‘ภท.’ตามจองเวร‘ณฐพร’ บี้‘ดีเอสไอ’ออกหมายจับคดีฟอกเงิน‘ส.คลองจั่น’

‘ภท.’ตามจองเวร‘ณฐพร’ บี้‘ดีเอสไอ’ออกหมายจับคดีฟอกเงิน‘ส.คลองจั่น’

‘ภท.’ตามจองเวร‘ณฐพร’ บี้‘ดีเอสไอ’ออกหมายจับคดีฟอกเงิน‘ส.คลองจั่น’

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.33 น.

“ภท.”ตามจองเวร”ณฐพร”รายวัน บี้”ดีเอสไอ”ออกหมายจับคดีฟอกเงิน”ส.คลองจั่น”เท่านั้น อย่าปล่อยหมดอายุความ พบพิรุธซุกหมายไม่ปรากฏชื่อ ต่อกองทะเบียนประวัติอาชญากร

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า กรณีที่ นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ออกมาโต้ว่าตนไม่เคยถูกออกหมายจับ คดีต้องรอผลคดีหลักนั้น ความจริงคดีดังกล่าวที่อ้างถึงศาลได้พิพากษาลงโทษ ภายหลังจากดำเนินการติดตามการสอบสวนในคดีฟอกเงิน พบว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เสนอสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการ มาตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 และพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายณฐพร เป็น 1 ใน 14 ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟอกเงินการขายที่ดิน ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงิน 477 ล้านบาท แต่นายณฐพร ผู้ต้องหาดังกล่าว มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการไปพบพนักงานอัยการเป็นเวลาหลายปี จนสำนักงานอัยการสูงสุดต้องมีหนังสือถึงดีเอสไอถึงสองครั้ง ให้ส่งตัวผู้ต้องหา หรือออกหมายจับ นำตัวมาฟ้องศาล ซึ่งดีเอสไอก็มิได้ดำเนินการใด เพื่อส่งตัวมาให้อัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญา

“คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ สายตรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเมื่อดูความน่าจะเป็นเชื่อได้ว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการตามหนังสือจากอัยการที่แจ้งให้ติดตามตัวมาเพื่อฟ้องต่อศาล และไม่ออกหมายจับและประกาศลงระบบเพื่อสืบจับ จึงไม่มีหมายจับส่งไปประสานกับกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหตุผลก็เพื่อช่วยผู้ต้องหาโดยดึงเวลาเพื่อให้หมดอายุความในวันที่ 15 มิถุนายน 2568 หรือไม่ และด้วยพฤติการณ์ของนายณฐพรที่เกิดขึ้น ดีเอสไอต้องออกหมายจับ และจับตัวผู้ต้องหาส่งอัยการเพื่อฟ้องศาลก่อนหมดอายุความเท่านั้น แต่หากจะเป็นออกหมายเรียก ก็ถือได้ว่าดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหา และกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างร้ายแรง ดีเอสไอเป็นหน่วยงานสอบสวนที่สำคัญที่เป็นที่พึ่งของประชาชน หากมีพฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้น จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคดีอื่นๆ อีก” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และผดุงไว้ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้ธำรงไว้ รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลหน่วยงานดีเอสไอจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะเห็นได้ว่า พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ และพนักงานสอบสวนคดีนี้ ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ.68 หลังอัยการทำหนังสือมาขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหา แต่เพิกเฉย

‘ศิษย์เก่าหมอศิริราช-รามาธิบดี’แถลงการณ์หนุน‘แพทยสภา’ยึดมติเดิมฟัน 3 หมอโยงชั้น14

‘ศิษย์เก่าหมอศิริราช-รามาธิบดี’แถลงการณ์หนุน‘แพทยสภา’ยึดมติเดิมฟัน 3 หมอโยงชั้น14

‘ศิษย์เก่าหมอศิริราช-รามาธิบดี’แถลงการณ์หนุน‘แพทยสภา’ยึดมติเดิมฟัน 3 หมอโยงชั้น14

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.10 น.

‘ศิษย์เก่าหมอศิริราช-รามาธิบดี’ลงชื่อออกแถลงการณ์ หนุน‘แพทยสภา’ยึดมติเดิม ฟันจริยธรรม 3 หมอเอี่ยวชั้น 14 ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่ง

28 พ.ค.68 ศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช รุ่น 82 -รามาธิบดี รุ่น 7 (พศ.2514-2519) จำนวน 73 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์มติของแพทยสภา : การพิจารณาคดีจริยธรรมของแพทย์ที่เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ในกรณีที่มีการกล่าวโทษแพทย์ทัณฑ สถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 ได้มีมติลงโทษแพทย์ 3 ท่าน โดยเป็นการว่ากล่าวตักเตือน 1 ท่าน ในกรณีประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ได้มาตรฐาน และพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2 ท่าน ในกรณีให้ข้อมูลหรือเอกสารทางการแพทย์อันไม่ตรงกับความเป็นจริง

พวกเราสมาชิกแพทยสภา ขอให้กำลังใจแพทยสภา ในการยืนยันมติเดิมของแพทยสภา ในวันที่ 8 พ.ค.2568 โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่ง และจะไม่ยินยอมให้อำนาจอื่นที่ไม่มีจริยธรรมมายับยั้ง หรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเด็ดขาด

สำหรับรายชื่อ 73 คน ที่ร่วมสนับสนุน ประกอบด้วย 1. พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ 2. พญ.อภิญญา กีรติบุตร 3. นพ. ประภาพ ยุทธวิสุทธิ 4. นพ.ธราธิป โคละทัต 5. พญ.มุทิตา ตระกูลทิวากร 6. นพ.ห้องสิน ตระกูลทิวากร 7. นพ.เทพกร สาธิตการมณี 8. พลตรี นพ.พีระพัฒน์ วิริยธรรมภูมิ 9. นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย 10. นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ 11. นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์ 12. นพ.ดำเกิง อิงคภากร 13.นพ.วีรชัย ภานุมาตรัศมี 14. นพ.ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ 15. พญ.สุภรณ์ สมหล่อ 16. นพ. สมบูรณ์ สมหล่อ 17.นพ.ธเนศ วชิรมน 18. พญ.ทัสนีย์ จันทร์น้อย 19. พญ.วรรณา ศรีโรจนกุล 20. พญ. เพ็ญศรี ทั่งตระกูล

21. พญ.อังคณา เหลืองนทีเทพ 22. พญ.รัชนีย์ ศัตรูลี้ 23. พญ.อาไพวรรณ จวนสัมฤทธิ์ 24. พล. อ.นพ.โสภณ ก้อนแก้ว 25. นพ. สมบุญ เจริญเศรษฐมห 26. นพ. สินชัย ศรีอุไรรัตนา 27. พญ. อัญชลี เครือตราชู 28. พญ.วราพร พันธุมโกมล 29. นพ.สุวัฒน์ วิศิษฏสุนทร 30. พญ.สุวัจนา สงวนจินต์ 31. พญ.ฉวีวรรณ จ๋วงพานิช 32. นพ.ฤทธิชัย โคมทอง 33. นพ. ศักดิ์ชัย ธีระวัฒนสุข 34. นพ.มานิตย์ ศัตรูลี้ 35. นพ.ชัยรัตน์ เวชพานิช 36. นพ.อภิชัย ยงศิริวิทย์ 37. นพ.สมชาย มีมณี

38. พญ.จริยา เลิศอรรฆยมณี 39. นพ.ณรงค์ เลิศอรรฆยมณี 40. นพ. สมนึก เป้าอันพงษ์กูล 41.พญ.นฤมล แสงอรุณศิริ 42. นพ.สุรเดช แสงอรุณศิริ 43. พญ. พัชรี ขันติพงษ์ 44. พญ.วรพรรณ ฉันทโรจน์ศิริ 45. นพ.พุฒิพัฒน์ โชติวิทยาพงศ์ 46. พญ.อมรศรี ชุณหรัศมิ์ 47. นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ 48. นพ.วันชัย วนะชีวนาวิน 49. นพ.มานิตย์ ศิริกังวาลกุล 50. นพ.สุรชัย พิพัฒนกุลชัย 51. นพ. ชูพันธ์ ชาญสมร 52. นพ.ชูศักดิ์ เอื้อวิจิตรพจนา 53. นพ.วิโรจน์ ธนศิริรักษ์ 54. นพ.สุโภคพัฑฒ์ ชวนะเวสน์ 55. นพ. ชัยวัฒน์ เชื้อพันธุ์ 56. นพ.ประสิทธิ์ หาญพินิจศักดิ์ 57. นพ.ดิตถ์ สิงหเสนี

58. พญ.สุพรรณี ประดิษฐ์สถาวงษ์ 59. พญ.จันทนา สกุลแรมรุ่ง 60. พญ.อรพร สีห์ 61. นพ.วีระพล ธีระพันธ์เจริญ 62. นพ.ปิตินันท์ พัวพัฒนกุล 63. นพ.สุชาติ พหลภาคย์ 64. นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ 65. นพ. สมวงศ์ รัตนไชย 66. พญ.เตือนใจ ช่วงสุวนิช 67. นพ.นิวัฒน์ มนตรีวสุวัฒน์ 68. พญ.มุกดา หวังวีรวงศ์ 69. พล.ท.นพ.สาโรจน์ สันติวรวุฒิ 70. พลตรี พญ.ศิริพร สันติวรวุฒิ 71. พญ.สุชาดา กัมปนาทแสนยากร 72. นพ.ชุษณะ มะกรสาร 73. พลรท. นพ.นิกร เพชรวีระกุล

‘เจิมศักดิ์’สมเพช’ทักษิณ’ ซัดไม่เคยโทษตัวเองต้นเหตุ’จริยธรรมล้มเหลว’

'เจิมศักดิ์'สมเพช'ทักษิณ' ซัดไม่เคยโทษตัวเองต้นเหตุ'จริยธรรมล้มเหลว'

‘เจิมศักดิ์’สมเพช’ทักษิณ’ ซัดไม่เคยโทษตัวเองต้นเหตุ’จริยธรรมล้มเหลว’

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.01 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า น่าสมเพช ทักษิณอารมณ์เสีย อัดใส่แพทยสภาที่ทำหน้าที่ตรวจสอบแพทย์ด้วยกัน ไม่เคยโทษว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้แพทย์โรงพยาบาลตำรวจและราชทัณฑ์มีจริยธรรมล้มเหลว ตัวกูของกู ประโยชน์กูเป็นใหญ่ องค์กรและคนรอบข้างพินาศไม่เป็นไร นี่คือทักษิณใช่ไหม (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทักษิณ’ซัดเดือด! ‘แพทยสภา’ไม่มีจริยธรรมเสียเอง หลังแฉไลน์หลุด)

‘ประธานสภาฯ’แจ้งมียอด สส. ล่าสุดที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 495 คน

'ประธานสภาฯ'แจ้งมียอด สส. ล่าสุดที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 495 คน

‘ประธานสภาฯ’แจ้งมียอด สส. ล่าสุดที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 495 คน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.56 น.

28 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ เป็นพิเศษ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม​ โดยก่อนการเข้าสู่ระเบียบวาระ ได้แจ้งถึงประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อการรับรองให้ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็น สส.นครราชสีมา พรรคกล้าธรรม จากนั้นได้ให้นายก้องเกียรติได้ปฏิญาณตนต่อที่ประชุม ก่อนเข้ารับหน้าที่

นายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งด้วยว่าขณะนี้มี สส.เท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ จำนวน 495 คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งไม่น้อยกว่า 248 คน

‘สภาฯ’ติดกล้องวงจรปิดในห้องประชุมเข้มรักษาความปลอดภัย รับถกงบฯ 69

‘สภาฯ’ติดกล้องวงจรปิดในห้องประชุมเข้มรักษาความปลอดภัย รับถกงบฯ 69

‘สภาฯ’ติดกล้องวงจรปิดในห้องประชุมเข้มรักษาความปลอดภัย รับถกงบฯ 69

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.49 น.

