ผบช.ภ.1 นำตำรวจภาค 1 จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

ผบช.ภ.1 นำตำรวจภาค 1 จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

ผบช.ภ.1 นำตำรวจภาค 1 จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.16 น.

‘พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน’ผบช.ภ.1 นำข้าราชการตำรวจจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

7 พ.ย.68 เวลา 07.45 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานพิธีฯ , พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.สง.ก.ตร. ช่วยราชการ ภ.1 , พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 และ พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.สส.ภ.1, บก.กค.ภ.1 และ บก.อก.ภ.1 เข้าร่วมพิธีฯ ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่า การจัดพิธีนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านและพระราชวงศ์ที่เป็นมิ่งขวัญและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพสกนิกรชาวไทยมาเป็นเวลายาวนาน

อว.มอบอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนามให้แก่ ทภ.2 เพื่อลดการเสียชีวิตของกำลังพลบริเวณชายแดน

อว.มอบอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนามให้แก่ ทภ.2 เพื่อลดการเสียชีวิตของกำลังพลบริเวณชายแดน

อว.มอบอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนามให้แก่ ทภ.2 เพื่อลดการเสียชีวิตของกำลังพลบริเวณชายแดน

วันศุกร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.57 น.

กระทรวง อว. มอบอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนาม “สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน –  เฝือกอ่อน” ให้แก่กองทัพภาคที่ 2 ผลงานการพัฒนาโดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน – รพ.ค่ายสุรนารี ประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล “สุรศักดิ์” เผยข่าวดีสภานโยบาย อววน. เตรียมปลดล็อกให้กระทรวงกลาโหมทำเรื่องของบวิจัยพัฒนายุทโธปกรณ์และนวัตกรรมความมั่นคงได้โดยตรง

7 พฤศจิกายน 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ภาคสนามที่พัฒนาโดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) (สซ.) ให้แก่กองทัพภาคที่ 2 ประกอบด้วย สายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน (Tourniquet) จำนวน 1,000 ชุด และ เฝือกอ่อน (Splint) จำนวน 500 ชุด รวม 1,500 ชุด เพื่อใช้ในราชการสนาม ลดการเสียชีวิตของกำลังพลบริเวณชายแดนจากภาวะเลือดออกรุนแรงและกระดูกหัก โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับมอบ และมี น.ส.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผอ.สซ. ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. และพลตรี ณรงค์ ภักดีศุภผล ผอ.โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เข้าร่วม ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า อุปกรณ์การแพทย์ภาคสนามเป็นผลงานจากความร่วมมือระหว่าง สซ. และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี โดยนำนวัตกรรมทางวัสดุศาสตร์ของซินโครตรอนมาประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการนำเข้ากว่าครึ่ง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง เพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยสายรัดห้ามเลือดแบบก้านหมุน (Combat Application Tourniquet: CAT) ออกแบบมาเพื่อควบคุมภาวะเลือดออกรุนแรงบริเวณแขนหรือขา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในสนามรบ ผลการทดสอบพบว่าสามารถสร้างแรงกดได้คงที่และต่อเนื่องนาน 5–6 ชั่วโมงโดยไม่คลายตัว ส่วนเฝือกอ่อน (Splint) ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์ผ่านกระบวนการอบอ่อน (Annealing) ด้วยเทคโนโลยีซินโครตรอน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ดัดเข้ากับสรีระได้อย่างมั่นคง อีกทั้งยังเป็นวัสดุโปร่งแสงรังสี (Radiolucent) ช่วยให้สามารถเอกซเรย์ผู้บาดเจ็บได้โดยไม่ต้องถอดเฝือก

“ถ้าประเทศเราไม่มีงานวิจัยที่ทำขึ้นเอง ยามวิกฤตต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็หาซื้อไม่ได้ งานวิจัยที่เราผลิตขึ้นเองจะทำให้ประเทศมีความมั่นคงยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายต่อไป กระทรวง อว. จะสนับสนุนให้ทหารมีอุปกรณ์เหล่านี้ใช้ครบทุกคน เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ประจำกายที่ทหารทุกคนจะต้องมีใช้” นายสุรศักดิ์ กล่าวและว่า

นอกจากการมอบสิ่งของสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2 แล้ว ตนและแม่ทัพภาคที่ 2 ยังมีการพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการสนับสนุนของกระทรวง อว. ที่มีต่อกองทัพ เพราะภัยความมั่นคงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้แถลงต่อรัฐสภา และเป็นนโยบายที่ตนในฐานะ รมว.อว. ได้นำมาขับเคลื่อน โดยระดมองคาพยพของกระทรวง อว. ที่มีทั้งนักวิชาการ งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาสนับสนุนการทำงานของกองทัพ เพื่อป้องกันภัยความมั่นคงให้กับประเทศ ที่สำคัญในเรื่องที่กองทัพภาคที่ 2 ขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการวิจัยเพื่อพัฒนายุทโธปกรณ์และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงจากกองทุน ววน. ซึ่งกระทรวง อว. ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในสภานโยบาย อววน. ซึ่งต้องมีการปลดล็อก แก้ไขกฎระเบียบ เพราะเดิมการขอทุนวิจัยต้องเป็นการใช้กับภาคประชาชนเป็นหลัก ยังไม่ได้เปิดช่องให้กองทัพเข้ามาขอได้โดยตรง และล่าสุดสภานโยบายฯ ได้มีมติให้กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะสามารถทำเรื่องของบวิจัยได้โดยตรง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการออกประกาศ นั่นหมายความว่ากองทัพต่าง ๆ ของกระะทรวงกลาโหมจะสามารถขอเงินทุนวิจัยเพื่อพัฒนายุทโธปกรณ์และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงโดยตรงได้ง่ายขึ้นและตรงด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างสองกระทรวง เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยด้านยุทโธปกรณ์ต่อไป

สำหรับภายในงานยังมีการมอบผลิตภัณฑ์จาก วว. ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าคลุกกึ่งสำเร็จรูปพร้อมบริโภค ซึ่งเก็บได้นานถึง 6 เดือน เพียงเติมน้ำร้อน 2 นาที หรือใช้น้ำธรรมดา 7 นาที ก็รับประทานได้ทันที และเจลลูกประคบสมุนไพรที่สกัดจากไพล ขมิ้นชัน มะกรูด และตะไคร้ ที่พัฒนาให้ใช้งานสะดวกในรูปแบบเจล แต่ยังคงคุณสมบัติการบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก และฟกช้ำ เช่นเดียวกับลูกประคบสมุนไพรดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เหล่าทหารในระหว่างปฏิบัติภารกิจ พร้อมกันนี้ ยังนำ “ต้นแบบรถขุดตักดัดแปลงทำลายทุ่นระเบิด PMN-2 สำหรับภูมิประเทศซับซ้อนสูงในพื้นที่ชายแดน” ที่พัฒนาโดย สวทช. มาจัดแสดง โดยรถขุดตักฯ ดังกล่าวเพิ่งจะส่งมอบให้กองทัพบกนำไปใช้ในภารกิจการป้องกันประเทศเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา

-(016)

‘บวรศักดิ์’ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

'บวรศักดิ์'ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

‘บวรศักดิ์’ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.34 น.

‘บวรศักดิ์’ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 พ.ย.2568 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรองประธานกรรมการฯ และนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย 

โดยที่ประชุมพิจารณาแผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแผนการดำเนินงานการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้การดำเนินงานการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติทุกประการ

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

‘ศ.ดร.บังอร’นำ‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ก้าวสู่เวทีโลกอีกครั้ง รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

6 พฤศจิกายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) เข้าร่วมพิธีรับรางวัล QS Stars Ratings อย่างเป็นทางการ ในงาน QS Higher Ed Summit: Asia Pacific 2025 จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University) กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับสากล โดยเฉพาะในด้านการเรียนการสอน (Teaching) ที่มหาวิทยาลัยได้รับการประเมินในระดับ 5 ดาว จากสถาบันจัดอันดับคุณภาพการศึกษาโลก QS (Quacquarelli Symonds)

ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมการสอน และการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อสร้าง ‘ผู้เรียนแห่งอนาคต’ ที่มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ กีฬา และทักษะชีวิต”

การได้รับรางวัล QS Stars ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี BTU ไม่เพียงเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำของประเทศไทย แต่ยังสามารถก้าวสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้พร้อมเผชิญความท้าทายในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

‘บิ๊กป้อม’ ผู้บริหาร สมาชิกพรรค เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

'บิ๊กป้อม' ผู้บริหาร สมาชิกพรรค เข้าถวายสักการะพระบรมศพ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘บิ๊กป้อม’ ผู้บริหาร สมาชิกพรรค เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.43 น.

