แพรว คณิตกุล เปิดตัวแฟนหนุ่ม เควิน ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายชายหวานฉ่ำ

แพรว คณิตกุล เปิดตัวแฟนหนุ่ม เควิน ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายชายหวานฉ่ำ

27 พ.ค. 2568 20:00 น.

แพรว คณิตกุล เปิดตัวแฟนหนุ่ม เควิน ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายชายหวานฉ่ำ

หลังจากที่นักร้องสาวหน้าใส แพรว คณิตกุล เนตรบุตร มีสถานะหัวใจยังโสดมาได้สักพัก ล่าสุดก็กลับมาอินเลิฟอีกครั้ง เมื่อมี เควิน หนุ่มชาวฮ่องกง มาคอยดูแลหัวใจ

แพรว คณิตกุล เปิดตัวแฟนหนุ่ม เควิน ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายชายหวานฉ่ำ
แพรว คณิตกุล เปิดตัวแฟนหนุ่ม เควิน ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายชายหวานฉ่ำ

และล่าสุดเมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของฝ่ายชาย งานนี้สาวแพรวก็ทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้คุณแฟนได้น่ารักมากๆ พร้อมทั้งเขียนข้อความอวยพรไว้ว่า “HBD Calvin! ขอให้สุขภาพแข็งแรงอยู่ด้วยกันไปนานๆ นะ”

งานนี้นอกจากจะมีเพื่อนๆ แฟนๆ เข้ามาร่วมอวยพรวันเกิดให้หนุ่มเควินแล้ว หลายคนก็แซวความหวานกันเต็มไอจี เรียกว่าเป็นการเปิดตัวแฟนได้น่ารักน่าประทับใจมากๆ และเมื่อย้อนดูภาพก่อนหน้านี้ในไอจีก็จะเห็นภาพของหนุ่มเควินอยู่กับแพรวมาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้วด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

“จูจีฮุน” พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’

"จูจีฮุน" พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’

27 พ.ค. 2568 19:46 น.

“จูจีฮุน” พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’

กระแสตอบรับแรงเกินต้าน หลังจากประกาศงานแฟนมีตติ้งในประเทศไทยของพระเอกซูเปอร์สตาร์จากเกาหลีใต้ “จูจีฮุน” (Ju Ji Hoon) ก็ทำเอาหัวใจแฟนคลับเต้นแรงไปตามๆ กัน

งานนี้ Grandprix Xpectrum ผู้จัดคุณภาพ ได้จัดเต็มทุกโมเมนต์เพื่อพาแฟนๆ ท่องไปในจักรวาลแห่งความฟิน ‘JUNIVERSE’ ที่อบอวลไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ ความทรงจำสุดประทับใจ และจะทำให้หัวใจพองโตไม่รู้ลืม ในงาน “2025 JU JI HOON Asia Tour Fanmeeting ‘JUNIVERSE’ in BANGKOK” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

"จูจีฮุน" พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’
"จูจีฮุน" พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’

ล่าสุดโอปป้าคนฮอตก็ไม่ปล่อยให้คิดถึงนาน ส่งคลิปวิดีโอทักทายสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงแฟนๆ ชาวไทย เป็นการอุ่นเครื่องหัวใจก่อนเจอกันแบบใกล้ชิด!! ฝากมาบอกแฟนไทยว่า

“สวัสดีครับ จูจีฮุนครับ ไม่ได้มาทักทายแฟนๆ ชาวไทยนานเลยครับ ทุกคนสบายดีกันใช่ไหมครับ วันนี้ผมมาพร้อมกับข่าวดีครับ ในวันที่ 5 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ผมจะไปหาแฟนๆ ชาวไทยในงานแฟนมีตติ้งครับ หวังว่าจะได้สร้างความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือนไปกับทุกคน ให้สมที่ทุกคนรอคอยมานานครับ แล้วเจอกันในวันที่ 5 กรกฎาคมนะครับ แล้วเจอกันครับ! See ya!”

"จูจีฮุน" พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’

เตรียมนับถอยหลังสู่จักรวาล ‘JUNIVERSE’ ที่กำลังจะเปิดประตูต้อนรับแฟนๆ อีกไม่นานเกินรอ แล้วขึ้นยานแห่งความฟินไปพร้อมกัน! เปิดจำหน่ายบัตรในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ http://www.thaiticketmajor.com และ Call Center 02-262-3456 บัตรราคา 6,900 บาท, 5,900 บาท, 4,900 บาท, 3,900 บาท และ 2,900 บาท

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

"จูจีฮุน" พระเอกเกาหลี ส่งคลิปอ้อนแฟนไทย อุ่นเครื่องรอนับถอยหลังสู่ ‘JUNIVERSE’

ตั้ม วราวุธ น้ำตาซึมคนส่งกำลังใจแน่น เป็นพลังสู้ให้พูดออกเสียงได้ปกติเร็วๆ

ตั้ม วราวุธ น้ำตาซึมคนส่งกำลังใจแน่น เป็นพลังสู้ให้พูดออกเสียงได้ปกติเร็วๆ

27 พ.ค. 2568 18:58 น.

ตั้ม วราวุธ น้ำตาซึมคนส่งกำลังใจแน่น เป็นพลังสู้ให้พูดออกเสียงได้ปกติเร็วๆ

หลังจากนักร้อง-พิธีกรหนุ่ม ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม หรือ ตั้ม เดอะสตาร์ ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ชน ทำให้ดั้งหัก ปากฉีกถึงจมูก ฟันวีเนียร์แตก 3 ซี่ จนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยทันที และพักอยู่ในห้องไอซียูหลายวัน ซึ่งในเวลานี้อาการปลอดภัยแล้ว

ตั้ม วราวุธ น้ำตาซึมคนส่งกำลังใจแน่น เป็นพลังสู้ให้พูดออกเสียงได้ปกติเร็วๆ

ล่าสุด ตั้ม วราวุธ ได้โพสต์คลิปรักษาตัวอยู่ใน รพ. มีคนมาเยี่ยมมากมาย บางคนที่มาไม่ได้ก็ส่งของเยี่ยมมาให้ พร้อมทั้งเผยความในใจสุดซึ้งว่า “อุบัติเหตุในครั้งนี้ ถ้าไม่รวมถึงความเจ็บปวด และรอยแผลที่เกิดขึ้น ทั้งกายและใจ สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกตื้นตันประทับใจอุ่นใจ และมีคุณค่าทางใจของผมมาก ทำให้รอยช้ำหรือรอยแผลในใจหายไวมาก นั่นคือความรักและกำลังใจจากคนที่รักและเป็นห่วงผมมากจริงๆ

