เอาแล้ว! ‘ชัยชนะ’รับเจอ รพ.เอกชน 2-3 แห่ง แอบออกใบตรวจโรคปลอมให้แรงงานต่างด้าว

เอาแล้ว! 'ชัยชนะ'รับเจอ รพ.เอกชน 2-3 แห่ง แอบออกใบตรวจโรคปลอมให้แรงงานต่างด้าว

เอาแล้ว! ‘ชัยชนะ’รับเจอ รพ.เอกชน 2-3 แห่ง แอบออกใบตรวจโรคปลอมให้แรงงานต่างด้าว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.00 น.

”ชัยชนะ“ รับเจอ รพ.เอกชน 2-3 แห่ง แอบออกใบตรวจโรคปลอมให้ แรงงานต่างด้าว ลั่นเรื่องนี้ปล่อยไม่ได้ หากเจอหลักฐาน ลุยจับเอง

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 09.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งขายใบตรวจสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าว โดยไม่ได้มีการตรวจสุขภาพจริง เพื่อให้ขึ้นทะเบียนได้ถูกต้องตามกฏหมาย มีความคืบหน้าอย่างไร ว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้รับเรื่องร้องเรียน เรื่องการออกใบตรวจโรคปลอม ให้กับแรงงานต่างด้าว โดยมีโรงพยาบาลเอกชนจำนวน2-3 แห่ง ที่ไม่ได้มีการตรวจโรคจริงแต่ออกหนังสือรับรองการตรวจว่าบุคคลนี้ได้รับการตรวจโรคแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เรากำลังหาข้อเท็จจริง ในกระบวนการรูปแบบและวิธีการ และเราจะทำการเพิกถอนใบอนุญาตโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแพทย์ที่เซ็นใบรับรองไป 

เมื่อถามว่าที่ตรวจสอบมีเพียง  2-3 แห่ง แต่ข้อมูลเบื้องต้นมีมากกว่านั้น นายชัยชนะ กล่าวว่า ที่ตนได้รับข้อมูลมา และมีความเป็นไปได้ตามข้อเท็จจริงว่ามีการออกใบอนุญาตปลอมให้กับแรงงาน 2-3 ที่ ส่วนที่อื่นถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดก็ให้ร้องเรียนเข้ามา พร้อมพยานหลักฐาน ตนมั่นใจว่าการกระทำเหล่านี้ของโรงพยาบาลเอกชนบางส่วน นั่นคือการกระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์ เพราะไปรับรองแรงงานต่างด้าวที่ไม่ตรวจเลือด ไม่เอกซเรย์ ถ้าบุคคลเหล่านั้นนำโรคภัยเข้ามาในประเทศและเป็นโรคระบาด นั่นคือปัญหาที่คุณได้ทำร้ายประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย 

เมื่อถามว่าจะมีมาตรการเชิงรุกในเรื่องนี้อย่างไร  นายชัยชนะ กล่าวว่า ก็เชิงรุกอยู่แล้ว ขณะนี้บริษัทที่จะจัดหาแรงงาน ที่ตรวจโรคเคลื่อนที่เราได้กำชับ ทั้งกรมควบคุมโรคและโรงพยาบาลชุมชน ให้เข้าไปตรวจดูและควบคุมอย่างใกล้ชิด และหากมีการกระทำความผิดจริงและตรวจสอบได้ มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ตนก็ต้องลงไปดู 

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาก็มีลักษณะเช่นนี้มาแล้ว แต่ก็เหมือนจะกลับมาอีกครั้งเพราะดูเหมือนว่าจะไม่เป็นการดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจัง นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนได้พูดเรื่องนี้ไปในสัปดาห์ที่แล้ว และบอกว่าถ้ามีการกระทำความผิด รวมถึงหากมีหลักฐาน เราก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด ย้ำว่าเรื่องนี้ปล่อยไม่ได้ เพราะคนกระทำความผิดก็ต้องได้รับความผิด ถ้าถามว่าแรงงาน 1,000,000 คน ออกใบแพทย์ปลอม 200,000 คน คิดว่าเสียหายหรือไม่ก็ต้องเสียหายอยู่แล้ว ซึ่งตนก็อยากฝากไปถึงบริษัทต้นสังกัดของแรงงาน รวมไปถึงโรงพยาบาลเอกชนว่าอย่าใช้วิธีการอย่างนี้เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว ให้คิดถึงชาติเยอะๆ เราอยู่มากว่าจะเป็นประเทศไทยได้ เราสร้างกันมายาวนาน อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ให้คิดถึงส่วนรวมให้มากหน่อย 

