โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย

โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย

6 พ.ค. 2568 14:51 น.

โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย

ช่วงนี้กลับมาเคลื่อนไหวในโซเชียลอย่างต่อเนื่อง สำหรับ โตโน่ ภาคิน หลังจากที่เพิ่งผ่านมรสุมชีวิต เจอดราม่าอย่างหนักหน่วง โดยก่อนหน้านี้ โตโน่ ได้โพสต์คลิปเดินชมป่าที่ปลูกไว้ ซึ่งตอนนี้ต้นไม้เหล่านั้นเริ่มโตเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

และล่าสุด โตโน่ ได้แชร์คลิปผ่านไอจีสตอรี่ เป็นคลิปย้อนวันอำลาทีมฟุตบอล ซึ่งในคลิปนั้นเขียนชื่อตอนว่า “ตอนจบ สู้ต่อหรือพอแค่นี้ EP12” โดยในคลิปดังกล่าวเป็นคลิปจากช่องยูทูบ ที่แชร์โมเมนต์ช่วงเวลาที่ โตโน่ เป็นประธานทีมฟุตบอลเกษตรศาสตร์ จนถึงวันสุดท้ายที่ประกาศอำลาตำแหน่ง

โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย

โดยในคลิปได้ใส่เพลง “ดังเดิม” ซึ่งเป็นเพลงจาก Tono & The Dust และยังได้มีภาพของอดีตแฟนสาว ณิชา ณัฏฐณิชา ที่เคยมานั่งเชียร์ให้กำลังใจติดขอบสนามฟุตบอลด้วยความรู้สึกลุ้นตื่นเต้นด้วย

หลายคนที่เห็นคลิปดังกล่าวได้เข้ามาให้กำลังใจ โตโน่ กันจำนวนมาก

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย
โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย
โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย
โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย
โตโน่ แชร์คลิปสุดซึ้งที่มี ณิชา ลงแคปชั่นสู้ต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมใส่เพลงสื่อความหมาย

น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ

น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ

6 พ.ค. 2568 14:50 น.

น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ

แด๊ดดี้สุดเฟิร์ม น็อต วิศรุต เปิดหมดเปลือกเรื่องสุขภาพที่แรกในรายการ On the way with Chom ของ ชมพู่ อารยา งานนี้มีแซวคุณสามีดูแล้วทั้งเขินทั้งฟิน เล่าเรื่องอดีตจากชีวิตพังเละ ปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน กลับบ้าน 6 โมงเช้า เผยจุดเปลี่ยนให้หันมาจริงจังกับการดูแลสุขภาพ พลิกชีวิตด้วยวินัย 10 ปี เพราะอยากมีแรงอุ้มลูกไปนานๆ เผยความเชื่อสุขภาพสุดขัดใจหมอ อาหารครบ 5 หมู่ไม่จำเป็น

– น็อตเล่าถึงช่วงที่ปาร์ตี้หนักๆ ที่สุดของชีวิต คือช่วงอายุ 20 ต้นๆ จบมหาวิทยาลัย เพื่อนสนิทเป็นฝรั่งพอจบก็ชอบมาอยู่ที่เมืองไทยกัน ก็สัญญากันว่าเพื่อนอยู่เมืองไทย 2 เดือน ประมาณ 60 วัน ก็ทำข้อตกลงกันว่า 60 วัน 60 คืน ต้องปาร์ตี้ทุกคืนต้องทำให้สำเร็จ ทุกวันนี้เพื่อนทำงานอยู่ฮ่องกงก็ยังคุยกันเรื่องนี้อยู่

น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ

– น็อตเล่าถึงช่วงชีวิตที่ปล่อยตัวจนน้ำหนักพุ่งถึง 80 กิโล ไม่มีกล้ามเนื้อเลย จากคนที่อยู่มหาวิทยาลัย 4 ปีเข้าเวททุกอาทิตย์ เตะบอลสุดสัปดาห์ กลับมาเมืองไทยไม่มีอะไรเลย ปล่อยตัว กินทุกอย่าง ตี 1 ตี 2 ก็ยังกิน ตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรเลย เที่ยวถึง 6 โมงเช้า 9 โมงวันเสาร์เตะบอล นอนน้อย กินไม่ดี เวทไม่เล่น กล้ามเนื้อหาย

– ตอนที่กลับมาดูแลตัวเองอาจจะเพราะมีเมีย มีลูก มีครอบครัว เลยกลับมาดูแลตัวเอง

– จุดที่ต้องหันมาดูแลสุขภาพคือตอนที่คุณพ่อป่วย พอว่างก็หาข้อมูล บางคนบอกมะเร็งเป็นกรรมพันธุ์ แต่เราก็ศึกษาเรื่องอาหาร ไลฟ์สไตล์ยังไงที่จะป้องกันว่ามีอะไรช่วยรักษาได้บ้าง สมัยนั้นยังไม่มีข้อมูลเท่าไหร่ มันก็ต้องใช้เวลา สิ่งที่รู้ก็คือต้องกลับมาปรับไลฟ์สไตล์ใหม่

– พอเริ่มศึกษาหาความรู้ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจนกลายเป็นนิสัย ใช้เวลา 10 ปีถึงจะเป็นไลฟ์สไตล์ ต้องมีวินัยและความสม่ำเสมอ 