ทุกคนต่างแวะมาเยี่ยมเยียนสอบถาม แสดงความเป็นห่วงตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ที่โรงพยาบาล ถึงแม้บางคนจะมาไม่ได้ก็ส่งดอกไม้ ผลไม้มาเต็มหน้าห้อง จนทางโรงพยาบาลต้องต่อโต๊ะยาว รวมถึงส่งข้อความมาแสดงความเป็นห่วงและอวยพรให้ผมหายไวๆ ในทุกๆ ช่องทาง ผมได้รับ ได้อ่าน ได้เห็น และซาบซึ้งใจมากๆ กับทุกความรักความห่วงใยครับ

ตั้ม วราวุธ น้ำตาซึมคนส่งกำลังใจแน่น เป็นพลังสู้ให้พูดออกเสียงได้ปกติเร็วๆ

ผมจะนำความรู้สึกในครั้งนี้ที่ทุกคนมอบให้ ไปเป็นพลังสู้กับตัวเองให้หายไวๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆ ร้องเพลง พูดออกเสียงได้ปกติในเร็ววันนะครับ รักและขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ #พิมพ์ไปน้ำตาซึมไป #คลิปนี้ขอลงไว้เป็นความทรงจำนะครับ #ในเรื่องร้ายมักจะมีเรื่องดีซ้อนอยู่เสมอครับ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

อั้ม อิราวัต ไม่ได้หมายถึง อาร์ต พศุตม์ งงจะให้เป็นกันให้ได้ ที่ขอโทษเพราะเห็นร้อนใจ

อั้ม อิราวัต ไม่ได้หมายถึง อาร์ต พศุตม์ งงจะให้เป็นกันให้ได้ ที่ขอโทษเพราะเห็นร้อนใจ

27 พ.ค. 2568 18:18 น.

อั้ม อิราวัต ไม่ได้หมายถึง อาร์ต พศุตม์ งงจะให้เป็นกันให้ได้ ที่ขอโทษเพราะเห็นร้อนใจ

หลังจากกรณีดราม่าเดือดระหว่าง อั้ม อิราวัต กับ อาร์ต พศุตม์ ที่อั้มได้ออกมาโพสต์เล่าถึงพระเอกกล้ามโตเนรคุณคนเคยปั้น ด้านอาร์ต พศุตม์ เข้ามาคอมเมนต์ แจงทุกประเด็น พร้อมทั้งท้าไปออกโหนกระแสสักรอบ ซึ่งอั้มเองก็ออกมาโต้กลับ ยืนยันว่าพูดถึงพระเอกกล้ามโต ไม่ได้หมายถึงพระรอง พร้อมทั้งออกมาขอโทษขอปิดทัวร์ไปนั้น แต่เหมือนจะไม่จบง่ายๆ เพราะตอนเช้าอาร์ตยังเดือดต่อ ลั่นกูไม่จบ ต้องรู้ให้ได้ว่าพระเอกกล้ามโตคือใคร

ล่าสุด อั้มก็ได้ออกมาโพสต์อีกรอบ และย้ำว่าข้อมูลที่โพสต์ไปไม่ได้นึกถึงอาร์ตเลย และเหตุผลที่ขอโทษเพราะเห็นเขาร้อนใจ ไม่ได้กลัวว่าแพ้หรือชนะ เพราะโลกนี้คนที่ตนเองกลัว มีแค่ 2 คนเท่านั้นคือแม่กับเมีย

“นักข่าวทุกช่องโทรมารัวๆ ตั้งแต่เมื่อคืน ล่าสุดพี่นักข่าวช่อง 8 โทรมาตอนทำเลเซอร์ เลยบอกเขาสั้นๆ ว่า “ผมตอบไปหมดแล้ว” “ตอบแบบละเอียดมาก ว่า #ไม่ใช่น้องอาร์ต” เลยไม่รู้จะให้สัมภาษณ์อะไรจริงๆ คือไม่รู้ว่าใครอยากให้เป็นอาร์ตให้ได้ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็งงเหมือนกัน เพราะที่ผมรู้ข้อมูลมา ผมก็ไม่ได้นึกถึงอาร์ตเลย และย้ำว่าที่ #ผมขอโทษอาร์ต เพราะเห็นเขาร้อนใจมาก

ทุกคนคงดูออกว่าเขาคงเครียดมาก กระทบเขา คิดว่าที่ผมโพสต์เป็นตัวเขา จะให้เป็นให้ได้ ก็ขอตอบรอบที่ร้อย ว่า #ผมก็ไม่ได้นึกถึงตัวเขาจริงๆ และที่ขอโทษก่อน เพราะ #ผมนึกถึงใจเขา มันไม่ใช่เรื่องกลัว หรือแพ้ชนะอะไร ในโลกนี้ มีคนที่ผมกลัวอยู่ 2 คนเท่านั้น คือ #เมียพ่อ และ #เมียผม ตามอ่านเรื่อยๆ ครับ บันเทิงดี.”

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิง” เพิ่มเติม

อั้ม อิราวัต ไม่ได้หมายถึง อาร์ต พศุตม์ งงจะให้เป็นกันให้ได้ ที่ขอโทษเพราะเห็นร้อนใจ

นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม

นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม

27 พ.ค. 2568 18:12 น.

นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม

เป็นอีกหนึ่งคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ ตั้ม วราวุธ และคอยอัปเดตอาการของตั้มให้แฟนๆ ที่เป็นห่วงได้ทราบเสมอ สำหรับ นุ้ย สุจิรา และล่าสุดในงานรอบปฐมทัศน์ ละครเวที 2499 เดอะมิวสิคัล ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ นุ้ยได้ตอบถึงเรื่องอาการของตั้มให้ได้ฟังว่า

– ตั้มอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แผลผ่าตัดตอนนี้เอาไหมออกแล้ว สิ่งที่กังวลคือคุณหมอบอกว่าการออกเสียงหรือการร้องเพลงอาจจะไม่เหมือนเดิม พยายามให้กำลังใจกัน เวลาน่าจะช่วยได้ การฝึกพูดการฝึกออกเสียงน่าจะช่วยได้ ตั้มเก่งอยู่แล้ว 

– นุ้ยได้โดมถึงอาการบาดเจ็บของตั้ม ที่ปากฉีกแล้วถูกเย็บ และดั้งที่หักและงัดขึ้นมา คำพวกไหนจะเป็นอุปสรรคบ้าง ซึ่งโดมบอกว่า คำที่เป็นสระอู ตนเลยบอกให้ตั้มฝึกพูดคำเหล่านี้เยอะๆ เจอแบบนี้เป็นใครก็ต้องกังวลเพราะมันกระทบกับอาชีพ 

นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม

– แผลภายนอกถือว่าดูดีมากๆ แต่ข้างในใจอาจจะต้องการกำลังใจ เพราะเวลาเจออะไรหนักๆ ตั้มไม่อยากให้คนอื่นเศร้าหรือกังวลไปด้วย

– โดยรวมไม่ถือว่าอาการหนักมาก ถือว่าโชคดี ฟาดเคราะห์ ที่เหลือก็ฟื้นฟูกันต่อไป

– ตั้มสามารถสื่อสารได้ตลอด พูดตลอด พร้อมร้องเพลง 

– สัมผัสได้ว่าตั้มกังวล เพราะอีกฝ่ายไม่ส่องกระจก ไม่อยากเห็น ซึ่งนุ้ยก็คอยให้กำลังใจ บอกตั้มตลอดว่าแผลสวยมาก คุณหมอเก่ง คนนี้มือ 1 งานละเอียดมาก ต้องให้กำลังใจเขาเพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น เพราะตั้มกังวลทั้งแผลทั้งจมูก 

– นุ้ยเล่าถึงแผลของตั้มว่า ปากฉีกถึงจมูกเข้าไปข้างใน ไม่ถึงหู แต่ตอนนี้ดีมากๆ แล้ว อีก 1-2 วันก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว

– ในส่วนของคดีมีความคืบหน้า จากคำให้การของพยาน เขาเห็นพ้องต้องกันว่าตั้มโดนมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ได้คลิปเป็นหลักฐานหลายมุม คู่กรณีตั้มก็หนักเหมือนกัน ตอนนี้ต่างคนต่างรักษาตัว

นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม

– หลังจากที่หายแล้วต้องศัลยกรรมเพิ่มหรือไม่ นุ้ยบอกว่า คุณหมอทำดีมากๆ ดูแล้วแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ตัดไหมแล้วแทบจะมองไม่เห็นแผลเลย ตอนนี้ยังมีความบวมอยู่ ดั้งที่หักไปก็งัดขึ้นมาแล้ว ใช้ของเดิม คุณหมอบอกโชคดีที่ของเดิมมีอยู่แล้ว

– ก่อนที่ตั้มจะเจออุบัติเหตุก็เพิ่งไปทำบุญมา นุ้ยคิดว่าอาจจะด้วยอานิสงส์ของการทำบุญ ทำให้ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส

– ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ของตั้มทิ้งไว้ที่สถานีตำรวจ ตั้มไม่เอากลับไปเอาแล้ว พูดเองเข็ดแล้ว

คลิกเพื่ออ่าน “ข่าวบันเทิงวันนี้”

นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม
นุ้ย สุจิรา อัปเดตอาการ ตั้ม วราวุธ ปากฉีก-ดั้งหัก ร้องเพลง-ออกเสียง อาจไม่เหมือนเดิม

เปิดภาพ เบสท์ คำสิงห์ ฉลองวันเกิดอายุ 25 ปี แหวกอกโนบราอวดความเซ็กซี่

เปิดภาพ เบสท์ คำสิงห์ ฉลองวันเกิดอายุ 25 ปี แหวกอกโนบราอวดความเซ็กซี่

27 พ.ค. 2568 17:48 น.

เปิดภาพ เบสท์ คำสิงห์ ฉลองวันเกิดอายุ 25 ปี แหวกอกโนบราอวดความเซ็กซี่

เป็นการฉลองวันคล้ายวันเกิดที่แซ่บซี้ดจริงๆ สำหรับยูทูบเบอร์-นักแสดงสาว เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์ ที่วันนี้ (27 พ.ค. 2568) อายุครบ 25 ปีเต็ม เข้าสู่วัยเบญจเพสเรียบร้อยแล้วจ้า

ซึ่งในอินสตาแกรม @bestkamsing ได้โพสต์ภาพเซตฉลองวันเกิด ในมือถือเค้กสีขาวปักเทียนอายุ 25 เขียนแคปชั่นสั้นๆ “ฉันในวัย 25 ปี..” และใส่อีโมจิเค้ก แต่ที่ทำเอาสะดุดตาก็ตรงชุดที่ใส่นี่แหละ เบสท์เสิร์ฟความแซ่บด้วยเสื้อโค้ทแขนยาว แต่งานนี้แหวกอกโนบราเห็นผิวขาวเนียนสวยด้านใน ลุคนี้เซ็กซี่ไฟลุกไปเลยจ้า!!

งานนี้นอกจากเพื่อนๆ แฟนๆ จะอวยพรวันเกิดแล้ว หลายคนก็เข้ามาแซวความแซ่บ อาทิ ไม้เรียวกำลังไปค่ะ!!!, แซ่บๆ ไปเลยยย, สวยยยยยยยยย HBD JA, วัย 25 นี่มันแซ่บเกิ้น, ชีเสิร์ฟแบบร้อนแรง เป็น 25 ที่จึ้งมากกก, จึ้งเกิน ชีเสิร์ฟ, เสิร์ฟแต่เช้าาา, สวยแบบวาสนาคนทั้งโลก!!!, สวย แซ่บ จึ้งสุดๆๆ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เหตุปะทะช่องบก: กลาโหมกัมพูชาอ้างทหารเขมรเสียชีวิต 1 นาย ชี้ไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน

เหตุปะทะช่องบก: กลาโหมกัมพูชาอ้างทหารเขมรเสียชีวิต 1 นาย ชี้ไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน

28 พ.ค. 2568 17:22 น.

เหตุปะทะช่องบก: กลาโหมกัมพูชาอ้างทหารเขมรเสียชีวิต 1 นาย ชี้ไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารกัมพูชาและทหารไทยที่บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ชายแดนจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม ว่าทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย และระบุว่ากองทัพไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารกัมพูชาและทหารไทยที่บริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี ชายแดนจังหวัดพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทหารกัมพูชาที่ประจำการในพื้นที่มอมเตยเสียชีวิต นายทหารรายนี้ชื่อ สุวรรณ ราว อายุ 48 ปี ยศสิบเอก อาศัยอยู่ในบ้านกำปง อ.จอมข่าน จ.พระวิหาร

เหตุปะทะช่องบก: กลาโหมกัมพูชาอ้างทหารเขมรเสียชีวิต 1 นาย ชี้ไทยเป็นฝ่ายยิงก่อน

กระทรวงกลาโหมกัมพูชารายงานว่า การปะทะกันระหว่างกองทัพกัมพูชาและกองทัพไทยเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่หมู่บ้านเตโชโมกัต ต.จอมข่าน อ.จอมข่าน จ.พระวิหาร โดยกองทัพไทยเปิดฉากยิงก่อนในสนามเพลาะ ซึ่งเป็นฐานทัพของกองทัพกัมพูชามาเป็นเวลานาน 

กระทรวงกลาโหมกล่าวว่าการปะทะครั้งนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่กัมพูชาต้องการ และกระทรวงฯ จะหารือกับกระทรวงกลาโหมของไทยต่อไปเพื่อหาแนวทางร่วมกันเพื่อนำสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วและป้องกันไม่ให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

กระทรวงกลาโหมยืนยันว่ากัมพูชายึดมั่นในวิธีการทางการทูตและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ รวมถึงรักษาพรมแดนกับประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นพรมแดนแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนา และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน กัมพูชามุ่งมั่นที่จะปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนของตนไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

กระทรวงกลาโหมเรียกร้องให้ประชาชนอย่าเชื่อและเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนเกิดความไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัย รวมถึงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางทหาร การทำงานปกติของประชาชน และประเทศของทั้งสองฝ่าย

กระทรวงกลาโหมยังขอให้ประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ชัดเจนและเป็นทางการเท่านั้น โดยเฉพาะข่าวเผยแพร่จากกระทรวงกลาโหม.

ที่มา  Fresh News

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

28 พ.ค. 2568 14:52 น.

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

  • เดิมที นายยุน ซอก ยอล ควรจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงปี 2027 แต่วาระของเขาสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันจากความผิดพลาดของตัวเอง ด้วยการการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยอ้างถึงภัยคุกคามจาก “กองกำลังต่อต้านรัฐ” และเกาหลีเหนือ หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ศาลรัฐธรรมนูญได้ยืนยันการลงมติถอดถอนและปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้อย่างถาวร ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างกะทันหันภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ผลสำรวจระบุว่า นายอี แจ-มยอง จากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก เป็นตัวเต็งจากผู้สมัคร 6 คน รองลงมาคือ นายคิม มุนซู จากพรรคพลังประชาชน (PPP) ที่เป็นรัฐบาล นายอีได้รับการยกย่องจากผู้สนับสนุนว่าเป็นฮีโร่ของชนชั้นแรงงาน เขาเคยทำงานในโรงงานก่อนที่จะกลายมาเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักการเมือง เขาให้คำมั่นว่าจะก่อตั้ง “สาธารณรัฐเกาหลีที่แท้จริง” ที่ประชาชนมีงานทำและสังคมที่ยุติธรรม
  • เรื่องราวต้นกำเนิดจากความยากจนสู่ความร่ำรวย ผสมผสานกับรูปแบบการเล่นการเมืองที่มุ่งมั่น ทำให้นายอี แจ-มยอง กลายเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดความเห็นที่แตกแยกในเกาหลีใต้ การกระทำเหล่านี้มักรวมถึงความพยายามในการปฏิรูปก้าวหน้า เช่น คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2022 เพื่อนำโครงการรายได้พื้นฐานถ้วนหน้ามาใช้ ซึ่งท้าทายโครงสร้างอำนาจและสถานะปัจจุบันในเกาหลีใต้

เกาหลีใต้จะเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 3 มิถุนายน เพื่อแทนที่นายยุน ซอก ยอล ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากประกาศกฎอัยการศึกที่ประสบความล้มเหลว เป็นเวลา 6 ชั่วโมงเมื่อเดือนธันวาคม 2024

ผู้ชนะการเลือกตั้งจะมีหน้าที่จัดการกับผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจจากการเคลื่อนไหวของนายยุน ซึ่งทำให้ประเทศตกอยู่ในความโกลาหลและความเห็นที่แตกแยก

การเลือกตั้งกะทันหัน ยังจัดขึ้นในขณะที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญหน้ากับพันธมิตรที่คาดเดาไม่ได้อย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดความท้าทายในระยะยาว เช่น ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และความสัมพันธ์ที่เย็นชาของเกาหลีใต้กับจีน

นี่คือสิ่งที่เราควรทราบ เนื่องจากเกาหลีใต้ ประเทศที่มีประชากรประมาณ 52 ล้านคน กำลังเตรียมเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ที่จะเป็นผู้นำประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

ทำไมเกาหลีใต้จึงจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี

เดิมที นายยุน ซอก ยอล ควรจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงปี 2027 แต่วาระของเขาสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันจากความผิดพลาดของตัวเอง

เขาสร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนทั่วประเทศด้วยการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยอ้างถึงภัยคุกคามจาก “กองกำลังต่อต้านรัฐ” และเกาหลีเหนือ แต่ในไม่ช้าก็ชัดเจนว่าเขาได้รับแรงผลักดันจากปัญหาทางการเมืองของเขาเอง

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 เมษายน ศาลรัฐธรรมนูญได้ยืนยันการลงมติถอดถอนเขาและปลดเขาออกจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้อย่างถาวร ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างกะทันหันภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

ในช่วงหกเดือนที่วุ่นวายนับตั้งแต่ความพยายามประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน เกาหลีใต้มีประธานาธิบดีรักษาการ 3 คน โดยคนล่าสุดคือ นายอีจูโฮ รัฐมนตรีแรงงานที่รับตำแหน่งนี้หนึ่งเดือนก่อนการเลือกตั้ง

นายอีเข้ามาแทนที่นายกรัฐมนตรี ฮัน ด็อกซู ซึ่งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากรับตำแหน่งรักษาการแทนนายยุน ส่วนนายชเว ซังม็อก รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี ก่อนที่ฮันจะได้รับการแต่งตั้งใหม่ในเดือนมีนาคม

ปัญหาใหญ่ๆ ในการเลือกตั้งของเกาหลีใต้คืออะไร?

กฎอัยการศึกของนายยุนเผยให้เห็นความแตกแยกทางการเมืองที่ฝังรากลึกในประเทศ โดยผู้ที่สนับสนุนการตัดสินใจของเขาที่จะประกาศกฎอัยการศึกและผู้ที่ต่อต้านกฎอัยการศึกต่างออกมาประท้วงบนท้องถนน

ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นหลายเดือนต่อมาทำให้ประชาชนไม่มั่นใจในเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ และนี่เป็นช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีต่อพันธมิตรทางการค้าของสหรัฐฯ โดยสินค้าของเกาหลีใต้ต้องเผชิญการจัดเก็บภาษี 25%

ส่วนกับประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือยังคงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปี 2025 จะค่อนข้างราบรื่น แต่ในปีที่แล้ว ความตึงเครียดก็เพิ่มสูงขึ้น เมื่อนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงขึ้น และทั้งสองฝ่ายใช้เวลาหลายเดือนในการส่งลูกโป่งและโดรนเพื่อนำสิ่งของสำหรับการโฆษณาชวนเชื่อข้ามชายแดน

ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้ยังต้องรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้ารายใหญ่ที่สุด และสหรัฐฯ  ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุด

จากนั้นประธานาธิบดีคนใหม่ยังมีภารกิจในการหยุดยั้งอัตราการเกิดที่ลดลงของประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลกที่ 0.75%

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของเกาหลีใต้?

ผลสำรวจระบุว่า นายอี แจ-มยอง จากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก เป็นตัวเต็งจากผู้สมัคร 6 คน รองลงมาคือ นายคิม มุนซู จากพรรคพลังประชาชน (PPP) ที่เป็นรัฐบาล

นายอี ซึ่งแพ้ให้กับนายยุนอย่างฉิวเฉียดในปี 2022 ได้รับการยกย่องจากผู้สนับสนุนของเขาว่าเป็นฮีโร่ของชนชั้นแรงงาน เขาเคยทำงานในโรงงานก่อนที่จะกลายมาเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและนักการเมือง เขาให้คำมั่นว่าจะก่อตั้ง “สาธารณรัฐเกาหลีที่แท้จริง” ที่ประชาชนมีงานทำและสังคมที่ยุติธรรม

ด้านนายคิม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นประธานาธิบดีด้านเศรษฐกิจ โดยสัญญาว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อธุรกิจ

ผู้สมัครคนอื่นๆ ได้แก่ นายอี จุนซอก จากพรรคปฏิรูปใหม่, นายควอน ยองกุก จากพรรคแรงงานประชาธิปไตย และผู้สมัครอิสระอีก 2 คน คือ ฮวาง คโยอัน และซอง จินโฮ

เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ที่ไม่มีผู้หญิงลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้หญิงคนแรกที่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคือ ฮง ซอก จา ในปี 1987 แต่เธอถอนตัวก่อนการลงคะแนนเสียง การเลือกตั้งในปี 2012 มีผู้สมัครหญิงสี่คนแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งสูงสุด

วันเลือกตั้งคือเมื่อใดและผลการเลือกตั้งจะประกาศเมื่อใด

การเลือกตั้งมีกำหนดในวันที่ 3 มิถุนายน และหน่วยเลือกตั้งจะเปิดตั้งแต่เวลา 06:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ถึง 20:00 น. ชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ต่างประเทศได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 25 พฤษภาคม

คาดว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาหลังจากปิดการลงคะแนนเสียง และน่าจะทราบผู้ชนะในช่วงเช้าของวันถัดไป

ทั้งนี้ เมื่อครั้งที่นายยุนเอาชนะนายอีในปี 2022 เขาได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ 9 ชั่วโมงหลังปิดการลงคะแนนเสียง หรือในเวลา 04:40 น. ของเช้าวันหลังวันเลือกตั้ง

นั่นคือการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่สูสีที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งนายยุนชนะด้วยคะแนนเสียงต่างกันเพียง 0.73%

ประธานาธิบดีคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่งทันที และไม่เหมือนกับประธานาธิบดีคนก่อนๆ อีกหลายคน เขาจะไม่ได้รับผลประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นทางการจากนายยุน

จะเกิดอะไรขึ้นกับอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง?


นายยุนต้องขึ้นศาลในข้อหาก่อกบฏอันเป็นผลจากความพยายามประกาศกฎอัยการศึก

ในเดือนมกราคมปีนี้ เขาได้กลายเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่ถูกจับกุม หลังจากที่เจ้าหน้าที่สืบสวนปีนข้ามสิ่งกีดขวางและตัดลวดหนามเพื่อควบคุมตัวเขาจากบ้านพักประธานาธิบดี เขาถูกปล่อยตัวจากการควบคุมตัวในไม่กี่สัปดาห์ต่อมาด้วยเหตุผลทางเทคนิค

เมื่อไม่นานมานี้ เขายังถูกตั้งข้อกล่าวหาในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาแยกต่างหากจากการก่อกบฏ

ก่อนการเลือกตั้ง นายยุนได้ลาออกจากพรรค ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่าเป็นความพยายามที่จะเสริมโอกาสให้กับคิม มุน-ซู ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรค PPP

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

อี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

ก่อนเหตุการณ์ในวันที่ 3 ธันวาคม 2024 เส้นทางของอีแจมยองสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้เต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย

ทั้งจากคดีความที่ยังคงดำเนินอยู่ การสอบสวนเรื่องการทุจริต และข้อกล่าวหาการใช้อำนาจในทางมิชอบ ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่ทำให้การลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่สองของอดีตผู้นำฝ่ายค้านต้องสะดุดลง

จากนั้น วิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญก็เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ในคืนที่ความพยายามที่ล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดียุนซอกยอลที่จะประกาศกฎอัยการศึกได้จุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะเปิดทางให้อีได้สำเร็จ ขณะนี้ ในฐานะผู้สมัครของพรรคประชาธิปไตย เขาเป็นตัวเต็งที่จะชนะการเลือกตั้งในเกาหลีใต้ในวันที่ 3 มิถุนายน

นับเป็นความพลิกผันครั้งสำคัญสำหรับชายวัย 61 ปี ซึ่งในช่วงเวลาที่ยุนประกาศกฎอัยการศึก เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานให้การเท็จในช่วงการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งสุดท้ายในปี 2022 ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังคงสร้างผลกระทบให้กับนายอี และอาจเป็นภัยคุกคามต่อการไล่ตามตำแหน่งสูงสุดของเขาที่กินเวลานานหลายปี แต่ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเพียงข้อขัดแย้งล่าสุดที่คอยกัดกินเขาตลอดอาชีพการเมือง

เรื่องราวต้นกำเนิดจากความยากจนสู่ความร่ำรวย ผสมผสานกับรูปแบบการเล่นการเมืองที่มุ่งมั่น ทำให้นายอีกลายเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดความเห็นที่แตกแยกในเกาหลีใต้ การกระทำเหล่านี้มักรวมถึงความพยายามในการปฏิรูปก้าวหน้า เช่น คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2022 เพื่อนำโครงการรายได้พื้นฐานถ้วนหน้ามาใช้ ซึ่งท้าทายโครงสร้างอำนาจและสถานะปัจจุบันในเกาหลีใต้

ดร. อี จุนฮาน ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติอินชอน “ด้วยเหตุนี้ คนบางกลุ่มจึงสนับสนุนเขาอย่างแข็งขัน ในขณะที่บางคนไม่ไว้วางใจหรือไม่ชอบเขา” “เขาเป็นบุคคลที่มีความขัดแย้งสูงและไม่ธรรมดา เป็นคนนอกคอกที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานของพรรคประชาธิปไตยแบบดั้งเดิม”

ในหนังสือบันทึกความทรงจำล่าสุด นายอีได้บรรยายถึงวัยเด็กของเขาว่า “น่าสังเวช” เขาเกิดเมื่อปี 1963 ในหมู่บ้านบนภูเขาแห่งหนึ่งในเมืองอันดง จังหวัดคย็องบุก เป็นบุตรชายคนที่ 5 จากบุตรชายทั้งหมด 5 คนและบุตรสาว 2 คน และเนื่องจากครอบครัวของเขามีฐานะยากจน เขาจึงหนีเรียนมัธยมต้นเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างผิดกฎหมาย

เมื่อตอนเป็นคนงานในโรงงาน นายอีประสบอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรม โดยนิ้วของเขาไปติดอยู่ในเข็มขัดนิรภัยของโรงงาน และเมื่ออายุได้ 13 ปี เขาก็ได้รับบาดเจ็บที่แขนถาวรหลังจากที่ข้อมือของเขาถูกเครื่องอัดทับ

ต่อมา นายอีได้ยื่นคำร้องและได้รับอนุญาตให้เข้าสอบเข้าโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย โดยสอบผ่านในปี 1978 และ 1980 ตามลำดับ เขาเรียนกฎหมายโดยได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวน และสอบผ่านเนติบัณฑิตในปี 1986

ในปี 1992 เขาแต่งงานกับคิม ฮเย คยอง ภรรยาของเขา ซึ่งเขามีลูกด้วยกัน 2 คน เขาทำงานเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนมานานเกือบสองทศวรรษก่อนจะเข้าสู่วงการเมืองในปี 2005 โดยเข้าร่วมพรรคอูรี ซึ่งเป็นพรรคเสรีนิยมทางสังคม ซึ่งเป็นพรรคก่อนหน้าพรรคประชาธิปไตยเกาหลีและพรรครัฐบาลในขณะนั้น

แม้ว่าการเติบโตมาอย่างยากลำบากของเขาจะทำให้คนในชนชั้นสูงของเกาหลีใต้ดูถูก แต่ความสำเร็จของอีในการสร้างอาชีพทางการเมืองขึ้นมาใหม่ทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชนชั้นแรงงานและผู้ที่รู้สึกว่าถูกกีดกันจากชนชั้นนำทางการเมือง

เขาได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองซองนัมในปี 2010 โดยได้ออกนโยบายสวัสดิการฟรีหลายฉบับในระหว่างดำรงตำแหน่ง และในปี 2018 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าการจังหวัดคย็องกี

หลังจากนั้น นายอีก็ได้รับการยกย่องในการตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 ซึ่งในระหว่างนั้น เขาขัดแย้งกับรัฐบาลกลางเนื่องจากเขายืนกรานที่จะให้เงินช่วยเหลือแก่ประชาชนทุกคนในจังหวัด

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว นายอีได้กลายมาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนสุดท้ายของพรรคประชาธิปไตยเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2021 โดยแพ้ไป 0.76 เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงหนึ่งปีต่อมา ในเดือนสิงหาคม 2022 เขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค

ดร.อีกล่าวว่านับจากนั้นเป็นต้นมา นายอีได้เลิกใช้แนวทางที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและเอาแต่ใจ ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักมาก่อน โดยเลือกที่จะเล่นอย่างปลอดภัยและไม่เปิดเผยตัว

ดร.อี กล่าวว่า “หลังจากที่เขาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ ภาพลักษณ์นักปฏิรูปของเขาก็ค่อยๆ จางหายไป เนื่องจากเขามุ่งเน้นไปที่ความทะเยอทะยานในการเป็นประธานาธิบดีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในประเด็นบางประเด็น เช่น การแก้ไขความผิดในอดีต (ในยุคอาณานิคมของญี่ปุ่น) สวัสดิการและการทุจริต เขาได้สร้างฐานเสียงที่ภักดีและกระตือรือร้นด้วยการแสดงจุดยืนที่มั่นคงและไม่ยอมประนีประนอม”

ทัศนคติที่ไม่ยอมประนีประนอมนี้มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย โดยสมาชิกและผู้สนับสนุนหลายคนของพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล มองว่านายอีเป็นคนก้าวร้าวและหยาบคาย

อาชีพการเมืองของอียังต้องประสบปัญหาจากเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง เช่น เหตุการณ์เมาแล้วขับในปี 2004 การทะเลาะเบาะแว้งกับญาติในช่วงปลายทศวรรษ 2010 และข้อกล่าวหาเรื่องชู้สาวนอกสมรสที่เกิดขึ้นในปี 2018

ในขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในส่วนอื่นๆ ของโลกให้อภัยและสนับสนุนนักการเมืองที่สร้างความขัดแย้ง แต่ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ยังคงค่อนข้างอนุรักษ์นิยมในความคาดหวังต่อบุคคลสาธารณะ เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวกลับไม่ค่อยได้ผลดีนัก

สิ่งที่เราควรรู้ก่อนการเลือกตั้ง ปธน. เกาหลีใต้ และเส้นทางของอี แจ-มยอง ตัวเก็งคนสำคัญ

น้ำหนักของเรื่องอื้อฉาว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความทะเยอทะยานทางการเมืองของนายอีต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวมากขึ้น รวมถึงคดีความที่ยังคงดำเนินอยู่ซึ่งคุกคามเขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขู่ว่าจะขัดขวางหรือทำลายโอกาสในการเลือกตั้งของเขา ข้อกล่าวหาหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ได้แก่ การทุจริต การติดสินบน และการละเมิดความไว้วางใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาที่ดินในปี 2023

การต่อสู้ทางกฎหมายที่อาจมีความสำคัญมากกว่าอีกกรณีหนึ่ง เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่ว่านายอีจงใจให้ถ้อยคำเท็จระหว่างการดีเบตในช่วงหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด ระหว่างการดีเบตซึ่งออกอากาศทางโทรทัศน์เกาหลีใต้ในเดือนธันวาคม 2021 นายอีปฏิเสธว่าไม่รู้จักนายคิม มุนกี บุคคลสำคัญในเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินที่เต็มไปด้วยการทุจริต ซึ่งฆ่าตัวตายเพียงไม่กี่วันก่อน

อัยการกล่าวหาว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเท็จ จึงถือเป็นการละเมิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และในเดือนพฤศจิกายน 2024 นายอีถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานให้ถ้อยคำเท็จและถูกตัดสินจำคุกหนึ่งปีโดยรอลงอาญา

จากนั้นในเดือนมีนาคม ศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่คำตัดสินดังกล่าวกลับถูกพลิกกลับโดยศาลฎีกาของเกาหลีใต้ และ คดีดังกล่าวยังรอการตัดสิน

ภัยคุกคามอื่นๆ ต่อความทะเยอทะยานทางการเมืองในอนาคตของลีถือเป็นอันตรายที่ร้ายแรงยิ่งกว่า ในเดือนมกราคม 2024 ขณะตอบคำถามนักข่าวที่ด้านนอกไซต์ก่อสร้างสนามบินที่เมืองปูซาน นายอีถูกแทงที่คอโดยชายคนหนึ่งที่เข้ามาขอลายเซ็นจากเขา

อาการบาดเจ็บที่เส้นเลือดใหญ่ที่คอของนายอี ถึงแม้จะต้องผ่าตัดครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ตอนนี้เขารณรงค์หาเสียงภายใต้กระจกกันกระสุน สวมเสื้อเกราะกันกระสุน และล้อมรอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ถือกระเป๋าเอกสารกันกระสุน โดยคนร้ายซึ่งเขียนแถลงการณ์ยาว 8 หน้า และต้องการแน่ใจว่านายอีจะไม่มีวันได้เป็นประธานาธิบดี ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในเวลาต่อมา

การโจมตีดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความแตกแยกทางการเมืองยิ่งขึ้นในเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดจากการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างนายอีและนายยุน และในบทสนทนาออนไลน์ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในเกาหลีใต้

ในเดือนธันวาคม 2023 เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่นายอีจะถูกโจมตี การสำรวจที่สนับสนุนโดยหนังสือพิมพ์ Hankyoreh พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่า 50% รู้สึกว่าความแตกแยกทางการเมืองของเกาหลีใต้เลวร้ายลง

บางคนอ้างว่าในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย นายอีมีบทบาทสำคัญในการยุยงให้ปัญหาลุกลาม โดยขัดขวางการเคลื่อนไหวของรัฐบาลของนายยุนอยู่บ่อยครั้ง และทำให้นายยุนกลายเป็นประธานาธิบดีที่ไร้ความสามารถ

การกีดกันอย่างต่อเนื่องของพรรคประชาธิปไตย ยิ่งทำให้การต่อสู้เพื่อความเป็นผู้นำของนายยุนเลวร้ายลง ซึ่งรวมถึงความพยายามถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายครั้ง และการคัดค้านงบประมาณของเขาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุด เมื่อแรงกดดันต่อเขาเพิ่มมากขึ้น อดีตประธานาธิบดียุนจึงตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก.

ที่มา BBC  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ชาวปาเลสไตน์นับหมื่น แห่รับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา

ชาวปาเลสไตน์นับหมื่น แห่รับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา

28 พ.ค. 2568 13:18 น.

ชาวปาเลสไตน์นับหมื่น แห่รับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา

ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนแห่กันไปยังจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือในฉนวนกาซาที่ดำเนินการโดยมูลนิธิที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล แม้เกิดความกังวลเรื่องการตรวจสอบตัวตนของผู้รับความช่วยเหลือ

ชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนแห่กันไปยังจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือในฉนวนกาซาที่ดำเนินการโดยมูลนิธิที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นฝูงชนเดินข้ามรั้วที่พังเสียหายและคันดินที่บริเวณที่ตั้งของมูลนิธิมนุษยธรรมแห่งกาซา (GHF) ในเมืองราฟาห์ทางตอนใต้

มูลนิธิมนุษยธรรมแห่งฉนวนกาซาเปิดเผยว่า ได้แจกกล่องอาหารไปแล้วประมาณ 8,000 กล่อง หรือเทียบเท่ากับอาหาร 462,000 มื้อ หลังจากที่อิสราเอลปิดล้อมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเป็นเวลา 11 สัปดาห์

ในเมืองราฟาห์ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิสราเอลอย่างเต็มรูปแบบ ผู้คนหลายพันคนรวมทั้งผู้หญิงและเด็ก บางคนเดินเท้าหรือนั่งรถลาก ต่างแห่กันไปยังจุดแจกจ่ายของมูลนิธิเพื่อรับถุงอาหาร

วิดีโอบางส่วนซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ แสดงให้เห็นผู้คนจำนวนมากเดินผ่านทางเดินที่มีลวดหนามและเดินเข้าไปในทุ่งโล่งกว้างที่มีกองสิ่งของช่วยเหลือ ต่อมามีภาพที่แชร์กันบนโซเชียลมีเดียซึ่งแสดงให้เห็นรั้วส่วนใหญ่ที่พังเสียหาย ในขณะที่ผู้คนเบียดเสียดกันเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

อิสราเอลและ GHF ระบุโดยไม่ได้แสดงหลักฐานว่ากลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีอิทธิพลในฉนวนกาซา พยายามขัดขวางพลเรือนไม่ให้เข้าถึงศูนย์กระจายความช่วยเหลือ ฮามาสปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ในเวลาต่อมา สำนักงานสื่อของฮามาสกล่าวหาว่ากองทัพอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 3 ราย และทำให้อีก 46 รายได้รับบาดเจ็บ ใกล้กับศูนย์กระจายความช่วยเหลือแห่งหนึ่ง ขณะที่มีผู้สูญหายอีก 7 ราย โฆษกของ GHF กล่าวว่าข้อมูลจากฮามาสนั้น “เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง”

เมื่อวันอังคาร มูลนิธิได้กล่าวเมื่อช่วงหนึ่งว่า จำนวนผู้คนที่ขอความช่วยเหลือมีมากจนทีมงานต้องถอยกลับ เพื่อให้ผู้คน “รับความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยและกระจายตัว” และเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย มูลนิธิกล่าวว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ไม่มีใครเปิดฉากยิง และในเวลาต่อมา ปฏิบัติการตามปกติก็กลับมาดำเนินการอีกครั้ง

มูลนิธิได้เริ่มดำเนินการส่งมอบความช่วยเหลือในวันจันทร์ แต่ชาวปาเลสไตน์ดูเหมือนจะรับฟังคำเตือน รวมทั้งจากกลุ่มฮามาส เกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจคัดกรองข้อมูลชีวภาพที่ใช้ที่จุดแจกจ่ายความช่วยเหลือของมูลนิธิ

อิสราเอลกล่าวว่ากองกำลังของตนจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการแจกจ่ายความช่วยเหลือที่ GHF แต่การรับรองแผนดังกล่าวโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของมูลนิธิ รวมถึงอดีตหัวหน้าของมูลนิธิเอง ซึ่งลาออกอย่างกะทันหันเมื่อวันอาทิตย์

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่ามีการจัดตั้งจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือของ GHF 4 แห่ง GHF กล่าวว่าหนึ่งในจุดแจกจ่าย กำลังแจกจ่ายความช่วยเหลือ ส่วนจุดที่สองกำลังรับสิ่งของช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า ข้อดีอย่างหนึ่งของระบบความช่วยเหลือใหม่นี้คือโอกาสในการคัดกรองผู้รับความช่วยเหลือ เพื่อคัดแยกผู้ที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับฮามาสออกไป อิสราเอลซึ่งทำสงครามกับฮามาสมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 กล่าวหาว่าฮามาสขโมยสิ่งของและใช้สิ่งของเหล่านั้นเพื่อยืนหยัดในจุดยืนของตน ซึ่งฮามาสปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

กลุ่มด้านมนุษยธรรมที่ได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับแผนการของมูลนิธิระบุว่า ผู้ที่เข้าถึงความช่วยเหลือจะต้องใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า ซึ่งชาวปาเลสไตน์หลายคนกลัวว่าจะตกอยู่ในมือของอิสราเอล เพื่อใช้ในการติดตามและอาจกำหนดเป้าหมายพวกเขา และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบดังกล่าวต่อสาธารณะ.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

นักศึกษาฮาร์วาร์ดนับร้อยลุกฮือประท้วงทรัมป์ หวั่นนักเรียนต่างชาติกระทบหนัก

นักศึกษาฮาร์วาร์ดนับร้อยลุกฮือประท้วงทรัมป์ หวั่นนักเรียนต่างชาติกระทบหนัก

28 พ.ค. 2568 13:06 น.

นักศึกษาฮาร์วาร์ดนับร้อยลุกฮือประท้วงทรัมป์ หวั่นนักเรียนต่างชาติกระทบหนัก

นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นับร้อยรวมตัวประท้วง หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตัดงบประมาณและสัญญาทางการเงินทั้งหมดที่ยังค้างอยู่กับมหาวิทยาลัย โดยมีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 พันล้านบาท

การตัดงบครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามจากทรัมป์ในการกดดันฮาร์วาร์ดให้ยอมรับการควบคุมจากรัฐบาลทั้งในด้าน หลักสูตรการเรียน การรับนักศึกษา และงานวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษาต่างชาติของฮาร์วาร์ดซึ่งถูกเพิกถอนสถานะวีซ่าหลังมหาวิทยาลัยถูกยกเลิกการรับรองในโครงการ Student and Exchange Visitor Program (SEVP)

ล่าสุดบรรยากาศหน้าวิทยาเขตฮาร์วาร์ดเต็มไปด้วยนักศึกษาที่รวมตัวจัดการชุมนุมครั้งใหญ่เพื่อตอบโต้นโยบายของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่พุ่งเป้าโจมตีมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเด็นเสรีภาพทางความคิด ความหลากหลาย และการตัดสิทธิ์นักเรียนต่างชาติ โดยกลุ่มผู้ประท้วงตะโกนว่า “Who belongs in class today, let them stay!” ดังขึ้นทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านนโยบายที่อาจทำให้นักเรียนต่างชาติจำนวนมาก เสี่ยงถูกเนรเทศ หรือถูกบีบให้ย้ายไปเรียนที่อื่น

นักศึกษาฮาร์วาร์ดนับร้อยลุกฮือประท้วงทรัมป์ หวั่นนักเรียนต่างชาติกระทบหนัก

อลิซ โกเยอร์ นักศึกษาที่เข้าร่วมการประท้วงกล่าวว่า เพื่อนนักเรียนต่างชาติ อาจารย์ นักวิจัยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน ขณะที่ แจ็ค นักศึกษาชาวอังกฤษที่เดินทางมารับปริญญา กล่าวว่า การเมืองสหรัฐฯ ในขณะนี้อาจทำให้หลายคน ไม่กล้ามาเรียนต่อปริญญาในอเมริกา

ด้านทำเนียบขาวกล่าวชัดเจนว่า รัฐบาลจะไม่จัดสรรงบให้แก่มหาวิทยาลัยที่ส่งเสริม ค่านิยมเสรีนิยม หรือเปิดสอนสาขาที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับ LGBTQ โดยโฆษกหญิง แคโรไลน์ เลวิตต์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราควรให้เงินแก่โรงเรียนที่สอนช่างไฟฟ้า ช่างประปา มากกว่าปริญญาโทด้าน LGBTQ จากฮาร์วาร์ด”

ด้านมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ยื่นฟ้องรัฐบาลในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกสิทธิในการรับนักศึกษาต่างชาติ หรือการระงับทุนวิจัยจากรัฐบาลกลาง ทั้งนี้ นักเรียนต่างชาติคิดเป็นกว่า 27% ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมดของฮาร์วาร์ด

นอกจากนี้ กลุ่มศิษย์เก่า “Crimson Courage” ยังเตรียมยื่นฟ้องทรัมป์ในวันที่ 9 มิถุนายน โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ปกป้องสิทธิ์ของนักศึกษาและสถาบันการศึกษาในสหรัฐฯ”

ขณะที่นักวิชาการกฎหมายจาก Albany Law School ประเมินว่าศาลน่าจะคุ้มครองฮาร์วาร์ดไว้ได้ เพราะการกระทำของฝ่ายบริหารขัดต่อหลักการและกฎหมายอย่างร้ายแรง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮาร์วาร์ด