สุดคือ จังหวัดมหาสารคาม ไปทีไรผมรู้สึกว่ามันเป็นความพอดีระหว่างความแนว ความกะตือรือล้นและความตื่นเต้น ก็คือเป็นคนมีรสนิยมแต่ก็พลังงานสนุกมาก มันทำให้มีความหวังทุกครั้งที่เราไป เพราะเราก็วัดตัวเองจากผู้ชมของเรา รู้สึกว่าผู้ชมเราเป็นยังไงมันก็สะท้อนว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วทุกครั้งที่ได้ไปเล่นก็รู้สึกว่าเรายังอยู่ในกระแส ไม่ได้เป็นกระแสหลัก แต่อยู่ในกระแสอะไรสักอย่าง ทำให้เรารู้สึกมีอนาคต

คำว่า Burned out (หมดไฟ) เคยได้ยินไหม

ได้ยินครับ ก็เป็นไปได้นะ แต่มันยังไม่ได้เกิดขึ้นกับผมสักเท่าไหร่ อาจจะเคยเกิดขึ้นช่วงที่ผมอยู่เมืองนอกช่วงหนึ่ง ตอนที่ผมโดนดร็อปจากค่าย แล้วก็ไปเป็นนักแต่งเพลงให้คนอื่น แล้วก็ไปเซสชั่นแล้วเซสชั่นอีก ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยประมาณเกือบ 2 ปี แต่นอกจากนั้นผมเป็นคนค่อนข้างโชคดีแล้วก็ไม่ค่อยหลวมตัวไปทำอะไรที่ไม่ควรทำสักเท่าไหร่เพราะว่าเกรงใจแม่ แล้วพอผมไปเข้าวงการที่โน้นผมก็แต่งงานแล้ว ผมจะสร้างกรงให้ตัวเอง แล้วจะได้ไม่ต้องคิด

คำว่าต้องค้นหา แพชชั่น ที่วันนี้ใช้กัน ของคุณเป็นยังไง

มันไม่น่าต้องค้นหานะ มันน่าจะผุดขึ้นมา ผมน่าจะต้องเอาแพชชั่นมาใส่บังเหียนมากกว่าต้นหามัน แพชชั่นมันมาเต็มๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราจะต้องคิดถึงคนอื่นบ้าง อย่าคิดถึงแต่แพชชั่นตัวเอง คุณไม่ได้อยู่คนเดียว คุณมีพนักงาน คุณมีครอบครัว คุณมีหน้าที่อื่นๆ มีพ่อแม่พี่สาวอะไรเยะแยะ แค่นี้ผมก็ได้เยอะมากแล้ว โชคดีมากแล้ว ที่ได้ตามเส้นทางที่กำหนดเอง

The Stone พระแท้ คนเก๊ เข้าฉายวันที่

วันที่ 3 เมษายน ครับ เขียนโดยคุณ เป้ อารักษ์ เขาไปคลุกคลีอยู่ในวงการพระเครื่อง มาเกือบ 4-5 ปีแล้ว กว่าจะเขียนบทเรื่องนี้ เนื้อหาเกี่ยวกับการไล่ล่าพระสมเด็จฯองค์หนึ่ง ซึ่งแท้ไม่แท้ก็ไม่รู้ แต่คนรอบข้างมีเก๊แน่ เป็นหนังไล่ล่าสิ่งของอันนี้ นอกจากจะต้องพิสูจน์ว่าพระแท้หรือไม่แท้คนนี่แหล่ะตัวน่ากลัว

อยากเห็นแล้วว่าน้องเขามีแพชชั่นขนาดไหนกับหนังเรื่องนี้

ประสบการณ์เขาเยอะมาก ผมไม่รู้ว่าเขาเล่นหนังมากี่เรื่อง ตั้งแต่กลับแต่ผมกลับมาจากเมืองนอก ตอนที่ผมไปอยู่นิวยอร์กสักพักหนึ่งแล้วกลับมาเขาดังแล้ว เห็นเขาเล่นหนังเล่นละครปีหนึ่งไม่รู้กี่เรื่อง ประสบการณ์ในกองถ่ายค่อนข้างไว้ใจได้ ค่อนข้างสบายใจและก็ไม่ได้กดดันอะไร 

เราดีใจแทนกับคนที่ได้ทำในสิ่งที่เขาทำเต็มที่

ต้องอย่าหยุด ต้องห้ามเลิก ต้องทำให้ได้ถึง 10 ปีแล้วเดี๋ยวจะรู้ แล้วถ้าทำไม่ได้ 10 แล้วยังรักมันอยู่ก็แสดงว่าเดี๋ยวคุณอยู่ได้อีก 10 ปี ในทุก 10 ปีก็ต้องมาเช็คอาการ แต่มันใช้เวลานานมาก อย่างน้อย 10 ปีไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรืออะไรก็ตามกว่าที่จะเชี่ยวชาญ กว่าที่คนจะรู้จัก บางทีผมทำอัลบั้มออกมา 5 ปีกว่าคนจะมาเจอนี่ขนาดแฟนเพลงแล้วนะ พี่เมื่อไหร่จะทำเพลงอีก พี่เมื่อไหร่จะเล่นหนัง เราก็เล่นไปแล้วอะไรแบบนี้ คือตอนนี้เรากำลังต่อสู้สำหรับสมาธิการเอาใจใส่ของทุกคนอยู่ แล้วมันมีคอนเทนต์เต็มไปหมด กว่าจะโผล่ได้มันใช้เวลา กว่าจะมาถึงตรงนี้มันนานมาก คุณต้องคิดว่าก่อนที่คุณเห็นเขามันเกิดอะไรขึ้น คำพูดที่ผมเกลียดที่สุดคือ..พี่หายไปไหนมา แบบคุณหมายความว่ายังไง จะให้ผมรู้สึกยังไง ให้บอกว่าผมตกงานมาเหรอ เปล่า! ผมกำลังทำโน้นทำนี่อยู่ คุณน่ะไม่หาเอง เหมือนเป็นความผิดผมว่าหายไปไหน ผมไม่ได้หาย คุณน่ะไม่หา

ขอบคุณ   https://www.youtube.com/watch?v=Kxo1lEy4xec

‘Miteennn’ ศิลปินสาวมากความสามารถจากค่าย Home Run Music เปิดโปรเจกต์สุดพิเศษ ‘INSOMNIA’ (อาการโรคนอนไม่หลับ)

‘Miteennn’ ศิลปินสาวมากความสามารถจากค่าย Home Run Music เปิดโปรเจกต์สุดพิเศษ ‘INSOMNIA’ (อาการโรคนอนไม่หลับ)

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.39 น.

‘Miteennn’ ศิลปินสาวมากความสามารถจากค่าย Home Run Music เปิดโปรเจกต์สุดพิเศษ ‘INSOMNIA’ (อาการโรคนอนไม่หลับ)