‘สภาฯ’ติดกล้องวงจรปิดในห้องประชุมเข้มรักษาความปลอดภัย รับถกงบฯปี69

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

โดยบริเวณที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด อยู่ชั้น 3 เหนือห้องประชุมสภาฯ หรือตรงบริเวณที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถ่ายภาพทำข่าวภายในห้องประชุม 

ทั้งนี้ เชื่อว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในห้องประชุมสภาฯ รวมทั้งมีเศษกระเบื้อง หรือกล่องนมหล่นมาจากหลังคา นอกจากนี้ก็ยังมีสัตว์ เช่น กระรอก เข้ามาวิ่งภายในห้องประชุมอีกด้วย

‘ลุงป้อม’เข้าสภาฯลงชื่อร่วมพิจารณางบฯปี69 กำชับสส.พปชร. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

‘ลุงป้อม’เข้าสภาฯลงชื่อร่วมพิจารณางบฯปี69 กำชับสส.พปชร. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

‘ลุงป้อม’เข้าสภาฯลงชื่อร่วมพิจารณางบฯปี69 กำชับสส.พปชร. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.39 น.

‘ลุงป้อม’เข้าสภาฯลงชื่อร่วมพิจารณางบฯปี69 กำชับสส.พปชร. ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด 

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2568 เวลา08.50น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมายังอาคารรัฐสภา พร้อมด้วยทีมอารักขาส่วนตัว และสส.ของพรรคพลังประชารัฐ โดยได้ขึ้นมาบริเวณชั้น 2 หน้าห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมาเซ็นชื่อและยืนยันตัวตน ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระแรก เป็นวันแรก 

เมื่อถามว่า ได้กำชับ สส. พรรคพลังประชารัฐ ในการพิจารณางบประมาณปี 2569 อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าสามารถถาม สส. ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ยืนอยู่ตรงนี้ได้ ซึ่งตนนั้น ก็ได้กำชับให้ทำหน้าที่สส. ให้ดีที่สุด 

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นรถส่วนตัว ออกจากอาคารรัฐสภาไปทันที 

พิสูจน์ตัวเองได้! ‘นภินทร’แจงคดี’ฮั้วเลือก สว.’ เชื่อ’ไชยชนก’ไม่เอี่ยวเส้นเงิน

พิสูจน์ตัวเองได้! 'นภินทร'แจงคดี'ฮั้วเลือก สว.' เชื่อ'ไชยชนก'ไม่เอี่ยวเส้นเงิน

พิสูจน์ตัวเองได้! ‘นภินทร’แจงคดี’ฮั้วเลือก สว.’ เชื่อ’ไชยชนก’ไม่เอี่ยวเส้นเงิน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.35 น.

“นภินทร”เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดี”ฮั้วเลือก สว.” มั่นใจ 100% ไม่เกี่ยวกับตน พิสูจน์ตัวเองได้ เชื่อ’ไชยชนก”ไม่มีเส้นเงินเอี่ยว ขณะที่”อนุทิน”ให้กำลังใจ ทำตามกฎหมาย ด้าน”ศุภชัย”ส่งทนายข้อรับทราบข้อกล่าวหาแทน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยเปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมาขอฟังข้อเท็จจริง เพื่อจะเดินเตรียมพยานหลักฐานมาสู้คดี ซึ่งข้อกล่าวหาตนทราบเพียงคร่าวๆ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยลงรายละเอียด

ผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นายนภินทร กล่าวว่า มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.

ส่วนเหตุผลที่มีชื่อในการรับทราบข้อกล่าวหานั้น นายนภินทร ระบุว่า ขอทราบข้อเท็จจริงก่อน แต่ยืนยันว่า สิ่งที่เราได้ปฏิบัติตนมาไม่เคยมีความเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องเท็จทั้งนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับคนที่จะมารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ด้วยหรือไม่ นายนภินทร กล่าวเพียงว่า “ยังไม่ได้พูดคุย” ส่วนจะพูดคุยหลังรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่นั้น ตนขอดูข้อเท็จจริงก่อน ตอนนี้ยังไม่ทราบในรายละเอียด

