‘เพลง ชนม์ทิดา’อวดชุดวิวาห์แบรนด์หรู สมฐานะงานแต่ง2ตระกูลดังระดับประเทศ

'เพลง ชนม์ทิดา'อวดชุดวิวาห์แบรนด์หรู สมฐานะงานแต่ง2ตระกูลดังระดับประเทศ

‘เพลง ชนม์ทิดา’อวดชุดวิวาห์แบรนด์หรู สมฐานะงานแต่ง2ตระกูลดังระดับประเทศ

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.50 น.

14 พฤษภาคม 2568 เรียกได้ว่านับถอยหลังแล้วสำหรับว่าที่เจ้าสาวคนสวย ‘เพลง’ ชนม์ทิดา อัศวเหม ทายาทเพียงคนเดียวของนักร้องคุณภาพ ‘ตู่’ นันทิดา แก้วบัวสาย กับ ‘เอ๋’ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม หลังจากที่สาวเพลง ถูก’เป็ก’ เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวและแฟนๆ ที่ติดตามเรื่องราวความรักของทั้งคู่มาโดยตลอด 

ล่าสุด ‘เพลง ชนม์ทิดา’ ได้อัปเดตไอจีสตอรี่ “@plengasavahame” เป็นภาพชุดเจ้าสาวแบรนด์ดังพร้อมกับติดแท็กชื่อแบรนด์คือ Vivienne Westwood Bridal แบรนด์ดังระดับโลกสัญชาติอังกฤษ ต้องบอกว่าสวยงามมากและมีความอลังการมาก สมฐานะสองตระกูลดังระดับประเทศเลยทีเดียว ซึ่งเดาได้เลยว่างานแต่งงานของทั้ง เป็ก เศรณี กับ เพลง ชนม์ทิดา เรียกได้ว่าต้องเป็นงานแต่งระดับประเทศแน่นอน 

คนไทยคนแรก! ‘ป่าน ณิชาภัทร’ประเดิมพรมแดงเมืองคานส์ สวมชุดราตรีสีแดงเพลิงเด่นสง่า

คนไทยคนแรก! 'ป่าน ณิชาภัทร'ประเดิมพรมแดงเมืองคานส์ สวมชุดราตรีสีแดงเพลิงเด่นสง่า

คนไทยคนแรก! ‘ป่าน ณิชาภัทร’ประเดิมพรมแดงเมืองคานส์ สวมชุดราตรีสีแดงเพลิงเด่นสง่า

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.15 น.

14 พฤษภาคม 2568 เริ่มต้นแล้วสำหรับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 78 ประจำปี 2025 โดยในปีนี้ได้เพิ่มกฎใหม่ที่เหล่าเซเลบริตี้คนดังห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการที่ห้ามเหล่าคนดังแต่งกายโป๊เปลือย หรือ การใส่กระโปรงยาวเดินไปทำให้กีดขวางทางเดินแขกคนอื่นๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด สาวไทยคนแรกที่เจิมพรมแดง ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ‘คุณป่าน’ ณิชาภัทร สุภาพ คอนทริบิวเตอร์แห่งโว้กประเทศไทย แฟชั่นนิสต้าชื่อดังผู้ยืนหนึ่งในวงการแฟชั่นระดับโลก โดย ‘ป่าน ณิชาภัทร’ มาในชุดราตรียาวเกาะอกสีแดง จาก “Zac Posen” ซึ่งปัจจุบันแบรนด์นี้ได้ปิดตัวไปแล้ว แต่ทางดีไซน์เนอร์จะตัดชุดออกงานให้เฉพาะกับลูกค้าคนสำคัญเท่านั้น เสริมลุคปังด้วยเครื่องประดับเพชรสุดอลังการ 

ซึ่งหากใครติดตามวงการแฟชั่นจะพบชื่อของ ‘ป่าน ณิชาภัทร’ เข้าร่วมงานระดับโลกมากมาย อีกทั้ง ‘ป่าน ณิชาภัทร’ ยังถือเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเชิญจาก ‘แอนนา วินทัวร์’ เพื่อเข้าร่วมงาน MET GALA อีกด้วย

ราชินีเพลงแดนซ์ ‘คริสติน่า’ระเบิดความมันส์ในงาน Zhulian Day of Honour 2025

ราชินีเพลงแดนซ์ 'คริสติน่า'ระเบิดความมันส์ในงาน Zhulian Day of Honour 2025

ราชินีเพลงแดนซ์ ‘คริสติน่า’ระเบิดความมันส์ในงาน Zhulian Day of Honour 2025

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.38 น.

ปังไม่ไหวแล้วแม่!! บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการผู้ทรงพลังแห่งบริษัท พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับแถวหน้า จัดงานเฉลิมฉลองแห่งปี “Zhulian Day of Honour 2025” อย่างยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้าง แบบที่ใครพลาดต้องเสียดายหนักมาก งานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับเหล่าผู้พิชิตตำแหน่งแห่งเกียรติยศ ผู้ที่เดินบนเส้นทางแห่งความตั้งใจ ความพยายาม และความมุ่งมั่นสุดหัวใจ จนก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นขององค์กร

สำหรับบรรยากาศภายในงานก็ร้อนแรงทะลุปรอท! เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุขและความภาคภูมิใจที่เปล่งประกายไปทั่วฮอลล์ และช่วงที่เรียกเสียงฮือฮาดังกระหึ่มที่สุด ต้องยกให้กับการประกาศรางวัล “ผู้จัดจำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2024” ที่ทุกคนตั้งตารอ ได้แก่

  • RCM San Naing
  • CDM Yong Sophon
  • RCM ธนกร แสงฟ้า
  • RCM ศลินดา หนูคาบแก้ว
  • RCM Naly Phongsavath

ทั้งห้าท่านขึ้นรับรางวัลอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาชื่นชมและปรบมือดังกึกก้องและช่วงที่ทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คือการกล่าวย้ำถึงหัวใจของความสำเร็จ ที่ทุกถ้อยคำสะท้อนพลังใจของผู้ร่วมงานทุกคนว่า
“รางวัลแห่งความสำเร็จ รางวัลแห่งความเพียรพยายาม วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร เพียงแค่เราตั้งใจให้มากพอ มุ่งมั่น และลงมือทำอย่างเต็มที่”

แน่นอนว่างานของซูเลียน ไม่มีคำว่าเงียบเหงา! ปิดท้ายงานแบบสุดเหวี่ยงด้วยคอนเสิร์ตจาก ราชินีเพลงแดนซ์ตลอดกาล คริสติน่า อากีล่าร์ ที่ขนเพลงฮิตติดลมบนระดับตำนานมาระเบิดความมันส์แบบจัดเต็ม! เรียกเสียงกรี๊ดจากทุกทิศ ลุกขึ้นเต้นกันยับแบบไม่กลัวรองเท้าพัง บอกเลยว่า… สนุก มันส์ ซาบซึ้ง และทรงพลัง ครบรสในงานเดียว

ดร.ปิยะวัฒน์ จุลล์จักรวงศา ประธานกรรมการ บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวปิดท้ายอย่างภาคภูมิใจว่า“ซูเลียนขอแสดงความยินดีอย่างที่สุดกับผู้พิชิตตำแหน่งอันทรงคุณค่าทุกท่าน โดยเฉพาะกับผู้ที่คว้ารางวัลผู้จัดจำหน่ายยอดเยี่ยมแห่งปี 2024 ทุกความพยายามของคุณคือแสงสว่างของทีมงานซูเลียนทุกคน บริษัทฯ ภูมิใจในทุกก้าวของคุณ และเชื่อมั่นว่าพวกคุณจะยังคงเป็นพลังสำคัญที่นำพาซูเลียนก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว”

‘เก้า-พีพี’ชวนลิ้มลองไอศกรีมสุดพรีเมียม’แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์’

'เก้า-พีพี'ชวนลิ้มลองไอศกรีมสุดพรีเมียม'แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์'

‘เก้า-พีพี’ชวนลิ้มลองไอศกรีมสุดพรีเมียม’แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์’

วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

 เดินหน้าสร้างประสบการณ์ความอร่อยระดับพรีเมียม สร้างปรากฎการณ์ครั้งใหม่ เขย่าวงการไอศกรีมไทย แมกโนเลีย(Magnolia) แบรนด์ไอศกรีม TOP 5 ของประเทศไทย และเป็นความภาคภูมิใจภายใต้กลุ่ม  F&N  จับมือกับแบรนด์ช็อกโกแลตระดับโลกอย่างเฮอร์ชีส์​ (HERSHEY’S) สร้างสรรค์ไอศกรีมสุดพรีเมียม แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ กับรสชาติใหม่ล่าสุด ที่ผสานความเชี่ยวชาญด้านไอศกรีมของแมกโนเลียเข้ากับความหอมละมุนและเสน่ห์ของช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ได้อย่างลงตัว ผ่านสองรสชาติคลาสสิกตลอดกาลที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างหลงรัก อย่าง พรีเมียมช็อกโกแลต และครีมมี่แอนด์ครันชี่ คุกกี้แอนด์ครีม แปลงโฉมเป็นไอศกรีมสุดอร่อยในสไตล์แมกโนเลีย ที่ทั้งเข้มข้น กลมกล่อม และน่าหลงใหลในทุกคำ   

เพื่อฉลองการเปิดตัวสุดพิเศษครั้งนี้ แมกโนเลีย ได้จัดกิจกรรม Pop-up กลางสยามสแควร์ เปิดพื้นที่แห่งความสุขให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติใหม่ พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ “เก้า” นพเก้า เดชาพัฒนคุณ และ   “พีพี” ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ ที่มาร่วมเติมสีสันความสนุกในงานครั้งนี้ ที่ เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

อนิรุทธิ์ มหธร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอฟแอนด์เอ็น ยูไนเต็ด จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือของสองแบรนด์ใหญ่ต่างวงการ แมกโนเลีย และ เฮอร์ชีส์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาดไอศกรีมในประเทศไทย ว่า “แมกโนเลียมีความเชี่ยวชาญในด้านผลิตภัณฑ์นมและไอศกรีมคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั้งในไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอีกหลายประเทศ การจับมือกับเฮอร์ชีส์ แบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังระดับโลก จึงเป็นการเสริมศักยภาพให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น สะท้อนภาพลักษณ์ของไอศกรีมระดับพรีเมียมที่แมกโนเลียมุ่งมั่นสร้างสรรค์มาโดยตลอดความสำเร็จนี้ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นผ่านรางวัล Superbrands Awards 2024 ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองระดับสากลที่สะท้อนคุณภาพและความไว้วางใจจากผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

“การกลับมาของแคมเปญนี้ในปี 2025 ถือเป็นเฟสที่สองซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จของการร่วมมือครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทั้งในด้านยอดขายและการพูดถึงบนโลกออนไลน์ จนทำให้แบรนด์แมกโนเลียเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและคนทำงานรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติ และประสบการณ์ที่ไอศกรีมสามารถมอบให้ได้ พร้อมทั้งมองหาอะไรใหม่ ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นในทุกคำที่ลิ้มลอง โดยยังคงเดินหน้าเติมเต็มความสุขให้ทุกโมเมนต์ ภายใต้แนวคิด “เติมเต็มทุกโมเมนต์สุดพิเศษ อร่อยได้ไม่รู้จบ” ด้วยรสชาติระดับโลกที่แฟน ๆ เฝ้ารอ ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ผงโกโก้เกรดพรีเมียมจากเฮอร์ชีส์ เพื่อรังสรรค์ไอศกรีมที่ทั้งเข้มข้น ละมุน และไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมแบบแท่งที่พกพาสะดวก หรือแบบเทคโฮม มาพร้อมคุณภาพเหนือระดับ ท้าทายทุกมาตรฐานของตลาดไอศกรีมเดิม

ภายในงาน Pop-up ไอศกรีม “แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์” สองนักแสดงคู่จิ้นสุดฮอต “เก้า-พีพี” มาร่วมแชร์โมเมนต์ฟิน ๆ หลังได้ลองลิ้มรสไอศกรีมรสใหม่สุดพรีเมียมจากความร่วมมือของสองแบรนด์ระดับตำนาน

“เก้า”   นพเก้า เดชาพัฒนคุณ เผยความประทับใจว่า “การที่แมกโนเลียจับมือกับเฮอร์ชีส์คือการรวมตัวของของดีระดับท็อปทั้งสองแบรนด์เลยครับ ยิ่งพอได้ลองกินจริง ๆ รู้เลยว่าสินค้ามีความพิเศษขึ้นอีกขั้น ผมชอบรสวานิลลาคลาสสิคมาก เพราะความเข้มของช็อกโกแลตมันตัดกับวานิลลาได้อย่างลงตัว กินตอนดูหนังหรือชิล ๆ วันหยุดคือฟินมากครับ”

“พีพี”  ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ ก็ออกปากชมไม่แพ้กันว่า “เป็นแฟนคลับเฮอร์ชีส์อยู่แล้วค่ะ ยิ่งพอมาอยู่ในไอศกรีมของแมกโนเลียที่หอม นุ่ม ละมุน มันยิ่งลงตัวมาก ๆ โดยเฉพาะรสคุกกี้แอนด์ครีมที่มีความกรุบของคุกกี้เคี้ยวสนุก หอม หวาน กินเพลิน กินได้ทุกเวลา โดยเฉพาะอากาศร้อนแบบนี้ บอกเลยว่าชื่นใจสุด”

 แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ ไอศกรีม ซีรีส์ใหม่ของแมกโนเลียที่นำสองรสขายดีตลอดกาลของเฮอร์ชีส์ (HERSHEY’S) มาสร้างสรรค์เป็นความอร่อยฟิน ทั้งในรูปแบบแท่ง และไพท์

แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ คลาสสิค (ราคา 39 บาท)

ไอศกรีมวานิลลาสุดคลาสสิค รสชาติยอดนิยม เนื้อเนียน หอมนุ่มละมุนลิ้น เคลือบด้วยช็อกโกแลตเข้มข้นสูตรเฉพาะของแมกโนเลียและเฮอร์ชีส์ อร่อยสะดวกในแบบพกพาง่าย กินได้ทุกที่ทุกเวลา

แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ คุกกี้แอนด์ครีม (ราคา  39 บาท)มาตามคำเรียกร้องกับรสชาติคุกกี้แอนด์ครีม รสชาติขายดีตลอดกาลของเฮอร์ชีส์​ ไอศกรีมนมผสมชิ้นคุกกี้กรุบกรอบ เต็มคำ หอมละมุน  เคลือบด้วยช็อกโกแลตสูตรเฉพาะของแมกโนเลียเฮอร์ชีส์ ให้เนื้อสัมผัสที่ลงตัว ทั้งความกรอบและความนุ่มในคำเดียว

 แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ เทคโฮม แฟนแทสทิค ช็อกโกแลต ฟัดจ์ (ราคา 139 บาท)ไอศกรีมเทคโฮมขนาด 260 กรัม รสช็อกโกแลตเข้มข้นจากเฮอร์ชีส์ ผสมซอสริปเปิ้ลช็อกโกแลตหอมหวาน ที่ควรมีติดบ้านไว้ฟินได้ทุกเวลา

แมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ เทคโฮม​ คุกกี้แอนด์ครีม​ (ราคา 139 บาท)ไอศกรีมรสคุกกี้แอนด์ครีม​แบบแน่น ๆ จัดเต็มขนาด 240 กรัม อัดแน่นด้วยชิ้นคุกกี้เฮอร์ชีส์เคี้ยวเพลิน อร่อยได้ทุกวัน ไม่ต้องรอวันพิเศษ สัมผัสรสชาติความอร่อยของไอศกรีมแมกโนเลีย เฮอร์ชีส์ ได้ที่รถไอศกรีมและตู้ไอศกรีมแมกโนเลียสีเหลือง หรือซื้อได้ที่ Big C, Big C Mini, CJ More, Lotus’s, Tops และ Tops Daily, ร้านค้าทั่วประเทศใกล้บ้าน พร้อมติดตามกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก  https://www.facebook.com/profile.php?id=100088279015618

‘กมธ.มั่นคงฯ’เชิญ‘กสทช.-รัฐบาล’แจง หาข้อยุติปม‘ประธานกสทช.’ขาดคุณสมบัติหรือไม่

‘กมธ.มั่นคงฯ’เชิญ‘กสทช.-รัฐบาล’แจง หาข้อยุติปม‘ประธานกสทช.’ขาดคุณสมบัติหรือไม่

‘กมธ.มั่นคงฯ’เชิญ‘กสทช.-รัฐบาล’แจง หาข้อยุติปม‘ประธานกสทช.’ขาดคุณสมบัติหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

‘กมธ.มั่นคงฯ’เชิญ‘กสทช.-รัฐบาล’แจง หาข้อยุติปม‘ประธานกสทช.’ขาดคุณสมบัติหรือไม่

15 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกมธ.ฯ วาระพิจารณาคุณสมบัติของนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ค้างคามานานและเป็นที่ถกเถียงกันว่าประธานกสทช.มีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเป็นประธานหรือไม่ เพราะหากไปดูตั้งแต่รายงานของวุฒิสภาชุดก่อนนั้นอาจไม่มีคุณสมบัติและไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานได้ ในฐานะที่ตนเป็น สส.และเคยตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้มาตอบและนำรายงานได้ส่งไปให้รัฐมนตรี เพื่อให้รับทราบตามรายงานของสว.

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากประธานกสทช.ขาดคุณสมบัติจริง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องมีการขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ประธานกสทช.พ้นจากตำแหน่ง แต่ติดปัญหาคือตอนนี้ไม่ทราบว่าทางนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งวันนี้ได้มีการเชิญกรรมการกสทช. รัฐบาล เข้าชี้แจงเพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าประธานกสทช. มีคุณสมบัติในการทำหน้าที่หรือไม่ เพราะมีผลกระทบกับประเทศชาติในหลายมิติเพื่อที่จะหาข้อยุติให้สำเร็จในวันนี้

เมื่อถามว่า เรื่องนี้สามารถเอาผิดประธานกสทช.ได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สามารถเอาผิดได้ แต่ก่อนที่จะไปสู่จุดนั้น ต้องดูด้วยว่าการเป็นประธาน กสทช.นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือหากไม่มีคุณสมบัติในการนั่งประธานก็ต้องมีกระบวนการตามกฎหมายคือนายกรัฐมนตรีต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง แต่หากนายกรัฐมนตรีไม่ทำ นายกรัฐมนตรีจะมีความผิดหรือไม่ ส่วนขั้นต่อมาคือหากกสทช.มีมติไปแล้วจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นหนังม้วนยาวที่เป็นไปทีละขั้น

‘สว.ฉัตรวรรษ’กลับลำขอโทษ‘กกต.’ใช้คำก้าวร้าว 19 พ.ค.ถก‘เพื่อน สว.’ถูกหมายเรียก‘ฮั้ว’

‘สว.ฉัตรวรรษ’กลับลำขอโทษ‘กกต.’ใช้คำก้าวร้าว 19 พ.ค.ถก‘เพื่อน สว.’ถูกหมายเรียก‘ฮั้ว’

‘สว.ฉัตรวรรษ’กลับลำขอโทษ‘กกต.’ใช้คำก้าวร้าว 19 พ.ค.ถก‘เพื่อน สว.’ถูกหมายเรียก‘ฮั้ว’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.06 น.

‘สว.ฉัตรวรรษ’กลับลำขอโทษ‘กกต.’ใช้คำก้าวร้าว ยันไม่คิดเป็นการสัมภาษณ์สื่อ คิดแค่คุยธรรมดา เตรียมสุมหัวนัดคุย‘เพื่อน สว.’ที่ถูกหมายเรียก 19 พ.ค.เอาไงต่อ ลั่นขอตั้งหลักก่อน ยังไม่รู้จะแจงอะไร

15 พ.ค.68 เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แถลงชี้แจงกรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลธรรมนูญ มีมติสั่งพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดปฎิบัติหน้าที่กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า จากข่าวที่ถูกนำเสนอเหมือนการใช้คำรุนแรงนั้น ถือเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์กับสื่อมวลชนกันธรรมดา เป็นพี่เป็นน้องอาจใช้คำพูดในลักษณะหนึ่ง ที่มีนักข่าวผู้หญิงโทรศัพท์ หาตนซึ่งเพิ่งลงจากเครื่อง และสื่อไม่ได้บอกว่าจะขอเป็นข่าว ส่วนการแถลงข่าวคือการแถลงข่าว ต่อสาธารณะในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนักข่าวได้สอบถามกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอซึ่งตอนนั้น ตนจำไม่ได้ทั้งหมดว่าพูดคุยอะไรไปบ้าง แต่ดูจากภาพข่าวเข้าใจได้ว่า ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ สิ่งที่เห็นว่าไม่สมควรคือการพูดคุยไม่น่าไปอัดคลิป และนำไปออกข่าวนำเสนอ ถ้าบอกก่อนว่าจะอัดคลิป ไปเสนอข่าวจะใช้คำพูดอีกแบบ แต่ถ้าพูดคุยกันธรรมดา จะพูดคุยตามประสา

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวต่อว่า วันนี้ จึงมาขอโทษที่ พูดไปทำให้สังคมเข้าใจว่า ตนเป็นคนที่ไม่มีเจตนาก้าวร้าว ไม่เคารพในองค์กร ขออนุญาตบอกว่าตนไม่มีจิตใจเป็นเช่นนั้น การแถลงข่าวทุกครั้งจะเคารพทุกองค์กรและขอโทษสังคมจริงๆ ต่อข่าวที่ได้เผยแพร่ไป และไม่ถือโทษโกรธผู้ที่อัดคลิป แม้จะมองว่าเป็นการผิดจริยธรรมของสื่อมวลชน ตนพร้อมที่จะให้ข้อมูล แต่ต้องบอกว่าอัดคลิปหรือเชิญไปให้สัมภาษณ์ ก็จะตอบให้ จึงอยากมาชี้แจงและขอโทษโดยเฉพาะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทุกเรื่องพร้อมที่จะพิสูจน์ สว.ทุกคนก็พร้อม เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายทำด้วยความสุจริตและโปร่งใสเราพร้อมหมด แม้กระทั่งการไปชี้แจงต่ออนุกรรมการ กกต. หรือในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ในส่วนข้อเท็จจริง คือข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงอาจจะจริงหรือเท็จก็ได้ ในส่วนที่เรารับทราบมา ซึ่งตนยังไม่ทราบว่าข้อมูลที่จะไปให้การต่ออนุกรรมการกกต. แม้จะเป็นคนหนึ่งที่ได้รับหมายเรียก

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวต่อว่า ในฐานะเป็นอดีตข้าราชการตำรวจ การเชิญกลุ่มคนมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานต้องชี้แจงประเด็นว่าจะ สอบประเด็นใดบ้าง ไม่ใช่แจ้งข้อหาผิด เกี่ยวกับการกระทำ เท่าที่ได้อ่านเอกสารดู ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปตอบประเด็นใด ทั้งนี้อยากย้อนกลับไปยังผู้ตั้งคำถามที่กล่าวหา ว่ามีประเด็นที่จะให้ตอบหรือไม่อย่างไร และในเอกสารระบุว่าจะไปให้ถ้อยคำหรือไม่ไปก็ได้ พร้อมให้มีบุคคลหนึ่งบุคคลใดติดตามไปด้วยก็ได้ 1 คน ซึ่งถ้าสอบกันโดยเที่ยงธรรมก็ต้องสอบทั้ง 200 คน ไม่ใช่จะเอากลุ่มหนึ่งกลุ่มใดแล้วไปตั้งสีนั้นสีนี้ ตนไม่เข้าใจ ไปแล้วไม่สามารถไปตอบคำถามท่านได้ก็ไม่มีประโยชน์ ต้องดูเหตุและผล โดยจะหารือกับสมาชิกวุฒิสภาทุกคน ที่ถูกเรียกหรือที่จะต้องถูกเรียกในอนาคตให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ยังมีเวลาอยู่ก่อนจะถึงวันที่ 19 พ.ค.

“ผมในฐานะตำรวจอาชีพการพูดคุยกับใครหรือการอัดคลิป ถือว่าไม่ให้เกียรติ ควรมาพูดคุยกัน ยิ่งถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาสายตำรวจเรียบร้อยเลย เราไม่เคยกระทำ ผมไม่ถือโทษ แต่ต้องขอโทษสังคมหากข่าวที่เสนอไปกระทบสังคมไม่ว่าองค์กรใดโดยเฉพาะกกต. ผมมีความเคารพเพราะการได้มาของผม กกต. พิจารณาว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมแต่ตอนนี้เมื่อมีการร้องเรียนก็ต้องทำไปตามกระบวนการ ผมพร้อมรับทุกเงื่อนไขทุกกรณีที่กกต.พิจารณาวินิจฉัย เรื่องการได้มาสว. ตามรัฐธรรมนูญ” พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าว

ส่วนสาเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะดูแลดีเอสไอนั้น พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ  กล่าวว่า ไม่ทราบและไม่ขอก้าวล่วง แต่การดำเนินการของดีเอสไอมีความไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนที่ถูกเรียกสอบเป็นพยานโดยเฉพาะในจังหวัดอำนาจเจริญทำให้สว. อำนาจเจริญได้รับความเดือดร้อนจากคนที่ถูกพนักงานสอบสวนของดีเอสไอสอบสวน ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม รู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จึงร้องเรียนมาที่ สว. อำนาจเจริญและนำมาเสนอที่วุฒิสภา ซึ่งตนพิจารณาแล้วเห็นควรให้ยื่นเพิ่มเติมไปต่อศาลรัฐธรรมนูญเพราะมองว่าการสอบสวนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินแต่เป็นการได้ว่าซึ่ง สว. ซึ่งไม่เข้าข่ายคดีพิเศษ แต่จะเป็นเพราะประเด็นนี้หรือไม่ ตนไม่ทราบ ไม่อาจก้าวล่วงการพิจารณาของศาลได้

เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องสัญญาว่าจะให้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า การจะต้อสู้คดีเราจำเป็นต้องได้ข้อเท็จจริงจากข้อกล่าวหาก่อนว่าตนไปสัญญาว่าจะให้กับใครที่ไหนอย่างไรเพื่อให้มีประเด็นที่จะไปตอบคำถาม ถ้าบอกแค่ว่ามีความผิดเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. แบบกว้างๆ ตนก็ไม่รู้ว่าจะไปตอบประเด็นไหน ซึ่งวันนี้ตนกลับมาอ่านเอกสารแล้วจะกลับไปทำคำชี้แจงของตัวเอง ยืนยันว่าจะชี้แจงอย่างแน่นอนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์แต่จะต้องเป็นขั้นเป็นตอน แต่ถ้า กกต. ไม่เชื่อตรงไหนจะกำหนดวันไปชี้แจงด้วยตนเอง

ต่อข้อถามว่า การนัดหารือกับเพื่อนสว.ที่ถูกออกหมายเรียกและคาดว่ากำลังจะถูกออกหมายเรียก พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงของแต่ละคนเป็นอย่างไรและในแต่ละพื้นที่บริบทไม่เหมือนกันคงจะไปชี้แจงแทนใครไม่ได้ แต่รูปแบบการชี้แจงและการได้มาคงคล้ายคลึงกัน

สำหรับกรณีที่ สว.ไม่เชื่อมั่นการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 นั้น พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการต่อสู้ แต่เป็นการพิสูจน์ การได้มาซึ่งสว. ทุกคน เราพร้อมให้พิสูจน์ เราไม่ได้ไปรบกับใคร แต่ถูกกระทำฝ่ายเดียวมาตลอดจากการให้สัมภาษณ์สื่อ แต่เราไม่มีอะไรไปต่อสู้ทั้งที่ทุกวันนี้เราแทบจะเป็นจำเลยของสังคม แต่เราก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อ ตราบใดที่ กกต.รับรองเราว่ามาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และเสนอมาที่ เลขาธิการวุฒิสภารับรองให้เราปฏิบัติหน้าที่ เราก็ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่ให้ไว้เท่านั้น ไม่ได้ไปก้าวก่าย

เมื่อถามว่าย้ำว่ายอมรับการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 แล้วหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เขาได้พยานจากไหนตนไม่ทราบ แต่เมื่อมาประเมินแล้วว่าในชุดนี้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย จึงน่าจะรับการตรวจสอบของดีเอสไอทั้งหมดเข้ามาพิจารณาและใช้อำนาจอนุกรรมการ กกต. เรียก สว.เข้าไปให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารไปชี้แจง ซึ่งเราอาจต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง เพราะอาจมี สว.ติดภารกิจหรือเดินทางไปต่างประเทศ และส่วนตัวจะขอตั้งหลักก่อนพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร

‘นายกฯ’เยือนกรุงฮานอย ยกระดับสัมพันธ์’ไทย-เวียดนาม’

'นายกฯ'เยือนกรุงฮานอย ยกระดับสัมพันธ์'ไทย-เวียดนาม'

‘นายกฯ’เยือนกรุงฮานอย ยกระดับสัมพันธ์’ไทย-เวียดนาม’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.00 น.

นายกฯ เดินทางถึงกรุงฮานอย เวียดนาม เปิดความสัมพันธ์หน้าใหม่ไทย-เวียดนามที่ครอบคลุมทุกมิติ พบภาคเอกชนไทย-เวียดนาม ขยายการค้า-การลงทุน 

15 พฤษภาคม 2568 เมื่อเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบไปด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายชัย วัชรงค์ ผู้แทนการค้าไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม    โดยมีนายเหวียน วัน หุ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ และนายเหวียน แหม่ง เกื่อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยนายฝั่ม เหวียต หุ่ง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย รอให้การต้อนรับ 

ทั้งนี้ ภารกิจแรก ในวันนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (Thai Chamber of Commerce and Industry in Vietnam: ThaiCham) ณ โรงแรมเมเลีย ฮานอย ซึ่งเป็นโรงแรมที่พัก 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังพบหารือกับภาคเอกชนชั้นนำของเวียดนาม 2 บริษัทสำคัญ ได้แก่ บริษัท SOVICO Group (Vietjet Air) และบริษัท FPT Corporation  เพื่อขยายการดำเนินงานและเพิ่มการลงทุนในไทย

โดยช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะ นายเจิ่น แทงห์เหมิน ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ก่อนจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในช่วงค่ำ วันเดียวกันนี้

ม็อบคปท.บุก‘สธ.’ ค้าน‘สมศักดิ์’แทรกแซงมติ‘แพทยสภา’ ลงดาบ 3 หมอรักษา‘ทักษิณ’

ม็อบคปท.บุก‘สธ.’ ค้าน‘สมศักดิ์’แทรกแซงมติ‘แพทยสภา’ ลงดาบ 3 หมอรักษา‘ทักษิณ’

ม็อบคปท.บุก‘สธ.’ ค้าน‘สมศักดิ์’แทรกแซงมติ‘แพทยสภา’ ลงดาบ 3 หมอรักษา‘ทักษิณ’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.00 น.

ม็อบ คปท.บุก”สธ.” ค้าน”สมศักดิ์”แทรกแซงคว่ำมติ”แพทยสภา” ลงดาบ 3 หมอรักษา”ทักษิณ” “หมอวรงค์”ชี้”รมว.สธ.”ไม่มีอำนาจรับเรื่องร้องเรียน หากเจ้าตัวเดือดร้อน ต้องฟ้องศาลปกครองเอง

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี พร้อมด้วยมวลชน จำนวนหนึ่ง ชุมนุมและยื่นหนังสือเรียกร้องไม่ให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข แทรกแซงมติของแพทยสภา กรณีสั่งลงโทษแพทย์ที่อยู่ในกระบวนการส่งตัวและรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ จำนวน 3 คน โดยตักเตือน 1 คน ในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 คน ในกรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยมี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ มีบรรดาแกนนำและผู้ชุมนำสลับกันขึ้นเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง

นายพิชิต กล่าวว่า การมาวันนี้มีข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ไม่ต้องการให้ รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา ใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซง หรือเปลี่ยนข้อเท็จจริงทางการแพทย์ใดๆ ของผลการไต่สวนของแพทยสภา ในกรณีการอ้างว่าป่วยวิกฤตของ นายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากป่วยวิกฤต หรือไม่วิกฤต มาตรฐานการวินิจฉัยของแพทย์ย่อมรู้ดีว่าเป็นเช่นไร และที่สำคัญย่อมมีเวชระเบียนเป็นตัวบ่งชี้ได้ดีอยู่แล้ว รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการของผู้ป่วยวิกฤตตั้งแต่การขนย้าย การรับตัวแรกรับ และการทำการรักษา ตลอด 180 วัน ก็ย่อมมีมาตรฐานในการดำเนินการตามหลักทางการแพทย์เป็นอย่างดี

2.หาก รมว.สธ.จะใช้อำนาจสภานายกพิเศษก็ขอให้มีการลงโทษแพทย์ที่รักษานายทักษิณ มองว่า เบาเกินไป ควรลงโทษหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ และรัฐมนตรีว่าการ สธ.ควรใช้อำนาจในการลงโทษคนที่ทำผิดจรรยาบรรณแพทย์ให้เหมาะสม ให้มากกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากไม่เชื่อว่า กรณีที่เกิดขึ้นจะมีเพียงแค่แพทย์ 3 คนเท่านั้น

“อยากให้ยืนตามมติแพทยสภาที่ออกมาวันที่ 8 พ.ค.2568 ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริง อยากให้ข้อเท็จจริงประจักษ์ต่อสังคม” นายพิชิต กล่าว

ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า วันนี้ที่ทาง คปท.มายื่นหนังสือ หลักๆ เกิดจากความเห็นที่ไม่เข้าใจ โดยเขาเข้าใจว่า รมว.สาธารณสุข เข้าไปยับยั้ง แทรกแซงกระบวนการของแพทยสภา ตนได้อธิบายเรื่องนี้ไปแล้วว่า กฎหมายระบุว่า รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา มีหน้าที่วินิจฉัยมติของแพทยสภา ถ้าเราไม่ให้ท่านเข้าไปทำหน้าที่ ก็เท่ากับว่าไปขัดขวางไม่ให้ท่านปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของแพทยสภา ส่วนการที่ท่านจะมีความเห็นอย่างไรนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวต่อว่า ส่วนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เดินทางมาในวันนี้ ก็เพราะท่านมีความกังวลใจ กรณีที่มีนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เข้ามายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม โดยมองว่าเป็นกระบวนทางการเมือง ซึ่งตนยืนยันว่า ตนมีหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ ก็เหมือนกับที่คณะ คปท.มายื่นในวันนี้ ส่วนกรณีที่มีการขอความเป็นธรรมจากมติของแพทยสภานั้น ขณะนี้ รมว.สาธารณสุข กำลังจะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาดูรายละเอียด คาดว่าคณะกรรมการเกือบ 10 คน มีทั้งนักกฎหมาย และอาจมีแพทย์ด้วย เพราะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล

ขณะที่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ที่เรามายื่นหนังสือกันวันนี้ เรื่องแรกเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงมติแพทยสภา กรณีลงโทษแพทย์ 3 คน ประการที่สองอยากให้ รมว.สาธารณสุข ยึดความถูกต้อง กรณีการตรวจสอบแพทย์ ทั้งนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ได้คุยกับเราคร่าวๆ ว่า ตอนนี้มีแพทย์หลายคนที่เกี่ยว้อง ทั้งแพทย์จาก รพ.ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ มายื่นเรื่องผ่านนายกองตรีดร.ธนกฤต ซึ่งเป็นเหมือนหัวหน้าฝ่ายร้องเรียนของกระทรวงสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม ตนได้แจ้งกลับไปว่า รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการตัดสินของแพทยสภา ส่วนแพทย์หากว่าจะวีโต้ต้องไปร้องศาลปกครองเอง เราในฐานะประชาชน คปท.และกองทัพธรรม จึงมาวันนี้ เพื่อยืนยันสิ่งที่ถูกต้อง ต่อให้แพทย์มีความผิด ไม่รักษาจรรยาบรรณ และพยายามแก้ตัวอย่างไร แต่ใน 2 ปีที่ผ่านมา มันปอกเปลือกการกระทำหมดแล้ว จากการป่วยของนายทักษิณ และนี่เป็นแค่การเริ่มต้นกระบวนการลงโทษเท่านั้น ยังมีอีกหลายเรื่อง และเรายังต้องทำหลายอย่าง เราจึงมายืนยันภารกิจเรา ใครจะจัดฉากร้องต่อ รมว.สาธารณสุข อย่างไร เราไม่สนใจ แต่ในข้อเท็จจริง เรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อรักษากระบวนการยุติธรรม

– 006

‘โรม’จ่อคุย‘วิโรจน์’เรียกสอบสางปม‘นายพล’สั่งลูกน้องขับแกร็บ

‘โรม’จ่อคุย‘วิโรจน์’เรียกสอบสางปม‘นายพล’สั่งลูกน้องขับแกร็บ

‘โรม’จ่อคุย‘วิโรจน์’เรียกสอบสางปม‘นายพล’สั่งลูกน้องขับแกร็บ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

‘โรม’จ่อหารือ‘วิโรจน์’เรียกสอบปมนายพลสั่งลูกน้องขับ‘แกร็บ’ ชี้เขาทำทหารก็ควรทำหน้าที่ทหาร เว้นแต่เขาสมัครใจไปหารายได้เสริมนอกเวลาราชการ ลั่นรอดูท่าที‘ผู้บัญชาการทหารบก’จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร

15 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายงานข่าว รองผู้บังคับกองพันนายหนึ่งในสังกัดกองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี ถูกกล่าวหาว่าใช้ทหารกองประจำการจากจังหวัดอุดรธานีไปขับรถรับส่งผู้โดยสาร (แกร็บ) เพื่อประโยชน์ส่วนตน ว่า ตนเห็นข่าว ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประกอบด้วยอีกหลายเรื่องก่อนหน้านี้ในเรื่องการคอร์รัปชั่น ซึ่งไม่ใช่ทหารแต่เป็นทุกองค์กรที่หากสั่งให้ลูกน้องไปขับแกร็บแล้วส่งเงินให้นายต่างๆนั้น ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะคนที่เข้าไปทำงานในองค์กรนั้น เขาก็มีภารกิจและหน้าที่เฉพาะในเรื่องๆ นั้น หากเขาเข้าไปเป็นทหาร เขาก็ต้องไปทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับทหาร ไม่ใช่ให้ไปทำแกร็บ เว้นแต่เขาไม่ได้อยู่ในเวลาราชการแล้วเขาสมัครใจที่จะไปขับแกร็บเองเพื่อหารายได้เสริม นั่นถือเป็นอีกเรื่อง

“แต่หากมีการสั่งการแล้วมีเรื่องของอามิสสินจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนคิดว่าเรื่องนี้ต้องเอาจริง ต้องมีการดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป แต่ก็ต้องรอติดตามว่าผู้บัญชาการทหารบกจะมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนไม่อยากให้มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเคสบายเคส แต่การที่มีปัญหาคอร์รัปชั่นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หมายความว่าคนไม่เกรงกลัวกฎหมาย พวกเขาคิดว่าทำอะไรก็ได้ ซึ่งตนไม่อยากให้มีบรรยากาศเช่นนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะในหน่วยงานใดก็ตาม จะเป็นกองทัพหรือไม่ก็ตาม แต่ต้องมีการจัดการอย่างเด็ดขาด รวมถึงต้องมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก

เมื่อถามว่า กมธ.ความมั่นคงฯ จะเรียกตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องเพิ่งเกิด ฝคงต้องขอคุยก่อน และคงต้องหาหรือว่าจะมี กมธ.อื่น เช่น กมธ.การทหาร ซึ่งตนมองว่าเป็นกมธ.ที่ตรงกว่าในการที่จะทำเรื่องนี้ แต่ กมธ.ความมั่นคงฯ สามารถทำได้หรือไม่ก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ตนจะหารือกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะกมธ.การทหารฯ ก่อน

‘โรม’ดักคอคดี‘ฮั้ว’ จะไม่ฮั้วกัน-ไม่ใช่เกมต่อรองของคนมีอำนาจ

‘โรม’ดักคอคดี‘ฮั้ว’ จะไม่ฮั้วกัน-ไม่ใช่เกมต่อรองของคนมีอำนาจ

‘โรม’ดักคอคดี‘ฮั้ว’ จะไม่ฮั้วกัน-ไม่ใช่เกมต่อรองของคนมีอำนาจ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.56 น.

“โรม”หวังคดี”ฮั้ว สว.” จะไม่ฮั้วกัน-ไม่ใช่เกมต่อรองทางการเมืองของคนมีอำนาจ ลั่น!ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้กระจ่าง-ให้สังคมเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม บอกหากเป็นการกลั่นแกล้ง ทุกคนมีสิทธิ์ต่อสู้คดี

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมสั่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกำกับดูแลกรมควบคุมคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการฮั้วสว. ทำให้มีการมองว่าเป็นประเด็นการเมืองระหว่างพรรคแดงกับพรรคน้ำเงิน ว่า ตนมองว่าหลักๆ ต้องเอาข้อเท็จจริง ประเด็นอยู่ที่ว่าหากมีการฮั้ว สว.จริง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบแน่นอนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวข้อง ถามว่าดีเอสไอ เข้ามาได้หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญ และการตั้งข้อกล่าวหาของดีเอสไอไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟอกเงินหรือเรื่องอะไรก็ตาม ก็เป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่ต้องมีการพิสูจน์ว่าตกลงแล้วเป็นไปตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าการที่ดีเอสไอเข้ามา แล้วจะเท่ากับว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาจะกลายเป็นคนผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องมีกระบวนการพิสูจน์ความผิดต่อไป 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าหากตั้งฐานความผิดอยู่ตรงนี้ ถามว่าการพิจารณาคดีหรือทำหน้าที่ของดีเอสไอ หรือของ กกต.สามารถทำได้หรือไม่ก็สามารถทำได้ เพราะต้องอย่าลืมว่าหาก สว.มีการฮั้วจริงๆ จะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางแน่นอน เพราะเท่ากับว่าคนที่มาเป็นสว.ไม่มีคุณสมบัติ และต้องมีการรับผิดในทางกฎหมายต่อด้วย ดังนั้น ตนคิดว่าองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่นั้นเขาสามารถทำได้ 

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องทำให้เกิดความกังวลว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นวาระทางการเมืองอย่างเดียวๆ หรือไม่ หรือเป็นการกลั่นแกล้งในการต่อสู้กัน ซึ่งตนคิดว่าไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แม้ว่าตนจะไม่เคยเห็นว่ามีการสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่เป็นรายกรมนั้น แต่ตนคาดหวังว่าเรื่องการฮั้ว สว.จะมีการสร้างความกระจ่างเกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจับตามอง หากสุดท้ายจบลงที่เป็นการฮั้วของฮั้ว สว.อีกครั้ง สังคมจะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม มาถึงขนาดนี้แล้วเรื่องการฮั้วสว.ต้องมีความชัดเจนให้สังคม 

“หวังว่าสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายจะพยายามช่วยกันทำให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่าง ส่วนประเด็นการเมืองใครจะได้ประโยชน์ต้องเข้าใจว่าในการตัดสินคดีหรือดำเนินคดีอะไรก็ตาม ต้องมีคนได้และเสียเสมอ ซึ่งนั่นไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญอยู่ที่ว่าข้อเท็จจริงพยานหลักฐานเป็นไปตามนั้นหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า การที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นกีฬาสีไปแล้ว ส่วนตัวมองว่าจะได้ข้อเท็จจริงอะไรหรือไม่ หรือสุดท้ายจะเป็นเพียงแค่เกมการต่อรองกับผู้มีอำนาจอย่างเดียว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนหวังว่าจะเป็นเกมต่อรองของผู้มีอำนาจ เพราะเราไม่ควรเอาเรื่องกระบวนการยุติธรรมมาใช้ต่อรองเช่นนี้ กระบวนการยุติธรรมมีหน้าที่สร้างความชัดเจน และมีหน้าที่ในการดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษ นี่คือสิ่งที่สังคมคาดหวัง ตนลงพื้นที่ประชาชนก็พูดถึงและมีความเป็นห่วงเรื่องนี้ว่าจะมีมวยล้มต้มคนดู 

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ทุกฝ่ายที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ตนรู้ว่าพวกท่านอาจจะมีความคิดบางอย่างในเรื่องทางการเมือง ผลลัพธ์ทางการเมือง แต่ไม่สำคัญเท่าพยานหลักฐานกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ฉะนั้น จึงหวังว่าจะไม่เกิดเป็นการฮั้วกันในเรื่องนี้ แต่จะเกิดเป็นความกระจ่างเพื่อให้สังคมเชื่อว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง และเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็น สส.หรือสว.ก็สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ หรือหากเป็นการกลั่นแกล้งกันแต่ละคนก็มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดี แต่ขณะเดียวกันหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น กกต.หรือดีเอสไอ เขาก็สามารถทำหน้าที่ของเขาได้เช่นเดียวกัน