น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ

– ทุกวันนี้ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ไวน์แดงกินตามสังคมบ้าง แต่จะน้อยมากๆ เพราะดื่มไวน์น้ำตาลมันเยอะ ดื่มเหล้า พอแอลกอฮอล์ลงไปในร่างกายเป็นพิษต้องใช้ตับในการที่จะขับของเสียอื่นๆ ก็จะติดค้างอยู่ด้วย เวลาไปปาร์ตี้ก็กินโซดาทั้งคืน

– เมนูที่กินประจำคือกินผักก่อน บรอกโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ซูกินี มะเขือเทศ หลังจากนั้นก็จะกินโปรตีน ไก่ เนื้อ แซลมอน ไข่วันละ 6 ฟอง กินน้ำมันดี ๆ เช่น extra virgin olive oil, ghee และ coconut oil ไม่ใช้น้ำมันพืช ไม่ใส่เครื่องปรุงเยอะ เช้า กลางวันเย็น 3 มื้อ ถ้าไม่มีนักธุรกิจคุยงาน ก็กินข้าวบ้านทุกวัน

– เปลี่ยนเรื่องการอาหารเยอะมาก คนเราต้องกินโปรตีนให้พอ ไม่เชื่อว่าต้องกินครบ 5 หมู่ เพราะจริงๆ ร่างกายไม่ต้องการน้ำตาลและแป้งเท่าที่ควร ส่วนตัวเชื่อว่าน้ำตาลกับแป้งเป็นสาเหตุของคอเลสเตอรอลสูงไม่ใช่ไขมัน แล้วก็ทดลองมากับตัวเอง นี่คือความเชื่อส่วนตัว เพราะฉะนั้นอาหารเช้าไม่จำเป็นทุกวันนี้ตื่นเช้าไม่กินอะไรเลย กินกาแฟ แล้วไปยกเวท จะ 5 ปีแล้วไม่กินอาหารเช้า

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ
น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ
น็อต วิศรุต เล่าจุดเปลี่ยนชีวิต เคยปาร์ตี้หนัก 60 วัน 60 คืน ก่อนมาดูแลสุขภาพ

“MINNIE” i-dle พร้อมเสิร์ฟความฟิน เนเวอร์แลนด์เตรียมตัว Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

"MINNIE" i-dle พร้อมเสิร์ฟความฟิน เนเวอร์แลนด์เตรียมตัว Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

6 พ.ค. 2568 13:00 น.

“MINNIE” i-dle พร้อมเสิร์ฟความฟิน เนเวอร์แลนด์เตรียมตัว Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เอาใจเหล่าเนเวอร์แลนด์แบบสุดๆ ไปเลยจ้า เมื่อ The 1 จัดแคมเปญใหญ่ขึ้นอีกครั้งเพื่อตั้งใจมอบช่วงเวลาสุดพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกทั่วประเทศ โดยความพิเศษอยู่ที่ผู้โชคดีจะได้ร่วมลุ้นไปกรี๊ดให้ลั่นสนั่นทาวน์ กับการเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม Meet & Greet กับ MINNIE จากวง i-dle ศิลปินไทยจากวง K-POP ระดับโลก ที่จะมาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจให้กับสมาชิก The 1 อย่างใกล้ชิดกว่าครั้งไหน

ใครที่อยากจะเป็นผู้โชคดีสามารถลงทะเบียนร่วมกิจกรรม #The1Day2025 ได้แล้ววันนี้ บน The 1 APP เท่านั้น ซึ่งกิจกรรม Meet & Greet กับ “MINNIE จากวง i-dle” ศิลปินไทยจากวง K-POP ระดับโลกในงาน “MINNIE – She’s The 1” Presented by Central The 1 Credit Card ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ณ โรงภาพยนตร์ชั้น 15, SF World Cinema ที่ centralwOrld

ติดตามรายละเอียดเพื่อร่วมลุ้นสิทธิ์ได้ที่ https://x.com/The1Day2025 

"MINNIE" i-dle พร้อมเสิร์ฟความฟิน เนเวอร์แลนด์เตรียมตัว Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
"MINNIE" i-dle พร้อมเสิร์ฟความฟิน เนเวอร์แลนด์เตรียมตัว Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกร่วมงาน Met Gala

ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกร่วมงาน Met Gala

6 พ.ค. 2568 10:39 น.

ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกร่วมงาน Met Gala

ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการบันเทิงไทย กับการเข้ารวมงาน Met Gala 2025 ในฐานะนักแสดงหญิงไทยคนแรก ที่เธอนั้นได้รับการแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador หญิงคนไทยคนแรกของ Valentino

ซึ่งในวันนี้สาวฟรีนเฉิดฉายในงานด้วยโททัลลุคคัสตอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Maison Valentino พร้อมด้วยเครื่องประดับ Valentino Garavani รังสรรค์โดย Alessandro Michele ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเมซง ทำให้สาวฟรีนดูสวยสง่าจนแฟนๆ ตะลึงกันไปเลย

สำหรับ ฟรีน สโรชา ถือว่าเป็นคนไทยคนที่ 4 ที่ได้ร่วมงานระดับโลกอย่าง Met Gala ที่ก่อนหน้ามี ป่าน ณิชาภัทร, ไบร์ท วชิรวิชญ์ และปีนี้ฟรีนได้ไปร่วมงานดังกล่าวพร้อมกับ ลิซ่า ลลิษา อีกด้วย 

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกร่วมงาน Met Gala
ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกร่วมงาน Met Gala
ฟรีน สโรชา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นนักแสดงหญิงไทยคนแรกร่วมงาน Met Gala

ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala

ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala

6 พ.ค. 2568 09:32 น.

ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala

เป็นการไปร่วมงานครั้งแรกของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานแฟชั่นครั้งยิ่งใหญ่อย่าง 2025 Met Gala ซึ่งเป็นงานที่รวมคนดังมาไว้ที่นี่

สำหรับ ลิซ่า ลลิษา ได้มาร่วมงาน Met Gala เป็นครั้งแรก เธอมาพร้อมลุคสุดเริ่ด สวยโดดเด่นในเสื้อคลุมยาวสีดำขณะออกจากโรงแรม ก่อนจะถอดก่อนเดินเข้างานเผยให้เห็นความแซ่บด้วยชุด ท่อนล่างซีทรู ถุงน่องสีดำบางเบาของ LV สวมทับด้วยบอดี้สูทสีดำ และเสื้อลูกไม้สีดำ รองเท้าส้นสูงสีดำ เป็น All Black Look ที่สวยจึ้งสะกดทุกสายตา งานนี้ลิซ่ามาพร้อมกับกระเป๋า Louis Vuitton ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกด้วย เป็นอีกคนที่เรียกเสียงแฟลชจากช่างภาพได้ไม่แพ้ใคร

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala
ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala
ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala
ลิซ่า สวยเซ็กซี่สะกดทุกสายตา เฉิดฉายใน All Black Look ร่วมงาน Met Gala

เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี

เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี

5 พ.ค. 2568 21:39 น.

เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจแฟนคลับเลยทีเดียว หลังจากที่ เนท My Mate Nate ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยจากปากของตัวเองว่า ได้เลิกรากับ เอวา ปวรวรรณ แล้ว ซึ่งเป็นการจากกันด้วยดี และเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก ส่วนรายละเอียดและสาเหตุที่เลิกกันนั้น ไม่ขอลงรายละเอียดใดๆ

สำหรับเส้นทางความรักของ เนท กับ เอวา นั้น ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นยูทูบเบอร์สายคอนเทนต์ที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก จนแฟนๆ หลายคนจับจิ้น ลุ้นอยากให้เป็นคู่จริง จนกระทั่งฝ่ายชายเดินหน้าจีบ จนทำให้ เอวา เริ่มใจอ่อน และเปิดใจให้ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 2 ปีแล้ว

เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี

ซึ่ง เนท และ เอวา เคยเล่าจุดเริ่มต้นความรักผ่านทางรายการ แฉ ให้ฟังว่า

– ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกที่สนามมวยที่เนทเป็นคนจัดรายการขึ้นมาเอง และตอนนั้นยังไม่รู้จักกัน เจอกันแค่ทักทายสวัสดีและแยกย้ายกันไป

– ผ่านมา 2-3 เดือนก็ได้เจอกันอีกครั้ง เนทจึงติดต่อเอวามาทำคลิปร่วมกัน หลังจากถ่ายงานเสร็จก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม ซึ่งเนทยืนยันว่า ตอนนั้นคิดกับเอวาแค่เพื่อน

– แต่พอวันต่อมาก็มีการถ่ายคลิปด้วยกันอีก ซึ่งเป็นคอนเทนต์เล่นซ่อนแอบในจังหวัดภูเก็ต งานนี้ต้องอยู่ด้วยกันเช้า-เย็น จึงเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เนทรู้สึกสปาร์ก

– เนท พูดถึงเอวาว่า เป็นคนน่ารัก อีกทั้งยังเป็นคนจริงจัง มีเป้าหมายในชีวิต คุยกันแล้วทำให้เนทรู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองได้ จากจุดนี้เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เดินหน้าจีบเอวา

– ด้าน เอวา บอกว่า ในวันแรกที่ได้เจอเนท ยังไม่ได้คิดอะไรเลย แต่รู้สึกว่าเราเหมือนกันหลายอย่าง เช่น ชอบฟังเพลง มีความคิดเหมือนกัน เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกสบาย และเอวาเป็นคนที่ไม่มีสเปค แต่ถ้ารู้สึกว่าใครที่ใช่ก็คือใช่

เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี

– นอกจากนี้ เอวา ยังเคยเล่าถึงความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการจบกันที่ไม่ดี เมื่อตอนอายุ 18 ไว้ว่า ถ้ามีความรักแล้วไม่ดีแล้ว ตอนจะจบกันเราก็รู้สึกไม่ดี เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เรามีความรักเราจะทุ่มเทให้กับความรักมากแบบให้เต็ม 100 เลย แต่เราก็ได้กลับมาแค่ 30-40 เอง ตอนนี้ก็คุยกับเนทอยู่ แต่ก็ต้องขอรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

– จนกระทั่ง เนทและเอวา ได้ตกลงเป็นแฟนกัน มีโมเมนต์น่ารักๆ ออกมาให้แฟนคลับได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งทั้งคู่ก็ได้พากันไปเจอครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว

– ซึ่ง เนท เคยบอกว่า ที่พูดภาษาไทยชัดแจ๋ว ทั้งๆ ที่เป็นคนอเมริกาก็เพราะว่า ต้องพูดภาษาไทยให้ชัดถึงจะจีบเอวาได้ ก็เลยต้องตั้งใจเรียนเลย แต่ส่วนมากเราคุยกันสองคนจะเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า

– ความรักของทั้งคู่เดินทางมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา แฟนคลับต่างจับสังเกตและตั้งข้อสงสัยว่า เนทกับเอวาเลิกกันแล้วหรือไม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้มีโมเมนต์หวานๆ เหมือนแต่ก่อนออกมาให้เห็น

– แต่ล่าสุด เนท ได้ตัดสินใจออกมาโพสต์ข้อความยอมรับว่า ได้ยุติความรักลงแล้ว

“ช่วงนี้เห็นว่ามีข่าวออกมาหลายอย่าง เลยอยากขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้แฟนคลับเนทและเอวาทุกคนทราบว่า ผมตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับน้องเอวา ซึ่งนี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย เอวาเป็นคนที่ดี และผมก็ยังคงห่วงใยน้องเสมอ

ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดว่าเราทั้งคู่จบความสัมพันธ์เพราะอะไร ขอให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา 2 คนและขอให้แฟนๆ เราทั้งคู่ยังคงจะซัพพอร์ตพวกเราทั้งคู่ต่อไป

ผมและเอวาเราจากกันด้วยดี และจะยังคงให้กำลังใจกันและกันในเส้นทางของตัวเอง ขอบคุณแฟนๆทุกคนที่เข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของเราทั้งคู่ด้วยนะครับ”

เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี
เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี
เส้นทางความรัก เนท My Mate Nate กับ เอวา คู่จิ้นสู่คู่จริง ก่อนลาจากกันด้วยดี

ด้าน เอวา เองก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณ เนท ถึงความรักและความหวังดีที่มีให้กันมาตลอด

“ขอบคุณสำหรับความรัก ความหวังดี ทุกอย่างที่ทำเพื่อหนูเสมอมา พี่เนทเป็นผู้ชายที่ดีมากๆ พี่เนทจะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของหนูเสมอ รักเสมอค่ะ

และขอบคุณทุกคนที่รักพวกเราชาว #เนวา ทุกคนด้วยนะคะ ขอโทษด้วยที่อาจจะทำให้ผิดหวัง และขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้พวกเราด้วยนะคะ หนูก็จะมีแต่ความหวังดี และรอดูความสำเร็จของพี่เสมอ ขอบคุณจากใจจริงๆสำหรับทุกอย่างค่ะ”

แม้ความรักของทั้งคู่จะจบลง แต่ความเป็นห่วงกันในฐานะพี่น้องยังคงอยู่เหมือนเดิม ขอเป็นกำลังใจให้กับ เนท และ เอวา ต่อไปนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

อังกฤษขู่ ปีนรูปปั้นอดีตนายกฯ วินสตัน เชอร์ชิลล์ อาจถูกจำคุก 3 เดือน

อังกฤษขู่ ปีนรูปปั้นอดีตนายกฯ วินสตัน เชอร์ชิลล์ อาจถูกจำคุก 3 เดือน

7 พ.ค. 2568 15:26 น.

อังกฤษขู่ ปีนรูปปั้นอดีตนายกฯ วินสตัน เชอร์ชิลล์ อาจถูกจำคุก 3 เดือน

รัฐบาลอังกฤษเตรียมประกาศให้การปีนขึ้นไปบนรูปปั้นของนายวินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ตั้งอยู่ในจัตุรัสรัฐสภาเป็นความผิดทางอาญา โดยผู้กระทำความผิดอาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และปรับเป็นเงิน 1,000 ปอนด์

รัฐบาลอังกฤษเตรียมประกาศให้การปีนขึ้นไปบนรูปปั้นของนายวินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ตั้งอยู่ในจัตุรัสรัฐสภาเป็นความผิดทางอาญา โดยผู้กระทำความผิดอาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และปรับเป็นเงิน 1,000 ปอนด์ สำหรับการสร้างความเสียหายต่ออนุสาวรีย์ของผู้นำอังกฤษในช่วงสงคราม

อนุสาวรีย์ของนายเชอร์ชิลล์ไม่ได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานสงครามของอังกฤษอย่างเป็นทางการ แต่นางอีเว็ตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วางแผนที่จะขึ้นทะเบียนอนุสาวรีย์แห่งนี้ลงในรายชื่อรูปปั้นและอนุสรณ์สถานประจำชาติ ซึ่งการปีนป่ายจะถือเป็นความผิดทางอาญาในไม่ช้านี้ ซึ่งรวมถึงอนุสรณ์สถานเซโนทาฟในไวท์ฮอลล์ อนุสรณ์สถานปืนใหญ่ในสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ค และสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอื่นๆ มากมายทั่วอังกฤษที่ระลึกถึงการรับใช้กองทัพในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2

กฎหมายฉบับใหม่นี้บรรจุอยู่ในร่างกฎหมายอาชญากรรมและการตำรวจ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาในขณะนี้

การประกาศเพิ่มชื่อของเชอร์ชิลล์ในรายชื่ออนุสรณ์สถานที่ได้รับการคุ้มครองนั้น คูเปอร์กล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศกำลังรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะในยุโรป เป็นเรื่องถูกต้องแล้วที่เราจะต้องแน่ใจว่ารูปปั้นของวินสตัน เชอร์ชิลล์ ได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพสมกับที่ควรได้รับ เช่นเดียวกับอนุสรณ์สถานสงครามศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ทั่วประเทศของเรา”

