ลูกชายมกุฎราชกุมารีนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหา 32 กระทง รวมข่มขืน 4 กระทง

ลูกชายมกุฎราชกุมารีนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหา 32 กระทง รวมข่มขืน 4 กระทง

20 ส.ค. 2568 04:14 น.

ลูกชายมกุฎราชกุมารีนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหา 32 กระทง รวมข่มขืน 4 กระทง

ลูกชายมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหา 32 กระทง ซึ่งรวมถึงข้อหาข่มขืน 4 กระทง โดยเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหารุนแรงทั้งหมด แต่คิดจะยอมรับผิดในข้อหาที่เบากว่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ส.ค. 2568 นายมาริอุส บอร์ก ฮอยบี วัย 28 ปี พระโอรสในเจ้าหญิงเม็ตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ที่เกิดกับนาย มอร์เทิน บอร์ก อดีตเพื่อนชายคนสนิท และปัจจุบันเป็นพระโอรสบุญธรรมของเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหา 32 กระทง รวมข้อหาข่มขืน 4 กระทง

นอกจากข้อหาข่มขืนแล้ว อัยการนอร์เวย์ สตูร์ลา เฮนริกส์เบอ เปิดเผยว่า ข้อหาที่นายฮอยบีได้รับยังรวมถึง การใช้ความรุนแรงกับอดีตแฟนสาว และละเมิดคำสั่งศาลที่ห้ามเข้าใกล้อดีตแฟนอีกคน นอกจากนั้นยังมีข้อหา แอบถ่ายภาพอวัยวะเพศของผู้หญิงหลายคนโดยที่พวกเธอไม่รู้หรือไม่ยินยอม

นายฮอยบีอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาที่รุนแรงที่สุด อย่างไรก็ตาม นายปีตาร์ เซคูลิช ทนายความของเขาบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า นายฮอยบีปฏิเสธข้อกล่าวหาร้ายแรงเกือบทั้งหมด แต่วางแผนจะยอมรับผิดในข้อหาที่มีโทษเบากว่า

“เขาไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวอ้างเรื่องการข่มขืนและการใช้ความรุนแรงในครอบครัว” นายเซคูลิชกล่าว

ในวันอังคาร (19 ส.ค.) เจ้าชายโฮกุนแสดงความเห็นเรื่องข้อกล่าวหาของพระโอรสบุญธรรมของพระองค์ว่า อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้นั้น ขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาล และเสริมว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้คงพบว่ามันเป็นความท้าทายและยากลำบาก

ทั้งนี้ ข้อหาข่มขืนทั้ง 4 กระทงที่นายฮอยบีได้รับนั้น เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2561-2567 โดยหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกจับกุมแล้ว

นายฮอยบีซึ่งเป็นสามัญชน ไม่มีบรรดาศักดิ์ และไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติกิจสาธารณะของเชื้อพระวงศ์ ถูกจับกุมถึง 3 ครั้งในปี 2567 คือในเดือนสิงหาคม, กันยายน และพฤศจิกายน โดยเขาอยู่ภายใต้การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีทำร้ายร่างกาย

อัยการระบุว่า การไต่สวนคดีของนายฮอยบีจะเริ่มขึ้นในเดือนมกราคม และจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สื่อกัมพูชากล่าวหาไทย จัดฉากภาพ-คลิปทหารฝังทุ่นระเบิดรอบ 2

สื่อกัมพูชากล่าวหาไทย จัดฉากภาพ-คลิปทหารฝังทุ่นระเบิดรอบ 2

20 ส.ค. 2568 02:42 น.

สื่อกัมพูชากล่าวหาไทย จัดฉากภาพ-คลิปทหารฝังทุ่นระเบิดรอบ 2

สื่อกัมพูชากล่าวหาไทยจัดฉากภาพ-คลิปทหารกัมพูชาฝังทุ่นระเบิดชุดใหม่ อ้างใช้คนไทยเชื้อสายกัมพูชามาแสดง ซื้อชุดทหารตามท้องตลาด

จากกรณีกองทัพเรือไทยเปิดเผยว่า พบโทรศัพท์มือถือของทหารกัมพูชาที่ทำตกไว้ ซึ่งภายในมีภาพชุดที่แสดงให้เห็นทหารกัมพูชากำลังวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ไว้ในหลุมที่ขุดไว้ และพบคลิปเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาคนหนึ่งถือทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ไว้ในมือ พร้อมกับสอนวิธีใช้ให้แก่เพื่อนทหาร

ล่าสุดสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชาโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้คลิปและรูปดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นความพยายามจัดฉากครั้งที่ 2 ของฝ่ายไทยเพื่อใส่ร้ายและกล่าวหากัมพูชา

โพสต์ของ Fresh News ระบุว่า หลังจากสร้างวิดีโอจัดฉากวิดีโอแรกและใส่ความทหารกัมพูชาว่าวางทุ่นระเบิด แต่ใส่ความไม่สำเร็จ ประเทศไทยยังคงพยายามที่จะถ่ายภาพจัดฉากเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งมีทั้งรูปและวิดีโอกล่าวหาทหารกัมพูชาว่าวางทุ่นระเบิด

แต่ตามการเปิดเผยของผู้เชี่ยวชาญ วิดีโอและรูปดังกล่าวซึ่งเผยแพร่โดยกองทัพไทยผ่านสื่อไทย เป็นการจัดฉากที่ทำขึ้นเพื่อสร้างภาพกล่าวหาทหารกัมพูชา เหมือนกับที่เคยทำมาก่อน เพื่ออ้างว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่และเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ปฏิบัติการยั่วยุทางทหารของตัวเอง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ด้วยว่า หากมีการลอบวางทุ่นระเบิดจริง คงไม่มีใครบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน การลอบวางทุ่นระเบิดจะไม่ดำเนินการในลักษณะที่มีการประสานงานกันอย่างนี้ แต่จะทำด้วยความระมัดระวังและรวดเร็วอย่างยิ่ง สรุปคือ ทั้งวิดีโอและรูปที่ฝ่ายไทยอ้างว่าแสดงให้เห็นทหารกัมพูชากำลังวางทุ่นระเบิดนั้นเป็นการจัดฉาก เพื่อสร้างภาพสำหรับกล่าวหากัมพูชา

สื่อกัมพูชาอ้างอีกว่า ชาวไทยเชื้อสายกัมพูชาในจังหวัดสุรินทร์สามารถพูดภาษากัมพูชาได้อย่างคล่องแคล่ว ชุดทหารกัมพูชา, ตรา และอุปกรณ์อื่นๆ เป็นสิ่งที่หาได้ง่ายดายในท้องตลาดของไทย

ผู้เชี่ยวชาญระบุอีกว่า ฝ่ายไทยมีทักษะสูงมากในการถ่ายภาพจัดฉากเช่นนี้ หลังจากเผยแพร่วิดีโอแรก คิดว่าอาจมีบางคนไม่เชื่อ พวกเขาจึงจัดฉากการวางทุ่นระเบิดอีกครั้งเพื่อให้สื่อนำไปเผยแพร่ แต่สังคมก็ยังกังขาอยู่ดี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / freshnewsinternational

เชนร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นระงับขายข้าวปั้น หลังพบ พนง.ปลอมวันหมดอายุ

เชนร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นระงับขายข้าวปั้น หลังพบ พนง.ปลอมวันหมดอายุ

20 ส.ค. 2568 00:53 น.

เชนร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นระงับขายข้าวปั้น หลังพบ พนง.ปลอมวันหมดอายุ

มินิสต็อป เชนร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นสั่งระงับการขายข้าวปั้นและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ที่ทำขายในร้าน หลังพบว่ามีพนักงานปลอมวันหมดอายุของสินค้าเหล่านี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ส.ค. 2568 ว่า “มินิสต็อป” (Ministop) เชนร้านสะดวกซื้อในประเทศญี่ปุ่น สั่งระงับการขาย “ข้าวปั้น” หรือ “โอนิกิริ” กับอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เช่น ข้าวกล่อง ในร้านกว่า 1,600 สาขา หลังจากพบว่ามีพนักงานปลอมวันหมดอายุของสินค้าเหล่านี้

มินิสต็อปตรวจสอบพบว่า พนักงานของร้านบางสาขายืดวันหมดอายุของสินค้าด้วยการไม่แปะฉลากบนสินค้าประเภทอาหารทันทีหลังทำเสร็จ แต่รอประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อน ขณะที่สินค้าอื่นๆ ถูกแปะฉลากใหม่ที่มีวันหมดอายุปลอมหลังจากถูกนำไปวางขายแล้ว

การกระทำผิดนี้ถูกพบในร้าน 23 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงในเมืองใหญ่อย่างกรุงโตเกียว, เกียวโต และโอซาก้า โดยทางมินิสต็อปสั่งหยุดขายข้าวปั้นในร้านเกือบทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. แล้ว และในวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 ส.ค.) พวกเขาก็เริ่มหยุดขายสินค้าสำเร็จรูปอื่นๆ เพื่อการสืบสวนฉุกเฉิน

“เราขอโทษอย่างจริงใจสำหรับความไม่สะดวกสบายอย่างยิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้าของเรา ผู้สนับสนุนข้าวปั้นกับข้าวกล่องทำมือของร้านมินิสต็อปมาตลอด” ทางบริษัทระบุผ่านแถลงการณ์ซึ่งออกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีลูกค้าคนใดร้องเรียนเรื่องเกิดปัญหาสุขภาพหลังจากบริโภคสินค้าดังกล่าว

ทั้งนี้ มินิสต็อปมีสาขากว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นขายอาหารสด โดยเฉพาะอาหารร้อนๆ ที่ทำภายในร้าน แตกต่างจากเชนร้านสะดวกซื้อเจ้าอื่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก สส.หนุ่มฟินแลนด์ จบชีวิตตัวเองภายในอาคารรัฐสภา

ช็อก สส.หนุ่มฟินแลนด์ จบชีวิตตัวเองภายในอาคารรัฐสภา

20 ส.ค. 2568 00:21 น.

ช็อก สส.หนุ่มฟินแลนด์ จบชีวิตตัวเองภายในอาคารรัฐสภา

นักการเมืองหนุ่มชาวฟินแลนด์ ถูกพบเสียชีวิตอยู่ภายในอาคารรัฐสภาในกรุงเฮลซิงกิ โดยผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่าเป็นการจบชีวิตตัวเอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอเมลี เพลโตเนน ส.ส.หนุ่มวัย 30 ปี จากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SDP) ถูกพบเป็นศพอยู่ภายในอาคารรัฐสภาหลักในกรุงเฮลซิงกิ เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 19 ส.ค. 2568 โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายเพลโตเนนจบชีวิตตัวเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเรียกไปยังอาคารรัฐสภาในเวลา 11.06 น. วันอังคารที่ 19 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นราว 3 ชั่วโมงต่อมา รัฐสภาได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ ยืนยันการเสียชีวิตของนายเพลโตเนน ขณะที่ตำรวจระบุว่า ไม่พบร่องรอยที่ทำให้สงสัยว่าเป็นเหตุอาชญากรรมแต่อย่างใด

การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของนายเพลโตเนนสร้างความตกใจไปทั่วประเทศฟินแลนด์ โดยนักการเมืองจากทุกฝ่ายต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจ เช่น นางตีตติ ตุปปูไรเนน จากพรรค SDP ระบุว่า “เขาเป็นสมาชิกชุมชนของเราผู้เป็นที่รักอย่างมาก และเราจะคิดถึงเขาอย่างยิ่ง ชีวิตอายุน้อยสิ้นสุดลงเร็วเกินไปมาก”

นายเปตเตรี ออร์โป นายกรัฐมนตรียังสั่งยกเลิกการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นทางการทั้งหมดในวันอังคาร และสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที เพื่อเป็นเกียรติแก่นายเพลโตเนน ผู้ที่เขาระบุว่า เป็นที่รักอย่างยิ่งของเพื่อนร่วมงาน

ทั้งนี้ นายเพลโตเนนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากภูมิภาคอูซีมา (Uusimaa) ทางใต้สุดของประเทศ และนี่เป็นการดำรงตำแหน่ง ส.ส. สมัยแรกของเขา หลังได้รับเลือกตั้งในปี 2566

นายเพลโตเนนเริ่มเดินบนเส้นทางการเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาปกครองเมืองจาร์เวนปา (Jarvenpaa) ตั้งแต่อายุ 18 ปี พออายุได้ 22 ปีเขาก็ได้รับเลือกเป็นประธานบอร์ดบริหารของเมืองที่อายุน้อยที่สุดในเวลานั้น

เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายเพลโตเนนโพสต์ข้อความบนบัญชีผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ส่วนตัวว่า เขาขาดจากงานในรัฐสภามานานหลายสัปดาห์เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับไต จนทำให้เกิดการติดเชื้อ

เขาอธิบายด้วยว่า เขากำลังรับการรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดดำ ในเขตเมลาห์ตี ของกรุงเฮลซิงกิ ซึ่งต้องใช้เวลาสักพัก

“ผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจึงอยู่ในช่วงลาป่วยฤดูร้อน และตอนนี้กำลังตั้งสมาธิอย่างเต็มที่กับการฟื้นตัวจากอาการเจ็บป่วยนี้” นายเพลโตเนนระบุในโพสต์ของเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

มาครงเตือนพันธมิตรยุโรปอย่าไว้ใจปูติน เรียก “ยักษ์ร้ายหน้าประตูเมือง”

มาครงเตือนพันธมิตรยุโรปอย่าไว้ใจปูติน เรียก "ยักษ์ร้ายหน้าประตูเมือง"

19 ส.ค. 2568 17:03 น.

มาครงเตือนพันธมิตรยุโรปอย่าไว้ใจปูติน เรียก “ยักษ์ร้ายหน้าประตูเมือง”

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส เตือนพันธมิตรยุโรปอย่าไว้ใจประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่งเขาเปรียบเปรยว่าเป็น “ยักษ์ร้ายที่ประตูเมืองของเรา”

คำกล่าวของมาครงเกิดขึ้นในขณะที่ปูตินและประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดสันติภาพ หลังจากการเจรจาที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.) ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำยุโรป ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงระยะยาวสำหรับยูเครน

มาครงกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ LCI ว่า “ปูตินแทบจะไม่เคยรักษาคำมั่นสัญญาของเขาเลย” “เขาเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดความปั่นป่วนมาโดยตลอด เขาพยายามกำหนดเส้นเขตแดนใหม่เพื่อเพิ่มอำนาจ”

มาครงกล่าวว่าเขาไม่เชื่อว่ารัสเซียจะ “กลับคืนสู่สันติภาพและระบบประชาธิปไตยได้ในวันถัดไป”

มาครงกล่าวว่าปูติน “รวมถึงเพื่อความอยู่รอดของเขาเอง จำเป็นต้องกินต่อไป” “นั่นหมายความว่าเขาเป็นนักล่า เป็นยักษ์ร้ายที่ประตูเมืองของเรา”

มาครงกล่าวว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าฝรั่งเศสจะถูกโจมตีในวันพรุ่งนี้ “แต่แน่นอนว่านี่คือภัยคุกคามต่อยุโรป … เราอย่าไร้เดียงสาไปเลย”

ที่มา CNA

มูลนิธิธรรมนัสฯ มอบน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิธรรมนัสฯ มอบน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิธรรมนัสฯ มอบน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.29 น.

กรมชลประทาน โดย นายจำรัส สวนจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานศรีสะเกษ มอบหมายให้ นายกัณธวัตร สงวนชื่อ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 5 ให้เจ้าหน้าที่โครงการฯ ร่วมมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 600 แพ็ค (ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2568) ให้กับศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบเหตุความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา ณ เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

โดยการมอบน้ำดื่มครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่แนวชายแดนที่ประสบความเดือดร้อน และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ โดยโครงการชลประทานศรีสะเกษ ยังคงพร้อมสนับสนุนทรัพยากรและประสานบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ต่อไป

-(016)

กรมชลฯ ร่วมหารือการยกระดับโครงการกำจัดผักตบชวา-ขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทาน ด้วยแรงงานคน

กรมชลฯ ร่วมหารือการยกระดับโครงการกำจัดผักตบชวา-ขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทาน ด้วยแรงงานคน

กรมชลฯ ร่วมหารือการยกระดับโครงการกำจัดผักตบชวา-ขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทาน ด้วยแรงงานคน

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.26 น.

กรมชลประทาน โดย ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่าย และเจ้าหน้าที่โครงการชลประทาน ในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 5 เข้าร่วมรับฟังการประชุมหารือการพัฒนาโครงการกำจัดผักตบชวาและขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทานด้วยแรงคน ผ่านการประชุมระบบ Video Conference (ZOOM Meeting) โดยมี ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม จากห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (134) ถนนราชดำเนินนอก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

เพื่อร่วมกันหารือการพัฒนาโครงการกำจัดผักตบชวาและขุดลอกคูคลองในพื้นที่ชลประทานด้วยแรงคน ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ในการนี้ โครงการชลประทานในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 5 เข้าร่วมรับฟัง ณ ที่ตั้งโครงการ ดังนี้

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง ณ ห้องประชุม SWOC โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ตำบลโคกสะอาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

-โครงการชลประทานเลย ณ ห้องประชุม SWOC โครงการชลประทานเลย ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย

-โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน ณ ห้องประชุมรุ่งเรือง 2 ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร

-โครงการชลประทานสกลนคร ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานสกลนคร (SWOC 5) ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

-โครงการชลประทานบึงกาฬ ณ ห้องประชุม SWOC โครงการชลประทานบึงกาฬ (ประตูระบายน้ำห้วยกำแพง) ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

-โครงการชลประทานหนองบัวลำภู ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานหนองบัวลำภู ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

-โครงการชลประทานหนองคาย ณ ห้องประชุม SWOC โครงการชลประทานหนองคาย ตำบลมีชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

-(016)

ชป. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ชป. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ชป. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

นายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจหรือออกแบบ) พร้อมด้วย นายสัณฐิต พีรานนท์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายมาโนช โภชนสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ผู้อำนวยการโครงการ หัวหน้าฝ่าย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 17 ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุมพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านสารวัน หมู่ที่ 2 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำคลองม่วงชุม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่ นายเสริม สิทธิพันธ์ ราษฎรบ้านสารวัน ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ได้มีหนังสือขอนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานความช่วยเหลือในการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎร หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวหากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่คลองม่วงชุมและพื้นที่การเกษตร จำนวน 800 ไร่ ให้แก่ราษฎรบ้านโคกนิบง หมู่ที่ 1 บ้านสารวัน หมู่ที่ 2 บ้านปลักแตน และหมู่ที่ 4 (บางส่วน) ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี จำนวน 986 ครัวเรือน ได้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

-(016)

ทะลุเป้า! กรมชลฯ จ้างแรงงานช่วยเกษตรกรปี 68 สร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง

ทะลุเป้า! กรมชลฯ จ้างแรงงานช่วยเกษตรกรปี 68 สร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง

ทะลุเป้า! กรมชลฯ จ้างแรงงานช่วยเกษตรกรปี 68 สร้างรายได้เสริมหน้าแล้ง

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

กรมชลประทาน เผยยอดจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศ ปี 2568 เป็นไปตามเป้า 100% สร้างงานสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรไทย ตามนโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสุริยพล นุชองนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้เดินหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมรายได้ให้พี่น้องชาวเกษตรกร ให้ปฏิบัติงานในด้านชลประทานต่าง ๆ อาทิ การซ่อมแซม การขุดลอก การบำรุงรักษา การปรับปรุงระบบชลประทาน รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ โดยในปี 2568 มีแผนจ้างแรงงานจำนวน 84,716 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 12 เดือน (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) โดยพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้  1. เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่  2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่  3. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่ และ 4. หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับ

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2568) การจ้างแรงงานทั่วประเทศเป็นไปเป้าที่ตั้งไว้กว่า 85,965 คน หรือ 100% ของแผนฯ โดยจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ จังหวัดสกลนคร 5,274คน จังหวัดอุบลราชธานี 4,180 คน และจังหวัดนครราชสีมา 3,895 คน

-(016)

‘ร้อยเอ็ด’จัดพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

'ร้อยเอ็ด'จัดพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

‘ร้อยเอ็ด’จัดพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.15 น.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายเอกรัฐ พลซื่อ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบโค ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 35 ตัว ที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด