‘กรมการข้าว’จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

'กรมการข้าว'จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

‘กรมการข้าว’จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.20 น.

กรมการข้าว จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ขับคเลื่อนระบบการผลิตข้าวสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน ภายใต้โครงการสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา ตำบลหนองบัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน อีกทั้งให้มีการลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันข้าวในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐพยายามให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมาโดยตลอด แต่การสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรในพื้นที่ จะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการขับเคลื่อนระบบการผลิตข้าว ในระยะยาว การร่วมกันแก้ปัญหาด้านการพัฒนาการผลิตข้าวที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ และอยู่ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็งอย่างจริงจัง จึงมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

ด้านอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า กรมการข้าวมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรวมตัวกันจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพื่อเป็นรากฐานในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าว ซึ่งในปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชน ที่ขึ้นทะเบียนแล้วจำนวน 5,704 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิต และกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชนและประเทศ และสร้างความเข้มแข็งของเกษตรในพื้นที่ ตลอดจนลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร ที่ศูนย์ข้าวชุมชนขาดแคลน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน กรมการข้าวจึงจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ขึ้น ซึ่งภายในงานมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการบรรยายให้ความรู้ ที่สนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพข้าวในครัวเรือน โดยกรมการข้าวสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ดังนี้ 1.เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 10 เครื่อง 2.โดรนสำรวจ จำนวน 100 ลำ 3.เมล็ดพันธุ์ดี จำนวน 3,000 ตัน ภายใต้โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2568 4.เมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 270,796 กิโลกรัม ภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 5.สารชีวภัณฑ์ จำนวน 5,413,800 กรัม ภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย 6.ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จำนวน 5,413,800 มิลลิลิตร ภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ 7.ปุ๋ยเคมี จำนวน 902,501 กิโลกรัม ภายใต้โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

– 006

ชป.ร่วมงาน MOU ความร่วมมือด้านการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค

ชป.ร่วมงาน MOU ความร่วมมือด้านการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค

ชป.ร่วมงาน MOU ความร่วมมือด้านการขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

เช้าวันนี้ (10 เมษายน 2568) นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม เป็นผู้แทนกรมชลประทาน เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือด้านการขยายตลาดส่งออกสินค้าทางการเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค ระหว่างองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และ Food Terminal Incorporated (FTI) จากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ณ ลานกิจกรรมตลาดน้ำ อ.ต.ก. จตุจักร กรุงเทพมหานคร

การลงนามครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือด้านเกษตรกรรมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยและกระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ เพื่อส่งเสริมและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรของไทยในตลาดต่างประเทศ ผ่านโครงการ KADIWA PROGRAM ของรัฐบาลฟิลิปปินส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค และช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยสู่ตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

– 006
 

รองปลัดฯร่วมประชุมฺBIMSTECด้านเกษตร

รองปลัดฯร่วมประชุมฺBIMSTECด้านเกษตร

รองปลัดฯร่วมประชุมฺBIMSTECด้านเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.23 น.

รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี BIMSTEC ด้านการเกษตร ครั้งที่ 3

วันนี้ (10 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี BIMSTEC ด้านการเกษตร ครั้งที่ 3 (Third BIMSTEC Ministerial Meeting on Agriculture: 3rd BAMM โดยมีรัฐบาลเนปาล เป็นเจ้าภาพ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยในที่ประชุมมีการพิจารณารายงานผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส BIMSTEC ด้านการเกษตร ครั้งที่ 3 (3rd SOM-A) การประเมินความก้าวหน้าของความร่วมมือ และการกำหนดทิศทางในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และประเด็นสำคัญอีกประการของการประชุมคือการพิจารณาและรับรองแผนปฏิบัติการ (Plan of Action – PoA) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมงและปศุสัตว์ของ BIMSTEC ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญสำหรับการดำเนินกิจกรรมและความร่วมมือในสาขาเหล่านี้ระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมรัฐมนตรี BIMSTEC ด้านการเกษตร ครั้งที่ 3 ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกันของประเทศสมาชิกในการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยแถลงการณ์ร่วมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันในประเด็นต่างๆ อาทิ การส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร การอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตร และการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อภาคการเกษตร