เชื่อกันว่าเชอร์ชิลล์เป็นคนเลือกจุดที่เขาต้องการให้รูปปั้นของเขาตั้งอยู่ด้วยตัวเอง ขณะอนุมัติแผนการพัฒนาจัตุรัสรัฐสภาใหม่ในช่วงทศวรรษ 1950

รูปปั้นสัมฤทธิ์สูง 3.6 เมตร ของอดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการเปิดตัวในจัตุรัสเวสต์มินสเตอร์สแควร์ในเดือนพฤศจิกายน 1973 โดยนางคลีเมนไทน์ ภรรยาม่ายของเขา 8 ปีหลังจากสามีของเธอเสียชีวิต โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนีเสด็จเข้าร่วมพิธีดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีเซอร์ คีร์ สตาร์เมอร์ ให้การสนับสนุนการคุ้มครองใหม่นี้ โดยกล่าวว่า “เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเรา และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนายกรัฐมนตรีทุกคนที่เดินตามรอยเขา” “ความโกรธแค้นที่สมเหตุสมผลซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้คนใช้รูปปั้นของเขาเป็นเวทีในการประท้วง แสดงให้เห็นถึงความรักที่ลึกซึ้งและยั่งยืนที่ชาวอังกฤษที่ดีทุกคนมีต่อเซอร์ วินสตัน เราและคนรุ่นหลังๆ เป็นหนี้เขา ด้วยการทำให้การกระทำดังกล่าวเป็นอาชญากรรม”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รูปปั้นดังกล่าวกลายเป็นเป้าหมายของผู้ประท้วงอยู่เสมอ ในปี 2014 ชายคนหนึ่งถูกจับกุมหลังจากใช้เวลา 48 ชั่วโมงบนฐานของรูปปั้นในฐานะส่วนหนึ่งของการประท้วง Occupy Democracy ในเวสต์มินสเตอร์ แต่ในเวลาต่อมา เขาได้รับการพิพากษาว่าพ้นผิดจากข้อกล่าวหาทั้งหมด

รูปปั้นนี้ถูกพ่นด้วยสีแดงและตกแต่งด้วยหญ้าสีเขียวแบบโมฮิกันระหว่างการประท้วงวันแรงงานในปี 2000 ซึ่งผู้ก่อเหตุได้รับโทษจำคุก 30 วัน รูปปั้นยังถูกพ่นกราฟฟิตี้ระหว่างการประท้วงของกลุ่ม Extinction Rebellion ในปี 2020 ซึ่งผู้ประท้วงวัย 18 ปี ถูกปรับ 200 ปอนด์และถูกสั่งให้จ่ายค่าชดเชย 1,200 ปอนด์

ระหว่างการประท้วง Black Lives Matter ในช่วงต้นปีนั้น รูปปั้นนี้ถูกพ่นกราฟฟิตี้อีกครั้ง และในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปิดและล้อมไว้เพื่อปกป้องรูปปั้นจากผู้ประท้วง

ล่าสุด นักรณรงค์เพื่อสิทธิของกลุ่มทรานส์ที่ยึดครองจัตุรัสรัฐสภาในช่วงปลายเดือนเมษายนเพื่อประท้วงคำตัดสินของศาลฎีกาเกี่ยวกับคำจำกัดความทางกฎหมายของผู้หญิง ได้ปีนขึ้นไปบนรูปปั้นเชอร์ชิลและโบกป้ายจากฐานของรูปปั้น รวมถึงป้ายคำขวัญบนรูปปั้นอื่นๆ ในจัตุรัส.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“ไบเดน” ซัดทรัมป์ เอาใจปูติน ด้วยการกดดันยูเครน

"ไบเดน" ซัดทรัมป์ เอาใจปูติน ด้วยการกดดันยูเครน

7 พ.ค. 2568 14:48 น.

“ไบเดน” ซัดทรัมป์ เอาใจปูติน ด้วยการกดดันยูเครน

โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ให้ยูเครนยอมยกดินแดนให้รัสเซียเป็น “นโยบายแห่งการเอาใจในยุคใหม่” ในการสัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเขาตั้งแต่เขาออกจากทำเนียบขาว

โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าแรงกดดันจากรัฐบาลทรัมป์ให้ยูเครนยอมยกดินแดนให้รัสเซียเป็น “นโยบายแห่งการเอาใจในยุคใหม่” ในการสัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเขาตั้งแต่เขาออกจากทำเนียบขาว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไบเดนกล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่รัฐเดลาแวร์ของสหรัฐฯ ว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เชื่อว่ายูเครนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และ “ใครก็ตามที่คิดว่าเขาจะหยุด” หากยอมยกดินแดนบางส่วนให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ “ก็นับว่าโง่เขลา”

คำกล่าวของไบเดน เกิดขึ้นในวาระครบรอบ 80 ปี วันแห่งชัยชนะในยุโรปของชาติพันธมิตรในสัปดาห์นี้ กล่าวว่าเขากังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่กำลังย่ำแย่ลงภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขากล่าวว่า “จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของโลก”