ชวนแฟนเพลงสัมผัสมุมมองของคนกลางคืนกับซิงเกิลแรก ‘เฉลย’
ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ คอยนาน สำหรับศิลปินสาวมากความสามารถ Miteennn (มิสทีน) – วริญาภรฆ์ นามผา สังกัดค่ายเพลง Home Run Music ผู้มีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์สไตล์ป็อป ที่มีกลิ่นอายไทยเดิมและฮิปฮอป (Thai beat) ผสมผสานอยู่ในตัวเธอ ซึ่งหลังจากที่เธอได้ปล่อยเพลง “กลิ่นไอฝน” feat. ZENTYARB แรปเปอร์ขวัญใจ Gen Z ส่งผลตอบรับดีเกินคาด แฟน ๆ แห่ชื่นชมไม่ขาดสาย ล่าสุดขอกลับมาโชว์ฝีมือเปิดโปรเจกต์สุดพิเศษที่หยิบยกอาการ Insomnia (อาการโรคนอนไม่หลับ) เข้ามาเป็นเส้นเรื่องที่จะพาทุกคนร่วมเดินทางไปกับเธอ ในยามค่ำคืนของคนนอนไม่หลับ ถ่ายทอดโมเมนต์หลากอารมณ์กับ 3 เพลง 3 สไตล์ อย่าง “เฉลย” ซิงเกิลแรกที่ถูกปล่อยออกมาในเวอร์ชันที่บอกเลยว่าเดอะเบส และตามมาด้วยสองซิงเกิลสุดเซอร์ไพรส์ที่แฟน ๆ จะได้ฟังเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ “ว่า” และ “เธอคิดอะไรอยู่ Ft. ?” ซิงเกิลที่เต็มไปด้วยความพิเศษพร้อมเสิร์ฟแฟนเพลงตลอดปี
โดยเพลง เฉลย เป็นเพลงสไตล์ Lo-Fi R&B ที่ยังคงเมโลดี้ไทยตามเอกลักษณ์ของมิสทีน ซึ่งในเนื้อหาของเพลง เป็นการหยิบยกอาการของคนอกหัก ที่ไม่ว่าจะพยายามข่มตาหลับแค่ไหน คำพูดของเค้า และ ภาพที่เราเคยอยู่ด้วยกัน มักจะวนเวียนอยู่ในหัวก่อนนอนทุกที ถึงแม้จะอยากลืมแค่ไหน สุดท้ายเราก็ยังคงหาคำเฉลยที่ไม่มีคำตอบ และในความพิเศษของเพลงนี้ นอกจากมิสทีนจะเป็นคนเขียนเพลงเองแล้ว ยังได้สองหนุ่มไฟแรงผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตมากมายอย่าง มิค – เพชรภูมิ เพชรแก้ว และ โฟร์ท (4thy) เข้ามาเพิ่มเสน่ห์ในพาร์ทดนตรี ทำให้เพลงนี้ออกมากลมกล่อมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมิสทีนยังเล่าให้ฟังว่า


“ในการถ่าย MV ครั้งนี้เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เพราะเป็นการถ่ายทำในตอนกลางคืนครั้งแรก ถ่ายจนถึงตี 4 เลย แต่เราดันชอบ เพราะบรรยากาศในตอนกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เราชอบมาก ๆ และมันเข้ากับเพลงนี้ สนุกในการย้ายโลเคชั่นไปถ่ายหลาย ๆ ที่ อยากให้ทุกคนติดตามว่ามิสทีนไปถ่ายที่ไหนมาบ้าง”
Miteennn
ร่วมหาคำตอบกับซิงเกิล “เฉลย” จากศิลปิน “Miteennn” ได้แล้ววันนี้ทางมิวสิกสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม และชมมิวสิกวิดีโอเพลง ได้ที่ Youtube Home Run Music หรือ คลิก https://youtu.be/DYMxiKThFME
#เฉลย #Miteennn #INSOMNIA
#HomeRunMusic #MuzikMove
 

‘สมศักดิ์’สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน หลัง’นายกฯ’ประสานด่วนเร่งช่วยปชช.เหตุแผ่นดินไหว

'สมศักดิ์'สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน หลัง'นายกฯ'ประสานด่วนเร่งช่วยปชช.เหตุแผ่นดินไหว

‘สมศักดิ์’สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน หลัง’นายกฯ’ประสานด่วนเร่งช่วยปชช.เหตุแผ่นดินไหว

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

‘สมศักดิ์’สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน รับมือช่วยผู้ประสบภัยทันที พร้อมให้ตรวจสอบตึกโรงพยาบาล หากพบจุดอันตราย ให้เร่งขนย้ายผู้ป่วยไปยังจุดปลอดภัย หลัง’นายกฯ’ประสานด่วนเร่งช่วยประชาชน หลังเหตุแผ่นดินไหว

