ชาวเน็ตญี่ปุ่นแห่แชร์ ลูกไฟสว่างวาบพุ่งตกจากท้องฟ้า (คลิป)

ชาวเน็ตญี่ปุ่นแห่แชร์ ลูกไฟสว่างวาบพุ่งตกจากท้องฟ้า (คลิป)

20 ส.ค. 2568 13:16 น.

ชาวเน็ตญี่ปุ่นแห่แชร์ ลูกไฟสว่างวาบพุ่งตกจากท้องฟ้า (คลิป)

ชาวญี่ปุ่นแห่แชร์ คลิปลูกไฟสว่างวาบ บนท้องฟ้ายามค่ำคืนทั่วภูมิภาคตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญคาดเป็นดาวตกหรืออุกกาบาต

ท้องฟ้ายามค่ำคืนทั่วภูมิภาคตอนใต้ของญี่ปุ่น สว่างไสวขึ้นชั่วครู่เมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคม โดยมีประชาชนสามารถถ่ายคลิปลูกไฟส่องสว่าง ตกลงมาจากท้องฟ้าในหลายพื้นที่ของคิวชูและชิโกกุ และนำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลูกไฟดังกล่าว ซึ่งเริ่มปรากฏให้เห็นราว 23.00 น. เป็น อุกกาบาตหรือดาวตกสว่างเป็นพิเศษ ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่น

ด้านนายโทชิฮิสะ มาเอดะ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์อวกาศเซ็นได อธิบายว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากฝุ่นหรือเศษดาวเคราะห์จากอวกาศส่องแสงสว่างขณะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและถูกเผาไหม้ และเป็นไปได้ว่ามันตกลงไปในมหาสมุทร

อุกกาบาตตกเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย โดยโลกจะมีลูกไฟตกลงมากว่า 500,000 ครั้งต่อปี แต่ส่วนใหญ่ตกลงในมหาสมุทรหรือพื้นที่ไม่มีผู้คน ทำให้การเห็นปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องพิเศษและน่าจดจำ

อย่างไรก็ตาม ลูกไฟที่มีขนาดใหญ่ก็สามารถก่อความเสียหายได้ เช่น อุกกาบาตเชลยาบินสค์ ที่ระเบิดเหนือภูมิภาคอูราลของรัสเซียในปี 2013 ทำให้มีผู้บาดเจ็บและความเสียหายเป็นวงกว้าง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

จีนเตรียมขนยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย อวดแสนยานุภาพในงานสวนสนาม 80 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

จีนเตรียมขนยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย อวดแสนยานุภาพในงานสวนสนาม 80 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

20 ส.ค. 2568 12:28 น.

จีนเตรียมขนยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย อวดแสนยานุภาพในงานสวนสนาม 80 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

กองทัพจีนเตรียมขนยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยมาโชว์ในพิธีสวนสนามครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คาดผู้นำโลก รวมถึงประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย ร่วมงาน ขณะสหรัฐฯ ชาติตะวันตกจับตาใกล้ชิด

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนรายงานว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เตรียมจัดขบวนสวนสนามครั้งใหญ่ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 3 กันยายน เพื่อรำลึกครบรอบ 80 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยจะมีการนำยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ที่ผลิตในประเทศออกแสดงต่อสายตาสาธารณะเป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่กองทัพเปิดเผยว่า พิธีสวนสนามครั้งนี้จะจัดแสดงกำลังทางอากาศ บก และทะเล รวมกว่า 45 กองร้อย ใช้เวลาเคลื่อนขบวนประมาณ 40 นาที โดยจะมีเครื่องบินรบ เครื่องบินทิ้งระเบิด รถถังรุ่นใหม่ เครื่องบินประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน รวมทั้งขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยสมัยใหม่

รายงานข่าวระบุว่า อาวุธและยุทโธปกรณ์ที่นำมาแสดงครั้งนี้ทั้งหมดเป็นยุทโธปกรณ์ประจำการจริง ผลิตในประเทศ และถือเป็นการแสดงขีดความสามารถเชิงระบบของกองทัพจีนอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่นักการทูตทหารต่างชาติและนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคง คาดว่าจีนจะเปิดเผยเทคโนโลยีใหม่หลายอย่าง รวมถึงรถบรรทุกติดอุปกรณ์ต่อต้านโดรน รถถังรุ่นใหม่ เครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า และระบบป้องกันเรือบรรทุกเครื่องบิน

ในพิธีนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเป็นประธานตรวจพล และคาดว่าจะมีผู้นำและแขกต่างชาติร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเคยเข้าร่วมขบวนพาเหรดเมื่อปี 2558 ด้วย

ขณะเดียวกัน รายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรจะจับตามองการแสดงแสนยานุภาพครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอาวุธปล่อยนำวิถีโจมตีเรือรบ (antiship missile) และอาวุธความเร็วเหนือเสียง (hypersonic weapons) ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขยายศักยภาพทางทหารของจีน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยใจกลางกรุงปักกิ่งตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งตั้งด่านตรวจ ควบคุมการจราจร ปิดห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงาน เพื่อรองรับการจัดซ้อมใหญ่และพิธีจริงในต้นเดือนกันยายน.

เนทันยาฮูกล่าวหานายกฯ ออสเตรเลีย “ทรยศ” อิสราเอล

เนทันยาฮูกล่าวหานายกฯ ออสเตรเลีย "ทรยศ" อิสราเอล

20 ส.ค. 2568 12:22 น.

เนทันยาฮูกล่าวหานายกฯ ออสเตรเลีย “ทรยศ” อิสราเอล

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวหานายกรัฐมนตรีออสเตรเลียว่า “ทรยศต่ออิสราเอล” และ “ทอดทิ้ง” ชุมชนชาวยิวในออสเตรเลีย หลังจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลายวัน

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ประวัติศาสตร์จะจดจำแอนโทนี อัลบาเนซี “ในสิ่งที่เขาเป็น นั่นคือ นักการเมืองที่อ่อนแอ”

ออสเตรเลียห้ามสมาชิกฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลผสมของเนทันยาฮูเข้าออสเตรเลียเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.) และอิสราเอลก็เพิกถอนวีซ่าของผู้แทนออสเตรเลียประจำปาเลสไตน์

โทนี เบิร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย กล่าวว่า เนทันยาฮู “แสดงความโกรธอย่างรุนแรง” เพื่อตอบโต้ที่ออสเตรเลียประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจะร่วมมือกับสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และแคนาดา ในการรับรองรัฐปาเลสไตน์

เบิร์คกล่าวกับสื่อออสเตรเลียว่า “ความแข็งแกร่งไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนที่คุณสามารถระเบิดได้ หรือจำนวนคนที่คุณสามารถปล่อยให้หิวโหย” ด้านยาอีร์ ลาปิด ผู้นำฝ่ายค้านของอิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์คำพูดของเนทันยาฮู โดยระบุว่าเป็น “ของขวัญ” สำหรับผู้นำออสเตรเลีย

ลาปิด เขียนบน X ว่า “สิ่งที่ทำให้ผู้นำในโลกประชาธิปไตยเข้มแข็งขึ้นมากที่สุดในปัจจุบันคือการเผชิญหน้ากับเนทันยาฮู ผู้นำที่มีพิษทางการเมืองมากที่สุดในโลกตะวันตก “ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทำไมเขาจึงรีบมอบของขวัญชิ้นนี้ให้กับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย”

ความตึงเครียดทางการทูตปะทุขึ้นในวันจันทร์ หลังจากวีซ่าออสเตรเลียของซิมชา รอธแมน นักการเมืองฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล ถูกยกเลิกก่อนการเดินทางเยือนออสเตรเลีย ซึ่งเดิมทีเขาต้องเดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ในงานต่างๆ ที่จัดโดยสมาคมชาวยิวออสเตรเลีย (AJA)

เบิร์คกล่าวกับสื่อท้องถิ่นในขณะนั้นว่า รัฐบาลใช้ “มาตรการที่รุนแรง” ต่อผู้ที่พยายาม “สร้างความแตกแยก” “หากคุณเดินทางมาออสเตรเลียเพื่อเผยแพร่ข้อความแห่งความเกลียดชังและความแตกแยก เราไม่ต้องการให้คุณมาที่นี่”

เมื่อปีที่แล้ว เบิร์คยังปฏิเสธวีซ่าให้กับอาเยเล็ต ชาเคด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของอิสราเอล นักการเมืองฝ่ายขวาที่ออกจากรัฐสภาในปี 2022

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเพิกถอนวีซ่าของรอธแมน นายกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้สถานทูตอิสราเอลประจำกรุงแคนเบอร์รา “ตรวจสอบใบสมัครขอวีซ่าออสเตรเลียอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าประเทศอิสราเอลอย่างละเอียดถี่ถ้วน”

เขากล่าวเสริมในโพสต์บน X ว่า “แม้ว่าการต่อต้านชาวยิวกำลังระบาดอย่างหนักในออสเตรเลีย รวมถึงการแสดงออกถึงความรุนแรงต่อชาวยิวและสถาบันของชาวยิว แต่รัฐบาลออสเตรเลียกลับเลือกที่จะยุยงให้รุนแรงขึ้น”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการโจมตีต่อต้านชาวยิวหลายครั้งในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่อยู่ของประชากรผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวต่อหัวประชากรมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ออสเตรเลียประกาศเมื่อต้นเดือนสิงหาคมว่าจะรับรองรัฐปาเลสไตน์ โดยนายกรัฐมนตรีอัลบาเนซีกล่าวในขณะนั้นว่า เนทันยาฮู “ปฏิเสธ” เกี่ยวกับผลกระทบของสงครามต่อผู้บริสุทธิ์

ปัจจุบัน รัฐปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับจาก 147 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ 193 ประเทศ และการประกาศของออสเตรเลียเกิดขึ้นประมาณสองสัปดาห์หลังจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และแคนาดามีการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน

เนทันยาฮูได้เปิดฉากโจมตีผู้นำของทั้งสามประเทศอย่างรุนแรง โดยกล่าวหานายเคียร์ สตาร์เมอร์, เอ็มมานูเอล มาครง และมาร์ค คาร์นีย์ ว่าเข้าข้าง “ฆาตกรหมู่ ผู้ข่มขืน ผู้ฆ่าเด็ก และผู้ลักพาตัว”.

ที่มา BBC 

เวียดนามไฟเขียวเมกะโปรเจกต์ “เอ็นเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” 6 หมื่นล้าน

เวียดนามไฟเขียวเมกะโปรเจกต์ "เอ็นเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์" 6 หมื่นล้าน

20 ส.ค. 2568 11:37 น.

เวียดนามไฟเขียวเมกะโปรเจกต์ “เอ็นเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” 6 หมื่นล้าน

เวียดนาม อนุมัติลงทุน “เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” มูลค่าราว 6.5 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่ม Sun Group วางเป้าหมายเป็นศูนย์รวมกาสิโน–รีสอร์ทและแหล่งบันเทิงครบวงจร เทียบชั้นมาเก๊า-ลาสเวกัส

สื่อเวียดนามรายงานว่า คณะกรรมการประชาชนจังหวัดกว๋างนิญ ได้อนุมัติโครงการนำร่องอย่างเป็นทางการสำหรับโครงการรีสอร์ทและคาสิโนแบบครบวงจรระดับไฮเอนด์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเวินโด่น ซึ่งอนุญาตให้พลเมืองเวียดนามสามารถเข้าร่วมได้ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด

ภายใต้มติเลขที่ 3226/QD-UBND จังหวัดได้อนุมัติการลงทุนให้กับบริษัทหุ้นร่วมเวินโด่นซัน (Van Don Sun Joint Stock Company) ในฐานะผู้พัฒนาโครงการคาสิโนและการท่องเที่ยวแบบบูรณาการเวินโด่น ซึ่งจะเป็นคาสิโนแห่งแรกที่ได้รับใบอนุญาตในเขตเศรษฐกิจพิเศษเวินโด่น ที่เปิดให้ผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศ

โครงการนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 244.45 เฮกตาร์ หรือราว 1,527 ไร่ มุ่งสร้างศูนย์กลางความบันเทิงและรีสอร์ทสุดหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคาสิโน ควบคู่ไปกับบริการด้านการท่องเที่ยวและสุขภาพระดับโลก

องค์ประกอบสำคัญของโครงการนี้ประกอบด้วยคาสิโน โรงแรมหรู รีสอร์ท คอนโดเทล ทาวน์เฮาส์เชิงพาณิชย์ ศูนย์การค้า บริการสุขภาพ และสถานที่บันเทิง

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของโครงการนี้คือการเปิดคาสิโนระดับไฮเอนด์ให้ชาวเวียดนามได้เข้ามาใช้บริการ โดยต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์คุณสมบัติที่เข้มงวดตามกฎหมายปัจจุบัน

โครงการนี้จะได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบนิเวศแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและกลุ่มชนชั้นกลางและชนชั้นสูงที่กำลังเติบโตของเวียดนาม คาดว่าจะเป็นสถานที่จัดแสดงความบันเทิงระดับนานาชาติขนาดใหญ่ และกิจกรรมสันทนาการตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแวนดอนให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำเทียบเท่ากับมาเก๊าหรือลาสเวกัส

โครงการท่องเที่ยวและคาสิโนแบบบูรณาการเวินโด่น จะมีเงินลงทุนรวมมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือราว 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนจากนักลงทุน เงินกู้ และแหล่งเงินทุนอื่นๆ ระยะเวลาดำเนินงานของโครงการไม่เกิน 70 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุมัติการลงทุน

การก่อสร้างและดำเนินการมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 9 ปีนับจากวันที่ได้รับการจัดสรรที่ดินและอนุมัติสัญญาเช่า

ในการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลังได้เสนอให้พลเมืองเวียดนามต้องซื้อตั๋วเข้าร่วมการเล่นเกมคาสิโน ซึ่งมีราคา 2.5 ล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 3,095 บาท) ต่อ 24 ชั่วโมง หรือ 50 ล้านดองเวียดนาม (ราว 61,913 บาท) สำหรับบัตรผ่านรายเดือน.

ที่มา VietNamNet

ผู้นำเวียดนามแถลงเปิดตัว 250 เมกะโปรเจกต์ทั่วประเทศ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท

ผู้นำเวียดนามแถลงเปิดตัว 250 เมกะโปรเจกต์ทั่วประเทศ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท

20 ส.ค. 2568 11:13 น.

ผู้นำเวียดนามแถลงเปิดตัว 250 เมกะโปรเจกต์ทั่วประเทศ วงเงินลงทุนรวมประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท

เวียดนามเปิดตัว 250 เมกะโปรเจกต์ทั่วประเทศ ทั้งถนน รถไฟฟ้า สนามบิน และที่อยู่อาศัย คิดเป็นลงทุนรวมกว่า 1,280 ล้านล้านด่ง หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายกรัฐมนตรีฟาม มิงห์ จิ๋ง ของเวียดนามเป็นประธานพิธีเปิดและวางศิลาฤกษ์ 250 โครงการใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ โดยระบุว่าโครงการเหล่านี้จะเป็นสัญลักษณ์ใหม่ที่โลกยกย่อง พร้อมสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมและสังคมเพื่อประโยชน์ของประชาชน

สื่อท้องถิ่นของเวียดนามรายงานว่า มีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานทันที 89 โครงการ มูลค่ากว่า 3.3 แสนล้านบาท อาทิ ทางด่วนระยะทาง 208 กิโลเมตร สะพานรัชเมียว 2  โรงไฟฟ้าพลังน้ำตริอาน และ หว่าบิ่ญ โรงพยาบาลมะเร็ง เหงียะอาน 1,000 เตียง ที่ทำการใหม่ของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และศูนย์การเงินนานาชาติ ไซ่ง่อน มารีนา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เพิ่งเริ่มก่อสร้างอีก 161 โครงการ มูลค่าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท อาทิ สะพานเหง๊ก โห่ย เชื่อมฮานอย–ฮึงเอียน การขยายทางด่วน ลองแถ่ง–โฮจิมินห์ซิตี้ ทางด่วน ก่าเมา–ดั๊ตเหมย ท่าเรืออเนกประสงค์ หอน กว๋าย ศูนย์วิจัยและพัฒนาเวียดเทล และ สนามบินนานาชาติญ่า บิ่งห์ จังหวัดบั๊กนิงห์ ที่จะรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี คาดแล้วเสร็จปลายปี 2569 เพื่อทันใช้จัดการประชุม APEC 2027

ขณะเดียวกัน เวียดนามยังเร่งสร้างบ้านจัดสรรเพื่อสังคม 22 โครงการ จำนวนหลายหมื่นยูนิต พร้อมประกาศความสำเร็จในการรื้อถอนบ้านทรุดโทรมกว่า 334,000 หลัง เสร็จก่อนกำหนดถึง 5 ปี

นายกฯ เวียดนามย้ำว่า กว่า 63% ของเงินลงทุนมาจากภาคเอกชน สะท้อนนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ผลักดันให้เศรษฐกิจเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่รัฐจะทำหน้าที่กำหนดทิศทางและจุดประกาย เพื่อให้สังคมร่วมมือกัน.

ฟิลิปปินส์คุมตัวผู้ต้องสงสัยสังหาร 2 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางกรุงมะนิลา

ฟิลิปปินส์คุมตัวผู้ต้องสงสัยสังหาร 2 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางกรุงมะนิลา

20 ส.ค. 2568 10:59 น.

ฟิลิปปินส์คุมตัวผู้ต้องสงสัยสังหาร 2 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางกรุงมะนิลา

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น 2 คน อย่างอุกอาจกลางกรุงมะนิลา และนำมาแสดงตัวต่อสื่อมวลชน

ฟรานซิสโก โดมาโกโซ นายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวชายชาวฟิลิปปินส์ 2 คน มาแสดงตัวต่อสื่อมวลชน ตำรวจกล่าวว่า ยังมีผู้ต้องสงสัยอีกอย่างน้อย 1 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้วางแผนและสนับสนุนเงินทุนในการฆาตกรรม ยังคงหลบหนีอยู่ นายโดมาโกโซกล่าวว่า แรงจูงใจในการฆาตกรรมยังไม่ชัดเจน

ชาวญี่ปุ่น 2 คน ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.) โดยหนึ่งในชายที่อยู่บนรถจักรยานยนต์ หลังจากทั้งคู่เพิ่งลงจากรถแท็กซี่ และถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าประชาชนในย่านมาลาเต  ย่านท่องเที่ยวและบันเทิงของกรุงมะนิลา

เหยื่อถูกระบุว่าคือ อากิโนบุ นากายามะ อายุ 41 ปี และฮิเดอากิ ซาโตริ อายุ 53 ปี ชายทั้งสองคนถูกยิงเสียชีวิตหลังจากออกจากรถแท็กซี่เมื่อเวลาประมาณ 22.40 น. บนถนนมัลวาร์ ภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่แสดงให้เห็นรถแท็กซี่จอดอยู่ข้างถนน ไม่กี่นาทีต่อมา ชายสองคนลงจากรถและล้มลงอย่างกะทันหัน ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างวิ่งหลบหนีจากที่เกิดเหตุ และเห็นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีคน 2 คนกำลังขับด้วยความเร็วสูงไปทางเดียวกับรถแท็กซี่ที่กำลังเคลื่อนที่

ตำรวจกล่าวว่าคนร้ายได้เข้าประชิดตัวเหยื่อทันทีหลังจากลงจากรถแท็กซี่ จากนั้นจึงเปิดฉากยิงและขโมยกระเป๋าที่มีเงินสดและสิ่งของอื่นๆ ก่อนที่จะหลบหนีไปโดยรถจักรยานยนต์ เหยื่อทั้งสองเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ วันรุ่งขึ้น ชาวบ้านคนหนึ่งแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งไว้ใกล้ที่เกิดเหตุ 

เจ้าหน้าที่สืบสวนยืนยันว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถคันเดียวกับที่ใช้ในการหลบหนี จากบันทึกเจ้าของรถและคำให้การของพยาน ตำรวจสามารถระบุตัวและจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้งสองได้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการยื่นคำร้องทุกข์ทางอาญา รวมถึงการลักทรัพย์ ต่อผู้ต้องสงสัย

หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีรายงานว่าเป็นไกด์นำเที่ยว เชื่อว่าได้นั่งรถแท็กซี่คันดังกล่าวร่วมกับเหยื่อทั้งสองก่อนเกิดเหตุโจมตี เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุความสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่างผู้ต้องสงสัยและเหยื่อได้

สื่อฟิลิปปินส์รายงานว่า ตามรายงานของตำรวจกรุงมะนิลา ผู้ต้องสงสัยถูกว่าจ้างโดยหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมชาวญี่ปุ่น ซึ่งรายงานว่าได้จ่ายเงินจำนวนมากให้พวกเขาเพื่อก่อเหตุฆาตกรรม

สถานทูตญี่ปุ่นประจำกรุงมะนิลาแนะนำให้ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยในฟิลิปปินส์ ตัวแทนธุรกิจ และนักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น.

ที่มา Asahi Shimbun ABS-CBN

“มิน อ่อง หล่าย” เดินสายรณรงค์เลือกตั้ง กดดันทหาร และประชาชน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

"มิน อ่อง หล่าย" เดินสายรณรงค์เลือกตั้ง กดดันทหาร และประชาชน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

20 ส.ค. 2568 10:22 น.

“มิน อ่อง หล่าย” เดินสายรณรงค์เลือกตั้ง กดดันทหาร และประชาชน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

“มิน อ่อง หล่าย” ผู้นำเมียนมาออกโรงกดดัน ทหาร และประชาชน ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในเดือนธ.ค.นี้ อ้างต่างชาติเห็นด้วย และมีผู้สังเกตการณ์ ขณะที่ถูกโจมตีว่าเป็นเพียงการสร้างความชอบธรรมเผด็จการ

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เดินทางไปยังเมืองมะเกว เพื่อพบปะกำลังพล ครอบครัวทหาร ตลอดจนผู้ประกอบการและชาวบ้านในพื้นที่ โดยเรียกร้องให้ทุกคนทั้งทหารและพลเรือน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ในการเลือกตั้งที่กองทัพจัดขึ้น ซึ่งมีกำหนดเริ่มทยอยจัดเป็นหลายเฟส ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีนี้

ระหว่างการปราศรัย มิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวยกย่องกองทัพเมียนมา พร้อมทั้งโจมตีรัฐบาลพลเรือนเดิมของพรรค เอ็นแอลดี  ที่ถูกเขาโค่นล้มเมื่อปี 2564 โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลเอ็นแอลดีจ้างที่ปรึกษาต่างชาติให้เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ และยังปลุกปั่นทางตรงและทางอ้อมให้ประชาชนวิจารณ์กองทัพ

ผู้นำรัฐบาลทหารยังยืนยันว่า ผู้แทนที่กองทัพแต่งตั้งจะมีบทบาทในสภาหลังเลือกตั้ง และกองทัพจะยังคงพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญปี 2551 ที่เปิดทางให้ทหารครองเก้าอี้ในสภาไม่ต่ำกว่า 25% โดยเขาอ้างว่าประเทศต่าง ๆ สนับสนุนการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะมีผู้สังเกตการณ์นานาชาติเข้าร่วม

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มิน อ่อง หล่าย ได้เดินสายไปหลายเมืองใหญ่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ อาทิ ปินอูลวิน มิถิลา ตองอู พะโค ย่างกุ้ง รวมถึงพื้นที่ในรัฐฉาน เพื่อเรียกระดมสนับสนุนการเลือกตั้ง แม้ในความเป็นจริง หลายพื้นที่ โดยเฉพาะแถบมะเกว ยังคงเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหาร โดยมีแหล่งน้ำมันทางตอนเหนือของภูมิภาคอยู่ในการควบคุมของฝ่ายต่อต้าน

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเพิ่งประกาศเมื่อ 15 สิงหาคม ว่าจะจัดแบ่งเขตเลือกตั้งรวม 833 เขต ครอบคลุมสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภาภูมิภาค รัฐ และตำแหน่งรัฐมนตรีเชื้อชาติ แม้รวมถึงพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมของฝ่ายต่อต้าน ซึ่งถูกมองว่าเป็นสาเหตุให้กองทัพเพิ่มการโจมตีอย่างหนัก เพื่อเปิดทางให้สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในพื้นที่เหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อเขตที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ โดยมิน อ่อง หล่าย ย้ำว่า การเลือกตั้งจะถูกจัดขึ้นเป็นหลายระยะ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทั่วประเทศ.

ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตแพลตฟอร์มยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตแพลตฟอร์มยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

20 ส.ค. 2568 09:02 น.

ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตแพลตฟอร์มยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

ทำเนียบขาวเปิดตัวบัญชีทางการบน TikTok  แม้แพลตฟอร์มดังกล่าวยังเผชิญความไม่แน่นอนทางกฎหมายในสหรัฐฯ โดยบัญชีใหม่โพสต์คลิปแรกความยาว 27 วินาที มีผู้ติดตามกว่า 4,500 คนภายในชั่วโมงแรก

ทำเนียบขาวเปิดตัวบัญชีทางการบน TikTok ด้วยคลิปแรกความยาว 27 วินาที พร้อมข้อความว่า “America we are BACK! What’s up TikTok?” โดยมีผู้ติดตามกว่า 4,500 คนภายในชั่วโมงแรก

TikTok ซึ่งมีบริษัทแม่คือ ByteDance จากจีน ถูกสภาคองเกรสสหรัฐฯ ออกกฎหมายบังคับให้ขายกิจการหรือเผชิญการแบนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ข้อกฎหมายมีผลตั้งแต่ 19 ม.ค. หนึ่งวันก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ชะลอการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมขยายเวลาอีก 90 วัน เพื่อเปิดทางให้ TikTok หาผู้ซื้อที่ไม่ใช่บริษัทจีน ซึ่งเส้นตายล่าสุดจะหมดอายุในกลางเดือนกันยายนนี้

ทรัมป์ซึ่งเคยสนับสนุนการแบน TikTok ได้เปลี่ยนจุดยืนหลังมองว่าแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้เขาเข้าถึงฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัยหนุ่มสาวในการเลือกตั้งปี 2024 โดยปัจจุบันบัญชีส่วนตัวของเขามีผู้ติดตามกว่า 110 ล้านคน แม้โพสต์ล่าสุดจะหยุดอยู่ที่วันเลือกตั้ง 5 พฤศจิกายน 2024

ขณะเดียวกัน บัญชีทางการของทำเนียบขาวในแพลตฟอร์มอื่น ๆ มีผู้ติดตามน้อยกว่ามาก ได้แก่ X  ราว 2.4 ล้านคน และ Instagram ราว 9.3 ล้านคน ส่วน Truth Social แพลตฟอร์มที่ทรัมป์เป็นเจ้าของเอง มีผู้ติดตาม 10.6 ล้านคน

การเปิดบัญชี TikTok ครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวทรัมป์เอง อาจเดินเกมใหม่ต่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้ทั่วโลกเกือบ 2 พันล้านคน ซึ่งยังคงต้องจับตาดูกันต่อไป.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ TikTok

อินโดนีเซียจับหญิงเปรู ซุกโคเคนมูลค่านับล้านในเซ็กซ์ทอย ลอบขนเข้าบาหลี

อินโดนีเซียจับหญิงเปรู ซุกโคเคนมูลค่านับล้านในเซ็กซ์ทอย ลอบขนเข้าบาหลี

20 ส.ค. 2568 05:52 น.

อินโดนีเซียจับหญิงเปรู ซุกโคเคนมูลค่านับล้านในเซ็กซ์ทอย ลอบขนเข้าบาหลี

อินโดนีเซียจับกุมตัวหญิงชาวเปรู พยายามลักลอบขนยาเสพติดเข้าเกาะบาหลี แต่ถูกจับได้ก่อน โดยจากการตรวจสอบพบว่าเธอซุกซ่อนยาเสพติดไว้หลายที่รวมถึงในเซ็กซ์ทอย

เมื่อวันอังคารที่ 19 ส.ค. 2568 ตำรวจอินโดนีเซียแถลงข่าวการจับกุมตัวหญิงชาวเปรู วัย 42 ซึ่งถูกระบุเพียงชื่อย่อว่า เอ็นเอส (N.S.) โดยฐานพยายามลักลอบนำโคเคนและยาอีมูลค่ารวมกว่า 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ (2.28 ล้านบาท) เข้าสู่เกาะบาหลี โดยเธอซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในกางเกงในและในเซ็กซ์ทอย

หญิงต้องสงสัยรายนี้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรในสนามบินบนเกาะบาหลี ซึ่งสังเกตเห็นว่าเธอมีท่าทีแปลกๆ

ด้านนายเรเดียนต์ ผู้อำนวยการตำรวจหน่วยต่อต้านยาเสพติด บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า ตำรวจพบห่อพลาสติกบรรจุยาเสพติด 6 ห่อซึ่งถูกพันด้วยเทปกาว ซุกซ่อนอยู่ในยกทรงสีเขียว และอีก 3 ห่อลักษณะคล้ายกันซุกอยู่ในกางเกงในที่สีดำ และพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในเซ็กซ์ทอยที่เธอสวมใส่เอาไว้ในร่างกายด้วย

นายเรเดียนต์ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบโคเคนทั้งหมด 1.4 กก. กับยาอีอีก 43 เม็ด โดยหญิงรายนี้ถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายต่อต้านยาเสพติดของอินโดนีเซีย และหากถูกพบว่ามีความผิดจริง เธออาจต้องรับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

หญิงรายนี้ให้การรับสารภาพว่า เธอลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่เกาะบาหลีแลกกับค่าจ้าง 19,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 618,950 บาท) โดยผู้ว่าจ้างเป็นคนที่เธอรู้จักผ่าน “ดาร์กเว็บ” (dark web) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิดในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดรุนแรงมาก และเคยประหารชีวิตกระทั่งชาวต่างชาติที่ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียไม่รีบคุยยูเครน ทรัมป์เตือนปูตินอาจไม่อยากทำข้อตกลงสันติภาพ

รัสเซียไม่รีบคุยยูเครน ทรัมป์เตือนปูตินอาจไม่อยากทำข้อตกลงสันติภาพ

20 ส.ค. 2568 05:13 น.

รัสเซียไม่รีบคุยยูเครน ทรัมป์เตือนปูตินอาจไม่อยากทำข้อตกลงสันติภาพ

รัสเซียแสดงท่าทีไม่รีบร้อนจัดการประชุมสุดยอดระหว่างนายปูตินกับนายเซเลนสกี ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่า ฝ่ายปูตินอาจไม่ต้องการทำข้อตกลงสันติภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ส.ค. 2568 ว่า รัสเซียออกมาแสดงท่าทีไม่เร่งรีบเรื่องการจัดการประชุมสุดยอดระหว่างวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ผู้นำทั้งสองคนพบปะพูดคุยกันเพื่อหาทางยุติสงครามในยูเครน

การผลักดันของนายทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากเขาประชุมร่วมกับนายปูตินที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา และเปิดทำเนียบขาวต้อนรับการมาเยือนครั้งที่ 2 ของนายเซเลนสกีกับผู้นำชาติยุโรป 7 ประเทศเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.)

นายทรัมป์ยอมรับว่า ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียนั้น ยากที่จะแก้ไข และว่าประธานาธิบดีรัสเซียอาจไม่สนใจที่จะยุติความเป็นศัตรู “เรากำลังจะหาคำตอบเรื่องประธานาธิบดีปูตินในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า” นายทรัมป์กล่าวในวันอังคาร “มันเป็นไปได้ว่าเขาจะไม่อยากทำข้อตกลง”

“ปูตินจะเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบาก หากมันเป็นเช่นนั้น” นายทรัมป์เสริม โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเขาหมายความว่าอย่างไร

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีรัสเซียบอกกับนายทรัมป์ว่า เขาเปิดกว้างต่อแนวคิดเรื่องการพูดคุยโดยตรงกับยูเครน แต่ในวันต่อมา นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศออกมาแสดงท่าทีว่าพวกเขาไม่รีบร้อนเรื่องการเจรจากับยูเครน

“การประชุมใดๆ ควรต้องมีการเตรียมการอย่างค่อยเป็นค่อยไป” นายลาฟรอฟกล่าว “เริ่มจากการประชุมระดับผู้เชี่ยวชาญแล้วจากนั้นก็ดำเนินไปตามขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมด”

ด้านนายดีมิทรี โพลียานสกี รองผู้แทนรัสเซียประจำสหประชาชาติ บอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า ไม่มีใครปฏิเสธโอกาสการพูดคุยโดยตรง แต่มันไม่ควรเป็นการประชุมแค่เพื่อให้ได้ประชุม

ในวันอังคาร มีรายงานว่านายปูตินบอกกับนายทรัมป์ว่า นายเซเลนสกีสามารถเดินทางไปยังกรุงมอสโกเพื่อพูดคุยกับเขาได้ แต่นั่นเป็นเงื่อนไขที่ฝ่ายยูเครนไม่มีทางยอมรับ

ทั้งนี้ การพูดคุยมากมายในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ดูเหมือนจะทำให้นายทรัมป์เข้าใจความซับซ้อนของสงครามในยูเครน และเข้าใจข้อเรียกร้องของฝ่ายรัสเซียกับจุดยืนของยูเครนมากขึ้น

การหยุดยิงที่นายทรัมป์เคยกล่าวว่า เขาสามารถบังคับให้ปูตินตกลงได้กลับไม่เกิดขึ้น และตอนนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็บอกให้ยูเครนกับรัสเซียควรมุ่งตรงไปสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามแทน แต่ต้องทำโดยมีเงื่อนไขเพื่อรับประกันความมั่นคงให้ยูเครนด้วย

ดูเหมือนนายเซเลนสกีกับผู้นำยุโรปจะสามารถโน้มน้าวให้นายทรัมป์เชื่อได้ว่า การรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน มีความสำคัญต่ออธิปไตยของยูเครนในการทำข้อตกลงสันติภาพ

ในวันอังคารนายทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ยินดีจะช่วยเหลือประกันความมั่นคงทางอากาศให้ยูเครน หากชาติยุโรปดูแลเรื่องภาคพื้นดินหากมีการทำข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพ โดยที่นายทรัมป์ยืนยันว่า จะไม่ส่งทหารไปยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc