พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561

พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561

25 มี.ค. 2568 15:18 น.

พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561

สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์หนุ่ม กัส สัจจกุล กุลดา โพสต์คลิปรีวิวแต่งหน้าไปทำบัตรประชาชนลงใน TikTok ที่ทำเอาหลายคนต้องทึ่ง เพราะรูปในบัตรประชาชนหล่อเป๊ะปังมาก จนเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ (ชมคลิป)

พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561
พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561

และเพราะคลิปแต่งหน้าไปทำบัตรประชาชนทำให้แจ้งเกิดแบบเต็มๆ ล่าสุดมีข่าวล่ามาแรงว่า พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา เตรียมเซ็นสัญญากับหนุ่มกัส เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลฯ เข้าสังกัด CHANGE2561

พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561
พี่ฉอด ไวกว่าแสง คว้า กัส สัจจกุล เจ้าของบัตรประชาชนสุดเป๊ะ เข้าสังกัด CHANGE2561

จุดนี้ต้องบอกว่าพี่ฉอดไวกว่าแสงของแท้ ส่วนหนุ่มกัสก็ได้รับโอกาสทองเข้าวงการบันเทิงเพราะคลิปรีวิวเป็นเหตุ ปังปุริเย่สุดๆ ไปเลยจ้า!!

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง

ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง

25 มี.ค. 2568 14:55 น.

ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง

มองไปกี่ทีๆ ก็ยังนึกว่าเพิ่งจะ 20 ต้นๆ สำหรับ เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ แม้ว่าปีนี้เต้ยจะอายุ 35 แล้ว แต่หน้ายังดูเด็กเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ล่าสุด เต้ยได้เปลี่ยนลุคจากสาวหวานมาเป็นสาวสายแซ่บ สวมชุดว่ายน้ำวันพีซสีสันสดใสดีไซน์เก๋รับซัมเมอร์ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงด้วยการคว้านอกลึก อวดอกอึ๋มแบบเต็มตาเต็มใจ แม้ท่อนล่างจะใส่เป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นทับไว้ แต่พอดูแบบรวมๆ แล้ว ทั้งชุดที่ใส่และหุ่นของเต้ยนั้นแซ่บมาก ทุกอย่างดูลงตัวไปหมด น่ารัก สดใส เซ็กซี่ หน้าเด็กสุดๆ จนลืมไปว่าอายุจริงปีนี้ของเต้ย 35 ปีแล้วจ้า

ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง
ลุคนี้ดีต่อใจ เต้ย จรินทร์พร ใส่วันพีซคว้านอกสุดแซ่บ แจกความน่ารักจนลืมอายุจริง

เฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างดับไฟป่าเกาหลีใต้ นักบินเสียชีวิต

เฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างดับไฟป่าเกาหลีใต้ นักบินเสียชีวิต

26 มี.ค. 2568 15:35 น.

เฮลิคอปเตอร์ตกระหว่างดับไฟป่าเกาหลีใต้ นักบินเสียชีวิต

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง พร้อมนักบิน 1 นาย ประสบเหตุตก ขณะกำลังต่อสู้กับไฟป่าขนาดใหญ่ในเขตอึยซอง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักบินเสียชีวิต 

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง พร้อมนักบิน 1 นาย ประสบเหตุตก ขณะกำลังต่อสู้กับไฟป่าขนาดใหญ่ในเขตอึยซอง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักบินเสียชีวิต ตามรายงานของสำนักงานป่าไม้เกาหลี เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวตกบนภูเขาในอึยซอง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 180 กิโลเมตร เมื่อเวลา 12.54 น. วันนี้ (26 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้นักบินวัย 73 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

โดยเฮลิคอปเตอร์ S-76 ซึ่งผลิตขึ้นในปี 1995 สามารถบรรทุกน้ำได้ 1,200 ลิตร และให้บริการมาแล้วประมาณ 30 ปี สำนักงานป่าไม้เกาหลีใต้ระบุว่าได้สั่งหยุดบินเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงทั้งหมดแล้วหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เผยว่าสาเหตุของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมไฟป่าที่ลุกลามไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย แต่ลมแรงและสภาพอากาศแห้งแล้งยังคงเป็นอุปสรรคในการจำกัดการลุกลามของไฟป่า

