ลูกทหารเข้าใจดี! ‘ก้อย ปาริฉัตร-สมมาตร’ ส่งกำลังใจทหาร-ตำรวจ ผู้เสียสละปกป้องอธิปไตย

ลูกทหารเข้าใจดี! 'ก้อย ปาริฉัตร-สมมาตร' ส่งกำลังใจทหาร-ตำรวจ ผู้เสียสละปกป้องอธิปไตย

ลูกทหารเข้าใจดี! ‘ก้อย ปาริฉัตร-สมมาตร’ ส่งกำลังใจทหาร-ตำรวจ ผู้เสียสละปกป้องอธิปไตย

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.28 น.

นักแสดงรุ่นใหญ่ ก้อย ปาริฉัตร ไพรหิรัญ และ สมมาตร ไพรหิรัญ ได้ออกมาอัดคลิปให้กำลังใจทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ผ่านมา

ในคลิปทั้งคู่ได้แสดงความห่วงใยและเสียใจต่อความสูญเสีย พร้อมทั้งชื่นชมในความเสียสละของเหล่าทหารหาญและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก้อย ปาริฉัตร ที่กล่าวในฐานะลูกทหารว่าเข้าใจดีว่าการเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อประเทศนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ต่อไป

“เราสองคนอยากจะมาให้กำลังใจทหาร ตำรวจ ทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็นคนไทยด้วยกันที่สูญเสียที่ชายแดน และทุกคนที่เข้าไปช่วยรบ อยากจะส่งกำลังไปให้จริงๆ “ ก้อย ปาริฉัตร กล่าว

“เช่นกัน ผมเป็นแนวหลัง ที่ส่งกำลังใจและแสดงความเสียใจ กับเหล่าทหารหาญที่เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือว่าประชาชนที่อยู่แถวนั้น ก็ขอส่งใจให้ และเป็นแนวหลัง ที่ส่งกำลังใจให้กับตำรวจ ทหารแนวหน้าทุกๆท่าน ที่เสียสละในการที่ต้องปกป้องอธิปไตยของไทย “  สมมาตร ไพรหิรัญ กล่าว

ก้อย ปาริฉัตร ยังกล่าวเสริมว่า “ในฐานะที่ตัวเองเป็นลูกทหาร เข้าใจเลยว่าที่สนามรบ ทุกคนต้องแลกกันด้วยชีวิต เพราะว่าชีวิต เลือดเนื้อ เราต้องมอบให้ประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะว่าเราเป็นคนไทย ขอบคุณจริงๆในความเป็นคนไทย และรักเมืองไทย เหมือนพวกเราทุกคน เราจับมือรวมกัน สู้ๆนะเป็นกำลังใจเสมอ”

ขอบคุณคลิป : ดาราภาพยนตร์

โอ๊ยเล่าเรื่อง‘ท่าแร่’

โอ๊ยเล่าเรื่อง‘ท่าแร่’

โอ๊ยเล่าเรื่อง‘ท่าแร่’

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนังผี เรื่องล่าสุดของ สหมงคลฟิลม์ ที่ครั้งนี้ หนีจาก ผีเด็ก ผีในเมือง พามาสู่ความน่ากลัว ในแดนอีสาน โดยได้ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา มากำกับ ตอนแรก ที่เห็น บาทหลวง มาปราบผี ใน ท่าแร่ มีรู้สึกเฉยๆ ไม่ค่อยอยากดู รู้สึกแปลกๆ บ้านเรา เมืองพุทธ บาทหลวง ไม่น่ามา ปราบ ผีไทย อคติ ..ไม่น่าจะชอบตั้งแต่ก่อนดูตอนดู ต้นๆ เรื่อง ก็ยัง คาใจ เหมือน เน้นเรื่อง บาทหลวงปราบผี เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสนุก แต่พอดูไปดูไป เมื่อหนังให้รายละเอียดของ ท่าแร่ เลยเริ่มอิน เริ่มเชื่อ เริ่มสนุกไปกับหนัง กับเรื่องราวของความเชื่อต่างขั้วในแถบภาคอีสาน อย่าง “ศรัทธาในศาสนาคริสต์” และ “การบูชาผีในพิธีเหยาแบบอีสาน” ซึ่งทั้งสองความเชื่อต้องมาร่วมมือกัน เพื่อต่อสู้และกำจัดสิ่งลี้ลับที่กำลังจะสิงสู่ผู้คนในชุมชน

 ท่าแร่ คือหนังผี ที่เป็นหนังผีจริงจัง..ชัดเจน ในความเป็นหนังผี ..น่ากลัว ผีหลอกวิญญาณหลอน ไม่ปนตลกเฮฮา ไม่ใช่ผีแอ็คชั่นเตะต่อยเจ็บตัว ไม่เลอะเทอะ ไม่มีความรักของหนุ่มสาว (มีแค่บางเบานิดๆ) ตัวหนังผสม ผีต่างๆ ออกมาได้ดี

เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข เด่นมากๆ กับบท บาทหลวงเปาโล เล่นดีทั้งสีหน้าท่าทาง บุคลิก มาดความเป็น บาทหลวงนักไล่ผี หรือ ฉากดราม่าหนักๆ กับปมในอดีต  เจมส์ ดึงให้อยู่กับหนัง รอยยิ้มน่ารัก มุขยิ้มๆ เบาๆ มาผ่อนคลายความหนักของเรื่องจะติด อยู่แค่ เจมส์ ดู อ่อน ดูเด็ก ไปสักนิด กับ การเป็นบาทหลวงนักบาปผี ดูจนจบ..ก็รู้สึกว่า อ่อนอาวุโส อ่อนพลัง ดูเด็กไป ถ้าปรับให้ อาวุโสขึ้น น่าจะทำให้รู้สึกเชื่อได้มากกว่านี้

มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร รับบท หมอเหยา แม่เมืองโสภา เล่นได้ น่ารัก เล่นดีเล่นเก่ง เก่งมากๆ ทำให้เรื่องดูสนุก ดูแล้ว เชื่อว่า เป็น หมอเหยา จริงๆ แม้บทจะดูทีเล่นทีจริงๆ  แต่ก็ไม่ทำให้เรื่องเสีย  เสื้อผ้าหน้าผมบุคลิก ผสมกับ การแสดงที่เก่งมากๆ ทั้งคำพูดคำจา น้ำเสียง เสียงร้องเพลง สำเนียงบ้านๆ อีสานทำให้ แม่เมืองโสภา ทั้งเป็น ตัวผ่อนคลาย และ ตัวช่วยในการสู้กับผี  ถือว่า เจมส์ กับ มีน เล่นกันได้แบบเข้าขา ทั้ง การต่อปากต่อคำ การเป็นบัดดี้คู่หู การเรียนรู้ซึ่งกันและกันของคริสจักร  กับ หมอผีบ้านๆ และ…เป็นส่วน ที่ดีที่สุดของเรื่อง

แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ เป็น มาลี ที่ใช่ ทั้งในบทบาท สาวน้อยธรรมดาดูน่ารักพอมาในส่วนที่มี ปัญหาคาใจกับพ่อ ก็ ดราม่ากำลังดี หรือ ตอนถูกผีสิง ที่มาพร้อมกับความแรง ความดิบ ความน่ากลัว เล่นได้น่ากลัว
 เอก-ธเนศ วรากุลนุเคราะห์  ในบท ตามิ่ง อดีตบาทหลวง ที่ กลายเป็นปอบ ชัดเจน เล่นแรงในทุกๆ ฉาก

เอี้ยง-สวนีย์ นาวินธนันท์ชัย มาในบท ยายแสง น้องสะใภ้ ของ ตามิ่ง เล่นเน้นๆ ที่สีหน้า แววตา พลังการแสดง ออร่าๆ แบบ สาวบ้านๆ อีสาน เข้ามาเป็น ตัวเสริม

พร้อม-ราชภัทร วรสาร เป็น เผือก เล่นเป็นธรรมชาติ ชัดเจน ในการเป็นตัวช่วย ทั้งในการช่วย มาลี คนรักเก่า การช่วยดูแลเฒ่ามิ่ง เป็นเป็นผู้ช่วยบาทหลวงเปาโลกับหมอเหยา   แฉะ-องอาจ เจียมเจริญพรกุล รับบท บาทหลวงสมชาย บทอาจจะดูน้อยไปสักนิด เปิดตัวเหมือนจะมีอะไรๆ แต่ ค่อยๆ หาย มาแบบผลุบๆโผล่ๆ ดูเรียบไปสักนิด แต่ดูดีมีมาดในความเป็นบาดหลวง และยังร่วมแสดงโดย  เฟรช-อริศรา วงษ์ชาลี ในบทแม่ของ บาทหลวงเปาโล เน้นแรงๆ เข้าไว้ น่าเสียดาย ที่ บทดูค้างคา ไม่ชัดเจนในปมกับลูกชาย

น้องแตงกวา- ชนันทิชา ชัยภา ในบท เด็กสาวที่ถูกผีเข้าตอนต้นเรื่อง จนเป็น ที่มาต่อเนื่องความน่ากลัวใน40 ปีต่อมา เรื่องนี้น้องไม่เน้นน่ารักมาแบบน่ากลัวน่าสงสาร โดนผีเข้า จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต ในบทเฒ่ามิ่ง ในวัยหนุ่ม ตอนเป็นบาทหลวง มาน้อยแต่ดูหล่อ น่รัก ดูดีเชียวและต้องชม นักแสดงสมทบที่เล่นได้ดีมากๆ โดยเฉพาะ คนที่เล่นเป็น แสงตอน วัยรุ่น(ที่แคสติ่งหน้าตา ถอดแบบ เอี้ยง-สวนีย์ มาเป๊ะๆ) ผีบรรพบุรุษของแม่หมอโสภา ที่ดูแล้ว อดนึกถึง ปอบผีฟ้า ไม่ได้) แม่หมอเหยาผู้หญิงที่มาปราบผี

คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา ทำ ท่าแร่ ออกมาเป็น ผี ที่ดูดี ดูสนุก ดูน่ากลัว แม้อาจจะมี บางอย่างที่ชวนให้ นึกถึง ธี่หยด แต่ก็ไม่ใช่ มีแค่กลิ่นหรือ ไม่ดูไกลตัว เหมือนใน Attack วิญญาณเลขที่ 13 ที่ดูขาดเกินล้นไปหมด แต่ใน ท่าแร่ คือ หนังผี ที่เข้าใจ ผูกเรื่อง ผสมดึง เอา การปราบผี ในคริสจักร บาทหลวง มาจับมือ กับ ความเชื่อเรื่องผีแบบบ้านๆ ได้แบบลงตัว ดูสนุก มีความหลอน แทรกอยู่ตลอดความน่ากลัวของ ท่าแร่ อยู่ที่ การดึงเข้าสู่ บรรยากาศ ภาพความมืด ของป่าเขาลำเนาไพร ที่ใส่อารมณ์ความน่ากลัวแบบเต็มที่ ขยี้ด้วย เสียงประกอบ ดนตรีประกอบ ระบบเสียงกระหึ่ม เสื้อผ้าหน้าผม การแต่งหน้าผี ที่มาเพิ่มความขนลุก   ตัวหนัง อาจจะมี ข้อบกพร่อง อยู่บ้าง บทอาจจะโดดในบางช่วง ฉากแอ็คชั่นผีๆสู้คนยังไม่ชัดเจนในการใช้ สตั้นท์นักแสดงแทน บางตอนรู้สึกถึงการใช้สลิง แต่ ..ทุกอย่าง ก็พอจะมองข้าม ถูกกลบ ด้วย บรรยากาศความน่ากลัวของตัวหนังหนังปิดท้าย ด้วยงาน ประเพณีแห่ดาว ในงานคริสมาสด์ ของคริสศาสนา ในชุมชนท่าแร่ ที่สวยงามน่าไป  และ บทเพลงที่ไพเราะ เข้ากับตัวหนัง อย่าเพิ่งรีบออกจากโรง ในช่วงกลาง เอนเครดิต มีติ่ง ทิ้งท้าย ชวนให้นึกว่า ผีภาคต่อ ท่าแร่.. คือหนังผี ที่ออกมาดี หนังผีที่ใช่ แม้จะมีติดขัดสะดุดบ้าง อาจจะไม่ใช่หนังผีที่สุดๆ แต่ก็ โอเคน่ากลัวดีงาม ใน ระดับ 9/10 หัวกระโหลก

‘ปู ไปรยา’ แท็กทีม ‘พีต้า’ เรียกร้องปล่อยช้างที่ถูกขังและทารุณในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

‘ปู ไปรยา’ แท็กทีม ‘พีต้า’ เรียกร้องปล่อยช้างที่ถูกขังและทารุณในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

‘ปู ไปรยา’ แท็กทีม ‘พีต้า’ เรียกร้องปล่อยช้างที่ถูกขังและทารุณในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำหรับวันช้างโลก ที่ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมที่ใกล้จะถึงนี้ ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ได้แท็กทีมกับพีต้าออกมาเรียกร้องให้กับช้างที่ถูกขังและทารุณในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งนี้เธอได้สวมเสื้อยืดพร้อมตัวหนังสือที่เขียนว่า “Abuse No Elephants” (หยุดทำร้ายช้าง) นักแสดงชื่อดังจากซีรีส์ The White Lotus เปล่งเสียงที่เธอมี เรียกร้องให้ทุกคนเห็นถึงปัญหาของการที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวบังคับให้ช้างเอาคนขึ้นขี่หลัง ทำการแสดงเพื่อเรียกเงิน หรือกักขังให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ โดยรูปภาพดังกล่าวได้แนบมาพร้อมกับอีเมลฉบับนี้  

เราหวังว่าช้างทุกตัวจะได้อยู่อย่างอิสระในป่าหรือในศูนย์อนุรักษ์ ไม่ใช่ถูกบังคับให้มาแสดงให้นักท่องเที่ยวดูหรือเป็นเบาะนั่งให้ใครขึ้นมาขี่” ปู ไปรยากล่าว “ปูว่า บางที แทนที่จะเรียกวันนี้ว่า วันช้างโลก เราน่าจะเรียกมันใหม่ว่า วันปล่อยให้ช้างได้ใช้ชีวิต มากกว่า”  

พีต้าและปู ไปรยาขอร้องให้นักท่องเที่ยวหยุดสนับสนุนสถานที่เที่ยวที่หากินกับช้างโดยการบังคับให้ช้างปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นที่ที่มีกิจกรรมให้คนอาบน้ำให้ช้าง ป้อนอาหารช้าง หรือแม้กระทั่งบังคับให้ช้างถ่ายรูปร่วมกับคน ปกติแล้วโดยตามธรรมชาติ ช้างจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มอย่างแน่นแฟ้น เดินกันเป็นโขลงไปที่ไกล ๆ และคอยดูแลซึ่งกันและกัน แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ ช้างมักถูกทุบตีให้อยู่ในโอวาท โดนล่ามโซ่เมื่อไม่ยอมทำการแสดง และปราศจากการได้รับสิ่งอื่น ๆ ที่ทำให้ช้างเหล่านี้รู้สึกว่าตัวเองคู่ควรกับการมีชีวิตอยู่

คู่รักคู่บุญ ‘กระแต อาร์สยาม –โตชิ’ สมทบทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน เพื่อฟื้นฟูจากอุทกภัยน้ำท่วม

คู่รักคู่บุญ ‘กระแต อาร์สยาม –โตชิ’ สมทบทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน เพื่อฟื้นฟูจากอุทกภัยน้ำท่วม

คู่รักคู่บุญ ‘กระแต อาร์สยาม –โตชิ’ สมทบทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน เพื่อฟื้นฟูจากอุทกภัยน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นผู้บริหารใจบุญแห่งแบรนด์ดัง KATHY AMREZ สำหรับ “แตร บุญยะเลี้ยง (กระแต อาร์สยาม) – โตชิ (จิรทีปต์ ปันธิ)” คู่รักนักธุรกิจที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ปัง ล่าสุดทั้งคู่ตั้งใจอย่างแรงกล้าในการช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรง โดยทั้งคู่เปิดไลฟ์เพื่อจำหน่ายและนำรายได้ จำนวน 500,000 บาท ไปมอบเพื่อฟื้นฟูอาคารสถานที่ และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล ที่เสียหายหนักจากอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดน่าน  โดยทางครอบครัวของ กระแต-โตชิ เป็นตัวแทนเดินทางไปมอบให้กับทางโรงพยาบาลฯทั้งนี้ กระแต เปิดเผยว่า

 เหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมืองตอนนี้นับว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องที่กระทบกับใจของพวกเราคนไทยทุกคน โดยเฉพาะ แตรเอง รู้สึกว่าเหตุการณ์ต่างๆ มันหนักเหลือเกิน แต่แตรและโตชิ อยากลุกมาทำอะไรที่อย่างน้อย เป็นประโยชน์และได้ช่วยเหลือพี่น้องได้บ้าง ทำเท่าที่้เราสามารถช่วยได้ เรามองว่าเหตุการณ์น้ำท่วม เราเคยผ่านมันมาหลายครั้ง และปลายทาง คือ โรงพยาบาล สถานที่ที่คนอยากจะไปพึ่งพิงในด้านสุขภาพ ซึ่งได้รับความเสียหาย เลยตั้งใจกันว่าเปิดไลฟ์เลย แล้วเอาเงินไปช่วยบริจาค เราสมทบทุนส่วนตัวเข้าไปด้วย และบวกกับคนไทยที่เข้าไปช่วยซื้อสินค้าในไลฟ์ เพื่อร่วมบุญกันในครั้งนี้ อาจจะเป็นเงินที่ไม่ได้มากเมื่อเทียบกับความเสียหาย แต่หนูเชื่อว่าใครสามารถช่วยอะไรได้ หยิบยื่นอะไรให้กันได้ในภาวะนี้ ก็อยากจะช่วยค่ะ ท้ายสุดก็อยากฝากกำลังใจไปถึงทุกๆ คนที่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตกันต่อได้ สู้ไปด้วยกันค่ะ!  สำหรับเงินบริจาคดังกล่าว ทางโรงพยาบาลน่าน จะนำไปใช้เพื่อฟื้นฟูอาคารสถานที่ และจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากการอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดน่านต่อไป

‘ทักษิณ’ มอบเงิน 2.6 ล้าน สมทบโครงการบ้านเพื่อคนไทย จัดทำบ้านน็อคดาวน์ให้ปชช.

'ทักษิณ' มอบเงิน 2.6 ล้าน สมทบโครงการบ้านเพื่อคนไทย จัดทำบ้านน็อคดาวน์ให้ปชช.

‘ทักษิณ’ มอบเงิน 2.6 ล้าน สมทบโครงการบ้านเพื่อคนไทย จัดทำบ้านน็อคดาวน์ให้ปชช.

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

‘ทักษิณ’ มอบ 2.6 ล้าน สมทบโครงการบ้านเพื่อคนไทย จัดทำบ้านน็อคดาวน์ให้ปชช.ที่บ้านพังจากเหตุสู้รบกัมพูชา

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากโครงการบ้านเพื่อคนไทย ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำบ้านแบบน็อคดาวน์สำเร็จรูป มอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จนบ้านเรือนพังเสียหาย ซึ่งนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มอบให้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ดำเนินการส่งมอบให้ประชาชนในวันที่ 12 ส.ค.นี้ 

โดยเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้จัดส่งบ้านแบบน็อคดาวน์ เดินทางไปยังพื้นที่อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี จัดผู้ต้องขังชั้นดีจากเรือนจำกลางอุบลราชธานี มาดำเนินการรื้อถอนบ้านที่พังเสียหาย และซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง

ข่าวแจ้งว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ร่วมบริจาคเงิน 2,600,000 บาท สมทบโครงการบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูป บ้านเพื่อคนไทยด้วย โดยขอร่วมแสดงความห่วงใย และส่งมอบกำลังใจให้กับประชาชนคนไทย ที่บ้านพักได้รับความเสียหายจากการถูกยิงด้วยอาวุธ

‘สุชาติ’จี้ พศ. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ปมปัญหาวัดพระบาทน้ำพุ

'สุชาติ'จี้ พศ. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ปมปัญหาวัดพระบาทน้ำพุ

‘สุชาติ’จี้ พศ. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ปมปัญหาวัดพระบาทน้ำพุ

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.46 น.

“สุชาติ” จี้ พศ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ปมปัญหาวัดพระบาทน้ำพุ ลั่น หากผิดจริงดำเนินการตามระเบียบ ติงสำนักพุทธฯประจำจังหวัดหย่อนยานหรือไม่-รู้ปัญหาหลังเกิดเหตุตลอด

เมื่อวันที่ 12 ส.ค.68 นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นภายในวัดพระบาทน้ำพุว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้สำนักสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบสำนักพุทธศาสนาประจำจังหวัดที่ตั้งของวัดพระบาทน้ำพุแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น และก่อนหน้านี้ตนได้เคยมอบนโยบายให้  พศ. ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับเพียงอย่างเดียว 

นายสุชาติ กล่าวว่า ตนได้กำชับให้สำนักงานพระพุทธศาสนา เข้าไปติดตามการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด ว่าปฎิบัติหน้าที่หย่อนยานหรือไม่ เพราะสังเกตว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มักจะรู้ปัญหาหลังจากที่เกิดเหตุเสมอ ทั้งกรณีที่เกิดขึ้นภายในวัดพระบาทน้ำพุ และกรณีอื่นๆด้วย 

“อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในวัดพระบาทน้ำพุ เราจะดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง โดยเร็วที่สุด และหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายกระทำความผิด จะดำเนินการตามระเบียบ และกรอบอำนาจที่ที่ทำได้ ผมในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแล พศ.จะเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการพระสงฆ์ให้เกิดความกระจ่าง เพื่อเรียกความศรัทธาคืนให้กับประชาชน”  นายสุชาติ กล่าว

จับตาพรุ่งนี้!! ‘สมชัย’ มองยืดเวลาปมคลิปเสียง เปิดทางลาออก ก่อนจำหน่ายคดี

จับตาพรุ่งนี้!! 'สมชัย' มองยืดเวลาปมคลิปเสียง เปิดทางลาออก ก่อนจำหน่ายคดี

จับตาพรุ่งนี้!! ‘สมชัย’ มองยืดเวลาปมคลิปเสียง เปิดทางลาออก ก่อนจำหน่ายคดี

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.26 น.

‘สมชัย’ระบุให้จับตาพรุ่งนี้!! ศาลรธน.จะนัดถกคดีคลิปเสียง’นายกอิ๊งค์’คุย’ฮุนเซน’ ชี้ไม่ควรปล่อยให้มีรักษาการนานๆ มองยืดเวลาเปิดทางให้ลาออก ก่อนจำหน่ายคดี

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร  นักวิชาการ  ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีการพิจารณาคำร้องของ สว. ให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160(4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฯฮุนเซน เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้เวลานางสาวแพทองธาร ส่งเอกสารที่แจ้งภายใน 15 วันและขยายเวลาให้ส่งคำชี้แจง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก 15 วันและครั้งที่ 2 อีก 5 วัน ซึ่งวันสุดท้ายของการส่งคำชี้แจงคือวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2558 โดยนายกรัฐมนตรีได้ทรงคำชี้แจงในวันดังกล่าว

นายสมชัย ระบุว่าโดยปกติศาลรัฐธรรม นูญจะมีการประชุมในวันพุธ ดังนั้น วันพุธที่ 6 สิงหาคม ควรจะมีความคืบหน้าหรือ มีการนัดหมายว่าจะวินิจฉัยคดีดังกล่าวในวันใด แต่จนถึงวันนี้ 12 สิงหาคม ยังไม่ปรากฏข่าวใด ๆ  พร้อมระบุเหตุผลว่ามีทั้งเป็นข้อเท็จจริงและการคาดเดา คือ

1. วันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ศาลไม่สามารถนัดประชุมได้ เนื่องจากวันที่ 4-9 สิงหาคม 2568 ตุลาการศาลรัฐธรรมจำนวน 5 คน ได้แต่ นายนครินทร์  เมฆไตรรัตน์ /นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม / นายนภดล เทพพิทักษ์ / นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยเจริญกุล  มีภารกิจ นำคณะผู้อบรมหลักสูตร “ข้าราชการศาลฯ ระดับอำนวยการ รุ่นที่ 1” ได้ศึกษาดูงานที่ประเทศอินเดีย

2. คาดเดาว่า การนัดหมายวินิจฉัยน่าจะมีขึ้นในการประชุมวันพุธที่ 13 สิงหาคม 2568 และวันที่นัดหมายอาจเป็น 20 หรือ 27 สิงหาคม 2568 ไม่ควรล่าช้ากว่านั้น  เพราะคดีนี้เป็นคดีสำคัญและไม่ควรปล่อยให้ประเทศอยู่ในภาวะมีแต่นายกรัฐมนตรีรักษาการนานเกินไป

3. การดึงเวลาให้ล่าช้าออกไป อาจเป็น การเปิดโอกาสให้นางสาวแพทองธาร ตัดสินใจลาออกเอง ซึ่งจะทำให้ตัวเองยังมีอนาคตทางการเมือง และ ศาลอาจจะรู้สึกสบายใจมากกว่าที่ไม่ต้องวินิจฉัย เนื่องจากผู้ถูกร้องเรื่องคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เมื่อไม่มีสถานะเป็นรัฐมนตรีแล้วก็สามารถจำหน่ายคดีทิ้ง ไม่ต้องวินิจฉัยให้เป็นประเด็นอะไรอีก

นายสมชัย ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “รอดูพรุ่งนี้ จะมีวันนัดหรือไม่”  

ทบ.เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง หลัง’เขมร’แหกกฎ วางทุ่นระเบิดโจมตีทหารไทย

ทบ.เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง หลัง'เขมร'แหกกฎ วางทุ่นระเบิดโจมตีทหารไทย

ทบ.เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง หลัง’เขมร’แหกกฎ วางทุ่นระเบิดโจมตีทหารไทย

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.10 น.

ทบ. เตรียมใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง หลังถูกบีบบังคับ กัมพูชาละเมิดหยุดยิง ใช้อาวุธซ่อนเร้น วางทุ่นระเบิด โจมตีทหารไทย สอดรับ ไม่รับข้อเสนอเก็บกู้ เวทีจีบีซี

12 ส.ค.พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 09.10 น. สิบเอก ธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 พร้อมกำลังพลรวม 7 นาย ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย บนเส้นทางประจำ ห่างจากปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างปฏิบัติภารกิจ สิบเอก ธีรพลฯ ได้เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาลอบวางไว้ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณข้อเท้าซ้าย ปัจจุบันได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลพนมดงรัก อาการพ้นขีดอันตรายแล้

เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และไม่เคารพต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้และวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทุกชนิด นับเป็นการลอบโจมตีที่มีเป้าหมายต่อกำลังพลฝ่ายไทยโดยตรง และเกิดขึ้นในเขตแดนไทย

ยิ่งไปกว่านั้น เหตุลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึงเจตนาร้ายและพฤติกรรมต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชาในการคุกคามฝ่ายไทย และละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนไทย สวนทางกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศในการประชุม GBC ที่ผ่านมา จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า การใช้อาวุธโดยฝั่งกัมพูชายังคงมีอยู่ตลอดเวลาในช่วงมีข้อตกลงหยุดยิง

ยอมรับว่าพฤติกรรมและการกระทำลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการในมาตรการหยุดยิงอย่างแน่นอน รวมถึงเป็นท่าทีที่ชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาต้องการจะคุกคามฝ่ายไทย ด้วยการใช้อาวุธทางทหารในรูปแบบซ้อนเร้นไม่เปิดเผย  ทำให้เชื่อได้ว่ากัมพูชายังคงดำรงความมุ่งหมายที่จะทำร้ายฝ่ายไทยด้วยรูปแบบลอบทำร้ายอยู่เช่นนี้ตลอดเวลา  ถึงแม้ว่า ณ ช่วงเวลานี้จะอยู่ในช่วงการตกลงที่จะหยุดยิง ซึ่งต้องไม่มีการใช้อาวุธต่อกันในทุกรูปแบบ 

นอกจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นยังสอดรับกันอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะจากการที่กัมพูชาไม่ยอมตอบรับข้อเสนอฝ่ายไทย ในเรื่องของทุ่นระเบิดจากการประชุม GBC ในครั้งที่ผ่านมา  จึงเชื่อว่าเรื่องทุ่นระเบิดนี้น่าจะมีการวางแผนใช้กันมาอย่างเป็นระบบเพื่อเจตนานำมาใช้คุกคามทำร้ายฝ่ายไทย 

ซึ่งที่ผ่านมากองทัพบกได้ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีมาโดยตลอด และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่หากสถานการณ์บีบบังคับก็อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ในป้องกันตนเองภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศในการคลี่คลายสถานการณ์ที่ทำให้ฝ่ายไทยต้องสูญเสียกำลังพลอย่างต่อเนื่อง จากการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและรุกล้ำอธิปไตยของทหารกัมพูชา

เปิดภาพจุดเกิดเหตุ ‘ทหารเหยียบกับระเบิด’ ที่ปราสาทตาเมือนธม

เปิดภาพจุดเกิดเหตุ 'ทหารเหยียบกับระเบิด' ที่ปราสาทตาเมือนธม

เปิดภาพจุดเกิดเหตุ ‘ทหารเหยียบกับระเบิด’ ที่ปราสาทตาเมือนธม

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.52 น.

เปิดภาพ ‘ทหารพรานเหยียบกับระเบิด’ ขนาดหลุมกว้าง 70-100 ซม. พบเศษซากทุ่นระเบิด PMN-2 กระจายทั่วบริเวน

12 ส.ค. 68 จากกรณีทหารไทย หน่วยทหารพรานร้อย.ทพ.2610 ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ส่งผลกำลังพลเหยียบกับระเบิด ได้รับบาดเจ็บสูญเสียขา 1 นาย ขณะลาดตระเวน หลังรั้วลวดหนาม ฐานจุ๊บตาโมก ฝั่งตะวันตกของปราสาทตาเมือนธม 

โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลุมกว้างประมาณ 70 เซนติเมตร ถึง 100 เซนติเมตร มีเศษผ้าลายพรางซึ่งคาดว่าเป็นกางเกงของทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บ และบริเวณหลุมระเบิดยังมีเศษซากของ ทุ่นระเบิด PMN-2 กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ที่ทางทหารกัมพูชาได้วางไว้ก่อนที่จะล่าถอยออกจากเขตประเทศไทย

.-008 

ทอ.ชี้ 5 วัน F-16 สู้ศึกชายแดนไทย-กัมพูชา เล็งเป้าหมายแม่นยำ ย้ำตอบโต้ยึดหลักสากล

ทอ.ชี้ 5 วัน F-16 สู้ศึกชายแดนไทย-กัมพูชา เล็งเป้าหมายแม่นยำ ย้ำตอบโต้ยึดหลักสากล

ทอ.ชี้ 5 วัน F-16 สู้ศึกชายแดนไทย-กัมพูชา เล็งเป้าหมายแม่นยำ ย้ำตอบโต้ยึดหลักสากล

วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.22 น.

เพจ ทอ. ชี้ 5 วัน F-16 สู้ศึกชายแดนไทย-กัมพูชา โชว์แสนยานุภาพ ครองอากาศ -โจมตีสนับสนุน  เล็งเป้าหมายทหาร ข่มขวัญข้าศึก แม่นยำ ย้ำ การตอบโต้ยึดหลักสากล-กฎบัตรสหประชาชาติ

12 ส.ค.เพจกองทัพอากาศไทย โพสต์ข้อความระบุว่า “F-16 to you!! / รักสงบF-16 จบให้! แม้จะประจำการในกองทัพอากาศไทยมากว่า 37 ปี  เครื่องบินรบแบบ F-16 A/B หรือ บข.19 นามเรียกขานตามแบบของกองทัพอากาศ ยังคงเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติภารกิจคุ้มครองน่านฟ้าในปัจจุบัน  ในฝูงบินรบหลัก คือ ฝูงบิน103 และฝูงบิน 403 

ตลอดเวลาที่ผ่านเครื่องบินรบแบบ F-16 A/B ได้ปฏิบัติภารกิจการป้องปราม สกัดกั้นและภารกิจพิเศษมาโดยตลอด และในความขัดแย้งด้านพรมแดนกับประเทศกัมพูชา ที่เกิดขึ้นกินเวลา 5วัน  การรบในครั้งนี้ได้เป็นเวทีให้ F-16 A/B ได้แสดงแสนยานุภาพ ทั้งการครองอากาศ และการโจมตีสนับสนุนการรบภาคพื้นดิน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างจุดเปลี่ยนทางการรบด้วยการทำลายเป้าหมายทางการทหาร ได้อย่างหนักหน่วง และแม่นยำ  สามารถทำลายขวัญและกำลังใจของข้าศึกได้อย่างเต็มรูปแบบ 

ด้วยวิสัยทัศน์ในการจัดหาระบบอาวุธที่มีความทันสมัย และทำการปรับปรุงตามระยะห้วงเวลา พร้อมกับการฝึกฝนให้กำลังพลและนักบินมีความพร้อมในการปฏิบัติงานการรบทางอากาศมาอย่างต่อเนื่อง คือปัจจัยหลักของการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการยุทธบดินทร์ ที่สามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศ ได้อย่างรุนแรงและเฉียบขาด ทำให้ชื่อของ F-16 ที่คนไทยได้รู้จัก และร่วมเป็นประจักษ์พยานในสมรรถนะและความสำเร็จของเครื่องบินรบแบบนี้  ที่พิสูจน์ให้เห็นว่ากองทัพอากาศไทยมีขีดความสามารถในการรบได้อย่างเต็มรูปแบบ  และ พร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรูปแบบต่างๆด้วยความเท่าทันในเทคโนโลยีการรบทางทางอากาศยุคใหม่ ในฐานะ The Unbeatable Air Force

กองทัพอากาศขอยืนยันว่าการปฏิบัติการครั้งนี้ยึดถือการตอบโต้ตามหลักสากลที่ได้สัดส่วน คำนึงถึงมนุษยธรรม ตามกฎบัตรสหประชาชาติมาตราที่ 51 ในการป้องกันตนเอง”