คิดเองเออเอง?! ‘พิสิษฐ์’ยันไม่มีข่มขู่‘สว.เสียงข้างน้อย’ บีบถอนชื่อฟัน‘136สภาสูง’เอี่ยว‘คดีฮั้ว’

คิดเองเออเอง?! ‘พิสิษฐ์’ยันไม่มีข่มขู่‘สว.เสียงข้างน้อย’ บีบถอนชื่อฟัน‘136สภาสูง’เอี่ยว‘คดีฮั้ว’

คิดเองเออเอง?! ‘พิสิษฐ์’ยันไม่มีข่มขู่‘สว.เสียงข้างน้อย’ บีบถอนชื่อฟัน‘136สภาสูง’เอี่ยว‘คดีฮั้ว’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.52 น.

คิดเองเออเอง?! ‘พิสิษฐ์’ยัน​ไม่มีขู่​-ทำร้าย‘สว.เสียงข้างน้อย’ บีบถอนชื่อส่ง‘ศาล​รัฐธรรมนูญ’​ฟัน‘136สภาสูง’เอี่ยว‘คดีฮั้ว’หยุดปฏิบัติหน้าที่ ​

19 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) ให้สัมภาษณ์กรณีที่​ สว.เสียงข้างน้อย​ระบุว่าถูกข่มขู่หลังล่ารายชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้สว. 136 คน​ หยุดปฏิบัติหน้าที่​ว่า​ ไม่มีการข่มขู่​ การันตีได้เลย​และไม่มีการจ่ายเงิน เราเป็นสว.ที่ได้รับเลือกมาจากประชาชนกลุ่มอาชีพ​ และเชื่อมั่นว่าทุกคนมาโดยสุจริต จึงเชื่อว่าไม่มีใครจะไปข่มขู่หรือจ่ายเงิน​

เมื่อถามว่า​ มีลักษณะที่ว่าโทรไปข่มขู่ให้ถอนชื่อออก​ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า​ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่ความเป็นจริงไม่มีการข่มขู่ ไม่มีการโทร​ ล่าสุดคนที่อยู่ในรายชื่อก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแล้วว่า เข้าใจผิดในสาระสำคัญ​ จึงจำเป็นจะต้องถอนชื่อ ส่วนการปลอมลายมือชื่อได้ลงบันทึกประจำวันและแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ดำเนินการตามกฎหมาย ให้ทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภาเป็นผู้จัดการ

เมื่อถามว่า เวลาเสียงข้างน้อยเสนออะไรในที่ประชุม​ก็มีการแสดงความไม่พอใจ​ บางครั้งถึงขั้นจะทำร้ายร่างกาย​ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “โอ้ย เรื่องแบบนี้ ไม่มีจริงๆ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย เป็นสภาฯ ที่ไม่ได้ใช้กำลัง แต่ใช้ปัญญา คิดว่า​ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน ส่วนคนที่กล่าวแบบนั้น อาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่คิดเองเออเอง แต่ส่วนตัวการันตี​ได้เลยว่า​ ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน”

ทบ. จวก กัมพูชา บิดเบือนไม่เลิก ชี้’กระสุนฟอสฟอรัสขาว’ไม่ใช่อาวุธเคมี

ทบ. จวก กัมพูชา บิดเบือนไม่เลิก ชี้'กระสุนฟอสฟอรัสขาว'ไม่ใช่อาวุธเคมี

ทบ. จวก กัมพูชา บิดเบือนไม่เลิก ชี้’กระสุนฟอสฟอรัสขาว’ไม่ใช่อาวุธเคมี

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.49 น.

โฆษก ทบ. ซัด กัมพูชา บิดเบือนไม่เลิก ชี้ กระสุนฟอสฟอรัสขาว ไม่ใช่อาวุธเคมี ไม่มีข้อห้ามเก็บรักษา ใช้เฉพาะพื้นมี่เป้าหมายทหาร

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีนายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) เผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า ผู้เชี่ยวชาญของ CMAC ตรวจพบกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตร บรรจุสารฟอสฟอรัสขาว (White Phosphorus – WP) ในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย พร้อมทั้งกล่าวหาว่าเป็นผลจากการยิงของกองทัพไทยในช่วงความขัดแย้ง 5 วัน และเป็นกระสุนที่มีลักษณะเป็นอาวุธเพลิงและก่อควันพิษ

โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ปราศจากหลักฐานสนับสนุน และไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย พร้อมชี้แจงว่า กระสุนฟอสฟอรัสขาว (WP) มีวัตถุประสงค์หลักในการใช้สร้างควัน แสงสว่าง ระเบิด และเพลิง ไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาวุธเคมีตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention – CWC) อีกทั้งไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ห้ามการเก็บรักษาหรือการใช้งานกระสุนชนิดนี้ ประเทศไทยจึงสามารถเก็บรักษาและใช้ตามภารกิจทางทหารได้ภายใต้กรอบกฎหมายสากล

ในส่วนของอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธตามแบบบางชนิด (Convention on Certain Conventional Weapons – CCW) พิธีสารที่ 3 กำหนดห้ามการใช้อาวุธเพลิงที่ออกแบบมาเพื่อเผาไหม้บุคคลโดยตรง แต่กระสุน WP ไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ การใช้กระสุน WP ของกองทัพบกไทยอยู่ภายใต้ระเบียบการควบคุมอย่างเข้มงวด ใช้ต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และไม่เคยมีการนำไปใช้เพื่อมุ่งทำลายชีวิตพลเรือนแต่อย่างใด

พลตรี วินธัย เน้นย้ำว่า การครอบครองและการใช้กระสุน WP ของกองทัพไทยเป็นไปอย่างเคร่งครัดตามกรอบกฎหมายสากล มีการควบคุมรัดกุม และสอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศทุกประการ จึงเห็นได้ว่าข้อกล่าวหาที่กัมพูชาเผยแพร่เป็นเพียงความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจผิดในเวทีสาธารณะเท่านั้น

สะพัด‘พท.’จับมือ‘ภท.’หนุน‘บิ๊กตู่’นั่งนายกฯ ‘สรวงศ์’ปัดไม่จริง-มั่นใจ 29 ส.ค.‘อิ๊งค์’รอด

สะพัด‘พท.’จับมือ‘ภท.’หนุน‘บิ๊กตู่’นั่งนายกฯ ‘สรวงศ์’ปัดไม่จริง-มั่นใจ 29 ส.ค.‘อิ๊งค์’รอด

สะพัด‘พท.’จับมือ‘ภท.’หนุน‘บิ๊กตู่’นั่งนายกฯ ‘สรวงศ์’ปัดไม่จริง-มั่นใจ 29 ส.ค.‘อิ๊งค์’รอด

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.27 น.

‘สรวงศ์’ปัดเพื่อไทยหนุน‘บิ๊กตู่’นั่งนายกฯ มั่นใจ 29 ส.ค.‘อิ๊งค์’รอด ชี้ข่าวลือ 5 ต่อ 4 กดดันศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ เซ็งข้าราชการเกียร์ว่าง ‘อึน’ใส่ ทำงานยาก

เมื่อเวลา 09.35 น.วันที่ 19 ส.ค.68  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการปล่อยข่าวว่าพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง และพร้อมจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า สงสัยต้องออกแถลงการณ์ว่าอย่าเชื่อข่าวปลอม ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่ได้ออกมาจากพรรคเพื่อไทยแน่นอน ไม่ได้มีความคิดหรืออะไรที่จะไปถึงตรงนั้น

“เรายังยืนยันในความบริสุทธิ์ใจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม และยังมั่นใจว่าวันที่ 29 ส.ค.นี้ ยังสามารถที่จะไปต่อ เรามั่นใจมากๆ” นายสรวงศ์ กล่าว

นายสรวงศ์ กล่าวอีกว่า ตนจึงบอกว่าข่าวที่ออกมา ขออย่าให้ไปกระทบกระเทือนเรื่องความเชื่อมั่นของการทำงาน เพราะปัจจุบันก็ทำงานลำบากอยู่แล้ว ทุกคนก็รอวันที่ 29 ส.ค. อย่างเดียวว่าจะเป็นอย่างไร ข้าราชการต่างๆก็เกียร์ว่างอยู่ตอนนี้ เอาตรงๆ เราก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำงานให้ลุล่วงไปด้วยดี

เมื่อถามว่าในวันที่ 21 ส.ค.นี้ น.ส.แพทองธาร จะไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ารับการไต่สวนด้วยตนเองหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ก็เห็นท่านว่าท่านจะไปด้วยตนเอง วันเกิดท่านพอดี

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะไปให้กำลังใจในวันดังกล่าวหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า วันดังกล่าวเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร สส.อยู่สภากันหมด

เมื่อถามว่า ได้ยินข่าวลือถึงผลการลงมติของศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 ว่าน.ส.แพทองธาร รอดจะกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบถึงเรื่องตัวคะแนนเลย แต่ย้ำว่า ยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของน.ส.แพทองธาร

เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ออกมาดังกล่าวจะเป็นการกดดันศาลหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าคงไม่มีอะไรที่จะไปกดดันศาลได้ ทุกอย่างคงออกมาด้วยความเป็นจริง ตามข้อเท็จจริงที่นำเสนอในการต่อสู้ แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่อำนาจของศาล

เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ออกมาเช่นนี้ทำให้การทำงานของรัฐบาลยากขึ้นหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตนมองว่าคงไม่มีอะไรยากไปกว่านี้แล้ว ทุกวันนี้เอาตรงๆ ก็ทำงานลำบากพอสมควร เพราะมันค่อนข้างจะอึนๆ ขมุกขมัวไปหมด ข่าวที่ออกมาแต่ละวันข่าวปลอมมากกว่าข่าวจริง ข่าวที่ออกมาทั้งหมดขอให้ออกมาจากปากของนักการเมือง ซึ่งจะชัดเจนที่สุด

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ก็จะพยายาม เราใช้ผลงานในการทำงานเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจ พอเวลาผ่านไปมันสะท้อนอะไรให้เห็นหลายอย่าง ว่าสิ่งที่เราพยายามทำ และพูดมาโดยตลอดก็จะสะท้อนให้เห็น

เมื่อถามว่า วันที่ 29 ส.ค.นี้ หากน.ส.แพทองธาร รอดคดีจะเช็คบิลข้าราชการที่เกียร์ว่างหรือไม่ นายสรวงศ์ ถึงกับร้อง “โอ้ ไม่หรอกครับ” มันไม่เชิงว่าเป็นสไตล์แบบเกียร์ว่าง แต่ลักษณะการทำงานต่างๆ มันก็ค่อนข้างอึนๆมึนๆไป ไม่มีความชัดเจนเท่าไหร่ ไม่รู้รัฐบาลจะอยู่หรือจะไป แต่พวกตนทำงานเต็มที่อยู่แล้ว ก็ขอว่าถึงอย่างไรก็แล้วแต่ประเทศต้องเดินต่อไปไม่มีทางตันแน่นอน

เมื่อถามว่า อยากจะพูดอะไรถึงข้าราชการที่ทำตัวอึนๆอยู่บ้าง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่บอก ประเทศต้องไปต่อ ส่วนจะอยู่หรือจะไปนักการเมืองก็คือนักการเมือง แต่ก็ขอให้ท่านเป็นเสาหลักในการทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป

‘ดี้ นิติพงษ์’เดือด! ซัดพระบางรูป เชี่ยกว่านักการเมือง หลอกทั้งโยม-พระพุทธเจ้า

'ดี้ นิติพงษ์'เดือด! ซัดพระบางรูป เชี่ยกว่านักการเมือง หลอกทั้งโยม-พระพุทธเจ้า

‘ดี้ นิติพงษ์’เดือด! ซัดพระบางรูป เชี่ยกว่านักการเมือง หลอกทั้งโยม-พระพุทธเจ้า

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.25 น.