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ประมาณ 5,000 นาย และอุปกรณ์กว่า 560 ชิ้น แต่ไฟป่าที่เริ่มต้นขึ้นในเขตซันชองในจังหวัดคย็องซังใต้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ลุกลามไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคแล้ว

ไฟป่าได้ลุกลามไปยังเมืองอุยซองที่อยู่ใกล้เคียงเป็นเวลา 5 วันแล้ว และลุกลามไปยังเมืองอันดง ชองซอง ยองยาง และยองด็อกที่อยู่ใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่กล่าวว่าในจำนวนผู้เสียชีวิต 18 ราย พบ 2 รายในเมืองอันดง 3 รายอยู่ในเมืองชองซอง 6 รายอยู่ในเมืองยองยาง และ 7 รายอยู่ในเมืองยองด็อก ส่วนในเมืองยองยาง พบผู้เสียชีวิต 4 รายใน 5 รายถูกไฟเผาเสียชีวิตบนถนนเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันอังคาร

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ฮัน ด็อกซู ประธานาธิบดีรักษาการณ์ของเกาหลีใต้ เรียกร้องให้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ไฟป่าลุกลามต่อไปอีก โดยเรียกไฟป่าครั้งนี้ว่า “ไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา” จนถึงขณะนี้ ไฟป่าได้ทำลายพื้นที่ป่าไปแล้ว 106,250 ไร่ และบ้านเรือนและโรงงานอีกกว่า 209 แห่ง 

เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำยังได้ทำลายวัดโกอุนซาในเขตอึยซอง ซึ่งเป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในปี 681 ในสมัยราชวงศ์ซิลลา ส่วนสมบัติของชาติที่เก็บรักษาไว้ในวัดได้ถูกย้ายไปยังสถานที่อื่นแล้ว

นอกจากนั้น ไฟป่ายังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อหมู่บ้านฮาฮเว ในเขตอันดง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 190 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในหมู่บ้านพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เมื่อปี 2010 โดยหมู่บ้านแห่งนี้ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนและประเพณีจากราชวงศ์โชซอนไว้.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

26 มี.ค. 2568 12:45 น.

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

  • อุบัติเหตุเครื่องบินหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2025 โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ ทำให้นักเดินทางเกิดความวิตกกังวลว่าการเดินทางทางอากาศจะยังคงเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจริงหรือไม่
  • ตามรายงานของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2025 มีอุบัติเหตุทางการบินเกิดขึ้นถึง 94 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติ ทำให้เกิดคำถามว่าปัญหานี้เป็นเพียงความผิดพลาดเชิงสถิติ หรือเป็นปัญหาเชิงระบบที่ใหญ่กว่านั้น
จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

อุบัติเหตุทางอากาศตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปีใหม่

อุบัติเหตุทางอากาศครั้งแรกของปี 2025 เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบิน Cessna 208 Caravan ที่ติดตั้งทุ่นลอยตกลงสู่ทะเล Thomson Bay ใกล้ Rottnest Island รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 7 มกราคม ขณะกำลังขนส่งนักท่องเที่ยว โดยมีผู้รอดชีวิต 4 คน ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ และชาวเดนมาร์ก ขณะที่นักบินและผู้โดยสารอีก 3 คนเสียชีวิต

ต่อมาในวันที่ 29 มกราคม ก็เกิดอุบัติเหตุทางอากาศหลายเหตุการณ์ ทั้งการชนกันกลางอากาศระหว่างเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของกองทัพอากาศสหรัฐฯ กับเครื่องบินเจ็ตบอมบาร์เดียของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส เหนือกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือรวม 67 ราย

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน มีเหตุเครื่องบิน Cessna S550 ของกระทรวงมหาดไทยและยุติธรรมเวเนซุเอลาตกหลังทะยานขึ้นจาก กรุงการากัส หลังเครื่องขึ้นบินได้ไม่นาน โดยเครื่องสูญเสียการควบคุมและตกลงในพื้นที่ป่าของเขต El Volcan ในเขตเทศบาล Baruta ผู้โดยสารทั้ง 3 คนเสียชีวิตทั้งหมด

และยังมีเหตุเครื่องบิน Beechcraft 1900D ของสายการบิน Eagle Air ตกในซูดานใต้ ขณะกำลังบินพาคนงานแท่นขุดเจาะน้ำมันซึ่งส่วนใหญ่เป็น ชาวจีนและชาวอินเดียจากแหล่งน้ำมัน Unity Oilfield ไปยัง Juba เมืองหลวงของซูดานใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และมีผู้รอดชีวิตเพียง 1 คน

31 มกราคม เกิดเหตุเครื่องบินพยาบาลตกในฟิลาเดลเฟีย โดยเครื่องบิน Learjet 55 ตกกระแทกบ้านเรือน ขณะที่พาผู้ป่วยเด็กหญิงเดินทางกลับเม็กซิโก หลังเข้ารับการรักษาชีวิตที่โรงพยาบาลเด็ก โดยผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตพร้อมกับแม่ของเธอ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบนพื้นดินเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 19 คน

6 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุเครื่องบิน Beechcraft B300 ของกองทัพสหรัฐฯ เกิดการระเบิดก่อนตกในนาข้าวของประเทศฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย นาวิกโยธินสหรัฐฯ 1 นาย และ ผู้รับเหมาของกองทัพ 4 คน ในวันเดียวกันยังเกิดอุบัติเหตุเครื่องบิน Cessna 208B หายไปจากจอเรดาร์อย่างลึกลับ ขณะบินระหว่างเมือง Unalakleet และ Nome ในพื้นที่ห่างไกลของรัฐอลาสกา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่พบซากเครื่องบินพร้อมร่างของผู้เสียชีวิต 10 คน รวมถึงนักบิน

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เครื่องบินของ เดลต้าแอร์ไลน์ส ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำระหว่างลงจอดที่สนามบินโตรอนโต เพียร์สัน ประเทศแคนาดา ปีกขวาของเครื่องบินขาดออกจากตัวเครื่อง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 คน

อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม เมื่อเครื่องบินโบอิ้งของอเมริกันแอร์ไลน์สเกิดไฟลุกไหม้หลังลงจอดที่สนามบินเดนเวอร์ แม้ลูกเรือจะรายงานปัญหาการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ระหว่างบิน แต่โชคดีที่ผู้โดยสารทั้งหมดอพยพออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

นี่เป็นเพียงอุบัติเหตุใหญ่ๆ ที่เกิดความสูญเสียเป็นวงกว้างยังไม่นับรวมอุบัติเหตุเครื่องบินเล็กอีกจำนวนมากที่เกิดขึ้นถี่ยิบตั้งแต่ต้นปีโดยเฉพาะในสหรัฐฯ

ตามรายงานของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ (NTSB) ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2025 มีอุบัติเหตุทางการบินเกิดขึ้นถึง 94 ครั้ง คือในเดือนมกราคม 63 ครั้ง และกุมภาพันธ์ 31 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติ ทำให้เกิดคำถามว่าปัญหานี้เป็นเพียงความผิดพลาดเชิงสถิติ หรือเป็นปัญหาเชิงระบบที่ใหญ่กว่านั้น ขณะที่เมโทรนิวส์ของอังกฤษรายงานว่าอุบัตเหตุทางอากาศได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 117 ศพ นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2025 

การบินยังคงเป็นรูปแบบการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด

แม้อุบัติเหตุดังกล่าวจะเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้ว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัยในวงกว้าง และในความเป็นจริงหน่วยงานขนส่งทางอากาศต่างยืนยันตามตัวเลขสถิติว่า กการเดินทางทางอากาศยังคงเป็นวิธีการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของสายการบิน 349 แห่งจาก 120 ประเทศ รายงานว่าในปี 2024 มี อุบัติเหตุร้ายแรงเพียง 7 ครั้ง จากเที่ยวบินทั้งหมด 40.6 ล้านเที่ยว

วิลลี่ วอลช์ ผู้อำนวยการ IATA กล่าวว่าแม้ว่าจะมีอุบัติเหตุที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ อุบัติเหตุเครื่องบินเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ประวัติด้านความปลอดภัยของอุตสาหกรรมการบินมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ผู้ให้บริการข้อมูลด้านการเดินทางของสหราชอาณาจักร OAG ระบุว่า ในปี 2024 สายการบินชั้นนำ 8 แห่งของสหรัฐฯ ทำการบินรวมกันกว่า 8.2 ล้านเที่ยวบิน โดยอเมริกันแอร์ไลน์สมีเที่ยวบินเฉลี่ย 5,949 เที่ยวต่อวัน ก่อนเกิดเหตุชนกลางอากาศที่วอชิงตัน ไม่มีสายการบินพาณิชย์ของสหรัฐฯ ที่มีอุบัติเหตุร้ายแรงตั้งแต่ปี 2009

อย่างไรก็ตาม รายงานของ IATA ระบุว่า ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางอากาศเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จาก 0.03 ในปี 2023 เป็น 0.06 ในปี 2024 โดยจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 72 รายในปี 2023 เป็น 244 รายในปี 2024 ซึ่งไม่รวมเหตุการณ์เครื่องบินตกในเขตสงคราม เช่น เครื่องบินของสายการบินอาเซอร์ไบจานที่ถูกยิงตกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2024 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 38 ราย และยังไม่รวม เหตุเครื่องบินโดยสารเจจูแอร์ ของเกาหลีใต้ที่ไถลออกนอกรันเวย์พุ่งชนรั้วจนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 179 ศพ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 29 ธันวาคม ปี 2024  ก่อนที่จะถึงปีหใม่เพียงไม่กี่วัน

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน


ผลกระทบจากโควิด-19

นักวิเคราะห์บางคนมองว่า การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินหลังโควิด-19 อาจเป็นสาเหตุของปัญหาด้านความปลอดภัย เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้อุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ การฟื้นตัวของแต่ละสายการบินยังคงแตกต่างกัน โดยหลายแห่งยังไม่สามารถกลับสู่ระดับการดำเนินงานก่อนเกิดโรคระบาดได้

ผลกระทบที่ยังคงอยู่ ได้แก่ การขาดแคลนนักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ รวมถึงเครื่องบินที่ถูกจอดไว้นานจนมีข้อบกพร่องทางเทคนิค นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงานและมาตรการลดต้นทุนทำให้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญลดลง ส่งผลให้มาตรฐานด้านความปลอดภัยเสื่อมถอย

ตัวอย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่น นักบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAL) สองคนถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่เนื่องจาก ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปก่อนทำการบินจากเมลเบิร์นไปโตเกียวในเดือนธันวาคม 2024 และโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้

บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินถูกจับตามอง

สถานการฯณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบข้อเท็จจริงมากขึ้น โดยสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ประกาศเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ว่าจะตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยของโบอิ้ง โดยไม่ได้อิงจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยตรง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยของบริษัท

หนึ่งในอุบัติเหตุที่น่าตกใจคือ แผงลำตัวของเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max ของสายการบินอลาสก้าแอร์ไลน์สหลุดออกกลางอากาศในเดือนมกราคม 2024 จนต้องลงจอดฉุกเฉิน ซึ่งแม้จะไม่มีความสูญเสียชีวิตแต่ก็ลดทอนความเชื่อมั่นในความปลอดภัยจากการเดินทางทางอากาศไปไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม การรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการบินต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล สายการบิน หรือบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ทุกอุบัติเหตุจำเป็นต้องมีการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากอุบัติเหตุเครื่องบินมักไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยร่วมกันด้วย.

จับตาอุบัติเหตุทางการบินปี 2025 เกิดขึ้นถี่ยิบในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

ผู้เขียน :อาจุมมาโอปอล

ที่มา : channelnewsasia , Metro

คลิกอ่าน รายงานพิเศษ

เกลียวแสงประหลาดโผล่เหนือท้องฟ้าในอังกฤษ

เกลียวแสงประหลาดโผล่เหนือท้องฟ้าในอังกฤษ

26 มี.ค. 2568 11:40 น.

เกลียวแสงประหลาดโผล่เหนือท้องฟ้าในอังกฤษ

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างพากันโพสต์ภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนในอังกฤษ หลังปรากฏเกลียวแสงประหลาดลอยอยู่เหนือท้องฟ้า

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างพากันโพสต์ภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนในอังกฤษ หลังปรากฏเกลียวแสงสีขาวลอยอยู่เหนือท้องฟ้า โดยเชื่อกันว่าเกลียวแสงนี้ เกิดจากจรวดของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ที่ทะยานขึ้นสู่อวกาศในสหรัฐฯ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่ารูปร่างเกลียวดังกล่าวน่าจะเกิดจากกลุ่มควันเชื้อเพลิงที่แข็งตัวจากท่อไอเสียของจรวด ซึ่งสะท้อนแสงแดดและดูเหมือนว่าจะหมุนวนอยู่ในชั้นบรรยากาศ โดยเกลียวแสงสีขาวนี้ปรากฏให้เห็นเป็นเวลาหลายนาทีเหนือท้องฟ้าของสหราชอาณาจักรและที่อื่นๆ ในยุโรป ก่อนจะจางหายไป

จรวดฟอลคอน 9 จากสเปซเอ็กซ์ บริษัทด้านอวกาศของนายอีลอน มัสก์ ถูกปล่อยขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13:50 น. ตามเวลาท้องถิ่นในรัฐฟลอริดา ในภารกิจลับของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยฟอลคอน 9 เป็นจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หลังจากปล่อยจรวดแล้ว ชิ้นส่วนท่อนบนจะนำสิ่งต่างๆ รวมถึงดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ ในขณะที่ส่วนล่างของจรวดหันกลับมาทางโลก ส่วนที่สองของจรวดจะพาดาวเทียมไปยังวงโคจรที่ถูกต้องต่อไป

เมื่อปล่อยแล้ว ส่วนที่สองจะดีดเชื้อเพลิงที่เหลือออก ซึ่งจะแข็งตัวทันทีเนื่องจากระดับความสูง และก่อตัวเป็นรูปแบบเกลียวเนื่องจากการเคลื่อนที่ของจรวดเมื่อตกลงสู่พื้นโลก แสงจะสะท้อนจากเชื้อเพลิงที่แข็งตัว ทำให้มองเห็นได้บนพื้นโลก

สเปซเอ็กซ์ กล่าวใน X ว่าการปล่อยจรวดดังกล่าวดำเนินการในนามของภารกิจของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของรัฐบาลสหรัฐฯ ศูนย์อวกาศเคนเนดียังกล่าวใน X ว่าการปล่อยยานอวกาศดังกล่าวเป็นภารกิจลับของสำนักงานข่าวกรอง

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ญี่ปุ่นแนะ ปชช. เตรียมรับมือกับการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิ

ญี่ปุ่นแนะ ปชช. เตรียมรับมือกับการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิ

26 มี.ค. 2568 11:00 น.

ญี่ปุ่นแนะ ปชช. เตรียมรับมือกับการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิ

คณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลญี่ปุ่น ได้เสนอมาตรการเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมหากภูเขาไฟฟูจิปะทุอย่างรุนแรงและพ่นเถ้าถ่านออกมาเป็นจำนวนมาก ยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นปะทุครั้งล่าสุดเมื่อกว่า 300 ปีที่แล้ว

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) โดยได้เสนอมาตรการเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมหากภูเขาไฟฟูจิปะทุอย่างรุนแรงและพ่นเถ้าถ่านออกมาเป็นจำนวนมาก โดยยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น เกิดการปะทุครั้งล่าสุดเมื่อกว่า 300 ปีที่แล้ว

การปะทุครั้งสุดท้ายของภูเขาไฟฟูจิที่ได้รับการยืนยัน คือเมื่อปี 1707 ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการปะทุในระดับเดียวกันอาจทำให้เถ้าถ่านปกคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างในกรุงโตเกียว จังหวัดคานากาวะ และสถานที่อื่นๆ หนา 10 เซนติเมตรขึ้นไป

คณะกรรมาธิการระบุในรายงานว่า การที่ประชาชนในโตเกียวที่มีประชากรหนาแน่นและจังหวัดโดยรอบ จะสามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้ในทันทีนั้นอาจเป็นไปไม่ได้ คณะกรรมาธิการระบุว่า ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีเถ้าถ่านไม่เกิน 30 เซนติเมตร ควรหลบภัยอยู่ที่บ้านหรือที่อื่นๆ

คณะกรรมาธิการระบุว่าหากเป็นไปได้ ประชาชนควรเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้สำหรับประทังชีวิตเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หน่วยงานท้องถิ่นและธุรกิจต่างๆ ถูกร้องขอให้เน้นไปที่การบำรุงรักษาและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานหลักเป็นหลัก

ในทางกลับกัน คณะกรรมการกล่าวว่า ตามหลักการแล้ว ประชาชนในพื้นที่ที่มีเถ้าถ่านสะสม 30 เซนติเมตรขึ้นไป ต้องอพยพออกไป คณะกรรมการอ้างถึงความเสี่ยงที่บ้านไม้จะพังถล่มลงมาภายใต้แรงกดของเถ้าถ่านเปียกหากเกิดฝนตก

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้ที่ต้องฟอกไตหรือต้องได้รับการดูแลพยาบาลควรอพยพออกไปเมื่อเถ้าถ่านสะสมสูงถึง 3 เซนติเมตร และไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน

คณะกรรมการกล่าวว่ารัฐบาลควรจัดตั้งระบบเพื่อเผยแพร่ข้อมูล รวมถึงการคาดการณ์เถ้าถ่านจากภูเขาไฟ และรัฐบาลกลางและท้องถิ่นจำเป็นต้องกำหนดเส้นทางอพยพด้วยเช่นกัน

ศาสตราจารย์กิตติคุณฟูจิอิ โทชิสึงุ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ กล่าวว่าญี่ปุ่นไม่เคยประสบเหตุภูเขาไฟระเบิดและเถ้าถ่านกระจายไปทั่วบริเวณในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา เขากล่าวว่าประเทศจำเป็นต้องเริ่มเตรียมการสำหรับภัยพิบัติเช่นนี้ตั้งแต่ตอนนี้.

ที่มา NHK

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“ฮุน เซน” โพสต์ข่าวช่วงยากลำบาก ภรรยาและพี่ชายล้มป่วยพร้อมกัน อาการหนักอยู่โรงพยาบาลทั้งคู่

"ฮุน เซน" โพสต์ข่าวช่วงยากลำบาก ภรรยาและพี่ชายล้มป่วยพร้อมกัน อาการหนักอยู่โรงพยาบาลทั้งคู่

26 มี.ค. 2568 10:31 น.

“ฮุน เซน” โพสต์ข่าวช่วงยากลำบาก ภรรยาและพี่ชายล้มป่วยพร้อมกัน อาการหนักอยู่โรงพยาบาลทั้งคู่

สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข่าวเศร้าว่ากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิต เมื่อ บุน รานี ภรรยาสุดที่รักกำลังเข้ารับการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล ในขณะที่พี่ชายก็ล้มป่วยอาการหนัก และกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นเดียวกัน

วันที่ 26 มีนาคม 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา รักษาการประมุขแห่งรัฐ และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และมิวสิควิดีโอ ตลอดจนข้อความที่แสดงถึงความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ต่อสถานการณ์วิกฤตในครอบครัวที่เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 2 เรื่อง คือ การผ่าตัดของนางบุน รานี ภรรยาของเขา และอาการป่วยหนักของนายฮุน ซาน พี่ชายของเขา

สมเด็จฮุน เซน ระบุว่า นางบุน รานี ภรรยาของเขาได้เข้ารับการผ่าตัด และขณะนี้อาการทรงตัวแล้ว อย่างไรก็ตาม เขายังคงมีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถอยู่เคียงข้างดูแลและให้กำลังใจภรรยาได้ อย่างไรก็ตามอดีตผู้นำของกัมพูชาไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียดอาการป่วยของภรรยาแต่อย่างใด 

นอกจากนี้ สมเด็จฮุนเซนยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า นายฮุน ซาน พี่ชายของเขา เสียชีวิตแล้ว แต่ที่จริงแล้วขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ แต่กำลังมีอาการโคม่าและไม่คาดว่าจะฟื้นคืนสติได้อีกต่อไป เขาได้กล่าวว่าตอนนี้สมาชิกครอบครัวของเขาต่างได้เตรียมใจรับการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นแล้ว

ฮุน เซนกล่าวว่า ภรรยาของผมอยู่ด้านหนึ่ง พี่ชายของผมอยู่อีกด้านหนึ่ง ในสถานที่ที่แตกต่างกันในเวลาเดียวกัน แต่ภรรยาบอกให้เขาไปเยี่ยมพี่ชาย เพราะถ้าเขาจากไปในเร็วๆ นี้ เธอจะไม่สามารถไปร่วมงานศพได้ 

นอกจากนี้ สมเด็จฮุน เซน ยังได้เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ลึกลับที่เกี่ยวข้องกับภาพถ่ายของพี่ชายของเขา โดยกล่าวว่า ภาพถ่ายเดี่ยวของพี่ชายบนโทรศัพท์ของเขาภาพหนึ่งปรากฎให้เห็นว่ามีหยดน้ำตาไหลออกมา ราวกับเป็นการสะท้อนถึงความเศร้าโศกหรือความเสียใจของพี่ชายที่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งนี้สามารถอธิบายได้อย่างไร ทั้งในแง่ของวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ เนื่องจากพี่ชายของเขาหมดสติมา 24 ชั่วโมงแล้ว

โพสต์ของอดีตผู้นำกัมพูชาได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีผู้คนจำนวนมากแสดงความเห็นใจและส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวสมเด็จฮุน เซน ที่กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้. 

ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ 2 กรงเล็บสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในทะเลทรายโกบี

ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ 2 กรงเล็บสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในทะเลทรายโกบี

26 มี.ค. 2568 10:31 น.

ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ 2 กรงเล็บสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในทะเลทรายโกบี

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่มี 2 กรงเล็บที่หาได้ยากในทะเลทรายโกบี ประเทศมองโกเลีย คาดมีน้ำหนักเฉลี่ยราว 260 กิโลกรัม

ไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้มีชื่อว่า “ดูโอนิคัส ซอกต์บาตารี” (Duonychus tsogtbaatari) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะภายในกลุ่มไดโนเสาร์ “เทอริสิโนซอรัส” ซึ่งโดยปกติแล้วจะยืนบนขาหลังและมี 3 กรงเล็บ โดยไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้เป็นไดโนเสาร์ขนาดกลาง มีน้ำหนักประมาณ 260 กิโลกรัม

นักวิจัยเชื่อว่ากรงเล็บที่ยาวและโค้งของสายพันธุ์นี้ รวมถึงความสามารถในการงอได้อย่างแข็งแรง ทำให้มันสามารถจับพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ 2 กรงเล็บสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในทะเลทรายโกบี

ไดโนเสาร์ในกลุ่ม “เทอริสิโนซอรัส” เป็นไดโนเสาร์เทอโรพอดที่กินพืชหรือเป็นทั้งสัตว์กินพืชและกินเนื้อที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียและอเมริกาเหนือในช่วงยุคครีเทเชียส ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 145 ล้านปีก่อนและสิ้นสุดเมื่อ 66 ล้านปีก่อน

ไดโนเสาร์กลุ่มนี้มีลักษณะโดดเด่น เช่น กรงเล็บที่ยาวมาก โดยพวกมันเคยปรากฏในภาพยนตร์ Jurassic World Dominion โดย ดร.ดาร์ลา เซเลนิตสกี นักวิจัยร่วมของการศึกษานี้และรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคัลการี กล่าวว่ามันเป็นไดโนเสาร์ที่มีรูปร่างดูแปลกตา

ตัวอย่างฟอสซิลของ “ดูโอนิคัส ซอกต์บาตารี” ถูกค้นพบจากชั้นหินในทะเลทรายโกบี ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปในช่วงปลายยุคครีเทเชียส ระหว่าง 100.5 ถึง 66 ล้านปีก่อน โดยองค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นองค์กรด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าทะเลทรายโกบีของมองโกเลียเป็นแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภูมิภาคนี้เป็นแหล่งค้นพบฟอสซิลที่สำคัญจากช่วงปลายยุคครีเทเชียส ซึ่งเป็นยุคสุดท้ายของยุคไดโนเสาร์และเป็นช่วงสุดท้ายของวิวัฒนาการของไดโนเสาร์

ค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ 2 กรงเล็บสายพันธุ์ใหม่ที่หายากในทะเลทรายโกบี

จากการศึกษาพบว่ากรงเล็บของ “ดูโอนิคัส ซอกต์บาตารี” มีความยาวเกือบหนึ่งฟุต ซึ่งใหญ่กว่ากระดูกด้านในของมันมาก ซึ่งนอกจากการใช้กรงเล็บเพื่อจับสิ่งของได้ดีขึ้น มือที่มีเพียง 2 นิ้วของมันอาจถูกใช้เพื่อขุดดิน หรือแม้แต่เป็นอาวุธที่น่าเกรงขาม

ไดโนเสาร์สองนิ้วที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือกลุ่ม “ไทแรนโนซอรัส” ซึ่งรวมถึง “ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์” แต่ “ดูโอนีคัส” ได้พัฒนามือลักษณะนี้ขึ้นมาเองโดยแยกจากไดโนเสาร์ 2 นิ้วกลุ่มอื่น ๆ ตัวอย่างฟอสซิลนี้ยังเป็นครั้งแรกที่พบปลอกเคราตินของไดโนเสาร์กลุ่ม “เทอริสิโนซอรัส” ซึ่งเป็นส่วนที่ห่อหุ้มกรงเล็บคล้ายกับเล็บของมนุษย์ และช่วยในการป้องกันตัว การเคลื่อนไหว หรือการจับเหยื่ออีกด้วย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไดโนเสาร์

ระทึก เครื่องบินกองทัพฝรั่งเศสเฉี่ยวชนกลางอากาศ ขณะซ้อมบินผาดแผลง (คลิป)

ระทึก เครื่องบินกองทัพฝรั่งเศสเฉี่ยวชนกลางอากาศ ขณะซ้อมบินผาดแผลง (คลิป)

26 มี.ค. 2568 09:58 น.

ระทึก เครื่องบินกองทัพฝรั่งเศสเฉี่ยวชนกลางอากาศ ขณะซ้อมบินผาดแผลง (คลิป)

เกิดอุบัติเหตุสุดระทึก เมื่อฝูงบินผาดแผลง“ปาตรุยล์ เดอ ฟร๊องซ์”ของกองทัพอากาศฝรั่งเศส ซึ่งกำลังซ้อมบิน เฉี่ยวชนกันกลางอากาศ เคราะห์ดีที่นักบินดีดตัวออกมาได้ทันเวลา

เครื่องบินอัลฟาเจ็ตของกองทัพอากาศฝรั่งเศส 2 ลำประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันกลางอากาศจนชิ้นส่วนกระเด็นปลิวว่อน ขณะกำลังทำการซ้อมบินผาดแผลง ใกล้เมืองแซ็ง-ดีซีเย โดยเครื่องบินทั้ง 2 ลำตกลงมากระแทกพื้น แต่เคราะห์ดีที่นักบิน 2 คน กับผู้โดยสารอีก 1 คน สามารถดีดตัวออกมาได้ทันเวลา โดยเจ้าหน้าที่พบพวกเขาในสภาพยังรู้สึกตัวดี และทั้งหมดถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว

มีรายงานว่าหนึ่งในเครื่องบินที่ชนกันตกใส่ถังไซโลโรงงานใกล้เคียงทำให้เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ส่วนอีกลำตกลงในคลอง แต่ไม่มีคนบนพื้นได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว

ระทึก เครื่องบินกองทัพฝรั่งเศสเฉี่ยวชนกลางอากาศ ขณะซ้อมบินผาดแผลง (คลิป)

ที่มา :France24

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฝรั่งเศส

ไฟป่าเกาหลีใต้ยังรุนแรง เปลวไฟลามไป 6 เมือง ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ศพ

ไฟป่าเกาหลีใต้ยังรุนแรง เปลวไฟลามไป 6 เมือง ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ศพ

26 มี.ค. 2568 09:40 น.

ไฟป่าเกาหลีใต้ยังรุนแรง เปลวไฟลามไป 6 เมือง ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ศพ

ไฟป่าครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 18 ศพแล้ว และยังมีผู็สูญหาย 1 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งสกัดเพลิงที่โหมกระหน่ำจากแรงลม

วันที่ 26 มีนาคม 2568 ทางการเกาหลีใต้เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ยังรุนแรง จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 18 ศพแล้ว บาดเจ็บสาหัส 2 ราย และยังมีผู้สูญหาย 1 ราย ท่ามกลางความพยายามอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในการควบคุมเปลวเพลิงที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ไฟป่าที่เริ่มต้นขึ้นในเขตซันชอง จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ลุกลามไปยังเมืองใกล้เคียงอย่าง
อึยซอง และกำลังลุกลามไปยังเมืองอื่นๆ อย่างเมืองอันดง ชองซอง ยองยาง และยองด็อก ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสลมแรงและอากาศแห้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายพันนาย พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์และยานพาหนะหลายสิบคันถูกส่งเข้าประจำการเพื่อต่อสู้กับไฟป่า

ก่อนหน้านี้ เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำยังได้เผาทำลายวัดโกอุน ในเมืองอึยซอง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 935 อย่างไรก็ตาม สมบัติของชาติที่เก็บรักษาไว้ในวัดได้ถูกย้ายไปยังสถานที่อื่นแล้ว

ด้านกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า มีการย้ายนักโทษประมาณ 500 คนจากเรือนจำในจังหวัดคยองซังเหนือ ไปยังเรือนจำแห่งอื่นในชั่วข้ามคืน เพื่อหลีกหนีเปลวเพลิง.