ฉก.พญานาคราชจับสินค้าเกษตรเถื่อน

ฉก.พญานาคราชจับสินค้าเกษตรเถื่อน

ฉก.พญานาคราชจับสินค้าเกษตรเถื่อน

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.

ฉก.พญานาคราช จับผู้ลักลอบขนอโวคาโด 8 ตัน มูลค่า 8 แสนบาท และมะพร้าวเถื่อน 43 ตัน มูลค่า 2.4 ล้านบาท ส่งตำรวจดำเนินคดี

วันนี้ (25 มี.ค.) พ.อ.รวิรักษ์ สัตตบุศย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช (ฉก.พญานาคราช) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชจันทบุรี จับกุมการลักลอบนำเข้าอโวคาโดเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งจัดเป็นสิ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยรับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เข้ามายังบริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องทางซับตารี จุดพรหมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผานมา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบ พบรถกระบะลูกกรง 2 คัน กำลังเคลื่อนตัวผ่านจุดชายแดนไทย-กัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดรถ เพื่อทำการตรวจสอบแหล่งที่มาของพืชชนิดที่บรรทุกมา

สำหรับผู้ต้องหารายแรก หยุดรถให้ตรวจสอบ จึงพบว่าได้บรรทุกอโวคาโด ที่ไม่สามารถแสดงเเหล่งที่มา และไม่มีเอกสารใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับมาด้วย จึงตรวจยึดไว้  ส่วนรถกระบะลูกกรงอีกคัน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวและส่งสัญญาณให้หยุด กลับพยายามเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร จนพบจุดสกัดของด่านกักกันสัตว์จันทบุรี รถกระบะคันดังกล่าว จึงหยุดรถ เมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่สามารถแสดงแหล่งที่มาของอโวคาโด และไม่มีเอกสารใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับมาจึงตรวจยึดไว้ ซึ่งของกลางมีน้ำหนักรวม 8,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 800,000 บาท โดยผู้ต้องหา 2 คน ถูกดำเนินคดีข้อหานำเข้าอโวคาโด ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ดำเนินคดี

อีกรายก่อนหน้านี้ กำลังเจ้าหน้าที่ ฉก.พญานาคราช พร้อมด้วย พ.ต.อ. สราวุฒิ ปรีดาภรณ์ พ.ต.ท. อนันต์ กาวสันเทียะ และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร ร่วมกันจับกุมการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยรับเบาะแส ว่าจะมีการลักลอบขนมะพร้าวเถื่อน เข้ามาในบริเวณพื้นที่ ต.สะตอน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ห่างจากจุดพรหมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา 460 เมตร กำลังเจ้าหน้าที่จึงออกเฝ้าระวังติดตาม ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อมาพบรถบรรทุก ป้ายทะเบียนกัมพูชาต้องสงสัย ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว และได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะมีคนไทย มารอรับซื้อที่โกดัง ด่านสวนส้ม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

ทั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบมะพร้าวที่บรรทุกมาในรถ พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาวกัมพูชา แสดงตนเป็นคนขับ 2 ราย กำลังขนถ่ายมะพร้าวจากรถบรรทุกป้ายทะเบียนกัมพูชา ไปยังรถกระบะบรรทุก ป้ายทะเบียนไทย พบของกลางเป็นมะพร้าว รวมทั้งสิ้น 43,000 กิโลกรัม มูลค่า 2.4 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสิ่งต้องห้ามมิให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงจับกุมตัวไว้พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะตอน รับไว้ดำเนินคดีต่อไป

015

ไทย-ญี่ปุ่นร่วมมือด้านการเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นร่วมมือด้านการเกษตร

ไทย-ญี่ปุ่นร่วมมือด้านการเกษตร

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.27 น.

ไทย-ญี่ปุ่น กระชับความสัมพันธ์ เสริมพลังความร่วมมือด้านการเกษตร

วันนี้ (25 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้หารือร่วมกับ นายคะจิวาระ โทรุ อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เจ้าหน้าที่กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ น.ส.ไปรยา เศวตจินดา ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

นายถาวร กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายหารือถึงผลสำเร็จจากความร่วมมือที่ผ่านมา อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการ “The Capacity Building Workshop on Carbon Credit Methodology for Biochar and other Carbon Dioxide Removal” ซึ่งเป็นการร่วมดำเนินงานระหว่างกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงาน National Agriculture and Food Research Organization (NARO) ของญี่ปุ่น และการต่อยอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามอง

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ติดตามสถานการณ์ดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรระหว่างกัน รวมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญด้านอาหารปลอดภัยเพื่อให้ผู้บริโภคของทั้งสองฝ่ายได้อาหารที่มีคุณภาพ มาตรฐานและปลอดภัย ซึ่งจะได้หารืออย่างใกล้ชิดในการประชุมภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ครั้งที่ 15 ที่จะจัดขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนการเชิญเข้าร่วมจัดงาน Yokohama Expo 2027 ของฝ่ายญี่ปุ่น และสำหรับฝ่ายไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เชิญหน่วยงานของญี่ปุ่น เข้าร่วมจัดแสดงในมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2569 – 14 มี.ค.2570 ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connection People, Water and Plants for Sustainable Living ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์ แห่งผู้คน สายน้ำและพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” และต่อด้วยงานมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา พ.ศ.2572 (Korat Expo 2029) ระหว่างวันที่ 10 พ.ย.2572 – 28 ก.พ.2573 ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature & Greenery: Envisioning the Green Future) ซึ่งนับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในด้านพืชสวนของทั้งสองประเทศต่อไป

015

ที่ปรึกษาฯร่วมงานสัมมนา อนุฯกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร

ที่ปรึกษาฯร่วมงานสัมมนา  อนุฯกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร

ที่ปรึกษาฯร่วมงานสัมมนา อนุฯกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก รมว.เกษตรฯให้เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดภาคใต้

ด้วยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้กำหนดจัดสัมมนาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2568 และสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการกองทุนพื้นฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัด 4 ภูมิภาค เพื่อให้คณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ และสามารถให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานสาขาจังหวัดให้มีแนวทางการดำเนินงานด้านการฟูและพัฒนาอาชีพ การแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่เกษตรกรได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกันเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดทำยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด

ปศุสัตว์เปิดตัวไทยแบล็คDLD ยกระดับโคเนื้อพรีเมี่ยมไขมันแทรก

ปศุสัตว์เปิดตัวไทยแบล็คDLD  ยกระดับโคเนื้อพรีเมี่ยมไขมันแทรก

ปศุสัตว์เปิดตัวไทยแบล็คDLD ยกระดับโคเนื้อพรีเมี่ยมไขมันแทรก

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวภายหลังร่วมเปิดตัวโคเนื้อสายพันธุ์ใหม่ “ไทยแบล็ค DLD” ซึ่งมีนายอิทธิศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ว่าได้เริ่มพัฒนาโคสายพันธุ์ใหม่ โดยใช้แม่โคพื้นเมืองไทยที่มีคุณสมบัติเด่นเรื่องของเส้นใยกล้ามเนื้อละเอียด เลี้ยงง่าย ทนโรค ทนแมลง และให้ลูกดก ผสมกับโคพันธุ์แองกัสที่มีเปอร์เซ็นต์ซากสูงและโคพันธุ์วากิวที่มีไขมันแทรกสูง ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยีจีโนมเพื่อการคัดเลือกพันธุกรรมที่แม่นยำ การใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ประเมินคุณภาพซากขณะโคมีชีวิต และการเพิ่มจำนวนโคที่มีลักษณะดีเยี่ยมผ่านเทคนิคการย้ายฝากตัวอ่อน การพัฒนา “ไทยแบล็ค กรมปศุสัตว์” ไม่เพียงช่วยลดการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างตลาดเนื้อโคระดับพรีเมียมภายในประเทศ และส่งออกไปยังตลาดโลก

กิจกรรมครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้บริโภค ได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโคเนื้อไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ 6 หัวข้อ ได้แก่ 1.การแนะนำโคเนื้อพันธุ์ “ไทยแบล็ค DLD” 2. เทคโนโลยีจีโนมกับการปรับปรุงพันธุ์ 3.การกระจายพันธุกรรมชั้นเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีการผลิตตัวอ่อนภายนอกร่างกายและการย้ายฝากตัวอ่อน 4.แนวทางการเลี้ยงขุนโคเนื้อคุณภาพสูง 5.การประเมินคุณภาพซากโคขณะมีชีวิต และ 6.การประกอบอาหารจากโคเนื้อพันธุ์ “ไทยแบล็ค DLD”

“โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก สวก.และคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อ ภายใต้โครงการการสร้างโคเนื้อพันธุ์ไทยแบล็ค สำหรับผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่ทันสมัย “ไทยแบล็ค DLD” ถือเป็นความสำเร็จของการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อของไทย เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เนื้อโคคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาสายพันธุ์นี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ช่วยลดการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศระยะยาว ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประเทศไทยในการสร้างสายพันธุ์โคเนื้อที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ชื่นชอบเนื้อโคเกรดพรีเมียม” น.สพ.สมชวน กล่าวและว่า ขณะนี้ได้เตรียมน้ำเชื้อแช่แข็งไว้สำหรับให้บริการผสมเทียมให้กับเกษตรกรที่สนใจ โดยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพทั่วประเทศ สำหรับช่องทางการจำหน่ายเนื้อหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโคไทยแบล็ค DLD มีจำหน่ายที่ร้านค้าสวัสดิการกรมปศุสัตว์

‘อิทธิ’รณรงค์งดเผาในพื้นที่ปลูกข้าว

‘อิทธิ’รณรงค์งดเผาในพื้นที่ปลูกข้าว

‘อิทธิ’รณรงค์งดเผาในพื้นที่ปลูกข้าว

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเปิด “โครงการรณรงค์งดเผาฟางและตอซัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดภาวะหมอกควัน” พื้นที่นาข้าว จ.ตาก ที่เทศบาลนครแม่สอด ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ว่าปัจจุบันปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาในที่โล่ง การเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพอนามัยของประชาชน โดย จ.ตาก มีพื้นที่ทำนาประมาณ 355,249.45 ไร่ และในช่วงเดือนมกราคม 2568 พบจุดความร้อน (HOTSPOT)มากที่สุดเป็นลำดับที่ 2 จากทั้งหมด 17 จังหวัดภาคเหนือ รองจาก จ.นครสวรรค์ จึงต้องเร่งทำสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

นายอิทธิ กล่าวว่า กรมการข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร ได้จัดทำโครงการรณรงค์งดเผาฟางและตอซังฯ ในพื้นที่นาข้าวของ จ.ตาก เพื่อแก้ปัญหาการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปัญหาฝุ่น PM2.5 เสริมสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นโดยเน้นไปที่การถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างปลอดภัย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาประยุกต์ใช้ในการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วม เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผาฟางและตอซัง พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ในการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าวแทนการเผา เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภาคการเกษตร และยังสามารถเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยให้เกษตรกรด้วย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่น่าสนใจ อาทิ 1.นิทรรศการภายใต้หัวข้อ “โครงการรณรงค์งดเผาฟางและตอซังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดภาวะหมอกควัน พื้นที่ในนาข้าว จ.ตาก” 2.การสาธิตใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง การไถกลบตอซังข้าว 3.นิทรรศการผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกในนาข้าว เป็นต้น

‘นฤมล’ร่วมหารือ เกษตรฯฟิลิปปินส์ ขยายส่งออกสินค้า เนื้อสัตว์ปีก-ลำไย

‘นฤมล’ร่วมหารือ  เกษตรฯฟิลิปปินส์  ขยายส่งออกสินค้า  เนื้อสัตว์ปีก-ลำไย

‘นฤมล’ร่วมหารือ เกษตรฯฟิลิปปินส์ ขยายส่งออกสินค้า เนื้อสัตว์ปีก-ลำไย

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือกับ H.E. Francisco P. Tiu Laurel, Jr.Secretary of the Department ofAgriculture รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ โดยมีนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้เร่งรัดการปรับแก้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของทั้งสองประเทศ และเทคโนโลยีการเกษตรในปัจจุบัน รวมทั้งเร่งรัดการปรับแก้ข้อตกลงระหว่างกรมประมงแห่งประเทศไทย และกรมประมง และทรัพยากรสัตว์น้ำแห่งฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU)

“ไทยต้องการเปิดตลาดสินค้าเกษตร คือเนื้อสัตว์ปีก และผลลำไยสด ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจากหน่วยงานของฟิลิปปินส์ โดยมีการติดตามความคืบหน้าเพื่อให้ไทยสามารถขยายตลาดสินค้าเกษตรได้มากขึ้น รวมทั้งแสดงความสนใจนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรฟิลิปปินส์ โดยสินค้าที่ฝ่ายฟิลิปปินส์สนใจจะนำเข้า ได้แก่ ข้าว และเนื้อสุกร” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 15 ของไทย ในระหว่างปี 2565-2567 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตร คิดเป็นร้อยละ 1.87 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก

‘รจนาเสี่ยงพวงมาลัย’ ผลงานอาร์ตไทยของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ทำลายสถิติประมูลสูงสุดถึง 16.8 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโมเดิร์นอาร์ตยุคบุกเบิกของไทย

‘รจนาเสี่ยงพวงมาลัย’ ผลงานอาร์ตไทยของ อ.จักรพันธุ์  โปษยกฤต ทำลายสถิติประมูลสูงสุดถึง 16.8 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโมเดิร์นอาร์ตยุคบุกเบิกของไทย

‘รจนาเสี่ยงพวงมาลัย’ ผลงานอาร์ตไทยของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ทำลายสถิติประมูลสูงสุดถึง 16.8 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของโมเดิร์นอาร์ตยุคบุกเบิกของไทย

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น จัดงานประมูลศิลปะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Golden Horizons – The Extraordinaire 2025 ซึ่งปิดฉากไปอย่างงดงาม ได้รับความสนใจจากกลุ่มอาร์ตเลิฟเวอร์ทุกยุคเข้าร่วมประมูล โดยผลงานอาร์ตไทยชิ้นมาสเตอร์พีซของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ชุด “รจนาเสี่ยงพวงมาลัย” มีผู้ประมูลสูงสุดทำลายสถิติที่ 16.8 ล้านบาท ตอกย้ำความแข็งแกร่งของผลงานโมเดิร์นอาร์ตไทยของศิลปินระดับปรมาจารย์ที่ยังคงครองใจนักสะสม

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธาน บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น (Bangkok Art Auction) กล่าวว่า งานประมูลศิลปะ “Golden Horizons – The Extraordinaire 2025” เป็นงานประมูลที่ได้รวบรวมผลงานระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินชั้นครูที่ได้รับการยอมรับทั้งของไทยและต่างประเทศกว่า 100  ชิ้น รวมไปถึงกลุ่มศิลปินรุ่นใหม่ ซึ่งครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรักศิลปะมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธาน บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น

‘รจนาเสี่ยงพวงมาลัย พ.ศ. 2540’ ผลงานของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต

ผลงาน Rusty Mario ของ ชีส อานนท์

การประมูลครั้งนี้  มีผลงานระดับตำนานของศิลปินชั้นครูเข้าร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก อาทิ อ.จักรพันธุ์  โปษยกฤต, อ.ถวัลย์ ดัชนี, Andy Warhol, Yves Klein, อ.ประเทือง เอมเจริญ และ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข เป็นต้น ครอบคลุมทั้งศิลปะโมเดิร์นอาร์ต ศิลปะร่วมสมัย ทั้งนี้ ผลงาน Masterpiece ของ “อ.จักรพันธุ์  โปษยกฤต” ในชื่อ “รจนาเสี่ยงพวงมาลัย” เป็นผลงานที่มีราคาสูงสุดของการประมูลในครั้งนี้กว่า 16.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติการประมูลสูงสุดใหม่ของ อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต ที่สูงที่สุดที่เคยมีมา นอกจากนี้ ยังมีงานในกลุ่ม Modern Art ที่ทำลายสถิติอีกหลายศิลปิน ได้แก่ “ก้าม” ในผลงาน DIDEDODIN ถูกประมูลไปในราคา 1,160,500 บาท และผลงาน Rusty Mario ของ ชีส อานนท์ ถูกประมูลไปในราคา 324,940 บาท นอกจากนั้นผลงาน ช่วง มูลพินิจ ในภาพ Untitled 1997 ในขนาดเพียง 74 เซนติเมตร จบประมูลไปที่ 301,730 บาท อย่างน่าประทับใจ

ภาพ Untitled 1997 ช่วง มูลพินิจ

ประธาน บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น กล่าวอีกว่า การประมูลในครั้งนี้ เป็นที่น่าพอใจ มีผู้เข้าร่วมประมูลคับคั่ง แสดงถึงความตื่นตัวของนักสะสมที่ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ โดยมีผู้ที่เข้ามาร่วมประมูลครั้งแรกหลายคน รวมทั้งผู้ที่มาหาศิลปะล้ำค่า เพื่อตกแต่งบ้านในงานประมูล เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ และราคาที่เป็นธรรม

บรรยากาศการประมูลศิลปะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Golden Horizons – The Extraordinaire 2025

ทั้งนี้ บางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น มุ่งมั่นในการจัดงานประมูลให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับนานาชาติเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันศิลปินไทย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการประมูลผลงานศิลปะครั้งต่อไปได้ที่เว็บไซต์ https://bangkokartauction.com/  หรือทาง Facebook: Bangkok Art Auction 

กลับมาอีกครั้ง SabuyWedding Festival 2025 ประตูสู่โลกงานแต่งในฝัน จัดเต็มกว่า200ร้านดัง

กลับมาอีกครั้ง SabuyWedding Festival 2025 ประตูสู่โลกงานแต่งในฝัน จัดเต็มกว่า200ร้านดัง

กลับมาอีกครั้ง SabuyWedding Festival 2025 ประตูสู่โลกงานแต่งในฝัน จัดเต็มกว่า200ร้านดัง

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

เหล่าคู่รักและว่าที่คู่บ่าวสาวที่ต้องการจัดงานแต่งงานในสไตล์ของตัวเอง เตรียมพบกับดินแดนแห่งความรักและแรงบันดาลใจที่จะช่วยเนรมิตงานแต่งในฝันให้กลายเป็นจริง การกลับมาอีกครั้งของมหกรรมงานเวดดิ้งแฟร์สุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่คู่รักทุกคู่รอคอย SabuyWedding Festival 2025 โดยคุณดวงฤทัย ชยารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สบายแฟมิลี่ จำกัด ปรากฎการณ์ครั้งใหม่ของเวดดิ้งแฟร์ที่ช้อป ชิล สบายใจ ไม่มีฮาร์ดเซลล์ โดยขนทัพสินค้าและบริการเพื่อการจัดงานแต่งงานที่บ่าวสาวรุ่นพี่บอกต่อกว่า 200 ร้านค้า อาทิ โรงแรมชั้นนำมากกว่า 50 แห่ง, เวดดิ้งแพลนเนอร์และออแกไนซ์เซอร์ชื่อดัง, แบรนด์ชุดแต่งงานยอดนิยม, ช่างภาพงานแต่งตัวท็อป, ร้านเพชรและแหวนแต่งงานหลากดีไซน์ที่ราคาดีต่อใจ และร้านค้างานแต่งอื่นๆ แบบครบ จบ ในที่เดียว! ระหว่างวันที่ 29 – 30 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โดยบรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความหวานและการตกแต่งสุดโดดเด่น ซึ่งมีไฮไลท์ที่น่าสนใจ พร้อมสเปเชียลโปรโมชัน และกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับว่าที่บ่าวสาวที่เข้าร่วมงานแบบจัดเต็ม อาทิ ลุ้นรับ Cash Voucher, บัตรรับประทานอาหาร, ทริปฮันนีมูนในฝันจาก MASON Pattaya, Mövenpick Hotels & Resorts, SO Sofitel Hua Hin และของรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ตลอดจนกิจกรรมดูดวงความรักและปรึกษาเรื่องฤกษ์โดย อ. Otto และแฟชั่นโชว์ชุดแต่งงานชาย-ชายจากแบรนด์ Myriad Grand Monde ซึ่งนำโดยเหล่าดารา-นายแบบสุดปัง อาทิ ต้า นันคุณ ภัคภัทรพรพบ, อัส นิติธร อัครโชติโสภณ, อินทัช กูรมะสุวรรณ, เอฟโฟร์ พีรวิชญ์ โชติมานนท์,  ธ๊อป ณฐนน ณรธัญวิรุณ Mister Supranational thailand 2023 และบุ๊ค คมสัน ศรีมงคลศิริ รองอันดับ 4 Mister Supranational Thailand 2023 พร้อมเสียงเพลงเพราะ ๆ จาก แตงโม The Voice และแบรนด์ Tiara Bridal ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ เพื่อทุกคู่รักที่อยากแต่งงานอีกมากมาย

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ https://festival2025.sabuywedding.com/ พร้อมรับสิทธิลุ้น Cash Voucher Shopping ฟรี!! รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Line: @SabuyWedding หรือ Facebook: Sabuywedding หรือ http://www.sabuywedding.com

วัน แบงค็อก ชวนชมกายกรรมระดับโลก Café Oui-We ส่งตรงจากฝรั่งเศส

วัน แบงค็อก  ชวนชมกายกรรมระดับโลก Café Oui-We ส่งตรงจากฝรั่งเศส

วัน แบงค็อก ชวนชมกายกรรมระดับโลก Café Oui-We ส่งตรงจากฝรั่งเศส

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

วัน แบงค็อก ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมสนับสนุน Café Oui-We! กายกรรมร่วมสมัยระดับโลกที่น่าหลงใหลจากประเทศฝรั่งเศส พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยการแสดงซึ่งผสมผสานระหว่างกายกรรมอันน่าทึ่งและการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ด้วยรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยการแสดงนี้เป็นผลงานจากการสร้างสรรค์ของ โคลเอ้ ฟารา (Chloé Farah) ผู้มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะกายกรรมนานาชาติ และยังได้เคยฝากผลงานไว้ในโชว์ที่มีชื่อเสียงก้องโลก อย่าง “Festival du Cirque de Demain” และ “Cirque du Soleil” โดย Café Oui-We! จัดแสดงที่สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 18 พฤษภาคม 2568 และยังมี Pop-up Performance พิเศษสำหรับ วัน แบงค็อก ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2568

จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม และผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “วัน แบงค็อก ต้องการสร้างสรรค์ชุมชนที่ซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมประสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน ซึ่งเห็นได้จากความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ Bonjour Bonsoir หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย และ Bangkok Accueil ในการนำความมหัศจรรย์จากการแสดงของ Café Oui-We! มาสู่ประเทศไทย เพื่อให้ทุกคนได้เปิดโลกทัศน์สู่ขอบเขตทางศิลปะใหม่ ๆ ขยายมุมมองทางความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย”

“การแสดงกายกรรมชุดนี้เป็นผลงานการแสดงศิลปะซึ่งหาชมได้ยากในประเทศไทย สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ วัน แบงค็อก ในการส่งเสริมให้ศิลปะเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ Café Oui-We! มิได้เป็นเพียงความบันเทิงรูปแบบทั่วไป หากยังเป็นเสมือนสื่อกลางที่เชิญชวนให้ผู้ชมเข้าไปสู่โลกแห่งการท้าทายแรงโน้มถ่วง กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกให้ตื่นเต้น และชื่นชมความงดงามของความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงมนุษย์เข้าด้วยกัน  เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ให้ทุกคนได้ร่วมชื่นชมช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ และสร้างความสัมพันธ์ผ่านศิลปะซึ่งเป็นภาษาสากล” จรินทร์ทิพย์เสริม

Café Oui-We! จัดแสดงที่สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ถึง 18 พฤษภาคม 2568 เป็นการแสดงกายกรรมซึ่งบอกเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ของการพบปะกันระหว่างผู้คนอันหลากหลายในคาเฟ่ใจกลางสนามบินนานาชาติทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ชวนให้ผู้ชมรู้สึกสนุก ตื่นเต้น และประทับใจ ด้วยเรื่องราวของโชคชะตาที่นำพามาให้พบกัน กับรูปแบบการนำเสนอที่ก้าวข้ามแนวทางเดิม ๆ พร้อมวิธีการเล่าเรื่องที่ชวนให้ติดตามผ่านตัวละครต่าง ๆ ทั้งนักท่องเที่ยวชาวบราซิลที่ร่าเริง นักธุรกิจผู้หลงใหลในการเต้นรำ และพี่น้องสองคนที่ตัวติดกันอยู่เสมอ พวกเขาจะมาร่วมสร้างความผูกพันในรูปแบบที่คาดไม่ถึงผ่านการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกและความสามารถทางกายกรรมอันน่าทึ่ง

พบการแสดง Pop-up รอบพิเศษของ Café Oui-We! ที่ออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ของ วัน แบงค็อก จัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา 15:00 น. ที่บริเวณ Parade Square ชั้น G ซึ่งเป็นโอกาสที่ทุกคนในโครงการ วัน แบงค็อก จะได้ร่วมชมส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ของ Café Oui-We! อย่างใกล้ชิด โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  

สำรองที่นั่งเพื่อสัมผัสความมหัศจรรย์เต็มรูปแบบของ Café Oui-We! ที่สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพฯ ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ https://megatix.in.th/events/caf-oui-we-at-alliance-francaise-de-bangkok-first-season

038

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ ‘AGILEᴰˣᴿˣ2025’ เจาะลึก ‘BIG3’ 3 โรคร้าย

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ 'AGILEᴰˣᴿˣ2025' เจาะลึก 'BIG3' 3 โรคร้าย

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เชิญชวนร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ ‘AGILEᴰˣᴿˣ2025’ เจาะลึก ‘BIG3’ 3 โรคร้าย

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ International Early Lung Cancer Action Program (I-ELCAP) และ iDNA – The Institute for DiagNostic Accuracy  จัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ AGILEᴰˣᴿˣ2025  ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 ณ โรงแรม โอคุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ

การประชุมนานาชาติครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเพื่อขับเคลื่อนการตรวจคัดกรอง CT ทรวงอก สำหรับ โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง —“BIG3” สามโรคร้ายที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วโลก

มาร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยนแนวคิด และเจาะลึกไปกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในประเด็นสำคัญ:

– การเพิ่มประสิทธิภาพรูปแบบการตรวจคัดกรองและการดูแล

– นวัตกรรม AI เพื่อการตรวจพบโรคระยะเริ่มต้น

– กลยุทธ์ระดับโลกสำหรับการนำไปใช้จริง

โดยหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้ จะนำเสนอในหัวข้อเรื่องการตรวจคัดกรองโรคปอดด้วย CT scan เพื่อค้นหา โรคมะเร็งปอด, โรคหัวใจและหลอดเลือด และ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งทั้ง 3 โรคนี้เป็น “BIG3” ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเกือบครึ่งของประชากรโลก ดังนั้นงานนี้จึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ที่ต้องการพัฒนาการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการดูแลแบบบูรณาการ

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานทั้งแบบ on-site และ online โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน เข้าชมกำหนดการและลงทะเบียนร่วมงานได้ที่: https://agiledxrx.org/ bit.ly/4bG8Dt1

ประชุมนานาชาติครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเพื่อขับเคลื่อนการตรวจคัดกรอง CT ทรวงอก สำหรับ มะเร็งปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด และ COPD—สามโรคร้ายที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วโลก

มาร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยนแนวคิด และเจาะลึกไปกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในประเด็นสำคัญ:

– การเพิ่มประสิทธิภาพรูปแบบการตรวจคัดกรองและการดูแล

 – นวัตกรรม AI เพื่อการตรวจพบโรคระยะเริ่มต้น

 – กลยุทธ์ระดับโลกสำหรับการนำไปใช้จริง

 – ดูรายละเอียดกำหนดการ & ลงทะเบียนได้ที่: https://agiledxrx.org/   ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน!