ศิริราช ผนึกกำลัง MIT ดัน ‘Hackathon นวัตกรรมสุขภาพ’ สู่อาเซียน เฟ้นหาไอเดียเด่นพลิกโฉมวงการสุขภาพในอนาคต ปีที่ 2
วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ MIT Hacking Medicine จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เปิดเวทีการแข่งขัน Hackathon เฟ้นหาไอเดียสุดยอดนวัตกรรมด้านการรักษาและบริการสุขภาพระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “AI Today, Transforming Tomorrow’s Healthcare” ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว ร่วมด้วย ศ. ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ศ.พญ.ธนัญญา บุณยศิรินันท์ รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมความเป็นเลิศและคุณค่าองค์กร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล Anjali Sastry, Associate Dean of MIT Open Learning ธนศักดิ์ ฮุ่นตระกูล Program Director (Thailand) of MIT Hacking Medicine และ Miss Zahra Kanji, Director of MIT Hacking Medicine ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568
ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล เผยว่าจากความสำเร็จอย่างท่วมท้นของโครงการ Siriraj x MIT Hacking Medicine 2024 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี กับโครงการ MIT Hacking Medicine จาก MIT เพื่อจัดกิจกรรมการประชุมวิชาการ และ Hackathon ด้านนวัตกรรมระบบสุขภาพอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยทุกปี จนถึงปี 2027 ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจร่วมของทั้งสองสถาบันในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้าน Health Innovation ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระดับอาเซียน รวมทั้งยกระดับนวัตกรรมสุขภาพสู่เชิงพาณิชย์ ผ่านการวางรากฐานระบบนิเวศเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่ๆ นอกจากนั้น โครงการนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” (ASEAN Health Innovation Hub) ด้วยการผนึกพลังจากทั้งสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ทอัพ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสุขภาพ รวมทั้งยังสอดรับกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย โดยเฉพาะในด้าน Bio Health และ Digital Health ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร กล่าวว่า “Siriraj x MIT Hacking Medicine ไม่ใช่เพียงเวทีการแข่งขันเชิงวิชาการ แต่คือจุดเริ่มต้นของธุรกิจสุขภาพยุคใหม่ เราไม่ได้มองแค่การแข่งขัน Hackathon 3 วัน แต่เรากำลังสร้างแพลตฟอร์มระยะยาวเพื่อผลักดันให้เกิดธุรกิจด้านสุขภาพที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับโอกาสในการนำเสนอต่อภาคเอกชน นักลงทุน และแหล่งทุนที่พร้อมสนับสนุนการต่อยอดสู่ HealthTech Startup ที่สามารถขยายสู่ตลาดจริงได้”
“โครงการนี้ไม่ใช่แค่เวทีการแข่งขันนวัตกรรม แต่คือการวางโครงสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ที่จะหล่อหลอมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพในภูมิภาค ผ่านแนวคิดหลักของปีนี้ “AI Today, Transforming Tomorrow’s Healthcare” ที่สอดรับกับเทรนด์ระดับโลกที่ใช้ AI, Big Data, Machine Learning และ Predictive Analytics มายกระดับการวินิจฉัย การรักษา และการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข ดังนั้น Siriraj x MIT Hacking Medicine จะเป็นแพลตฟอร์มบ่มเพาะที่เปิดพื้นที่ให้ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและนักลงทุนเข้าถึงไอเดียนวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อการพลิกโฉมวงการสุขภาพในอนาคต รวมถึงได้เข้ามาสังเกตปัญหาจริงภายในโรงพยาบาล ร่วมระดมความคิดกับแพทย์และผู้ป่วย เพื่อนำไปสู่ต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปต่อยอดเป็น HealthTech Startup ที่สร้างผลกระทบจริงในระบบสุขภาพต่อไป” Prof. Anjali Sastry, Associate Dean of MIT Open Learning กล่าวเสริม
ผู้ก่อตั้งมูลนิธิคนแรกคือ Basil Goulandris เขาเกิดในครอบครัวที่ทำขนส่งทางเรือจากเกาะ Andros ในวันที่ 6 กันยายน 1913 หลังจบการศึกษาจากกรีซ เขาเข้าเรียนต่อทางด้านกฎหมายที่สวิส ก่อนย้ายไปนิวยอร์คเพื่อทำธุรกิจให้กับครอบครัว หลังจากที่เขาแต่งงานกับ Elise ภรรยาที่มีความชื่นชอบทางด้านศิลปะ ทั้งสองก็ไปเยี่ยมเยือนมิวเซียมและนิทรรศการประจำ อีกทั้งยังเป็นสปอนเซอร์ให้กับศิลปินรุ่นเยาว์อยู่บ่อย ๆ นอกจากนี้เขายังร่วมกับนักธุรกิจอื่นเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกรีซและฝรั่งเศสด้วย ในปี 1981 เขาได้รับรางวัลจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้เป็น Knight of the Legion of Honour
ส่วน Elise Goulandris หรือที่มีนามสกุลเดิม nee Karadontis เกิดที่กรุงเอเธนส์ 1917 โดยเป็นลูกคนที่สี่ของครอบครัว Petro และ Evanthia Karadontis หลังจากการศึกษาจากกรีซ เธอเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อเรียนต่อและได้พบกับ Basil Goulandris ที่ชื่นชอบศิลปะเหมือน ๆ กัน ทั้งคู่ได้ร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมด้วยกันจนเธอกับได้รับรางวัล Commander of the Order of the Arts and Letter จากรัฐบาลฝรั่งเศสเฉกเช่นเดียวกันกับสามี นอกจากนี้ในปี 1981 เธอยังได้รับรางวัล Silver Medal จาก Academy of Athens อีกต่างหากด้วย
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตได้ใน App Store และ Google Play – กดดาวน์โหลดฟรี https://i.qy.net/f34caJ-b7 และติดตามความเคลื่อนไหวสาระบันเทิงยอดนิยมแห่งเอเชียได้ทาง