‘เต๊ะ-แก้มบุ๋ม-พีท-แน๊ก ชาลี’จับมือเหล่าอินฟลูฯแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ’Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ’

'เต๊ะ-แก้มบุ๋ม-พีท-แน๊ก ชาลี'จับมือเหล่าอินฟลูฯแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ'Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ'

‘เต๊ะ-แก้มบุ๋ม-พีท-แน๊ก ชาลี’จับมือเหล่าอินฟลูฯแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ’Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ’

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

บริษัท Social Life Republic (SLR) โดย คุณกระทรวง จารุศิระ ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Thailand LIVE for LIFE – ประเทศไทยต้องไปต่อ” ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนประเทศไทย ด้วยการสร้างความรู้และอาชีพให้กับคนไทย ผ่านมือถือเพียงเครื่องเดียว ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภาเอสเอ็มอี) เป็นประธานเปิดโครงการฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพคนไทยในยุคดิจิทัล สร้างโอกาสทางอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารจาก SLR และวิทยากรรับเชิญ ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาสังคมด้วยเทคโนโลยี 

ในงานนี้ทาง นายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ สมาคมการค้าอินฟลูเอนซ์เซอร์ไทย (TITA) จะทำ MOU ร่วมกับ สภาคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการสร้างมาตราฐานและจริยธรรมด้วย โดยมีเหล่าอินฟลูฯ ชื่อดัง อาทิ โค็ชเบล, เอ้ King Of Air และดารานักแสดง เต๊ะ-ศตวรรษ เศรษฐกร, แก้มบุ๋ม-พีท, แน๊ก ชาลี ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ Sky Lobby at SF World Cinema ณ ศูนย์การค้า CentralWorld ชั้น 8

เปิดเรื่องจุดเริ่มต้น เหนือพรหมลิขิต 2 สาว ‘พรีม-พริม’ความรัก ความผูกพัน ความแค้น และแผนร้าย!

เปิดเรื่องจุดเริ่มต้น เหนือพรหมลิขิต 2 สาว 'พรีม-พริม'ความรัก ความผูกพัน ความแค้น และแผนร้าย!

เปิดเรื่องจุดเริ่มต้น เหนือพรหมลิขิต 2 สาว ‘พรีม-พริม’ความรัก ความผูกพัน ความแค้น และแผนร้าย!

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.10 น.

ต้องบอกว่าพลิกบทบาทสำหรับนางเอกสาวสวย พรีม-รณิดา เตชสิทธิ์ ในละครเรื่องล่าสุด “เหนือพรหมลิขิต” ของกันตนา ที่กำลังจะออกอากาศให้ได้ชมกันตอนแรกในวันศุกร์ที่ 25 เมษายนนี้ ซึ่งเรื่องนี้สาสพรีมรับบท รสริน สาวเลือดนักสู้ ที่ชีวิตได้พบกับความพลิกผัน เส้นทางชีวิตที่มีทั้งความสุข ความรัก และความแค้น นอกจากเรื่องนี้จะเป็นการพลิกบทบาทของสาวพรีมแล้วเปิดเรื่องมาเราจะได้เห็นการย้อนวัยเป็นเด็กสาววัยใส ซึ่งไม่ใช่แค่สาวพรีม แต่รวมไปถึงพระเอกของเรื่องอย่าง มาสุ จรรยางค์ดีกุล ที่ก็ต้องแปลงโฉมตัวเอง ทั้งทรงผม ใส่เหล็กดัดฟัน  ใส่แว่น เป็นหนุ่มซื่อแสนดี ที่ปรึกษาของสาวพรีม นอกจากนั้นยังมีสาวพริม-พริมา พันธุ์เจริญ ที่พลิกบทขั้นสุดเป็นสาวหัวอ่อน ขี้กลัว ไม่สู้คน

และตอนแรกก็มีเหตุการณ์จุดเริ่มต้นของความผูกพันทั้งความรักและความแค้นของ 3 สาว ที่อินทุอร (พริม-พริมา) ไม่สบายเลยต้องกลับบ้านก่อน ระหว่างนอนพักในห้อง น้าเขยก็เข้ามาหวังจะลวนลาม อินทุอรกลัวมาก แต่ก็ร้องไม่ออก จังหวะนั้นน้องสาว อัญชิตา(ด.ญ. พัทธ์ธิดา วาเกนชอนเนอร์) ก็กลับมาพอดี อัญชิตาเข้ามาช่วยพี่สาว เสียงร้องโวยวาย ทำให้รสริน (พรีม-รณิดา) ที่มาส่งอัญชิตา วิ่งเข้ามาดู ก็พบว่าน้าเขยอินทุอรกำลังทำร้าย 2 สาว งานนี้ใครจะมาช่วย 3 สาวจะรอดพ้นเงื้อมมือคนใจร้าย และเรื่องราวจุดเริ่มต้นของทั้ง 3 สาว จะเป็นอย่างไรต้องติดตาม คืนนี้ตอนแรก “เหนือพรหมลิขิต”และสามารถติดตามชม “เหนือพรหมลิขิต” ได้ทุกศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 20.20 น. เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 ทางช่อง 3 ห้ามพลาด “ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

#เหนือพรหมลิขิต.EP1  #TwistedDestiniesทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น.ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

แฟนเพื่อชีวิตปลื้ม!’แอ๊ด คาราบาว’ชื่นชม ‘ไววิทย์’ และ ‘ไททศมิตร’มาถูกทางผมตายตาหลับแล้ว

แฟนเพื่อชีวิตปลื้ม!'แอ๊ด คาราบาว'ชื่นชม 'ไววิทย์' และ 'ไททศมิตร'มาถูกทางผมตายตาหลับแล้ว

แฟนเพื่อชีวิตปลื้ม!’แอ๊ด คาราบาว’ชื่นชม ‘ไววิทย์’ และ ‘ไททศมิตร’มาถูกทางผมตายตาหลับแล้ว

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.37 น.

แฟน ๆ แนวเพลงเพื่อชีวิตได้ปลื้มและใจฟูกันสุด ๆ เมื่อ “แอ๊ด คาราบาว” ตำนานเพลงเพื่อชีวิตได้ออกมาเอ่ยปากชื่นชมศิลปินรุ่นหลานอย่าง “ไววิทย์” และ “ไททศมิตร” ว่าสิ่งที่กำลังทำมาถูกทางแล้วเริ่มต้นจากวงไททศมิตร ศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหม่ที่จัดจ้านทั้งดนตรีและการแสดงสด โดยทางแอ๊ด ได้เอ่ยปากชื่นชมผ่านรายการ “The Next Special” ว่า

“อยากฝากถึงน้อง ๆ ไททศมิตร สิ่งที่พวกเธอทำเนี่ย มันมาถูกทางแล้วสหาย แต่ก็ต้องรักษาคุณภาพ แล้วก็ต่อยอดไปเรื่อย ๆ นะครับ อย่าหยุดคิด ทำไปเรื่อย ๆ อย่าหยุดแต่งเพลง”เท่านั้นยังไม่พอ แอ๊ด คาราบาว ยังได้เข้าไปคอมเมนต์มิวสิควิดีโอเพลง “มีชีวิตเพื่อคนอื่น” ของวงไววิทย์ ที่มีเจสซี่ ลูกชายเทียรี่ เป็นมือกีตาร์ ว่า”รอคอยมานาน ผมตายตาหลับแล้ว”ทั้ง 2 คอมเมนต์ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของเหล่าแฟนเพลงและศิลปินเพื่อชีวิตโดยแท้จริง ซึ่งคาดว่าความประทับใจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ณ The Journey Of Life Concert ตามรอยตำนานคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ณ ธันเดอร์โดม, เมืองทองธานีใครยังไม่มีบัตรรีบเลยกับโปรโมชั่นสุดคุ้ม “ มา 4 จ่าย 3 “ ด่วนเลยซื้อบัตรได้ที่ All Ticket และร้าน 7- Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคลิก Link ซื้อบัตรได้เลย https://www.allticket.com/event/TheJourneyofLifeConcert

เดือดไม่พัก! ‘หมอของขวัญ’โพสต์ฟาด’ดับมั่น สาวชั้น G’

เดือดไม่พัก! 'หมอของขวัญ'โพสต์ฟาด'ดับมั่น สาวชั้น G'

เดือดไม่พัก! ‘หมอของขวัญ’โพสต์ฟาด’ดับมั่น สาวชั้น G’

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.32 น.

จากกรณี “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ไม่ขอทนอีกต่อไป เตรียมส่งหมายศาลถึงคู่กรณีสาวรายหนึ่ง หลังถูกโพสต์ข้อความพาดพิง บิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเสียหายให้เจ้าตัวมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คุณหมอคนดัง “หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์” ออกมาโพสต์ข้อความฟาดแรงถึงประเด็นนี้ พร้อมขยายความฉายาใหม่สุดจี๊ดที่ชาวเน็ตมอบให้คู่กรณีว่าสาวชั้น G ย่อมาจาก อเวจี

หมอของขวัญ ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็น ผ่านเฟซบุ๊ก Doctorkatekate พุ่งเป้าไปที่คู่กรณีของ หนุ่ม กรรชัย แบบตรงๆ พร้อมข้อความว่า “ชีโกรธแหละ จ้องพี่หน่วงแล้วโลกไม่หยุดหมุน เจอหมายศาลหยุดหมุนมั้ย ความมั่นอยู่ชั้น 85 คุณค่าเป็นสาวชั้น G G ที่แปลว่า อเวจี”

นอกจากนี้ หมอของขวัญยังได้แสดงความเห็นใต้โพสต์ขอบคุณ หนุ่ม กรรชัย ที่ตัดสินใจฟ้องร้อง โดยระบุว่า “อยากจะบอกพี่หนุ่มว่า ขอบคุณขอบใจขอบพระทัยแต๊งกิ้วมากค่ะ ที่ดับมั่นสะใจคนไทยทั้งประเทศ”

ด้านชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ถามไถ่กันสนั่นว่าโพสต์นี้หมอของขวัญจงใจฟาดใคร

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’เซ็กซี่เกินต้าน สวมชุดชั้นในสีชมพูหวานแหวว

'เกรซ กาญจน์เกล้า'เซ็กซี่เกินต้าน สวมชุดชั้นในสีชมพูหวานแหวว

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’เซ็กซี่เกินต้าน สวมชุดชั้นในสีชมพูหวานแหวว

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

ทำเอาไอจีแทบลุกเป็นไฟ เมื่อนักแสดงสาวสวยอย่าง “เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ได้แจกความสดใสซาบซ่าในชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ ไปร่วมงานกับแบรนด์ดัง อย่าง วิคตอเรีย ซีเคร็ท ซึ่งชุดชั้นในสีชมพูหวานแหววประดับเพชรวิบวับ พร้อมโชว์อกอึ๋ม แถมเจ้าตัวยังได้โพสท่าฮอตเกินต้าน สมกับเป็นนางเอกเบอร์ต้นของวงการจริงๆ

.-011

‘เฉลิมชัย’แจงดราม่าค่าเข้าอุทยาน เตรียมใช้อี-ทิกเก็ต ป้องทุจริต

'เฉลิมชัย'แจงดราม่าค่าเข้าอุทยาน เตรียมใช้อี-ทิกเก็ต ป้องทุจริต

‘เฉลิมชัย’แจงดราม่าค่าเข้าอุทยาน เตรียมใช้อี-ทิกเก็ต ป้องทุจริต

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.48 น.

‘เฉลิมชัย’แจงดราม่าทุจริตเงินค่าเข้าอุทยาน มีหลักการใช้ไม่เอาเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เผยเดือนหน้าลงนามใช้ระบบอี-ทิคเก็ต ป้องทุจริตเก็บเงิน คาดรายได้สะพัดกว่า 4-5 พันล้าน พร้อมปรับเพิ่มสวัดิการเสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพสูงถึงล้านบาท 

วันที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อรับรองรายงานการประชุม และเลือกโฆษกพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแลดล้อม (ทส.) กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเข้าไปเป็นรมว.ทส. และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคฯ และรมช.สาธารณสุข ได้ 7 เดือนทำตามหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชน ในส่วนตัว เมื่อเข้าไปที่ทส.วันแรกให้นโยบายกับข้าราชการว่า ความล่าช้าคือความอยุติธรรม พี่ น้องประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน สูญเสีย จากระบบราชการที่ล่าช้า ตนจึงกำหนดนโยบายขับเคลื่อน เช่นการขอพื้นที่การใช้เขตป่าทั้งหมด เรื่องสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ถนน สั่งการว่าต้องทำให้เร็วเสร็จตามกรอบระเวลา เพื่อไม่ให้งบประมาณตกหล่น  

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า เรื่องกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนั้น ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ตนให้ความสำคัญกับกรมนี้มากเป็นลำดับต้นๆ เพราะเป็นกันชนระหว่างประชาชนกับภาครัฐ และต้องร่วมกับกรมป่าไม้ในการจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชน ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเข้ามาเป็นรัฐมนตรี งานคืบหน้าที่สุด โดยกรมอุทยานสามารถจัดเก็บรายได้ปี 2568 ประมาณการไว้ที่ 2,200 ล้านบาท ส่วนปีที่แล้วเก็บได้ 1,600-1,700 ล้านบาท ที่ผ่านมามีคนที่รู้บ้างไม่รู้บ้างเอามาพูดซึ่งตนไม่ได้ตอบโต้ แต่ขอชี้แจงว่าการจัดเก็บรายได้นั้นมีหลักเกณฑ์ในการใช้เงิน อย่าง 2,200 ล้านบาทนั้น จะใช้ได้ 600 กว่าล้านบาท นอกจากนั้นก็จะไปเป็นสวัสดิการส่งคืนอุทยาน นำไปปรับปรุง ซื้ออะไรต่างๆ 

โดยเฉพาะกรณีระบบตั๋วเข้าอุทธยานที่บอกว่ามีการทุจริตนั้น  7 เดือนที่ตนเข้าไปเป็น รมว. ซึ่ง เดือนหน้ามีการลงนามในเรื่องของการใช้ E-Ticket และ E-Service ซึ่งจะเป็นระบบป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุด ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มา 38 ล้านบาท กรมอุทยานให้มาอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้อาจจะไม่ถูกใจเจ้าหน้าที่ แต่ย้ำว่าเงินรายได้ที่จะทำมาปรับปรุงใช้กับอุทยานทั้ง  150 แห่ง คาดน่าจะมีรายรับเข้ามาราวๆ  4-5 พันล้านบาท ส่วนนี้ก็จะนำดูแลสวัสดิการ ปรับปรุงยกระดับอุทยานทั้งหมด ไม่มีใครที่จะไปโกงกินหรอก สำหรับตนก็ไม่มีแน่นอน มีแต่คิดจะยกระดับอุทยานทุกที่ให้รองรับนักท่องเที่ยว และต่อสู้กับภาคส่วนอื่นๆ ได้อย่างไร วันนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานมีเป็นหมื่นคน เสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ได้รับการชดเชยตามระเบียบ เช่น เสียชีวิตได้  5 แสนบาท ทุพพลภาพ 5 แสนบาท อัมพาต 3 แสน แต่เดือนหน้าประกาศกรมฯ เพิ่มสวัสดิการเสียชีวิตจาก 5 แสนบาท เพิ่มเป็น 1 ล้านบาท ทุพพลภาพ สูญเสียแขน ขา จาก 3 แสนบาท เพิ่มเป็น 1 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส โดยมีเอกสารรับรองทางการแพทย์ ก็เพิ่มจาก 1.5 แสนบาท เป็น 500,000 บาท และทุกอุทยานต้องมีอารยสถาปัตย์สำหรับผู้พิการ และหลังจากนี้นักท่องเที่ยวไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติเมื่อเข้ามาเที่ยวอุทยาน จะได้รับการประกันภัย 
 
นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ทั้งอุทยานที่ทำรายได้มากที่สุดคืออุทยานทางทะเล โดยเฉพาะอันดามัน จึงเป็นต้องมีเรือไว้ตรวจการ ซึ่งเมื่อตนเข้ามา เพิ่งจะมีการรับมอบเรือมา 1 ลำที่มีการทำสัญญาก่อนที่ตนจะเข้ามา แต่ตกใจกับงบฯ ซื้อเรือ สูงถึง 26 ล้านบาท แต่เข้าใจอีกทั้งยังมีคำแนะนำจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบว่า ควรต้องมีการตรวจสอบสวัสดิภาพเรือที่มีอายุกว่าสิบปี ทั้งนี้ก็เพื่อสวัสดิภาพของคนทำงาน 

“ยืนยันว่า เงินรายได้ของอุทยานจะเอามายกระดับ พัฒนา ไม่ได้เอามาเป็นทรัพย์ของตนเอง ผมไม่ทำชั่ว ไม่เลว ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่บางครั้งเป็นกระแสสังคมเอาไปพูด ซึ่งผมไม่โต้เถียง แต่ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชน และสมาชิกพรรคเข้าใจว่าตนเข้าไปแล้วทำงานแบบไหน” นายเฉลิมชัย กล่าว  

‘สุดารัตน์’เผยครบ 1 เดือนเหตุตึก สตง. ถล่ม สะท้อนปัญหาทุจริตเรื้อรังในระบบราชการไทย

'สุดารัตน์'เผยครบ 1 เดือนเหตุตึก สตง. ถล่ม สะท้อนปัญหาทุจริตเรื้อรังในระบบราชการไทย

‘สุดารัตน์’เผยครบ 1 เดือนเหตุตึก สตง. ถล่ม สะท้อนปัญหาทุจริตเรื้อรังในระบบราชการไทย

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.35 น.

“สุดารัตน์”โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ครบ 1 เดือนเหตุตึก สตง. ถล่ม ชี้เป็นภาพสะท้อนปัญหาทุจริตเรื้อรังในระบบราชการไทย เรียกร้องสร้างการเมืองสุจริตเพื่อหยุดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย”

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า  พรุ่งนี้ครบ 1 เดือน  “ตึก สตง. ถล่ม” ซึ่งคือภาพสะท้อนของ“ฝีเน่า”ที่อยู่ทั่วร่างกายประเทศไทย
คือสัญลักษณ์ของ “การทุจริต” ที่ฝังรากลึกในทุกระดับ ตั้งแต่ข้าราชการระดับล่างจนถึงนักการเมืองระดับสูง

ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสียอีกครั้ง ไม่มีใครควรต้องสังเวยชีวิตจากการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ

“เหตุการณ์นี้ ไม่ควรเป็นเพียงแค่โศกนาฏกรรมที่ถูกลืม แต่ควรเป็น #หมุดหมาย แห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เราทุกคนจะไม่ยอมให้ความเสียหายเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยเฉพาะเมื่อรากเหง้าคือ การ #ทุจริต”

การทุจริต – ตัวทำลายประเทศ

ประเทศไทยติดหล่มการทุจริตมานาน จนวันนี้กลายเป็น “อุปสรรคสำคัญที่สุด” ต่อการเติบโตของประเทศ

จากรายงานดัชนีคอร์รัปชันโลก (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2023 ประเทศไทยได้คะแนนเพียง 34 จาก 100 คะแนน รั้งอันดับ 101 ของโลก ต่ำกว่าแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย (อันดับ 57), เวียดนาม (77)

รูปแบบของการทุจริตในประเทศไทย มีทุกระบบเช่น

• การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ไม่โปร่งใส

จากรายงานขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ปัจจุบันมีการเรียกผลประโยชน์จากโครงการรัฐสูงถึง 20-30% ของวงเงินงบประมาณ

• การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทุจริต รีดไถประชาชนของข้าราชการบางส่วน 

เราจึงเห็นบ่อนอยู่ข้างโรงพัก ยาบ้าขายเกลื่อนเมือง สินค้าและธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย โดยไม่ต้องทำตามกฏหมายไทย ขณะที่คนไทยโดยเฉพาะ #คนตัวเล็ก ถูกรีดไถสารพัดรูปแบบจากผู้มีอำนาจ

• ทุจริตเชิงนโยบาย

โครงการประชานิยม เพื่อคนตัวเล็ก แต่กลับแฝงการแสวงหาประโยชน์ เช่น โครงการรับจำนำ หรือประกันราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งโครงการใหญ่ที่ไม่มีการศึกษาผลกระทบ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เช่น โครงการเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่กำลังเป็นที่วิจารณ์อยู่ในขณะนี้

• ทุจริตเชิงอำนาจ

เช่น การใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หรือองค์กรตรวจสอบการทุจริต ทำให้คนโกงสามารถลอยนวลอยู่ได้ทุกวันนี้ต้นตอของการทุจริตอยู่ที่การเข้าสู่อำนาจของนักการเมืองด้วยการซื้อเสียง ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินในการซื้อเสียงมากที่สุดในประวัติการและคงไม่ได้หยุดแค่นี้ คาดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะใช้เงินในการซื้อเสียงมากกว่าการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมาอีก ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการซื้อตัว สส. 

ด้วยผลประโยชน์มหาศาล เพื่อให้ได้อำนาจ เป็นรมต. แล้วถอนทุนคืน ผ่านงบประมาณรัฐ ที่มีการเรียกเงินใต้โต๊ะสูงถึง 30% เป็นอย่างต่ำ เพื่อตุนเงินไว้ซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้า — กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำลายประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ประเทศไทยจะเดินหน้าไม่ได้ หากไม่ลงมือจัดการกับ “ฝีเน่า”การทุจริตอย่างจริงจัง ซึ่งต้องเริ่มจาก “ผู้นำ”ทุกระดับ โดยเฉพาะผู้นำประเทศ ต้องมีเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) อย่างแน่วแน่ ในการปราบทุจริตอย่างจริงจัง และต้องลงมือทำทันที  ที่สำคัญผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ในการ #สร้างการเมืองสุจริต

โดยผู้นำ ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง สร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และรายงานผลการดำเนินงานทุกขั้นตอนให้สาธารณะได้รับทราบในรูปแบบ Open Data เต็มรูปแบบ รวมทั้งผู้นำ ต้องให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของประชาชน พร้อมรับฟังและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและตรวจสอบการใช้ งบประมาณของรัฐ 

ผู้นำประเทศของเราได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเหล่านี้หรือไม่? 

ถ้าเรามีผู้นำที่มีความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหาทุจริตอย่างจริงจัง จะทำให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมในทุกระดับประเทศจึงจะพัฒนา และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้“การเมืองสุจริต” ต้องเริ่มจากการยืนหยัดอย่างแน่วแน่ เริ่มตั้งแต่การขจัดนักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง ประชาชนต้องลงโทษนักการเมืองเหล่านี้ ด้วยการไม่เลือกให้มาเป็นตัวแทนของเราดิฉันจึงขอเชิญชวนทุกคน มาร่วมกันสร้างการเมืองใหม่ 

“ การเมืองสุจริต ” ที่ไม่เปิดช่องให้คนโกงอยู่เหนือกฎหมายเพื่อเปิดทางให้ประเทศเดินหน้าและให้อำนาจประชาชนในการร่วมสร้างอนาคตประเทศอย่างแท้จริงเราต้องไม่ยอมให้ “ฝีเน่า” ทุจริต ทำลายชีวิตคนไทยอีกต่อไป

‘พิชัย’เปิดวงหารือ สส.เพื่อไทย ลุยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

'พิชัย'เปิดวงหารือ สส.เพื่อไทย ลุยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

‘พิชัย’เปิดวงหารือ สส.เพื่อไทย ลุยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.29 น.

“พิชัย” เปิดวงหารือ สส.เพื่อไทย ลุยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร

วันที่ 26 เมษายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศกร อรรณนพพร นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุม ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย หารือกับ สส. พรรคเพื่อไทยประกอบด้วย สส. พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ จ. พิษณุโลก สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ จ. นครพนม สส. วิรัตน์ พิมพะนิตย์ จ. กาฬสินธ์ุ สส. จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล จ. สุโขทัย สส. ฐิติมา ฉายแสง จ. ฉะเชิงเทรา สส. ชูชัย มุ่งเจริญพร จ. สุรินทร์ อดีต สส. ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จ. อุบลราชธานี 

โดยวงหารือ ได้รับฟังข้อเสนอและความเป็นห่วงจาก สส. ที่ได้สะท้อนเสียงจากชาวบ้านอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรในหลายพื้นที่ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่เกษตรกรในหลายจังหวัดเผชิญอยู่ในขณะนี้ 

โดยเฉพาะปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ปรับลดลง ทั้งข้าวจากกรณีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นขณะที่ส่งออกได้น้อยลงเนื่องจากอินเดียกลับมาส่งออกอีกครั้ง ในราคาต่ำมากที่ 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน และมันสำปะหลัง จากกรณีตลาดจีนมีความต้องการใช้มันสำปะหลังในฐานะวัตถุดิบการผลิตลดลง เพราะจีนปลูกข้าวโพดได้มาก และแอลกอฮอล์จากข้าวโพด มีราคาถูกกว่าแฮลกอฮอล์จากมันสำปะหลัง รวมทั้งการระบาดของโรคใบด่างทำให้คุณภาพผลผลิตลดลง 

ทั้งนี้ ได้ร่วมกันวางแนวทางเร่งด่วนเพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และหาตลาดที่เอื้อต่อการขายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่าง “ข้าว” ซึ่งต้องมีปรับทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ การส่งเสริมพันธ์ุข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาด การสนับสนุนแนวทางการลดต้นทุนการผลิต และมาตรการเสริมต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปัญหาการเผาไร่นา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้หยิบยกประเด็นต่างๆ เพื่อนำเสนอและหารือในคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีท่านรองนายกฯ พิชัย ชุณหวชิร เป็นประธาน เพื่อพิจารณามาตรการต่าง ๆ โดยเร่งด่วนต่อไป 

สำหรับมันสำปะหลังมีแผนที่จะบูรณาการร่วมภาครัฐ และเอกชนในการขยายพันธุ์มันสำปะหลังที่สามารถต้านทานโรคใบด่างให้เพียงพอเพื่อลดการระบาดและเพิ่มปริมาณผลผลิต รวมทั้งขยายตลาดส่งออกใหม่เพิ่มเติมนอกเหนือจากตลาดจีน
 

‘เฉลิมชัย’ รับ ปชป. อยู่ช่วงวิกฤตเหลือสส. 25 คน ประกาศกร้าวจะพาชนะเลือกตั้งครั้งหน้า

'เฉลิมชัย' รับ ปชป. อยู่ช่วงวิกฤตเหลือสส. 25 คน ประกาศกร้าวจะพาชนะเลือกตั้งครั้งหน้า

‘เฉลิมชัย’ รับ ปชป. อยู่ช่วงวิกฤตเหลือสส. 25 คน ประกาศกร้าวจะพาชนะเลือกตั้งครั้งหน้า

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.13 น.

รักปชป.ไม่มีวันทำให้เสื่อมเสีย!“เฉลิมชัย” รับปชป.อยู่ช่วงวิกฤตเหลือสส. 25 คน ประกาศกร้าวพาประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งครั้งหน้า บอกวันนี้อยู่ในความสนใจแล้ว วัดจากเสียงโจมตี การันตีไม่มีโกงกิน ถ้าทำก็อยู่ไม่ได้ ลั่นไม่มีวันเนรคุณพรรคให้ที่ยืน  ปลุกเขต 8 เมืองคอนร่วมสร้างประชาธิปไตยสุจริต    

วันที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เพื่อรับรองรายงานการประชุม และเลือกโฆษกพรรค และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามกฎหมายพรรคการเมือง โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแลดล้อม (ทส.) กล่าวเปิดการประชุมว่า  พรรคประชาธิปัตย์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ซึ่ง 79 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤตต่างๆ มากมาย มีทั้งรุ่งเรืองและมีทั้งตกต่ำ นี่เป็นธรรมชาติทางการเมือง แต่สถานการณ์วันนี้ด้วยสังคมและบริบทที่เปลี่ยนเปลี่ยน ทำให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในจุดที่วิกฤตอีกครั้งหนึ่ง ในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา สส.เราลดลงเหลือ 25 คน ถ้าพูดตามหลักวิทยาศาสตร์ก็ยืนยันว่าวันนี้พรรคเราอยู่ในช่วงวิกฤต ซึ่งเราต้องยอมรับความจริง ดังนั้นสิ่งที่เราจะดำเนินการและตนดำเนินการอยู่ คือกล้าเปลี่ยนแปลง กล้าตัดสินใจในการนำประชาธิปัตย์เดิมไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยมีหลักการและอุดมการณ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาก ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เราเดินและต่สู้ไปข้างหน้าได้คือความมีเอกภาพซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของพรรค

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ตนอยู่ประชาธิปัตย์และเป็นสส.มา 24 ปี แต่ถ้านับตั้งแต่วันที่เล่นหลังการเมืองครั้งแรก ก็ 35 ปีแล้ว โดยเป็น สส.ครั้งแรก ปี 2544 เป็นปีที่จังหวัดประจวบขีรีขันธ์ได้ สส.ยกจังหวัด ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ตนไม่เคยเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์หรือหลักการเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ลดน้อยถอยลงก็คืออารมณ์ไม่ร้อนแรงเหมือนเดิม อัตตาไม่สูงเหมือนเดิม ทิฐิน้อยลงกว่าเดิม ได้ประสบการณ์เพิ่มขึ้น ได้สถานะทางสังคมเพิ่มขึ้น ได้หลายสิ่งหลายอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ นี่คือสำนึกในวันที่กลับมา ไม่ว่าพรรคจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ตนไม่มีวันทิ้งพรรค จะยืนอยู่กับพวกเราทุกคน โดยยึดมั่นใจอุดมการณ์ หลักการประชาธิปไตยที่สุจริต 

“สิ่งที่ผมพูด ท่านอาจจะบอกว่าใครก็พูดได้คุยได้ แต่อยากจะบอกว่าผมสอบตกการเลือกตั้งปี 2562 เพราะไม่ยอมซื้อเสียง ในชีวิตไม่ซื้อเสียง สอบตกก็ยอมรับกติกา ภูมิใจในความเป็นประชาธิปไตยที่สุจริต และภูมิใจในพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่เคยได้รับเสียงปรบมือให้กำลังใจสักนิดเดียว แต่ผมก็ยังยึดมั่นอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ยังสู้ทุ่มเทและนำประชาธิปัตย์กลับมาให้ได้ โดย เสียงปรบมือ คำชื่นชม ดูถูก คำปรามาสก็เป็นแรงบันดาลใจ ผมจะรวมทุกอย่างมาเป็นกำลังใจในการพาประชาธิปัตย์เต็มไปข้างหน้าให้ได้ ซึ่งความเป็นเอกภาพเป็นสิ่งเดียวที่ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว แต่ทำยาก ถ้าเราทำได้ผมยืนยันว่าเราจะกลับมาทันที 100 เปอร์เซ็นต์ เรายังมีเวลาในการช่วยกันขับเคลื่อนพรรค” นายเฉลิมชัย กล่าว

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ตัดชุดนี้ตัดสินใจร่วมรัฐบาลนั้นอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก  ตนซึ่งเข้าไปเป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) จะไม่ยอมให้มีการทุจริตคอรัปชั่น ทำให้ประชาธิปัตย์เสื่อม หรือแปดเปื้อน การที่พรรคมาเป็นรัฐบาล 7 เดือนกว่าก็เป็นไปตามข้อบังคับของพรรคทุกประการ ไม่ใช่นายเฉลิมชัยหรือใครคนใดคนหนึ่งบอกว่าจะเป็นรัฐบาลแล้วจะเป็นได้ อย่างไรก็ความเห็นต่างมีได้ แต่ไม่ใช่ทำความเสียหายให้กับองค์กร แต่ประชาธิปไตยคือความรู้หน้าที่ตัวเองและเคารพสิทธิผู้อื่น เมื่อเราตัดสินใจมาเป็นรัฐบาลแล้ว ตนยืนยันว่าหลักการของเราไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการซื่อสัตย์สุจริต เพราะ เป้าหมายเราอย่างเดียวคือทำงานให้เต็มที่ รักษาชื่อเสียงของพรรค และพาพรรคกลับมาในเส้นทางการเมืองให้ได้ นี่คือเป้าหมายที่เราต้องการ ทั้งนี้การไม่การตัดสินใจไม่มีอะไรถูกหรือผิด 100% จะคำตอบอยู่ที่การเลือกตั้งครั้งหน้า และคนที่ตัดสินใจให้เข้าร่วมรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบด้วยกัน จึงเรียกร้องให้ทุกคนมาช่วยกัน ย้ำว้าความเป็นเอกภาพดีที่สุด 

“ผมและนายกชายเข้าไปเป็นรัฐมนตรี ท่ามกลางคำปรามาสว่าจะไปโกงที่ประเทศชาติ เข้าไปเพื่อหาเงิน หาทอง หาทรัพย์สิน หาประโยชน์ เพื่ออะไรก็แล้วแต่ ผมขอยืนยันว่าผมมีสำนึก และยืนยันว่าจะไม่มีวันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เด็ดขาดผมไม่บ้าจี้อย่างที่เขากล่าวหา ผมมีสติ ผมรักประชาธิปัตย์ ไม่มีวันทำให้ประชาธิปัตย์เสื่อมเสีย ถ้ามีข่าวเรื่องพวกนี้ผมก็อยู่ไม่ได้ จะกลายเป็นคนเนรคุณทันที โดย 24 ปี กับการที่ประชาธิปัตย์ให้ผมมีที่ยืนตรงนี้ เรียกว่าใช้หนีบุญคุณไม่หมด และไม่มีวันใช้หมด” นายเฉลิมชัย กล่าว 
 
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับการขับเคลื่อนพรรคนั้น ตนเป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ยึดมั่นหลักการและอุดมการณ์พรรค โดยเฉพาะความซื่อสีตย์ สุจจริต สิ่งที่อยากเห็นที่สุดคือประชาธิปไตยสุจริต จึงอยากให้ประชาชนมาร่วมสร้างด้วยกัน โดยเพาะเขต 8 นครศรีธรรมราช มาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยสุจริต ให้นครศรีธรรมราชเป็นจุดเริ่มต้นประชาธิปไตยสุจริตของไทย ตนคิด หวัง และอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน ไม่ใช่อยู่ที่ตนพูดตรงนี้ การเลือกซ่อมตั้งครั้งนี้ เชื่อทุกคนทำเต็มที่ และขอขอบคุณอดีตหัวหน้าพรรคทุกคนที่ไปช่วยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ  และเห็นกับตาว่าเราทำประชาธิปไตยสุจริตจริงๆ ไม่ได้พูดอย่างเดียว นอกจากการทำงานของพรรคประชิปัตย์ จะเน้นการให้ความสำคัญกับสมาชิกพรรค และคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เข้ามาร่วมกันทำงาน มีโอกาสเติบโตในเส้นทางการเมืองเพราะไม่มีใครอยากอยู่ตรงนี้โดยไม่มีการคาดหวัง เหมือนตาบอดคลำช้างที่ไม่มีใครอยากเป็น ดังนั้นตนจะเปิดพื้นที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ และเชิญชวนประชาชนที่อยากเข้าร่วมทำกิจกรรมกับพรรค เราก็มีพื้นที่ให้ทุกคน คนเก่าๆ ก็มีคุณค่าที่มาร่วมทำงานให้กับพรรคเช่นกัน แต่อยากพูดถึงคนรุ่นใหม่ เพราะการเข้ามาเล่นการเมือง มีพื้นที่มีโอกาส เชื่อว่าเราจะมีคนรุ่นใหม่มาร่วมทำงานมากขึ้นจากนี้ และในการเลือกตั้งปี 2570 เราพร้อม และจะมีผู้สมัครทุกจังหวัด โดยจะทำงานไปตามยุทธศาสตร์ที่พรรคกำหนดไว้ คือ “ชนะการเลือกตั้ง”

“ขอให้เชื่อมั่นว่าวันนี้สิ่งที่คนโจมตีประชาธิปัตย์ โจมตีผม หรือคนของเรา ทางการสื่อสารคือบอกได้ว่า เราอยู่ในความสนใจของเขาแล้ว หากเขาไม่พูด ไม่โจมตีเลยแปลว่าเราไม่มีคุณค่า ไม่เห็นเราอยู่ในสายตา แต่เมื่อโดนโจมตีแล้ว เราก็ต้องทำตัวเองให้ดี ผมและนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค และรมช.สาธารณุข ไม่มีวันทำให้พรรคเสื่อมเสียเด็ดขาด อมอยู่พรรคมา 24 ปี มีวินัย เคารพข้อบังคับพรรค ผมผ่านหัวหน้าหลายคน เคารพและปฏิบัติตามนโนยบายไม่มีบิดพลิ้ว วันนี้เมื่อมีโอกาสมาเป็นหัวหน้า ก็จะนำพาพรรคเดินไปข้างหน้าให้มั่นคง ขอให้สมาชิกมั่นใจ” นายเฉลิมชัย กล่าว

‘ทักษิณ’ควง’สมชาย-เยาวภา’ปิ๊กบ้าน เปิดให้ชาวเชียงใหม่รดน้ำดำหัว ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยช่วย’อัศนี’หาเสียงพรุ่งนี้

'ทักษิณ'ควง'สมชาย-เยาวภา'ปิ๊กบ้าน เปิดให้ชาวเชียงใหม่รดน้ำดำหัว ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยช่วย'อัศนี'หาเสียงพรุ่งนี้

‘ทักษิณ’ควง’สมชาย-เยาวภา’ปิ๊กบ้าน เปิดให้ชาวเชียงใหม่รดน้ำดำหัว ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยช่วย’อัศนี’หาเสียงพรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.05 น.

“ทักษิณ” ควง “สมชาย-เยาวภา” ปิ๊กบ้าน เปิดให้ชาวเชียงใหม่รดน้ำดำหัว ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยช่วย “อัศนี”หาเสียง สท.พรุ่งนี้

วันที่ 263 เมษายน 2568 เวลา 10.10 น. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยเครื่องบินพาณิชย์ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา ชินวัตร น้องสาว นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ร่วมเดินทางไปด้วย 

โดยเมื่อเดินทางไปถึงสนามบินเชียงใหม่ ได้มีประชาชนคนเสื้อแดงมารอให้การต้อนรับพร้อมชูป้าย “รดน้ำดำหัวนายกทักษิณ” “สมาพันธ์คนเสื้อแดงจังหวัดเชียงราย” พร้อมถ่ายรูปด้วย หลังจากนั้นนายทักษิณจะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อนครปฐมโอชา สันกำแพง และวันเดียวกันนี้ เวลา 16.30 น.นายทักษิณ จะเปิดให้ประชาชนรดน้ำดำหัว ที่สวนสาธารณะรถไฟ 

ขณะที่วันที่ 27 เมษายน เวลา 16.00 น. นายทักษิณ จะขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคพท. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส ก่อนจะเดินทางกลับ กทม. ในเวลา 19.05 น. วันเดียวกัน