ดร.ถาวร กล่าวย้ำว่า ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรภายใต้กรอบ BIMSTEC เนื่องจากประเทศไทยตระหนักดีถึงบทบาทสำคัญของภาคการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการขจัดความหิวโหย และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการเตรียมความพร้อมความร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการ “พลิกโฉมภาคการเกษตรให้เป็นภาคส่วนที่มีความยืดหยุ่นและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับทุกชาติสมาชิก BIMSTEC” พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า “ด้วยความร่วมมือกัน เราจะสามารถสร้างอนาคตที่ภาคการเกษตรจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความร่วมมือในภูมิภาค”

ทั้งนี้ การประชุมรัฐมนตรี BIMSTEC ด้านการเกษตร ครั้งที่ 3 นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับรองแผนปฏิบัติการด้านการประมงและปศุสัตว์ และการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันผ่านแถลงการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาภาคการเกษตรที่ยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค BIMSTEC

015

กยท.ลงนาม 2 MOU ขับเคลื่อนด้านโลจิสติกส์

กยท.ลงนาม 2 MOU ขับเคลื่อนด้านโลจิสติกส์

กยท.ลงนาม 2 MOU ขับเคลื่อนด้านโลจิสติกส์

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.49 น.

กยท. เดินหน้าสร้างเครือข่ายพันธมิตร ลงนาม 2 MOU ขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ – ยกระดับผลิตภัณฑ์ล้อยางไทยแบรนด์ “Greenergy Tyre”

วันนี้ (10 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานวันยางพาราภาคตะวันออก ประจำปี 2568 จ.จันทบุรี การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)  2 ฉบับ ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันเกษตรกรฯ ผลักดันความร่วมมือด้านโลจิสติกส์สนับสนุนผลิตภัณฑ์ยาง กยท. กับบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด และ ความร่วมมือด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราแบรนด์ “Greenergy Tyre“ กับบริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และสหกรณ์ตราดยางพารา จำกัด มุ่งยกระดับ พัฒนานวัตกรรมแปรรูปยางพาราอย่างครบวงจร ควบคู่กับการวางระบบโลจิสติกส์ยางที่มีประสิทธิภาพ

ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการ กยท.กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับ ที่ กยท.ได้ลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ กยท.ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับแรกระหว่าง กยท.กับ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และสหกรณ์ตราดยางพารา จำกัด มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ล้อยางมอไซค์แบรนด์ “Greenergy Tyre” ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน โดยทางด้านบริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาส่วนช่วยในเรื่องการนำเอาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตที่มีมาตรฐานเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตล้อยางมอไซค์แบรนด์ “Greenergy Tyre” โดยใช้วัตถุดิบยางพาราจากพี่น้องเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางส่งยางเข้าสู่กระบวนการผลิต เพิ่มมูลค่าให้กับยางไทยจากวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จะเป็นการสนับสนุนช่องทางประชาสัมพันธ์และการตลาด พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านผลิตภัณฑ์ยางในภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจของ กยท. ในการสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมยางอย่างยั่งยืน และสอดรับกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและการสร้างเสถียรภาพด้านราคา ทั้งนี้ จะต่อเนื่องไปกับอีกหนึ่งบันทึกข้อตกลงที่ กยท. และบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ได้ลงนามร่วมกัน ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงาน จะดำเนินงานร่วมกันโดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรครอบคลุมการวางแผนเส้นทางขนส่ง การบริหารจัดการคลังสินค้า การติดตามสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ และการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการขนส่งผลิตภัณฑ์ยาง เป็นการลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการยางพารา ซึ่งจะช่วยให้การจัดส่งผลิตภัณฑ์ยางพาราของ กยท. อาทิ ยางล้อมอไซค์ หมอนยางพารา และผลิตภัณฑ์ยางพาราอื่นๆ ถึงมือผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับความต้องการของลูกค้าและตอบโจทย์การบริการอย่างมีคุณภาพในอนาคต

“การลงนาม MOU ทั้ง 2 ฉบับในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการยกระดับศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานยางพาราไทย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางในระยะยาวต่อไป” ดร.เพิก กล่าว

015

ฝนหลวงลุยแก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนือต่อเนื่อง

ฝนหลวงลุยแก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนือต่อเนื่อง

ฝนหลวงลุยแก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนือต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.08 น.

อธิบดีฝนหลวงฯ สั่งลุยบรรเทาฝุ่นภาคเหนือต่อเนื่อง ไม่เว้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดินหน้าทำฝนหลวง ช่วยพื้นที่เกษตรทุกภูมิภาค และบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ

วันนี้ (10 เม.ย.) นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือยังอยู่ในระดับปานกลาง จนถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งกรมฝนหลวงฯ โดยหน่วยดัดแปรสภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ และจังหวัดพิษณุโลก จึงวางแผนปฏิบัติการด้วยเทคนิคการก่อเมฆ เลี้ยงเมฆให้อ้วน เพื่อดูดซับและระบายฝุ่นออกจากพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงใช้เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการสเปรย์น้ำเย็นเพื่อระบายฝุ่นออกจากชั้นอุณหภูมิผกผัน ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงวันที่ 6-7 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการช่วยพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา ตาก เชียงราย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ และกำแพงเพชร ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองลดลงในระดับหนึ่ง และมีฝนตกบริเวณพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่กำลังจะมาถึง ทางกรมฝนหลวงฯ จะยังคงปฏิบัติภารกิจบรรเทาฝุ่นละอองขนาดเล็กทุกวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนอากาศสะอาดให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้กันอย่างปลอดภัย

นายราเชน กล่าวอีกว่า นอกจากภารกิจการบรรเทาฝุ่น PM2.5 แล้ว ขณะนี้ได้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีความต้องการมาตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.2568 และในเดือน เม.ย.นี้ มีการปรับแผนตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำเดือน เม.ย.รวม 5 หน่วย ได้แก่ หน่วยฯ จังหวัดนครราชสีมา หน่วยฯ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยฯ จังหวัดนครสวรรค์ หน่วยฯ จังหวัดจันทบุรี และหน่วยฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งจะเน้นช่วยพื้นที่การเกษตรที่กำลังเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก และเติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่า 30% สำหรับผลปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.–7 เม.ย.2568 พบว่า ปฏิบัติการฝนหลวงไปแล้ว 32 วัน 256 เที่ยวบิน มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 47.63 ล้านไร่ มีฝนตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 14 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง-เล็ก 37 แห่ง ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสม 34.34 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ ตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงสัปดาห์นี้ประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้มีการตั้งหน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยฯ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเฝ้าระวังการปฏิบัติการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ โดยใช้เครื่องบินปรับความดัน Super King Air และเครื่องบิน Alpha Jet ปฏิบัติการเพื่อให้ตกเป็นฝน ลดความรุนแรงและความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 1 มี.ค.–7 เม.ย.2568 ปฏิบัติการไป 10 วัน 16 เที่ยวบิน ใช้พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ 361 นัด ปฏิบัติการในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่  จ.อุดรธานี สกลนคร ชัยภูมิ หนองบัวลำภู สุโขทัย เพชรบูรณ์ นครราชสีมา ลพบุรี มหาสารคาม ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ และเลย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย @drraa_pr หรือขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วทุกภูมิภาค หรือโทรศัพท์หมายเลข 02-109-5100 ต่อ 410

015

ปลัดเกษตรฯเยี่ยมการเตรียมพระโคพระราชพิธีพืชมงคล

ปลัดเกษตรฯเยี่ยมการเตรียมพระโคพระราชพิธีพืชมงคล

ปลัดเกษตรฯเยี่ยมการเตรียมพระโคพระราชพิธีพืชมงคล

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.06 น.

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตรวจเยี่ยมการจัดเตรียมพระโคในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

วันนี้ (10 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการจัดเตรียมพระโคในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 พร้อมด้วยเทพีคู่หาบทอง-คู่หาบเงิน ผู้ปฏิบัติหน้าที่จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี ต.หนองโพ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า กระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยพระโคแรกนาขวัญ และพระโคสำรอง ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ที่กรมปศุสัตว์ ได้คัดเลือก 2 คู่ คือพระโคแรกนาขวัญ 1 คู่ ได้แก่ พระโคพอ พระโคเพียง และพระโคสำรอง 1 คู่ ได้แก่ พระโคเพิ่ม พระโคพูล เป็นโคพันธุ์ขาวลำพูนที่ได้รับการคัดเลือกตามเกณฑ์ คือ เป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย มีเขาลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงามดี มีขวัญหน้าขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้อง มีขาและกีบข้อเท้าแข็งแรง มองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม

สำหรับพระโคในทางศาสนาพราหมณ์ หมายถึงเทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร ซึ่งเปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข็ง และเป็นสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแล ซึ่งเปรียบได้กับความอุดมสมบูรณ์  ดังนั้นในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้ใช้พระโคเพศผู้เข้าร่วมพระราชพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมทั้งเทพีคู่หาบทอง-คู่หาบเงิน ได้รับชมการสาธิตการฝึกซ้อมไถโดยพระโคคู่แรกนา และพระโคสำรอง รวมทั้งร่วมการฝึกซ้อมไถกับพระโคคู่แรกนา ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี ซึ่งการตรวจเยี่ยมการจัดเตรียมพระโคในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ด้วย

015

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ ประชุม คกก.บริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ครั้งที่ 2/2568

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ ประชุม คกก.บริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ครั้งที่ 2/2568

‘อธิบดีกรมชลประทาน’ ประชุม คกก.บริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ครั้งที่ 2/2568

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.13 น.

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ครั้งที่ 2/2568  โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นายสมชาย คณาประเสริฐกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรม นางสุนทรี ใหญ่สว่าง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษศาสตร์ การเงิน การคลัง นายโรจน์วัฒน์ อินทร์ทุ่ง ผู้อำนวยการกองแผนงาน ในฐานะผู้บริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน นางนิตยา ปานขำ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ กองแผนงาน พร้อมด้วย ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม  ณ ห้องประชุมกรมชลประทาน ชั้น 3 อาคารอำนวยการ กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบ zoom meeting

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อพิจารณาการขอยกเลิกการจัดซื้อครุภัณฑ์ การขออนุมัติแผนการดำเนินงานเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการชลประทาน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2568 และการขออนุมัติคืนรายได้ค่าชลประทาน สำหรับผู้ได้รับยกเว้นค่าใช้น้ำสำหรับการใช้น้ำประเภทที่สองและประเภทที่สาม ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกฎระเบียบ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ให้ทุกหัวใจได้เต้นต่อ เดินหน้าสร้าง ‘อาคาร 100 ปี โงวฮก’ ศูนย์รักษาโรคหัวใจครบวงจร

ให้ทุกหัวใจได้เต้นต่อ  เดินหน้าสร้าง ‘อาคาร 100 ปี โงวฮก’  ศูนย์รักษาโรคหัวใจครบวงจร

ให้ทุกหัวใจได้เต้นต่อ เดินหน้าสร้าง ‘อาคาร 100 ปี โงวฮก’ ศูนย์รักษาโรคหัวใจครบวงจร

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.04 น.

เพราะโรคหัวใจรอไม่ได้… โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ “อาคาร 100 ปี โงวฮก” เพื่อเร่งเดินหน้าก่อสร้างศูนย์รักษาโรคหัวใจครบวงจร เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น ลดระยะเวลารอคอย และช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ทันเวลา โดยมี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย แพทย์หญิงเสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว คณะผู้บริหาร และ บุษดี เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์ เข้าร่วมในพิธี

ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2564 โรงพยาบาลบ้านแพ้วได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายภาคเอกชน อาทิ บริษัท โงวฮก จำกัด มูลนิธิศุภชัย-บุษดี เจียรวนนท์ รวมถึงประชาชนทั่วไปและลูกค้าทรู ร่วมบริจาคผ่านแคมเปญ “ให้ทุกหัวใจได้เต้นต่อ” เพื่อระดมทุนสร้างศูนย์ผ่าตัดหัวใจ ทรวงอก และหลอดเลือด โดยได้รับยอดบริจาครวมกว่า 46 ล้านบาท และเพื่อสานต่อภารกิจอีกทั้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์ รองรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการก่อสร้าง “อาคาร 100 ปี โงวฮก” ขึ้นใหม่ โดยอาคารแห่งนี้มีความสูง 14 ชั้น พร้อมให้บริการด้านโรคหัวใจอย่างครบวงจร ประกอบด้วย คลินิกโรคหัวใจและโรคปอด  หออภิบาลผู้ป่วยหัวใจ (CCU)  ห้องสวนหัวใจ (CATH LAB) และห้องผ่าตัดหัวใจ  ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ห้องประชุมวิชาการและศูนย์วิจัยโรคหัวใจ  ลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับโรงพยาบาลบ้านแพ้วให้เป็น ศูนย์กลางการรักษาและวิจัยโรคหัวใจระดับประเทศรองรับผู้ป่วยได้ไม่น้อยกว่า 1,000 คนต่อวัน และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2572

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจเข้าถึงการรักษา และลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัดให้โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้วเป็น “ความหวัง” ของทุกหัวใจที่ได้เต้นต่อ ผ่านช่องทางดังนี้ บัญชีธนาคาร : ศูนย์ผ่าตัดหัวใจ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ,ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 745-0-57961-8(สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) ทรูมันนี่ วอลเล็ท คลิก: https://tmn.app.link/BGHDONATE ดูรายละเอียดข้อมูลการบริจาคเพิ่มเติมที่ https://donate.bphosp.or.th หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รับบริจาค รพ.บ้านแพ้ว โทร.034-419573 , 082-4762773

‘ริเวอร์เดล มารีน่า’ ชวนล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ปักหมุดโปรเด็ด 5 ร้านริมน้ำเจ้าพระยา

‘ริเวอร์เดล มารีน่า’ ชวนล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ปักหมุดโปรเด็ด 5 ร้านริมน้ำเจ้าพระยา

‘ริเวอร์เดล มารีน่า’ ชวนล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ปักหมุดโปรเด็ด 5 ร้านริมน้ำเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.57 น.

ริเวอร์เดล มารีน่า ศูนย์กลางและผู้ให้บริการด้านเรือ และกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจร บนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภายใต้ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในเครือ เอ็ม บี เค ชวนทุกท่านมาเพลิดเพลินกับบริการสุดประทับใจจาก Marina Boat Charter ตลอด 3 ชั่วโมงของการล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก  แวะร้านอาหารดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ดื่มด่ำความโรแมนติกริมสองฝั่ง ท่ามกลางบรรยากาศสุดฟิน เหมาะสำหรับมื้อพิเศษกับคนที่คุณรักและครอบครัว สัมผัสมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยาไปกับ เรือ Riverdale Marina M17 พิเศษ! เพียง 4,900 บาท พร้อมโปรโมชันเฉพาะลูกค้าริเวอร์เดล มารีน่า เมื่อแวะ 5 ร้านอาหารริมน้ำ รับส่วนลดทันที 10% (ยกเว้นกุ้งเผาและเครื่องดื่ม)

Marina Boat Charter ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก  ดื่มด่ำความโรแมนติกริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 

ปักสมอร้านแรกที่ ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว ใครมาร้านนี้ไม่สั่งกุ้งแม่น้ำเผา ถือว่ามาไม่ถึง เพราะความของสดของเนื้อกุ้งแน่น ๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของทางร้านรสชาติจัดจ้าน  บวกกับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จากการเผาด้วยเตาแบบโบราณ  ทานคู่กับข้าวผัดมันกากหมูกลิ่นกระทะหอมอ่อนๆ  ยำเนื้อย่างโบราณคลุกเคล้าแตงกวาครบรสเผ็ดเปรี้ยวหวาน  ปลาช่อนลุยสวนที่คัดสรรปลาตัวใหญ่ ทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน และที่ขาดไม่ได้น้ำพริกมะขามแม่จินเสิร์ฟพร้อมผักสด  

ครัวบุษบัน กุ้งเผา วอเตอร์วิว

อึกทึกซีฟู้ด ร้านอาหารสไตล์ชาวเล บรรยากาศติดริมน้ำเจ้าพระยาสุดโรแมนติก ตกแต่งร้านด้วยไม้เก่าผสมผสานเฟอร์นิเจอร์อย่างลงตัว เหมาะกับการพาครอบครัวหรือยกก๊วนเพื่อนมานั่งชิลมองวิวริมน้ำ จุดเริ่มต้นของบ้านอึกทึก บอกเล่าความเป็นมาของครอบครัวชาวประมงพื้นบ้านที่ลูกหลานชาวเลพากันออกเรือหาปูหาปลา ได้มาบางส่วนนำไปขายบางส่วนแบ่งมาทำอาหารให้กับคนที่รักกินกันในครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาถ่ายทอดความรู้สึกของความผูกพันภายในครอบครัวและผู้ที่มาเยือน

อึกทึกซีฟู้ด ร้านอาหารสไตล์ชาวเล

โรงน้ำชา 90′  ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดี  ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยบรรยากาศสบายๆ แบบกันเองเหมือนทานอาหารที่บ้าน  พร้อมวงดนตรีฟังเบาๆ  ฟิวนั่งสังสรรค์กับเพื่อนฝูง มีที่นั่งให้เลือกหลายมุม  ไม่ว่าจะเป็นบนแพหรือริมแม่น้ำ เมนูแนะนำสุดจึ้ง! TATAKI เนื้อวัวสดหั่นมาเป็นชิ้นเบิร์นไฟเล็กน้อยราดน้ำซอสโชยุ กินคู่กับวาซาบิสด สัมผัสกลิ่นหอมความหวานของเนื้อผสมกับซอสออกรสเปรี้ยว แหนมซี่โครงกระดูกอ่อนทอดกรอบนอกนุ่มใน  หมูกรอบทอดน้ำปลา หมูกรอบทอดน้ำมาผัดแบบน้ำคลุกคลิก เป็นต้น

โรงน้ำชา 90′  ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศดี  

โรงสี สตูดิโอ คาเฟ่ในโรงสีเก่าแก่ อายุกว่า100 ปี ตั้งอยู่บนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พื้นที่กว้างขวางมีโซนให้เลือกหลากหลายสไตล์  ภายในคาเฟ่เป็นเรือนกระจกสามารถมองวิวริมน้ำผ่อนคลายสายตาได้แบบ 360 องศา นั่งชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ตกแต่งร้านโทนวินเทจ เฟอร์นิเจอร์บางอย่างมาจากโรงสีเก่าดั้งเดิม ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะกับครอบครัวและคู่รัก อาหารพร้อมเสริฟหลากหลายเมนู ทั้งคาวและหวาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศ นั่งฟังเพลงแบบชิลเอ้าท์

โรงสี สตูดิโอ คาเฟ่ในโรงสีเก่าแก่ อายุกว่า100 ปี

ปิดท้ายที่ ร้านยุ้ง๗ แลนด์มาร์คย่านปทุมธานี ติดวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศเย็นกายสบายใจ  หากมาช่วงบ่ายๆ ต้องดับร้อนเดือนเมษา ด้วยเมนูข้าวแช่สำรับตำรับชาวมอญที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว   ทางร้านพร้อมต้อนรับทั้งแบบคู่รัก  ครอบครัว รวมถึงรับจัดงานเลี้ยงทุกรูปแบบ  เปิดบริการทั้งโซนห้องแอร์เย็นฉ่ำเหมาแบบส่วนตัว และโซนริมน้ำ บรรยากาศชิวสบายๆ ท่ามกลางเสียงเพลงจากวงดนตรีสดให้บริการ  

ร้านยุ้ง๗  แลนด์มาร์คย่านปทุมธานี ติดวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Riverdale Marina โทร. 062-5971875 https://www.facebook.com/riverdalemarina.bangkok

สาดสนุกรับสงกรานต์ที่บิ๊กซี

สาดสนุกรับสงกรานต์ที่บิ๊กซี

สาดสนุกรับสงกรานต์ที่บิ๊กซี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.50 น.

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ปธ.เจ้าหน้าที่บริหารและ กก.ผจญ. บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี พร้อมด้วย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าฯ ททท. และพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมพิธีเปิดแคมเปญ “สาดสนุกรับสงกรานต์ที่บิ๊กซี” ขนทัพสิน ค้าคุณภาพดี ในราคาสุดประหยัด ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมมอบโปรโมชันลดสูงสุด 50% และสิทธิพิเศษอีกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยพิธีเปิดแคมเปญจัดขึ้น ณ บิ๊กซี เพลส สาขารัชดาภิ เษก