ในบทสัมภาษณ์กับรายการ Today ของ BBC Radio 4 ไบเดนถูกซักถามถึงประเด็นที่เกี่ยวกับยูเครน รวมถึงการตัดสินใจยุติการลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2024 ในช่วงท้ายของการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากการดีเบตที่ไม่ราบรื่น ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเหมาะสมของเขา และทำให้พรรคเดโมแครตเข้าสู่วิกฤต

ไบเดนถอนตัวออกจากตำแหน่งก่อนการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนไม่ถึง 4 เดือน และเมื่อถูกถามว่าเขาควรออกจากตำแหน่งเร็วกว่านี้และให้เวลากับการเลือกคนที่จะมาแทนที่หรือไม่ เขากล่าวว่า “ผมไม่คิดว่ามันจะสำคัญ เราออกจากตำแหน่งในช่วงเวลาที่มีผู้สมัครที่ดี” “ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วมากจนทำให้ยากที่จะถอนตัว และมันเป็นการตัดสินใจที่ยาก” เขากล่าว “ผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ผมคิดว่ามันเป็นเพียงการตัดสินใจที่ยาก”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการปฏิบัติของรัฐบาลปัจจุบันต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประณามการเรียกร้องของทรัมป์ให้สหรัฐฯ ยึดคลองปานามาคืน ยึดกรีนแลนด์ และทำให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51

ในประเด็นยูเครน ไบเดนถูกถามว่าเขาให้การสนับสนุนยูเครนเพียงพอที่จะชนะสงครามหรือไม่ แทนที่จะต่อต้านการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซีย ในช่วง 3 ปีของการสู้รบ รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคของเขาในได้เปลี่ยนจุดยืนเกี่ยวกับการใช้อาวุธที่สหรัฐฯ จัดหาให้ และยกเลิกข้อจำกัดบางประการเมื่อเวลาผ่านไป “เราให้ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการเพื่อให้พวกเขาเป็นอิสระ และเราพร้อมที่จะตอบโต้อย่างแข็งกร้าวมากขึ้น หากปูตินเคลื่อนไหวอีกครั้ง”

ไบเดนยังถูกถามเกี่ยวกับความคิดเห็นจากรัฐบาลทรัมป์ที่เสนอว่ายูเครนต้องยอมสละดินแดนบางส่วนเพื่อให้ได้ข้อตกลงสันติภาพที่จะยุติการสู้รบ

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยวิสัยทัศน์ของสหรัฐฯ สำหรับแผนสันติภาพในยูเครนเมื่อไม่นานนี้ โดยกล่าวว่าแผนดังกล่าวจะ “ตรึงเส้นแบ่งเขตแดน ใกล้เคียงกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” เขากล่าวว่ายูเครนและรัสเซีย “จะต้องยอมสละดินแดนบางส่วนที่ตนเป็นเจ้าของอยู่ในปัจจุบัน” ด้านนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้สะท้อนข้อความดังกล่าว โดยกล่าวว่าการกลับไปสู่พรมแดนของยูเครนก่อนปี 2014 เป็นสิ่งที่ “ไม่สมจริง”

ไบเดนกล่าวว่า “นโยบายแห่งการเอาใจในยุคใหม่” โดยอ้างอิงถึงนโยบายของนายเนวิลล์ แชมเบอร์เลน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งพยายามตอบสนองความต้องการของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในช่วงปลายทศวรรษปี 1930 ในความพยายามที่ล้มเหลวในการหลีกเลี่ยงสงครามครั้งใหญ่ในยุโรป

เขายังแสดงความกังวลว่า “ยุโรปจะสูญเสียความเชื่อมั่นในความแน่นอนของอเมริกาและผู้นำของอเมริกา” “ผู้นำของทวีปยุโรปอาจสงสัยว่าตอนนี้พวกเขาจะทำอย่างไร สามารถพึ่งพาสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ พวกเขาจะอยู่ที่นั่นหรือไม่”

ทรัมป์กล่าวว่า เขาคาดหวังว่ารัสเซียจะคงคาบสมุทรไครเมียไว้ ซึ่งถูกรัสเซียผนวกเข้าอย่างไม่ชอบด้วยกฏหมายในปี 2014 และเมื่อเดือนที่แล้ว เขาก็กล่าวหาว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ทำลายการเจรจาสันติภาพ เมื่อเซเลนสกีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

รายงานระบุว่าข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ สำหรับการยุติการสงบศึกไม่เพียงแต่รวมถึงการที่สหรัฐฯ ให้การรับรองดินแดนไครเมียอย่างเป็นทางการว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการที่สหรัฐฯ รับรองการควบคุมพื้นที่ยึดครองอื่นๆ ในยูเครนโดยพฤตินัยด้วย ทำเนียบขาวยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดดังกล่าวต่อสาธารณะ.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

พลเรือนสังเวยชีวิตเหตุปะทะอินเดีย-ปากีสถาน ยอด 2 ฝ่ายรายงานไม่เท่ากัน

พลเรือนสังเวยชีวิตเหตุปะทะอินเดีย-ปากีสถาน  ยอด 2 ฝ่ายรายงานไม่เท่ากัน

7 พ.ค. 2568 14:33 น.

พลเรือนสังเวยชีวิตเหตุปะทะอินเดีย-ปากีสถาน ยอด 2 ฝ่ายรายงานไม่เท่ากัน

พลเรือนต้องสังเวยชีวิตหลายศพ หลังอินเดียเปิดฉากโจมตีทางอากาศเป้าหมาย 9 แห่งในปากีสถานเมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดยกองทัพอินเดียยืนยันว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 10 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 32 ราย ขณะที่ปากีสถานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่านั้น

โฆษกของกองทัพอินเดียยืนยันตัวเลขพลเรือนที่เสียชีวิตหลังจากอินเดียเปิดฉากโจมตีทางอากาศหลายระลอกใส่ปากีสถานและเขตแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของปากีสถานอยู่ที่ 10 ศพ โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากเขตพู้นช์  ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เส้นควบคุมหรือเส้นแบ่งพรมแดนโดยพฤตินัยระหว่างอินเดียและปากีสถาน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุความรุนแรง อย่างน้อย 32 คน 

พลเรือนสังเวยชีวิตเหตุปะทะอินเดีย-ปากีสถาน  ยอด 2 ฝ่ายรายงานไม่เท่ากัน

ขณะที่พลโท อาห์เหม็ด ชารีฟ เชาดรี โฆษกกองทัพปากีสถาน แถลงว่า มีผู้เสียชีวิต 26 ราย และบาดเจ็บอีก 46 ราย จากการโจมตีทางอากาศและการยิงของกองทัพอินเดียบริเวณเส้นควบคุม โดยปากีสถานได้เรียกตัว อุปทูตอินเดียเข้าพบ เพื่อแสดงการประท้วงต่อเหตุโจมตีทางอากาศของอินเดียแล้ว นอกจากนี้ปากีสถานยังระบุว่าการโจมตีของอินเดียถือเป็นการทำสงครามอย่างโจ่งแจ้ง และทางการได้แจ้งเรื่องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแล้ว โดยยืนยันว่าทุกสถานที่ที่ถูกอินเดียโจมตีนั้นเป็นสถานที่ของพลเรือน ไม่ใช้ค่ายของกลุ่มติดอาวุธตามที่อินเดียกล่าวอ้าง ซึ่งปากีสถานมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้อย่างเหมาะสม

โดยกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานระบุในแถลงการณ์ว่า “การโจมตีครั้งนี้ทำให้พลเรือนหลายรายเสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงผู้หญิงและเด็ก” พร้อมกล่าวว่า การกระทำของอินเดียครั้งนี้เป็น “การละเมิดอธิปไตยของปากีสถานอย่างชัดเจน”

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินเดียปากีสถาน

จับตา “คอนเคลฟ” การประชุมลับเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่เริ่มวันนี้

จับตา "คอนเคลฟ" การประชุมลับเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่เริ่มวันนี้

7 พ.ค. 2568 13:09 น.

จับตา “คอนเคลฟ” การประชุมลับเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่เริ่มวันนี้

ในช่วงเย็นวันนี้ ภายใต้เพดานโดมของโบสถ์น้อยซิสทีน เบื้องล่างภาพวาดของไมเคิลแองเจโล พระคาร์ดินัล 133 องค์ จะลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ที่ 267 ของคริสตจักรโรมันคาธอลิก ซึ่งพระคาร์ดินัลทุกองค์ต้องสาบานว่าจะรักษาความลับตลอดกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง หลายวัน หรืออาจนานถึงหลายเดือน

วันนี้กิจกรรมต่างๆ จะเริ่มต้นเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ด้วยพิธีมิสซาที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ พิธีดังกล่าวจะถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ โดยมีจิโอวานนี บัตติสตา เร พระคาร์ดินัลวัย 91 ปี ซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธีศพของพระสันตะปาปาฟรานซิส เป็นประธาน

ภายในโบสถ์น้อยซิสทีน สถานที่จัดคอนเคลฟ
ภายในโบสถ์น้อยซิสทีน สถานที่จัดคอนเคลฟ

ในช่วงบ่าย สัญญาณโทรศัพท์มือถือภายในเขตวาติกันจะถูกปิดใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมคอนเคลฟติดต่อกับโลกภายนอก

ประมาณ 16.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น พระคาร์ดินัลผู้เลือกสรรทั้ง 133 พระองค์จะรวมตัวกันที่โบสถ์น้อยเปาโล และเดินขบวนไปยังโบสถ์น้อยซิสทีน

ขณะเดียวกัน พวกเขาจะขับร้องเพลงสวดและเพลง Veni Creator ซึ่งเป็นการสวดอ้อนวอนต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ชี้นำที่จะช่วยให้พระคาร์ดินัลเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ได้

เมื่ออยู่ในโบสถ์น้อยซิสทีนแล้ว พระคาร์ดินัลจะวางมือข้างหนึ่งบนสำเนาพระวรสาร แล้วให้คำสาบานว่าจะรักษาความลับตามที่กำหนดไว้ ซึ่งห้ามเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่

เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนสุดท้ายให้คำสาบานแล้ว ก็จะมีการนั่งสมาธิ จากนั้น ดิเอโก ราเวลลี ปรมาจารย์ด้านพิธีกรรมของพระสันตะปาปาจะประกาศว่า “extra omnes” (ทุกคนออกไป)

เขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของคริสตจักรสามคนที่ได้รับอนุญาตให้พักอยู่ในโบสถ์ซิสทีนได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งพระคาร์ดินัล และแม้ว่าพวกเขาจะต้องออกจากโบสถ์ในระหว่างการนับคะแนนก็ตาม

การออกเสียงคำว่า “extra omnes” ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแยกตัวของพระคาร์ดินัล และจุดเริ่มต้นของการประชุมลับ

คำนี้ซึ่งมาจากภาษาละตินที่แปลว่า “cum clave” หรือ “ถูกล็อคด้วยกุญแจ”” นั้นอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ เนื่องจากพระคาร์ดินัลจะไม่ถูกล็อคอยู่ด้านในโบสถ์อีกต่อไปแล้ว แต่เมื่อวันอังคาร (6 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ของวาติกันได้ปิดทางเข้าพระราชวังอัครสาวก ซึ่งรวมถึงโบสถ์น้อยซิสทีนด้วย โดยใช้ตราประทับตะกั่ว ซึ่งจะคงอยู่จนกว่าการดำเนินการจะสิ้นสุดลง นอกจากนี้ ยังมีองครักษ์แห่งวาติกัน หรือ สวิสการ์ด คอยเฝ้าทางเข้าโบสถ์ทุกแห่ง

ดิเอโก ราเวลลีจะแจกบัตรลงคะแนน และพระคาร์ดินัลจะดำเนินการลงคะแนนเสียงครั้งแรกหลังจากนั้นไม่นาน

จับตา "คอนเคลฟ" การประชุมลับเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่เริ่มวันนี้

แม้ว่าจะไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคต่อการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ จากการลงคะแนนเสียงเพียงครั้งแรก แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายศตวรรษแล้ว อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนเสียงครั้งแรกนั้นมีความสำคัญมาก

ออสเตน ไอเวอเรจ นักเขียนและนักวิจารณ์นิกายคาธอลิกกล่าวว่า “พระคาร์ดินัลที่ได้คะแนนเสียงมากกว่า 20 เสียง จะถูกนำมาพิจารณา ในการลงคะแนนครั้งแรก คะแนนเสียงจะกระจัดกระจายมาก และผู้มีสิทธิเลือกตั้งรู้ดีว่าพวกเขาต้องมุ่งเน้นไปที่ผู้ที่คะแนนเสียงมาก”

เขาเสริมว่าการลงคะแนนเสียงครั้งต่อๆ ไปจะระบุว่าพระคาร์ดินัลองค์ใดมีโอกาสสูง “มันเกือบจะเหมือนการรณรงค์หาเสียงทางการเมือง แต่ไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นความพยายามของสภาที่จะหาฉันทามติ”

หากการลงคะแนนเสียงไม่ได้คะแนนเสียงเกิน 2 ใน 3 ที่จำเป็นต่อการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ พระคาร์ดินัลจะกลับไปที่เกสต์เฮาส์ Casa Santa Marta เพื่อรับประทานอาหารเย็น จากนั้นระหว่างการลงคะแนนเสียง พระคาร์ดินัลจะพูดคุยกัน และฉันทามติจะเริ่มรวมตัวกันเกี่ยวกับผู้ที่มีโอกาส

ตามรายงานของสื่ออิตาลี เมนูต่างๆ ประกอบด้วยอาหารจานเบาๆ ซึ่งปกติจะเสิร์ฟให้แขกของที่พัก และมีไวน์ แต่ไม่มีสุรา พนักงานเสิร์ฟและพนักงานครัวจะต้องสาบานตนว่าจะรักษาความลับ และไม่สามารถออกจากบริเวณได้ตลอดระยะเวลาการประชุมคอนเคลฟ

ตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีเป็นต้นไป พระคาร์ดินัลจะรับประทานอาหารเช้าระหว่างเวลา 06:30 น. ถึง 07:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนพิธีมิสซาเวลา 08:15 น. จากนั้นจะมีการลงคะแนนเสียงสองครั้งในตอนเช้า ตามด้วยรับประทานอาหารกลางวันและพักผ่อน ในบันทึกความทรงจำของพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า นั่นคือตอนที่พระองค์เริ่มได้รับสัญญาณจากพระคาร์ดินัลองค์อื่นๆ ว่าเริ่มมีฉันทามติที่จริงจังเกิดขึ้นเกี่ยวกับ พระองค์ พระองค์ได้รับเลือกระหว่างการลงคะแนนเสียงครั้งแรกในช่วงบ่าย การประชุมคอนเคลฟสองครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลงทั้งหมดภายในสิ้นวันที่สอง

ในขั้นตอนนี้ ไม่มีทางทราบได้เลยว่าการประชุมคอนเคลฟครั้งนี้จะยาวนานหรือสั้น แต่พระคาร์ดินัลทราบดีว่าการยืดเวลาการประชุมออกไปอาจตีความได้ว่าเป็นสัญญาณของความขัดแย้งที่ลุกลาม

ในขณะที่พวกเขากำลังสนทนา อธิษฐาน และลงคะแนนเสียง นอกหน้าต่างที่ปิดตายของโบสถ์น้อยซิสทีน มีผู้ศรัทธาหลายพันคนจะพร้อมใจกันมองขึ้นไปที่ปล่องไฟทางขวาของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เพื่อรอให้กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาเป็นสัญญาณว่าได้มีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ต่อไปแล้ว.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign