เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป

เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป

22 เม.ย. 2568 16:05 น.

เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป

เปิดใจนักแสดงสาวสวย เกรซ กาญจน์เกล้า ในรายการ Woody Interview เผยคำพูดที่เปลี่ยนชีวิต เคยโดนดราม่าว่าไม่เห็นน่ารักเหมือนในคลิป สู่บทเรียนที่ลึกสุดใจ ทำให้เธออยากฝากรอยยิ้มไม่ใช่รอยแผลให้กับทุกคนที่เจอ

พลังงานของคุณมันพุ่ง?

“จริงเหรอคะ หนูก็รู้สึกเหมือนกัน บางทีก็รู้สึกว่านั่งลงก่อนบ้าง (หัวเราะ)”

พลังงานดีต้องมาจากการที่ข้างนอกมันต้องเติมเต็ม กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ พี่รู้สึกว่าถ้าทำงานกับคุณแล้วสบายใจมาก?

“หนูรู้สึกว่าเรามีโอกาสเจอคนบางคนครั้งเดียวในชีวิต โดยเฉพาะแฟนคลับบางคนหรือผู้ร่วมงานบางคน จะดีกว่าไหม คือแน่นอนเขาเคยเห็นเราจากมีมเรา ที่สนุกสนานตลก ปล่อยมุกเล่น แต่ถ้าสมมุติว่าวันนั้นที่เราเจอเขา แล้วเราดันทะเลาะกับแฟนหรือมีปัญหาเรื่องอะไร ปัญหาเรื่องงานที่หนัก

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เรารู้สึกว่า ฮึบไม่ไหว มีคนที่จะมาขอถ่ายรูปเยอะมาก แต่ตอนนั้นอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะว่าเพิ่งดูโทรศัพท์แล้วแบบมันเกิดเรื่อง เราก็รู้สึกว่าความยากของชีวิตตรงที่เราไม่สามารถแสดงทุกอย่างออกมาได้ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เกรซไม่สามารถที่จะยิ้มออกมาได้อย่างเต็มภาคภูมิ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเป็นตัวเองในแบบที่เป็นในกล้องที่คนอื่นเขาเห็นแล้วเขาประทับใจแล้วเขาจำเราจากมีมนั้นได้

เกรซจำได้เลยว่าวันนั้น แฟนคลับเขาเดินไปข้างหลังแล้วเขาพูดว่า ไม่เห็นจะ Nice เหมือนที่ดูในคลิปเลย คำนั้นวันนั้นเปลี่ยนชีวิตทุกอย่างเลย เพราะรู้สึกว่า ไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องทำให้ทุกคนชื่นชมเรานะ แต่เราอยากให้ทุกคนได้รู้สึกว่าเราเป็นอย่างงี้ของเราจริงๆ แล้วไม่ได้เฟค แต่เราก็อยากให้คนเข้าใจเราเหมือนกัน

เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป

แต่ไม่มีใครที่จะเข้าใจเราได้หรอกว่าในตอนนั้นเรารู้สึกอะไร แล้วต้องเจอกับเรื่องอะไรบ้าง มันก็เลยเป็นจุดที่ทำให้เกรซรู้สึกว่า เรามีโอกาสเจอใครต่อใครได้ 1 ครั้งในชีวิต แล้วไม่รู้ว่า ไม่เราก็เขาใครอาจจะไปก่อนกัน อาจจะไม่ได้เจอกันหรือสมมุติว่า เราเจอกันวันนี้มันก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกันหรือเปล่า

คือไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำอย่างนั้นกับทุกคน แต่รู้สึกแค่ว่าเราไม่อยากฝากรอยแผล อยากฝากรอยยิ้มหรือของขวัญเวลาที่นึกถึงผู้หญิงคนนี้ เพราะเวลาที่เราไม่ได้ให้เขา เรากลับมาอยู่กับตัวเอง มันยิ่งทับถมให้เจ็บลงไปกว่าเดิมอีก เรื่องนี้ทำให้เราไม่สามารถที่จะแบบมอบความสุขให้กับคนอื่นได้ เกรซมองว่ามันเป็นหน้าที่ของเรา ที่เราจะต้องให้ความสุขเขา

พี่วู้ดดี้จำได้ไหมว่ามีอยู่งานหนึ่งที่เกรซเป็นพรีเซ็นเตอร์ แล้วพี่วู้ดดี้ไปในงานแล้วพูดกับเกรซว่า จงดีใจไว้นะที่เรายังมีงานทำ เราอยู่ในวงการมานานเกินไปแล้วเกรซ คำนี้เปลี่ยนชีวิตเหมือนกัน appreciate มากในทุกๆ สิ่ง คุณจำได้ไหมว่าเคยพูดคำนี้ เป็นอีกคำนึงที่ impact แล้วจึ้งเข้าไปในใจมากๆ ว่าใช่ ขอบคุณทุกคน ทุกความเชื่อมั่น ขอบคุณทุกงาน ขอบคุณร่างกาย ขอบคุณสมอง ทำให้เรายังพูดแล้วเรายังแสดงความเป็นตัวเรา

แล้วยังมีคนชื่นชอบในสิ่งเหล่านี้ได้ กลายเป็นว่า หลังจากนั้นทุกวันบวกกับตอนที่เราเรียนด้วยค่ะ ก็กลายเป็นว่าวันไหนรู้สึกท้อ รู้สึกเหนื่อย ก็กอดตัวเองขอบคุณ แล้วความรู้สึกการขอบคุณตัวเอง รักตัวเองเกรซเชื่อว่ามันถึง เป็นสิ่งที่สำคัญมากร่างกายกับจิตใจลิงก์กันแบบ 100% เพราะฉะนั้นแล้วเวลาที่เราเครียดจะพยายามจัดการกับมันอย่างเร็วที่สุด”

เวลาเจอกับเรื่องแย่ทำยังไง?

“สำหรับเกรซมันมีอยู่คำหนึ่ง อาบน้ำตัว ต้องไม่ลืมจะอาบน้ำใจเพราะใจสำคัญ เราอาบน้ำตัวทุกวันสกปรกแค่ไหนแล้วสะอาด แต่ใจถ้าเราไม่ล้าง เราจะหลับไปด้วยจิตและความคิดที่มันเป็นลบ มันสั่งสมอยู่ในจิตใต้สำนึก และสมองของเราแน่นอน ถ้าเราไม่พยายามทำความเข้าใจมันจริงๆ มันจะยาก ถ้าเราคาดหวังสิ่งที่ทำไม่ได้ เราก็จะผิดหวังเรื่อยๆ พลังงานมันก็จะดรอปลงแล้วก็จะทำให้เราไม่มีกำลังใจในการทำงาน หรือแม้กระทั่งใช้ชีวิตอยู่ต่ออย่างมีความสุขได้ เพราะไปแขวนเป้าหมายไว้อยู่ตรงนั้นแล้ว

เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป

อาบใจยังไง?

“เป็นคนที่ก่อนหน้านี้นั่งสมาธิไม่ได้เลย แล้วพอมาเรียน เลยทำให้รู้ว่าการนั่งสมาธิ 15 นาที ทำให้ร่างกายสามารถผลิตกลูต้าไธโอนได้ดีขึ้น 40%”

บันเทิงหรือสุขภาพ?

“เกรซเรียกมันว่าการลงทุน เพราะสิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือเวลาใจรู้สึกว่าเรามี asset ด้านบันเทิงจะดีกว่าไหม ถ้าเรานั่งลงก่อน แล้วไปลุยฝั่งสุขภาพ แล้วนำทั้ง 2 อย่างมาบวกกันเป็นอะไรที่สามารถที่จะให้ความรู้ทั้งกับตัวเอง คนที่เรารักแล้วก็ follower ของเราหรือคนที่เราอาจจะไม่รู้จักที่เขาได้มาเจอคลิปจากเรา

แล้วมันได้อะไรจากสิ่งที่เราเรียนมา ก็รู้สึกดีใจมากที่ตัวเองคิดไม่ผิดจริงๆ เรียนให้ลึก ให้รู้ถึงราก เราทุกคนเปรียบเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งปัญหาใบจะสวยได้กิ่งก้านจะแข็งแรงได้ก็ต้องมาจากรากที่แข็งแรง มันคือกลไกทั้งหมดของการทำงานในร่างกาย รู้สึกขอบคุณมากที่มีการเรียนแบบนี้เกิดขึ้น”

เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป
เกรซ กาญจน์เกล้า ย้อนเล่าเคยโดนดราม่าตัวจริงไม่น่ารักเหมือนในคลิป

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

22 เม.ย. 2568 15:43 น.

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

สร้างความฮือฮาเลยทีเดียว เมื่อมีการจัดงานแถลงข่าว “Road to Miss World 72nd” ณ สตูดิโอ 8 อาคาร 7 ช่อง 7HD ก่อนจะเปิดตัวนางงามสาว โอปอล สุชาตา ช่วงศรี รับตำแหน่งเป็น Miss World Thailand 2025 (มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025) เป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงมงฟ้าเวที Miss World 2025 (มิสเวิลด์ 2025)

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

โดยภายในงาน มร.ไบรอัน แอล. มาร์การ์ กรรมการผู้จัดการ TERO Entertainment เป็นผู้สวมมงกุฎให้กับโอปอล ก่อนที่ ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้บริหาร TPN Global เป็นผู้สวมสายสะพายให้กับโอปอลด้วย

ซึ่ง โอปอล สุชาตา ได้เปิดใจถึงความรู้สึกว่า “อย่างที่ทุกคนน่าจะทราบกันว่าเรามีเวลาค่อนข้างน้อย เป็นการเตรียมตัวค่อนข้างกระชั้นชิด แต่อย่างที่โอปอลกล่าวไปว่า สิ่งที่สำคัญที่ทำให้เราไม่กังวลอะไรเลย เพราะว่าเรามีจิตวิญญาณ เรามีความหวังของคนไทยทุกคน 

และที่สำคัญเรามีโครงการของเราที่มันไม่ใช่โครงการที่เราทำเป็นระยะเวลา มันเป็นสิ่งที่เป็น Lifetime หรือทำไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นเราเตรียมตัวให้เต็มที่ในเวลาที่ยังคงเหลืออยู่ ที่เหลือโอปอลเชื่อว่าเราพาทุกคนไปด้วยกัน เราสามารถทำได้แน่นอนค่ะ”

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

เมื่อถามถึงการเตรียมตัวแข่งขันในพาร์ต Head to Head โอปอลบอกว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่น่าต้องห่วงมาก เพราะส่วนตัวเรียน International Relations อยู่แล้ว เพราะเวที Miss World มีความเป็น Diplomatic Platform คือนอกจากจะโชว์วัฒนธรรมของประเทศตัวเองแล้ว เราต้องโชว์ Social Issue ต่างๆ ที่เราจะไปแก้ไขเพื่อให้โลกนี้ดีขึ้นด้วย 

ส่วนในพาร์ต Dance of The World โอปอลบอกว่าอันนี้ขอเซอร์ไพรส์แล้วกัน แต่ถ้าทุกคนเห็น ทุกคนต้องเต้นตามโอปอล ทุกคนคาดไม่ถึงแน่นอน บอกได้แค่นี้ เป็นอะไรที่สนุกสนาน ในพาร์ต Talent จะพกอูคูเลเล่ไป เพราะเป็นความสามารถพิเศษ แต่มีความสามารถด้านอื่นด้วย เป็นเรื่องของเสียงเพลง 

เมื่อถามถึงเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การไปมู มีบ้างไหม โอปอลบอกว่า มีอยู่แล้วเพื่อความสบายใจ ยังไงก็ต้องมีไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่บ้านที่เมือง รวมไปถึงที่โน่นด้วย

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

จากนั้น โอปอล ฝากถึงแฟนๆ ว่า “อย่างแรกอยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคนนะคะ รวมถึงพี่ๆ ทีมงานทุกคนที่มีส่วนให้โอปอลเดินทางมาไกลขนาดนี้ จนถึงในวันนี้ จนวันนี้เรากำลังจะเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่อีกครั้งนึงแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่โอปอลเชื่อว่าน่าจะตื่นเต้นและน่ารอคอยสำหรับหลายๆ ท่านนะคะ 

ส่วนตัวโอปอลเชื่ออยู่แล้วว่าพี่ๆ หลายท่านเชื่อในตัวโอปอล แต่สิ่งที่โอปอลพูดอยู่เสมอว่าในการที่เราไปสร้างชื่อเสียง สร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศตัวเอง มันไม่ใช่โอปอลคนเดียว มันคือความหวัง คือจิตวิญญาณของเราทุกคน

มันคือคำสอน คือคำแนะนำของทุกคนที่หล่อหลอมให้โอปอลเป็นตัวเองในวันนี้ และเป็นสิ่งที่เป็นกำลังใจให้โอปอลกับการที่นำความหวังของทุกคนไปด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนเชื่อมั่นและสนุกสนานเอ็นจอยไปพร้อมกับกับการติดตามการประกวดในครั้งนี้ และขอให้ทุกคนหวังให้เรานำมงฟ้ากลับมาให้ได้นะคะ”

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

จากนั้น โอปอล สุชาตา ก็ได้เดิน First Walk ของเวที Miss World Thailand ครั้งแรกให้สื่อมวลชนและแฟนๆ ได้เก็บภาพกันอย่างเต็มอิ่ม ก่อนที่จะมีการมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้สนับสนุน ด้าน ขนม ทารีน่า โบเทส มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2023 ขึ้นมามอบช่อดอกไม้ด้วยเช่นกัน ก่อนจะถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

สำหรับกำหนดการต่างๆ ของ โอปอล สุชาตา ในการประกวดมิสเวิลด์ 2025 ครั้งที่ 72 จะออกเดินทางสู่เมืองไฮเดอราบัด รัฐเตลังคานา ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 7-31 พฤษภาคม และรอบตัดสินจะจัดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม

ซึ่งในระหว่างเก็บตัวจะมีการเก็บคะแนนในรอบต่างๆ หรือ FAST TRACK อย่างการนำเสนอโครงการด้านการกุศล Beauty With A Purpose รวมไปถึงความสามารถด้านการพูดในที่สาธารณะ Head to Head Challenge ความสามารถด้านกีฬา (Top Fitness & Sport) ยังมีทักษะการเดินแบบ (Top Model) ความสามารถพิเศษ (Top-Talent) และการใช้สื่อยอดเยี่ยม (Miss World-Multimedia Award) รวมไปถึงการแสดงศิลปะการเต้น (Miss World Dance Of The World) เหล่านี้คือตัวแปรสำคัญในการทำคะแนนเพื่อพิชิตมงฟ้าทั้งสิ้น ติดตามรายละเอียดอื่นๆ และส่งกำลังใจให้ โอปอล สุชาตา กันได้ที่ Facebook Page Miss World-Thailand

เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย
เปิดตัว โอปอล สุชาตา เป็นมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 พร้อมชิงมงฟ้ามิสเวิลด์ที่อินเดีย

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

หนุ่ม กรรชัย ปิดจบดราม่า เบียร์ เดอะวอยซ์ ยันไม่ได้โทรขอโทษ ที่โพสต์ไปไม่เกี่ยวกับน้อง

หนุ่ม กรรชัย ปิดจบดราม่า เบียร์ เดอะวอยซ์ ยันไม่ได้โทรขอโทษ ที่โพสต์ไปไม่เกี่ยวกับน้อง

22 เม.ย. 2568 15:19 น.

หนุ่ม กรรชัย ปิดจบดราม่า เบียร์ เดอะวอยซ์ ยันไม่ได้โทรขอโทษ ที่โพสต์ไปไม่เกี่ยวกับน้อง

สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ นักร้องสาว เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ได้มีการโพสต์ถึงรายการดังที่ทำแต่เรื่องผัวเมีย ทำไมถึงไม่ทำเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเรื่องดีๆ บ้าง งานนี้ทำให้ชาวเน็ตมองว่า เป็นการพูดถึงรายการ โหนกระแส ที่มีพิธีกร หนุ่ม กรรชัย เป็นผู้ดำเนินรายการ 

ก่อนที่ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรของรายการ จะออกมาโพสต์อธิบายถึงมุมมองของตนหลังมีคนพาดพิงว่ารายการโหนกระแสทำแต่ประเด็นผัวเมีย

ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์ทันที เพราะชาวเน็ตมาว่า เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์แซะรายการโหนกระแส จึงมีการตอบโต้ไปมาระหว่าง เบียร์ กับ ชาวเน็ต

จากนั้น เบียร์ ก็ได้ออกมาโพสต์ว่า หนุ่ม กรรชัย ได้มีการโทรฝากขอโทษแทนแฟนคลับ เพราะแฟนคลับเอาไปโยง และเขียนข้อความว่า “ต่อไปนี้ติ่งแตxดที่ไหนใครออกตัวแทน ก็ช่วยระมัดระวัง ใครจะมาโยงอะไรมั่วซั่ว ด่ากลับเสียหมด เขาต้องมาขอโทษแทนแฟนคลับที่โยงมั่วซั่ว ต้นเรื่องมันคือเราโพสต์ถึงสื่อโดยรวม และประชาชนที่สนับสนุนและให้ความสนใจเรื่องชาวบ้านมากเกินไป แค่เชียร์ให้เรื่องอื่นๆ ไปออกบ้าง แต่มีคนกลุ่มนึง อยู่ดีๆ มาด่าตน เอาตนไปซะ มาเดือดร้อนแทนพี่เขาอีก งงมาก”

หนุ่ม กรรชัย ปิดจบดราม่า เบียร์ เดอะวอยซ์ ยันไม่ได้โทรขอโทษ ที่โพสต์ไปไม่เกี่ยวกับน้อง

ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้ขอพูดชี้แจงผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ถึงประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้น บอกว่า

“ผมเข้าใจที่หลายคนก็คาดหวังว่า อยากให้โหนกระแสทำเรื่องที่แบบเป็นเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้กับทางสังคม ซึ่งจริงๆ เราก็ต้องบอกว่า เราก็ทำอยู่ แต่ว่าบางทีประเด็นเรื่องผัวเมียมันอาจจะเป็นประเด็นที่เวลาที่คนจะดูแล้วมันจะดัง แล้วมันจะร้อนแรง อย่างที่ผ่านมามันก็จะเป็นเรื่อง อ่ะ โอเค มันอาจจะเป็นเรื่องของน้องมายด์ เรื่องของเพชร เรื่องของโตโน่ เรื่องของณิชา ก่อนหน้านั้นก็เป็นเรื่องของ ลำไย ไหทองคำ คือมันเป็นเรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องที่มันอยู่ในกระแส โหนกระแส ชื่อมันบอกอยู่แล้ว “โหน กระ แส” เราก็เลยจำเป็นที่จะทำเรื่องที่อยู่ในกระแส ประมาณแบบนี้ เราไม่ได้ไปเมนว่าจะต้องทำเรื่องของผัวเมียอย่างเดียว

แต่ประเด็นหลักก็คือพอน้องลงมาแบบนี้ ก็คืออาจจะมีหลายคนเข้าใจว่าตัวน้องเองมาแซะทางเรา ทางโหนกระแส ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่ได้ติดใจน้องเลย ต้องบอกอย่างนี้ก่อน แต่ประเด็นมันอยู่ที่หลังจากนั้น ผมมีการไปโพสต์ที่ยาวๆ แต่ที่ผมโพสต์อันนี้ ผมไม่ได้หมายถึงน้องเบียร์นะ ผมพูดหมายถึงบุคคลบางท่านนะครับ ที่อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนไป อธิบายให้ฟัง แต่เรื่องนี้ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเบียร์เลย

พอผมโพสต์อันนี้ แน่นอนครับว่าทางฝั่งน้องเบียร์น่าจะเข้าใจผิด ก็เลยมีการไปโพสต์เพิ่มเติมอีก ก็เลยทำให้คนที่รักผมหลายๆ คน เขาก็ออกมาปกป้องผม ก็เลยมีการไปต่อว่าต่อขานน้องเบียร์นะครับ ผมเองก็เลยไม่สบายใจนะครับ เพราะว่าจริงๆ เจตนาเราไม่ได้หมายถึงน้องเบียร์นะเรื่องนี้ แต่ผมก็เข้าใจคนที่รักผมนะ เพราะว่าผมโดนแซะๆ เขาก็จะเข้าไปปกป้องผม

ตัวผมเองเมื่อวานนี้ก็เลยไม่สบายใจมากๆ เลย ตอนเช้าก็เลยติดต่อไปหาทางเอเจนซี่ของน้องเบียร์ชื่อคุณดิว ก็เลยบอกดิว บอกน้องนะไอ้ที่พี่ลงอันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับเบียร์เลยนะ จริงๆ ที่ลงมาอันนี้ มันเป็นเรื่องของคนอื่นที่เขาพูด พี่ก็เลยลงถึงคนอื่น ไม่ได้เกี่ยวกับเบียร์เลย พี่เข้าใจเบียร์ เพราะเบียร์คงจะคาดหวังให้พี่ทำเรื่องที่ไม่ใช่ผัวเมีย อันนี้พี่เข้าใจ ฝากบอกน้องด้วย ประมาณนี้

เสร็จแล้วคุณดิวก็ไปส่งข้อความหาเบียร์ บอกว่าพี่หนุ่มเขาฝากขอโทษ แล้วเบียร์ก็แคปอันนี้มาลงว่าพี่หนุ่มฝากขอโทษ ผมก็เลยโทรไปบอกดิวใหม่ บอกว่า ดิวฝากบอกน้องด้วยว่า พี่ไม่ได้ขอโทษนะ เดี๋ยวความหมายมันจะเปลี่ยน พี่ไม่ได้ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดกับเบียร์ พี่ไม่จำเป็นต้องขอโทษ แต่ที่พี่ฝากบอกไปคือพี่แค่เป็นห่วงว่าเดี๋ยวมันจะกลายเป็นสงครามในโซเชียลมันไม่ดี คือเป็นห่วง ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น คือแค่อยากอธิบายให้ฟังบอกว่าพี่ไม่ได้หมายถึงน้อง เท่านั้นแหละ

หลังจากนั้นก็มีประเด็น ทางนี้ก็จะโพสต์ เบียร์ก็จะโพสต์ ก็ต้องบอกว่า หยุดได้แล้ว ก็ขอบคุณคนที่รักผมทุกๆ คนด้วยนะครับอันนี้ผมขอบคุณจริงๆ ซาบซึ้งใจมากๆ นะครับ ที่หลายคนมาปกป้องผม แต่ว่าผมกับน้องเบียร์ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ คือไม่ได้ติดใจอะไรต่อกันนะครับ

ส่วน สรปุก เขาก็โทรมาหาผม ผมก็คุยกับปุ๊กจริงๆ เราก็คุยกันตลอด เวลามีอะไรก็จะคุย กับซ้อนี่ก็คุย อีซ้อขยี้ผมก็คุยอยู่ตลอด เมื่อวานเขาก็โทรมาถามว่า ตกลงพี่หนุ่มเนี่ยไปขอโทษเบียร์เหรอ ผมไม่ได้ขอโทษ แค่บอกว่าจริงๆ เป็นห่วง คือไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าเราไปพูดถึงน้องเขา ประมาณแบบนี้ เรื่องประมาณนี้จะได้จบสักที”

หนุ่ม กรรชัย ปิดจบดราม่า เบียร์ เดอะวอยซ์ ยันไม่ได้โทรขอโทษ ที่โพสต์ไปไม่เกี่ยวกับน้อง

ด่วน แผ่นดินไหวหลายครั้งเขย่าอิสตันบูล ตุรกี แรงสุดวัดได้ 6.2 ประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีลงจากอาคารสูง

ด่วน แผ่นดินไหวหลายครั้งเขย่าอิสตันบูล ตุรกี แรงสุดวัดได้ 6.2 ประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีลงจากอาคารสูง

23 เม.ย. 2568 19:06 น.

ด่วน แผ่นดินไหวหลายครั้งเขย่าอิสตันบูล ตุรกี แรงสุดวัดได้ 6.2 ประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีลงจากอาคารสูง

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.2 ใต้ทะเลมาร์มารา ใกล้เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อช่วงเที่ยงวัน ตามเวลาท้องถิ่น แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ทั่วเมือง ชาวบ้านตกใจกลัววิ่งหนีออกจากอาคาร เบื้องต้นยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

วันที่ 23 เมษายน 2568 สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ (U.S. Geological Survey – USGS) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.2 บริเวณทะเลมาร์มารา จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากใจกลางเมืองอิสตันบูลไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร หรือห่างจากเมืองมาร์มารา เอเรกลีซี ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 21 กิโลเมตร

โดยเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.13 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับ เวลา 16:13 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยมีจุดศูนย์กลางลึกลงไปประมาณ 6.99 กิโลเมตร ในทะเลมาร์มารา ห่างจากชายฝั่งราว 20-40 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ทั่วทั้งเมืองอิสตันบูล เมืองที่มีประชากรมากที่สุดของตุรกี สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ประชาชนจำนวนมากต่างวิ่งหนีออกจากอาคารอย่างอลหม่าน บางรายถึงกับน้ำตาคลอ เนื่องจากไม่เคยสัมผัสแผ่นดินไหวที่มีแรงสั่นสะเทือนรุนแรงเช่นนี้มาก่อนในรอบหลายปี

แม้ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากอาคารที่มีความเสี่ยง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตุรกีเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนแผ่นดินไหวหลายจุด และเคยเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงหลายครั้งในอดีต รวมถึงแผ่นดินไหวในเมืองอิสตันบูลที่มีระดับความรุนแรงใกล้เคียงกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

พระศพพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกอัญเชิญถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

พระศพพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกอัญเชิญถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

23 เม.ย. 2568 16:49 น.

พระศพพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกอัญเชิญถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

พระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งอัญเชิญลงบรรทมในหีบพระศพ ได้ถูกอัญเชิญอย่างสมเกียรติจากโบสถ์ซานตา มาร์ตา ในเขตนครวาติกัน ถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เพื่อให้ประชาชนร่วมถวายสักการะ

พระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งอัญเชิญลงบรรทมในหีบพระศพ ได้ถูกอัญเชิญอย่างสมเกียรติจากโบสถ์ซานตา มาร์ตา ในเขตนครวาติกัน ถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เพื่อให้ประชาชนร่วมถวายสักการะ

พระคาร์ดินัล นักบวช ภราดาผู้ถือเทียน และทหารองครักษ์สวิส เดินอย่างช้าๆ เข้าสู่ลานกว้างที่มีแสงแดดส่อง ขณะที่คณะนักร้องประสานเสียงสวดบทสวดและสวดมนต์เป็นภาษาละติน ขณะที่ระฆังขนาดใหญ่ของมหาวิหารดังขึ้น

โดยพระศพของสมเด็จพระสันตะปาปา พระชนมายุ 88 พรรษา ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อ 2 วันก่อน ณ ที่ประทับอาคารนักบุญมาร์ธา หลังจากทรงประสบภาวะสมองขาดเลือด หรือสโตรก หลังจากหัวใจล้มเหลว ได้รับการอัญเชิญขึ้นสู่แท่นไม้ โดยผู้แบกพระศพ 14 คน ซึ่งสวมถุงมือสีขาวและชุดสูทสีดำ

พระคาร์ดินัล เควิน ฟาร์เรลล์ กล่าวในช่วงเริ่มต้นพิธีว่า “พี่น้องที่รัก ด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ขณะนี้พวกเรากำลังร่วมเดินทางกับพระบรมศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสของเราไปยังมหาวิหารวาติกัน” ขณะที่หีบพระศพเคลื่อนผ่านจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ฝูงชนหลายพันคนปรบมือให้กันอย่างกึกก้อง ซึ่งถือเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมอิตาลี

พระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกอัญเชิญมาถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
พระศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ถูกอัญเชิญมาถึงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 5 สัปดาห์เมื่อต้นปีนี้ด้วยอาการปอดบวมทั้งสองข้าง ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 เม.ย. โดยพระองค์สร้างความประหลาดใจให้กับผู้แสวงบุญ ด้วยการประทับรถสีขาวแบบเปิดประทุนไปรอบๆ จัตุรัสที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน

พระศพของพระองค์จะประดิษฐานอยู่ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์จนถึงเย็นวันที่ 25 เม.ย. เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงความเคารพได้ โดยพิธีพระศพมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 เม.ย. นี้ ที่มหาวิหารนักบุญเปโตร หรือ มหาวิหารเซนต์ ปีเตอร์ส บาซิลิกา ในนครรัฐวาติกัน โดย ผู้นำของรัฐและรัฐบาลจากทั่วโลก รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับผู้นำจากอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ ยูเครน สถาบันของสหภาพยุโรป และอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระสันตะปาปาฟรานซิส ก็ได้ยืนยันการมาร่วมงานด้วยเช่นกัน

ฟาบิโอ ซิซิเลียโน หัวหน้าหน่วยงานป้องกันพลเรือนของอิตาลี เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ Corriere della Sera ว่าคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานพิธีที่จัดขึ้นกลางแจ้งอย่างน้อย 200,000 คน

คาดว่าการประชุมลับเพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่จะเริ่มขึ้นก่อนวันที่ 6 พฤษภาคม เนื่องจากขณะนี้พระคาร์ดินัลได้เริ่มทยอยเดินทางมายังกรุงโรมเพื่อกำหนดวันประชุมลับ หลังจากที่มีการหารือกันอย่างยาวนาน

ไม่มีตัวเก็งผู้สืบทอดตำแหน่งจากพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ชัดเจน แม้ว่าบริษัทรับพนันของอังกฤษ จะระบุชื่อหลุยส์ อันโตนิโอ ตาเกล พระนักปฏิรูปจากฟิลิปปินส์ และเปียโตร ปาโรลิน จากอิตาลี ว่าเป็นผู้ที่ที่เป็นตัวเก็งในช่วงแรกๆ ก็ตาม

ในระหว่างนี้ ในช่วงเวลาที่เรียกว่า “sede vacante” (ที่นั่งว่าง) ของคริสตจักรนิกายโรมันคาธอลิกทั่วโลก พระคาร์ดินัล ฟาร์เรลล์ จะเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจประจำวันแทนโป๊ปฟรานซิส.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ดับแล้ว 26 ศพ เหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์

ดับแล้ว 26 ศพ  เหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์

23 เม.ย. 2568 12:02 น.

ดับแล้ว 26 ศพ เหตุกราดยิงนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์

มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 ศพ หลังกลุ่มมือปืนกราดยิงกลุ่มนักท่องเที่ยวในแคว้นแคชเมียร์ ที่อยู่ในความปกครองของอินเดียเมื่อวานนี้

ตำรวจอินเดียเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า มีผู้เสียชีวิต 26 ศพ และบาดเจ็บ 17 ราย เมื่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายเปิดฉากยิงนักท่องเที่ยวในดินแดนจัมมูและแคชเมียร์ของอินเดีย ซึ่งถือเป็นเหตุโจมตีครั้งร้ายแรงที่สุดในประเทศในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาที่เมืองพาฮาลกัม ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม หลังการท่องเที่ยวแบบกลุ่มใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง ขณะที่ความรุนแรงจากกลุ่มกบฏลดน้อยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุครั้งนี้ นับเป็นเหตุโจมตีพลเรือนครั้งร้ายแรงที่สุดในอินเดีย นับตั้งแต่เหตุการณ์ยิงที่นครมุมไบเมื่อปี 2008 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ศพ

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ยุติการเยือนซาอุดีอาระเบีย 2 วัน และเดินทางกลับอินเดียในเช้าวันนี้ (23 เม.ย.) ด้าน นิรมาลา สิตารามัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอินเดีย ประกาศยุติการเยือนสหรัฐฯ และเปรู “เพื่ออยู่เคียงข้างประชาชนของเราในช่วงเวลาที่ยากลำบากและน่าเศร้าโศกนี้” ตำรวจกล่าวว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในทุ่งหญ้าข้างทาง และผู้เสียชีวิตมีชาวอินเดีย 25 รายและชาวเนปาล 1 ราย 

กลุ่มก่อการร้ายที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักอย่าง “กลุ่มต่อต้านแคชเมียร์” อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีดังกล่าวผ่านข้อความทางโซเชียลมีเดีย โดยแสดงความไม่พอใจที่ “คนนอก” มากกว่า 85,000 คน ได้ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งกระตุ้นให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากร”

ด้านองค์กรท้องถิ่นกว่าสิบแห่งถูกเรียกร้องให้ปิดทำการในเขตปกครองกลาง เพื่อประท้วงต่อเหตุโจมตีนักท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ขณะโรงเรียนหลายแห่งได้หยุดการเรียนการสอนเพื่อประท้วงด้วย เจ้าหน้าที่กล่าวว่าสายการบินต่างๆ ได้ให้บริการเที่ยวบินพิเศษจากเมืองศรีนคร เมืองหลวงของเขตปกครองจัมมูและแคชเมียร์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวพากันเดินทางออก

ความรุนแรงของกลุ่มก่อการร้ายได้ก่อความเดือดร้อนในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งอินเดียและปากีสถานอ้างสิทธิ์การปกครอง นับตั้งแต่การก่อความไม่สงบต่อต้านอินเดียเริ่มขึ้นในปี 1989 มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน แม้ว่าความรุนแรงจะลดน้อยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

อินเดียเพิกถอนสถานะพิเศษของแคชเมียร์ในปี 2019 โดยแบ่งรัฐออกเป็น 2 ดินแดนที่รัฐบาลกลางบริหาร ได้แก่ จัมมูและแคชเมียร์ และลาดักห์ การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถออกสิทธิในการมีถิ่นฐานให้กับคนนอกได้ ทำให้พวกเขาสามารถหางานทำและซื้อที่ดินในดินแดนดังกล่าวได้ ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับปากีสถานซึ่งอ้างสิทธิ์ในภูมิภาคนี้แย่ลง ข้อพิพาทดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดความบาดหมางอย่างรุนแรงและความขัดแย้งทางทหารระหว่างสองประเทศ

การโจมตีนักท่องเที่ยวในแคชเมียร์เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2024 เมื่อมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ และบาดเจ็บ 33 ราย หลังจากการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายทำให้รถบัสที่บรรทุกผู้แสวงบุญชาวฮินดูตกลงไปในหุบเขาลึก.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เทสลากำไรหด 71% อีลอน มัสก์ จ่อลดบทบาทรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

เทสลากำไรหด 71% อีลอน มัสก์ จ่อลดบทบาทรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

23 เม.ย. 2568 10:57 น.

เทสลากำไรหด 71% อีลอน มัสก์ จ่อลดบทบาทรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา เผยว่าเขาจะลดบทบาทในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังรายได้ของบริษัทลดลงในช่วงสามเดือนแรกของปี โดยกำไรลดลงมากกว่า 70%

อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา เผยว่าเขาจะลดบทบาทในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังรายได้ของบริษัทลดลงในช่วงสามเดือนแรกของปี โดยกำไรลดลงมากกว่า 70% โดยการที่ยอดขายตกต่ำและแบรนด์ต้องเผชิญกับกระแสตอบรับเชิงลบ เนื่องจากมัสก์ได้กลายเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองในทำเนียบขาว

เมื่อวันอังคาร บริษัทได้รายงานว่ารายได้จากรถยนต์ลดลง 20% ในไตรมาสแรกของปี 2025 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรลดลงมากกว่า 71% บริษัทได้เตือนนักลงทุนว่าผลกระทบอาจยังคงดำเนินต่อไป โดยปฏิเสธที่จะให้การคาดการณ์การเติบโต ขณะที่กล่าวว่า “ความรู้สึกทางการเมืองที่เปลี่ยนไป” อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์อย่างมีนัยสำคัญ

การร่วงลงของมูลค่าบริษัทเมื่อเร็วๆ นี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับบทบาทของมัสก์ในรัฐบาลของทรัมป์ ซึ่งเขายอมรับว่าทำให้เขาละเลยบริษัทไป ทั้งนี้ มัสก์บริจาคเงินมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์ ให้กับการหาเสียงเลือกตั้ของทรัมป์ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำโครงการของทรัมป์ในกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เพื่อลดรายจ่ายและลดจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐบาล

มัสก์กล่าวว่า “การจัดสรรเวลาให้กับ DOGE” ของเขาจะ “ลดลงอย่างมาก” เริ่มตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เขาจะใช้เวลาเพียง 1-2 วันต่อสัปดาห์กับเรื่องของรัฐบาล “ตราบใดที่ประธานาธิบดีต้องการให้เขาทำและตราบใดที่มันมีประโยชน์”

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของเขาก่อให้เกิดการประท้วงและการคว่ำบาตรเทสลาทั่วโลก มัสก์กล่าวโทษการตอบโต้ ต่อผู้คนที่พยายามโจมตีเขาและทีมงาน DOGE แต่เขากล่าวว่างานของเขาที่ DOGE “มีความสำคัญ” และกล่าวว่า “การจัดการบ้านของรัฐบาลให้เข้าที่เข้าทางนั้นเสร็จเกือบหมดแล้ว”

เทสลามีรายได้รวม 19,300 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรกของปีนี้ ลดลง 9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 21,100 ล้านดอลลาร์ และเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทลดราคารถเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ

บริษัทระบุว่าการที่ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนยังส่งผลกระทบต่อเทสลาอย่างมาก แม้ว่ารถยนต์ที่เทสลาที่ขายในตลาดสหรัฐฯ จะประกอบในประเทศ แต่ก็ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนหลายชิ้นที่ผลิตในจีน บริษัทระบุว่า “นโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มต้นทุนได้

รายงานประจำไตรมาสของเทสลาระบุว่า “พลวัตนี้ ร่วมกับความรู้สึกทางการเมืองที่เปลี่ยนไป อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ของเราในระยะใกล้”

มัสก์มีความขัดแย้งในเรื่องการค้ากับบุคคลสำคัญอื่นๆ ในรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงนายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เขาเรียกนายนาวาร์โรว่า “คนโง่” จากความคิดเห็นที่เขาเคยพูดเกี่ยวกับเทสลา นาวาร์โรเคยกล่าวว่ามัสก์ “ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์” แต่เป็น “ผู้ประกอบรถยนต์ในหลายกรณี”

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. มัสก์กล่าวว่าเขาคิดว่าเทสลาเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีน้อยที่สุด เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นในอเมริกาเหนือ ยุโรป และจีน แต่เขากล่าวเสริมว่าภาษียังคง “ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่มีอัตรากำไรต่ำ” เขากล่าวว่า “ผมจะยังคงสนับสนุนให้ภาษีลดลงแทนที่จะเพิ่มภาษี แต่นั่นคือทั้งหมดที่ผมทำได้”

เทสลากล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์จะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต แม้ว่านักลงทุนจะไม่เชื่อมั่นในข้อโต้แย้งดังกล่าวในอดีตก็ตาม หุ้นของบริษัทลดลงประมาณ 37% ของมูลค่าในปีนี้ ณ เวลาปิดตลาดของวันที่ 22 เม.ย. โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในการซื้อขายหลังปิดตลาดหลังจากประกาศผลประกอบการ.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เปิดรายชื่อผู้นำโลกที่คาดว่าจะร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

เปิดรายชื่อผู้นำโลกที่คาดว่าจะร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

23 เม.ย. 2568 10:48 น.

เปิดรายชื่อผู้นำโลกที่คาดว่าจะร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

สื่อต่างชาติเปิดเผยรายชื่อผู้นำระดับโลกที่คาดว่าจะเดินทางไปร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่กรุงโรมในวันเสาร์นี้

ผู้นำโลกจำนวนมากได้ประกาศว่าจะเดินทางไปยังกรุงโรมเพื่อเข้าร่วมพิธีศพของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในวันเสาร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีฝูงชนจำนวนมหาศาลรวมตัวกันที่จัตุรัสด้านหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตรในนครวาติกัน โดยสื่อต่างประเทศมีการคาดการณ์รายชื่อผู้นำที่จะเดินทางไปร่วมพิธีดังนี้

เปิดรายชื่อผู้นำโลกที่คาดว่าจะร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส


ทวีปอเมริกา

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ นางเมลาเนีย ภริยา น่าจะเดินทางไปเข้าร่วมพิธีอย่างแน่นอน เนื่องจากทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “พวกเราตั้งตารอที่จะไปร่วมงาน”

ขณะที่นายฮาเวียร์ ไมเลอี ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของสมเด็จพระสันตะปาปา จะเข้าร่วมงานด้วย โดยทางสำนักงานของเขายืนยันว่า แม้ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับการเมืองในบ้านเกิดจะค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่นายไมเลอีได้ยกย่องความชาญฉลาดของพระองค์เสมอมา

นายลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล จะเข้าร่วมพร้อมภรรยา โดยนายลูลาเคยกล่าวว่า สมเด็จพระสันตะปาปา “ทรงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเข้มข้นต่อโมเดลเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดความอยุติธรรมแก่มนุษยชาติ”

เปิดรายชื่อผู้นำโลกที่คาดว่าจะร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

องค์การสหประชาชาติ

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ จะเข้าร่วมพิธีพระศพ ตามรายงานจากสำนักงานของเขา

ทวีปยุโรป

นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ นายอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป จะเดินทางไปร่วมพิธีที่กรุงโรม

ขณะที่นายเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร จะเข้าร่วม และ เจ้าชายวิลเลียม จะร่วมพิธีแทนพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในฐานะประมุขแห่งรัฐ

นายไมเคิล ฮิกกินส์ ประธานาธิบดีไอร์แลนด์ และภรรยา จะเดินทางไปร่วมพิธี พร้อมกับ นายกรัฐมนตรีไมเคิล มาร์ติน

กษัตริย์เฟลิเปที่ 6 และ สมเด็จพระราชินีเลตีเซีย แห่งสเปนจะทรงเข้าร่วมพิธีด้วย โดยสำนักพระราชวังกล่าวว่า กษัตริย์เฟลิเปทรงยกย่องสมเด็จพระสันตะปาปาว่าเป็น “ดวงประทีปทางจริยธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกและยุคสมัยของเรา”

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ซึ่งได้ยุติการเยือนภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียทันทีหลังทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาจะเข้าร่วมพิธีศพของพระองค์ตามที่ควรจะเป็น

ส่วนนายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีซึ่งกำลังจะพ้นจากตำแหน่ง คาดว่าจะเข้าร่วมพิธีพร้อมกับ แฟรงก์-วัลเตอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดี ซึ่งจะเป็นผู้นำคณะผู้แทนของเยอรมนี ส่วน ฟรีดริช เมิร์ตซ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะไม่เข้าร่วม

เปิดรายชื่อผู้นำโลกที่คาดว่าจะร่วมพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ซึ่งเคยกล่าวว่าสมเด็จพระสันตะปาปาได้ทรงอธิษฐานเพื่อสันติภาพในยูเครนจะเข้าร่วมพร้อมภริยา โอลีนา เซเลนสกา

ขณะที่วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งกำลังถูกหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศเนื่องจากการรุกรานยูเครน จะไม่เข้าร่วม ตามการยืนยันจากเครมลิน

นายอันเดรจ ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์ ซึ่งได้ประกาศให้วันเสาร์เป็นวันไว้อาลัยแห่งชาติ จะเข้าร่วมพิธีพร้อมภริยา

นายบาร์ต เดอ เวเวอร์ นายกรัฐมนตรีเบลเยียม และ กษัตริย์ฟิลิปป์กับสมเด็จพระราชินีมาติลด์ ก็จะเข้าร่วมเช่นกัน

กษัตริย์วิลเลม-อเล็กซานเดอร์ และ สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา แห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งพระองค์ทรงมีสัญชาติอาร์เจนตินาด้วยจะไม่เข้าร่วม เนื่องจากตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของกษัตริย์ แม้ว่าพระราชวงศ์จะกล่าวว่ารู้สึกสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง ต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปา อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีดิก สโคฟ และ รัฐมนตรีต่างประเทศคาสปาร์ เฟลดคัมป์ จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีแทน

ประธานาธิบดีมาร์เซโล เรเบโล เดอ ซูซาและนายกรัฐมนตรีลุยส์ มอนเตเนโกรแห่งโปรตุเกส จะเป็นผู้นำคณะผู้แทนเข้าร่วมพิธี

ประธานาธิบดีทามาส ซูลยอค แห่งฮังการียืนยันว่าจะเข้าร่วม เช่นเดียวกับ นายกรัฐมนตรีคริสเตียน สต็อกเกอร์ แห่งออสเตรีย และประธานาธิบดีนาตาซา เพิร์ซ มูซาร์ แห่งสโลวีเนีย ซึ่งจะเข้าร่วมพร้อมกับ นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต โกลอบ

ขณะที่ประธานาธิบดีทั้ง 3 แห่งรัฐบอลติกจะเข้าร่วมพิธีประกอบด้วย กีตานัส เนาเซดา แห่งลิทัวเนีย เอ็ดการ์ส รินเควิกส์ แห่งลัตเวียและอาลาร์ คาริส แห่งเอสโตเนีย

ราชวงศ์โมนาโกประกาศไว้อาลัย 3 วัน และแหล่งข่าวจากพระราชวังเผยว่า เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 และ เจ้าหญิงชาร์ลีน จะเข้าร่วมพิธี นอกจากนี้ยังมีประเทศยุโรปอื่นๆ ที่จะส่งผู้นำเข้าร่วม ได้แก่ สาธารณรัฐเช็ก, โคโซโว, มอลโดวา, โรมาเนีย และ สโลวาเกีย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

หนุ่มกานาเมาคลั่ง บุกพังข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตอินโดฯ (คลิป)

หนุ่มกานาเมาคลั่ง บุกพังข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตอินโดฯ (คลิป)

23 เม.ย. 2568 08:48 น.

หนุ่มกานาเมาคลั่ง บุกพังข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ตอินโดฯ (คลิป)

เกิดเหตุชุลมุนในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อมีลูกค้าหนุ่มชาวกานาคลั่งอาละวาด เจ้าหน้าที่และลูกค้าคนอื่นๆ ต้องช่วยกันหาทางรวบตัวหนุ่มรายนี้กันให้วุ่น

โลกโซเชียลแชร์คลิปภาพเหตุการณ์ ขณะที่หนุ่มชาวกานาที่มีอาการมึนเมารายหนึ่ง เกิดอาการคลุ้มคลั่งบุกเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะถอดเสื้อและคว้าขวดน้ำมันทำอาหารมาราดตัวเอง รวมทั้งยังขว้างปาสินค้าจากชั้นวางต่อหน้าลูกค้าที่กำลังสับสนงุนงง

โดยจากคลิปจะเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคน รวมทั้งพลเมืองดีคนอื่นๆ พยายามจะหาทางเข้าควบคุมตัวชายรายนี้ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเขาตัวค่อนข้างใหญ่ และยังอาละวาดอย่างรุนแรง จนทุกคนไม่กล้าเข้าไปใกล้ ได้แต่ขว้างผัก ผลไม้ และของชำใส่ ขณะที่ชายคนดังกล่าวก็หยิบสินค้าจากชั้นวางมาทำลายอย่างต่อเนื่อง แถมยังเอาถังดับเพลิงลงมาและพยายามจะดึงสลักฉีดใส่คนอื่น

ในท้ายที่สุดแล้วทั้งเจ้าหน้าที่ และลูกค้าคนอื่นๆ ก็เข้ามาช่วยล้อม และรุมสกรัมจับตัวเขากดลงกับพื้นจนสำเร็จ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุในเวลาต่อมา และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไป โดยจากการตรวจสอบพบว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศกานา และอยู่ในอาการมึนเมา หลังจากมีปัญหาทะเลาะกับภรรยา จึงระบายอารมณ์ด้วยความรุนแรง โดยหลังจากนี้จะมีการส่งตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายต่อไป.

ที่มา : newsflare

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

จัดให้ถวายอาลัย พิธีพระศพโป๊ป กำหนดฝัง 26 เม.ย. จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ไทยลดธงครึ่งเสา

จัดให้ถวายอาลัย พิธีพระศพโป๊ป กำหนดฝัง 26 เม.ย. จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ไทยลดธงครึ่งเสา

23 เม.ย. 2568 08:05 น.

จัดให้ถวายอาลัย พิธีพระศพโป๊ป กำหนดฝัง 26 เม.ย. จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ไทยลดธงครึ่งเสา

สำนักวาติกันตั้งพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ให้คริสตศาสนิกชน ทั่วไปเข้าถวายความเคารพและอาลัย ณ มหาวิหารนักบุญเปโตร ส่วนพิธีฝังพระศพมีขึ้นที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ วันที่ 26 เม.ย. นครรัฐวาติกัน ก่อนอัญเชิญพระศพไปฝังเพื่อทรงพักผ่อนนิรันดร์ ณ มหาวิหารซานตา มารีอา มาจจอเร กรุงโรม ประเทศอิตาลี ตามพระประสงค์ ผู้นำนานาชาติเข้าร่วมในพิธีฝังพระศพ อาทิ ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” จากสหรัฐฯ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส “เอมานูว์แอล มาครง” “นายกฯ” สั่ง “ส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจ” ลดธงครึ่งเสา 3 วัน 23-25 เม.ย. ถวายความอาลัยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์

การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หรือ “โป๊บฟรานซิส” ประมุขแห่งศาสนานิกายโรมัน คาทอลิก ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา เมื่อเวลา 07.35 น.วันจันทร์ที่ 21 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นนครรัฐวาติกัน หรือเวลา 12.35 น.วันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย ยังความเศร้าเสียใจสุดอาลัยแก่เหล่าคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลก ต่อมานครรัฐวาติกันแถลงยืนยัน สาเหตุการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาว่า สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจล้มเหลว

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นครรัฐวาติกัน เผยแพร่พระรูปสมเด็จพระสันตะปาปา ประทับนอนอยู่ในโลงบรรจุพระศพ ที่มีการเปิดโลงบรรจุพระศพไว้ ตั้งอยู่ในอาคารโดมุส ซานตา มาร์ตา นครรัฐวาติกัน เผยให้เห็นพระศพทรงสวมอาภรณ์สีแดง สวมหมวกไมเตอร์ (หมวกพระสันตะปาปา) พระหัตถ์ถือสายประคำและมีการอัญเชิญพระศพสมเด็จพระสันตะปาปา ผ่านจัตุรัสซานตา มาร์ตา จัตุรัสโปรโตมาร์ติรี โรมานี ไปยังมหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน ในเวลา 09.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่นหรือเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ สำนักวาติกันได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปร่วมถวายความเคารพพระศพสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิสได้

ส่วนการประกอบพิธีพระศพสมเด็จพระสันตะปาปา ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน จะมีขึ้นในเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 15.00 น.ตามเวลาประเทศไทย จากนั้นอัญเชิญพระศพไปฝังที่มหาวิหารซานตา มารีอา มาจจอเร ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ตามพระประสงค์ของสมเด็จพระสันตะปาปา ในงานจะมีผู้นำจากนานาชาติเข้าร่วมในพิธีฝังพระศพ อาทิ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายวลาดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน นายฮาเวียร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา นายลูอิส อินาซิโอ ดาซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลและนางเออร์ซูลา ฟอนแดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป

สำหรับการเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ในการประชุมหารือร่วมกันระหว่างพระคาร์ดินัลยังไม่มีกำหนดว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด แต่ในกระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน ตามแบบแผนที่ปฏิบัติสืบทอดกันมา จึงเป็นที่คาดหมายกันว่าจะมีการเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ได้หลังจากวันที่ 5 พ.ค.

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ เผยคำสั่งลาของสมเด็จพระสันตะปาปาที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2565 ว่าทรงมีพระประสงค์ให้ฝังพระศพลงบนพื้นดินอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องตกแต่งใดๆเป็นพิเศษและสลักพระนาม “ฟรานซิส คัส” ที่มหาวิหารซานตา มารีอา มาจจอเร กรุงโรม ประเทศอิตาลี ให้สุสานของพระองค์ตั้งอยู่ระหว่างแท่นบูชาพอลีน ชาเปล กับแท่นบูชาสฟอร์ซา ชาเปล สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมพิธีศพส่วนหนึ่งมาจากผู้ใจบุญที่มอบปัจจัยให้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ให้

มีการโอนปัจจัยไปยังมหาวิหารซานตา มารีอา มาจจอเร สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสยังกล่าวทิ้งท้ายในคำสั่งลาว่า ขอให้พระเจ้าอำนวยพรให้ผู้คนที่มอบความรักให้แก่ข้าพเจ้าและผู้ที่สวดภาวนาให้แก่ข้าพเจ้า ขออุทิศความเจ็บปวดทรมาน ที่เป็นจุดสิ้นสุดชีวิตของข้าพเจ้าให้แด่พระเจ้า เพื่อสันติภาพในโลก และเพื่อความภราดรภาพของผู้คน

ด้านความเคลื่อนไหวที่ประเทศไทย ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” เผยแพร่เอกสารหนังสือด่วนที่สุดที่ นร 0508/ว 159 ลงนามโดยนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่อง นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ลดธงครึ่งเสาทั่วราชอาณาจักร ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขแห่งศาสนานิกายโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน ระหว่างวันที่ 23- 25 เม.ย. รวม 3 วันและขอความร่วมมือหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาตามวันดังกล่าว โดยขอแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐในกำกับ ดูแล ทราบและถือปฏิบัติต่อไป

วันเดียวกันอาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ลงนามในประกาศของสภาฯ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. เรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ว่า สภาฯ รับทราบด้วยความโทมนัสยิ่งเรื่องการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขสูงสุดแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก พร้อมระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี แห่งสมณสมัย สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเป็นแบบอย่างอันประเสริฐยิ่งของการเป็นศิษย์พระคริสต์ที่ซื่อสัตย์และเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงนำพระศาสนจักรด้วยจิตตารมณ์แห่งความถ่อมตน กล้าหาญและการอุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ ผู้เปราะบาง และผู้ถูกหลงลืมในสังคม ทรงส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา การรักษ์โลก การสร้างสันติภาพในระดับนานาชาติ ขอเชิญชวนพี่น้องคริสตชนชาวไทยร่วมใจกันภาวนาแด่ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และน้อมรำลึกถึงพระจริยวัตรอันเป็นแบบอย่างในการอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อพระเจ้า พระศาสนจักรและผู้ยากไร้ ขอพระเป็นเจ้าทรงรับดวงพระวิญญาณของพระองค์ไว้ในอ้อมพระหัตถ์อันอบอุ่นและขอทรงพักผ่อนเป็นสุขในสันติของพระเจ้าเทอญ