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 “ดี้” นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ภิกษุคือผู้ขอ….ขออาหารจากผู้คน…

คือขอทานแท้ๆ…แต่เป็นขอทานที่ควรกราบไหว้ เพราะให้ความรู้ผู้คนให้เข้าใจทุกข์สุข…ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า…ซึ่งก็เป็นผู้ขอเช่นกัน….

ภิกษุต้องขอ…แค่ให้กิน มีผ้าห่ม  มียา แม้กระทั่งเข็มเย็บผ้า ไว้เย็บสบงจีจร ที่ขาด.ฯลฯ อย่างที่เรียกว่า อัฐบริขาร

ให้มีชีวิตรอด สุขภาพดี…เท่านั้น…

เคยไปกุฎิพระพุทธเจ้า ที่เขาคิชฌกูฏ ราชคฤห์ อินเดีย…ได้แต่รู้สึกว่า…ท่านนอนได้ยังไง….

ภิกษุยุคนี้….ผู้มีสุปฏิปันโน…ปฏิบัติดี  และเผยแพร่ความสงบใจให้แก่ญาติโยม นั้น ก็คงมีอยู่มาก…แต่ก็คงเป็นสิ่งธรรมดา ปกติอันควรแห่งสมณสารูป…แต่ก็จะไม่เป็นข่าวคราวอันใด….

แต่ก็มีส่วนหนึ่ง ซึ่งเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ…..ที่ไม่ได้เป็นภิกษุอันพอดี…เป็นผู้ขอจนมากเกินกว่าควร…

แล้วก็มีคนที่น่าสงสาร ต้องการที่พึ่งทางใจ แต่เสือกมีตังค์เยอะ…ใส่บาตรให้เดียรถีย์เหล่านี้….

เดียรถีย์เหล่านี้  แต่งตัว ทำท่า คล้าย ภิกษุแห่งศาสนาพุทธมาก….แต่ไม่ใช่…

เทียบกับฉัน….ถ้าฉันไม่กินเบียร์นะ…

ฉันห่มจีวร….ฉันว่าฉันเป็นพระได้ดีกว่าไอ้พวกนี้มาก….

ฉันยืนยันเสมอว่า….พระ….บางรูปที่เพิ่งท่องหรือท่องตามอุปัชฌาย์  แล้วผ่านเอ็นทรานซ์ให้คนกราบเลย  แม่งยังไม่รู้เชี่ยอะไรเลย  แต่ทุกคนต้องกราบมัน….

รวมทั้งพระมหากษัตริย์ก็ต้องกราบมัน….

คนห่มเหลืองจำนวนมากนี้….อาจจะไม่ได้กินเบียร์….

แต่ว่าเชี่ย   เชี่ยกว่านักการเมืองอีก…

เพราะนักการเมืองนั้น  คนรู้อยู่แล้วว่าเชี่ย…

แต่มึงเป็นคนเลว  ห่มเหลือง…หลอกว่าน่าเคารพ…นับว่าเชี่ยกว่า….

คนห่มเหลืองพวกนี้…แม่งเหี้ยจ้ะ…

นอกจากจะหลอกญาติโยม…ยังหลอกพระพุทธเจ้าอีก….

พระกับเงิน…..หยุดได้แล้วจ้ะ

อย่าให้เงินพระ…อนุโลมเวลาใส่ซองงานศพ งานนิมนต์  พอเป็นค่าเดินทาง…

พระกับเงินหลักล้าน พันล้าน….จะทำให้พระแม่งเหี้ยจ้ะ…

แล้วไม่มีใครทำอะไรกับพระพวกนี้ได้เลยเหรอ…

อ้อ…ก็ต้องโทษฆราวาสเรากันเองนี่แหละ…ที่ให้พวกมัน…

เหมือนฆราวาสการเมือง…ที่เลือกนักการเมืองเชี่ยๆ  เข้ามาเดินกร่างในสภา…

ราตรีสวัสดิ์….

‘อิ๊งค์’หายจ้อย! ลาประชุมครม. 2 ครั้งติด งดสัมภาษณ์ครบ3สัปดาห์แล้ว

‘อิ๊งค์’หายจ้อย! ลาประชุมครม. 2 ครั้งติด งดสัมภาษณ์ครบ3สัปดาห์แล้ว

‘อิ๊งค์’หายจ้อย! ลาประชุมครม. 2 ครั้งติด งดสัมภาษณ์ครบ3สัปดาห์แล้ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.24 น.

‘อิ๊งค์’ หายจ้อย ลาครม. 2 ครั้งติด ท่ามกลางจับตาไปแจงศาลไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนา ‘ฮุนเซน’ 21 ส.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม   ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ มี ครม.แจ้งลาการประชุม 3 คน ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า น.ส.แพทองธาร ลาการประชุม ครม. 2 ครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางการจับตากรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียงสนทนากับฮุนเซ็น ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ว่า น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ หลังมีข่าวว่า น.ส.แพทองธาร จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมาแล้ว 3 สัปดาห์

‘ภูมิธรรม’ชี้ยก‘สตง.’อันดับ 1 โปร่งใส หากค้านสายตาก็กระทบความน่าเชื่อถือ

‘ภูมิธรรม’ชี้ยก‘สตง.’อันดับ 1 โปร่งใส หากค้านสายตาก็กระทบความน่าเชื่อถือ

‘ภูมิธรรม’ชี้ยก‘สตง.’อันดับ 1 โปร่งใส หากค้านสายตาก็กระทบความน่าเชื่อถือ

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.23 น.

‘ภูมิธรรม’ปัดให้ความเห็น‘ป.ป.ช.’ยก‘สตง.’อันดับ 1 โปร่งใส บอกอยู่ที่ประชาชนมอง หากค้านสายตาก็กระทบความน่าเชื่อถือ

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 19 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คว้าอันดับ 1 องค์กรอิสระโปร่งใสสูงสุด ปี 2568 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จัดทำ โดยนายภูมิธรรม ตอบพร้อมรอยยิ้ม ว่า ยังไม่ได้ดูข่าวเรื่องนี้ ซึ่งขอดูข้อเท็จจริง และขอไปดูการให้รายละเอียด การให้คะแนน และเหตุผลก่อน เพราะทั้งหมดอยู่ในสายตาสาธารณชนอยู่แล้ว และองค์กรที่ดำเนินการต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าตรงนั้นมีความน่าเชื่อถือจริง ไม่ค้านสายตาประชาชน เพราะถ้าค้านสายตาประชาชนคงเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรนั้นได้

‘ภูมิธรรม’จี้ปลัดมท. เร่งหาคำตอบอ้าง‘ผู้ว่าฯสงขลา’ต้อน‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’

‘ภูมิธรรม’จี้ปลัดมท. เร่งหาคำตอบอ้าง‘ผู้ว่าฯสงขลา’ต้อน‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’

‘ภูมิธรรม’จี้ปลัดมท. เร่งหาคำตอบอ้าง‘ผู้ว่าฯสงขลา’ต้อน‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.19 น.

‘ภูมิธรรม’บอกยังไม่เห็นไลน์‘นายอำเภอ’รับทราบคำสั่ง‘ผู้ว่าฯสงขลา’รับ‘เดชอิศม์’ จี้‘ปลัดมท.’เร่งหาคำตอบ

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 19 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สั่งให้นายอำเภอจัดเวรเพื่อรับส่งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ทุกสัปดาห์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการรายงานผลการตรวจสอบมาแล้วหรือยัง ว่า เรื่องนี้ตนได้ตอบไปแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า แต่ล่าสุดมีไลน์หลุดของกลุ่มนายอำเภอใน จ.สงขลา ออกมายอมรับว่าผู้ว่าฯสงขลา สั่งการจริง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น ซึ่งผู้ว่าฯ รายงานปลัดฯว่ามีการเสนอมาแต่เขาไม่ได้เซ็น ทางปลัดฯก็ถามว่าไปเอารายละเอียดมาให้เห็น ว่าที่บอกว่าไม่ได้เซ็นแล้วที่เซ็นมาเป็นอะไร ไปหาคำตอบมารายงาน

เมื่อถามว่า จะต้องดูคำสั่งอื่นๆ ที่ผู้ว่าฯเคยเซ็นให้นายอำเภอไปรับรองในกรณีบุคคลอื่นๆด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็ดูเท่าที่เห็น ถ้าไปนั่งสางทุกอย่าง ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องทำมากมาย กรณีนี้ก็ตามกรณีนี้

‘ภูมิธรรม’ ปัด เร่งโยกย้าย ขรก.มท. ก่อน 29 ส.ค. บอกทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์

'ภูมิธรรม' ปัด เร่งโยกย้าย ขรก.มท. ก่อน 29 ส.ค. บอกทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์

‘ภูมิธรรม’ ปัด เร่งโยกย้าย ขรก.มท. ก่อน 29 ส.ค. บอกทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.03 น.

“ภูมิธรรม” ปัด เร่งโยกย้ายขรก.มท. ก่อน 29 ส.ค. บอกทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 เวลา 08.40 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะเร่งทำก่อนวันที่ 29 ส.ค.นี้ ว่า กำลังจะหมดเดือน ส.ค.แล้ว จะเหลือแค่เดือนก.ย. มันไม่ใช่การเร่งย้ายข้าราชการระดับสูง เพราะวันที่ 1 ต.ค. ต้องเริ่มทำงานกันแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องเร่งอะไรเป็นไปตามกระบวนการ ไทม์ไลน์ที่เหมาะสม

‘พิชิต’ เผย ‘ทักษิณ-อุ๊งอิ๊งค์’ เจอวิบากกรรมหนัก สัปดาห์นรกของระบอบ’ชินวัตร’

'พิชิต' เผย 'ทักษิณ-อุ๊งอิ๊งค์' เจอวิบากกรรมหนัก สัปดาห์นรกของระบอบ'ชินวัตร'

‘พิชิต’ เผย ‘ทักษิณ-อุ๊งอิ๊งค์’ เจอวิบากกรรมหนัก สัปดาห์นรกของระบอบ’ชินวัตร’

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.56 น.

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊ก “Pichit Chaimongkol” ระบุว่า สัปดาห์นรกของใคร

สัปดาห์นรก ใช้เรียกสัปดาห์หฤโหดของนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ หน่วยซีล ที่ต้องรับการฝึกโดยไม่ได้นอนเลยตลอดสัปดาห์

แต่สัปดาห์นรกในสถานการณ์นี้คงหนีไม่พ้น ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-9 ก.ย. อาจเป็นสัปดาห์กว่าๆที่ ระบอบชินวัตร ทั้งลูกสาวและพ่อ ต้องลุ้นระทึกยิ่งกว่าตกกระทะทองแดง

ถ้าหนีไม่พ้นก็คงอยู่ในกระทะทองแดงกันต่อไป

แต่ถ้าพอปีนขอบกระทะขึ่นมาได้ ก็ใช่ว่าจะรอดประชาชน เพราะความจริงนอกศาลที่ประชาชนรับรู้เองจาก คลิปหลุด และ ความจริง เรื่องชั้น 14 จะยิ่งทวีความร้อนแรงให้ประชาชนลงถนนมากขึ้น

วิบากกรรมที่ทำจึงไล่ตามทัน ด่านศาลและด่านประชาชน พร้อมเช็คบิลให้ความจริงมันปรากฎแก่สังคม