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณีแผ่นดินไหวรุนแรงในพื้นที่ กทม. และหลายจังหวัดข องประเทศไทย นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ได้ประสานมาที่ตนให้เร่งดูแลช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนได้ประสานงานกับ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และมีคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน หรือ Emergency Operations Center (EOC) ระดมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเข้ารับมือในส่วนของจตุจักร ที่มีเหตุตึกถล่ม ขณะที่กระทรวงสาธารสุข ให้เตรียมความพร้อมรับมือกับดูแลผู้บาดเจ็บ พร้อมสั่งการให้สำรวจอาคารของโรงพยาบาลว่ามีรอยร้าวตรงจุดใดบ้าง หากพบว่าจุดใดมีความเสี่ยงให้เร่งขนย้ายผู้ป่วยไปยังสถานที่ปลอดภัยทันที ส่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)ให้ เตรียมความพร้อมในเรื่องของศูนย์นเรนทรรับเรื่องต่างๆฉุกเฉินและให้ประสานงานกับมูลนิธิต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายกฯ สั่งการมานั้น นายสมศักดิ์ อยู่ระหว่างขึ้นเครื่องบินเพื่อจะเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ต่างจังหวัด โดยมีนพ.โอภาส เดินทางไปด้วย ซึ่งช่วงดังกล่าวไม่สามารถลงจากเครื่องได้ เนื่องจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว จึงตั้งวอร์รูมการทำงานบนเครื่องบิน และได้ประสานสั่งงานมายังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 

‘ทำเนียบฯ’แตกตื่น‘รมต.-ขรก.-สื่อ’วิ่งหนีแผ่นดินไหว ขณะที่’สภาฯ’เปิดสัญญาณเตือนภัยช้าร่วมชั่วโมง

‘ทำเนียบฯ’แตกตื่น‘รมต.-ขรก.-สื่อ’วิ่งหนีแผ่นดินไหว ขณะที่'สภาฯ'เปิดสัญญาณเตือนภัยช้าร่วมชั่วโมง

‘ทำเนียบฯ’แตกตื่น‘รมต.-ขรก.-สื่อ’วิ่งหนีแผ่นดินไหว ขณะที่’สภาฯ’เปิดสัญญาณเตือนภัยช้าร่วมชั่วโมง

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.38 น.

‘ทำเนียบฯ’แตกตื่น‘รมต.-ข้าราชการ-สื่อ’วิ่งหนีแผ่นดินไหว ด้าน‘ชูศักดิ์’พักการประชุมลงมาที่โล่ง เฝ้าระวังสถานการณ์ ขณะที่สภาฯ เปิดสัญญาณเตือนภัยล่าช้าร่วมชั่วโมง

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 28 มี.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดแผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา ส่งผลสะเทือนหลายพื้นที่ในประเทศไทย รวมถึงที่ทำเนียบรัฐบาล ได้รับแรงสั่นสะเทือน เป็นเหตุให้รัฐมนตรี และข้าราชการรวมถึงสื่อมวลชน ได้วิ่งออกจากอาคารภายในทำเนียบฯ อาทิ ตึกไทยคู่ฟ้า ตึกบัญชาการ 1 และ 2  ตึกสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รอบอาคาร โดยหนึ่งในนั้น มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่กำลังอยู่ระหว่างการประชุมรีบออกมาจากตึกบริเวณที่โล่ง หน้าตึกบัญชาการ 1 

โดยนายชูศักดิ์ เปิดเผยว่า เพิ่งเริ่มประชุมได้ไม่นาน รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน จึงถามทุกคนในห้องประชุมว่ารู้สึกเหมือนกันหรือไม่ ก่อนจะพาออกกันมาจากห้องประชุม ซึ่งตนไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้เหมือนกัน และตนไม่ได้รู้สึกตกใจ โดยตอนที่ลงมาก็ยังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น คาดว่าถ้าแรงสั่นสะเทือนขนาดนี้สถานการณ์ก็น่าจะรุนแรง หลังจากนี้ก็ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

จากนั้นเวลา 13.58 น. นายชูศักดิ์ ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ ทันที

ขณะที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไปร่วมชั่วโมง ฝ่ายอาคาร และสถานที่เพิ่งจะมีการเปิดสัญญาณเตือนภัย พร้อมกับประกาศให้ทุกคนที่อยู่ภายในอาคารออกมาอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่จะประกาศให้อนุญาตข้าราชการ พนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาคารสถานที่สามารถเดินทางกลับบ้านได้

‘สภากลาโหม’ถกปฏิรูปกองทัพ เดินหน้า‘ลดกำลังพล-ยุบหน่วย’หมดความจำเป็น

‘สภากลาโหม’ถกปฏิรูปกองทัพ เดินหน้า‘ลดกำลังพล-ยุบหน่วย’หมดความจำเป็น

‘สภากลาโหม’ถกปฏิรูปกองทัพ เดินหน้า‘ลดกำลังพล-ยุบหน่วย’หมดความจำเป็น

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.10 น.

‘สภากลาโหม’ถกปฏิรูปกองทัพ เดินหน้าปรับ‘ลดกำลังพล-ยุบหน่วย’ที่หมดความจำเป็น ปรับค่าใช้จ่ายตามภารกิจประจำพื้นฐาน จากเดิมร้อยละ 75 เป็นร้อยละ 65 เพิ่มงบพัฒนากองทัพจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 35 ภายในปี 2580

28 มีนาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประชุมสภากลาโหมเพื่อติดตามการ “ปฏิรูปกองทัพ” ตามที่กระทรวงกลาโหมได้จัดทำเอกสารยุทธศาสตร์และการพัฒนากองทัพปี 2569-2580 หรือ “สมุดปกขาว” เพื่อให้กองทัพมีกรอบแนวทางในการพัฒนาในหลากหลายด้าน เช่น การเตรียมกำลังและการใช้กำลังกองทัพ โดยมุ่งปรับปรุงโครงสร้างกองทัพให้มีขนาดเหมาะสม ทันสมัย แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ลักษณะ คือ การปิดอัตราการบรรจุ การควบรวมหน่วย ที่มีภารกิจซ้ำซ้อน และการยุบหน่วย ที่หมดความจำเป็น การปรับลดอัตรากำลังพล มีการดำเนินการที่สำคัญ โดยปรับลดนายทหารชั้น “นายพล” ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษและผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งนายทหารปฏิบัติการ ร้อยละ 50 ภายในปี 2571

นอกจากนี้ส่งเสริมข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารชั้นนายพล ให้เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม หรือ เออรี่รีไทร์

ปรับลดนายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวนและพลอาสาสมัครให้ลดลงร้อยละ 5 ภายในเดือนกันยายน 2570 และควบคุมจำนวนการผลิตกำลังพลจากสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ลดลงประมาณร้อยละ10

การบรรจุข้าราชการพลเรือนกลาโหมเพื่อลดจำนวนข้าราชการทหาร โดยถือเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้สามารถดำเนินการสอบคัดเลือก เพื่อบรรจุรวมทั้งเปิดโอกาสให้กำลังพล สามารถโอนเปลี่ยนมาเป็นข้าราชการพลเรือนกลาโหมได้ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2569 -2580

ทั้งนี้ มีเป้าหมายให้อัตราโครงสร้างข้าราชการพลเรือน คิดเป็นร้อยละ 40 การลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยมีเป้าหมายในปี 2580 ให้มีการลดสัดส่วนงบประมาณค่าใช้จ่ายบุคลากร ค่าใช้จ่ายตามภารกิจประจำพื้นฐาน จากเดิมร้อยละ 75 เป็นร้อยละ 65 และเพิ่มงบประมาณในการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยจากเดิมร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 35 โดยเริ่มต้นจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อชดเชย การปรับลดกำลังพลในอนาคต และเป็นการประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรของกองทัพ เช่น การพัฒนาระบบ Cloud ที่มีความปลอดภัย ซึ่งจะมีทั้งระบบ Cloud สำหรับข้อมูลด้านความมั่นคง และสามารถใช้งานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ การพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Big Data และ AI ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์

รมว.กลาโหม สั่ง ผบ.เหล่าทัพ เกาะติดสถานการณ์โลก ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ชี้กระทบไทย

รมว.กลาโหม สั่ง ผบ.เหล่าทัพ เกาะติดสถานการณ์โลก ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ชี้กระทบไทย

รมว.กลาโหม สั่ง ผบ.เหล่าทัพ เกาะติดสถานการณ์โลก ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ชี้กระทบไทย

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

รมว.กลาโหม สั่ง ผบ.เหล่าทัพ เกาะติดสถานการณ์โลก ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ชี้กระทบไทย สั่งรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ด้าน ทบ. ยืนยันปกป้องอธิปไตยชายแดน เตรียมความพร้อมตามหน้าที่ พร้อมดัน ‘อีสปอร์ตลายพราง’ เป็น ‘ซอฟต์ พาวเวอร์’ คาดสร้างรายได้หลักแสนล้าน เผย ‘นายกฯ อิ๊งค์’ เห็นชอบสร้างที่พักให้ ‘กำลังพลชั้นผู้น้อย’ ทั้ง 4 กองทัพภาค นำร่อง 6-7 จังหวัด 

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงผลการประชุมสภากลาโหม ที่ กองบัญชาการกองทัพบก ว่า ขอบคุณกำลังพลทุกนายและผู้บังคับบัญชาทุกเหล่าทัพที่มีการจัดตั้งวอร์รูมสนับสนุนข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอบคุณทุกคนที่เหนื่อยยาก ฝ่ายประจำอยู่จนถึงดึก จึงได้ข้อมูลมาตอบคำถาม ซึ่งบางเรื่องก็เป็นรายละเอียด ไม่มีปัญหาใดๆ

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสวัสดิการที่พักออาศัยให้กำลังพลชั้นผู้น้อยที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ตามนโยบายของรัฐบาลในการหาที่อยู่อาศัยพลเรือน ซึ่งได้หารือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประสานกับการเคหะแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง ธนาคารที่เป็นแหล่งการเงิน ได้มีการติดตามมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้กำลังพลมีความมั่นคงต่อการเสียสละที่ทำงานมา ซึ่งได้เสนอนายกฯในชั้นต้นแล้ว โดย นายกฯ เห็นชอบในหลักการ 

ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บตัวเลขที่จะใช้ โดยจะเริ่ม 6-7 จังหวัด ในทุกกองทัพภาค รวมทั้ง กทม. ที่มีที่ดินราคาสูง จึงต้องทำเป็นตึกสูง เพื่อให้ได้ยูนิตมากที่สุด รองรับกำลังพล ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดก็จะเป็นรูปแบบเดี่ยวหรือบ้านแถว ดูตามความเหมาะสมจากการศึกษา และสอบถามความต้องการ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกส่วนทราบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินราชพัสดุที่อยู่ในการดูแลของกองทัพ จึงไม่ต้องไปหาที่ดินที่อื่น โดยกองทัพจะคืนกับราชพัสดุ เพื่อให้กำลังพลเช่าระยะยาว

ส่วนเรื่องอีสปอร์ตที่กองทัพมีศักยภาพอยู่แล้ว ซึ่งกองทัพต้องทำงานเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการทำงานฝึกให้คนคิด เช่น ให้ทหารเกณฑ์และกำลังพลประจำได้คิด ซึ่งเป็นต้นทุนที่กระทรวงกลาโหมมีอยู่แล้ว และยังเป็นภาคอุตสาหกรรมสร้างรายได้ในระดับสูงให้กับประเทศ เช่นในต่างประเทศ ถ้าเราทำได้ทำประสบความสำเร็จจะสร้างอุตสาหกรรมอีสปอร์ตได้ถึงหลักแสนล้านบาท เป็นสิ่งที่กองทัพได้ริเริ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เชิญ รมว.ดิจิทัลฯ และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เห็นพ้องกัน 3 กระทรวง ที่จะทำเรื่องนี้ เพื่อพัฒนาเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ ของประเทศด้วย อีกทั้งปรับใช้ในการฝึกของทหาร การฝึกทางความคิด และฝึกกำลังสภาพกายภาพ

นอกจากนี้กองทัพบกได้ชี้แจงเรื่องการเฝ้าตรวจต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราเตรียมความพร้อม เป็นหน้าที่ทหารในความพร้อมของทหารในการปกป้องอธิปไตย ซึ่งตนได้มีข้อสั่งการหลายเรื่อง ในการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามในตะวันออกกลาง ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งเมื่อเกิดผลกระทบก็จะส่งผลในทุกด้าน ซึ่งไทยก็หนีไม่พ้น โดยให้เกาะติดรวมกับประชาคมข่าวกรองที่ติดตาม เพื่อส่งให้ทุกเหล่าทัพและผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร ติดตามสถานกาณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง 

พร้อมขอให้ทุกฝ่ายเร่งรัดงบค้างจ่าย-งบเหลื่อมปี ในงบประมาณปี 2567 ให้เต็มศักยภาพเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสร้างอาคาร ยุทโธปกรณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพตามแผนที่วางไว้

‘ภูมิธรรม’ยันไม่มีนโยบายให้กองทัพปฏิบัติการ‘ไอโอ’ ยันไร้รัฐซ้อนรัฐ

‘ภูมิธรรม’ยันไม่มีนโยบายให้กองทัพปฏิบัติการ‘ไอโอ’ ยันไร้รัฐซ้อนรัฐ

‘ภูมิธรรม’ยันไม่มีนโยบายให้กองทัพปฏิบัติการ‘ไอโอ’ ยันไร้รัฐซ้อนรัฐ

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

‘ภูมิธรรม’ยันไม่มีนโยบายกองทัพปฏิบัติการ‘ไอโอ’ ชี้ไร้รัฐซ้อนรัฐ หลังมีชื่อแกนนำตกเป็นเป้า

28 มีนาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงในกองทัพได้มีการพูดคุยถึงข้อเท็จจริงเรื่องไอโอหรือไม่ ว่า เรื่องรายละเอียดเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงาน ทุกประเทศก็มีการทำ อยู่ที่ลักษณะว่าจะมีการดำเนินการลักษณะปัญหาเป็นอย่างไร ส่วนที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายนั้นได้เรียนไปแล้วเราว่านโยบายใช้ IO แต่มีการใช้เพื่อดูแลเรื่องความมั่นคง แต่ว่าสิ่งที่ได้พูดมาไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้น ได้รับทราบแล้ว สั่งการทุกส่วนไปแล้วให้ตรวจดูว่าเป็นเรามีกระบวนการทำด้านความมั่นคง ที่กระทบกับสิ่งที่เขาพูดหรือไม่ แต่ตนเองเชื่อมั่นว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ส่วนที่มีชื่อแกนนำรัฐบาลอยู่ในปฏิบัติการ IO นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดเยอะ เพราะตนเองก็โดนได้ ซึ่งจริงหรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่อย่างที่บอกปกติสิ่งนี้เสริมมา เราก็ต้องจัดการอย่างเต็มที่ แต่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าตนเองก็โดนหลายเรื่องที่ไม่จริงซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น และต้องให้โอกาสฝ่ายปฏิบัติได้ทบทวน และดูซึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็ได้ยืนยันว่า จะไปตรวจสอบดูแลอย่างเต็มที่ ย้ำว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล

เมื่อถามว่าการมีชื่อแกนนำรัฐบาลในปฏิบัติการไอโอ จะสะท้อนว่าเป็นรัฐซ้อนรัฐหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อันนี้ที่พูดหมายถึงว่ามันจริงแล้ว ตนเองกำลังบอกว่าไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่ และย้ำว่า มันไม่มีรัฐซ้อนรัฐ มีรัฐเดียว

เมื่อถามถึงการที่แกนนำรัฐบาลตกเป็นเป้าของฝั่งที่ทำ IO นายภูมิธรรม ตอบทันทีว่า “ผมไม่เชื่อว่าแกนนำรัฐบาลจะโดน พวกเราทำงานด้วยกันมาอย่างดี”

เมื่อถามว่าจะมีการสอบถามกองทัพถึงการติดตามตัวบุคคลในลักษณะนี้ เพื่อป้องกันความมั่นคงด้านใดหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราจะไม่เรียกในลักษณะที่กองทัพ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตกเป็นจำเลย เพราะเรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร วิธีการทำงาน และวิธีการพูดคุย จึงไม่ควรเริ่มต้นจากการสงสัยเขา แล้วมาดำเนินการ แต่ได้สั่งการไปแล้วว่าให้ตรวจสอบ ซึ่งต้องรอ และเชื่อมั่นในกำลังพลของเรา เพราะรัฐบาลไม่มีนโยบาย ตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ไม่มีนโยบาย

ส่วนจะต้องมีการเช็คลิสต์เพจต่าง ๆที่เป็นเพจ IO หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียด ตนเองไม่อยากเริ่มต้นมาทำงานกับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการสงสัย และไปเที่ยวติดตาม ตนเองคิดว่านโยบายที่ให้ไปชัดเจนแล้ว ผู้นำกองทัพก็รับนโยบายไปชัดเจนแล้ว ส่วนหนึ่งเราก็ดำเนินการ และผลักดันติดตามนโยบายที่เป็นอยู่ ส่วนที่มีเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมา จะให้เราปฏิเสธไปโดยทันที มันก็จะกลายเป็นว่าเราไม่เชื่อมั่น และไม่ยอมรับฟังแต่ตนเองเชื่อมั่นในหน่วยงานของเรา ว่าไม่มีเรื่องเหล่านี้ เพราะไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล ดังนั้น เมื่อมีการออกมาเราก็รับทราบขั้นต้น ตนเองผู้ชัดเจนในสภาวะยอมรับเอาสิ่งนี้มาพิจารณา และไปติดตามตรวจสอบว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น ในเมื่อผลยังไม่ออก

“ก็ไม่อยากใช้คำว่า “ถ้า“ ซึ่งหากใช้คำว่า “ถ้า” ฟังแล้วมันระคาย ซึ่งทำแล้วมันไม่ดี ทุกอย่างต้องเริ่มจากความเป็นจริง ถือว่าพอสมควรแล้วในชั้นนี้ที่รับมาพิจารณารับมาตรวจสอบก่อน หากพบว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไรก็ค่อยมาว่ากัน” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามแสดงว่าว่ากองทัพสามารถทำ IO ด้านความมั่นคงได้จริงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดเลย แต่ตอนนี้คิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก และทางตนเองไม่มีนโยบายสิ่งต่าง ๆ ถ้ากองทัพ จะทำก็เป็นเรื่องความมั่นคงซึ่ง จะมีผลทำลายประเทศ หรือทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย เรื่องนี้เรายังไม่เห็นข้อเท็จจริง เอกสารที่นำมาก็ต้องขอมาดูและมาตรวจสอบก่อน พร้อมย้ำว่า ตนเองอยากให้นำปัญหามาพูดคุยกันดี ๆ

‘บิ๊กอ้วน’สั่งเหล่าทัพตั้งจุดบริการประชาชนช่วงสงกรานต์ ให้ กกล.ป้องกันชายแดน

'บิ๊กอ้วน'สั่งเหล่าทัพตั้งจุดบริการประชาชนช่วงสงกรานต์ ให้ กกล.ป้องกันชายแดน

‘บิ๊กอ้วน’สั่งเหล่าทัพตั้งจุดบริการประชาชนช่วงสงกรานต์ ให้ กกล.ป้องกันชายแดน

วันศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.52 น.

“บิ๊กอ้วน” สั่งเหล่าทัพตั้งจุดบริการประชาชนช่วงสงกรานต์ ให้ กกล.ป้องกันชายแดน คุมเข้มการทำผิดกฎหมาย

วันที่ 28 มีนาคม 2568 พ.อ.หญิง ดังใจ สุวรรณกิตติ รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ บูรณาการและประสานการปฏิบัติร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ ดังนี้

1.ให้จัดตั้งจุดบริการประชาชน อำนวยความสะดวกและช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน 

2.ให้กองกำลังป้องกันชายแดน เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน เช่น การลักลอบหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร การลักลอบขนยาเสพติด สินค้าเกษตรและสิ่งผิดกฎหมาย 

3.เน้นย้ำกับกำลังพลและครอบครัวที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและวินัยจราจรอย่างเคร่งครัด