ส่วนการพูดคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายนภินทร ระบุว่า ได้มีการพูดคุยกันหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ ซึ่งหัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ และกำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามถึงเส้นทางการเงินในคดีที่เชื่อมโยงไปถึง นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายนภินทร กล่าวว่า คนอื่นตนไม่ทราบ แต่ก็เชื่อว่าเลขาธิการพรรคไม่เกี่ยวข้อง

ส่วนจะกังวลหรือไม่ เพราะยังมีตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่ นายนภินทร เผยว่า ยังไม่มีอะไรให้กังวล ซึ่งมั่นใจในตัวเอง และพยานหลักฐานที่เรามี ก่อนที่นายนภินทรจะขึ้นลิฟท์พร้อมทนายความเพื่อรับทราบข้อกล่าวหากับ กกต.ทันที

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ และ อดีต สส.นครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ กกต.เชิญมารับทราบข้อกล่าวหานั้น ปรากฏว่า เจ้าตัวได้ส่งทนายความมารับทราบข้อกล่าวหาแทน ซึ่งได้รับทราบข้อกล่าวหาในเบื้องต้นแล้ว และให้ทนายความรับฟังรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง

สำหรับรายชื่อนักการเมือง และ รมต.ที่น่าสนใจ ดังนี้

1.นางสาววารินทร์ ชิณวงศ์ หรือ นายกน้ำ นายก อบจ.นครศรีธรรมราช คนล่าสุด ที่ชนะ กนกพร เดชเดโช อดีตนายก อบจ.นครศรีฯ และเป็นมารดาของ ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีฯ พรรค ปชป.ครั้งล่าสุด

2.นายสุบิน ศักดา นักการเมืองท้องถิ่น และผู้รับเหมาใน อ.วิภาวดี จ.นครศรีฯ

3.นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นายกสมาคมประมง จ.สตูล บิดาของ วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรค ภท.

4.นายสมเจตน์ ลิปะพันธ์ อดีต สส.สุโขทัย หลายสมัย ปัจจุบันคือที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย (อนุทิน ชาญวีรกุล)

5.นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และเลขานุการประจำ ที่คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนฯ

6.นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 อดีต ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย

7.นายนภิณทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลแพทองธาร จากพรรคภูมิใจไทย

8.นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว สว.นครศรีธรรมราช เป็น 1 ในรายชื่อ 55 สว.ที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะประธาน ลงนามออกหมายเรียก ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 6 ลำดับที่ 1 อดีตวิศวกรผันตัวเองกลับมาอยู่ในบ้านเกิดสร้างเครือข่ายมังคุดแปลงใหญ่ ของ อ.ชะอวด จ.นครศรีฯ

9.นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว สว.จากจ.นครศรีฯ ในกลุ่ม 5 เคยทำหน้าที่กรรมการสมาคมโรงสีข้าวภาคใต้ เป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการข้าวลุ่มน้ำปากพนัง มีเครือข่ายการเมือง เครือข่ายวงการข้าวไทย

10.นายณัฐกิตต์ หนูรอด สว.อดีตปลัด อบจ.พัทลุง และอดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขตสี่ พรรค ภท.

‘ไหม’ซัด’ทักษิณ’ชักจะเกินเลย โยกงบฯมั่วซั่ว ใช้ปรายยาเสพติด ไล่ไปของบกลาง’ลูกอิ๊งค์’แทน

'ไหม'ซัด'ทักษิณ'ชักจะเกินเลย โยกงบฯมั่วซั่ว ใช้ปรายยาเสพติด ไล่ไปของบกลาง'ลูกอิ๊งค์'แทน

‘ไหม’ซัด’ทักษิณ’ชักจะเกินเลย โยกงบฯมั่วซั่ว ใช้ปรายยาเสพติด ไล่ไปของบกลาง’ลูกอิ๊งค์’แทน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.28 น.