‘บิ๊กป้อม‘ ผู้บริหาร สมาชิกพรรค ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ด้วยความอาลัย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568  ณ ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง มีคณะบุคคล และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ตั้งใจเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพพร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีอาชีพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 
โดยที่เต้นท์พักคอยหน้าศาลาสหทัยสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ได้เปิดวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง“ เสด็จฯไปทรงงานตามสถานที่ต่างๆให้ได้ชม เพื่อน้องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

อาทิ ราชสกุลนวรัตน์, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม, คณะครู นักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนจิตรลดา, คณะครู นักเรียน โรงเรียนราชวินิต, คณะครู นักเรียน โรงเรียนวัดบางพูน จ.ปทุมธานี, คณะผู้บริหาร บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร,คณะผู้บริหาร บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นำโดย นางสาวกฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน, 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พร้อมผู้บริหารและสมาชิกพรรคฯ เป็นต้น

ด้านนางปทุม ทุสาวุฒิ อายุ 81 ปี กล่าวว่าตนเดินทางมาจากบ้านพักย่านสะพานใหม่ กทม. เดินทางมาคนเดียวโดยรถไฟฟ้า มาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อด้วยรถชัตเตอร์บัสที่ให้บริการฟรีมาที่สนามหลวง เพื่อเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ถึงแม่ตนจะประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขาหักสองท่อนเวลาเดินต้องใช้ไม้เท้า แต่ก็ตั้งใจจะมาเข้ากราบสักการะพระองค์ท่าน และหลังวันที่ 9 พ.ย.นี้ ก็จะเดินทางมาเข้าไปกราบบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตนนั่งพื้นไม่ได้แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีเก้าอี้ให้นั่งถวายสักการะพระบรมศพได้ก็ดีใจและจะเดินทางมา

“เคยรับเสด็จในหลวง ร.9 และสมเด็จพระพันปีหลวง และเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ที่รพ.ศิริราช นานมากแล้วตั้งแต่ตนอายุ 20 ปี ก็ประมาณ 60 ปีที่แล้ว สมเด็จพระพันปีหลวง ท่านสวยมาก ภาพความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านคือ เสด็จฯไปยังที่ต่างๆดู่กับในหลวง ร.9 ท่านทำงานหนักคอยช่วยเหลือประชาชนไม่ว่าชนชาติไหน เพื่อให้มีอาชีพทำกินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่น ชาวเขาจากที่เคยปลูกฝิ่น ก็มีอาชีพปลูกพืชฤดูหนาวให้มีรายได้ ตนชอบดูข่าวพระราชสำนักเห็นทั้งสองพระองค์เสด็จไปช่วยเหลือประชาชนก็รู้สึกภูมิใจ และท่านทรงมีพระราชดำรัส ว่า ”ในหลวงเป็นน้ำ พระราชินีเป็นป่า“ เพราะน้ำกับป่าต้องอยู่เคียงคู่กัน ซึ่งในวันที่ทราบว่า สมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคต ก็รู้สึกอึ้งและเสียใจมาก ไม่คิดว่าพระองค์ท่านจะสวรรคตเร็วเช่นนี้“ นางปทุม กล่าวด้วยความอาลัย

อบจ.พิษณุโลก เปิดโครงการ ‘ห้องสมุดดิจิทัล’ e-Library by SE-ED ขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ทุกกลุ่มวัย

อบจ.พิษณุโลก เปิดโครงการ ‘ห้องสมุดดิจิทัล’ e-Library by SE-ED ขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ทุกกลุ่มวัย

อบจ.พิษณุโลก เปิดโครงการ ‘ห้องสมุดดิจิทัล’ e-Library by SE-ED ขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ทุกกลุ่มวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก (อบจ.พิษณุโลก) เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย ผ่านโครงการ “ห้องสมุดดิจิทัล e-Library by SE-ED” เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยเลือกใช้แพลตฟอร์ม e-Library ของบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นระบบหลักในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รวบรวมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หลากหลายหมวดหมู่ ทั้งด้านวิชาการ การพัฒนาตนเอง และความรู้ทั่วไป พร้อมรองรับทุกระบบปฏิบัติการ ทั้ง Windows, iOS และ Android เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ได้สะดวกและทั่วถึง

เมื่อเร็วๆนี้ อบจ.พิษณุโลก ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้งานระบบ e-Library by SE-ED” แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ ห้องประชุมสุพรรณกัลยา เพื่อเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการเรียนการสอน และต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก กล่าวว่า การมีห้องสมุดดิจิทัลในรูปแบบแอปพลิเคชันจะช่วยให้ประชาชนและเยาวชนเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา สอดคล้องกับนโยบายจังหวัดในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา

นางภาสพรรณี มหายศ ผู้อำนวยการธุรกิจดิจิทัล บมจ.ซีเอ็ดยูเคชั่น กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

โครงการห้องสมุดดิจิทัล e-Library by SE-ED นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืนให้กับคนพิษณุโลก

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เปิดตัวนวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน ‘Electron Beam Irradiation’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เปิดตัวนวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน ‘Electron Beam Irradiation’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เปิดตัวนวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน ‘Electron Beam Irradiation’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สทน. เปิดตัว ‘ลำอิเล็กตรอน’ ฆ่าเชื้อระดับนาโน ปฏิวัติวงการสมุนไพรไทยสู่ Medical Grade เทคโนโลยีรังสีขั้นสูง ปลอดเชื้อ 100% โดย ‘ไม่ใช้ความร้อน’ แก้ปัญหาเชื้อดื้อความร้อน ยกระดับ สมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน.  ประกาศความพร้อมในการนำ “เทคโนโลยีลำอิเล็กตรอน (Electron Beam Irradiation)” ซึ่งเปรียบเสมือน นวัตกรรมฆ่าเชื้อระดับนาโน มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย โดยชี้ว่านี่คือ ทางออกเดียวที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ที่จะช่วยผลักดันสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่ระดับ Medical Grade

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. เปิดเผยถึงศักยภาพของตลาดสมุนไพรไทย ซึ่งก้าวขึ้นเป็น อันดับ 1 ในอาเซียน และมีมูลค่าตลาดเมื่อปี 2567 กว่า 60,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 เพื่อคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจนี้ สถาบันฯ เน้นย้ำว่า การยกระดับความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ

“เราต้องยอมรับว่า วัตถุดิบสมุนไพรมีความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์สูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากการตรวจวิเคราะห์เชื้อในห้องปฏิบัติการของ สทน. เราพบว่าปัญหาหลักคือการพบเชื้อทนทานต่อความร้อนสูง (Heat-Resistant Spores) เช่น Clostridium spp. และ Bacillus spp. ซึ่งเป็นเชื้อที่ฆ่าไม่ตายด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม การยกระดับมาตรฐานจึงเป็นวาระแห่งชาติ” รศ.ดร. ธวัชชัย กล่าว

ทั้งนี้ สทน. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา ภายในศูนย์ฉายรังสี ที่ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างแม่นยำทั้งก่อนและหลังการฉายรังสี ข้อมูลเชิงลึกจากการตรวจวิเคราะห์พบว่า ปัญหาที่พบบ่อยและเป็นอุปสรรคต่อการผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ จำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด (Total Plate Count) , จำนวนยีสต์และราทั้งหมด, และ จำนวนเชื้อชนิด Coliform ที่เกินค่ามาตรฐาน

สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ การพบเชื้อทนทานต่อความร้อนสูง ซึ่งได้แก่ เชื้อก่อโรคชนิด Clostridium spp. และ Bacillus spp. ที่มักพบมากในสมุนไพร รศ.ดร. ธวัชชัย ชี้ว่า เชื้อเหล่านี้มีความสามารถในการอยู่รอดภายใต้กระบวนการฆ่าเชื้อทั่วไปแบบดั้งเดิม เช่น การตากแดด การอบด้วยความร้อน หรือการฆ่าเชื้อด้วยยูวี ซึ่งวิธีการเหล่านี้ ไม่สามารถกำจัดสปอร์ของเชื้อเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแม้แต่ในบางกรณีที่ผลการตรวจวิเคราะห์พบค่าจำนวนเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดต่ำ (น้อยกว่า 10 CFU/g) แต่ยังคงตรวจพบเชื้อชนิด Clostridium spp. อยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นของการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เช่น การฉายรังสี มาใช้เพื่อฆ่าเชื้อในผลิตภัณฑ์สมุนไพร

“เทคโนโลยีการลำอิเล็กตรอน คือวิธีที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด ณ ปัจจุบันสำหรับการฆ่าเชื้อสมุนไพร เพราะได้เปรียบเหนือกว่าทุกเทคโนโลยีที่มีอยู่” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวและว่า

รักษาคุณภาพได้ 100% : เป็นการฆ่าเชื้อแบบ “ไม่ใช้ความร้อน” ทำให้ไม่ทำลายคุณค่าทางยา สี กลิ่น และสารสำคัญของสมุนไพร ซึ่งแตกต่างจากการใช้ความร้อนแบบดั้งเดิม , ไม่มีรังสีตกค้าง/ปลอดภัยสูง กระบวนการนี้สะอาดและปลอดภัยเหมือนกับการฆ่าเชื้อด้วยรังสี X-ray ไม่มีสารเคมี หรือรังสีตกค้างใดๆในผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้อย่างแท้จริง , ใบเบิกทางสู่ตลาดโลก การฆ่าเชื้อด้วยลำอิเล็กตรอนเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายจากองค์การระดับโลก เช่น WHO, FAO และ IAEA การใช้เทคโนโลยีนี้จึงเป็นการรับประกันมาตรฐานสากลให้แก่ผู้ซื้อทั่วโลก และต้นทุนคุ้มค่าต่อผลตอบแทน  การลงทุนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐานสินค้าส่งออกนี้ เพิ่มต้นทุนเพียงเล็กน้อย (ไม่เกิน 5%) แต่เพิ่มความเชื่อมั่นและโอกาสทางธุรกิจได้มหาศาล

ปัจจุบันผลการดำเนินงานของ สทน. ปัจจุบัน ศูนย์ฉายรังสี สทน. ให้บริการฉายรังสีสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 200–500 ตัน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน และยาดมสมุนไพร โดยมีการใช้ปริมาณรังสีที่ผ่านการวิจัยมาแล้ว (อย่างน้อย 15–20 kGy) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

“ตนเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีลำอิเล็กตรอนนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับโลก ผมจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการทุกท่านมาใช้บริการ หากท่านยังไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือมีข้อสงสัยใดๆ สามารถปรึกษาหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที เรามีห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาที่พร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างแม่นยำ และสามารถฉายรังสีด้วยลำอิเล็กตรอนได้ปริมาณมากกว่า 5 ตันต่อวัน สทน. พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของท่าน และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับสมุนไพรไทย” รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ กล่าวทิ้งท้าย

บริการรถรับ-ส่งฟรี ร่วมถวายความอาลัยและสักการะ’พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

บริการรถรับ-ส่งฟรี ร่วมถวายความอาลัยและสักการะ'พระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

บริการรถรับ-ส่งฟรี ร่วมถวายความอาลัยและสักการะ’พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.57 น.

กลุ่มแบงคอกเฟิร์ส ร่วมกับ สมาคมวินจักรยานยนต์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ที่ตั้งใจเดินทางไปถวายสักการะ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง เนื่องในโอกาสสำคัญที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมีการจัดรถจักรยานยนต์ จำนวน 50 คัน บริการรับ-ส่งฟรี ในวันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา14:00 น. เป็นต้นไป บริเวณจุดรับ-ส่ง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (จุดรวมพล)  สนามหลวง (จุดส่งใกล้บริเวณงาน) เพื่อแสดงความอาลัยและน้ำใจของคนไทย ทีมงานและรถทุกคันจะสวมใส่เสื้อ “แบงค็อกเฟิร์ส” สีดำ และพร้อมให้บริการทุกท่านด้วยความเต็มใจ

เรียนเชิญพี่น้องประชาชนทุกท่านมารับบริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พวกเราขอทำหน้าที่เป็นส่วนเล็ก ๆ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เดินทางได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยที่สุด

ลอยกระทงคึกคัก! ประชาชนร่วมงานสืบสานประเพณีไทยอย่างเรียบง่าย

ลอยกระทงคึกคัก! ประชาชนร่วมงานสืบสานประเพณีไทยอย่างเรียบง่าย

ลอยกระทงคึกคัก! ประชาชนร่วมงานสืบสานประเพณีไทยอย่างเรียบง่าย

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.19 น.

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในงาน ลอยกระทงประจำปี 2568 ที่จัดขึ้น ณ วัดบัวแก้วศรัทธาธรรม เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วยความเคารพและระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความอบอุ่นเรียบง่าย โดยกิจกรรมต่างๆ ถูกจัดขึ้นอย่างเหมาะสมในห้วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่ต่อไป

‘แม่ทัพกุ้ง’รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

'แม่ทัพกุ้ง'รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

‘แม่ทัพกุ้ง’รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.51 น.

“แม่ทัพกุ้ง” รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เชิดชู “นักรบผู้พิทักษ์ชาติ-นักพัฒนา” ผู้มีความรู้ด้านวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.68 พล.ท.ดร. บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เข้ารับพระราชทาน ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธาและการบริหารงานก่อสร้าง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ (วิทยาเขตอุเทนถวาย) จากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี  ที่หอประชุมภายในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (คณะเกษตรศาสตร์บางพระ) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 

พล.ท.บุญสิน จบปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกลจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ทางสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวายมีมติมอบ ปริญญา สาขาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้าง) เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติในคุณูปการที่ได้ทำให้แก่ประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เพียงบทบาท “นักรบผู้พิทักษ์ชาติ” แต่ยังเป็น “นักพัฒนา” ที่มีความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมและการบริหารงานก่อสร้างอีกด้วย