CEA ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี เปิดบ้านจัดประกวด ‘รสเพ็ดรีประจำบ้าน’ จับคู่ ‘แม่ครัวหัวเตา x แม่ครัวรุ่นเยาว์’ เสิร์ฟรสมือคนเมืองเพชรมุมใหม่

CEA ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี เปิดบ้านจัดประกวด ‘รสเพ็ดรีประจำบ้าน’ จับคู่ ‘แม่ครัวหัวเตา x แม่ครัวรุ่นเยาว์’ เสิร์ฟรสมือคนเมืองเพชรมุมใหม่

CEA ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี เปิดบ้านจัดประกวด ‘รสเพ็ดรีประจำบ้าน’ จับคู่ ‘แม่ครัวหัวเตา x แม่ครัวรุ่นเยาว์’ เสิร์ฟรสมือคนเมืองเพชรมุมใหม่

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรี  จัดกิจกรรม “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน (Cooking Competition)” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แคมเปญรสเพ็ดรีมีดีไม่เหมือนใคร หลังจากประสบความสำเร็จกับกิจกรรม “รสเพ็ดรี สุกี้สายพาน” ในปีที่    ผ่านมา พร้อมด้วยนิทรรศการสำรวจวัตถุดิบและอาหารเมืองเพชร กิจกรรมสุดพิเศษจากสวนตาลลุงถนอม และพลาดไม่ได้กับการเปิดครัวต้อนรับความคิดสร้างสรรค์จาก 3 คู่ ได้แก่ 3 แม่ครัวหัวเตา x 3 แม่ครัวนักเล่าเรื่องรุ่นเยาว์ ที่จะมานำเสนอเรื่องราวผ่านมื้ออาหารในรูปแบบที่ทุกคนไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในวันที่  22 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 14.30 น. ณ สวนตาลลุงถนอม อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี กิจกรรมรับจำนวนจำกัด ผู้ที่สนใจสามารถ Walk-in ได้ที่งาน

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)

เมื่อเอ่ยถึงอาหารเมืองเพชรบุรี ทั้งวัตถุดิบ รสชาติ ล้วนเผยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ในทุกคำ รสชาติแฝงไว้ด้วยเรื่องราวและเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่  “อาหารเมืองเพชร” จึงไม่ใช่แค่ “มื้อพิเศษ” หากแต่คือ “เรื่องราว” ของผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่มายาวนาน สู่การยกระดับเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” ของเพชรบุรี ภายใต้เครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ในปี 2564 การได้รับการยอมรับในระดับสากลนี้ ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมอาหาร แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ “คนเพ็ดรี” ได้อนุรักษ์ ต่อยอด และพลิกโฉมอาหารพื้นถิ่น  ให้ร่วมสมัย ถ่ายทอดเสน่ห์และอัตลักษณ์ของเมือง พร้อมเป็นทรัพยากรสำคัญที่ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ ของประเทศให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ    

“คนครัวเมืองเพชร” ไม่ได้มีฝีมือเพียงแค่การปรุงให้อร่อย แต่ยังเป็น “นักเล่าเรื่องผ่านรสมือ”  ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หลากหลาย การเตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันให้มีคุณภาพมากที่สุด รวมถึงเคล็ดลับที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน นอกจากนี้ ยังมี ทักษะในการผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ เห็นได้จากการดัดแปลงอาหารพื้นถิ่น เช่น พาสต้าชะคราม หรือไข่เจียวต้มยำสูตรเพชรบุรี ให้มีความร่วมสมัยและถูกใจนักชิมในทุกช่วงวัย

สำหรับใครที่เคยคิดว่าการทำอาหารเป็นเพียงการรังสรรค์เมนูออกมาให้ถูกปากเท่านั้น CEA จะพาไปเปิดมุมมองใหม่กับ 3 แม่ครัวหัวเตารุ่นเก๋า x 3 แม่ครัวนักเล่าเรื่องรุ่นเยาว์ ที่ตั้งใจเปิดเมนูพิเศษภายใต้กิจกรรม “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน (Cooking Competition)” โดยรังสรรค์อาหารเป็นสื่อกลาง ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต วัฒนธรรม และหัวใจของบ้านเกิด พร้อมเสิร์ฟรสเพ็ดรีด้วยเทคนิคการปรุงรสเฉพาะตัวในแต่ละคู่ ซึ่งไม่เพียงเป็นที่น่าจดจำด้วยความอร่อย  แต่ยัง ‘มีเรื่องเล่า’ คู่กันไปด้วย   

แหวน แม่ครัวรุ่นเก๋าประจำครัวกะเหรี่ยงโปว์ และ ซูซี่แม่ครัวรุ่นใหม่  โดย แหวน เป็นผู้น ด้านการทำอาหารที่สะท้อนชีวิตของชุมชนด้วยเทคนิคลับจากรสมือที่เฉพาะตัว และมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดทำอาหารมื้อพิเศษสำหรับเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ของชุมชน เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลทำบุญช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ฯลฯ ทางด้าน ซูซี่ เป็นแม่ครัวรุ่นใหม่ที่สนใจกรรมวิธีการทำอาหารของชุมชนกะเหรี่ยงโปว์ พร้อมสืบสานวัฒนธรรมการทำอาหารในชุมชนให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้น การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้านในปีนี้  ทั้งแม่ครัวแหวนและแม่ครัวซูซี่มาด้วยเมนู “ชะเลียงเปล” หรือน้ำพริกกะทิ ซึ่งใช้พริกกะเหรี่ยงและข้าวพื้นบ้านในชุมชนหนองหญ้ามาเป็นวัตถุดิบในการเล่าเรื่อง

ติ๋มและพลอย แม่ครัวจากชุมชนลาวโซ่ง  โดย ติ๋ม คือแม่ครัวคนสำคัญของชุมชนลาวโซ่ง  บ้านหนองปรง ซึ่งมีวิธีการทำอาหารที่สะท้อนภูมิปัญญาของชาวลาวโซ่งได้อย่างเชี่ยวชาญ เช่น เรื่องการถนอมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ หรือการเลือกสรรวัตถุดิบ โดย แม่ครัวติ๋ม มักได้รับบทบาทเป็นผู้นำการทำอาหารในเทศกาลสำคัญของชุมชนลาวโซ่ง ทางด้าน พลอย แม่ครัวรุ่นเยาว์ที่สนใจการทำอาหารฉบับลาวโซ่ง ทั้งคู่พร้อมที่จะสื่อสารวัฒนธรรมชาวลาวโซ่งออกไปสู่คนภายนอ และจะเล่าเรื่องผ่านเมนู “แกงหน่อส้ม” และ “น้ำพริกรสเผ็ดร้อน” เฉพาะตัวจากพริกพราน  ทานคู่กับหมูลอยและปลาแม่น้ำแดดเดียวทอด

เตี้ย แม่ครัวเตาวัดใหญ่ และ นัท แม่ครัวรุ่นใหม่ โดย เตี้ย คือหัวหน้าแม่ครัวประจำโรงครัว วัดใหญ่สุวรรณาราม มีความเชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหารแบบชาวไทยและชาวจีนเมืองเพชรแต่ละเมนูจึงสะท้อนรสชาติแห่งเพ็ดรีอย่างแท้จริง ทางด้าน นัทคือแม่ครัวรุ่นใหม่ที่มีความสนใจเรื่องอาหารเพชรบุรี โดยเล็งเห็นว่าอาหารที่มีรสชาติเฉพาะตัวนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้ง        สร้างเอกลักษณ์ความสร้างสรรค์เฉพาะตัวให้กับพื้นที่ สำหรับเวทีประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน    ทั้งแม่ครัวเตี้ย และแม่ครัวนัทพร้อมเสนอเมนู “ยำใหญ่แบบเพ็ดรี” ที่เคี่ยวจากน้ำตาลโตนดและเกลือบ้านแหลม ที่มีรสชาติกลมกล่อมแบบเพชรบุรี

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)  กล่าวทิ้งท้ายว่า CEA และจังหวัดเพชรบุุรี พร้อมสนับสนุนระบบนิเวศสร้างสรรค์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมที่ยกระดับอาหารท้องถิ่นเพชรบุรีให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล เพราะอาหารไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้อิ่มท้องเท่านั้น หากยังเป็นภาษาสากลที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอย่างงดงาม นอกจากนี้ กิจกรรม “การประกวดรสเพ็ดรีประจำบ้าน (Cooking and Storytelling Competition)” ยังเป็นพื้นที่ส่งต่อกรรมวิธีการทำอาหารเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนทุกรุ่นได้เห็นคุณค่าในวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน พร้อมส่งต่อรสชาติและเรื่องราวของเพชรบุรีให้ไปไกลด้วยความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น”

 ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ณ สวนตาลลุงถนอม จังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ช่องทางFacebook www.facebook.com/CreativeEconomyAgency และ Instagram Tasteofphetch

ท็อปส์ อัปไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้ง ‘ดีต่อใจ-ดีต่อโลก’ เปิดแคมเปญ ‘Pretty Ugly Bag’ พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต

ท็อปส์ อัปไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้ง ‘ดีต่อใจ-ดีต่อโลก’ เปิดแคมเปญ ‘Pretty Ugly Bag’ พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต

ท็อปส์ อัปไซเคิลป้ายไวนิลเก่าสู่กระเป๋าช้อปปิ้ง ‘ดีต่อใจ-ดีต่อโลก’ เปิดแคมเปญ ‘Pretty Ugly Bag’ พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ต่อยอดแนวคิดรักษ์โลกอย่างยั่งยืนและจับต้องได้ ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดตัวแคมเปญ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ หนุนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการอัปไซเคิลป้ายไวนิลเก่าใช้แล้วจากร้านท็อปส์ เดลี่ สู่กระเป๋าช้อปปิ้งใบใหม่ที่สื่อสารความตั้งใจของการช่วยโลก พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ฟรีตลอดชีวิต เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริง ตั้งเป้าเฟสแรกผลิตกระเป๋าจากไวนิลเก่าที่ใช้งานแล้วบริเวณหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ จำนวนกว่า 20,400 ใบ ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

แคมเปญดังกล่าวตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนของ ท็อปส์ ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฟสแรกจะเริ่มจำหน่ายที่ท็อปส์ เดลี่ ใน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ในราคาเพียง 89 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และคาดว่าจะจำหน่ายต่อเนื่องในเฟสที่สองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

จักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

นายจักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ปัจจุบันขยะพลาสติกยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย โดยรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกสูงกว่า 2.88 ล้านตัน ท็อปส์ ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกด้านอาหารของไทยที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ  โดยมีนโยบายการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการลดใช้ทรัพยากร (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย ล่าสุด ได้จัดแคมเปญพิเศษขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยนำวัสดุจากป้ายไวนิลโฆษณาหน้าร้านท็อปส์ เดลี่ ภายหลังจากใช้งานแล้วซึ่งมีจำนวนถึง 10,248 ชิ้นต่อปี มาอัปไซเคิลใหม่เพิ่มมูลค่าให้กับไวนิลที่ใช้แล้วเป็นกระเป๋าสำหรับใส่ของ ภายใต้ชื่อ  ‘Pretty Ugly Bag’ กระเป๋า ไม่สวย แต่ช่วยโลกได้ โดยตั้งเป้าในเฟสแรกจะนำร่องนำไวนิลที่ใช้แล้วจำนวนประมาณ 50% จากไวนิลทั้งหมดมาทำเป็นกระเป๋ากว่า 20,400 ใบ พร้อมสื่อสารแนวคิดของกระเป๋าที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักษ์โลกที่ถึงแม้ว่าจะทำจากวัสดุที่ใช้แล้วและอยู่ในสภาพที่ไม่สวยและเก่า แต่ก็แข็งแรง ทนทาน และมีเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละใบที่ต่างกัน สร้างความภาคภูมิใจให้ผู้ที่ถือกระเป๋าดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน

สำหรับ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ugly Bag, Pretty World” กระเป๋าที่ทำจากป้ายไวนิลโฆษณาที่เลิกใช้งานแล้ว จัดวางจำหน่ายในราคา 89 บาท พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใบใหม่ เมื่อชำรุดจากการใช้งานจริงได้ฟรีตลอดชีวิต ที่ท็อปส์ เดลี่ จำนวน 10 สาขา ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี ได้แก่ สาขาเดอะซีซัน พหลโยธิน 1, สาขาสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาสุขุมวิท 33, สาขาซันพลาซ่า, สาขาซัมเมอร์ฮิลล์, สาขาเคแอล วิลลา ลาดกระบัง, สาขาศูนย์ราชการ, สาขาเดอะไลท์เฮ้าส์, สาขาเรสซิเดนท์ ทองหล่อ และสาขาสำนักงานใหญ่  เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ชั้น 17)

โครงการ “Pretty Ugly Bag” กระเป๋าไม่สวยแต่ช่วยโลกได้ เป็นหนึ่งในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของ ท็อปส์  ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “12 Missions to Sustainable Retail” เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 มีแนวทางที่กระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกตามแนวคิด “Small Acts Together” ทั้งนี้ การนำไวนิลเก่ามาอัปไซเคิลเป็นกระเป๋าในโครงการนี้ จะสามารถช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก ResearchGate  ที่ระบุว่าการอัปไซเคิลป้ายไวนิลสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 78% เมื่อเทียบกับการผลิตจากวัสดุใหม่

“ท็อปส์มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติ ทั้งการสรรหาสินค้าด้วยความรับผิดชอบ การสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย โดยก่อนหน้านี้               ในปี 2561 ท็อปส์ ได้มีการประกาศงดให้ถุงหูหิ้วพลาสติกสำหรับใส่สินค้า นับเป็นค้าปลีกรายแรกที่ริเริ่ม                    การขับเคลื่อนเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติกในร้านค้าปลีกอย่างจริงจัง อีกทั้งยังติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขา สแตนด์อโลน การใช้ตู้เย็นประหยัดพลังงานที่ลดการใช้ไฟได้ถึง 35% การใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า การปรับบรรจุภัณฑ์เบียร์จากขวดแก้วสู่กระป๋องอะลูมิเนียมบนเกาะพะงัน รวมถึงโครงการส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่ชุมชน ที่ต้องการทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกก้าวที่เราทำเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้คนและโลกอย่างแท้จริง” นายจักรกฤษณ์ กล่าวสรุป

ร่วมรักษ์โลกไปกับท็อปส์ได้แล้ววันนี้! ช้อปกระเป๋า “Pretty Ugly Bag” ได้ที่ท็อปส์ เดลี่ ทั้ง 10 สาขา ในราคาเพียง 89 บาท สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก Tops Thailand, หรือแอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand

คุณแหน : 22 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 22 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 22 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร ให้การต้อนรับ พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนล่าง) พร้อมคณะวุฒิสมาชิก ในโอกาสลงพื้นที่หารือและรับฟังความคิดเห็นและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จ.กำแพงเพชรและพิจิตร โดยมี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ..
  • ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์..
  • สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ สนับสนุนยารักษาโรคผิวหนังแก่กำลังพลทหารภาคสนาม ในพื้นที่ชายแดน รองรับภารกิจป้องกันชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2568..
  • พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา เลี้ยงยินดีให้ ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์ ที่ได้รางวัลสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568 งานนี้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส, จตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา, นฤมล บุญสนอง,คเณตร์ เลิศหิรัญวิบูลย์, พญ.กุสุมา คุณาวงษ์กฤต, ทวีชัย หวาง ร่วมด้วย..
  • ดร.ภาสกร ประถมบุตร เป็นประธานเปิดการอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะรุ่นที่ 5 โดยมี พิชชากร วัชรานุรักษ์ ให้การต้อนรับ..
  • วันเกิดปีนี้ ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ นอกจากจะทำบุญที่บริษัทแล้วยังจัดเลี้ยงน้องๆพนักงานกว่า 200 คนด้วย..
  • งานวันคล้ายวันเกิด รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ครบรอบ 173 ปี ภายใต้ชื่องาน “ทุกความทรงจำดี ๆ ก.ท 173 ปี ภาพเหล่านี้สะท้อนเรื่องราว” โดยมี วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ ให้การต้อนรับ พลเอกศานติ ศกุนตนาค BCC130 ประธานเปิดงาน และ สุเมธ สุรบถโสภณ นายกสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย พร้อมด้วย คณะกรรมการสมาคมฯ และผู้แทนจาก สมาคมผู้ปกครองและครู รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เข้าร่วม..
  • เพื่อนๆยินดีกับ ดร.อริสราวัลย์ ธนาสินสิริ จาก มกอช.ที่จะเข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ ในงาน New Zealand Education Fair 2025 ที่รวมทุกคำตอบเรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ 30 ส.ค. นี้..
  • เทอดศักดิ์ คุณาประเสริฐ วันเกิดแซยิดปีนี้ได้ไปทำบุญถวายสังฆทาน ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร ราชบุรี..
  • น่าชื่นชมศิลปินน้ำดี พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล (บิวกิ้น) พร้อมครอบครัว ได้บริจาคเครื่องมือแพทย์ชุดส่องกล้องลำไส้ ให้กับรพ.ปัตตานี เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษามะเร็งลำไส้ให้กับผู้ป่วยในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้..
  • เตรียมพบกับงาน Thailand-China Cooperation Expo 2025 มหกรรม ไทย-จีน ครบทุกมิติ สุดยิ่งใหญ่ ที่เกิดจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น 50 ปี ไทย-จีน 26-28 กย. เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ชาเลนเจนส์ ฮอลล์ 2-3, อิมแพ็ค เมืองทองธานี..

น้องใหม่

ขอรับใช้ชาติ! ‘ริว ภาสกร’ดาราซีรีส์วาย ตัดสินใจสมัครทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน

ขอรับใช้ชาติ! 'ริว ภาสกร'ดาราซีรีส์วาย ตัดสินใจสมัครทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน

ขอรับใช้ชาติ! ‘ริว ภาสกร’ดาราซีรีส์วาย ตัดสินใจสมัครทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.01 น.

22 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force โพสต์ข้อความเผยเรื่องราวของ “ริว ภาสกร” นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์วายชื่อดัง OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ตัดสินใจเข้าสมัครรับราชการทหาร และขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าที่ชายแดนไทย

โดยข้อความในโพสต์ระบุว่า “หลายคนคงจำไม่ได้ น้องริว ภาสกร ดาราซีรีส์ดังจาก OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม ตัดสินใจสมัครทหาร ล่าสุดตอนนี้ เป็นทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน รับใช้ชาติ ปกป้องแผ่นดินอธิปไตยของประเทศไทย”

งานนี้สร้างความชื่นชมในโลกออนไลน์ โดยแฟนๆ ต่างร่วมให้กำลังใจและแสดงความภาคภูมิใจที่มีความมุ่งมั่นในการรับใช้ประเทศ

‘ไก่ทอดหาดใหญ่’เตรียมหมดตลาด ‘ลิซ่า’ปรบมือฉาดใหญ่ ถูกใจเมนูรสเลิสของไทย

'ไก่ทอดหาดใหญ่'เตรียมหมดตลาด 'ลิซ่า'ปรบมือฉาดใหญ่ ถูกใจเมนูรสเลิสของไทย

‘ไก่ทอดหาดใหญ่’เตรียมหมดตลาด ‘ลิซ่า’ปรบมือฉาดใหญ่ ถูกใจเมนูรสเลิสของไทย

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

ไก่ทอดหาดใหญ่! เตรียมหมดตลาด ‘ลิซ่า BLACKPINK’ปรบมือฉาดใหญ่ ถูกใจเมนูรสเริสของไทย 

กลายเป็นไวรัลทันที เมื่อ ครูลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์ ที่เผยให้เห็นคลิปสนทนาเรื่องอาหารกับ ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ลอนดอน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือไก่ทอดหาดใหญ่ ครูลูกกอล์ฟเล่าว่า “ดีใจอ่ะ พาไก่ทอดหาดใหญ่มาไกลมาก ใครอยู่ไทย ถ้าหิวตอนนี้ ไปหาดใหญ่ก่อนเลย ไม่ต้องรอมาลอนดอน”

ครูลูกกอล์ฟถามว่า “บะหมี่อร่อยไหมคะ” ลิซ่า ตอบกลับว่า “อร่อยมากค่ะ แต่ไก่ทอดหาดใหญ่อร่อยกว่า!” พร้อมทั้งปรบมือถูกใจยกใหญ่แถมยกนิ้วโป้งรัวๆ

ขณะที่คลิปนี้กลายเป็นไวรัล มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากทั้งดีใจที่อาหารไทยกำลังเป็นรู้จักในทั่วโลก ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แซวลิซ่ากันยกใหญ่

พี่กรีดยางหน่อย ราคายางจะได้พุ่ง 555

ไก่ทอดหาดใหญ่เตรียมตัวนะคะ แมสแน่

ความคนไทย ถูกใจคือปรบมือ 555

ไก่ทอดหาดใหญ่ หมดแน่

แม่ค้าหน้าคอนโดเตรียมไก่แล้ว 1 ตัน

ไก่ทอดหาดใหญ่หมดตลาดแน่ๆ 555

https://www.tiktok.com/embed/v2/7539860481238977799?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F908791

วินาทีได้ของคืน! ‘เมย์ วาสนา’ดีใจได้สร้อย-กระเป๋าคืน ถอนฟ้อง’ดิว’และให้อภัยทุกอย่าง

วินาทีได้ของคืน! 'เมย์ วาสนา'ดีใจได้สร้อย-กระเป๋าคืน ถอนฟ้อง'ดิว'และให้อภัยทุกอย่าง

วินาทีได้ของคืน! ‘เมย์ วาสนา’ดีใจได้สร้อย-กระเป๋าคืน ถอนฟ้อง’ดิว’และให้อภัยทุกอย่าง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.55 น.

หลังจากเป็นประเด็นร้อนมานานกว่าครึ่งปี ล่าสุดความขัดแย้งระหว่างนางร้ายสาว “ดิว อริสรา” และ “ไฮโซเมย์ วาสนา” ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยไฮโซเมย์ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ว่า ได้รับทรัพย์สินคืนครบถ้วนแล้ว พร้อมทั้งถอนฟ้องและให้อภัยทุกอย่าง

“ต่อให้เรื่องยาก เรื่องยาว เราก็เลือก “จบให้สวย” ได้ค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้เมย์ กว่า 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับเมย์ ถึงวันนี้ #โล่งใจค่ะ

วันนี้เมย์ได้รับทรัพย์สิน 3 ชิ้นสุดท้าย (สร้อย Bvlgari และกระเป๋า) คืนครบถ้วนแล้ว ถอนฟ้อง เรียบร้อย รายละเอียด (มีโอกาส จะชี้แจงให้ฟังค่า ) เพราะมีการทำสัญญา จ่ายหนี้ส่วนนึง

ขอใช้พื้นที่นี้ ขอบคุณทุกคน ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณที่หลายคนต้องเหนื่อย ต้องเครียดและขอบคุณอีกครั้งกับทุกกำลังใจที่ส่งมา จากทุกช่องทาง

ทุกกำลังใจ ทุกความช่วยเหลือ มีคุณค่าสำหรับเมย์จริง ๆ ยังยืนยัน ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ไม่มีความติดใจใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าทุกคนตกลงกันได้ รับผิดชอบตามหน้าที่ของตน #ทุกอย่างก็จบค่ะ

สำหรับดิว #เมย์เข้าใจ และขอส่งกำลังใจให้เริ่มต้นใหม่อย่างเข้มแข็ง รับผิดชอบชีวิต ดูแลครอบครัว และกลับมาสร้างคุณค่าให้ตัวเองและสังคมได้อีกครั้ง ทุกคนล้มได้ แต่ที่สำคัญคือการลุกขึ้นอย่างมีวุฒิภาวะ #ล้มแล้วต้องเติบโต

เช่นกัน เมย์เองก็เติบโตขึ้นจากเรื่องนี้ บทเรียนเตือนใจตน

– #ความไว้ใจต้องมีกรอบ | ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร มีหลักฐานรับ–ส่ง และเส้นตายที่ชัดเจน
– แยกให้ขาด เพื่อนกับปัญหา | แก้ที่ข้อเท็จจริง ไม่เติมไฟด้วยอารมณ์ หรือความสัมพันธ์
– #ใจดีได้ แต่อย่าประมาท | ไม่ติดใจ ให้อภัยได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ซ้ำรอยในวันข้างหน้า

#อีกครั้ง ขอบคุณพี่มดดำ @moddamkachapa พี่หนุ่ม @kanchai (ขอบคุณ Brandname Money ) เจ้าหน้าที่ ทีมกฎหมาย ครอบครัว เพื่อน และทุกกำลังใจที่อยู่ข้าง ๆ จบสักที และจะทุ่มพลังกลับไปทำงาน และเดินหน้าด้วยความโล่งใจ

สุดท้ายนี้ เมย์ขอนะคะ #งดคอมเมนต์เชิงลบ ทุกคนบอบช้ำมากพอแล้ว ไม่ได้โลกสวย แค่ต้องก้าวไปต่อ #ให้พื้นที่กันและกันได้เติบโตนะคะ

#ปล่อยวางแล้วก้าวต่อ #เรียนรู้และเติบโต #ให้อภัยอย่างมีวุฒิภาวะ #เตือนตัวเตือนใจ #ไม่ซ้ำรอยเดิม #MoveForward”

วุ่นวายหนัก ‘ออม กรณ์นภัส’ น้ำตาร่วงกลางงานแฟนไซน์ที่จีน ผู้จัดแอบอัพค่าบัตร ทิ้งงานหนีลอยตัว

วุ่นวายหนัก ‘ออม กรณ์นภัส’ น้ำตาร่วงกลางงานแฟนไซน์ที่จีน ผู้จัดแอบอัพค่าบัตร ทิ้งงานหนีลอยตัว

วุ่นวายหนัก ‘ออม กรณ์นภัส’ น้ำตาร่วงกลางงานแฟนไซน์ที่จีน ผู้จัดแอบอัพค่าบัตร ทิ้งงานหนีลอยตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

เป็นอีกหนึ่งเบอร์ดังของช่อง 3 สำหรับนักแสดงสาว ออม กรณ์นภัส” ที่บินลัดฟ้าไปจัดงานแฟนไซน์ครั้งแรกที่เมืองฉางชา ประเทศจีน. ดราม่าหนักแฟนคลับเป็นห่วงศิลปิน เนื่องจากภายในงาน “Orm’s First Fansign in Changsha” เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น ผู้จัดงานมีการแอบขายตั๋วเบเนฟิตเพิ่มหน้างาน การเพิ่มราคาบัตร จนทำให้ออมต้องนั่งลากยาวตั้งแต่บ่ายโมง จนถึงทุ่มกว่าๆ  จนเกิดแฮชแท็ก #CH3TreatORMBetter

ในช่วงเวลาเดียวกันสาวออมก็ได้โบกมือให้กับแฟนๆ พร้อมกล่าวขอโทษที่ให้รอนาน พร้อมกับร้องไห้ ด้านแม่ก้อยก็ปล่อยโฮออกมากลางเวทีจนทีมงานต้องเข้าไปปลอบเป็นการด่วน

ด้านแฟนคลับบางส่วนได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ทิ้งบัตรเพื่อให้งานจบเร็วขึ้น แต่เมื่อจบงานก็ได้เกิดเหตุประท้วงเกิดขึ้นจนนำไปสู่การแจ้งตำรวจเพื่อมาเคลียร์ ด้านผู้จัดหัวหมอก็อาศัยเหตุการณ์ช่วงที่ชุลมุนหลบหนีลอยนวล

บรรดาแฟนคลับต่างก็ออกมาให้กำลังใจศิลปินพร้อมกับตำหนิต้นสังกัดทางช่อง 3 เพื่อให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับให้ตรวจสอบผู้จัดทั้งในต่างประเทศให้รอบคอบ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ต่อมานางเองสาว ออม กรณ์นภัส” ได้ความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลว่า ตอนนี้ออมปลอดภัยแล้ว ขอให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย และเจอกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณทุกคนจริงๆนะคะ”

‘มดดำ’โพสต์ถึง’อุ๊งอิ๊งค์’ อวยพรวันเกิด’ขอให้สมหวัง-รักตลอดไป’

'มดดำ'โพสต์ถึง'อุ๊งอิ๊งค์' อวยพรวันเกิด'ขอให้สมหวัง-รักตลอดไป'

‘มดดำ’โพสต์ถึง’อุ๊งอิ๊งค์’ อวยพรวันเกิด’ขอให้สมหวัง-รักตลอดไป’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.47 น.

21 สิงหาคม 2568 พิธีกรคนดัง “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” โพสต์ภาพคู่กับ “แพทองธาร ชินวัตร” หรือ อุ๊งอิ๊งค์ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @moddamkachapa เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของอุ๊งอิ๊งค์ พร้อมเขียนข้อความอวยพรด้วยความรักและหวังดีอย่างสุดซึ้ง

โดยโพสต์ดังกล่าว มดดำได้เขียนข้อความถึงอุ๊งอิ๊งค์ว่า “สุขสันต์วันเกิดน้องอิ้งค์ @ingshin21 ขออวยพรให้ เป็นปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและสิ่งดีๆ สุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจในการทำงานต่อไปนะคะ ขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีมาให้น้องเสมอ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่เต็มไปด้วยพลังบวก สุขภาพแข็งแรง มีความสุขสมหวังในทุกเรื่อง รักนะคะ และ รักตลอดไป”

‘บุ๋ม ปนัดดา’อัดคลิปฟาด’ไมเคิล อัลฟาโร’ ลั่นใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง

'บุ๋ม ปนัดดา'อัดคลิปฟาด'ไมเคิล อัลฟาโร' ลั่นใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง

‘บุ๋ม ปนัดดา’อัดคลิปฟาด’ไมเคิล อัลฟาโร’ ลั่นใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

21 สิงหาคม 2568 ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา ในฐานะโฆษกจิตอาสา ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยการอัดคลิปวิดีโอเพื่อสื่อสารไปยัง ไมเคิล อัลฟาโร (Michael Alfaro) พร้อมกับติดแฮชแท็ก #TruthfromThailand

“การใช้ผู้ไร้เดียงสาเป็นเครื่องมือ
เด็กๆ ถูกจับวางหน้ากล้อง ใช้เป็น โล่มนุษย์ทางการเมือง ล็อบบี้ยิสต์ถูกแต่งตัวเป็น “ผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว” คำโกหกที่ถูกห่อหุ้มด้วยภาพลวงตาของ “ความเป็นกลาง” ถูกขายเป็น “ความจริง”

แต่ความจริงที่หลีกหนีไม่ได้คือ: เด็กไทย 5 คน จะไม่มีวันได้เติบโต พวกเขาต้องเสียชีวิตจากความรุนแรงและการหยุดยิงที่ถูกฉีกทิ้ง และแน่นอน มาจากฝั่งกัมพูชา ถ้าเด็กเหล่านั้นเป็นลูกหลานใครก็ตาม ไม่มีใครจะยอมแลกหรอก เอาลูกหลานตัวเองไปเสี่ยง

แต่วันนี้เขาใช้ทั้ง เด็ก คนแก่ พระสงฆ์ทุกคนถูกโยนเข้าสู่เกมส์การต่อรองทางการเมือง”

‘มาดามหยก’ให้กำลังใจคณะสงฆ์ จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบปัจจัย ซื้อเครื่องตรวจข้อสอบมหาลัยสงฆ์

'มาดามหยก'ให้กำลังใจคณะสงฆ์ จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบปัจจัย ซื้อเครื่องตรวจข้อสอบมหาลัยสงฆ์

‘มาดามหยก’ให้กำลังใจคณะสงฆ์ จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบปัจจัย ซื้อเครื่องตรวจข้อสอบมหาลัยสงฆ์

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

‘มาดามหยก’ให้กำลังใจคณะสงฆ์ จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบปัจจัย ซื้อเครื่องตรวจข้อสอบมหาลัยสงฆ์ หลังนำร่องจัดประชุมทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย วัดตามนโยบายรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังมีข่าวเกี่ยวกับวงการพระสงฆ์ในทางที่ไม่ค่อยดีนัก จนทำให้กระทบต่อแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ซึ่งล่าสุด ทางรัฐบาลโดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลพระพุทธศาสนา(พศ.)ได้มีนโยบายที่จะให้ทุกวัดในประเทศไทยทำบัญชีรายรับ รายจ่ายที่เข้า-ออกวัดทุกอย่างเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เป็นที่เคลือบแคลงของพุทธศาสนิกชน ปรากฎว่าเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้นำร่องนโยบายดังกล่าว โดยมีการประชุมพระสังฆาธิการระดับวัด คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีพระเดชพระคุณพระเทพมังคลาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมสัญจรพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และพระเลขานุการเจ้าคณะทุกตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลทุกตำบล พระเลขานุการเจ้าคณะ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีพระสงฆ์จากวัดต่างๆกว่า 300 รูป จากหลายร้อยวัดมาร่วมประชุม 

นอกจากนี้ ยังมีสำนักพุทธเชียงใหม่ และนางสาวกชพร เวโรจน์ หรือ มาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ(Indy party) และในฐานะที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานชมรม Change Together by มาดามหยก และ Indy Team เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ด้วย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย  รายงานเงินสดคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน

ด้านนางสาวกชพร กล่าวว่า ตนในฐานะที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนามาตลอด วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจพระเถระชั้นผู้ใหญ่และพระสงฆ์ที่มาร่วมประชุมกัน  ขณะนี้บ้านเมืองเราประสบปัญหาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พวกเราก็ต้องให้กำลังใจและช่วยเหลือทั้งทหารและประชาชนบริเวณชายแดนที่ได้รับผลกระทบ และเมื่อมีปัญหาที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ตนในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง และในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ก็คงจะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะเข้าใจดีว่า ทุกวงการทั่วโลกก็จะมีทั้งคนดีและไม่ดี อย่างที่เคยพูดไปว่า คนที่ไม่ดีก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย คนที่ดีเราก็ต้องทำนุบำรุง สนับสนุนกันต่อไปเพื่อให้คนดีเหล่านั้นมีกำลังใจที่จะทำให้สังคมไทยดีขึ้นและธำรงอยู่ต่อไป ดังนั้นวันนี้ตนจึงได้มาถวายกำลังใจให้พระสงฆ์ พร้อมมอบเงินสนับสนุนเลี้ยงน้ำปานะ และมอบเงินซื้อเครื่องตรวจข้อสอบให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ ตลอดจนมอบเงินทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาไปจำนวนหนึ่ง

“ดิฉันเชื่อว่า ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี มนุษย์ในสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่หากใครคนใดคนหนึ่ง หรือพระสงฆ์คนหนึ่งทำผิด อย่าไปเหมาร่วมว่าทุกคนจะไม่เป็นคนไม่ดี เพราะหากทุกศาสนาเป็นที่พึ่งของเราแล้ว และเมื่อวันใดวันหนึ่งศาสนาขาดที่พึ่ง เราก็ต้องเข้ามาให้กำลังใจผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบได้ เพื่อให้ธำรงพระพุทธศาสนาต่อไป ดิฉันมีความตั้งใจอยากจะมาถวายกำลังใจต่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และพระสงฆ์ ทั่วประเทศ ที่ท่านได้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ มาโดยตลอด ดิฉันเป็นลูกศิษย์ของหลายๆวัด เคยไปบวช มาหลายวัด อยู่เบื้องหลังการ บูรณะปฏิสังขรณ์ และทำนุบำรุง พระพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ดูแลมาตลอด เพราะเป็นคนที่ชอบปิดทองหลังพระ ดังนั้นไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต หากมีอะไรที่ดิฉัน จะพอช่วยได้ ก็ยินดีค่ะ”