‘ศิริกัญญา’โหมโรงตัด-ลด-ชะลอ งบฯ 69 พุ่งเป้า’ซอฟต์เพาเวอร์’หลังตั้งงบก้อนโตหมื่นล้าน ลั่นมติ’ปชน.’ไม่เห็นด้วย ซัด’ทักษิณ’ชักจะเกินเลย โยกงบมั่วซั่ว หลังขอปาดงบกระตุ้นศก. ไปใช้ปราบยาเสพติด ไล่ไปของบกลาง’อิ๊งค์’แทน

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ว่า พรรค ปชน.เตรียมขุนพลที่จะอภิปรายถึง 49 คน ซึ่งน่าจับตากันทั้ง 49 คน เพราะเนื้อหาเข้มข้น โดยวันแรกอยู่ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ที่จะนำเสนอธีมช่วยรัฐบาลหาเงิน อย่างไรก็ตาม การพิจารณางบประมาณครั้งนี้ เป็นเรื่องที่จะช่วยรัฐบาลหางบประมาณ นั่นคือ เรื่องการตัด โดยจะหาในส่วนที่ตัดได้ แบ่งเป็นหัวข้อ เช่น เรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อการคอร์รัปชั่น การใช้งบประมาณไม่เหมาะสม ไม่มีประสิทธิภาพ และอาจไม่จำเป็นในช่วงนี้ ซึ่งสามารถชะลอไปก่อนได้ ทั้งตัด ลด และชะลอ รวมถึงมีประเด็นเรื่องการจัดสรรงบประมาณตามปกติที่เราต้องเข้าไปดูว่า มีความเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ ทั้งด้านสาธารณสุข สวัสดิการ เกษตร เศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน 

เมื่อถามถึงกรณีที่ครั้งนี้การตั้งงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มาก น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การตั้งงบประมาณปี 2569 ไม่ตอบโจทย์อะไรเลยกับสภาพเศรษฐกิจตอนนี้ เหมือนเป็นงบประมาณปกติ แทบจะตอบไม่ได้เลยว่า กำลังจะเข้าสู่สงครามการค้า อย่างปีที่แล้วตอนยังไม่มีสถานการณ์อะไร จัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจไว้เกือบ 2 แสนล้านบาท แต่ปีนี้เหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนโครงการอื่นๆ หน้าตาเหมือนเดิมทั้งหมด อาจจะมีบางโครงการที่พุ่งขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น โครงการที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์เพาเวอร์ ซึ่งปีนี้ทำตัวเลขขึ้นมาจนได้เกือบ 1 หมื่นล้านบาท ขอให้ติดตามพรรค ปชน. ซึ่งจะมีวิเคราะห์งบประมาณในส่วนของโครงการซอฟต์เพาเวอร์ว่าอย่างไร ตรวจผลงาน 2 ปีที่ผ่านมา จะพร้อมอนุมัติงบประมาณหมื่นล้านบาทสำหรับซอฟต์เพาเวอร์หรือไม่ท่ามกลางเศรษฐกิจแบบนี้ 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทนั้น เป็นงบปี 2568 เหมือนเป็นกระสุนก้อนสุดท้ายสำหรับกระตุ้นจีดีพีของปี 2568 ซึ่ง 4 เรื่องที่รัฐบาลอยากทำเป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน น้ำ คมนาคม กระตุ้นการท่องเที่ยว ช่วยเหลือการส่งออก การลงทุนเศรษฐกิจชุมชนต่างๆ ตามหลักการถูกต้องทุกประการ โดยรัฐบาลเปิดให้หน่วยงานต่างๆ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่งโครงการเข้ามา โดยไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลย แสดงว่า รัฐบาลไม่ได้เตรียมการล่วงหน้าอะไรเลย และอาจทำให้ซ้ำรอยตอนออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 1.5 แสนล้านบาท ที่ถูกใช้แบบเบี้ยหัวแตก โครงการมีลักษณะเล็กมาก กระจัดกระจาย ไม่ได้มุ่งที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนจริง หลายโครงการถูกยกเลิกกลางคันเพราะไม่มีความพร้อม เป็นบทเรียนที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ไม่คิดว่า รัฐบาลจะลืมมันไปง่ายๆ และไม่ยอมถอดบทเรียนเพื่อแก้ปัญหา

เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุให้แบ่งงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทไปปราบปรามยาเสพติด น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ชักจะเกินเลย คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกมาแค่ 4 หลักการ หากจะมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำคือ การกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน แต่ถ้าเอาไปใช้เรื่องแก้ปัญหายาเสพติดคิดว่า เกินเลยไปเยอะ เพราะยังมีเม็ดเงินในงบกลาง 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งให้นายทักษิณไปขอ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จัดงบกลางมาใช้ในการปราบปรามยาเสพติด ตนไม่ได้บอกว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่สำคัญ แต่ควรต้องใช้งบประมาณให้ถูก อย่าใช้ปะปนกันไปหมด 
 
เมื่อถามว่า ธีมการอภิปรายที่ช่วยรัฐบาลหางบประมาณครั้งนี้ จะไม่ดูใจดีไปใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ รอฟังจะรู้ว่า ไม่ได้ใจดี แต่ที่ต้องมาช่วยหางบประมาณ เพราะความผิดพลาด 2 ปีติดของการจัดงบประมาณของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยที่ใช้เงินมือเติบ สุรุ่ยสุร่าย ซึ่งเราอยากจัดสรรงบปี 2569 ใหม่ให้เหมาะสม วาระ 1 อาจจะตัดไม่ได้ แต่เราจะไปตัดกันในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ  

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลออกมาระบุว่า เป็นการพิจารณางบประมาณ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า การใช้งบประมาณผิดประเภท การใช้งบประมาณที่คอร์รัปชั่น ถ้าจะไม่พูดในการอภิปรายงบประมาณเลยเราก็รู้สึกว่า มันเป็นการเสียดายซีน เพราะเป็นการให้ข้อมูลประชาชน ทั้งนี้ มติของพรรค ปชน.คือ โหวตไม่เห็นด้วยกับการจัดงบในครั้งนี้

‘ชวน-นิพนธ์’เชิญนักลงทุนจีนเปิดโรงงานในภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มรายได้ประชาชน

'ชวน-นิพนธ์'เชิญนักลงทุนจีนเปิดโรงงานในภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มรายได้ประชาชน

‘ชวน-นิพนธ์’เชิญนักลงทุนจีนเปิดโรงงานในภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มรายได้ประชาชน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.27 น.

“ชวน-นิพนธ์” เชิญนักลงทุนจีนเปิดโรงงานในภาคใต้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มรายได้ประชาชน

 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่ห้องประชุมไป่เหอทิง โรงแรม Shiwai Taoyuan เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมเชิญชวนนักลงทุนจีนร่วมลงทุนในภาคใต้ของประเทศไทย ภายในงาน “Southern Thailand Night & Investment Promotion Session” ซึ่งมีนักธุรกิจและนักลงทุนจีนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

นายชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ได้กล่าวถึงศักยภาพของภาคใต้ไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคต ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภาคการท่องเที่ยวที่ทำรายได้ติดอันดับประเทศ และความพร้อมด้านเกษตรและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor) และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงระดับภูมิภาค พร้อมด้วยสถาบันการศึกษาที่สามารถผลิตบุคลากรคุณภาพรองรับการลงทุน

ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี เน้นย้ำถึงความพร้อมเชิงโครงสร้างของภาคใต้ ทั้งแรงงานฝีมือ วัตถุดิบท้องถิ่น มหาวิทยาลัยครบทุกจังหวัด และระบบขนส่งที่มีสนามบินกระจายอยู่ทุกระยะ 200 กิโลเมตร รองรับการเดินทางและขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยโดย BOI ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ชายแดนใต้และโครงการเมืองต้นแบบ มอบสิทธิประโยชน์ภาษีที่น่าสนใจ อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ลดหย่อนเพิ่มอีก 5 ปี หักค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์เป็น 2 เท่า และยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักร โดยเน้นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น พลังงานหมุนเวียน ยานยนต์สมัยใหม่ ดิจิทัล และเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมแสดงความพร้อมอาสาเป็นผู้ประสานงานหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สนใจลงทุนในพื้นที่ภาคใต้อย่างเต็มที่และยั่งยืน

ในช่วงท้ายของงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพและความร่วมมือ โดยมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ศูนย์ธุรกิจเฉิงตู–11 จังหวัดภาคใต้ของไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน และในโอกาสนี้ พลเอกเทอดศักดิ์ ดำขำ อดีตเจ้ากรมข่าวทหารบก ยังได้มอบหนังสือแต่งตั้ง “ทูตส่งเสริมการลงทุนภาคใต้” ให้แก่ศูนย์ธุรกิจดังกล่าว เพื่อสนับสนุนบทบาทในการประสานการค้าการลงทุนระหว่างสองภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป -002

‘วราวุธ’หนุนไอเดีย’ทักษิณ’ปันงบกระตุ้นศก. 1.57 แสนล้านเร่งแก้ปัญหายาเสพติด

'วราวุธ'หนุนไอเดีย'ทักษิณ'ปันงบกระตุ้นศก. 1.57 แสนล้านเร่งแก้ปัญหายาเสพติด

‘วราวุธ’หนุนไอเดีย’ทักษิณ’ปันงบกระตุ้นศก. 1.57 แสนล้านเร่งแก้ปัญหายาเสพติด

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.22 น.

‘วราวุธ’หนุนไอเดีย’ทักษิณ’ปันงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านเร่งแก้ปัญหายาเสพติด เผย พม.ชงขอแบ่ง 4,622 ล้านใช้ 7 โครงการ 

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงการเสนอโครงการเพื่อของบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านในส่วนของกระทรวงฯ ว่า กระทรวง พม. ซึ่งมีโครงการที่เกี่ยวกับดูแลผู้สูงอายุ ที่พักอาศัย คนพิการและเด็กเล็ก เพราะต้องยอมรับว่างบประมาณปี 2569 ที่กระทรวงขอไปก็ยังคงขาดตกอยู่หลายโครงการพอสมควร 

ทั้งนี้กระทรวงฯ พม. อยากให้มีนักดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเพราะประเด็นผู้สูงอายุอีกจำนวนมากในวันนี้ยังขาดจะดูแล แต่กลับกันจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกวันแต่จำนวนเด็กเกิดใหม่นับวันน้อยลง ซึ่งยังไม่รวมถึงกลุ่มคนพิการ ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาระยะกลางให้กับประเทศ ฉะนั้นก็อยากได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม 

นายวราวุธ กล่าวว่า โครงการที่ขอไปเกี่ยวกับการฝึกอบรม เพราะกระทรวง พม.วันนี้ต้องการบุคลากรไม่ได้ต้องการสิ่งก่อสร้าง ดังนั้นเราต้องการบุคลากรมาดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งวันนี้ยังขาดอยู่มาก ดังนั้นเราจึงขอไป 4,622 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 7 โครงการ 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้แบ่งงบส่วนหนึ่งของ 1.57 แสนล้าน ไปดำเนินการจัดการแก้ปัญหาปราบปรามยาเสพติดให้เด็ดขาดภายในปีนี้ นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ากลุ่มเปราะบางถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่วันนี้ผู้ปกครองหลายคนไม่มีศักยภาพในการดูแล และเมื่อติดยาเสพติดก็จะกลายเป็นภาระให้หลายหน่วยงาน งบประมาณยาเสพติดตนเชื่อว่าส่วนหนึ่งมันสะท้อนกลับมาเพื่อทำให้เยาวชนเรามีคุณภาพที่ดีขึ้น

เมื่อถามย้ำว่า เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ของนายทักษิณ หรือไม่ นายวราวุธ พยักหน้ารับก่อนระบุว่า ตนคิดว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบกับคนทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับล่างถึงบน

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะเริ่มการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในช่วงเย็นวันนี้นั้น คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเพราะแต่ละกระทรวงก็เตรียมชี้แจง ส่วนกระทรวง พม.ก็คิดว่าจะได้รับการสนับสนุนพอสมควร เพราะได้รับงบประมาณไม่ค่อยเยอะสักเท่าไหร่ ซึ่งต้องรอไปลุ้นในชั้นการตั้งกรรมาธิการต่อไป